ความแตกต่างของหินอคั นี
หินตะกอน และหินแปร
หินอคั นี (Igneous Rock)
• เกิดจากหินหนืดท่ีอยใู่ ตเ้ ปลือกโลกแทรกดนั ข้ึนมาแลว้ ตกผลึกเป็นแร่ต่างๆ และเยน็ ตวั ลงจบั ตวั แน่นเป็นหินท่ีผวิ โลก แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
• หินอคั นีแทรกซอน (Intrusive Igneous Rock) เกิดจากการเยน็ ตวั ลงอยา่ งชา้ ๆ ของหินหนืดใตเ้ ปลือกโลก มีผลึกแร่ขนาดใหญ่
(>1 มิลลิเมตร) เช่นหินแกรนิต (Granite) หินไดออไรต์ (Diorite) หินแกบโบร (Gabbro)
• หินอคั นีพุ (Extruisive Igneous Rock) หรือหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) เกิดจากการเยน็ ตวั ลงอยา่ งรวดเร็วของหินหนืด
ท่ีดนั ตวั พุออกมานอกผวิ โลกเป็นลาวา (Lava) ผลึกแร่มีขนาดเลก็ หรือไม่เกิดผลึกเลยเช่น หินบะซอลต์ (Basalt) หินแอนดีไซต์
(Andesite) หินไรโอไลต์ (Rhyolite)
ตวั อยา่ งของหินอคั นี
หินแกรนิต แสดงลกั ษณะทว่ั ไป และผลึกแร่ในเน้ือหิน ตวั อยา่ งของหินอคั นีแต่ละชนิด
หินช้นั หรือหินตะกอน (Sedimentary Rock)
• เกิดจากการทบั ถม และสะสมตวั ของตะกอนต่างๆ ไดแ้ ก่ เศษหิน แร่ กรวด ทราย ดินที่ผพุ งั หรือสึกกร่อนถูกชะละลายมาจากหินเดิม โดย
ตวั การธรรมชาติ คือ ธารน้า ลม ธารน้าแขง็ หรือคลื่นในทะเล พดั พาไปทบั ถมและแขง็ ตวั เป็นหินในแอ่งสะสมตวั หินชนิดน้ีแบ่งตาม
ลกั ษณะเน้ือหินได้ 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
• หินช้นั เน้ือประสม (Clastic Sedimentary Rock) เป็นหินช้นั ท่ีเน้ือเดิมของตะกอน พวกกรวด ทราย เศษหินและดิน ยงั คงสภาพ
อยใู่ หพ้ ิสูจนไ์ ด้ เช่น หินทราย (Sandstone) หินดินดาน (Shale) หินกรวดมน (Conglomerate) เป็นตน้
• หินเน้ือประสาน (Nonclastic Sedimentary Rock) เป็นหินท่ีเกิดจากการตกผลึกทางเคมี หรือจากส่ิงมีชีวติ มีเน้ือประสานกนั
แน่นไม่สามารถพิสูจน์สภาพเดิมได้ เช่น หินปูน (Limestone) หินเชิร์ต (Chert) เกลือหิน (Rock Salte) ถ่านหิน (Coal)
เป็ นตน้
ตวั อยา่ งของหินช้นั หรือหินตะกอน
หินทรายแสดงช้นั เฉียงระดบั ช้นั หินทรายสลบั ช้นั หินดินดาน หินกรวดมน ช้นั หินปูน
ช้นั หินเชิร์ต
หินแปร (Metamorphic Rock)
• เกิดจากการแปรสภาพโดยการกระทาของความร้อน ความดนั และปฏิกิริยาทางเคมี ทาใหเ้ น้ือหิน แร่ประกอบหินและโครงสร้างเปล่ียนไป
จากเดิม การแปรสภาพของหินจะอยใู่ นสถานะของของแขง็ ซ่ึงจดั แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
• การแปรสภาพบริเวณไพศาล (Regional metamorphism) เกิดเป็นบริเวณกวา้ งโดยมีความร้อนและความดนั ทาใหเ้ กิดแร่ใหม่
หรือผลึกใหม่เกิดข้ึน มีการจดั เรียงตวั ของแร่ใหม่ และแสดงริ้วขนาน (Foliation) อนั เนื่องมาจากแร่เดิมถูกบีบอดั จนเรียงตวั เป็นแนว
หรือแถบขนานกนั เช่น หินไนส์ (Gneiss) หินชีสต์ (Schist) และหินชนวน (Slate) เป็นตน้
• การแปรสภาพสมั ผสั (Contact metamorphism) เกิดจากการแปรสภาพโดยความร้อนและปฏิกิริยาทางเคมีของสารละลายท่ี
ข้ึนมากบั หินหนืดมาสมั ผสั กบั หินทอ้ งท่ี ไม่มีอิทธิพลของความดนั มากนกั ปฏิกิริยาทางเคมีอาจทาใหไ้ ดแ้ ร่ใหม่บางส่วนหรือเกิดแร่ใหม่
แทนท่ีแร่ในหินเดิม หินแปรที่เกิดข้ึนจะมีการจดั เรียงตวั ของแร่ใหม่ ไม่แสดงริ้วขนาน (Nonfoliation) เช่น หินอ่อน (Marble)
หินควอตไซต์ (Quartzite)
ตวั อยา่ งของหินแปร
หินชนวน (Slate) หินไนส์(Gneiss) หินควอตไซต์ (Quartzite) หินอ่อน (Marble)
สรุปความแตกต่าง
• ความแตกต่างท่ีสาคญั ระหวา่ งหินอคั นีกบั หินแปรกค็ ือ หินอคั นีเป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลกในขณะท่ีหินแปรเป็น
อนุพนั ธ์ของหินอคั นีและหินตะกอนหินอคั นีหินตะกอนและหินแปรเป็นหินสามประเภทท่ีสาคญั ในเปลือกโลก
นกั ธรณีวทิ ยาทาการจาแนกประเภทน้ีโดยอาศยั กระบวนการทางธรณีวทิ ยาที่ก่อตวั เป็นหินเหล่าน้ี หินอคั นีเกิดข้ึน
เมื่อหินละลายหรือแมกมาเยน็ ตวั และแขง็ ตวั ในขณะท่ีหินตะกอนเกิดข้ึนเมื่อตะกอนแขง็ ตวั ในทางกลบั กนั หินแปร
เป็นหินที่เปล่ียนรูปแบบมาจากหินอคั นีหรือหินแปร เช่นเดียวกบั วฏั จกั รของน้ามีวฏั จกั รหิน (วงจรทางธรณีวทิ ยา)
ในธรณีวทิ ยา เป็นกระบวนการที่หินก่อตวั ยอ่ ยสลายและปฏิรูปโดยกระบวนการทางธรณีวทิ ยาภายในเช่นพลูโต
นิสมภ์ ูเขาไฟการยกตวั และ / หรือโดยกระบวนการทางธรณีวทิ ยาภายนอกเช่นการสึกกร่อนการผกุ ร่อนและการทบั
ถม
สมาชิกในกลุ่ม
• 1. นางสาว กรองกาญจน์ อมดวงรหสั นกั ศึกษา644110048
• 2. นางสาว อริญชยา รุ่งเรืองรหสั นกั ศึกษา644110063
• สาขาสงั คมศึกษาปี 1หมู่ท่ี2