หวั ขอ้ เรื่อง (Topic)
กองทนุ เงินทดแทน เกิดขึน้ ตามประกาศของคณะปฏิวตั ิฉบบั ที่ 103 ปี พ.ศ. 2515 ข้อ 2(6) เพื่อ
ตอบสนองตอ่ การใช้แรงงานให้เหมาะสม และเพ่ือแก้ไขข้อขดั แย้งระหว่างนายจ้างกบั ลกู จ้างได้เป็ นไป
โดยวิธีปรองดองและเป็ นธรรมแก่ทกุ ฝ่ าย และกาหนดให้นายจ้างต้องรับผิดโดยไมต่ ้องมคี วามผิด หรือ
เรียกว่า “Liability without Fault” โดยให้นายจ้างเป็ นผู้จ่ายเงินสมทบแต่ฝ่ ายเดียวให้กองทุนเงิน
ทดแทนเพ่ือเป็ นหลกั ประกันแก่ลกู จ้างว่า จะต้องได้รับเงินทดแทน เม่ือประสบอนั ตรายหรือเจ็บป่ วย
หรือถงึ แก่ความตายเนอื่ งจากการทางานโดยมหี นว่ ยงานท่ีปฏิบตั ิภารกิจ ตามประกาศของคณะปฏิวตั ิ
ฉบบั ที่ 103 ปี พ.ศ. 2515
ในปี พ.ศ.2533 ได้มีการตราพระราชบญั ญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบับท่ี 103
ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 (ฉบบั ที่ 1) พ.ศ. 2533 บญั ญัติให้โอนกองทนุ เงินทดแทนและบรรดา
อานาจหน้าที่ของกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทยและของเจ้าหน้าที่กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย
เฉพาะในสว่ นท่ีเก่ียวกบั สานกั งานกองทนุ เงินทดแทนและงานกองทนุ เงินทดแทนในสานกั งานแรงงาน
จงั หวดั ไปเป็ นของสานกั งานประกนั สงั คม หรือเจ้าหน้าท่ปี ระกนั สงั คมกระทรวงมหาดไทย
การประกันสังคมจะมีหน่วยงานของรัฐคือ สานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็ น
หนว่ ยงานท่ีเข้ามาดแู ลสร้างหลกั ประกนั ในการดาเนินชีวิตของลกู จ้าง ให้ความค้มุ ครองตลอดระยะเวลา
ตามกฎหมายโดยจะมีกองทนุ หลกั อยู่ 2 กองทนุ คือ
1. กองทนุ เงินทดแทน
2. กองทนุ ประกนั สงั คม
5.2.1 กองทุนเงนิ ทดแทน
กองทนุ เงินทดแทน เป็ นกองทนุ ทจี่ ดั ตงั้ ขนึ ้ เพื่อเป็ นทนุ ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลกู จ้างเม่ือ
ลกู จ้างประสบอนั ตรายหรือเจ็บป่ วย หรือถึงแก่ความตาย หรือสญู หาย เน่ืองจากการทางานให้นายจ้าง
โดยนายจ้างเป็ นผ้มู ีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทนุ เพียงฝ่ ายเดียว และต้องขนึ ้ ทะเบียนนายจ้าง ภายใน
30 วนั นบั แตม่ ีลกู จ้างตงั้ แต่ 1 คนขนึ ้ ไป
พ.ร.บ. เงินทดแทน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2561 จะมีผลบงั คบั ใช้ตงั้ แตว่ นั ท่ี 9 ธันวาคม 2561เป็ น
ต้นไป
พ.ร.บ. เงินทดแทน ฉบบั ใหม่ ใครมีสิทธินบี ้ ้าง
กฎหมายกองทนุ เงินทดแทนฉบบั นี ้จะค้มุ ครองลกู จ้างในองค์กร ดงั ตอ่ ไปนี ้
1. ลกู จ้างในองค์กรเอกชน
2. ลกู จ้างราชการ (ไมร่ วมข้าราชการและพนกั งานรัฐวิสาหกิจ)
3. ลกู จ้างในองค์กรที่ไมไ่ ด้แสวงหากาไรทางเศรษฐกิจ
4. ลกู จ้างท่ีได้รับการจ้างงานในตา่ งประเทศ (Local staff) ของสถานเอกอคั รราชทตู และองค์กร
ระหวา่ งประเทศ
1. กิจการท่นี ายจ้างได้รับการยกเว้นพระราชบญั ญัติเงินทดแทน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2561
(มาตรา 4)
“มาตรา 4 พระราชบญั ญตั ินไี ้ มใ่ ช้บงั คบั แก่
(1) ราชการสว่ นกลาง, สว่ นภมู ภิ าค และสว่ นท้องถิ่น
(2) รัฐวิสาหกิจ
(3) กิจการเพาะปลูก ประมง ป่ าไม้ และเลีย้ งสัตว์ ซึ่งไม่ใช้ลูกจ้ างตลอดปี และไม่มีงาน
ในลกั ษณะอ่ืนรวมอยดู่ ้วย
(4) ครู หรือ ครูใหญ่ของโรงเรียนเอกชน
(5) ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็ นบุคคลธรรมดา ซึ่งงานที่ลูกจ้างทานนั้ มิได้มีการประกอบธุรกิจ
รวมอยดู่ ้วย
(6) ลกู จ้างของนายจ้างซงึ่ ประกอบการค้าเร่หรือการค้าแผงลอย
2. นิยามศัพท์ในพระราชบญั ญัตเิ งนิ ทดแทน (ฉบบั ท่ี 1) พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติ
เงนิ ทดแทน( (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561 (มาตรา 5)
มาตรา 5 ในพระราชบญั ญตั นิ ี้
"นายจ้าง" หมายความว่า ผู้ซ่ึงตกลงรับลกู จ้างเข้าทางานโดยจ่าย ค่าจ้างให้ และหมายความ
รวมถึงผ้ซู ง่ึ ได้รับมอบหมายให้ทางานแทนนายจ้าง
"ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซ่ึงทางานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกช่ืออย่างไรแต่ไม่
รวมถึงลกู จ้างซงึ่ ทางานเกี่ยวกบั งานบ้านอนั มิได้มีการประกอบธรุ กิจรวมอยดู่ ้วย
"ค่าจ้าง" หมายความว่า เงินทกุ ประเภทท่ีนายจ้างจ่ายให้แก่ลกู จ้าง เป็ นคา่ ตอบแทนการทางาน
ในวนั และเวลาทางานปกติไมว่ ่าจะคานวณตามระยะ เวลา หรือคานวณตามผลงาน ท่ีลกู จ้างทาได้และ
ให้หมายความรวมถึงเงินท่ีนายจ้าง
"ประสบอันตราย" หมายความวา่ การท่ลี กู จ้างได้รับอนั ตรายแกก่ าย หรือผลกระทบแก่จิตใจ
“เจ็บป่ วย" หมายความว่า การที่ลูกจ้างเจ็บป่ วยหรือถึงแก่ความตาย ด้วยโรคซ่ึงเกิดขึน้ ตาม
ลกั ษณะ หรือสภาพของงานหรือเนอ่ื งจากการทางาน
"สูญหาย" หมายความว่า การท่ีลูกจ้างหายไปในระหว่างทางานหรือ ปฏิบัติตามคาสั่งของ
นายจ้าง
"สูญเสียสมรรถภาพ" หมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือการ สูญเสียสมรรถภาพ ในการ
ทางานของร่างกายหรือจิตใจภายหลงั การรักษาด้วย วิธีทางการแพทย์สนิ ้ สดุ แล้ว
ทุพพลภาพ หมายความว่า การสญู เสียสมรรถภาพตามหลกั เกณฑ์ ที่คณะกรรมการการแพทย์
ประกาศกาหนด
"เงนิ ทดแทน" หมายความว่า เงินท่ีจ่ายเป็ นค่าทดแทน คา่ รักษา พยาบาล ค่าฟื น้ ฟสู มรรถภาพ
ในการทางาน และคา่ ทาศพ
"ค่าทดแทน" หมายความวา่ เงินท่จี า่ ยให้ลกู จ้างหรือผ้มู ีสิทธิตาม มาตรา 20 สาหรับการประสบ
อนั ตรายหรือเจ็บป่ วยหรือสญู หายของลกู จ้างตามพระราชบญั ญตั ินี ้
"ค่ารักษาพยาบาล" หมายความว่า ค่าใช้จ่ายเก่ียวกบั การตรวจ การรักษา การพยาบาล และ
คา่ ใช้จ่ายอน่ื ท่จี าเป็ น เพื่อให้ผลของการประสบอนั ตรายหรือการเจ็บป่ วยบรรเทาหรือหมดสิน้ ไป
“ค่าทาศพ" หมายความว่า คา่ ใช้จ่ายเกี่ยวกบั การจดั การศพของ ลกู จ้างตามประเพณีทางศาสนา
ของลกู จ้างหรือตามประเพณีแหง่ ท้องถ่ิน
"เงินสมทบ" หมายความว่า เงินท่ีนายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุน เงินทดแทนเพ่ือใช้เป็ นเงิน
ทดแทนให้แก่ลกู จ้าง
“ภยั พบิ ตั ิ” หมายความว่า อคั คีภยั วาตภยั อทุ กภยั หรือธรณีพิบตั ภิ ยั ตลอดจนภยั อ่นื ๆ
"กองทุน" หมายความวา่ กองทนุ เงินทดแทน
3. สทิ ธิประโยชน์ท่ไี ด้รับจากกองทนุ เงนิ ทดแทน
การให้ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2537 และ
พระราชบัญญัติเงินทดแทน( (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เป็ นระบบท่ีดูแลลูกจ้างที่ประสบอนั ตรายหรือ
เจ็บป่ วยด้วยโรคเนอื่ งจากการทางาน
ค่ารักษาพยาบาล
ลูกจ้างไปรับการรักษาพยาบาล
ให้ลกู จ้างได้รับการรักษาพยาบาลทนั ที คา่ รักษาพยาบาลเป็ นดงั นี ้
(1) กรณีลูกจ้ างประสบอันตรายหรือเจ็บป่ วยเน่ืองจากการทางาน ให้นายจ้างจ่ายค่ า
รักษาพยาบาลเทา่ ทีจ่ า่ ยจริงตามความจาเป็ นไมเ่ กิน 50,000 บาท
(2) กรณีทค่ี ่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ไม่เพียงพอให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่
จ่ายจริงตามความจาเป็ นเพ่ิมอกี ไมเ่ กิน 100,000 บาท สาหรับการประสบอนั ตรายหรือเจ็บป่ วย
(3) กรณีค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายเพิ่มอีกตามข้ อ 2) ไม่เพียงพอ ให้ นายจ้ างจ่ายค่า
รักษาพยาบาลเทา่ ทจี่ ่ายจริงตามความจาเป็ นเพิ่มขนึ ้ อีก ทงั้ นี ้โดยรวมคา่ รักษาพยาบาลทงั้ ข้อ 1 และ
2 แล้วต้องไมเ่ กิน 300,000 บาท สาหรับการประสบอนั ตรายหรือเจ็บป่ วยของลกู จ้าง
(4) กรณีคา่ รักษาพยาบาลตามข้อ 1–3 ไมเ่ พียงพอ ให้นายจ้างจ่ายคา่ รักษาพยาบาลเท่าที่จ่าย
จริงตามความจาเป็ นเพ่ิมขึน้ ตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ แต่รวมกันแล้วไม่เกิ น
500,000 บาท
(5) กรณีคา่ รักษาพยาบาลทกุ กรณีไมเ่ พียงพอ ให้นายจ้างจา่ ยคา่ รักษาพยาบาลดงั กลา่ วเทา่ ที่
จ่ายจริงตามความจาเป็ นเพ่ิมขึน้ โดยเมื่อรวมกับค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวข้างต้นแล้วต้องไม่เกิน
1,000,000 บาท เว้นแตใ่ นกรณีดงั ตอ่ ไปนี ้ให้นายจ้างจ่ายคา่ รักษาพยาบาลเทา่ ที่จ่ายจริงตามความจา
เป็ นที่เพ่ิมขึน้ จนสิน้ สดุ การรักษาแต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท 1) ลกู จ้างเข้ารับการรักษาพยาบาลใน
สถานพยาบาลของรัฐตงั้ แต่เร่ิมแรกจนสิน้ สดุ การรักษา 2) ลกู จ้างมีความจาเป็ นหรือมีเหตสุ มควรท่ีไม่
สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐตงั้ แตเ่ ร่ิมแรก
ค่าทดแทนกรณี ลูกจ้างไม่สามารถทางานได้ตัง้ แต่ วันแรกท่ีไม่สามารถทางานได้
(พระราชบญั ญตั ปิ ระกนั สงั คม (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2558 ปรับปรุงแก้ไขพระราชบญั ญตั ิเงินทดแทน (ฉบบั
ที่ 2) พ.ศ. 2561)
หลักเกณฑ์และเง่อื นไข
1. จ่ายร้อยละ 70 ของคา่ จ้างรายเดอื น ฐานเงินเดือนไมเ่ กิน 20,000 บาท
2. ลกู จ้างมีการหยดุ พกั รักษาอาการตดิ ตอ่ กนั เกิน 1 วนั ขนึ ้ ไป รวมกนั ไมเ่ กิน 1 ปี
3. มีใบรับรองแพทย์ระบหุ ยดุ พกั รักษาตงั แต่ 1 วนั ขนึ ้ ไป
4. ลกู จ้างหยดุ พกั รักษาตวั จริงตามใบรับรองแพทย์
5. คา่ ทดแทนรายเดือนสงู สดุ ในปัจจบุ นั = 20,000 x 70 % = 14,000 บาท
ค่าทดแทน กรณีลกู จ้างสญู เสยี อวัยวะ น้ิวขาด
บางส่ วนของร่ างกาย
มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้ อยละ 70 ของ
ค่าจ้ างรายเดือน เป็ นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
(พระราชบัญญัติประกันสงั คม (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.
2558 ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติเงินทดแทน
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2561)
หลกั เกณฑ์และเง่อื นไข
มีสิทธิได้รับคา่ ทดแทนร้อยละ 70 ของคา่ จ้างรายเดือน เป็ นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี การประเมิน
การสูญเสียอวัยวะลูกจ้างต้องได้รับการรักษาพยาบาลจนสิน้ สุดการรักษา และอวยั วะคงที่ ไม่มีการ
เปลย่ี นแปลงหรือเมอ่ื พ้นกาหนดระยะเวลา 1 ปี นบั แตว่ นั ทล่ี กู จ้างประสบอนั ตราย
ทงั้ นี ้หากลกู จ้างมีการสญู เสียอวยั วะบางส่วนของร่างกาย เม่ือสิน้ สดุ การรักษาสามารถติดต่อ
เพ่ือเข้ารับการประเมินการสูญเสียอวยั วะได้ที่สานกั งานประกนั สงั คมกรุงเทพมหานครพืน้ ที่/จงั หวัด/
สาขา ท่ีนายจ้างมภี มู ลิ าเนาหรือลกู จ้างทางานอยู่
ค่าทดแทน กรณีลูกจ้างทุพพลภาพ (พระราชบญั ญตั ิประกนั สงั คม (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2558
ปรับปรุงแก้ไขพระราชบญั ญตั เิ งินทดแทน (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2561)
หลกั เกณฑ์และเง่อื นไข
มสี ิทธิได้รับคา่ ทดแทนร้อยละ 70 ของคา่ จ้างรายเดือน เป็ นระยะเวลาไมน่ ้อยกวา่ 15 ปี
การประเมินการสูญเสียอวัยวะลูกจ้างต้องได้รับการรักษาพยาบาลจนสิน้ สุดการรั กษา
และอวัยวะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเม่ือพ้นกาหนดระยะเวลา 1 ปี นบั แต่วนั ท่ีลูกจ้างประสบ
อนั ตราย
ทัง้ นี ้ เม่ือสิน้ สุดการรักษาสามารถติดต่อเพื่อเข้ารับการประเมินการสูญเสี ยอวัยวะได้ท่ี
สานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพืน้ ท่ี/จังหวัด/สาขา ท่ีนายจ้างมีภูมิลาเนาหรือลูกจ้าง
ทางานอยู่
ค่าทดแทน กรณีลูกจ้างสญู หาย
(พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติเงิน
ทดแทน(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561)
หลักเกณฑ์และเง่อื นไข
หมายความว่า การที่ลูกจ้างตาย หรือสญู หายไปในระหว่างการทางานหรือปฏิบัติตามคาสงั่
ของนายจ้าง ซ่ึงมีเหตอุ นั ควรเช่ือว่าลูกจ้างถึงแก่ความตาย เพราะประสบเหตอุ นั ตรายท่ีเกิดขึน้ ในระ
หว่าการทางานหรือปฏิบัติตามคาสั่งของนายจ้างนนั้ รวมตลอดถึงการท่ีลูกจ้างหายไปในระหว่าง
เดินทางโดยพาหนะนนั้ ได้ประสบเหตอุ นั ตรายและลกู จ้างถึงแก่ความตาย ทงั้ นี ้เป็ นระยะเวลาไม่น้อย
กวา่ 120 วนั นบั แตว่ นั ที่เกิดเหตุ มีสิทธิได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของคา่ จ้างรายเดือน เป็ นระยะเวลา
10 ปี จา่ ยให้กบั ผ้มู สี ิทธิตามกฎหมาย
ผู้มีสิทธิได้รับเงนิ ทดแทน ได้แก่ (มาตรา 20 พ.ร.บ.เงนิ ทดแทน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561)
1. มารดา บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. สามหี รือภรรยาทีช่ อบด้วยกฎหมาย
3. บตุ รที่มีอายตุ ่ากว่า 18 ปี ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนต่อไปจนกว่าจะจบการศกึ ษา ในระดบั
ปริญญาตรี
4. บตุ รทมี่ ีอายตุ งั้ แต่ 18 ปี ขนึ ้ ไป ท่ียงั ศึกษาอย่ใู นระดบั ท่ีไมส่ งู กว่าปริญญาตรี ให้มีสิทธิได้รับ
เงินทดแทนจนกวา่ จะจบการศกึ ษาในระดบั ปริญญาตรี
กรณี ลูกจ้างฟื้นฟูสมรรถภาพในการทางาน
หลักเกณฑ์และเง่อื นไข
กรณีฟื น้ ฟูสมรรถภาพในการทางานภายหลงั การประสบอนั ตรายสาหรับลกู จ้างท่ีจาเป็ นต้อง
ได้รับการฟืน้ ฟู ได้รับตามอตั ราดงั นี ้
– คา่ ใช้จ่ายในการฟืน้ ฟสู มรรถภาพในการทางานด้านอาชีพ โดยให้จา่ ยได้เฉพาะท่ีเป็ นการฝึ ก
ตามหลกั สตู รทห่ี นว่ ยงานของสานกั งานประกนั สงั คมเป็ นผ้ดู าเนนิ การ ไมเ่ กิน 24,000 บาท
– ค่าใช้จ่ายในกระบวนการเวชศาสตร์ฟื น้ ฟูสมรรถภาพในการทางานด้านการแพทย์โดยเป็ น
คา่ ใช้จ่ายทางกายภาพบาบดั ไมเ่ กินวนั ละ 200 บาท และคา่ ใช้จา่ ยทางกิจกรรมบาบดั ไม่เกินวนั ละ100
บาท แตร่ วมแล้วไมเ่ กิน 24,000 บาท
– ค่าใช้จ่ายในกระบวนการบาบดั รักษาและการผ่าตดั เพื่อประโยชน์ในการฟื น้ ฟสู มรรถภาพ
ในการทางานไม่เกิน 40,000 บาท หากมีความจาเป็ นให้จ่ายเพิ่มได้อีกไม่เกิน 110,000 บาท โดย
คณะกรรมการการแพทย์พิจารณา และคณะกรรมการกองทนุ เงินทดแทนเหน็ ชอบ
***กรณีนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนให้ลกู จ้าง หากการประสบอนั ตรายหรือเจ็บป่ วยของ
ลกู จ้างเกิดขนึ ้ เพราะ (มาตรา 22, 25 พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537)
ก. ลกู จ้างเสพของมนึ เมาหรือสง่ิ เสพตดิ จนไมส่ ามารถครองสติได้
ข. ลกู จ้างจงใจให้ตนเองประสบอนั ตราย หรือยอมให้ผ้อู ื่นทาให้ตนประสบอนั ตราย
4. ขนั้ ตอนการขอรับประโยชน์กองทุนเงนิ ทดแทน
(1) ย่ืนแบบคาขอรับประโยชน์ทดแทนฯ (สปส. 2–01/ม.40) พร้อมหลกั ฐานประกอบการยื่น
คาขอฯ ได้ท่ีสานกั งานประกนั สงั คมทวั่ ประเทศหรือสานกั งานประกนั สงั คมท้องทท่ี ่ีลกู จ้างทางานอยู่
(2) ยื่นคาขอรับประโยชน์ทดแทนภายใน 2 ปี นบั แตว่ นั ทม่ี ีสทิ ธิ
(3) เมื่อผู้ประกันตนได้รับแจ้งจากสานักงานประกันสังคมให้รับเงินประโยชน์ทดแทน
ผ้ปู ระกนั ตนจะต้องรับเงินภายใน 2 ปี นบั แต่วนั ท่ีได้รับแจ้ง หากไมร่ ับภายในกาหนด ให้เงินนนั้ ตกเป็ น
ของกองทนุ
5. บทกาหนดโทษ
– สาหรับนายจ้างที่ไมป่ ฏิบตั ิตามกฎหมายในเร่ืองของเงินทดแทนในสว่ นของ ไม่จดั ลกู จ้าง
ให้ได้รับการรักษา มาตรา 13 ไมจ่ ดั การศพของลกู จ้าง มาตรา 17, ไมย่ ื่นแบบลงทะเบียนลกู จ้างมาตรา
44, ไม่แจ้งการประสบอนั ตรายของลูกจ้าง มาตรา 48 มีโทษจาคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน
20,000 บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ
– ผ้ทู ี่ไมป่ ฏิบตั ิตามคาสง่ั ของพนกั งานเจ้าหน้าท่ตี ามกฎหมายนี,้ มีโทษจาคกุ 1 เดือนปรับ
ไมเ่ กิน 2,000 บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ
– นายจ้างที่ไม่จ่ายเงินทดแทนตามคาส่ังของเจ้าหน้าท่ี,มีโทษจาคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน
40,000 บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ
6 การอุทธรณ์
นายจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้มีสิทธิไม่พอใจคาส่งั คาวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบของ
เจ้าหน้าที่ ให้มสี ิทธิอทุ ธรณ์ตอ่ คณะกรรมการกองทนุ เงินทดแทนภาย 30 วนั นบั แต่วนั ท่ีได้รับแจ้งคาสงั่
คาวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบ ยกเว้น คาสงั่ กรณียึด อายดั และขาดทอดตลาดทรัพย์สินของ
นายจ้าง
ผ้อู ทุ ธรณ์ท่ีไม่พอใจคา วินิจฉัยของคณะกรรมการกองทนุ ฯ ให้มีสิทธินา คดีไปส่ศู าลแรงงาน
ภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ที่ได้รับแจ้งคาวินิจฉยั ถ้าไม่นาคดีไปสศู่ าลภายในกาหนดเวลาให้คาวินิจฉัย
ของคณะกรรมการกองทนุ ฯ เป็ นท่ีสดุ
ลกู จ้างหรือผ้มู สี ิทธิหรือนายจ้างยนื่ อทุ ธรณ์หรือนาคดีไปสศู่ าลไมเ่ ป็ นการทเุ ลาการปฏิบตั ิตาม
คาสง่ั หรือคาวินจิ ฉยั ของเจ้าหน้าท่ีหรือคณะกรรมการกองทนุ ฯ