แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 กลุมสาระเรียนรู ศิลปะ รายวิชา ทัศนศิลป ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง สวยงามดวยความสมดุล เวลาเรียน 4 ชั่วโมง เรื่อง รูปและพื้นที่วาง เวลาเรียน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการและ ความคิดสรางสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณคุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชมและ ประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ตัวชี้วัด มฐ. ศ 1.1 ป.6/2 อธิบายหลักการจัดขนาด สัดสวน ความสมดุลใน การสรางงาน ทัศนศิลป มฐ. ศ 1.1 ป.6/5 สรางสรรคงานทัศนศิลปโดยใชหลักการของรูปและ พื้นที่วาง สาระสําคัญ การวาดสิ่งตาง ๆ ตามหลักการของรูปและพื้นที่วางจะทําใหภาพ สวยงาม จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายหลักความสมดุลในเรื่องรูปและพื้นที่วางในการสรางงานทัศนศิลป (K) 2. วาดภาพประกอบบัตรอวยพรวันพอโดยใชหลักการของรูปและพื้นที่วาง (P) 3.ชื่นชมผลงานการวาดภาพประกอบบัตรอวยพรวันพอโดยใชหลักการของรูป และพื้นที่วาง (A) สมรรถนะสําคัญ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทํางาน สื่อ/อุปกรณ 1. หนังสือเรียนทัศนศิลป ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 2. . ตัวอยางชิ้นงาน เรื่องหลักการของรูปและพื้นที่วาง การวัดและการประเมินผล การประเมินชิ้นงาน แบบสังเกตทักษะทางทัศนศิลป แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นนําเขาสูบทเรียน ใหนักเรียนสังเกตภาพที่มีรูปเต็มพื้นที่ไมมีพื้นที่วางหรือพื้นที่วางนอย และภาพที่มีรูปและพื้นที่วางอยางเหมาะสม ครูอธิบายวาพื้นที่วางเปรียบเหมือนที่พักสายตา ขั้นสอน จากนั้นใหนักเรียนอานบทกลอนแลววาดภาพระบายสีเพื่อประกอบ บัตรอวยพรวันพอลงในกระดาษวาดเขียนโดยใชหลักการของรูป และพื้นที่วาง สรุป 1. ใหนักเรียนนําเสนอผลงานแลวใหเพื่อนรวมกันประเมินผลงานและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2.ใหนักเรียนรวมกันสรุปความรูดังนี้ ภาพที่สวยงามตองมีพื้นที่วาง อยางเหมาะสม และการวาดสิ่งตาง ๆ ตามหลักการของรูปและพื้นที่ วางจะทําใหภาพสวยงาม ภาระงาน/ชิ้นงาน ใหนักเรียนวาดภาพระบายสีการวาดภาพโดยใชหลักการ ของรูป และพื้นที่วาง บันทึกหลังสอน (ลงชื่อครูผูสอน)....................................... ( นางสาวพวงผกา มะสีผา ) ครูผูสอน (ลงชื่อ)....................................... (นางสาวปญณิศา กาญจนอนุกูล) หัวหนางานบริหารวิชาการ (ลงชื่อ)....................................... (นางสาวละเอียด แซคู) ผูอํานวยการโรงเรียน
ความหมายของบริเวณวางในทางทัศนศิลป คนเราอาศัยอยูในบริเวณวางในโลกที่เปน 3 มิติ ที่แสดงความกวาง ความยาว และความลึก ที่วาง ตามปกติจะเปนบริเวณที่หาขอบเขตไมได เปนสิ่งที่มองไมเห็น เชนเดียวกับความเวิ้งวางในอวกาศ แตเมื่อมีสิ่งใด สิ่งหนึ่งปรากฏขึ้น ก็จะเกิดปฏิกริยากับที่วางนั้นทันที เชนเดียวกับบริเวณวาง บนพื้นโลก เมื่อเราอยูบนที่สูง มองไปรอบ ๆ ตัว เราจะเห็นบางสิ่งใกลตัว บางสิ่งไกลออกไป เกิดระยะ ทางใกล ไกล บริเวณวางลักษณะนี้ เรียกวา บริเวณวางจริง (Physical Space) หรือ บริเวณวาง 3 มิติ(Three Dimension Space) บริเวณวางในทางทัศนศิลปเปนบริเวณวาง ที่ไดมีการควบคุมและกําหนด ขอบเขตสําหรับการสรางสรรคงาน ทัศนศิลป โดย บริเวณวาง เปนเหมือนสนาม หรือเวที สําหรับจัดวางทัศนธาตุ หรือสวนประกอบมูลฐานของ ทัศนศิลป (Elements of Visual Art) ลงไปเพื่อแสดงบทบาท ใหบรรลุตามวัตถุประสงค งานทัศนศิลปแตละ ประเภท ก็ใชที่วางแตกตางกันไป เชนประติมากรรม และสถาปตยกรรม ก็ใชมี่วางแบบ 3 มิติ จิตรกรรม ก็ใชมี่ วางแบบ 2 มิติ คือเปนที่วางที่กําหนดดวยความกวาง และความยาว เทานั้น แตบางครั้ง จิตรกรรมก็สามารถ สรางมิติที่ 3 ใหเกิดขึ้น บนพื้นผิวราบ 2 มีติได บริเวณวางที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ เรียกวาบริเวณวางลวงตา (Illussion Space) หรือ บริเวณวาง 2 มิติ (Two Dimension Space)บริเวณวาง 3 มิติ (Three Dimension Space) บริเวณวาง 3 มิติ คือบริเวณวาง ที่มีทั้ง ความกวาง ความยาว ความลึก เปนบริเวณวางที่มีปริมาตร (Volume) ที่สามารถสัมผัสไดดวยความเปนจริง ทางกายภาพ (Physical or Actual Space)หรือสามารถสัมผัส ไดทั้งทางกาย และทางการมองเห็น พรอม ๆ กันในงานทัศนศิลปประเภทสถาปตยกรรม บริเวณวาง 3 มิติก็จะ ประกอบดวย บริเวณวาง ภายนอก (Outer Space) ระหวางตัวอาคาร กับบรรยากาศโดยรอบทั้งปวง กับ บริเวณวางภายในอาคาร (Inner Space) ที่กําหนดโดยหลังคา ผนัง พื้น มีปริมาตรภายใน ที่สามารถเขาไปใช สอยได ซึ่ง บริเวณวางทั้งภายนอก และภายใน ของสถาปตยกรรม จะมีความ สัมพันธ กันตลอดเวลา คือเปน ความสัมพันธระหวางมวล และปริมาตร (Mass and Volume)บริเวณวาง 3 มิติ ในงานทัศนศิลป ประเภท ประติมากรรม ก็มีบริเวณวางทางกายภาพ (Physical or Actual Space) เชนเดียวกับ สถาปตยกรรม คือมี บริเวณวางภายนอก รอบ ๆ งานประติมากรรม เปนมิติที่สามารถสัมผัสไดทั้งทางกายและทางการมองเห็น กับ บริเวณวาภายใน ซึ่งอาจจะเปนที่วางกลวง หรือทึบตันเปนมวล(Mass) แตประติมากรรม ไมมุงประโยชนใชสอย บริเวณวางภายใน เหมือนกับสถาปตยกรรม ใบความรู
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง สวยงามดวยความสมดุล คําชี้แจง ทําเครื่องหมาย ทับตัวอักษร ก ข ค หรือ ง ตรงกับอักษรที่ถูกที่สุด 1. การจัดภาพไมเกี่ยวของกับขอใด ก. ขนาด ข. สัดสวน ค. สีสันภาพ ง. ความสมดุล 2. การจัดภาพโดยไมมีชองวางทําใหความรูสึกอยางไร ก. หดหู ข. อึดอัด ค. อางวาง ง. โปรงโลง 3. การเวนพื้นที่วาง ขอใดถูกตอง ก. มีพื้นที่วางที่ดานบน ข. มีพื้นที่วางที่ดานลาง ค. มีพื้นที่วางที่ดานซาย ง. มีพื้นที่วางซาย – ขวา เทากัน 4. การปลอยใหพื้นที่วางมากเกินไปทําใหเกิดความรูสึกอยางไร ก. แนน ข. อัดอึด ค. สับสน ง. อางวาง 5. หากภาพมีน้ําหนักไปทางขวามือมากไป ควรแกไขอยางไร ก. ระบายสีเขมดานซายมือ ข. ลดสวนประกอบลงอีก ค. เพิ่มภาพดานซายมือ ง. เพิ่มภาพตรงกลาง 6. การวาดภาพใหเกิดความสมดุล ควรเริ่มจากขอใด ก. ระบายสี ข. รางภาพ ค. ตกแตงภาพ ง. ลงเสนหนัก
7. การจัดวางภาพ ขอใดถูกตอง ก. จัดวางมุมบนกรอบ ข. จัดวางมุมลางกรอบ ค. จัดวางกึ่งกลางกรอบ ง. จัดวางขอบลางกรอบ 8. ขอใดจัดวางภาพไดเหมาะสม ก. ดานลาง ข. มุมบนขวา ค. มุมบนซาย ง. ตรงกลางกรอบ 9. การวาดภาพ ควรเนนใหน้ําหนักภาพอยูจุดใด ก. ดานซายกรอบ ข. ดานขวากรอบ ค. ดานลางกรอบ ง. จุดกึ่งกลางกรอบ 10. การวาดภาพไมควร จัดภาพอยางไร ก. มีน้ําหนักสมดุลกับกรอบ ข. เปนกลุมเปนกอน ค. กระจัดกระจาย ง. กึ่งกลางกรอบ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง สวยงามดวยความสมดุล 1. ค 2. ข 3. ง 4. ง 5. ก 6. ข 7. ค 8. ข 9. ง 10. ค