เครื่องหมายความปลอดภยัหมายถ ึ ง ส ิ่งท ี่ใชส้ื่อความหมายเก ี่ยวกบั ความปลอดภัย โดยมี สี รูปแบบ และสัญลักษณ์ภาพ หรือข้อความแสดงความหมาย โดยเฉพาะเพ ื่อความปลอดภยัแบ ่ งออกเป็ น 3 ประเภท 1. เครื่องหมายความปลอดภยัท ี่ใชส้ ัญลกัษณ ์ เพ ี ยงอยา ่ งเด ี ยว(Symbol) 2. เคร ื่องหมายความปลอดภยัท ี่ใชข ้ อ ้ ความอยา ่ งเด ี ยว(Text) 3. เคร ื่องหมายความปลอดภยัท ี่ใชท ้ ้ งัสัญลกัษณ ์ และขอ ้ ความ (Symbol and text)
แบ ่ งตามลกัษณะการใชง ้ านไดด ้ งัน ้ ี 1. เครื่องหมายห้าม 2. เครื่องหมายบังคับ 3. เครื่องหมายเตือน 4. เคร ื่องหมายสารน ิ เทศเก ี่ยวกบัความปลอดภยั 5. เคร ื่องหมายเก ี่ยวกบัการป้ องกนัและระงบัอัคคีภัย
อิทธิพลของสีในเชิงจิตวิทยา 1. ส ี แดง ทา ใหร ้ ู ้ส ึ กอบอ ุ ่ น ร ้ อนแรงกระต ุ น ้ ใหต ้ื่นเตน ้ น ่ ากลวัน ่ าระวงัและเปลวเพล ิ ง 2. ส ี น ้ า เง ิ น ทา ใหร ้ ู ้ส ึ กสง ่ าผา ่ เผย วงัเวง สงบเสง ี่ยม ล ึ กซ ้ึ งและเยอ ื กเยน ็ 3. ส ี เข ี ยว ทา ใหร ้ ู ้ส ึ กช ุ ่ มช ื่น สดช ื่น กระปร ้ ี กระเปร ่ าและพกัผอ ่ น 4. สีขาว ท าให้รู้สึกไร้เดียงสา ซื่อสัตย์ ยอมแพ้ 5. ส ี ดา ทา ใหร ้ ู ้ส ึ กท ึ บ ข ึ งขงัหนกัแน ่ น เศร ้ า น ่ ากลวัเป็ นความลบัและสงบ
ตัวอย่างที่ 1. เครื่องหมายห้าม
ตัวอย่างที่2. เครื่องหมายบังคับ
ตัวอย่างที่ 3. เครื่องหมายเตือน
ตัวอย่างที่ 4. เครื่องหมายความปลอดภัย
ตัวอย่างที่ 5. เคร ื่องหมายป้ องกนัอัคคีภัย
สัญลักษณ์ และ รหัสแสดงอันตรายของสารเคมี 1. ระบบ NFPA 2. ระบบ EEC
หน่วยที่ 9 เคร ื ่ องป้ องกน ั อน ั ตรายส ่ วนบ ุ คคล
เคร ื่องป้ องกนัอนัตรายส ่ วนบ ุ คคล(Personal Protective Devices (PPP) หรือPersonal Protective Equipment (PPE)) หมายถึง อุปกรณ์ส าหรับผู้ปฏิบัติงาน ในการสวมใส ่ ขณะทา งานเพ ื่อป้ องกนัอนัตรายอนัอาจเก ิ ดข ้ึ น เน ื่องจากสภาพและ ส ิ่งแวดลอ ้ มของการทา งาน
เคร ื่องป้ องกนัอนัตรายส ่ วนบ ุ คคลแบ ่ งออกไดด ้ งัน ้ ี 1. เคร ื่องป้ องกนัศ ี รษะ(Head Protection Devices) 2. เคร ื่องป้ องกนัตาและใบหนา ้ (Eye and Face Protection Devices) 3. เคร ื่องป้ องกนัห ู(Ear Protection) 4. เคร ื่องป้ องกนัม ื อ น ิ ้ วม ื อและแขน (Hand Leathers and Arm Protection) 5. เคร ื่องป้ องกนัเทา ้ และขา 6. เคร ื่องป้ องกนัอนัตรายของระบบหายใจ (Respiratory Protective Devices) 7. เคร ื่องป้ องกนัพ ิ เศษท ี่ใชง ้ านเฉพาะ
1. เคร ื่องป้ องกนัศ ี รษะ(Head Protection Devices) แบ ่ งออกตามค ุ ณสมบตัิ ของการใชง ้ านไดเ ้ป็ น 4 ประเภท ดงัน ้ ี 1. ประเภท A ท ามาจากพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาส 2. ประเภท B ท ามาจากวัสดุสังเคราะห์ประเภทพลาสติก หรือไฟเบอร์กลาส 3. ประเภท C ท ามาจากวัสดุที่เป็ นโลหะ 4. ประเภท D ท ามาจากวัสดุสังเคราะห์ประเภทพลาสติก และไฟเบอร์กลาส
2. เคร ื่องป้ องกนัตาและใบหนา ้ (Eye and Face Protection Devices) 2.1 แวน ่ ตาน ิ รภยั (Protective Spectacles or Glasses) 2.2 อ ุ ปกรณ ์ป้ องกนั ใบหนา ้ (Face Protection) การด ู แลร ั กษาแว ่ นน ิ รภ ั ย 1. ทา ความสะอาดดว ้ ยการลา ้ งดว ้ ยสบ ่ ู กบัน ้ า อ ุ ่ น แลว ้ แช ่ในน ้ า ยาฟี นอล น ้ า ยาไฮโดรคลอไรด์หร ื อน ้ า ยาแอมโมเน ี ยนานประมาณ 10 นาที แลว ้ ท ิ ้ งไวใ้ หแ ้ หง ้ หร ื อใชเ ้ คร ื่องเป่ าใหแ ้ หง ้ 2. เกบ ็ ไวใ้ นท ี่ท ี่ไม ่ ม ีฝ่ น ุ และความช ้ ื นส ู ง 3. เม ื่อม ี การชา ร ุ ดเส ี ยหายควรซ ่ อมแซมปรับปร ุ งใหส้ ามารถใชง ้ านไดอ ้ ยา ่ งปกต ิ และควรใชเ ้ป็ นอ ุ ปกรณ ์ ส ่ วนตวั ไม ่ ควรใชร ้่ วมกนัแบบของส ่ วนรวม
3. เคร ื่องป้ องกนัห ู(Ear Protection) 3.1.ที่อุดหู(Ear plug) 3.2 ที่ครอบหู(Ear muff)
4. เคร ื่องป้ องกนัม ื อ น ิ ้ วม ื อและแขน (Hand Leathers and Arm Protection) ถ ุ งม ื อหร ื อเคร ื่องสวมเฉพาะน ิ ้ วชน ิ ดต ่ าง ๆ ตามความเหมาะสมกบัลกัษณะของงานดงัน ้ ี 1. ถุงมือใยหิน ใช้ส าหรับงานที่ต้องสัมผัสความร้อน 2. ถ ุ งม ื อใยโลหะใชส้ า หรับงานท ี่เก ี่ยวกบัการใชข ้ องม ี คม 3. ถุงมือยาง ใช้ส าหรับงานไฟฟ้ า 4. ถุงมือยางชนิดไวนีลหรือนีโอพรีน ใช้ส าหรับงานที่ต้องสัมผัสสารเคมี 5. ถุงมือหนังใช้ส าหรับงานที่ต้องสัมผัสวัสดุที่หยาบ 6. ถุงมือหนังเสริมใยเหล็ก ใช้ส าหรับงานหลอมโลหะหรือถลุงโลหะ 7. ถุงมือผ้าหรือเส้นใยทอ ใช้ส าหรับงานที่ต้องหยิบจับวัสดุอุปกรณ์เบา ๆ 8. ถ ุ งม ื อผา ้ หร ื อใยทอเคล ื อบน ้ า ยา ใชส้ า หรับงานท ี่ตอ ้ งสัมผสัสารเคม ีโดยทวั่ ไป
5. เคร ื่องป้ องกนัเทา ้ และขา ชนิดเบอร์ แรงกระแทก (ปอนด์) แรงอัด (ปอนด์) 75 50 30 75 50 30 2,500 875 100 ชน ิ ดของอ ุ ปกรณ ์ป้ องกนัเทา ้ กบัการใชง ้ าน 1. รองเท้าชนิดหุ้มข้อและเป็ นฉนวนที่ดี ใช้ส าหรับงานไฟฟ้ า 2. รองเทา ้ ห ุ ม ้ แขง ้ เป็ นรองเทา ้ ท ี่ออกแบบสา หรับป้ องกนัอนัตรายจากการทา งานท ี่ม ี ความร ้ อน 3. รองเทา ้ พ ้ ื นโลหะท ี่ยด ื หยน ุ ่ ได ้ใชส้ า หรับงานก ่ อสร ้ าง 4. รองเทา ้ พ ้ ื นไม ้ เหมาะสา หรับการใชง ้ านในสถานท ี่ทา งานท ี่พ ้ ื นเปี ยกช ้ ื น 5. รองเทา ้ หวัโลหะเหมาะสา หรับใชก ้ บัการทา งานท ี่อาจม ี วตัถ ุ ส ิ่งของน ้ า หนกัมากตกใส ่
6. เคร ื่องป้ องกนัอนัตรายของระบบหายใจ (Respiratory Protective Devices) วธ ิี การใช ้ อ ุ ปกรณ ์ ช ่ วยหายใจอย ่ างปลอดภ ั ย 1. ผใ ู ้ ชต ้ อ ้ งผา ่ นการอบรมเทคน ิ คและว ิ ธ ีใชม ้ าเป็ นอยา ่ งด ีใชไ้ ดอ ้ ยา ่ งถก ู ตอ ้ ง 2. อ ุ ปกรณ ์ ตอ ้ งม ี ความสมบ ู รณ ์ไม ่ ชา ร ุ ดเส ี ยหาย 3. ต้องศึกษารายละเอียดในการปรับปริมาณออกซิเจนเข้าออก 4. มีอุปกรณ์ส ารองส าหรับการท างานในที่ที่มีอันตรายสูง 5. ศ ึ กษาระยะเวลาท ี่ตอ ้ งปฏ ิ บตัิ งานกบัข ี ดจากดัของเวลาในการใชอ ้ ุ ปกรณ ์ น ้ นั 6. ทีมงานผู้ที่ใช้อุปกรณ์ควรจะต้องได้รับการฝึ กอบรมสาธิตวิธีการใช้
7. เคร ื่องป้ องกนัพ ิ เศษท ี่ใชง ้ านเฉพาะ แถบสีที่ติดกับหน้ากาก ชนิดของก๊าซ สีขาว สีขาวคาดแถบสีเขียว กว้าง 1 นิ้ว ดา้นล่าง สีขาว คาดแถบสีเหลือง กว้าง 1 นิ้ว ดา้นล่าง สีด า สีเขียว สีฟ้า แถบขาวคาดดา กว้าง 1 นิ้ว สีเหลือง สีแดงหรืออาจมีแถบสีฟ้าหรือเทาคาด สีม่วง ก๊าซที่ออกฤทธิ์เป็นกรด ก๊าซไซยาไนท์ ก๊าซคลอรีน ก๊าซหรือไอสารอินทรีย์ ก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ฝุ่น ไอ ควันละอองหมอก ก๊าซที่เป็นกรดและไอสารอินทรีย์ ก๊าซทุกตัวทั่วไป สารกัมมันตภาพรังสี
ชน ิ ดเคร ื่องป้ องกนัพ ิ เศษท ี่ใชง ้ านเฉพาะในการปฏ ิ บตัิ งาน 1. อ ุ ปกรณ ์ป้ องกนัลา ตวัเพ ื่อใชป้้ องกนัของแหลมคมหร ื อม ี แง ่ คมต ่ าง ๆ 2. ช ุ ดป้ องกนัท ี่ทา จากหนงั ใชส้ า หรับสวมใส ่ป้ องกนัร ่ างกายจากการทา งาน ท ี่ม ี การแผค ่ วามร ้ อน 3. ช ุ ดป้ องกนัท ี่ทา จากแอสเบสตอส ใช้ส าหรับงานที่มีความร้อนสูง 4. ช ุ ดป้ องกนัท ี่ทา จากอลม ู ิ เน ี ยม ใชป้้ องกนัความร ้ อนส ู ง 5. อ ุ ปกรณ ์ ช ่ วยช ี ว ิ ตในการทา งาน เพ ื่อช ่ วยป้ องกนัอนัตรายจากการทา งานในท ี่ส ู ง
หน่วยที่ 10 การปฐมพยาบาลในสถานประกอบการ
การปฐมพยาบาล หมายถ ึ งการใหค ้ วามช ่ วยเหล ื อเบ ้ ื องตน ้ แก ่ ผท ู ้ี่ได ้ รับอุบัติภัยหรือเจ็บป่ วยกระทันหันโดยใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่พอจะหาได้ ในบร ิ เวณน ้ นัเพ ื่อช ่ วยบรรเทาอาการของผป ู ้่ วยและช ่ วยใหผ ้ ป ู ้่ วยไดร ้ับอนัตรายนอ ้ ยลง ก ่ อนท ี่จะนา ส ่ งโรง พยาบาลเพ ื่อใหแ ้ พทยท ์ า การรักษาพยาบาลต ่ อไป ความสา คญัของการปฐมพยาบาลค ื อ ช ่ วยรักษาช ี ว ิ ตผป ู ้่ วย ช ่ วยป้ องกนัไม ่ใหผ ้ ป ู ้่ วยไดร ้ับอนัตรายมากข ้ึ น ช ่ วยบรรเทาอาการเจบ ็ ป่ วยและ ช ่ วยใหผ ้ ป ู ้่ วยฟ ้ ื นตวัและกลบัค ื นส ่ ู สภาพเด ิ มโดยเร ็ ว
ข ้ นัตอนการปฐมพยาบาล 1. ประเมินสภาพผู้ป่ วย 2. ประเมินสภาพแวดล้อม 3. ด าเนินการปฐมพยาบาล 4. บันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ 5. นา ผป ู ้่ วยส ่ งต ่ อเพ ื่อรับการรักษา
การเคลื่อนย้ายผู้ป่ วยจะท าในกรณีจ าเป็ นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่ วยและ ผป ู ้ ฐมพยาบาลการเคล ื่อนยา ้ ยท ี่ถก ู ว ิ ธ ี ม ี ความสา คญัมาก ม ี ดงัน ้ ี 1. การเคล ื่อนยา ้ ยโดยผช ู ้่ วยเหล ื อคนเด ี ยว 2. การเคล ื่อนยา ้ ยผป ู ้่ วยโดยผช ู ้่ วยเหล ื อสองคน 3. การเคล ื่อนยา ้ ยผป ู ้่ วยโดยผช ู ้่ วยเหล ื อสามคน 4. การเคลื่อนย้ายผู้ป่ วยโดยใช้ผ้า 5. การเคลื่อนย้ายผู้ป่ วยโดยใช้เปลหาม
สารพิษ (Poisons) หมายถึง สารเคมีที่มีสภาพเป็ นของแข็ง ของเหลว หร ื อก ๊ าซ ซ่ึ งเขา ้ส ่ ู ร ่ างกายทางปาก ทางเด ิ นหายใจหร ื อทางผ ิ วหนงัแลว ้ ทา ให ้ เก ิ ดอนัตรายต ่ อโครงสร ้ างและหนา ้ ท ี่ของร ่ างกายดว ้ ยปฏ ิ ก ิ ร ิ ยาทางเคม ี การร ั กษาพยาบาลผ ้ ู ถ ู กสารพษ ิ ผป ู ้ ฏ ิ บตัิ งานจะไดร ้ับอนัตรายจากพ ื ชม ี พ ิ ษ เช ่ น เห ็ ดพ ิ ษ ผกัหวานป่ า โดยการรับประทานเข้าไป การปฐมพยาบาลท าได้โดยการท าให้อาเจียน ทา ใหส้ ารพ ิ ษเจ ื อจางดว ้ ยการด ื่มนมหร ื อน ้ า การใหร ้ับประทานผงถ ่ าน เพื่อดูดซับสารพิษประเภทของสารพิษจากพืช
หลักส าคัญของการปฐมพยาบาลผู้ป่ วยกระดูกหัก คือ 1. ใหส้ ่ วนท ี่หกัอยน ่ ู ิ่งๆ โดยเขา ้ เผ ื อกชวั่คราวหร ื อการพนัผา ้ ยด ึใหน ้ ิ่ง 2. หากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่ วยให้ท าด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ป่ วย ที่กระดูกสันหลังหัก 3. หากกระดูกหักชนิดเปิ ด มีบาดแผลและมีเลือดออกมากให้ห้ามเลือด โดยใชผ ้ า ้สะอาดกดท ี่บาดแผล ปฐมพยาบาลบาดแผลเหม ื อนกบับาดแผล ฉ ี กขาด แลว ้ ร ี บนา ผป ู ้่ วยส ่ งโรงพยาบาลทนัท ี
หลักการส าคัญในการปฐมพยาบาลผู้ถูกกระแสไฟฟ้ า 1. ห้ามสัมผัสผู้ที่ถูกกระแสไฟฟ้ าดูดหรือ ช๊อตอย ่ ู 2. ตดักระแสไฟฟ้ าหร ื อใชว ้ิ ธ ี การท ี่ปลอดภยัในการช ่ วยเหล ื อผู้ป่ วย ออกมาจากการเป็ นส ่ วนหน่ึ งของวงจรไฟฟ้ า 3. เคล ื่อนยา ้ ยผป ู ้่ วยออกจากท ี่เก ิ ดเหต ุ อยา ่ งปลอดภยั 4. ถา ้ ม ี การหยด ุ หายใจหร ื อหวัใจหยด ุ เตน ้ ใหท ้ า การกช ู ้ี พทนทีแล้วรีบน า ั ผป ู ้่ วยส ่ งโรงพยาบาล
การปฐมพยาบาลเม ื่อม ี ส ิ่งแปลกปลอมเขา ้ ตา 1. ควรล ื มตาในน ้ า สะอาด และกะพร ิ บตาชา ้ ๆ 2. ควรด ึ งเปล ื อกตาท ้ งับนและล ่ างใหห ้ ่ างออกจากกนั 3. ถา ้ ร ู ้ส ึ กวา ่ ยงัม ี ส ิ่งแปลกปลอมต ิ ดอย ่ ู 4. ในกรณ ี ท ี่ม ี ส ิ่งแปลกปลอมฝังลงในตา ไม ่ ควรขย ้ ต ี าหร ื อใชข ้ องแหลมเขี่ย ออก 5. เม ื่อผป ู ้่ วยถก ู กรดหร ื อด ่ างกระเดน ็ เขา ้ ตา ตอ ้ งร ี บใชน ้ ้ า สะอาดล้างหน้าและ ตาโดยเร ็ วก ่ อนไปพบแพทย ์
หน่วยที่ 11 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีวอนามัย
กฎหมายความปลอดภัยในการท างาน เป็ นกฎหมายที่ออกมาในรูปแบบของประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่103 ม ี ลกัษณะท ี่เป็ นท ้ งักฎหมายเอกชน และมหาชน บทบญัญตัิ ของกฎหมาย เป็ นขอ ้ กา หนดของรัฐเพ ื่อประโยชน ์ ของส ่ วนรวม การฝ่ าฝื นจ ึ งเป็ นความผ ิ ดต ่ อรัฐ ตอ ้ งรับโทษทางอาญา ลักษณะของกฎหมายเอกชนกฎหมายความปลอดภัยในการท างาน ปัจจ ุ บนัม ี ท ้ งัหมดจา นวน 17 ฉบับ
สา หรับประเทศไทยม ี กฎหมายท ี่เก ี่ยวขอ ้ งกบัเร ื่องของความปลอดภยั และอาช ี วอนามยัเร ิ่มข ้ึ นดงัน ้ ี 1. พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 2. พ.ร.บ. ส ่ งเสร ิ มและรักษาค ุ ณภาพส ิ่งแวดลอ ้ มแห ่ งชาต ิ พ.ศ. 2535 3. พ.ร.บ. สาธารณสุข พ.ศ. 2535 4. พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 5. กฎหมายประกนัสังคม พ.ศ. 2541
พระราชบ ั ญญ ั ต ิโรงงาน พ ุ ทธศ ั กราช 2535 หมวดที่ 1 ท ี่ต ้ งัสภาพแวดลอ ้ ม ลกัษณะอาคารและลกัษณะภายในของโรงงาน หมวดที่ 2 เคร ื่องจกัรเคร ื่องม ื ออ ุ ปกรณ ์ หร ื อส ิ่งท ี่นา มาใชใ้ นโรงงาน หมวดที่ 3 คนงานประจ าโรงงาน หมวดที่ 4 การควบค ุ มการปล ่ อยของเส ี ย มลพ ิ ษ หร ื อส ิ่งใด ๆ ท ี่ม ี ผลกระทบต ่ อส ิ่งแวดลอ ้ ม หมวดที่ 5 ความปลอดภยัในการประกอบก ิ จการโรงงาน
พระราชบ ั ญญ ั ต ิ ส ่ งเสร ิ มและร ั กษาค ุ ณภาพส ิ่งแวดล ้ อม พ ุ ทธศ ั กราช 2535 เป็ นกฎหมายเพ ื่อกา หนดมาตรฐานควบค ุ มมลพ ิ ษจากแหล ่ งกา เน ิ ดเก ี่ยวกบั การควบค ุ มการระบายน ้ า ท ิ ้ งการปล ่ อยท ิ ้ งของเส ี ยหร ื อมลพ ิ ษอ ื่นใดจาก แหล ่ งกา เน ิ ดออกส ่ ู ส ิ่งแวดลอ ้ ม เพ ื่อรักษาค ุ ณภาพส ิ่งแวดลอ ้ มมาตรฐาน
พระราชบ ั ญญ ั ต ิ การสาธารณส ุ ข พ ุ ทธศ ั กราช 2535 1. ก ิ จการท ี่เก ี่ยวกบัโลหะหร ื อแร ่ 2. ก ิ จการเก ี่ยวกบัยานยนต ์ 3. ก ิ จการท ี่เก ี่ยวกบัไม ้ 4. ก ิ จการท ี่เก ี่ยวกบัส ิ่งทอ 5. ก ิ จการท ี เก ี่ยวกบัห ิ น ด ิ น ทราย ซ ี เมนต ์ หร ื อวตัถ ุ ท ี่คลา ้ ยคล ึ ง 6. ก ิ จการท ี่เก ี่ยวกบั ปิโตรเล ี ยม ถ ่ านห ิ น สารเคม ี
พระราชบ ั ญญ ั ต ิ ค ้ ุ มครองแรงงาน พ ุ ทธศ ั กราช 2541 ส ิ ทธ ิ หน ้ าท ี่ของนายจ ้ างและล ู กจ ้ าง 1. เวลาท างานปกติ 2. เวลาพัก 3. วันหยุด 4. การทา งานล ่ วงเวลาการทา งานในวนัหยด ุ 5. วันลา 6. ค ่ าตอบแทนในการทา งาน 7. การพักงาน 8. การหยด ุ ก ิ จการชวั่คราว 9. การเล ิ กจา ้ งค ่ าชดเชยและค ่ าชดเชยพ ิ เศษ 10. หลกัฐานเก ี่ยวกบัการทา งาน 11. อัตราโทษ
หน่วยที่ 12 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
บทบาทของผ ้ ู เกย ี ่ วข ้ องในเร ื ่ องอาช ี วอนาม ั ยและความปลอดภ ั ย 1.1บทบาทของผ ้ ู บร ิ หารระด ั บส ู ง ผ ้ ู ด ารงต าแหน ่ งผ ้ ู อ านวยการ 1.2 บทบาทของผ ้ ู บร ิ หารระด ั บกลาง 1.3 บทบาทของนักอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและ ผ ้ ู บร ิ หารหน ่ วยงานฝ่ ายความปลอดภ ั ย 1.4 บทบาทของหัวหน้างาน 1.5 บทบาทของล ู กจ ้ าง
หน ้ าท ี ่ ความร ั บผด ิ ชอบของผ ้ ู เกย ี ่ วข ้ องในเร ื ่ องอาช ี วอนาม ั ย และความปลอดภัย 1. หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร 2. หน้าที่ความรับผิดชอบของนักอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 3. หนา ้ ท ี่ความรับผ ิ ดชอบของผบ ู ้ ร ิ หารหน ่ วยงานความปลอดภัย 4. หน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้างาน
การจัดองค์กรอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ร ู ปแบบการจดัต ้ งัองคก ์ รอาช ี วอนามยัและความปลอดภยั 1 การจดัต ้ งัองคก ์ รแนวด ิ่ง (Tall Organization) 2. การจัดองค์กรแนวนอน (Flat Organization) 3.การจัดองค์กรแบบผสมผสาน (Matrix Organization)
ข้อดีข้อด้อยของการจัดองค์กรตามแนวดิ่งและแนวนอน ร ู ปแบบองค ์ กร ข ้ อด ี ข ้ อด ้ อยแบบแนวด ิ่ง ข้อดี 1.การประสานงานจะทา ไดอ ้ ยา ่ งใกลช ้ิ ด 2.มีความชัดเจนในบทบาทและหน้าที่ 3.เอ ้ ื อต ่ อการเป็ นพ ี่เล ้ ี ยง ส ื่อสารและม ีโอกาสทา ใหข ้ ่ าวสารคลาดเคล ื่อน ข้อด้อย 1.ไม ่ เอ ้ ื อต ่ อการสร ้ างสรรคง ์ าน 2.ช ่ องทางการส ื่อสารยาวทา ใหใ้ ชเ ้ วลาในการ 3. ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องใช้เวลามากในการ กา ้ วหนา ้ในตา เหน ่ งหนา ้ ท ี่การงาน
ร ู ปแบบองค ์ กร ข ้ อด ี ข ้ อด ้ อยแบบแนวนอน ข้อดี 1.ช ่ วยในเร ื่องการสร ้ างผลงาน 2. การต ิ ดต ่ อส ื่อสารทา ไดง ้่ ายและใกลช ้ิ ด 3.ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้สึกเป็ นอิสระ 4.ผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสใกล้ชิดผู้บริหาร 5.เหมาะสมกบัลกัษณะงานว ิ ชาการ ข้อด้อย 1. การควบค ุ มและประสานงานไม ่ ด ี 2. ไม ่ เอ ้ ื อต ่ อการด ู แลอยา ่ งใกลช ้ิ ดความคลาดเคล ื่อนของข ่ าวสารม ี นอ ้ ย ท าให้งานส าคัญอาจผิดพลาดได้ 3.ผป ู ้ ฏ ิ บตัิ งานท ี่ทา งานใหม ่ อาจทา งานไดช ้ า ้ และพอใจ ใชเ ้ วลามาก
บ ุ คลากรในงานอาช ี วอนาม ั ยและความปลอดภ ั ย 1. บุคลากรทางด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม 2. บุคลากรทางด้านอาชีวนิรภัย 3. บุคลากรทางด้านการยศาสตร์ 4. บุคลากรทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ 5. บ ุ คลากรทางดา ้ นเวชกรรมฟ ้ ื นฟ ู
• อ้างอิงที่มาข้อมูล : สื่อPowerPoint วิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 20001-1001 ผแู้ ต่ง อ.กิจจา บานช ื่น สา นกัพิมพศ ์ูนยส ์ ่งเสริมอาช ี วะ