The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานเรื่อง ขนมไทยสมัยอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanticha Pan-in, 2022-11-24 01:10:53

โครงงานเรื่อง ขนมไทยสมัยอยุธยา

โครงงานเรื่อง ขนมไทยสมัยอยุธยา

เรอื่ ง ขนมไทยสมยั อยธุ ยา
บทคดั ย่อ

โครงงานสือ่ การเรยี นการสอน เรอ่ื ง ขนมไทยสมยั อยุธยา กรณศี ึกษาเพื่อให้ความรู้เกย่ี วกับขนมไทยสมยั
อยธุ ยาและมีเนอ้ื หานา่ สนใจมากข้ึน เพราะเนื้อหาบางส่ืออาจจะยงั ไมป่ ัจจุบนั และเนื้อหายังไมน่ ่าสนใจมากพอ
กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานเรอื่ งสื่อการเรียนการสอนเรอื่ งขนมไทยสมัยอยุธยาสำเร็จได้ดว้ ยดี เนอ่ื งจากได้รับความอนุเคราะห์และ
ชว่ ยเหลอื อย่างดจี าก ครทู ีป่ รึกษา นางสาว ไดใ้ ห้คำนำเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนชว่ ยแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งต่างๆ มา
โดยตลอด จนโครงงานเลม่ นี้เสรจ็ สมบูรณ์ และ ผู้จัดทำจึง
ขอกราบขอบพระคุณ อาจารยท์ ่ีปรึกษา ท่ีใหค้ วามกรณุ าใหค้ ำแนะนำแนวทางในการทำโครงงาน และ ข้อคดิ เหน็
ตา่ งๆ คณะผจู้ ัดทำขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้

บทที่ 1

1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของขนมไทยสมัยอยุธยา

คนไทยสมยั โบราณจะได้กนิ ขนมกต็ ่อเมื่อมงี านนักขัตฤกษ์ หรืองานบญุ สำคัญเทา่ นั้น ขนมไทยทใี่ ช้เลย้ี งแขก
ในงานขุดสระน้ำ เป็นขนมไทยทก่ี นิ กบั นำ้ กะทิ คือ "ขนมสี่ถว้ ย" หมายถงึ ไข่กบ (เม็ดแมงลัก) นกปล่อย (ลอดช่อง)
บวั ลอย (ขา้ วตอก) และอ้ายต้ือ (ขา้ วเหนียว) และได้กลายเป็นประเพณีเล้ียงขนมช่อื วา่ "ประเพณี 4 ถว้ ย"นบั แต่บัด
นัน้ เป็นต้นมา

เริ่มมกี ารเจริญสัมพนั ธ์ไมตรกี ับต่างประเทศทัง้ ชาติตะวันออกและตะวนั ตก ไทยเรายง่ิ รบั เอาวัฒนธรรมด้าน
อาหารของชาตติ า่ งๆ มาดดั แปลงใหเ้ หมาะสมกับสภาพความเปน็ อยู่ เคร่ืองมือเครอื่ งใช้ วตั ถุดิบทหี่ าได้ ตลอดจน
นสิ ัยการบรโิ ภคของคนไทยเอง จนบางทคี นรนุ่ หลงั แทบจะแยกไมอ่ อกเลยว่า อะไรคอื ขนมไทยแท้ๆ อะไรที่เรายืม
เคา้ มา เชน่ ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายทา่ นอาจคดิ วา่ เปน็ ของไทยแทๆ้

แตค่ วามจริงแล้วมตี ้นกำเนดิ จากประเทศโปรตเุ กส โดย "มารี กมี าร"์ หรอื "ท้าวทองกีบม้า" "ทา้ วทองกีบม้า" หรือ
"มารี กีมาร"์ เกดิ เม่ือ พ.ศ. 2201 หรอื พ.ศ. 2202 แต่บางแห่งกว็ า่ พ.ศ. 2209 โดยยดึ หลักจากการแต่งงานของ
เธอทม่ี ีขึ้นในปี พ.ศ. 2225 และขณะนั้น มารี กมี าร์ มีอายุเพียง 16 ปี บิดาช่อื "ฟานกิ (Phanick)" เปน็ ลูกครึง่ ญปี่ ่นุ
ผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาชอ่ื "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซง่ึ มีเชอื่ สายญ่ีปนุ่ ผสม
โปรตุเกส ท่ีอพยพมาตง้ั ถิน่ ฐานในอยุธยา ภายหลงั จากพวกซามไู รชดุ แรกจะเดนิ ทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ใน
แผ่นดินพระบาทสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชไมน่ านนัก ชีวิตชว่ งหนึ่งของ "ท้าวทองกบี มา้ " ไดเ้ ขา้ ไปรับราชการใน
พระราชวังตำแหนง่ "หัวหนา้ หอ้ งเคร่ืองต้น" ดแู ลเคร่ืองเงนิ เครื่องทองของหลวง เปน็ หัวหนา้ เก็บพระภษู าฉลอง
พระองค์ และเกบ็ ผลไมข้ องเสวย มีพนกั งานอยใู่ ตบ้ ังคบั บญั ชาเปน็ หญิงลว้ น จำนวน 2,000 คน ซงึ่ เธอก็ทำงานดว้ ย
ความซื่อสัตย์สจุ รติ เปน็ ท่ชี นื่ ชม ยกยอ่ ง มีเงนิ คืนทองพระคลงั ปีละมากๆ ระหวา่ งทรี่ ับราชการนเี่ อง มารี กมี าร์ ได้
สอนการทำขนมหวานจำพวก ทองหยอด ทองหยบิ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปรง่ ขนมผิงและอน่ื ๆ ให้แกผ่ ทู้ ำงานอยู่
กบั เธอและสาวๆ เหล่านน้ั ได้นำมาถา่ ยทอดต่อมายังแต่ละครอบครัวกระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปจั จบุ นั นี้
ถงึ แม้วา่ "มารี กีมาร"์ หรอื "ท้าวทองกีบมา้ " จะมชี าติกำเนดิ เป็นชาวต่างชาติ แตเ่ ธอก็เกดิ เตบิ โต มชี วี ิตอยูใน
เมืองไทยจวบจนหมดส้นิ อายุขยั นอกจากนัน้ ยังไดท้ งิ้ สง่ิ ที่เธอค้นคดิ ให้เป็นมรดกตกทอดมาสคู่ นรนุ่ หลงั ได้
กลา่ วขวญั ถงึ ด้วยความภาคภมู ิ "ทา้ วทองกบี ม้า เจา้ ตำรบั อาหารไทยขนมทที่ ่านทา้ วทองกีบม้าทำขนึ้ และยังเป็นที่
นิยมจนถึงปัจจุบนั ก็ได้แก่ ขนมทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถงึ ขนมทองโปร่ง ขนม
ทองพลุ ขนมสำปนั นี ขนมไข่เต่า ฯลฯ แต่เดิมขนมเหล่านี้ เป็นของชาติโปรตเุ กตุ เม่อื ผา่ นกาลเวลาผสมผสานกบั
ความคดิ ช่างประดิดประดอยของหญิงไทย ก็ทำให้ขนมเหล่าน้ี ปรับเปลี่ยนเป็นขนมไทย ๆ ในเวลาต่อมา

1.2 วัตถุประสงค์ของการใช้สื่อการสอน ดงั นี้

1. เพอื่ ให้ประสบการณ์ตรง (Direct Experience) และเปน็ จรงิ แก่ผู้เรียน
2. เพอ่ื ใหเ้ รียนได้โดยง่ายและสะดวกข้ึน
3. เพ่ือเร้าผู้เรยี นใหม้ ีความสนใจในบทเรยี นอย่างต่อเนื่องตามขนั้ ตอน และตลอดเวลา
4. เพอื่ ให้ผู้เรยี นมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นการสอน
5. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะความสามารถ เน่ืองจากได้เรียนรดู้ ว้ ยการลงมอื ทดลองและฝกึ ปฏิบตั ิ (Learning
by doing)
6. เพื่อให้ผู้เรียนกลา้ แสดงออกทางความคดิ และการแสดงบทบาทอย่างสมควรและโดยสมเหตุสมผลตาม
แนวทางท่ดี แี ละเป็นท่ีพงึ ประสงคข์ องสงั คม
7. เพอื่ ให้ผู้เรียนเกิดความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์
8. เพือ่ สรา้ งบรรยากาศที่ดใี นการเรียนการสอน
9. เพื่อสรา้ งปฏสิ ัมพันธ์ท่ดี ี (interaction) ระหวา่ งผู้เรียนครู
10.เพ่อื ใหป้ ระหยัดเวลา วสั ดุ อุปกรณ์ คา่ ใชจ้ ่าย และบคุ ลากร ในขณะเดียวกนั ทำให้นักเรียนจำนวน มาก
เกิดการเรียนรู้อยา่ งคมุ้ คา่ ภายใต้สถานการณท์ ี่ดีและไดม้ าตรฐานอย่างเดียวกัน

1.3 ขอบเขตของโครงงาน
1.3.1 นกั ศึกษาชั้นปวช.3/3 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกจิ
1.3.2 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนต้นปที ี่1-3

1.4 เคร่ืองมือที่เก่ยี วข้องกับโครงงาน
1.4.1 เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ พร้อมเช่ือมตอ่ ระบบเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็
1.4.2 โปรแกรมท่ใี ช้ในการดำเนินงาน ได้แก่ โปรแกรม E-Book

1.5 ตารางการดำเนินงาน

การดำเนินงาโครงงานวิจัย ต.ค. พ.ย. ระยะเวลดำเนินโครงงาน ม.ี ค
ธ.ค. ม.ค. ก.พ.

1.ศกึ ษาปัญหาและความ

ต้องการ

2.กำหนดขอบเขต

3.ศึกษาการใชง้ าน ซอฟแวร์

4.ออกแบบการทำงานของ

ระบบ

5.ออกแบบส่วนติดต่อกับ

ผู้ใช้งาน

6.พฒั นาระบบ

7.ตดิ ตง้ั โปรแกรมและทดสอบ

8.ปรับปรงุ และแกไ้ ขระบบ

9.จดั ทำคู่มือการใช้งาน

10.ทำเอกสารงานวจิ ยั

11.พบอาจารย์ที่ปรึกษา

1.6 ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ

1.ได้รับความสุข/สนุกกับการทำงาน
2.ไดท้ ำงานตามความถนัด และความสนใจของตนเอง
3.ไดร้ จู้ ักวธิ ีแสวงหาความร้/ู ข้อมูล/การเรียนรู้
4.ไดฝ้ กึ ทักษะกระบวนการทำงานด้วยตนเอง หรอื ร่วมทำงานเปน็ กลุ่ม
5.ไดฝ้ ึกความกล้าในการแสดงออกและกล้าคิด
6.พฒั นาความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์
7.ไดฝ้ ึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
8.สร้างความรบั ผิดชอบต่อตนเองและ
9.ได้ฝกึ การวางแผนการทำงานอยา่ ง
10.นำความรทู้ ี่ไดไ้ ปใชไ้ ด้ในชีวติ จริง
11.ไดใ้ ชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
12.ศึกษา คน้ คว้า และแก้ปัญหาจากการทำงาน
13.ใช้เป็นส่งิ ยนื ยนั วา่ เป็นผู้มคี วามรูค้ วามสามารถและประสบการณ์ในการทำโครงงานท่ีแท้จรงิ กรณที ่ี
ต้องนำโครงงานไปใชแ้ สดงตอ่ ผู้เกยี่ วขอ้ ง เชน่ ใช้ในการสมคั รงาน


Click to View FlipBook Version