แพนด้ายักษ์
ชื่อทางวทิ ยาศาสตร์ : Ailuropoda melanoleuca
ชอ่ื วงศ์ : Giant Panda
ช่ือไทย : หมีแพนดา้
อาณาจกั ร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชน้ั : Mammalia
อันดบั : Carnivora
วงศ์: Ursidae
สกลุ : Ailuropoda
สปีชีส:์ A. melanoleuca
แพนด้ายักษ์ (อังกฤษ: Giant panda; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ailuropoda melanoleuca) หรือที่นิยมเรียกว่า
แพนด้า (อังกฤษ: Panda เป็นสัตว์เล้ียงลูกด้วยนมซึ่งปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์หมี (Ursidae) ถ่ินอาศัยอยู่ทาง
ตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน [1] อาหารโปรดของแพนด้ายักษ์คือใบไผ่ นอกนั้นจะเป็นหญ้าชนิดอ่ืน ๆ
ลักษณะเฉพาะของแพนด้ายักษ์คือมีขนสีดารอบดวงตา, ใบหู, บ่า และขาท้ังสี่ข้าง ส่วนอ่ืนประกอบด้วย
ขนสขี าว
ลกั ษณะท่ัวไป
ถึงแม้จะจัดอยู่ในวงศ์ของหมี แต่พฤติกรรมของมันแตกต่างจากหมีโดยส้ินเชิง แพนด้าเป็นสัตว์กินพืช
เปน็ อาหาร โดยรอ้ ยละ 99 ของอาหารที่มนั กินคือไผ่ แตบ่ างทอี าจพบว่ามันก็กินไข่ ปลา และแมลงบางชนิดใน
ไม้ไผ่ที่มันกิน นี่เป็นแหล่งโปรตีนที่สาคัญ จัดได้ว่าแพนด้ายักษ์เป็นหมีที่แตกต่างไปจากหมีชนิดอ่ืน ๆ ที่กินเนื้อ
เป็นอาหารหลัก แมว้ ่าไผจ่ ะเป็นพชื ทีใ่ ห้พลังงานกิโลแคลเลอรี่ต่ามาก ทาให้แพนด้ายักษ์ใช้เวลากินไผ่นานถึงวัน
ละ 16 ชวั่ โมง ในปริมาณไม่ต่ากว่า 18 กิโลกรัม และขับถ่ายมากถึงวันละ 40 ครั้ง และทาให้ในช่วงฤดูหนาว
แพนด้ายักษ์จะไม่จาศีลในถ้าเหมือนกับหมีชนิดอ่ืน เนื่องจากไผ่ให้พลังงานสะสมไม่เพียงพอ และจากการท่ีมี
พฤติกรรมกินไผ่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวนั้น เป็นสาเหตุที่ทาให้แพนด้ายักษ์เป็นสัตว์ที่แพร่ขยายพันธุ์ได้ยาก
ด้วย โดยในรอบปี แพนด้ายกั ษต์ วั เมยี จะมอี าการติดสดั เพยี ง 1-2 วันเท่านั้น และออกลูกรวมถึงเล้ียงลูกให้รอด
จนเติบโตในธรรมชาติได้ยากมาก หากแพนด้ายักษ์แพร่ขยายพันธ์ุได้รวดเร็ว จะทาให้ไผ่พืชอาหารหลักหมดไป
อยา่ งรวดเรว็ เช่นกนั [2] และถึงแมแ้ พนด้ายักษ์จะกินไผ่เปน็ อาหารหลัก คิดเป็นร้อยละ 99 ของอาหารท้ังหมด
ก็ตาม แต่ภายในตัวของแพนด้ายักษ์กลับไม่มีจุลินทรีย์ในการช่วยย่อยไผ่ แต่กลับมีเข้ียวสาหรับใช้กัดและเอน
ไซน์ในการย่อยเน้ือแทน[3] โดยลูกแพนด้ายักษ์ท่ีเพ่ิงเกิด ตาจะยังไม่ลืมและไม่มีขน และมีน้าหนักน้อยกว่า
แพนด้ายักษ์ตัวเต็มวัยถึง 900 เท่า แต่ทว่ากลับมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วมากท่ีสุดชนิดหน่ึงในบรรดาสัตว์
เลี้ยงลูกด้วยนม โดยสามารถเพิ่มน้าหนักตัวจากแค่ 89 กิโลกรัม เป็น 1.8 กิโลกรัม ได้ภายในเวลาเพียงเดือน
เดียว
หลายสิบปีที่ผ่านมา การจัดจาแนกสายพันธ์ุที่แน่นอนของแพนด้ายังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แพนด้า
ยักษ์และแพนด้าแดงซึง่ เปน็ ญาตสิ ายพันธุห์ ่าง ๆ กนั และยงั มลี ักษณะพิเศษที่เหมือนท้ังหมีและแรคคูน อย่างไร
ก็ตาม การทดลองทางพันธุกรรมบ่งบอกว่าแพนด้ายักษ์เป็นหนึ่งในชนิดของหมี (วงศ์ Ursidae) หมีที่ชนิด
ใกล้เคยี งท่ีสดุ ของแพนด้าคือหมแี ว่นท่พี บในทวีปอเมริกาใต้ (ข้อขัดแย้งท่ียังคงเป็นที่สงสัยอยู่คือแพนด้าแดงน้ัน
อยู่ในวงศ์ใด เป็นท่ีถกเถียงว่าอาจจะอยู่ในวงศ์หมี (Ursidae), วงศ์แรคคูน, วงศ์โพรไซโอนิด้ี (Procyonidae),
หรอื อยใู่ นวงศเ์ ฉพาะของมันเอง วงศ์ไอเลอริดี้ (Ailuridae)) โดยซากดึกดาบรรพ์ท่ีค้นพบจากในถ้าของประเทศ
จีนพบว่า แพนด้ายกั ษถ์ อื กาเนดิ มาแลว้ บนโลกอย่างนอ้ ย 2 ล้านปี แต่การท่ีไดว้ วิ ัฒนาตวั เองแยกออกมาจากหมี
ทัว่ ไปนัน้ ยงั ไม่ทราบแน่ชัด
แพนด้ายกั ษ์เป็นสตั ว์สปีชีสท์ ีถ่ กู คกุ คามหรอื อยูใ่ นอันตรายต่อการสูญพันธ์ ทั้งน้ีมาจากการสูญเสียถิ่นที่
อยู่จากการบุกรุกของมนุษย์ อัตราการเกิดต่าท้ังในป่าและในกรงเล้ียง เชื่อว่ามีแพนด้ายักษ์เพียง 1,600 ตัว
อาศยั อยู่รอดในปา่
แพนด้ายักษ์มีอุ้งตีนที่ผิดจากธรรมดา คือมีน้ิวหัวแม่มือและมีน้ิวอีก 5 นิ้ว นิ้วหัวแม่มือที่จริงแล้วมา
จากการปรับปรุงรูปแบบของกระดูกข้อต่อ ใช้ประโยชน์สาหรับหยิบจับไผ่ สตีเฟน เจย์ กาวลด์ ได้เขียน
บทความเก่ียวกับเรื่องน้ีไว้ โดยมีช่ือเรื่องว่า The Panda's Thumb หรือ นิ้วหัวแม่มือของแพนด้า หางของ
แพนด้ายักษ์นั้นสั้นมาก โดยมีความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร รวมถึงมีกรามท่ีแบนราบเหมาะสาหรับการ
เคีย้ วไผ่อีกด้วย
การค้นพบ
แพนด้ายักษ์ เป็นทร่ี ูจ้ ักในตะวนั ตกเป็นคร้ังแรก ในปี ค.ศ. 1869 โดยมชิ ชันนารีชาวฝร่ังเศส อาร์มันด์
เดวิด ผซู้ ่งึ ไดร้ บั หนังของแพนด้ามาจากนายพรานเมอ่ื วันที่ 11 มนี าคม ค.ศ. 1869 สว่ นชาวตะวันตกคนแรกที่
เปน็ ท่ีรูจ้ ักว่าเหน็ แพนดา้ ยกั ษ์ท่ียงั มชี วี ิตคือนักสัตว์วิทยาเยอรมัน ฮิวโก เวยโกลด์ เขาซื้อลูกของมันมาในปี ค.ศ.
1916 เคอร์มิท และ ธีโอดอร์ รูสเวลท์ จูเนียร์ ได้เป็นชาวต่างชาติแรก ที่ยิงแพนด้าในการเดินทางศึกษาที่
ประเทศจีน เพื่อนาไปสตัฟฟ์และใช้ในการศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ฟิลด์ ในช่วงคริสต์
ทศวรรษ 1920 ในปี ค.ศ. 1936 รุธ ฮาร์คเนส เป็นชาวตะวันตกคนแรก ที่นาเข้าแพนด้ายักษ์ที่มีชีวิตมายัง
สหรฐั อเมรกิ า เป็นลูกแพนดา้ ช่ือซู-ลนิ โดยนามาเลย้ี งท่ีสวนสตั วบ์ รคู ฟิลดใ์ นชคิ าโก
ถิน่ อาศัย, อาหาร
แพนด้ายักษ์กระจายพันธุ์ในแนวเทือกเขาทางตอนกลางของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ใน
มณฑลเสฉวน, ชานซี และกานสู ในอดีตแพนดา้ ยักษเ์ คยกระจายพนั ธ์ลุ งมาถงึ บริเวณท่ีราบต่า แต่เพราะการตัด
ไมท้ าลายป่า, การขยายพ้นื ทีเ่ กษตรกรรม และการพัฒนาพื้นท่ี ทาให้ปัจจุบันแพนด้ายักษ์ถูกจากัดการกระจาย
พันธุใ์ หเ้ หลือเฉพาะในเทือกเขาเท่าน้ัน แพนด้ายักษ์อาศัยอยู่ในป่าสนและป่าไม้ใบกว้าง (broadleaf) ท่ีมีต้นไผ่
อยู่หนาแน่นท่ีระดับความสูง 5,000-10,000 ฟุต บริเวณน้ีมีฝนตกหนัก และหมอกหนาปกคลุมตลอดปี
สาหรับประเทศไทยได้มีการคน้ พบฟอสซลิ ของแพนด้าทจี่ งั หวัดลาปาง
อาหารสว่ นใหญ่ (ประมาณร้อยละ 99) ของแพนดา้ ยกั ษ์ที่อาศัยในป่าธรรมชาติคือไผ่ นอกน้ันก็จะเป็น
หญ้าชนิดอื่นๆ อาจพบว่ามันกินสัตว์เล็ก เช่น สัตว์ฟันแทะขนาดเล็กหรือลูกของกวางมัสก์ (Musk Deer) บ้าง
เป็นครั้งคราว ส่วนอาหารของแพนด้ายักษ์ในสวนสัตว์ได้แก่ ไผ่, อ้อย, ธัญพืช, บิสกิตชนิดพิเศษท่ีมีเส้นใยสูง,
ผลไม้และผัก เช่น แครอท, แอปเป้ลิ และมะเขอื เทศ
พฤตกิ รรม, การสืบพนั ธุ์
โดยปกติแพนด้ายักษ์ท่ีโตเต็มวัยแล้วจะอยู่เพียงลาพัง แต่ก็มีการติดต่อส่ือสารกับแพนด้ายักษ์ตัวอื่น
บ้างเป็นช่วงๆ โดยใช้การสื่อสารด้วยสารเคมีจากต่อมกล่ิน, เสียงร้อง และการพบปะกันบ้างเป็นคร้ังคราว
แพนด้ายักษ์ในป่าธรรมชาติใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาอาหาร, กินอาหาร และการพักผ่อน มันไม่จาศีล
(hybernation) เหมอื นหมชี นดิ อืน่ ๆในป่าเขตอบอนุ่ ในอดตี นักวิทยาศาสตร์เช่ือว่าแพนด้ายักษ์ใช้ชีวิตส่วนใหญ่
อยู่ตามลาพัง มีการพบปะของตวั เมยี และตัวผ้เู ฉพาะชว่ งฤดผู สมพันธ์ุเท่านั้น แต่จากการศึกษาในปัจจุบันค้นพบ
บางส่ิงท่แี ตกตา่ งออกไปคือพบว่า แพนด้ายักษ์จะอาศัยเป็นกลุ่มเล็กๆ ในอาณาเขตกว้างใหญ่ และบางครั้งจะมี
การพบปะกันบ้างนอกฤดูผสมพันธ์ุ ยังคงมีการศึกษาอยู่ต่อไปเก่ียวกับความลับในการดารงชีวิตของสัตว์ที่ยาก
จะเข้าใจชนิดน้ี การค้นพบใหม่ ๆ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธ์ุ
สาหรับเร่ืองอายุขัยมีรายงานว่าแพนด้ายักษ์ในกรงเล้ียงมีอายุประมาณ 35 ปี และพบว่า “ชิงชิง” (Hsing-
Hsing) แพนด้ายักษ์ท่ีอาศัยในสวนสัตว์แห่งชาติตายเม่ือ ค.ศ. 1999 ขณะมีอายุได้ 28 ปี นักวิทยาศาสตร์ไม่
ทราบข้อมูลแน่นอนเกีย่ วกับอายขุ ัยของแพนด้ายักษ์ทอ่ี าศยั ในป่าธรรมชาติ ทราบแต่เพียงว่าสั้นกว่าอายุขัยของ
แพนดา้ ยักษใ์ นกรงเล้ยี ง
แพนด้ายักษ์มีฤดูผสมพันธุ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น เป็นช่วงเวลาสั้นๆเพียง 2-3 วัน ที่ตัวเมียมีความ
ต้องการจะผสมพนั ธ์แุ ละสามารถตง้ั ท้องได้ ในช่วงเวลาน้ันจะมีการส่ือสารโดยใช้เสียงร้องและกล่ินเพ่ือดึงดูดให้
ตัวเมียและตวั ผู้มาพบและผสมพันธุ์กัน แพนด้ายักษ์จะโตเต็มวัยพร้อมจะผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 4-8 ปี ตัวเมีย
จะต้ังทอ้ งประมาณ 95-160 วนั อาจจะตกลกู ไดค้ รั้งละ 2 ตวั แต่โดยปกติจะมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต
ลูกแพนด้ายักษ์จะอยู่กับแม่ไปจนกระท่ังอายุประมาณ 1.5 - 3 ปี แล้วจึงแยกตัวออกไป ซ่ึงหมายความว่า
โอกาสทแ่ี พนดา้ ยักษต์ วั เมียจะสามารถมลี กู ได้กค็ อื ทุก 2-3 ปี ดังน้ันตลอดชีวิตของมันก็อาจประสบความสาเร็จ
ในการตกลูกไดเ้ พียง 5-8 ตวั
สถานะ
ในอดีตเชื่อว่าแพนด้ายักษ์พบกระจัดกระจายท่ัวไปต้ังแต่ภาคใต้และตะวันออกของจีนจน ไปถึงตอน
เหนือของพม่าและเวียดนาม แต่ปัจจุบันแพนด้ายักษ์เป็นหนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธ์ุมากที่สุดชนิดหน่ึง
ของโลก โดยปัจจุบันพบเพียงแค่พื้นที่แคบ ๆ บนป่าสนเขาของมณฑลเสฉวน ทางตอนใต้ของจีนเท่าน้ัน ตาม
รายงานล่าสุด มีแพนด้าท่ีเล้ียงในกรงเลี้ยง 239 ตัวอยู่ในจีน และอีก 27 ตัวอยู่ในต่างประเทศ มีการ
คาดการณ์ไว้ว่ามีแพนด้ายักษ์ประมาณ 1,590 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ดี จากการศึกษาในปี ค.ศ.
2006 ผ่านการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ สามารถประมาณการได้ว่าอาจจะมีแพนด้ายักษ์เป็นจานวนถึง 2,000-
3,000 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจานวนแพนด้าตามธรรมชาติเพิ่มจานวนขึ้น สหภาพ
นานาชาติเพอ่ื การอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) เช่ือว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอน
พอท่ีจะย้ายชือ่ แพนด้ายักษ์ออกจากบัญชรี ายชอื่ สตั ว์ทใ่ี กล้สูญพนั ธ์ุ
โดยแพนด้ายกั ษย์ งั ไม่มีกฎหมายคุม้ ครองจนกระท่ังถงึ ครสิ ต์ทศวรรษ 1960 โดยปัจจุบันกฎหมายของ
จนี ระบไุ ว้ว่าหากผูใ้ ดฆา่ แพนด้ายกั ษ์มโี ทษจาคุก 20 ปี [3] และตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ทางการจีนได้เพ่ิม
ปริมาณเขตอนุรักษ์แพนด้ายักษ์เพิ่มข้ึนจาก 12 แห่ง เป็น 67 แห่งในปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นสัตว์ชนิดท่ีมีการ
คุ้มครองมากท่ีสุดในโลก อีกทั้งปัจจุบันยังได้มีโครงการเพาะขยายพันธุ์แพนด้ายักษ์ในท่ีเล้ียง เพ่ือนาไปปล่อย
กลบั คืนสธู่ รรมชาติอกี ดว้ ย ซึง่ ก็ได้ผลสาเร็จบ้างแล้วในขั้นต้น โดยมีการติดปลอกคอดาวเทียมเพื่อมีการติดตาม
ความเป็นอยใู่ นธรรมชาติ
แพนด้ายักษ์ถือเปน็ สัญลักษณท์ างการทตู อย่างหน่งึ ของจีน จะเห็นได้ว่าจีนส่งหมีแพนด้าไปยังสวนสัตว์
สหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 โดยการให้ยืม ซึ่งเป็นเคร่ืองหมายการแลกเปล่ียน
วัฒนธรรมระหว่างจีนและชาติตะวันตก การปฏิบัติเป็นธรรมเนียมเช่นน้ีทาให้มีคนเรียกแพนด้าว่า "ทูต
สนั ถวไมตรี"
อย่างไรกต็ าม ตั้งแตป่ ี ค.ศ. 1984 ไมม่ กี ารใช้หมีแพนด้าในฐานะทตู สนั ถวไมตรีอกี ตอ่ ไป แต่จีนมีการเสนอที่จะ
ส่งแพนด้ายักษ์ไปยังชาติอ่ืนโดยให้ยืมเป็นเวลา 10 ปี โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพื้นฐานปีละ 1,000,000
ดอลลาร์สหรัฐ และมีข้อกาหนดว่าลูกของแพนด้ายักษ์ใด ๆ ที่เกิดระหว่างการยืมนั้น ถือเป็นทรัพย์สินของ
สาธารณรัฐประชาชนจีน
เอกสารอา้ งอิงจากวกิ ิพเี ดีย สารานกุ รมเสรี/ www.dooasia.com เรียบเรยี งข้อมลู โดย นางมกุ ดารัศมิ์ พชั รัษเฐยี ร