The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 3 กฎหมายอุตสาหกรรมด้านการผลิตและบริการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by R R, 2022-05-26 06:28:41

หน่วยที่ 3 กฎหมายอุตสาหกรรมด้านการผลิตและบริการ

หน่วยที่ 3 กฎหมายอุตสาหกรรมด้านการผลิตและบริการ

หวั ขอ้ เรื่อง (Topic)

หวั ขอ้ เรื่อง (Topic)

3.1.1 ความหมายของอุตสาหกรรม
ในชีวิตประจำวนั เรำได้เห็นและได้สมั ผัสผลิตภณั ฑ์อุตสำหกรรมเป็ นประจำ เช่น เม่ือตื่น

นอนในตอนเช้ำ เรำก็ใช้แปรงสีฟันและยำสีฟัน ต้องแต่งกำยด้วยเสือ้ ผ้ำ ต้องใช้ภำชนะต่ำง ๆ ในกำร
ปรุงอำหำรและใส่อำหำรเพื่อรับประทำน ต้องเดินทำงด้วยพำหนะ หรือเม่ือเรำต้องกำรพักผ่อนหรือ
ต้องกำรรื่นเริงใจเรำก็อำจหำได้จำกวิทยกุ ระจำยเสียง วิทยโุ ทรทศั น์ ภำพยนตร์ฯลฯ

โรงงานอุตสาหกรรม

ประกำศกระทรวงมหำดไทย เร่ืองกำรคุ้มครองแรงงำน ประกำศ ณ วันท่ี 16 เมษำยน
พทุ ธศกั รำช 2515 กำหนดควำมหมำยไว้วำ่ คำวำ่ ”อตุ สำหกรรม”หมำยควำมว่ำ

ประกำศกระทรวงมหำดไทย เร่ืองกำรค้มุ ครองแรงงำน ประกำศ ณ วนั ท่ี 16 เมษำยน
พทุ ธศกั รำช 2515 กำหนดควำมหมำยไว้วำ่ คำวำ่ ”อตุ สำหกรรม”หมำยควำมว่ำ

(ก) กำรทำเหมืองแร่ เหมืองหิน หรือกิจกำรอ่ืนใดท่ีเก่ียวกบั กำรขดุ ค้นแร่ธำตหุ รือทรัพยำกร
ธรณีอยำ่ งอืน่

(ข) กำรทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซอ่ มบำรุง ปรับปรุง แปรสภำพหรือทำลำยซง่ึ วตั ถุ
(ค) กำรกอ่ สร้ำง ต่อเดิม ติดตงั้ ซอ่ ม ซ่อมบำรุง ดดั แปลงหรือรือ้ ถอนอำคำร สนำมบิน ทำง
รถไฟ ทำงรถรำง ทำ่ เรือ อเู่ รือ
(ง) กิจกำรอนื่ ตำมที่กระทรวงมหำดไทยจะได้กำหนด

ศำสตรำจำรย์นิคม จันทรวิทุร อธิบำยควำมหมำยไว้ว่ำ คำว่ำ “อุตสำหกรรม”หมำยถึง
กิจกรรมทำงเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับกำลงั คนเคร่ืองจักร ทำกำรเปล่ียนแปลงหรือแปรสภำพของ
วตั ถดุ ิบหรือวสั ดสุ ำเร็จรูป

ดังนัน้ จึงอำจสรุปควำมหมำยของ”อุตสำหกรรม”ได้ว่ำหมำยถึง กำรนำเอำวัตถุดิบ
(Raw Material) มำปรุงแต่งสภำพด้วยแรงมนุษย์หรือแรงเคร่ืองจักรกลเพื่อให้เกิดเป็ นเคร่ื องอปุ โภค
บริโภคที่เรียกกันว่ำ “สินค้ำ” หรือ “ผลิตภัณฑ์”(Product) ?และรวมถึงกิจกำรซ่ึงให้บริกำรควำม
สะดวกสบำยแกป่ ระชำชนด้วย

พนักงาน
ประเภทอตุ สำหกรรม อำจจำแนกได้หลำยแบบแล้วแตจ่ ะพิจำรณำในแงใ่ ด เช่น
กำรจำแนกประเภทของอุตสำหกรรมตำมลกั ษณะและขนำดของกำรบริกำร จำแนกออก
เป็ นได้ 5 ประเภท คอื
1. อตุ สำหกรรมในครอบครัว ได้แกอ่ ตุ สำหกรรมทที่ ำกนั ในครอบครัว เชน่ กำรจกั รสำร
2. อตุ สำหกรรมหตั ถกรรม ได้แก่อตุ สำหกรรมที่ทำกนั ในโรงงำนอำจมีแรงงำนเพียงคนเดียว
หรือ หรือลกู มอื เพียง สองสำมคน ไมม่ กี ำรใช้เคร่ืองจกั

3. อตุ สำหกรรมขนำดย่อม ได้แก่ อตุ สำหกรรมโรงงำนที่มีกำรจ้ำงคนงำนเพื่อทำกำรผลิต
มำกขนึ ้ มีกำรใช้เคร่ืองจกั รแทนแรงงำนคนบ้ำง

4. อุตสำหกรรมขนำดกลำง ได้แก่ ใช้เครื่องจักรทำกำรผลิต แต่กำรลงทุนยงั ไม่มำก เช่น
อตุ สำหกรรม ผลิตเคืองหนงั

5. อตุ สำหกรรมขนำดใหญ่ ได้แก่ อตุ สำหกรรมที่ลงทนุ มำก คนงำนในอตุ สำหกรรมก้มมี ำก
บำงท่ีมกี ำรใช้เครื่องจกั รอตั โนมตั ิในกำรทำงำน เช่น อตุ สำหกรรม ประกอบรถยนต์ อตุ สำหกรรมปิ โตร
เคมี

อุตสำหกรรมทุกประเภทมีควำมสำคญั ต่อประเทศทงั้ นนั้ ซ่ึงเรำอำจจำแนกควำมสำคัญของ
อตุ สำหกรรมได้ดงั ตอ่ ไปนี ้

1. อตุ สำหกรรมสง่ เสริมให้มีกำรใช้ทรัพยำกรภำยในประเทศให้เป็ นประโยชน์
2. อตุ สำหกรรมชว่ ยให้ประชำชนมีงำนทำและมีควำมเป็ นอยทู่ ่ีดี
3. อตุ สำหกรรมทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเจริญก้ำวหน้ำและมเี สถียรภำพ
4. อตุ สำหกรรมสง่ เสริมควำมมน่ั คงของประเทศ
กำรมกี ิจกำรอตุ สำหกรรม จะช่วยให้มกี ำรผลติ อำวุธยทุ ธภณั ฑ์ตลอดจนเคร่ืองใช้ต่ำง ๆ ที่จำเป็ น
สำหรับใช้ในกองทพั ได้อยำ่ งเพียงพอ ทงั้ ในยำมสงบและในยำมสงครำม

สภาพของอุตสาหกรรมในประเทศไทยในอดีต
อตุ สำหกรรมในสมยั รัชกำรท่ี 4 และรัชกำรที่ 5 แหง่ กรุงรัตนโกสนิ ทร์
อตุ สำหกรรมประเภทโรงงำน (Manufacturing Industry)ได้เร่ิมขนึ ้ ในประเทศไทยในรัชสมยั แห่ง
พระบำทสมเดจ็ พระจอมเกล้ำเจ้ำอยหู่ วั รัชกำลที่ 4 แหง่ กรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2394-4211)

เนื่องจำกอตุ สำหกรรมมคี วำมสำคญั อย่ำงย่ิงต่อประเทศ เพรำะอตุ สำหกรรมสง่ เสริมให้ มีกำรนำ
ทรัพยำกรภำยในประเทศมำใช้ประโยชน์ ช่วยให้ประชำชนมีงำนทำและมีควำมเป็ นอย่ทู ี่ดีขึน้ ทำให้
เศรษฐกิจของประเทศเจริญก้ำวหน้ำและมีเสถียรสภำพ ตลอดจนมีควำมสำคญั ต่อควำมมน่ั คงของ
ประเทศ

โรงงำนอุตสำหกรรมจึงเป็ นประโยชน์อย่ำงย่ิงต่อประเทศ แต่ถ้ำปล่อยให้มีกำรตัง้ โร งงำน
อุตสำหกรรมและกำรประกอบกิจกำรโรงงำนอตุ สำหกรรมโดยปรำศจำกมำตรกำรควบคมุ ดูแลแล้ว
แทนที่โรงงำนอตุ สำหกรรมจะเป็ นประโยชน์ต่อประเทศ โรงงำนอตุ สำหกรรมท่ีถกู ตงั้ ขึน้ และประกอบ
กิจกำรโดยปรำศจำกมำตำกำรควบคุมดูแลนัน้ อำจกลับกลำยเป็ นโทษต่อทัง้ ประเทศทัง้ ในด้ำ น
เศรษฐกิจของประเทศ ด้ำนควำมปลอดภัยและอนำมัยของคนงำนในโรงงำนอุตสำหกรรมและ
บคุ คลภำยนอก ตลอดจนด้ำนมลพิษท่เี กิดแก่สภำวะแวดล้อมตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั

กฎหมายฉบบั ปัจจุบนั ท่ใี ช้ในการควบคุมดูแลและกากบั ดแู ลการประกอบกิจการโรงงาน

อุตสาหกรรม

กฎหมำยฉบับปัจจุบันที่ใช้ในกำรควบคุมดูแลและกำกับดูแลกำรประกอบกิจกำรโรงงำ น
อตุ สำหกรรม คอื พระรำชบญั ญตั ิโรงงำน พ.ศ.2535 โดยกำหนดไว้เฉพำะหลกั เกณฑ์ใหญ่ ๆ ดงั นี ้

1. เจตนำอำรมณ์ในกำรตรำกฎหมำยวำ่ ด้วยโรงงำน
2. หลกั กำรและบทเฉพำะกำลของพระรำชบญั ญตั ิโรงงำน พ.ศ. 2535
3. โรงงำนทีอ่ ยใู่ นบงั คบั แหง่ พระรำชบญั ญตั โิ รงงำน พ.ศ. 2535
4. กำรควบคมุ ดแู ลกำรประกอบกิจกำรโรงงำน
5. กำรกำกบั ดแู ลกำรประกอบกิจกำรโรงงำน
6. บทกำหนดโทษและหลกั เกณฑ์บำงประกำรเกี่ยวกบั กำรดำเนินคดีอำญำตำมพระรำชบญั ญัติ
โรงงำนพ.ศ. 2535

เจตนารม ในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2535 มีดงั นี้
เหตผุ ลในกำรประกำศใช้พระรำชบญั ญตั ิโรงงำนฉบบั ตำ่ ง ๆ ดงั กลำ่ วนี ้ชีใ้ ห้เห็นว่ำเจตนำรมณ์ใน
กำรตรำกฎหมำยวำ่ ด้วยโรงงำน กลำ่ วโดยสรุปมดี งั นี ้
1. เพื่อสง่ เสริมเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศให้เจริญก้ำวหน้ำและมเี สถียรภำพ
2. เพื่อรักษำควำมปลอดภยั ในกำรทำงำนและอนำมยั ของคนงำนในโรงงำนอุตสำหกรรมและ
บคุ คลภำยนอก
3. เพ่ือป้ องกนั และขจดั มลพิษ (pollution) ท่ีเกิดแกส่ ภำวะแวดล้อม
4. เพื่อปรับปรุงระบบกำรควบคมุ ดูแลโรงงำนให้สอดคล้องกับสภำพกำรประกอบกิจกำรของ
โรงงำนแตล่ ะลกั ษณะ

พระรำชบญั ญตั โิ รงงำน พ.ศ.2535 มีหลกั กำรดงั นี ้
1. ปรับปรุงกำรควบคมุ ดแู ลโรงงำนให้สอดคล้องกบั กำรประกอบกิจกำรโรงงำน
2. ปรับปรุงวิธีอนญุ ำตให้เหมำะสมย่ิงขนึ ้
3. ลดขนั้ ตอนกำรดำเนนิ งำนทซี่ ำ้ ซ้อน
4. ปรับปรุงกำรควบคมุ กำรประกอบกิจกำรโรงงำนเพื่อให้ได้ผลดีย่งิ ขนึ ้

เพ่ือป้ องกนั มใิ ห้กิจกำรโรงงำนตำ่ ง ๆ ทวั่ ประเทศตลอดจนระเบียบตำ่ ง ๆ ท่ีใช้ในกำรควบคมุ กำรตงั้
และกำรประกอบกิจกำรโรงงำนหยุดชะงักหรือขำดตอนไป ตำมกฎหมำยเก่ำท่ีมีกำรยกเลิกไป พรบ.
โรงงำน พ.ศ.2535 ฉบบั ใหม่ จึงได้บญั ญตั บิ ทเฉพำะกำลไว้ ดงั นี ้

1. คำขออนญุ ำตและกำรอนญุ ำต มำตรำ 66 คำขออนญุ ำตใด ๆ ทีไ่ ด้ยืน่ ไว้และกำรอนญุ ำตใด ๆ ที่
ได้ให้ไว้และยงั อย่ใู นระหว่ำงกำร พิจำรณำของผ้อู ้ นญุ ำต หรือกำรปฏิบตั ิของผู้ขออนุญำตตำมท่ีได้รับ
อนญุ ำต แล้วแตก่ รณีให้ถือว่ำเป็ นคำขอ อนญุ ำต

2. ใบอนญุ ำตประกอบกิจกำรโรงงำนและใบอนญุ ำตตงั้ โรงงำน มำตรำ 67 ใบอนญุ ำตประกอบ
กิจกำรโรงงำนที่ออกให้แก่บุคคลใด ๆ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยโรงงำน ก่อนวันท่ีพระรำชบัญญัตินีใ้ ช้
บงั คบั ให้คงใช้ได้ต้ อ่ ไปจนสนิ ้ อำยทุ ีก่ ำหนดไว้ ้

หลกั ทวั่ ไป
โรงงำนทอี่ ยใู่ นบงั คบั แหง่ พระรำชบญั ญตั โิ รงงำน พ.ศ. 2535 คือ โรงงำนตำมคำนิยำมในมำตรำ 5
ซงึ่ บญั ญตั ิไว้วำ่
“โรงงำน หมำยควำมวำ่ อำคำร สถำนท่หี รือยำนพำหนะทีใ่ ช้เครื่องจกั รมีกำลงั รวมตงั้ แตห่ ้ำแรงม้ำ
หรือกำลงั เทียบเทำ่ ตงั้ แตห่ ้ำแรงม้ำขนึ ้ ไปโดยใช้เคร่ืองจกั รหรือไม่ก็ตำม สำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ
ซอ่ มซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภำพ ลำเลียง เก็บรักษำหรือทำลำยส่ิงใด ๆ ทงั้ นี ้ ตำมประเภท
หรือชนดิ ของโรงงำนทก่ี ำหนดในกระทรวง”

แยกองค์องค์ประกอบได้ดงั นี ้
1. อำคำรหรือสถำนทห่ี รือยำนพำหนะ
2. ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตัง้ แต่ห้ำแรงม้ำหรือกำลังเทียบเท่ำตงั้ แต่ ห้ำแรงม้ำขึน้ ไป หรือใช้
คนงำนตงั้ แต่ เจ็ดคนขนึ ้ ไป

3. สำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภำพ ลำเลียง เก็บ
รักษำหรือทำลำยส่ิงใด ๆ

4. ตำมประเภทหรือชนิดของโรงงำนท่ีกำหนดในกระทรวง ในปัจจุบัน กำหนดโรงงำนไว้ 107
ประเภท

ข้อยกเว้น
พระรำชบญั ญัติโรงงำน พ.ศ. 2535 ได้บญั ญัติยกเว้นกำรใช้บงั คบั แก่โรงงำนของทำงรำชกำรท่ี
ดำเนินกำรโดยทำงรำชกำรเพ่ือประโยชน์แหง่ ควำมมน่ั คงและควำมปลอดภยั ของประเทศ กลำ่ วคือ
พระรำชบญั ญตั โิ รงงำน พ.ศ. 2535 มำตรำ 4 บญั ญตั ิว่ำ
“พระรำชบัญญัตินีม้ ิให้ใช้บังคับแก่โรงงำนของทำงรำชกำรท่ีดำเนินกำรโดยทำงรำชกำรเพ่ือ
ประโยชน์แหง่ ควำมมนั่ คงและควำมปลอดภยั ของประเทศ แตใ่ นกำรประกอบกิจกำรโรงงำน ดงั กลำ่ ว
ให้นำหลกั เกณฑ์และวิธีกำรเกี่ยวกบั กำรประกอบกิจกำรโรงงำนตำมพระรำชบญั ญตั ินีไ้ ปเป็ นแนวทำง
ในกำรดำเนินงำน”

ลกั ษณะของโรงงำนตำมพระรำชบญั ญตั โิ รงงำน พ.ศ. 2535 มำตรำ 4 นี ้แยกเป็ นองค์ประกอบได้
3ข้อคอื

1. เป็ นโรงงำนของทำงรำชกำร
2. ดำเนินกำรโดยเฉพำะทำงรำชกำร และ
3. เพ่ือประโยชน์แหง่ ควำมมนั่ คงและควำมปลอดภยั ของประเทศ
เนอื่ งจำกมำตรำ 4 นี ้เป็ นบทบญั ญตั ิยกเว้นจำกหลกั ทวั่ ไป ดงั นนั้ กำรตีควำมบทบญั ญตั ิมำตรำ
4 จงึ ต้องตคี วำมโดยเคร่งครัด

การกาหนดหลักเกณฑ์ ในการควบคุมดแู ลประกอบกจิ การโรงงานจาพวกต่าง ๆ
พรบ โรงงำน พ.ศ 2535 มำตรำ 8 เพ่ือประโยชน์ในกำรควบคุมกำรประกอบกิจกำรโรงงำนให้
รัฐมนตรีมีอำนำจออกกฎ กระทรวงเพ่ือให้โรงงำนจำพวกใดจำพวกหนง่ึ หรือทุกจำพวกตำมมำตรำ 7
ต้องปฏิบตั ติ ำมในเรื่องดงั ตอ่ ไปนี ้

1. กำหนดหลกั เกณฑ์เก่ียวกับท่ีตงั้ ของโรงงำน สภำพแวดล้อมของโรงงำน ลกั ษณะอำคำรของ
โรงงำนหรือลกั ษณะภำยในของโรงงำน

2. กำหนดลักษณะ ประเภทหรือชนิดของเครื่องจกั รเคร่ืองอปุ กรณ์หรือสิ่งทีต้องนำมำใช้ในกำร
ประกอบกิจกำรโรงงำน

3. กำหนดให้มีคนงำนซงึ่ มีควำมรู้เฉพำะตำมประเภท ชนิดหรือขนำดของโรงงำนเพ่ือปฏิบตั ิหน้ำที
หนง่ึ หน้ำทใ่ี ดประจำโรงงำน

4. กำหนดหลกั เกณฑ์ท่ีต้องปฏิบตั ิกรรมวิธีกำรผลิตและกำรจัดให้มีอุปกรณ์หรือเครื่องมืออ่ืนใด
เพื่อป้ องกนั หรือระงบั หรือบรรเทำอนั ตรำยควำมเสยี หำย

5. กำหนดมำตรฐำนและวิธีกำรควบคมุ กำรปลอ่ ยของเสยี มลพิษหรือสงิ่ ใด ๆ ทมี่ ีผลกระทบตอ่ สิ่ง
แวดล้อมซง่ึ เกิดขนึ ้ จำกกำรประกอบกิจกำรโรงงำน

6. กำหนดกำรจดั ให้มีเอกสำรท่ีจำเป็ นประจำโรงงำนเพ่ือประโยชน์ในกำรควบคมุ หรือตรวจสอบ
กำรปฏิบตั ติ ำมกฎหมำย

7. กำหนดข้อมลู ทจ่ี ำเป็ นเก่ียวกบั กำรประกอบกิจกำรโรงงำนที่ผ้ปู ้ ระกอบกิจกำรโรงงำนต้องแจ้ง
ให้ทรำบเป็ นครัง้ ครำวหรือตำมระยะเวลำทก่ี ำหนดไว้

8. กำหนดกำรอื่นใดเพื่อคุ้มครองควำมปลอดภยั ในกำรดำเนินงำนเพื่อป้ องกันหรือระงับหรือ
บรรเทำอนั ตรำยหรือควำมเสียหำยที่อำจเกิดจำกกำรประกอบกิจกำรโรงงำน

กฎกระทรวงทีอ่ อก ตำมมำตรำ ๘ .ในสว่ นท่ผี ้ปู ระกอบกิจกำรโรงงำน จำพวกท่ี 1 ต้องปฏิบตั ิตำม
ได้แก่ กฎกระทรวงอตุ สำหกรรม ฉบบั ที่ ๒ พ.ศ 2535 แก้ไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวงอตุ สำหกรรม ฉบบั
ที่ 11 พ.ศ.๒๕๓๙ ซงึ่ กำหนดเก่ียวกบั

1. ท่ีตงั้ สภำพแวดล้อม ลกั ษณะอำคำรและลกั ษณะภำยในของโรงงำน
2. เคร่ืองจกั ร เคร่ืองอปุ กรณ์หรือสิง่ ท่ีนำมำใช้ในโรงงำน
3. คนงำนประจำโรงงำน
4. กำรควบคมุ กำรปลอ่ ยของเสยี มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ทีม่ ีผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อม และ
5. ควำมปลอดภยั ในกำรประกอบกิจกำรโรงงำน

หมวด 1

หมวด 1 ท่ตี งั้ สภาพแวดล้อม ลกั ษณะอาคารและลกั ษณะ ภายในของโรงงาน
ข้อ 1 ห้ำมตงั้ โรงงำนจำพวกที่ 1 และโรงงำนจำพวกที่ 2 ในบริเวณดงั ตอ่ ไปนี ้
(1) บ้ำนจดั สรรเพื่อกำรพกั อำศยั อำคำรชดุ พกั อำศยั และบ้ำนแถวเพ่ือกำรพกั อำศยั
(2) ภำยในระยะ 50 เมตร จำกเขตติดตอ่ สำธำรณสถำน ได้แก่ โรงเรียนหรือสถำบนั กำร ศึกษำวัด
หรือศำสนำสถำนโรงพยำบำล โบรำณสถำน และสถำนที่ทำกำรงำนของหน่วย งำนของรัฐ และให้
หมำยควำมรวมถึงแหลง่ อนรุ ักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและสง่ิ แวดล้อม ตำมทค่ี ณะรัฐมนตรีกำหนด

ข้อ 2 ห้ำมตงั้ โรงงำนจำพวกที่ 3 ในบริเวณดงั ตอ่ ไปนกี ้ ำหนด
(1) บ้ำนจดั สรรเพื่อกำรพกั อำศยั อำคำรชดุ พกั อำศยั และบ้ำนแถวเพื่อกำรพกั อำศยั
(2) ภำยในระยะ 100 เมตร จำกเขตติดต่อสำธำรณสถำนได้แก่ โรงเรียนหรือสถำบนั กำร

ศกึ ษำวดั หรือศำสนำสถำน โรงพยำบำล โบรำณสถำน
ข้อ 3 สถำนที่ทำกำรงำนของหน่วยงำนของรัฐตำมข้อ 1 (2) หรือ ข้อ 2 (2) ไม่หมำยควำมรวมถึง

สถำนท่ีทำกำรงำนโดยเฉพำะเพ่ือกำรควบคมุ กำกบั ดแู ล อำนวยควำมสะดวก หรือให้บริกำร แก่กำร
ประกอบกิจกำรของโรงงำนแหง่ นนั้ ๆ ในกรณีมีเหตอุ นั สมควร รัฐมนตรีจะกำหนด โดยประกำศในรำช
กิจจำนเุ บกษำให้ร่นหรือขยำยระยะทำงท่ีกำหนดในข้อ 1 (2) หรือข้อ 2 (2) หรือมิให้ใช้บังคบั ข้อ 1 (2)
แกโ่ รงงำนประเภทใดตำมเงื่อนไขท่กี ำหนดก็ได้

ข้อ 4 โรงงำนจำพวกท่ี 3 นอกจำกห้ำมตัง้ ในบริเวณตำมข้อ 2 แล้วต้องตัง้ อยู่ในทำเลและ
สภำพแวดล้อมท่เี หมำะสมมบี ริเวณเพียงพอท่ีจะประกอบกิจกำรอตุ สำหกรรมตำมขนำดและ ประเภท
หรือชนิดของโรงงำนโดยไม่อำจก่อให้เกิดอันตรำยเหตุรำคำญหรือควำมเสียหำย ต่อบุคคลหรือ
ทรัพย์สนิ ของผ้อู ื่นด้วย

ข้อ 5 อำคำรโรงงำนต้องมีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี ้ยกตวั อยำ่ ง เช่น
(1) มน่ั คง แขง็ แรง เหมำะสมและมบี ริเวณเพียงพอท่จี ะประกอบกิจกำรอตุ สำหกรรมนนั้ ๆ
(2) มกี ำรระบำยอำกำศทเี่ หมำะสม โดยให้มีพืน้ ที่ประตู หน้ำตำ่ ง และช่องลมรวมกนั
(3) มปี ระตหู รือทำงออกให้พอกบั จำนวนคนในโรงงำนที่จะหลบหนีภยั ออกไปได้ทนั ทว่ งที
(4) บันไดต้องมนั่ คงแข็งแรง มีลกั ษณะ ขนำด และจำนวนท่ีเหมำะสมกับอำคำรโรงงำน

และกำรประกอบกิจกำรอตุ สำหกรรมนนั้ ๆ
(5) ระยะดิ่งระหว่ำงพืน้ ถึงเพดำนโดยเฉล่ียต้องไม่น้อยกว่ำ 3.00 เมตร เว้นแต่จะมีกำรจดั

ระบบปรับอำกำศหรือมกี ำรระบำยอำกำศท่เี หมำะสมแตร่ ะยะด่ิงดงั กลำ่ วต้องไมน่ ้อยกวำ่

หมวด 2

เคร่ืองจกั ร เคร่ืองอุปกรณ์ หรือส่งิ ท่นี ามาใช้ในโรงงาน

ข้อ 6 เคร่ืองจกั ร เครื่องอปุ กรณ์ หรือสงิ่ ท่นี ำมำใช้ในโรงงำนต้องเป็ นดงั ตอ่ ไปนี ้ยกตวั อยำ่ ง เชน่

(1) มน่ั คง แขง็ แรง และเหมำะสม

(2) ใช้เคร่ืองจกั รท่ีมีควำมปลอดภยั และไมก่ ่อให้เกิดควำมสนั่ สะเทือนเสียง หรือคลื่นวิทยุ รบกวน

ผ้อู ยอู่ ำศยั ใกล้เคียง

(3) มเี คร่ืองป้ องกนั อนั ตรำยอนั อำจเกิดจำกสว่ นที่เคล่ือนไหวของเคร่ืองจกั รตำมควำมจำเป็ น และ

เหมำะสม

ข้อ 7 ในกรณีมีเหตุอันควรรัฐมนตรีจะประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำกำหนดหลักเกณฑ์และ

วิธีกำรทดสอบควำมปลอดภยั ของเคร่ืองจกั ร เครื่องอปุ กรณ์หรือส่ิงที่นำมำใช้ใน โรงงำนตำมข้อ 6 (2)

(3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก็ได้

คนงานประจาโรงงาน หมวด3

ข้อ 8 โรงงำนทม่ี กี ำรใช้หม้อไอนำ้ (boiler) หรือหม้อต้มท่ีใช้ของเหลวหรือก๊ำซเป็ นสื่อนำควำมร้อน

ท่ีมีควำมกดดนั ต่ำงจำกบรรยำกำศผู้ประกอบกิจกำรต้องจดั ให้มีผ้คู วบคมุ (operator) ประจำหม้อไอ

นำ้ (boiler) หรือหม้อต้มทใี่ ช้ของเหลวหรือก๊ำซเป็ นสอื่ นำ ควำมร้อน

ข้อ 9 โรงงำนที่ประกอบกิจกำรสร้ำงหรือซ่อมหม้อไอนำ้ (boiler) หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลว หรือ
ก๊ำซเป็ นสื่อนำควำมร้อน ผ้ปู ระกอบกิจกำรต้องจดั ให้มีผ้ปู ระกอบวิชำชีพวิศวกรรม ควบคมุ หรือบุคคล
อนื่ ทร่ี ัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำเป็ นผ้คู วบคมุ กำรสร้ำงหรือซอ่ ม

ข้อ 10 โรงงำนต้องมีวิธีกำรควบคุมกำรปล่อยของเสียมลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อม ตำมที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำและต้องจัดให้มีผู้ ควบคมุ ดแู ล
และปฏิบตั ิงำนประจำสำหรับระบบป้ องกนั สิ่งแวดล้อมเป็ นพิษซงึ่ มีคณุ สมบัติตำมท่ีรัฐมนตรีกำหนด
โดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำ

ข้อ 11 โรงงำนที่มีกำรใช้สำรกมั มนั ตรังสีต้องจดั ให้มีเจ้ำหน้ำท่ีท่ีมีคุณสมบัติที่รัฐมนตรีกำหนด
โดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำสำหรับดำเนินกำรเกี่ยวกบั เร่ืองนโี ้ ดยเฉพำะ

ข้อ12 คนงำนประจำโรงงำนตำมที่กำหนดในหมวดนี ้จะต้องไม่เป็ นผู้ที่เคยกระทำควำมผิตำม
กฎหมำยวำ่ ด้วยโรงงำนเว้นแตเ่ ป็ นกรณีท่ีรัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำ

หมวด4
การควบคุมการปล่อยของเสยี มลพษิ หรือส่งิ ใด ๆ ท่มี ีผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อม
ข้อ 13 กำรกำจดั ขยะ ส่งิ ปฏิกลู และวสั ดทุ ีไ่ มใ่ ช้
(1) ต้องรักษำโรงงำนให้สะอำดปรำศจำกขยะและส่ิงปฏิกูลอย่เู สมอและจดั ให้มีที่ รองรับหรือที่
กำจดั ขยะและสิ่งปฏิกลู ตำมควำมจำเป็ นและเหมำะสม

ข้อ 14 ห้ำมระบำยนำ้ ทงิ ้ ออกจำกโรงงำน เว้นแตไ่ ด้ทำกำรอย่ำงใดอยำ่ งหน่ึงหรือหลำยอย่ำง จน
นำ้ ทงิ ้ นนั้ มีลกั ษณะเป็ นไปตำมที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำ แต่ทงั้ นีต้ ้องไม่ใช้วิธี
ทำให้เจือจำง (dilution)

ข้อ 15 ในกรณีทมี่ ีระบบบำบดั นำ้ เสยี ผ้ปู ระกอบกิจกำรต้องปฏิบตั ิดงั ตอ่ ไปนี ้
(1) ต้องตดิ ตงั้ มำตรวดั ปริมำณกำรใช้ไฟฟ้ ำสำหรับระบบบำบดั นำ้ เสียโดยเฉพำะไว้ ใน ท่ีท่ีง่ำยตอ่
กำรตรวจสอบ และต้องมกี ำรจดบนั ทกึ เลขหนว่ ยและปริมำณกำรใช้ไฟฟ้ ำ ประจำวนั ด้วย
(2) ในกรณีมีกำรใช้สำรเคมีหรือสำรชีวภำพในระบบบำบัดนำ้ เสีย ต้องมีกำรบันทึกกำร ใช้
สำรเคมีหรือสำรชีวภำพในกำรบำบัดนำ้ เสียประจำวันและมีหลักฐำนในกำรจัดหำ สำรเคมี หรือ
สำรชีวภำพดงั กลำ่ วด้วย

ข้อ 16 ห้ำมระบำยอำกำศเสยี ออกจำกโรงงำน เว้นแตไ่ ด้ทำกำรอยำ่ งใดอยำ่ งหนง่ึ หรือหลำยอย่ำง
จนอำกำศท่ีระบำยออกนนั้ มีปริมำณ ของสำรเจือปนไม่เกินกว่ำค่ำที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศใน
รำชกิจจำนเุ บกษำแต่ ทงั้ นตี ้ ้องไมใ่ ช้วิธีทำให้เจือจำง (dilution)

ข้อ 17 เสยี งดงั ที่เกิดจำกกำรประกอบกิจกำรต้องไมเ่ กินมำตรฐำนทร่ี ัฐมนตรีกำหนด โดยประกำศ
ในรำชกิจจำนเุ บกษำ

หมวด 5

ความปลอดภยั ในการประกอบกจิ การโรงงาน
ข้อ 18 โรงงำนประเภทใดต้องมีมำตรกำรค้มุ ครองควำมปลอดภัยในกำรดำเนินกำรอย่ำงไรให้
เป็ นไปตำมหลกั เกณฑ์และวิธีกำรทร่ี ัฐมนตรีกำหนดโดยประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำ
ข้อ 19 เคร่ืองจกั ร เคร่ืองอปุ กรณ์ หรือสิ่งทน่ี ำมำใช้ในโรงงำนประเภทใด ต้องมีมำตรกำร ค้มุ ครอง
ควำมปลอดภยั อย่ำงไรให้เป็ นไปตำมหลกั เกณฑ์ และวิธีกำรท่ีรัฐมนตรีกำหนด โดยประกำศในรำช
กิจจำนเุ บกษำบทเฉพำะกำล
ข้อ 20 ควำมในข้อ 1 ข้อ 3 และข้อ 3 ของหมวด 1 มิให้นำมำใช้บังคับกับโรงงำนท่ีได้รับใบ
อนญุ ำตประกอบกิจกำรโรงงำนอยแู่ ล้วก่อนวนั ท่กี ฎกระทรวงนใี ้ ช้บงั คบั

1. อำนำจของรัฐมนตรีในกำรกำหนดนโยบำย

2. กำหนดหน้ำท่ขี องผ้ปู ระกอบกิจกำรโรงงำน กรณีมีอบุ ตั ิเหตใุ นโรงงำน และพนกั งำนเจ้ำหน้ำที่
ยงั มอี ำนำจดำเนินกำรบำงประกำรควบคดู่ ้วย

3. อำนำจและหน้ ำท่ีของพนักงำนเจ้ ำหน้ ำท่ีและปลัดกระทรวงอุตสำหกรรมหรือผู้ซ่ึ ง
ปลดั กระทรวงอตุ สำหกรรมมอบหมำย ตำม พรบ โรงงำน พ.ศ 2535 มำตรำ 6 และประกำศกระทรวง
อตุ สำหกรรม ฉบบั ท่ี 3 พ.ศ 2535 ดงั ตอ่ ไปนี ้

(1) อำนำจเก่ียวกบั กำรตรวจโรงงำน
มำตรำ 35 เพ่ือปฏิบัติกำรให้เป็ นไปตำมพระรำชบญั ญัตินีใ้ ห้พนกั งำนเจ้ำหน้ ำที่มีอำนำจ

ดงั ตอ่ ไปนี ้
(ก) เข้ำไปในโรงงำนหรืออำคำร สถำนท่ีหรือยำนพำหนะท่ีมีเหตคุ วรสงสยั ว่ำจะประกอบ

กิจกำร โรงงำนในเวลำระหว่ำงพระอำทิตย์ขึน้ ถึงพระอำทิตย์ตกหรือในเวลำทำกำรของสถำนที่
ดงั กลำ่ วเพื่อตรวจ สภำพโรงงำน อำคำร สถำนท่ีหรือยำนพำหนะ สภำพเคร่ืองจกั ร หรือกำรกระทำใด
ทีอ่ ำจเป็ นกำรฝ่ ำฝื นบท บญั ญตั แิ หง่ พระรำชบญั ญตั นิ ี ้

(ค) ตรวจค้น กักยึดหรืออำยดั ผลิตภัณฑ์ภำชนะบรรจุสมุดบัญชีเอกสำร หรือสิ่งใด ๆ ท่ี
เก่ียวข้อง ในกรณีที่มีเหตสุ งสยั ว่ำกำรประกอบกิจกำรของโรงงำนอำจก่อให้เกิดอนั ตรำยแก่บุคคลหรือ
ทรัพย์สินที่อยู่ ในโรงงำนหรือที่อยใู่ กล้เคยี งกบั โรงงำน หรือมีกำรกระทำผิดตอ่ พระรำชบญั ญตั นิ ี ้

(ง) มีหนงั สือเรียกบุคคลใดมำให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสำรหรือวตั ถใุ ดมำเพ่ือประกอบกำร
พิจำรณำได้

(2) อำนำจจับผู้กระทำผิดหรือมีเหตุอนั ควรสงสยั ว่ำกระทำควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติ
โรงงำนมำตรำ 36 เม่อื ปรำกฏวำ่ บคุ คลใดกระทำควำมผิดตำมพระรำชบญั ญตั ินหี ้ รือมีเหตอุ นั ควรสงสยั
ว่ำ กระทำกำรเช่นว่ำนนั้ ให้พนกั งำนเจ้ำหน้ำที่ซ่ึงแต่งตงั้ จำกข้ำรำชกำรไม่ต่ำกว่ำระดบั 4 มีอำนำจ
จบั กมุ ผ้นู ้ นั้ เพื่อสง่ พนกั งำนสอบสวนดำเนนิ กำรตอ่ ไปตำมกฎหมำย

พรบ โรงงำน พ.ศ. 2535 หมวด 3 ว่ำด้วยบทกำหนดโทษ บัญญัติถึงควำมผิดและโทษอำญำ
สำหรับบุคลลต่ำง ๆ ไว้หลำยกรณี รวมทัง้ เร่ืองท่ีเกี่ยวข้องกับกำรกระทำควำมผิดอำญำดังกล่ำว
พิจำรณำได้ดงั นี ้

3.9.1 ความผิดท่กี ระทาโดยผู้ใดก็ตาม

มำตรำ 45 ผู้ใ้ ดฝ่ ำฝื นหรือไม่ปฏิบตั ิตำมกฎกระทรวงที่ออกตำมมำตรำ 8 (1) (2) (3) (4)
(5)หรือ(8) หรือประกำศของรัฐมนตรีที่ออกตำมกฎกระทรวงดงั กล่ำว ต้องระวำงโทษปรับไม่เกินสอง
แสนบำท

มำตรำ46 ผู้ใ้ ดฝ่ ำฝื นหรือไม่ปฏิบัติตำมกฎกระทรวงที่ออกตำมมำตรำ8 (6) หรือ(7) หรือ
ประกำศ ของรัฐมนตรีทีอ่ อกตำมกฎกระทรวงดงั กลำ่ ว ต้องระวำงโทษปรับไมเ่ กินสองหม่นื บำท

มำตรำ 47 ผู้ใดจดั ทำผลกำรตรวจสอบตำมมำตรำ 9 อนั เป็ นเท็จ ต้องระวำงโทษจำคกุ ไม่
เกินสองปี หรือปรับไมเ่ กินสองแสนบำทหรือทงั้ จำทงั้ ปรับ

3.9.2 ความผิดท่กี ระทาโดยผู้ประกอบกิจการโรงงาน
มำตรำ 48 ผ้ใู ดประกอบกิจกำรโรงงำนจำพวกท่ี 2 โดยไมไ่ ด้แจ้งให้พนกั งำนเจ้ำหน้ำทีท่ รำบ

ตำม มำตรำ 11 วรรคหน่ึง ต้องระวำงโทษจำคกุ ไมเ่ กินหกเดือน หรือปรับไมเ่ กินห้ำหม่ืนบำท หรือทงั้ จำ
ทงั้ ปรับ

มำตรำ 49 ผ้ปู ระกอบกิจกำรโรงงำนจำพวกท่ี 2 ผ้ใู ดแจ้งกำรประกอบกิจกำรไมถ่ กู ต้องครบ
ถ้วน ตำมทกี่ ำหนดในกฎกระทรวงตำมมำตรำ 11 วรรคสอง หรือไมป่ ฏิบตั ติ ำมมำตรำ 11 วรรคห้ำ หรือ
มำตรำ 33 ต้องระวำงโทษปรับไมเ่ กินสองหม่นื บำท

มำตรำ 50 ผ้ใู ้ ดประกอบกิจกำรโรงงำนจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนญุ ำตตำมมำตรำ 12
วรรคหนึ่ง หรือตงั้ โรงงำนโดยไมไ่ ด้รับใบอนญุ ำตตำมมำตรำ 12 วรรคสอง ต้องระวำงโทษจำคกุ ไมเ่ กิน
สองปี หรือปรับ ไม่เกินสองแสนบำท หรือทงั้ จำทงั้ ปรับ ในกรณีที่โรงงำนตำมวรรคหนึ่ง เป็ นโรงงำน
ประเภทหรือชนดิ ที่กำหนดจำนวนหรือขนำดท่ีจะให้ ตงั้ หรือไม่ให้ตงั้ ในท้องที่ใดตำมประกำศท่ีออกตำม
มำตรำ 32 (1) ผ้กู ระทำต้องระวำงโทษจำคกุ ไมเ่ กินส่ปี ี หรือปรับไมเ่ กินส่แี สนบำท หรือทงั้ จำทงั้ ปรับ

มำตรำ 51ผู้ร้ ับใบอนุญำตผู้ใ้ ดไม่ปฏิบัติตำมมำตรำ 13 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง
มำตรำ 19มำตรำ 28 หรือมำตรำ 33 ต้องระวำงโทษปรับไมเ่ กินสองหมน่ื บำท

มำตรำ 52ผ้รู ับใบอนญุ ำตผ้ใู ดขยำยโรงงำนโดยไมไ่ ด้รับใบอนญุ ำตขยำยโรงงำนตำมมำตรำ
18 ต้อง ระวำงโทษจำคกุ ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบำท หรือทงั้ จำทงั้ ปรับ ในกรณีท่ีโรงงำน
ตำมวรรคหนงึ่ เป็ นโรงงำนประเภทหรือชนิดท่ีกำหนดจำนวนหรือขนำดที่จะให้ ขยำยหรือไม่ให้ขยำยใน
ท้องท่ีใดตำมประกำศท่อี อกตำมมำตรำ 32 (1) ผ้กู ระทำต้องระวำงโทษจำคกุ ไม่เกินสี่ ปี หรือปรับไม่เกิน
สแ่ี สนบำทหรือทงั้ จำทงั้ ปรับ

มำตรำ53ผ้รู ับใบอนญุ ำตผู้ใดไม่ปฏิบตั ิตำมมำตรำ23 มำตรำ24 หรือมำตรำ25 ต้องระวำง
โทษ ปรับไม่เกินห้ำพันบำทมำตรำ54ผู้ประกอบกิจกำรโรงงำนผู้ใดไม่ปฏิบตั ิตำมมำตรำ 34 วรรคหน่ึง
ต้องระวำงโทษปรับไม่ เกินสองหมน่ื บำท

ผ้ทู ่ีทำงำนในโรงงำนหรือคนงำนผู้ใดยงั ฝ่ ำฝื นทำงำนในโรงงำนเฉพำะส่วนท่ีมีคำสงั่ ให้หยุด
ประกอบกิจกำรหรือยงั ฝ่ ำฝื นทำงำนในโรงงำนที่มคี ำสงั่ ปิ ดโรงงำนแล้วให้สนั นษิ ฐำนไว้กอ่ นว่ำเป็ นผ้รู ่วม
กระทำหรือสนบั สนนุ กำรกระทำควำมผิดตำมวรรคหนง่ึ แล้วแต่กรณีแตศ่ ำลจะลงโทษน้อยเพียงใดก็ได้
โดยคำนึงถึงฐำนะควำมรับผิดชอบต่อครอบครัวควำมจงใจฝ่ ำฝื นกฎหมำยและควำมมีส่วนสำคัญใน
กำรกระทำ


Click to View FlipBook Version