The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5 เศรษฐกิจอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by R R, 2020-05-30 04:18:47

5 เศรษฐกิจอยุธยา

5 เศรษฐกิจอยุธยา

สภาพทางภูมิศาสตร์ส่งผลให้กรุงศรีอยุธยา และ
หัวเมอื งต่างๆ ในราชอาณาจักร
มคี วามอดุ มสมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารเกษตรกรรม

ทาเลท่ีต้ังของกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นศูนย์กลางของ
อาณาจักร ส่งผลให้อาณาจกั รอยุธยาเปน็ ศูนยก์ ลาง
ทางการคา้ ทงั้ ภายในและภายนอกราชอาณาจกั ร

นโยบายทางการค้า การเมืองการปกครอง และ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศของพระมหากษัตรยิ ์

อาณาจักรอยุธยาตั้งอยู่ในบริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้า
เจ้าพระยาตอนล่าง ท่ีเกิดจากการทับถมของดินตะกอน
ทาให้ดินบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทา
เกษตรกรรมเปน็ อยา่ งมาก

อาณาจักรอยุธยามีบทบาทสาคัญในฐานะเป็นศูนย์กลาง
การค้าซ่ึงได้สร้างความมั่งคั่งให้แก่อาณาจักรอย่างต่อเน่ือง
ท้ังนี้เพราะสภาพที่ต้ังของกรุงศรีอยุธยาเหมาะสมกับการ
ติดต่อค้าขายทั้งภายในอาณาจักรและการค้ากับต่างชาติ
ดงั นี้

การคา้ ขายภายในอาณาจกั ร

ศนู ย์กลางการคา้ ภายในของกรงุ ศรีอยุธยาอยทู่ ี่ ยา่ นหรอื ปา่
ซึ่งเป็นสถานทผ่ี ลิตและขายสนิ คา้ เช่น ยา่ นปา่ ขนม
และตลาดน้าทพี่ ่อคา้ แม่ค้าชาวพื้นเมืองนาสินคา้ มาแลกเปลี่ยน
กนั สินค้าพื้นเมอื งท่ีขายตามตลาดส่วนใหญ่เปน็ สินค้า
หัตถกรรม

การคา้ ระหวา่ งประเทศ

อาณาจักรอยุธยามชี ยั ภมู ิเหมาะสมกบั การค้าระหว่าง
ประเทศ เน่อื งจากเป็นเมอื งท่าท่ีอย่กู ึง่ กลางเส้นทาง
การเดินเรือค้าขายระหว่างประเทศจีนกับอินเดีย ประกอบกับ
ความเข้มแข็งทางการเมืองและนโยบายการค้าของผู้นา
ทาใหเ้ ปน็ ศนู ย์รวมของสินค้าจากเมอื งทา่ ตา่ งๆ

เปน็ แหลง่ รวมของสนิ คา้ ประเภทของป่า

เปน็ ศนู ยก์ ลางของการคา้ สง่ ผา่ น
ลกั ษณะการคา้ ของอาณาจกั รอยุธยา

การคา้ กับตา่ งประเทศในสมัยอยุธยาตอนต้น
เป็นการค้าก่ึงผูกขาด เป็นการค้าสาเภากับชาติต่างๆ ใน
ภูมภิ าคเอเชยี ดว้ ยกนั ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นการค้าท่ีดาเนินการ
โดยพระมหากษัตริย์ เจ้านายและขุนนาง แต่สามารถ
ติดต่อค้าขาย กับราษฎรและพ่อค้าชาติอื่นที่อยู่ในกรุงศรี
อยุธยาได้โดยตรง

ลกั ษณะการคา้ ของอาณาจกั รอยุธยา
เปน็ ผ้ดู ูแลเกี่ยวกบั การค้าของอาณาจักร

โดยแบ่งออกเป็น ๒ สว่ น คอื กรมทา่ ขวาซึ่งจะควบคุม
การคา้ กับชาติตะวันตก กรมท่าซา้ ยจะควบคุมดูแล
การค้ากับจนี และฮอลนั ดา หนา้ ที่หลักของกรมทา่ คือ
การผูกขาดสนิ ค้า กาหนดชนดิ ของสินค้าต้องหา้ มและ
เกบ็ คา่ ธรรมเนียมการคา้

การจดั เก็บรายไดข้ องอาณาจกั ร

จังกอบ สว่ ย

อากร ฤชา

รายจา่ ยของอาณาจักร

พระมหากษตั ริย์
พระบรมวงศานวุ งศ์
ขนุ นาง

ไพร่
ไพร่หลวง

ไพร่สม

ทาส ทาสสนิ ไถ่
ทาสในเรอื นเบีย้
ทาสทไ่ี ดม้ าดว้ ยการรบั มรดก
ทาสทา่ นให้

ทาสท่ชี ว่ ยไวจ้ ากโทษทณั ฑ์
ทาสทชี่ ว่ ยจากทพุ ภิกขภยั
ทาสเชลย

ชาวตา่ งชาตใิ นสมยั อยธุ ยา

สังคมสมัยอยุธยาถือเปน็ สงั คมที่มหี ลายชนชาติ
หลายศาสนารวมอยู่ดว้ ยกัน ไดแ้ ก่
ชาวเอเชีย

พอ่ คา้ ทเี่ ข้ามาคา้ ขายและตัง้ หลกั แหล่งในกรงุ ศรีอยุธยา
อินเดีย อาหรับ มลายู และญ่ีปุ่น ซ่ึงราชสานักอยุธยา
ได้ให้ความอุปถัมภ์ชาวต่างชาติเหล่าน้ี เช่น จัด
สถานท่ีให้ต้ังบ้านเรือนอยู่เป็นชุมชนนอกกาแพงเมือง
ชาวตา่ งชาติเหล่านี้มเี สรีภาพในการนับถือศาสนา และ
ปฏบิ ตั ิตามประเพณขี องตนได้อย่างเต็มท่ี

พ่อค้าต่างชาติไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานเหมอื นกบั
ราษฎรท่ัวไป แตใ่ นเวลาสงครามอาจถูกขอความ
ชว่ ยเหลือในเร่ืองเงินและกาลงั คนช่วยรบด้วย

ชาวตะวนั ตก สมัยสมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๒
ชาวตะวนั ตกไดเ้ ข้ามาคา้ ขาย

และตงั้ ถ่ินฐานในอยธุ ยา โดยโปรตเุ กสเขา้ มาเป็นชาติแรก
ตามมาด้วยชาติอ่ืนๆ ซ่ึงได้แก่ สเปน ฮอลันดา อังกฤษ
และฝร่ังเศส เข้า มาเจริญสัมพันธไ มตรี ทางการทูต
มีจุดประสงค์อื่นคือ เข้ามาทาการค้าขายและเผยแผ่คริสต์
ศาสนา

สงั คมสมยั อยุธยาประกอบด้วยผูค้ นหลากหลายชนชาติ
ทาใหเ้ กิดการประสานและผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมอัน
เป็นรากฐานสาคัญตอ่ พฒั นาการทางสังคมตลอดสมยั
อยธุ ยา

การเลอื กสถานท่ตี ง้ั กรงุ ศรีอยุธยาเป็นปัจจัยหนึง่ ท่ีทา
ใหอ้ าณาจักรอยุธยาเปน็ อาณาจกั ร
กรงุ ศรีอยุธยา
ท่เี จรญิ รงุ่ เรือง

การควบคมุ กาลงั ไพรพ่ ลในระบบศกั ดนิ าและระบบไพร่

การควบคมุ คนอยา่ งเป็นระเบียบ เรียกวา่ ระบบศกั ดนิ า และ
ระบบไพรข่ ้ึน ระบบศกั ดนิ าเปน็ ขอ้ กาหนดท่ีกาหนดหนา้ ท่ี
ความรับผิดชอบ สิทธิ และฐานะของชนช้นั ต่างๆ

ระบบไพร่เป็นการควบคุมกาลังคนที่กระจายอยู่ในท้องท่ี
ต่างๆ ให้เข้ามาสังกัดเป็นหมวดหมู่ เพ่ือประโยชน์ในการเป็น
แรงงานในระบบเศรษฐกิจในยามสงบ และเป็นไพร่พลใน
กองทัพในยามสงคราม ไพร่แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
ไพร่หลวง และไพร่สม



การผสมผสานความเช่อื ในศาสนา

ค ว า ม คิ ด ค ว า ม เ ชื่ อ ร ะ ห ว่ า ง ศ า ส น า พ ร า ห ม ณ์ กั บ
พระพุทธศาสนา มีอิทธิพลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ห ล า ย ด้ า น โ ด ย เ ฉ พ า ะ ใ น พ ร ะ ร า ช พิ ธี ต่ า ง ๆ เ ช่ น
พ ร ะ ร า ช พิ ธี ถื อ น้ า พ ร ะ พิ พั ฒ น์ สั ต ย า
(ธรรมเนียมที่เจ้านาย ขุนนางแสดงความจงรักภักดีต่อ
พระมหากษตั รยิ ด์ ว้ ยการดืม่ น้า)

จติ รกรรม ภาพจติ รกรรมสมัยอยธุ ยามจี ุดมุง่ หมาย

เพ่ือสือ่ สะทอ้ นศรทั ธา
จติ รกรรมสมยั อยธุ ยาตอนตน้

นิยมเขียนภาพประดับศาสนสถาน เช่น โบสถ์ วิหาร แสดงให้
เหน็ อิทธิพลของศลิ ปะแบบเขมร

จิตรกรรม
จิตรกรรมสมัยอยุธยา
ตอนกลาง

อิทธิพลของศิลปะแบบสุโขทัยเร่ิมเข้ามา
แทนที่ศิลปะแบบเขมร ภาพที่วาดมีท้ัง
ภาพพระพุทธองค์และภาพประกอบเร่ือง
ทว่ี าดลงบนสมดุ ขอ่ ย

จติ รกรรมสมัยอยุธยา
ตอนปลาย

ภาพวาดได้รบั การผสมผสานและ
ปรบั ปรุงใหเ้ ปน็ แบบของตนเอง
นยิ มวาดภาพเลา่ เรอื่ ง

ประติมากรรม
ประตมิ ากรรมสมยั อยุธยา ตอนตน้

ประติมากรรม
ประตมิ ากรรมสมัยอยธุ ยาตอนกลาง
ปรบั รปู แบบของศลิ ปะแบบเขมร

แ ล ะ แ บ บ สุ โ ข ทั ย เ ข้ า ด้ ว ย กั น จึ ง เ กิ ด รู ป แ บ บ ใ ห ม่ ข้ึ น

ถือเปน็ ศิลปะรปู แบบสมยั อยุธยาอยา่ งแท้จริง

ประติมากรรม นิยมสร้างพระพุทธรูป
ประตมิ ากรรมสมยั ทรงเครื่องแบบราชาธริ าช
อยธุ ยาตอนปลาย

มที ้งั แบบทีเ่ รียกว่าทรงเครื่องใหญ่และทรงเครอ่ื งน้อย

สถาปตั ยกรรม

การก่อสร้างอาคารท่ีอยู่อาศัยสมัยอยุธยามักใช้ไม้เป็นวัสดุ
หลัก ดงั นนั้ จึงสูญหายไปเกือบหมดตามกาลเวลา ปัจจุบันเป็น
สถาปัตยกรรม ที่เกี่ยวเน่ืองกับพระพุทธศาสนา เช่น โบสถ์
วิหาร และสถูปเจดีย์ต่างๆ ที่ก่อสร้างด้วยวัสดุคงทนประเภท
อิฐ ศลิ าแลง

สถาปตั ยกรรมสมัยอยธุ ยาตอนตน้

สถาปตั ยกรรม
สถาปตั ยกรรมสมยั อยุธยาตอนกลาง

สถาปตั ยกรรม
สถาปตั ยกรรมสมยั อยุธยาตอนปลาย

งานจาหลักไม้ท่ียังหลงเหลือ
อยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ บานประตู
พระเจดีย์สามองค์ วัดพระศรีสรร
เพชญ์ เป็นรูปเทวดา ยืนถือพระ
ขรรค์ เหนือเศียรเป็นฉัตร สร้าง
ในสมัยพระบรมราชาธริ าชที่ ๔

นาฏศลิ ป์ นาฏศิลปใ์ นสมยั อยุธยาทป่ี รากฏอยใู่ นหลักฐาน
คือ โขน และหนงั ใหญเ่ ปน็ การละเลน่ ที่นิยมกนั
มาก

นาฏศลิ ป์ การละเล่นดนตรีคือ
วงมโหรี

เป็นวงดนตรีทม่ี ีเครื่องดนตรคี รบทุก
ประเภท คือ ดดี สี ตี เป่า

ภาษาไทย หนงั สอื จนิ ดามณี เป็นตาราแบบเรียน
ภาษาไทยทีใ่ ช้กันในสมยั อยธุ ยา

วรรณกรรม ลลิ ติ โองการแชง่ นา้
วรรณกรรมสมยั อยธุ ยา ลลิ ติ ยวนพ่าย
ตอนปลาย
สมุทรโฆษคาฉนั ท์
วรรณกรรมสมยั อยธุ ยา โคลงทศรถสอนพระราม
ตอนกลาง โคลงพาลสี อนนอ้ ง

วรรณกรรม

วรรณกรรมสมยั อยธุ ยาตอนตน้
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรได้ทรงนิพนธ์ เร่ือง นันโทปนันทสูตร
คาหลวง และ พระมาลัยคาหลวง

ในสมยั อยธุ ยาตอนปลายนิยมแต่งวรรณกรรมประเภท
นิทานเป็นกลอนบทละคร เช่น ดาหลัง ของเจ้าฟ้ากุณฑล
อิเหนา ของเจ้าฟ้ามงกุฎ นอกจากน้ีมีบทละครนอกอีก
หลายเรือ่ ง เช่น รามเกยี รต์ิ สังข์ทอง พิกลุ ทอง

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นที่รู้จักในฐานะวีรกษัตริย์

หรือในพระนาม พระองค์ดา หรือ พระนเรศ โดยสมเด็จพระ

นเรศวรมหาราชทรงพระปรีชาสามารถในการสงครามและการ

ปกครอง อีกทั้งพระองค์ยังเปน็ นกั การต่างประเทศทที่ รงพระปรีชา

สามารถในการดาเนนิ นโยบายอยา่ งกล้าหาญอีกดว้ ย

พระราชกรณยี กจิ พระราชกรณยี กจิ

ดา้ นการปกครอง ดา้ นการทหาร

พระราชประวัติ

สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ป ร ะ สู ติ ที่ เ มื อ ง พิ ษ ณุ โ ล ก เ มื่ อ
พ.ศ.๒๐๙๘ เป็นพระราชโอรส
ในสมเด็จพระมหาธรรมราชา
และพระวสิ ุทธกิ ษัตรี

พระราชกรณียกจิ ดา้ นการ
ตา่ งประเทศ

รักษาความสัมพันธ์อันดี
กบั นานาประเทศทั้งด้านการ
ทูตและการคา้

พระราชประวตั ิ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชหรือ
อี ก พ ร ะ น า ม ห น่ึ ง คื อ ส ม เ ด็ จ
พ ร ะ ร า ม า ธิ บ ดี ศ รี ส ร ร เ พ ช ญ์
เ ป็ น พ ร ะ ร า ช โ อ ร ส ใ น ส ม เ ด็ จ
พระเจ้าปราสาททอง

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ท่ีทรง
พระปรีชาสามารถ ในสมัยของพระองค์มีความเจริญรุ่งเรือง
ก้าวหน้าในทุกด้าน ท้ังในด้านเศรษฐกิจ การ ต่างประเทศ
การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม วรรณคดีที่สาคัญหลายเรื่องเกิดขึ้นใน
สมัยของพระองค์ จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีในสมัย
อยธุ ยา

พระราชกรณียกจิ
ดา้ นการตา่ งประเทศ

พระราชกรณียกจิ ดา้ นสัมพนั ธไมตรกี บั ฝรง่ั เศส

วี ร ก ร ร ม ข อ ง ช า ว บ้ า น
บ า ง ร ะ จั น เ ป็ น พ ลั ง ข อ ง
ป ร ะ ช า ช น ช า ว บ้ า น ที่ มี ต่ อ
แ ผ่ น ดิ น โ ด ย ส า ม า ร ถ ร บ
ต่ อ ต้ า น ข้ า ศึ ก ด้ ว ย ค ว า ม
กล้าหาญ แสดงพลังแห่งความ
สามัคคี นับเป็นการเสียสละที่
ยง่ิ ใหญ่

ปจั จัยภายใน
ได้แก่

ความเสือ่ มของสถาบนั กษตั ริย์

ความออ่ นแอของผนู้ าสมยั อยธุ ยาตอนปลาย

ความออ่ นแอทางกาลงั ทหาร

ปัจจยั ภายนอก

เมื่อ พ.ศ. ๒๓๐๙ พม่าก็ยกทัพเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา
และด้วยปัญหาต่างๆ นามาซึ่งความไม่พร้อมใน
การรบ ทาให้อาณาจักรอยุธยาพ่ายแพ้สงคราม
แกพ่ มา่ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐


Click to View FlipBook Version