สมรรถนะตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของครกู ลมุ่ เครอื ขา่ ย
โรงเรยี นโนนสมบรู ณ์นาสวรรคค์ านาดี อาํ เภอเมืองบึงกาฬ จงั หวัดบงึ กาฬ
นางสาวปวรรญา ฤทธิสิงห์
ตำแหนง่ ครู
โรงเรียนบ้านชมุ ภูทอง
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาบงึ กาฬ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
เร่อื ง สมรรถนะตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงานของครูกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนโนนสมบูรณน์ าสวรรคค์ านาดี
อาเภอเมืองบงึ กาฬ จงั หวดั บึงกาฬ
โดย
นางสาวปวรรญา ฤทธสิ ิงห์
ตาแหน่ง ครู
โรงเรียนบา้ นชุมภูทอง
สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาบึงกาฬ
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ชือ่ เร่ืองวจิ ยั : สมรรถนะตามมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านของครกู ลุ่มเครือขา่ ยโรงเรียนโนนสมบรู ณน์ าสวรรคค์ านา
ดี อาเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
ความมุ่งหมายของการวิจยั :
1.เพื่อศกึ ษาระดับสมรรถนะของผ้ปู ระกอบวิชาชพี ครูตามมาตรฐานการปฏิบัตงิ านของครใู นกลมุ่ เครือขา่ ย
โรงเรยี นโนนสมบูรณ์นาสวรรค์คานาดี อาเภอเมืองบงึ กาฬ จงั หวัดบึงกาฬ
2.เพ่อื เปรยี บเทียบสมรรถนะของผปู้ ระกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานการปฏิบตั งิ านของครใู นกลุ่มเครอื ข่าย
โรงเรียนโนนสมบูรณน์ าสวรรค์คานาดี อาเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบงึ กาฬ ได้แก่ เพศ และระยะเวลาของการ
ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ใี นสถานศึกษา
สมมติฐานของการวจิ ัย :
1.ระดับสมรรถนะของผูป้ ระกอบวิชาชีพครตู ามมาตรฐานการปฏิบตั งิ านของครใู นกลุ่มเครอื ข่ายโรงเรยี นโนน
สมบูรณน์ าสวรรค์คานาดี อาเภอเมอื งบงึ กาฬ จังหวดั บงึ กาฬ ในระดับมาก
2. สมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครตู ามมาตรฐานการปฏบิ ัติงานของครูในกลมุ่ เครือข่ายโรงเรียนโนนสมบูรณ์
นาสวรรค์คานาดี อาเภอเมืองบงึ กาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ เพศ และระยะเวลาของการปฏบิ ตั หิ น้าทีใ่ น
สถานศึกษามคี วามแตกต่างกัน
ตวั แปรที่ใชใ้ นการวจิ ยั :
ตวั แปรต้น : เพศ และระยะเวลาของการปฏบิ ัตหิ นา้ ทใี่ นสถานศกึ ษา
ตัวแปรตาม : สมรรถนะของผ้ปู ระกอบวชิ าชีพครตู ามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ประกอบดว้ ย 3 ด้าน
ดังน้ี 1. การปฏบิ ัติหน้าทีค่ รู 2. การจดั การเรยี นรู้ 3. ความสัมพันธ์กับผ้ปู กครองและชุมชน
กรอบแนวคดิ ของการวิจัย :
สมรรถนะของผปู้ ระกอบวิชาชีพครตู ามมาตรฐานการปฏิบัติงานการแสดงพฤตกิ รรมการปฏิบัติงานและ
การพฒั นางาน ซ่ึงผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งผตู้ อ้ งการประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ต้องปฏบิ ตั ิ
ตาม เพื่อให้เกิดผลตามวตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายการเรยี นรหู้ รือการจดั การศึกษา รวมท้งั ตอ้ งฝึกฝนพัฒนา
ตนเองให้มที กั ษะ หรือความชานาญสูงขน้ึ อยา่ งต่อเน่ืองประกอบดว้ ย 3 ด้านคอื 1. การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่คี รู
2. การจัดการเรียนรู้ 3. ความสมั พันธก์ บั ผู้ปกครองและชุมชน (ขอ้ บังคบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี และ
จรรยาบรรณของวิชาชพี พ.ศ. 2562, 2562: 18-20) ทฤษฎีดงั กล่าวผ้วู จิ ยั ได้นามาศกึ ษาเปน็ ตวั แปรต้นและตัว
แปรตาม โดยกาหนดกรอบแนวคิดการวิจัยดังแผนภาพต่อไปนี้
ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
ปัจจยั ส่วนบคุ คล ไดแ้ ก่ สมรรถนะของผูป้ ระกอบวิชาชีพครูตาม
1.เพศ มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน ประกอบดว้ ย 3 ด้าน
2.ระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าท่ใี นสถานศึกษา ดังนี้
1. การปฏบิ ัติหนา้ ทค่ี รู
2. การจัดการเรียนรู้
3. ความสัมพันธ์กับผปู้ กครองและชุมชน
ประโยชนข์ องการวจิ ัย :
1. ผู้บริหารสถานศกึ ษา ครู และบคุ ลากรของสถานศึกษาสามารถนาผลการวิจยั ไปใช้เป็นแนวทางในการ
พัฒนาสมรรถนะของผปู้ ระกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานการปฏิบัติงานใหม้ ีประสิทธภิ าพสูงขน้ึ
นิยามศัพทเ์ ฉพาะ :
1. สมรรถนะของผู้ประกอบวชิ าชีพครตู ามมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน หมายถงึ การทค่ี รูในโรงเรยี นในกลมุ่
เครือข่ายโรงเรยี นในเขตอาเภอเมืองบงึ กาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีคณุ ลกั ษณะ หรอื การแสดงพฤติกรรมการ
ปฏบิ ัตงิ านและการพฒั นางาน ซงึ่ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งผูต้ อ้ งการประกอบวิชาชีพทางการ
ศกึ ษา ต้องปฏบิ ัตติ าม เพื่อให้เกดิ ผลตามวัตถุประสงค์ และเปา้ หมายการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษา รวมท้งั
ต้องฝกึ ฝนพัฒนาตนเองให้มีทักษะ หรือความชานาญสูงขนึ้ อยา่ งต่อเน่อื งตามมาตรฐานกาหนดมีรายละเอยี ด
ดังน้ี
1.1 การปฏิบตั ิหน้าที่ครู
1) มงุ่ ม่นั พัฒนาผู้เรยี น ด้วยจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
2) ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างท่ีดี มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมีความเป็นพลเมืองทเี่ ขม้ แข็ง
3) สง่ เสรมิ การเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรบั ความแตกตา่ งของผ้เู รยี นแต่ละบคุ คล
4)สร้างแรงบนั ดาลใจผเู้ รยี นให้เป็นผใู้ ฝเ่ รยี นรู้ และผูส้ รา้ งนวตั กรรม
5) พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทนั สมัย และทนั ต่อการเปลีย่ นแปลง
1.2 การจัดการเรียนรู้
1) พฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา การจดั การเรียนรู้ ส่อื การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
2) บูรณาการความรูแ้ ละศาสตรก์ ารสอนในการวางแผนและจัดการเรียนรู้
ทีส่ ามารถพฒั นาผู้เรยี นใหม้ ปี ัญญารู้คดิ และมคี วามเปน็ นวัตกร
3) ดูแล ชว่ ยเหลอื และพัฒนาผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คลตามศักยภาพ สามารถรายงานผลการพัฒนา
คณุ ภาพผู้เรยี นได้อย่างเป็นระบบ
4) จดั กจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศการเรียนร้ใู หผ้ เู้ รียนมีความสขุ ในการเรียนโดยตระหนักถงึ สขุ
ภาวะของผู้เรยี น
5) วจิ ยั สรา้ งนวัตกรรม และประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีดิจิทัลใหเ้ กิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรยี น
6) ปฏิบัตงิ านรว่ มกบั ผู้อน่ื อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมการพฒั นาวซิ าชีพ
1.3 ความสมั พนั ธ์กบั ผู้ปกครองและชมุ ชน
1) ร่วมมือกับผปู้ กครองในการพฒั นาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มคี ุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
2) สรา้ งเครือข่ายความร่วมมือกบั ผปู้ กครองและชุมชน เพื่อสนบั สนุนการเรียนรู้ที่มีคณุ ภาพของ
ผู้เรียน
3) ศึกษา เข้าถึงบรบิ ทของชมุ ชน และสามารถอย่รู ว่ มกนั บนพ้นื ฐานความแตกต่างทางวัฒนธรรม
สง่ เสริม อนรุ ักษ์วัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาท้องถิ่น
2.โรงเรียน หมายถงึ สถานท่ีที่จัดการเรียนการสอนในกลมุ่ เครือข่ายโรงเรียนโนนสมบรู ณ์นาสวรรค์คานาดี
สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาบงึ กาฬ
3. ครู หมายถงึ ผ้ทู ่ที าหน้าที่จดั กระบวนการเรียนรู้ในโรงเรยี นในกล่มุ เครือข่ายโรงเรียนโนนสมบรู ณน์ าสวรรค์
คานาดี สังกดั สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ
4.กลมุ่ เครือขา่ ยโรงเรยี น หมายถงึ กล่มุ โรงเรียนท่ีอยูใ่ นพนื้ ทีต่ าบลโนนสมบรู ณ์ นาสวรรค์ และคานาดี ซงึ่
มสี มาชิกโรงเรยี นจานวน 11 โรงเรียน คอื
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง :
ประชากร : ได้แก่ ครกู ล่มุ เครือข่ายโรงเรยี นโนนสมบรู ณ์นาสวรรค์คานาดี อาเภอเมอื งบึงกาฬ จงั หวดั
บึงกาฬ จานวน 11 โรงเรียน จานวน 98 คน
กล่มุ ตัวอย่าง คอื ครกู ลมุ่ เครือข่ายโรงเรียนในเขตอาเภอเมืองบงึ กาฬ จังหวัดบึงกาฬ และใช้วธิ กี ารสมุ่
อยา่ งงา่ ย โดยการจบั สลาก คือ กาหนดขนาดตัวอยา่ งจานวน 74 คน ตามเกณฑ์ตาราง Krejcie & Morgan
เครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย :
1.แบบสอบถามสมรรถนะของผ้ปู ระกอบวชิ าชีพครตู ามมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามเก่ียวกับสถานภาพผตู้ อบ ลักษณะคาถามเป็นแบบตวั เลือกทก่ี าหนดคาตอบไว้ให้
ประกอบดว้ ย เพศ และระยะเวลาของการปฏบิ ัติหนา้ ทใี่ นสถานศกึ ษา
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเกยี่ วกับสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงานเป็น
แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามแบบของลิเคริ ท์ จานวน 3 ตัวแปร
1. การปฏบิ ัตหิ น้าทค่ี รู
2. การจดั การเรยี นรู้
3. ความสัมพันธ์กบั ผู้ปกครองและชุมชน
การกาหนดคา่ คะแนนของแบบสอบถามตามแนวคิดของ Likert แบง่ ออกเปน็ 5 ระดับ แตล่ ะระดับมี
ความหมายดังน้ี
5 หมายถึง สมรรถนะของผู้ประกอบวชิ าชีพครตู ามมาตรฐานการปฏิบัตงิ านอยู่ในระดับมากทสี่ ุด
4 หมายถงึ สมรรถนะของผู้ประกอบวชิ าชพี ครูตามมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานอยู่ในระดับมาก
3 หมายถึง สมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานการปฏิบัติงานอยู่ในระดับปานกลาง
2 หมายถึง สมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครตู ามมาตรฐานการปฏิบตั ิงานอยู่ในระดับนอ้ ย
1 หมายถงึ สมรรถนะของผู้ประกอบวชิ าชพี ครูตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงานอยู่ในระดับน้อยท่ีสดุ
การวเิ คราะห์ข้อมลู :
1.สถติ ิที่ใช้ในการหาคุณภาพเคร่ืองมือ คือ ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งข้อคาถามและ วตั ถปุ ระสงค์
(Index of Item Objectives Congruence, IOC)
2.สถิติทใี่ ช้ในการหาคา่ ความเช่ือมั่น (Reliability) ของแบบสอบถาม ใชว้ ิธีหาคา่ สมั ประสิทธ์ิแอลฟา (α-
coefficient) ตามวิธกี ารของครอนบคั (Cronbach)
3. สถติ พิ ้นื ฐานท่ใี ชว้ เิ คราะหเ์ กยี่ วกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบดว้ ย
1) ค่าร้อยละ (Percentage)
2) คา่ เฉลยี่ (Arithmetic Mean)
3) ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation = S.D.)
5.สถิตทิ ใี่ ชใ้ นการเปรยี บเทียบปัจจัยส่วนบุคคลด้านตา่ งๆ ใช้ F-test
สมรรถนะตามมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานของครกู ลุ่มเครือขา่ ย
โรงเรียนโนนสมบูรณน์ าสวรรค์คานาดี อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบงึ กาฬ