หวั ขอ้ เรื่อง (Topic)
กฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงาน ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศ
สญั ญาลกั ษณะ 6 จ้างแรงงานเร่ิมใช้บงั คบั ในสถานประกอบการตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 เมษายน 2472 โดยเร่ิม
จากมาตรา 575 ถงึ มาตรา 586
เม่ือมีจุดเริ่มตน้ ของการทางาน บุคคลที่รบั ผู้อ่นื เขา้ ทางานเรียกว่า “นายจ้าง” และบุคคลท่ีรับทางาน
เรียกว่า “ลูกจ้าง” อันเป็นจุดเริ่มต้นของกฎหมายแรงงานเช่นกัน “สัญญาจ้างแรงงาน” จึงเกิดข้ึนอันเป็น
สญั ญาลักษณะเฉพาะสว่ นบคุ คล ท่ีเป็นคู่สัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น โดยลูกจ้างตกลงทางาน
ให้นายจา้ ง และนายจ้างตกลงจา่ ยสนิ จ้างใหล้ ูกจ้างตลอดเวลาท่ีทางานให้
สญั ญาจ้างแรงงานเป็ นสญั ญาจ้างที่ใช้กบั ผ้ใู ช้แรงงาน ซง่ึ ลกู จ้างอาจใช้แรงกายในการทางานหรือ
ใช้ความรู้ ใช้ความคิดสติปัญญาก็ได้ เช่น ทนายความ นายแพทย์ กรรมกร วิศวกร นกั บญั ชี สถาปนิก
ไมจ่ าเป็ นว่าการเป็ นลกู จ้างนนั้ จะต้องใช้แรงกายเพียงอยา่ งเดยี วทางานให้กบั นายจ้าง
อน่ึง ขอบเขตของสญั ญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นี ้มีข้อยกเว้ นคือ
มิให้นาไปใช้แก่ลูกจ้างหรือนายจ้างซ่ึงทางานอย่ใู นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เพราะข้าราชการหรือ
พนกั งานรัฐวิสาหกิจท่ีรับเงินเดือนจากสว่ นราชการหรือรัฐวิสาหกิจนนั้ ๆ จะมีกฎหมายพิเศษใช้บังคบั
ตา่ งหากเช่น ข้าราชการของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ลกู จ้างประจาของ การไฟฟ้ าฝ่ าย
ผลิตแหง่ ประเทศไทย เป็ นต้น
การเซน็ สัญญาจ้าง
สญั ญาจ้างแรงงาน ไมไ่ ด้กาหนดแบบของสญั ญาไว้ชดั เจน อาจทาเป็ นหนงั สือหรือพึงตกลงด้วย
วาจาโดยชดั แจ้ง หรือ โดยปริยายก็ได้ สญั ญาจ้างแรงงานก็เกิดขนึ ้ เพียงแต่นายจ้างและลกู จ้างเข้าใจ
ตอ่ กนั หรือปฏิบตั ติ อ่ กนั ตามกฎหมายแรงงาน
มาตรา 575 อนั วา่ การจ้างแรงงาน หมายความว่า สญั ญาซงึ่ บคุ คลหน่ึงเรียกว่า ลกู จ้ าง ตกลงจะ
ทางานให้แก่บคุ คลอกี คนหนงึ่ เรียกวา่ นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาทท่ี างานให้
ข้อ 1. วัตถุท่ปี ระสงค์แห่งสญั ญา
นายจ้างตกลงจ้าง และลกู จ้างตกลงรับจ้างทางานในตาแหนง่ ........................................
แผนก............................................. โดยมกี าหนดระยะเวลาทดลองงาน........ วนั นบั แตว่ นั ทาสญั ญา
นีเ้ ป็ นต้นไป โดยระหว่างระยะเวลาทดลองงาน หากนายจ้างพบว่าผลการปฏิบัติงาน หรือความ
ประพฤติใด ๆ ไมว่ ่าจะเป็ นเรื่องการพนนั ช้สู าว ยาเสพย์ตดิ ให้โทษ สขุ ภาพ หรือทศั นคติของลกู จ้างที่ไม่
เหมาะสมกบั การทางานตามการพิจารณาของนายจ้าง ให้ถือว่าลกู จ้างขาดคณุ สมบัติการเป็ นลกู จ้าง
ของนายจ้าง และให้นายจ้างมสี ทิ ธิยตุ กิ ารทดลองงานได้ทนั ที
ข้อ 2. ค่าจ้างและการชาระ
ทงั้ สองฝ่ ายตกลงกาหนดคา่ จ้างในอตั ราวนั /เดือนละ บาท
(......................................... ) โดยนายจ้างจะจ่ายให้แก่ลกู จ้างในวนั ท่ี.......................... ของทกุ เดอื น
ณ ทที่ าการของนายจ้าง หรือจา่ ยผา่ นบญั ชีเงินฝากธนาคารของลกู จ้าง หรือตามทนี่ ายจ้างเห็นสมควร
ข้อ 3. ข้อสญั ญาของลูกจ้าง
ลกู จ้างสญั ญาและทราบดีวา่
3.1 จะปฏิบัติตามคารับรองของลูกจ้าง คารับรองท่ีปรากฏอยู่ในใบสมัครงาน (ถ้ามี)
ข้อบังคบั เก่ียวกับการทางาน ระเบียบ ประกาศ และหรือคาสงั่ ของนายจ้างท่ีมีอย่ใู นขณะทาสญั ญา
หรือท่ีจะมีขึน้ ต่อไปในภายหน้า และตกลงให้ถือว่า คารับรอง ข้อบงั คบั เก่ียวกบั การทางาน ระเบียบ
ประกาศ และหรือคาสง่ั ดงั กลา่ วเป็ นสว่ นหนง่ึ ของสญั ญานดี ้ ้วย
3.2 นายจ้างมีสทิ ธิ ดงั ตอ่ ไปนี ้
3.2.1 กาหนด แก้ไขเปลย่ี นแปลง ยกเลิก หรือเพ่ิมเตมิ วนั และเวลาทางานปกติวนั หยดุ
วนั ลา เวลาพกั และหรือสวสั ดิการ
3.2.2 กาหนด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคบั เกี่ยวกับการทางาน สภาพการจ้าง
รวมทัง้ การโอนย้ายตาแหน่ง หรือหน้าที่การงานในบริษัท หรือบริษัทในเครือตามที่นายจ้างจะ
เหน็ สมควรโดยลกู จ้างพร้อมทจ่ี ะปฏิบตั ิงานทงั้ ในเขตกรุงเทพมหานครและตา่ งจงั หวดั
3.3 การทน่ี ายจ้างตกลงรับลกู จ้างเข้าทางานกบั บริษัทตามสญั ญานี ้เน่อื งมาจากลกู จ้างได้
แจ้ง แสดงหลกั ฐาน หรือให้คารับรองตอ่ นายจ้างว่า เป็ นผ้มู ีคณุ สมบตั ิ
3.4 หากเกิดความชารุดเสียหาย สญู หายแก่ทรัพย์สินของนายจ้างซง่ึ อยภู่ ายในท่ที าการขอ
นายจ้างที่ลกู จ้างทางานอยู่ และอย่ใู นความดูแลรับผิดชอบของลูกจ้าง ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดของ
ลกู จ้างหรือไมก่ ็ตาม ลกู จ้างตกลงเป็ นผ้รู ับผิดชอบ
ข้อ 4. หลกั ประกนั การปฏิบตั ติ ามสญั ญา
เพื่อเป็ นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาตลอดจนความรับผิดและหนีส้ ินอ่ืนใดของลูกจ้าง
ลกู จ้างตกลงว่า จะจดั ให้ข้าราชการระดบั ....... ขนึ ้ ไป หรือบคุ คลอื่นใดตามท่ีนายจ้างเห็นสมควรผกู พนั
ตนเข้าคา้ ประกนั การปฏิบตั ิตามสญั ญาของลกู จ้างให้กบั นายจ้าง
หากสญั ญานยี ้ งั ไมส่ นิ ้ สดุ ลง แตผ่ ้คู า้ ประกนั หลดุ พ้นความรับผิดจากสัญญานี ้ไปไมว่ ่าด้วย
เหตใุ ด ลกู จ้างจะต้องจดั หาผ้คู า้ ประกนั ใหม่ ซ่งึ มีคณุ สมบตั ิตรงตามหลกั เกณฑ์ และเง่ือนไขตามวรรค
แรกให้กบั นายจ้างภายใน..........วนั นบั แตว่ นั ทีล่ กู จ้างได้รับแจ้งจากนายจ้าง
ข้อ 5. การผิดนัดผิดสญั ญา
หากลูกจ้างผิดนดั ผิดสญั ญานีโ้ ดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทาให้นายจ้างได้รับ
ความเสียหาย ลกู จ้างตกลงยินยอมให้นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสญั ญา และหรือ มีสิทธิเรี ยกคา่ เสียหาย
จากลกู จ้างโดยให้นายจ้างมีสิทธินาคา่ เสยี หายมาหกั ออกจากคา่ จ้าง คา่ ลว่ งเวลา คา่ ทางานในวนั หยดุ
และหรือค่าลว่ งเวลาในวนั หยดุ ได้ และหากยงั ไม่เพียงพอกบั ค่าเสียหายที่เกิดขึน้ นายจ้างมีสิทธิเรียก
คา่ เสียหายจากลกู จ้างได้อกี
สญั ญานีท้ าขึน้ เป็ นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกนั ทงั้ สองฝ่ ายได้ทราบ และเข้าใจ
ข้อความในสัญญานีโ้ ดยตลอดดีแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนาของตนจึงลงลายมือช่ือ และ
ประทบั ตราบริษัท (ถ้ามี) ไว้เป็ นสาคญั ตอ่ หน้าพยาน และตา่ งยดึ ถือไว้ฝ่ ายละฉบบั
ลงชื่อ ...................................... นายจ้าง
(........................................)
ลงชื่อ ...................................... นายจ้าง
(........................................)
ลงชื่อ ...................................... พยาน
(........................................)
ลงช่ือ ...................................... พยาน
(........................................)
ความหมายของสญั ญาจ้างแรงงาน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 575 อนั ว่าการจ้างแรงงาน หมายความ
ว่าสญั ญาซ่ึงบุคคลหนึง่ เรียกว่า ลกู จ้าง ตกลงจะทางานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า นายจ้าง และ
นายจ้างตกลงจะให้สนิ จ้างตลอดเวลาทีท่ างานให้
แยกพิจารณาองค์ประกอบได้ดงั นี ้
1. สญั ญาจ้างแรงงานเป็ นนิติกรรม 2 ฝ่ าย คอื ฝ่ ายนายจ้างและฝ่ ายลกู จ้าง
2. สัญญาจ้างแรงงานเป็ นสญั ญาต่างตอบแทน ลูกจ้างทางานให้นายจ้าง และนายจ้างจ่าย
คา่ จ้างตลอดเวลาท่ลี กู จ้างทางานให้
3. สญั ญาจ้างแรงงานอาจทาเป็ นหนงั สือ หรือด้วยวาจาชดั เจน หรือโดยปริยาย หรือมีพฤติกรรม
อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ทบี่ ่งชีว้ ่ามีการจ้างแรงงานกนั
อนง่ึ คาวา่ สญั ญาจ้างแรงงานอาจทาได้โดย ปริยาย คือ มีการให้บุคคลฝ่ ายหนึ่งกระทาการอยา่ ง
ใดอย่างหนึ่งให้กับบุคคลอีกฝ่ ายหนึ่งเป็ นประจาจนเกิดความเคยชิน เช่น นายแดงให้นายหน่ึงมาทา
บญั ชีที่บ้านของตนประจาแล้วก็จ่ายคา่ จ้างเป็ นรายสปั ดาห์มาตลอด
การจา่ ยสินจ้างให้ลกู จ้าง อาจเป็ นเงินตราหรือทรัพย์สนิ อนื่ ตามท่ตี กลงกนั การจ้างแรงงานรวมไป
ถึงการจ้างในเร่ืองความรู้ความสามารถด้วย ไม่จาเป็ นต้องหมายถึงการใช้แรงงานหรือแรงกาย เช่น
จ้างทป่ี รึกษาบริษัท จ้างนกั ตรวจสอบ เป็ นต้น แตถ่ ้าเป็ นการทางานให้เปลา่ โดยไมห่ วงั สินจ้างตอบแทน
ก็ไมถ่ ือวา่ เป็ นสญั ญาจ้างแรงงาน
ลกั ษณะสาคญั ของสัญญาจ้างแรงงาน
1. สญั ญาจ้างแรงงานเป็ นสญั ญาที่มีลกั ษณะเป็ นการเฉพาะตวั (ป.พ.พ.มาตรา 577) เพราะการ
ท่ีนายจ้างจะจ้างใครก็ต้องพิจารณาถึงความรู้ความสามารถ ความตงั้ ใจ ความขยนั อดทน ฯลฯ ส่วน
ลูกจ้างจะทางานให้แก่ใคร ก็อาจต้องพิจารณานิสยั ใจคอ สถานะทางการเงิน หรือเร่ืองอ่ืน ๆ ของ
นายจ้างด้วยเช่นกนั
2. สญั ญาจ้างแรงงานเป็ นสญั ญาทนี่ ายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแหง่ ละเมิดที่ลกู จ้ างได้กระทาไป
ในทางการทจ่ี ้าง (ป.พ.พ.มาตรา 425)
การกระทาละเมิดของลกู จ้างนนั้ ต้องกระทาไปในทางการที่จ้าง–เกิดการละเมิดขนึ ้ ขณะท่ีลกู จ้าง
ทางานให้แก่นายจ้าง หรืออยใู่ นขอบเขตการทางานของลกู จ้าง หากเกิดนอกเวลางาน นอกขอบเขตการ
ทางานให้กบั นายจ้าง นายจ้างยอ่ มไมต่ ้องรับผิด
3. สญั ญาจ้างแรงงานนายจ้างมีอานาจควบคมุ บงั คบั บญั ชาลกู จ้าง (ป.พ.พ.มาตรา 583)
นายจ้างมีอานาจสงั่ ให้ลกู จ้างทางานตามที่นายจ้างต้องการได้ โดยลกู จ้างจะต้ องเช่ือฟังและ
ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของนายจ้าง ถือเป็ นสาระสาคญั ของสญั ญาจ้างแรงงานเชน่ กนั
พ.ร.บ. ค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 “นายจ้าง” หมายความว่า ผ้ซู ่ึงตกลงรับลกู จ้างเข้า
ทางานโดยจา่ ยคา่ จ้างให้ และหมายความรวมถงึ
(1) ผ้ซู ง่ึ ได้รับมอบหมายให้ทางานแทนนายจ้าง
(2) ในกรณีทนี่ ายจ้างเป็ นนติ บิ คุ คลให้หมายความรวมถึงผ้มู ีอานาจกระทาการแทนนิติบุคคลและ
ผ้ซู งึ่ ได้รับมอบหมายจากผ้มู ีอานาจกระทาการแทนนติ บิ คุ คลให้ทาการแทนด้วย
1.3.1 สิทธิของนายจ้าง
1. ออกคาสง่ั ให้ลกู จ้างปฏิบตั ิงาน ตามท่ไี ด้ตกลงกนั (ป.พ.พ.มาตรา 575)
2. เปลี่ยนตวั นายจ้างได้ เมือ่ ลกู จ้างยนิ ยอมสมคั รใจ(ป.พ.พ.มาตรา 577)
3. บอกเลิกสญั ญาจ้างได้ หากลกู จ้าง
– ให้บคุ คลอ่นื มาทางานแทนตน โดยนายจ้างไมย่ ินยอม (ป.พ.พ.มาตรา 577)
– ลกู จ้างขาดงาน โดยไมม่ เี หตผุ ลอนั สมควร (ป.พ.พ.มาตรา 579) เป็ นต้น
– ไลล่ กู จ้างออกได้ หากลกู จ้างกระทาดงั ตอ่ ไปนี ้(ป.พ.พ.มาตรา 583)
(1) ทจุ ริตตอ่ หน้าท่ี เชน่ โกงเงินนายจ้าง
(2) กระทาความผิดอาญาตอ่ นายจ้าง
(3) จงใจทาให้นายจ้างได้รับความเสยี หาย
(4) ประมาทเลินเลอ่ เป็ นเหตใุ ห้นายจ้างได้รับความเสียหายอยา่ งร้ายแรง
1.3.2 หน้าท่ขี องนายจ้าง มีดังต่อไปนี้
1. จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างเป็ นค่าตอบแทนในการทางานตามสัญญาจ้าง อาจจะเป็ น
รายชวั่ โมง รายวนั รายสปั ดาห์ รายเดือน รายชิน้ เป็ นต้น
2. นายจ้างมหี น้าทีอ่ อกใบสาคญั ให้ลกู จ้างเม่ือการจ้างสนิ ้ สดุ ลงแล้ว ลกู จ้างมีสทิ ธิทจี่ ะได้รับ
ใบสาคญั (ป.พ.พ.มาตรา 585)
3. นายจ้างต้องร่วมกนั รับผิดกบั ลกู จ้างในผลแหง่ ละเมดิ ซงึ่ ลกู จ้างได้กระทาไปในทางการท่ี
จ้างนนั้ (ป.พ.พ.มาตรา 425 )
พ.ร.บ.ค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ลกู จ้าง หมายความวา่ ผ้ซู ง่ึ ตกลงทางานให้นายจ้าง
ได้รับคา่ จ้างไมว่ า่ จะเรียกช่ืออยา่ งไร เชน่ เรียกว่า ลกู จ้างชว่ั คราว ลกู จ้างทดลองงาน ลกู จ้างรายวนั
1.4.1 สิทธิของลูกจ้าง
1. ได้รับ สนิ จ้างตลอดระยะเวลาท่ที างานให้นายจ้าง (ป.พ.พ.มาตรา 575)
2. ถ้านายจ้างยนิ ยอม สามารถให้บคุ คลอ่ืนมาทางานแทนตนได้ (ป.พ.พ.มาตรา 577)
3. ได้รับใบสาคญั การทางานจากนายจ้าง เพ่ือไปแสดงต่อนายจ้างในการสมคั รงานท่ีอ่ืน
(ป.พ.พ.มาตรา 585)
4. ได้รับเงินคา่ เดนิ ทางกลบั บ้าน หากนายจ้างรับมาจากตา่ งถ่ิน (ป.พ.พ.มาตรา 586)
1.4.2 หน้าท่ขี องลูกจ้าง มีดังต่อไปนี้
1. ลกู จ้างตกลงทางานให้นายจ้าง โดยมีเจตนาทางานในฐานะลกู จ้างด้วยตนเอง
ตัวอย่างลูกจ้าง
2. ลกู จ้างจะต้องทางานตามคาสง่ั ของนายจ้าง อนั เป็ นคาสง่ั ที่ชอบด้วยกฎหมาย
3. ลกู จ้างต้องทางานเพื่อรับสินจ้าง แสดงเจตนาเป็ นลกู จ้างชัดเจน มิได้ทาเพราะรักใคร่
เสนห่ า หรือชว่ ยทางานเนอ่ื งจากร่วมประกอบกิจการร่วมกนั
4. ลกู จ้างต้องทางานตามเวลาท่ีตกลงกนั ไว้ หากไม่มาตามที่ตกลงกนั ไว้ นายจ้างมีสิทธิไม่
จ่ายคา่ จ้าง เลกิ สญั ญาจ้าง หรือเรียกคา่ เสยี หายจากลกู จ้างได้
สญั ญาจ้างแรงงานยอ่ มระงบั ลงด้วยสาเหตดุ งั ตอ่ ไปนี ้
สญั ญาจ้างแรงงานนนั้ มีทงั้ สญั ญาจ้างที่มีการกาหนดระยะเวลาจ้างไว้แนน่ อน กับสญั ญาจ้างท่ี
ไมม่ ีการกาหนดระยะเวลาการจ้างไว้แนน่ อน ซงึ่ การสิน้ สดุ ของสญั ญาจ้างทงั้ 2 ประเภทนีต้ ้องแตกตา่ ง
กนั ดงั นี ้
1.5.1 สัญญาจ้างแรงงานท่มี ีกาหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน มีเหตแุ ห่งความสิน้ สดุ ไว้
3 สาเหตุ ดงั นี ้
1. สิน้ สดุ เม่อื ถึงกาหนดระยะเวลาตามทีต่ กลงไว้ในสญั ญาจ้าง คือตกลงให้สิน้ สดุ กนั วนั ไหน
เมื่อถึงกาหนดวนั ดนั กล่าวก็ให้สญั ญาจ้างสิน้ สดุ ลงวันนนั้ เช่น พรรณีจ้างอุษา มาทางานเป็ นครูจ้าง
สอนกบั ตน มีระยะเวลา 1 ปี เม่อื ครบกาหนด 1 ปี สญั ญาจ้างยอ่ มระงบั ลงทนั ที
2. สิน้ สุดเมื่อเง่ือนไขสาเร็จ (กรณีสญั ญาจ้างมีเงื่อนไข) หรือเมื่อถึงเวลากาหนด (กรณี
สญั ญาจ้างมเี งื่อนเวลา) เชน่ จ้างมาวางระบบ ความปลอดภยั ให้สาเร็จ เม่ือวางระบบดาเนนิ การตา่ ง ๆ
จนสาเร็จตรวจผ่าน ระบบความปลอดภยั ใช้งานได้ดี ได้รับใบรับรองเรียบร้อยก็ถือว่าสญั ญาจ้างสิน้ สดุ
ลงแล้วเป็ นต้น
3. ค่สู ญั ญาทงั้ 2 ฝ่ ายตกลงเลิกสญั ญากนั ซึ่งอาจตกลงเลิกกนั ก่อนท่ีจะสิน้ สุดระยะเวลา
ตามที่กาหนดไว้ในสญั ญาก็ได้ ทงั้ นเี ้พราะสญั ญาเกิดจากความสมคั รใจของคสู่ ญั ญานนั้ เอง
1.5.2 สัญญาจ้างแรงงานท่ีไม่มีกาหนดระยะเวลาจ้างไว้ ซง่ึ ได้แก่สญั ญาจ้างงานทวั่ ไปของ
ลกู จ้างประจาของบริษัท หรือกิจการของนายจ้าง ซงึ่ มเี หตแุ หง่ ความสิน้ สดุ ไว้ดงั นี ้
1. เม่อื มกี ารบอกเลิกสญั ญากนั ลว่ งหน้า
2. คู่สัญญาตกลงเลิกสัญญากัน เช่น กรณีท่ีลูกจ้ างลาออกตามระเบียบบริษัท หรือ
ข้อตกลงทท่ี ากบั นายจ้างไว้
3. เม่ืองานท่ีจ้างให้ทาเสร็จ เช่น จ้างคนมาเก็บทุเรียนให้หมดสวน เมื่อเก็บทเุ รียน จนหมด
สวนก็ถือวา่ งานนนั้ เสร็จ สญั ญาจ้างยอ่ มระงบั ไปโดยปริยาย
นอกจากนแี ้ ล้ว ก็มีเหตแุ หง่ การสิน้ สดุ ของสญั ญาจ้างแรงงานอ่ืน ๆ อีก เช่น สิน้ สดุ เน่ืองด้วยความ
ตายของคู่สญั ญา (ป.พ.พ.มาตรา 583,582 วรรค 1) สิน้ สุดเนื่องด้วยลูกจ้างไม่สามารถทางานให้
นายจ้างได้อีกต่อไป สิน้ สุดเน่ืองจากลกู จ้างไม่มีฝี มือในการทางานตามท่ีแสดงไว้ กับนายจ้าง ลูกจ้าง
กระทาผิดร้ายแรงตอ่ นายจ้าง เหลา่ นี ้เป็ นต้น