The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by areeratbuaban2793, 2022-09-13 08:39:21

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

ชื่อวจิ ยั การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense
ดว้ ยการจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้ส่อื สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Power Point) สำหรับนกั เรียน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 โรงเรียนหนิ กอง (พิบลู อนุสรณ์) อำเภอหนองแค จังหวดั สระบรุ ี

ชือ่ ผูท้ ำวจิ ัย นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ

ปีที่ทำการศึกษา 2565

บทคัดยอ่

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past
Simple Tense สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อสไลด์
อิเลก็ ทรอนิกส์ (Power Point) โรงเรยี นหนิ กอง (พิบลู อนุสรณ์)

กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์)
อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ที่ได้มาโดยการ
เจาะจง (Purposive Sampling) 4 หอ้ งเรยี น จำนวน 122 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ โดยการใช้สื่อสไลด์
อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) จำนวน 1 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ ท่ี
ผู้วิจัยสร้างข้นึ

การดำเนินการทดลองผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนดังนี้ คือ ขั้นแรก ทดสอบนักเรียนก่อน
การจัดการเรียนรู้ วชิ าภาษาองั กฤษ เรือ่ ง Past Simple Tense กบั นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหิน
กอง (พิบูลอนุสรณ์) โดยผู้วิจัยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยชนดิ 4 ตัวเลือก 20 ข้อ ขั้นที่สอง นำแผนการจัดการ
เรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ เร่ือง Past Simple Tense โดยใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) ไป
ดำเนินการสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) ขั้นที่สาม ทำการทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนวชิ าภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense (Post-test) หลังการจัดการเรียนรู้ โดย
ใชส้ อื่ สไลดอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ (Power Point) โดยผู้วจิ ยั ใชแ้ บบทดสอบแบบปรนัยชนดิ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 20 ข้อ
โดยใช้ชดุ ขอ้ สอบชดุ เดิมเดียวกนั

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past
Simple Tense ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) ก่อนการสอนมีคะแนนเฉลี่ย 11.50 คิดเป็นร้อยละ 57.50 มีค่าส่วนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน 3.16 และหลังการสอนมีคะแนนเฉล่ีย 13.82 คิดเป็นร้อยละ 69.10 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2.60 ซ่ึงหลังสอนมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.32 คิดเป็นร้อยละ 11.60 จากการทดสอบด้วยสถิติ t-dependent
ปรากฏว่าคา่ เฉลยี่ หลังการสอนสูงกวา่ ก่อนสอนอย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซงึ่ เปน็ ไปตามสมมติฐาน
ที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาจากคะแนนร้อยละเฉลี่ยหลังการสอนซึ่งมีค่าร้อยละ 57.50 ซึ่งนับได้ว่าคะแนนจากการ
ทดสอบหลังหลังการสอนคดิ เป็นรอ้ ยละ 69.10 โดยมสี ว่ นของคะแนนเพ่ิมขน้ึ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.60

บทนำ

ด้วยสังคมปัจจบุ นั ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลของโลกที่ใช้กันอย่างแพรห่ ลาย ประเทศไทยเป็นหนึ่ง
ในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลจึงมี
นโยบายเร่งยกระดับภาษาอังกฤษของคนไทย โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้คนไทยสามารถใช้ภาษาอังกฤษ
สื่อสารกับชาวต่างชาติได้ และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องพฒั นาให้คนไทยมีความ
พร้อมในการแข่งขันในตลาดแรงงานที่เปิดเสรีมากขึ้น แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของสถานศึกษาที่ผู้สอนพบ คือ
พื้นฐานภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรง ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ไม่ตั้งใจเรียน และเนื่องจากการ
จัดการเรียนรูท้ ่ีผ่านมา อาจไมไ่ ด้ยึดหลักผู้เรียนเปน็ สำคัญอย่างเพียงพอ ผ้สู อนจงึ เห็นวา่ ควรมีการกระตุ้นให้ใช้
การจดั การเรียนรู้โดยใชส้ ่ือสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) เพอื่ ให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจ และ
มปี ระสทิ ธิภาพเพ่ิมมากขึน้

รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์นั้น มีความสำคัญต่อการจัด
ประสบการณ์การเรยี นร้ใู ห้กบั ผู้เรียน เพราะสือ่ สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ ทำหนา้ ท่ีถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ช่วย
เพิ่มพูนประสบการณ์สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพทางความคิด
อีกทั้งทำใหผ้ ้เู รยี นเกดิ ความสนใจใฝเ่ รียนรู้ในกิจกรรมการเรียนการสอนมากขึ้น

จากผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ของ
โรงเรียนหนิ กอง (พิบลู อนสุ รณ์) ในปี 2565 พบวา่ มีนกั เรียนในระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 มผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ70 ซึ่งจากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชา
ภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) พบว่ามีการจัดการเรียนการสอนโดยการสอนในหนังสือและ
สอนแบบท่องจำ ซึ่งเป็นการสอนที่ไม่มีความหลากหลาย ไม่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้นักเรียนไม่มี
แรงจงู ใจในการเรยี น ขาดความสนใจในการเรยี น จากการสัมภาษณ์นักเรียน พบว่า ถ้านำเทคโนโลยีโดยการนำ
สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ มาเป็นสื่อช่วยสอนในกิจกรรมการเรียนการสอนวชิ าภาษาอังกฤษแทนการเรียนการสอน
ในแบบเดิม จะเป็นผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรยี นหนิ กอง (พบิ ูลอนุสรณ์) มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนทสี่ งู ขนึ้

จากเหตุผลและสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผู้วิจัยตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหา จึง
ได้นำสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ประกอบการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งการจัดการเรียนการสอน
ดังกล่าว จะช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจเรียนมากขึ้น เป็นผลทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชา
ภาษาองั กฤษสูงขึ้น และผา่ นเกณฑท์ ีค่ รูกำหนด

วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั

เพอ่ื เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าภาษาอังกฤษ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน
หินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ก่อนการสอนและหลังการสอน โดยใช้สไลด์
อเิ ล็กทรอนกิ สเ์ ปน็ สื่อในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

สมมุตฐิ านของการวจิ ัย

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense หลังการสอนสูงกว่าก่อนการ
สอนดว้ ยการจดั การเรียนร้โู ดยใชส้ ไลด์อเิ ล็กทรอนกิ สส์ ำหรบั นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2

ขอบเขตของการวิจัย

การวจิ ัยครงั้ น้ีมีขอบเขตดงั นี้

1. ม่งุ ศึกษากับนกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ในโรงเรียนหินกอง (พิบลู อนสุ รณ์)

2. กล่มุ เปา้ หมายท่ีใชใ้ นการวิจัยคอื นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 โรงเรยี นหินกอง
(พิบลู อนุสรณ์) จำนวน 122 คน

3. การวจิ ยั ครัง้ นด้ี ำเนินการในชว่ ง ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

4. สาระเนอ้ื หาหลกั ท่ีมุ่งศึกษา เปน็ เนอื้ หาในกลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานพทุ ธศักราช 2551

ตวั แปรท่ีมุ่งศึกษา

ตวั แปรตน้ คือ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใชส้ ไลด์อิเลก็ ทรอนิกส์

ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน
หนิ กอง (พบิ ลู อนุสรณ์)

วิธดี ำเนนิ การวิจัย

กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2565 จำนวน 4 ห้องเรียน นักเรียนจำนวน 122 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง
(Purposive Sampling)

เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการทดลอง

1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์
(PowerPoint) ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 แผน

2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนสอน-หลังเรียน เรื่อง Past Simple Tense ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
แบบปรนัยชนดิ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ้

ข้ันตอนการดำเนนิ การทดลอง

ในการวิจัยคร้งั นผี้ วู้ ิจัยไดด้ ำเนินการทดลองตามขน้ั ตอนดังต่อไปนี้

1. ทำการทดสอบนักเรียนก่อนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense กับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) โดยผู้วิจัยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยชนิด 4
ตัวเลอื ก จำนวน 20 ขอ้

2. นำแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense โดยใช้สื่อสไลด์
อิเล็กทรอนิกส์ (PowerPoint) ไปดำเนินการสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูล
อนสุ รณ์)

3. ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense หลังการ
จัดการเรียนรู้ โดยใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (PowerPoint) โดยผู้วิจัยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยชนิด 4
ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อโดยใช้ข้อสอบชุดเดมิ เดยี วกบั (Pre-test)

ผลการวจิ ยั

ผลการวิเคราะห์ผลการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ก่อนการสอนและหลัง
การสอน โดยใช้สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (PowerPoint) เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผลปรากฏดัง
ตาราง 1 ตอ่ ไปนี้

ผลการทดสอบ คา่ ทางสถิติ

เฉล่ยี รอ้ ยละ SD

หลังการสอน 13.82 69.10 2.60

กอ่ นการสอน 11.50 57.50 3.16

คะแนนผลตา่ ง 2.32 11.60 1.86

t-dependent 7.66

ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหผ์ ลการศึกษาเพื่อเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

โรงเรยี นหินกอง (พิบลู อนุสรณ)์ ก่อนการสอนและหลังการสอน โดยใชส้ ไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Power Point) เป็นสอ่ื ในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง 1 ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ก่อนการ
สอนและหลังการสอน โดยใช้สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (PowerPoint) เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กอ่ นการสอนมคี ะแนนเฉลย่ี 11.50 คดิ เปน็ ร้อยละ 57.50 ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.16 และหลังการสอนมี
คะแนนเฉลี่ย 13.82 คิดเป็นร้อยละ 69.10 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.60 หลังสอนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.32
คิดเป็นร้อยละ 11.6 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.86 จากการทดสอบด้วยสถิติ t-dependent ได้ค่า t เป็น
7.66 แสดงว่าค่าเฉลี่ยหลังการสอนสูงกว่าก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตาม
สมมตฐิ านท่ตี งั้ ไว้

คะแนนรอ้ ยละของนักเรียนจากการทดสอบก่อนการทดลองที่ได้ 57.50 หลงั การทดลองไดเ้ ป็น 69.10
คะแนนที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 11.6 แสดงว่าการจัดเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี หลังการสอน โดยใช้สไลด์
อิเล็กทรอนิกส์ (PowerPoint) เป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทีส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์พัฒนาเพิ่ม
สูงขนึ้

อภิปรายผล

จากการวิจยั เรอื่ ง การเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าภาษาอังกฤษ เร่ือง Past Simple Tense ด้วย
การจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้สไลดอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ (Power Point) สำหรับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 โรงเรียนหิน
กอง (พบิ ลู อนุสรณ์) อำเภอหนองแค จงั หวดั สระบรุ ี สามารถนำไปสู่ผลการอภปิ ลายดงั นี้

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้
สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) พบว่านักเรียนที่เรียนด้วยสไลด์อิเล็กทรอนิกส์มีคะแนนหลังการเรียน
เฉลีย่ ( 13.82 ) สูงกว่าคะแนนก่อนเรียนเฉล่ีย ( 11.05 )เมอ่ื ทดสอบด้วยสถติ ิt-dependent ไดค้ ่า t เปน็ 7.66
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เนื่องจากสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) สำหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง Past Simple Tense ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนั้นได้ตรวจสอบความถูกต้องของการใช้ภาษา
ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และความเหมาะสมของเนื้อหาแล้วได้มีการแก้ไขเปลี่ยนพื้นหลังเพื่อให้
ตัวหนังสือชัดเจนมากขึ้น ใส่รูปภาพและใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัยการเรียนรู้ของผู้เรียนทำให้ผลการ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ด้วยการจัดการเรียนรู้โดย
ใชส้ ไลด์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (Power Point) หลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดบั 0.05 แสดง
ให้เห็นว่าการสอนด้วยสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีความสนใจ มีความสุขในการเรียนซึ่ง
สอดคลอ้ งงานวจิ ยั ของอมั พร ไตรชมพนู รินท์ (2549 : บทคัดยอ่ ) : การพัฒนาบทเรียนสไลดอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์เรื่อง
ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนวัดม่วง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ราชบุรี เขต 2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของบทเรียนสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ผลปรากฏว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่า
ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และสอดคล้องกับงานวิจัยของ อรุณ ผ่องใส (2547 :95) ได้
ทำการศึกษาผลการใชส้ ่ือสไลด์อิเลก็ ทรอนิกส์ท่ีผลิตด้วยโปรแกรม Power point เรื่องชีวิตของพืช ผลปรากฏ
ว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนปกติ อย่างมีนัยสำคัญที่ .01 ดังนั้นการ
จัดการเรียนการสอน วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้สไลด์
อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) เป็นสื่อที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสามารถถ่ายถอดความรู้ได้เป็น
อย่างดี จึงทำใหผ้ ลสมั ฤทธิห์ ลงั เรียนมากกว่ากอ่ นเรยี น

ข้อเสนอแนะ

จากการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อนำเสนอที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการวิจัยคร้ัง
ตอ่ ไปดงั นี้

1. ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

1.1 ในการผลิตสื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Point) ควรมีการวางแผนกำหนดภาพให้มี
ขนาดเลก็ และควรออกแบบให้ตรงกับจดุ ประสงคข์ องรายวชิ าท่ีต้องการ

1.2 กอ่ นทำการสอนด้วยการจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้ใชส้ ไลด์อเิ ล็กทรอนิกส์ (Power Point) ควร
มกี ารแนะนำให้นักเรียนเข้าใจวธิ ีการสอนก่อน เพราะถ้านกั เรยี นเกิดความสับสน หรือไม่
เข้าใจอาจสง่ ผลให้นักเรียนไมป่ ระสบผลสำเร็จในการสอนได้

2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครง้ั ตอ่ ไป

2.1 ควรมีการพฒั นาสือ่ สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Power Point) เพือ่ ใช้ในการสอนกลมุ่ สาระการ
เรียนรู้ในระดบั ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการนำข้อคน้ พบที่ได้ไปประยุกต์ใช้ส่ือให้เหมาะสม
กบั กลมุ่ สาระการเรียนรใู้ นแต่ละช่วงชัน้

2.2 ควรมีการศกึ ษาเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นระหวา่ งการสอนดว้ ยส่อื สไลด์
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Power Point) กับส่อื การสอนอ่ืนๆ เพือ่ ประโยชน์ในการนำไป
ประยกุ ตใ์ ช้ในการพฒั นากระบวนการเรียนการสอนให้เหมาะสมต่อไป

ภาคผนวก

- แผนการสอน
- Power Point เรอ่ื ง Past Simple Tense
- แบบทดสอบก่อน - หลัง เรียน

โรงเรยี นหินกอง (พิบูลอนสุ รณ์)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เร่ือง Let’s celebrate!
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 8 เรื่อง Past Simple Tense
รหัสวิชา อ22111 รายวชิ า ภาษาองั กฤษ 3 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปกี ารศึกษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางสาวอารรี ตั น์ บัวบาน

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งต่าง ๆ โดยการ
พูดและการเขียน
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมอื พ้นื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลี่ยนเรียนรกู้ บั สังคมโลก
1.2 ตัวช้ีวดั
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ
การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรือ่ งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และ
ประสบการณ์ พรอ้ มท้ังให้เหตุผลส้นั ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี ง
ประโยคชนิดตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศ
และภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ / คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ

จากสอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- นักเรียนมีความรูเ้ ก่ยี วกับการใช้ Past Simple Tense

2.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและ

ใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ และให้เหตผุ ลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ

เกี่ยวกับ Past Simple Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและ
ความแตกตา่ งระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้

2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รักการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษและฝึกฝนอยา่ งจรงิ จังเพยี งพอ
- ผู้เรียนใชภ้ าษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบุคคล

3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ

ช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรยี บเทยี บและสบื ค้น / การคน้ ควา้
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Simple Tense เพื่ออธิบายละให้
เหตุผลประกอบในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กับของไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่าง
เหมาะสม ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ

ชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ เปรยี บเทียบและสบื คน้ / การค้นควา้
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Simple Tense เพื่ออธิบายละให้
เหตุผลประกอบในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ของไทยได้

4.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
1. คำศพั ทใ์ นเร่ือง Unit 2 : Let’s celebrate!

2. บทสนทนาในเร่อื ง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใช้โครงสรา้ ง Past Simple Tense ในรปู แบบตา่ ง ๆ

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกดิ ในหน่วยการเรยี นรนู้ ี)้

5.1 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ตามหลกั สูตรแกนกลาง)

 1) รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  2) ซื่อสัตย์สจุ รติ  3) มวี ินยั  4) ใฝเ่ รียนรู้

 5) อยู่อยา่ งพอเพียง  6) มงุ่ มั่นในการทำงาน  7) รักความเปน็ ไทย  8) มีจติ สาธารณะ

5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

 1) มคี วามรู้พ้ืนฐานในยคุ ดิจติ อล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี ร้ภู าษา พหุวัฒนธรรม

ตระหนักสำนกึ ระดับโลก

 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุป

สร้างองคค์ วามรู้

 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธภิ าพ

 4) มคี วามสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะทเี่ กิดในหน่วยการเรยี นรู้น)้ี
 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading)
 6.2 ทกั ษะการเขยี น (Writing)
 6.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
 6.4 ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
 6.5 ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
 6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
 6.7 ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 6.8 ทักษะดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communication information and
media literacy)
 6.9 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 6.10 ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)

7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ (เฉพาะทเี่ กิดในหน่วยการเรยี นรูน้ ี)้

 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
 7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว
 7.4 อ่ืน ๆ (โปรระบุ)................................................................................................................................

8. ชน้ิ งาน / ภาระงาน

1. ภาระงาน

- ใบงานเรือ่ ง Past Simple Tense

2. ช้ินงาน

9. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning)

เรอื่ ง Past Simple Tense วิธกี ารสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P)

ช่วั โมงท่ี 1

1. ขน้ั กระตุ้นทบทวนและปพู ืน้ ฐานความรู้ (Warm up)

1.1 นกั เรยี นทบทวนความรู้เรื่อง Past Form (กรยิ าชอ่ ง 2) โดยใชเ้ กม Past Tense Game - ลอ้

สุ่ม จาก https://wordwall.net/th/resource/21782609/past-tense-game

1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 ทมี ทมี ละเทา่ ๆ กัน โดยแตล่ ะทมี ประกอบไปดว้ ยนักเรียนกลุ่มเก่ง
ปานกลางและอ่อน

1.3 นักเรียนเรียงลำดบั สมาชิกในกลุ่มเพ่ือออกมาเขียนคำศัพท์กรยิ าช่อง 2 ภายในเวลาท่ีกำหนด
โดยครั้งแรกครผู ู้สอนเป็นผู้ดำเนินการกดปุ่มหมนุ หลงั จากน้ันใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนหมุนเวียนกันออกมากด
ปมุ่ หมนุ เม่ือแต่ละกลมุ่ เขียนคำศัพท์ลงบนกระดานเรียนร้อยแลว้ เพื่อน ๆ ในห้องชว่ ยกันตรวจสอบวา่ ถูกต้อง
หรือไม่

1.4 นกั เรียนฟงั ครูชีแ้ จงเพิ่มเติมวา่ กรยิ าช่อง 2 มรี ูปแบบการเขยี น 3 ประเภท คือ 1. เปลย่ี น
รปู รา่ ง เช่น
have = had, do = did 2. เติม ed เชน่ walk = walked, clean = cleaned และ 3. เขยี นเหมือนกริยา
ชอ่ ง 1 คอื ไม่เปลี่ยนรูป เชน่ cut = cut, put = put

2. ขนั้ นำเสนอเนอื้ หาสาระ (Presentation)

2.1 นักเรียนออกมาเขียนกริยาช่อง 2 บนกระดานดำคนละ 1 คำพร้อมความหมาย โดยไม่ซ้ำกับ
คำศัพทท์ ่ีใช้เลน่ ในเกม Past Tense Game - ลอ้ สมุ่

2.2 นักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบคำศัพท์และความหมาย ถ้าไมถ่ ูกตอ้ งสามารถชว่ ยกนั แกไ้ ขได้
2.3 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint หลังจากนั้นร่วมกันแสดงความคิดเห็น
เกย่ี วกบั รูปภาพและประโยคทปี่ รากฏบน PowerPoint

2.4 นักเรยี นฟงั ครูชี้แจงโครงสรา้ ง Past Simple Tense คือการกระทำทเี่ กิดขึ้นจะใช้ กริยาช่องท่ี

2และเป็นเหตุการณ์หรือการกระทำท่ีจบลงในอดีต มักมีคำหรือกลุ่มคำของอดีตมากำกับ เช่น ago (แต่ก่อน)

once (ครงั้ หน่งึ ในอดีต) yesterday (เม่อื วานน)้ี

3. ข้ันฝกึ ฝนโดยยดึ ผูเ้ รยี นเปน็ ศูนย์ (Practice)

3.1 นกั เรียนช่วยกันเขยี นโครงสรา้ งประโยค Present Simple Tense จะไดโ้ ครงสรา้ งดงั นี้

ประธาน + กรยิ าช่องท่ี 2 + กรรมหรือสว่ นขยาย

3.2 นักเรยี นแตง่ ประโยคโดยใช้กรยิ าช่อง 2 คนละ 3 ประโยคพร้อมกับแปลความหมายของ

ประโยค โดยครูเดนิ ดูประโยคทีน่ กั เรียนเขยี นพรอ้ มให้คำแนะนำ ชว่ ยแก้ไขในกรณที ีน่ ักเรียนแต่งประโยคไม่

ถูกต้อง โดยครูให้แรงเสริมด้วยการกลา่ วชม เช่น good, excellent, well done, fantastic เปน็ ตน้

3.2 นกั เรยี นดูคำศพั ท์ทีค่ รเู ขียนบนกระดาน

Subject : He

Verb : buy

Complement : a radio last month.

3.3 นกั เรยี นช่วยกันนำศพั ท์ท่ีครูเขียนบนกระดานมาแตง่ ประโยคตามโครงสร้าง Past Simple

Tense โดยส่งตัวแทนออกมาเขียนบนกระดานจะไดป้ ระโยคที่ถูกตอ้ ง คอื He bought a radio last month.

3.4 นกั เรียนฝึกเปล่ียนประธานกริยาและสว่ นขยายไปตามความเหมาะสม โดยนักเรยี นเป็นผู้

กำหนดด้วยตนเอง เช่น

• My mother bought a new iPhone yesterday.

• The teacher bough an ice-cream this morning.
3.5 นกั เรยี นช่วยกนั สรุปโครงสรา้ งและรายละเอียดตามความเข้าใจของนักเรยี น

3.6 นกั เรยี นฟงั ครูอธบิ าย Past simple tense เพ่ิมเตมิ

Past Simple Tense ใช้ในเหตกุ ารณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว หรอื ใชบ้ อกในเร่ืองท่ีเป็นกิจวตั ร

ประจำในอดีต หรอื เคยไปที่ไหนในอดีตมาแลว้ โดยมีโครงสรา้ งดงั น้ี

ประโยคบอกเล่า S. + V.2 I went to the theme park yesterday.

ประโยคปฎเิ สธ S. + did not + V.1 She didn’t come to Thailand last year.

ประโยคคำถาม Did + S + V.1 Did you see Jane at the bank last hour?

จำงา่ ย ๆ วา่ ประโยคบอกเล่าใชก้ รยิ าชอ่ ง 2 สว่ นประโยคปฏเิ สธและประโยคคำถาม ใช้ did

ร่วมกับกริยาช่อง 1
หลกั การใช้และโครงสรา้ งของ Past Simple Tense

1. ใช้กับเรื่องทีเ่ กดิ ขน้ึ ในอดีตและจบสิ้นลงไปเรยี บร้อยแล้ว สงั เกตง่าย ๆ วา่ มักจะมีการระบุ

ชว่ งเวลาไว้ด้วยว่าเกิดขน้ึ เมอ่ื ไหร่ และใช้กรยิ าชอ่ ง 2 เช่น

• They came here yesterday.

พวกเขามาท่นี ี่เมอื่ วานนี้

• He left home ten minutes ago.
เขาออกจากบา้ นเม่ือ 50 นาทีทแี่ ลว้

• I bought a new phone two days ago.

ฉนั ซือ้ โทรศัพท์ใหม่มาเม่อื 2 วนั ก่อน

2. ใช้พูดถึงนิสัยหรอื กิจวัตรทเ่ี คยทำในอดีต หรอื การบอกวา่ ใครเคยทำอะไร เคยไปไหนใน

อดีตมาแล้ว และเหตุการณน์ ้ันจบลงแล้ว

• We cooked every day last year.

พวกเราทำอาหารกนั ทกุ วันเม่ือปีทแี่ ล้ว

• He always went to office late last month.

เขาไปสำนักงานสายเสมอเมื่อเดือนทแ่ี ล้ว

• I was in London in 2017.
ฉนั อยทู่ ลี่ อนดอนในปี 2017

ช่ัวโมงที่ 2
4. ขั้นนำไปใช้หรอื การบูรณาการความรู้ (Production)
4.1 นักเรียนทบทวนโครงสร้าง Past Simple Tense อีกคร้งั
4.2 นักเรยี นศกึ ษาหลักการ เตมิ ed วา่ มีวิธกี ารอย่างไร เพื่อให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขน้ึ

นกั เรียนทำกจิ กรรมโดยนักเรียนเลขที่ 1 พดู คำศัพทม์ า 1 คำ นกั เรียนเลขท่ี 2 บอกว่าคำนนั้ ตอ้ งเปลย่ี น y เป็น
i แลว้ เตมิ ed หรอื สามารถเติม ed ได้เลย หลังจากน้นั นักเรยี นเลขท่ี 3 พูดคำศัพท์ นกั เรียนเลขท่ี 4 เป็น
ผู้ตอบทำแบบน้ีตอ่ ไปเร่อื ย ๆ จนครบทุกคน โดยเพ่ือนและครเู ป็นผตู้ รวจจสอบวา่ ถูกต้องหรอื ไม่

4.3 นกั เรียนฟงั ครูอธิบายเพิม่ เตมิ เกี่ยวกบั ปะโยค Past Simple Tense โดยในประโยคของ Past
Simple Tense จะมี key word บอกเวลาซึง่ จบไปแลว้ ที่พบบอ่ ย ๆ ในประโยค Past Simple Tense ได้แก่
Yesterday, Last , Ago โดยใชร้ ่วมกบั คำบอกเวลาอืน่ ๆ

Last last + เวลา / วัน / last hour, last night, last Monday,
สปั ดาห์ / เดอื น / last week, last month, last summer,
ฤดู / ปี last winter, last year

Ago วินาที / นาที / 5 minutes ago, 3 day ago, 2 weeks
ชว่ั โมง / วนั / ago, 1 month ago, 4 years ago
สปั ดาห์ / เดอื น / ปี
+ ago

4.4 นักเรยี นศกึ ษาเนอื้ หาเร่ือง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
4.5 นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบแบบฝกึ หัดบน PowerPoint

Instructions : Complete the sentences, put the verb into the correct form,
positive or negative. (simple past tense)

1. It was warm, so I…………........……...……….(take) off my coat.
2. The film wasn’t very good. I…………........……...……….(not enjoy) it very much.
3. I…………........……...……….(know) Olivia was very busy, so I…………........……...……….(not

disturb) her.
4. I was very tired, so I…………........……...……….(go) to bed early.
5. The bed was very uncomfortable. I…………........……...……….(not sleep) very well.
6. Hannah wasn’t hungry, so she…………........……...……….(not eat) anything.
7. We…………........……...……….(go) to Sofia’s house but she…………......……...……….(be) at
home.
8. It was a funny situation but nobody…………........……...……….(laugh).
9. The window was open and a bird…………........……...……….(not fly) into the room.
10. The hotel wasn’t very expensive. It…………........……...……….(not cost) very much.
11. I was in a hurry, so I…………........……...………(have) time to phone you.
12. It was hard work carrying the bags. They…………........……...……….(be) very heavy.

Answer key : 1. took 2. didn’t enjoy 3. knew / didn’t disturb
4. went 5. didn’t sleep 6. didn’t eat
7. went / wasn’t 8. laughed 9. flew
10. didn’t cost 11. didn’t have 12. were

4.6 นักเรยี นทำแบบฝึกหัดเร่ือง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรียน
4.7 นกั เรยี นและครูร่วมกันเฉลยแบบฝกึ หดั เรอื่ ง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการ
เรียน
5. ขัน้ สรปุ ความรทู้ ่ไี ด้รบั จากกระบวน การเรยี นรู้ (Wrap up)
5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้
Past Simple Tense ของนกั เรยี น
5.2 นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปเก่ียวกบั เนอ้ื หาเรื่อง Past Simple Tense

10. สอ่ื การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเร่ือง Past Simple Tense
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. ใบงานเร่ือง Past Simple Tense

11. การวัดและประเมินผล วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์

ลำดับ รายการทีว่ ัดและประเมินผล ตรวจใบงานท้าย ใบงานทา้ ยบท นักเรียนให้ความ
1 ใบงานเร่ือง Past Simple บท ร่วมมือในการทำ
Tense แบบฝึกหัดและ
ตอบถูกร้อยละ 60
ข้นึ ไป ผา่ นเกณฑ์

12. เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรับปรุง
น้อยกวา่ 6 คะแนน

ลงชอ่ื ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน)
ตำแหน่ง ครู

ตวั อยา่ ง Power Point เร่อื ง Past Simple Tense

วิชวาชิ ภาภาษาษาอางัอกังฤกษฤษรหรหสั วสั ิชวาิชาอ2อ21201101 แบแบบบททดสดอสบอบก่อกน่อนเรเียรนียน
เร่ือง เPรaือ่ sงt PSaimstpSleimTpelnesTeense

ชั้นช้ันมธัมยธั มยศมึกศษกึ ษาปาปีทที่ี 2ี่ 2 จำนวจนำ2น0วนขอ้20 ข้อ

Choose the best answer 4. Which sentence is Correct?
1. ขอ้ ใดคือความหมายของ Past Simple Tense a. She knew him very well.
a. ประโยคทแี่ สดงการกระทำในปัจจุบัน b. I writes to him yesterday.
b. ประโยคทแี่ สดงการกระทำในอนาคต c. She buy a new car last week.
c. ประโยคทีแ่ สดงการกระทำในขณะท่ีพดู d. He taken it to school this morning.
d. การกระทำทเี่ กิดขึน้ และส้ินสุดแลว้ ในอดีต 5. Sarun _____ go to school yesterday.
2. Tom : Was Ted at work yesterday? a. doesn’t

Smith : ____________________ b. didn’t
a. Yes, he wasn’t. c. don’t
b. No, he weren’t. d. isn’t
c. No, he were. 6. Jane _____ me last week.
d. Yes, he was. a. visit
3. Benz : b. visits
________________________________ c. visited
d. is visiting
Paul : She was at school. 7. Which sentence is correct?
a. What was Sue yesterday? a. Did he watched TV last night?
b. Where was Sue yesterday? b. Did he watch TV last night?
c. What were Sue yesterday? c. Did he watches last night?
d. Where were Sue yesterday?

d. Did watch TV last night?

8. Rungthawan : Did you play tennis? b. did you went
Wilasinee :
c. did you go
_________________________
a. Yes, I play. d. go you
b. Yes, I do.
c. Yes, I am. 12. They ______ until 5 o'clock in the
d. Yes, I did. afternoon.
9. Kasipat : Did you _____well _____?
a. not arrived
Dawut : Yes, I did.
a. sleep /last night b. didn't arrive
b. slept/everyday
c. sleeping/now c. doesn't arrive
d. sleeps/today
10. Pongsak : Did you have fried rice for d. do not arrived
breakfast?
13. We _____ a bus to Chicago last week.
Tanarat : No, I _____fried rice.
a. didn’t have a. taked
b. didn’t has
c. haven’t b. did took
d. don’t
11. Where ______ on vacation last c. took
summer?
a. went you d. takes

14. _____ to the party last weekend?

a. Did you go

b. Went you

c. Where went

d. What go

15. They _____ a swimming pool into their
backyard last summer.

a. did put b. put

c. putted d. puts

16. Where _____ this afternoon?

a. did go

b. did he go

c. did he went

d. did she goes

17. She _____ home early from the party
yesterday.

a. camed

b. came

c. didn't came

d. do come

18. How much _____ for it?

a. does you pay

b. did you pay

c. paid you

19. They _____ the play very much.

a didn't enjoys

b. didn't enjoyed

c. didn't enjoy

d. do enjoy

20. When ____ that crazy idea?

a. did you get b. did you got

c. got you d. did I get

แบบทดสอบหลังเรยี น

วิชาภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ22101 เรื่อง Past Simple Tense
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 จำนวน 20 ขอ้

Choose the best answer 4. Which sentence is Correct?
1. ข้อใดคือความหมายของ Past Simple Tense a. She knew him very well.
a. ประโยคทแี่ สดงการกระทำในปัจจุบนั b. I writes to him yesterday.
b. ประโยคทแ่ี สดงการกระทำในอนาคต c. She buy a new car last week.
c. ประโยคท่แี สดงการกระทำในขณะท่ีพดู d. He taken it to school this morning.
d. การกระทำทเี่ กิดข้นึ และสนิ้ สดุ แลว้ ในอดตี 5. Sarun _____ go to school yesterday.
2. Tom : Was Ted at work yesterday? a. doesn’t
b. didn’t
Smith : ____________________ c. don’t
a. Yes, he wasn’t. d. isn’t
b. No, he weren’t. 6. Jane _____ me last week.
c. No, he were. a. visit
d. Yes, he was. b. visits
3. Benz : c. visited
________________________________ d. is visiting
7. Which sentence is correct?
Paul : She was at school. a. Did he watched TV last night?
a. What was Sue yesterday? b. Did he watch TV last night?
b. Where was Sue yesterday? c. Did he watches last night?
c. What were Sue yesterday? d. Did watch TV last night?
d. Where were Sue yesterday? 8. Rungthawan : Did you play tennis?

Wilasinee : c. did you go
_________________________
a. Yes, I play. d. go you
b. Yes, I do.
c. Yes, I am. 12. They ______ until 5 o'clock in the
d. Yes, I did. afternoon.
9. Kasipat : Did you _____well _____?
a. not arrived
Dawut : Yes, I did.
a. sleep /last night b. didn't arrive
b. slept/everyday
c. sleeping/now c. doesn't arrive
d. sleeps/today
10. Pongsak : Did you have fried rice for d. do not arrived
breakfast?
13. We _____ a bus to Chicago last week.
Tanarat : No, I _____fried rice.
a. didn’t have a. taked
b. didn’t has
c. haven’t b. did took
d. don’t
11. Where ______ on vacation last c. took
summer?
a. went you d. takes
b. did you went
14. _____ to the party last weekend?

a. Did you go

b. Went you

c. Where went

d. What go

15. They _____ a swimming pool into their
backyard last summer.

a. did put b. put

c. putted d. puts

16. Where _____ this afternoon?

a. did go

b. did he go

c. did he went

d. did she goes

17. She _____ home early from the party
yesterday.

a. camed

b. came

c. didn't came

d. do come

18. How much _____ for it?

a. does you pay

b. did you pay

c. paid you

19. They _____ the play very much.

a didn't enjoys

b. didn't enjoyed

c. didn't enjoy

d. do enjoy

20. When ____ that crazy idea?

a. did you get b. did you got

c. got you d. did I get


Click to View FlipBook Version