คำนำ การบริหารงานบุคคลและกิจการนักเรียน เป็นภารกิจสำคัญในการ บริหารและพัฒนาองค์กร จึงเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหาร และผู้รับผิดชอบงาน บุคคลและกิจการนักเรียน โดยเฉพาะที่ต้องมุ่งปฏิบัติในกิจกรรมที่เกี่ยวกับ การพัฒนาบุคลากรเพื่อทำให้บุคลากร ในหน่วยงานเป็นบุคลากรที่มี ประสิทธิภาพ อันจะส่งผลสำเร็จต่อเป้าหมายของหน่วยงาน การจัดทำระเบียบข้อบังคับ เป็นการเสริมสร้างระเบียบวินัยให้แก่ บุคลากร เพื่อให้มีแนวทางการปฏิบัติตนไปในทางเดียวกัน และเพื่อ ประสิทธิภาพในการทำงาน ฝ่ายบริหารงานบุคคลและกิจการนักเรียน
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ผังโรงเรียน ค โครงสร้างการบริหารโรงเรียนจ้องฮั้ว ง ระเบียบข้อบังคับโรงเรียนจ้องฮั้ว หมวดทั่วไป หมวด 2 การรับเข้าทำงาน หมวด 3 การมาปฏิบัติงานประจำวัน หมวด 4 การลา หมวด 5 การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากงานการสอน หมวด 6 การจัดทำและจัดส่งเอกสาร หมวด 7 การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน หมวด 8 การแต่งกายของครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสนับสนุน ประวัติโรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนจ้องฮั้ว มูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้ว ผู้จัดการโรงเรียนจ้องฮั้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนจ้องฮั้ว แนวทางการปฏิบัติงานของครู
สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทบาท หน้าที่ของฝ่ายต่างๆ และบุคลากรในโรงเรียน ระเบียบว่าด้วยจรรยาบรรณครูของคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ระดับคุณภาพของครู ข้อบังคับคุรุสภา
ผังโรงเรียน
ประกาศโรงเรียนจ้องฮั้ว เรื่อง ระเบียบข้อบังคับโรงเรียนจ้องฮั้ว ***************************************** ด้วย โรงเรียนจ้องฮั้วเปิดทำการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลาได้ 104 ปี นับเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและ มีประวัติเก่าแก่ด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนของจังหวัดปัตตานีมายาวนาน อีกแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเปิดทำการสอนระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เป็นโรงเรียนเอกชน ตามมาตรา 15 (3) ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ ตามใบอนุญาตที่ ปน 86/2541 โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีแนวทางในการปฏิบัติงานของครูและ บุคลากรทางการศึกษา และการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนจ้องฮั้ว ประจำปี การศึกษา ๒๕๖๕ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้กำหนดมาตรการและ กรอบการปฏิบัติงานของครูบุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสนับสนุน ของโรงเรียน ให้เหมาะสมกับบทบาท หน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ครู บุคลากร ทาง การศึกษาและบุคลากรสนับสนุนงานด้านต่างๆ ของโรงเรียน เป็นไปอย่าง มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน ผู้ปกครอง และ โรงเรียน อาศัยอำนวจตามความในมาตรา 39 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ ประกอบกับ ความในข้อ ๒๗.๓ ของตราสารจัดตั้งนิติบุคคล โรงเรียนจ้องฮั้ว พ.ศ.๒๕๕๒
โรงเรียนจึงกำหนดแนวปฏิบัติงานของครู และบุคลากรทางการศึกษาของ โรงเรียนจ้องฮั้วไว้ดังต่อไปนี้ หมวดทั่วไป ข้อ 1 ระเบียบข้อบังคับนี้เรียกว่า “ระเบียบข้อบังคับโรงเรียนจ้องฮั้ว ว่าด้วยการปฏิบัติงานของ ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2565” ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกบรรดาระเบียบข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งใดๆ ของโรงเรียนจ้องฮั้ว ที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบข้อบังคับนี้ และให้ใช้ระเบียบ ข้อบังคับนี้แทน ข้อ 4 ในระเบียบข้อบังคับนี้ “โรงเรียน” หมายความว่าโรงเรียนจ้องฮั้ว จังหวัดปัตตานี “คณะกรรมการบริหารโรงเรียน” หมายความว่าเป็น คณะกรรมการที่มีหน้าที่ และความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2554 มาตรา 31 และ ตามตราสารจัดตั้งโรงเรียนมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือก ประธานกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง ตามที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้งของโรงเรียนจ้องฮั้ว “ผู้รับใบอนุญาต” ให้หมายรวมถึง ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำการแทน ผู้รับใบอนุญาต หรือเป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต มีหน้าที่และ ความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 และตามตราสารจัดตั้งโรงเรียนและตามระเบียบหรือ กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง “ผู้จัดการ” หมายความว่า เป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดย ผู้รับใบอนุยาต มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 40 และ ตามระเบียบหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้งโดย ผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนพ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 39 และตามระเบียบหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง “ผู้ช่วยผู้อำนวยการ” หมายความว่า เป็นบุคคลที่ได้รับ การแต่งตั้งโดยผู้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 38 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการในกรณี ที่ผู้อำนวยการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ “คณะกรรมการฝ่ายบริหารโรงเรียน” หมายความว่า เป็นคณะ ผู้บริหารแต่ละโรงเรียนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการซึ่งเป็นประธาน โดยตำแหน่ง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร “ครู” หมายความว่า ผู้ที่ทำหน้าที่หลักในด้านการจัดการเรียน การสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวิธีต่างๆ ในโรงเรียน แต่ไม่รวมถึงครูพิเศษ ที่โรงเรียนจ่ายค่าสอนเป็นครั้งคราว หรือจ่ายค่าสอน เป็นรายชั่วโมงการสอนใน โรงเรียน “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า ผู้สนับสนุน ทางการศึกษา ซึ่งทำหน้าที่ ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับ การจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารโรงเรียน “บุคลากร” หมายความว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา “นักเรียน” หมายความว่า นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียน จ้องฮั้วจังหวัดปัตตานี “ปีการศึกษา” หมายความว่า รอบปี การดำเนินกิจการ ของโรงเรียนตามปฏิทินการศึกษา
“วันทำงาน” หมายความว่า วันที่กำหนดให้บุคลากรทำงาน ตามปกติ “วันหยุด” หมายความว่า วันที่กำหนดให้บุคลากรหยุดประจำ สัปดาห์วันหยุด ตามประเพณีวัน ปิดเรียน วันที่โรงเรียนสั่งให้หยุด หรือวันที่ ราชการกำหนดให้หยุด “เงินเดือน” หมายความว่า เงินที่โรงเรียนจ่ายเป็นค่าตอบแทน การทำงานแก่บุคลากรเป็นประจำรายเดือน “ค่าสอน” หมายความว่า เงินที่โรงเรียนจ่ายเป็นค่าตอบแทน การสอนของบุคลากรที่สอนเป็นรายชั่วโมงตาม สัญญาจ้าง หรือค่าตอบแทน การสอนของบุคลากรในชั่วโมงที่มากกว่าชั่วโมงสอนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ “การทำงานล่วงเวลา” หมายความว่า การทำงานนอกหรือ เกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมงทำงานในแต่ละวันตามที่ ได้รับอนุญาต จากผู้อนุญาต ในวันทำงาน หรือวันหยุด แล้วแต่กรณี “ค่าชดเชย” หมายความว่า เงินที่โรงเรียนจ่ายให้แก่บุคลากร เมื่อเลิกสัญญาจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่น ซึ่งโรงเรียนตกลงจ่ายให้ แก่บุคลากร “ค่าชดเชยพิเศษ” หมายความว่า เงินที่โรงเรียนจ่ายให้บุคลากร เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง เพราะมีเหตุการณ์พิเศษที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจ ออกคำสั่งหรือแนวปฏิบัติอื่นใดเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวด 2 การรับเข้าทำงาน ข้อ 6 การรับเข้าทำงาน 6.1 สำหรับบุคลากรวุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ให้วางเงินประกันความเสียหายจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมให้ข้าราชการ ตั้งแต่ ระดับ ซี ๓ ขึ้นไปรับรองการทำงาน 6.๒ สำหรับบุคลากรวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้วางเงิน ประกันความเสียหายจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ซี ๓ ขึ้นไป รับรองการทำงาน 6.๓ สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานทางด้านการเงิน การบัญชี นอกจากให้วางเงินประกันความเสียหายตามวุฒิการศึกษาที่ระบุตาม ข้อ 6.๑ และ 6.๒ แล้วต้องให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ซี ๔ ขึ้นไป รับรองการทำงาน 6.4 เงินประกันความเสียหายจะได้รับคืนเมื่อทำงานครบ ๒ ปี แล้วลาออกโดยไม่ผิดเงื่อนไข และต้องแจ้งโรงเรียนทราบไม่น้อยกว่า ๑ เดือน โดยสามารถส่งใบลาออกได้ ตามกรณีดังนี้คือ ลาออกสิ้นปีการศึกษา วันที่ ๓๐ เมษายน ปีใดให้ส่งใบลาออก ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีนั้น หมวด 3 การมาปฏิบัติงานประจำวัน ข้อ 7 มาตรการการมาปฏิบัติงานประจำวัน ของครูและบุคลากร ทางการศึกษาให้ปฏิบัติดังนี้ 7.๑ เวลาปฏิบัติงานของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาและ บุคลากรสนับสนุนงานด้านการเรียนการสอนและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 7.๑.๑ เวลามาปฏิบัติงานของครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรสนับสนุนงานด้านการเรียนการสอนและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๗.๓๐ น. เลิกงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
7.๑.๒ เวลามาปฏิบัติงานของครูเวรประจำวัน เริ่มตั้งแต่ เวลา 06.55 น. เลิกงานเวลา ๑๘.๐๐ น. และส่งต่อภารกิจกับพนักงานรักษา ความปลอดภัยของโรงเรียนต่อไป 7.๑.๓ เวลามาปฏิบัติงานของครูเวรประจำวันหยุดต่างๆ (๑) เวรผลัดเช้า ครูเวรประจำวัน เริ่มปฏิบัติงาน ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. และเลิกงานเวลา๑๒.๓๐น. (๒) เวรผลัดบ่าย ครูเวรประจำวัน เริ่มปฏิบัติงาน ตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐ น. เลิกงานเวลา ๑๘.๐๐ น. และส่งต่อภารกิจกับพนักงาน รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน (รปภ.) ซึ่งรับช่วงต่อถึงเวลา ๐๗.๐๐ น. ของ วันถัดไป 7.2 การขาดปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวันหยุด ให้หักเงิน วันละ ๓ % ของเงินเดือน (หากครึ่งวัน ให้หักเงินวันละ ๑.๕ % ของเงินเดือน) 7.3 เวลาปฏิบัติงานของบุคลากรสนับสนุน 7.3.๑ เวลามาปฏิบัติงานของนักการ-ภารโรง ประจำวันไม่ เกินเวลา ๐๗.๐๐ น. เลิกงาน เวลา ๑๗.๓๐ น. 7.3.๒ เวลามาปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และผู้ช่วย โภชนาการประจำวันไม่เกินเวลา ๐๖.๓๐ น. เลิกงาน เวลา ๑๗.๐๐ น. หากมาปฏิบัติงานสาย : โดย มาสาย ๑ ครั้ง หักเป็นเงิน ๓๐ บาท และ มาสายครบ ๓ ครั้ง ให้ถือเป็นลากิจ ๑ วัน การขออนุญาตมาปฏิบัติงานสาย คือ ต้องไม่เกินเวลา ๐๘.๒๐ น. และต้องโทรมาแจ้งที่ห้องธุรการโรงเรียน หากสายเกิน ๐๘.๓๐ ถือว่าเป็น การลากิจครึ่งวัน
หมวด 4 การลา ข้อ 8. มาตรการในการลาป่วย และลากิจ ในปีการศึกษา มีดังนี้ 8.๑ การลาป่วย : มีกรณีดังต่อไปนี้ 8.๑.๑ กรณีเจ็บป่วยธรรมดา ลาได้ไม่เกิน ๑๕ วัน/ปี โดย ภาคการเรียนที่ ๑ ลาได้ไม่เกิน ๘ วัน และภาคการเรียนที่ ๒ ลาได้ไม่เกิน ๗ วัน (๑) ลาป่วยปกติ ๑ วัน ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์ของสถาน พยาบาลของรัฐเท่านั้น) (๒) ลาป่วยติดต่อกัน ๒ วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ (ใบรับรองแพทย์ของสถาน พยาบาลของรัฐเท่านั้น) ทุกครั้ง และหากไม่มี ใบรับรองแพทย์ให้ปรับวันลากิจเพิ่มอีก ๑ วัน (๓) กรณีเจ็บป่วย และต้องเข้าพักรักษาตัวใน โรงพยาบาลลาได้ไม่เกิน ๖๐ วัน (๔) กรณีลาคลอดและผ่าตัดต้องเข้าพักรักษาตัวใน โรงพยาบาล ลาได้ไม่เกิน ๔๕ วัน 8.๒ การลากิจ : มีกรณีดังต่อไปนี้ 8.๒.๑ กรณีลากิจ ลาได้ไม่เกิน ๑๐ วัน/ปีโดยต้องแจ้งให้ โรงเรียนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑-๒ วัน และต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติ จากผู้อำนวยการ ก่อนทุกครั้ง โดยภาคการเรียนที่ ๑ ลาได้ไม่เกิน ๕ วัน และ ภาคการเรียนที่ ๒ ลาได้ไม่เกิน ๕ วัน 8.๒.๒ กรณีลากิจ (ฉุกเฉิน) จะต้องแจ้งให้ห้องธุรการทราบ ในวันนั้น ทั้งนี้ต้องไม่เกินเวลา ๐๗.๔๕ น. โดยให้ปรับเป็นวันลากิจ ๑ วัน 8.๓ ค่าปรับของการลา ทุกกรณี (๑) ครูระดับชั้นอนุบาล คิดเป็น วันละ ๑๕๐ บาท (๒) ครูระดับชั้นประถมศึกษา คิดเป็น วันละ ๑๕๐ บาท (๓) เจ้าหน้าที่สำนักงาน คิดเป็น วันละ ๑๕๐ บาท (๔) ครูพี่เลี้ยงระดับอนุบาล/เจ้าหน้าที่โภชนาการ/นักการ
คิดเป็น วันละ ๑๐๐ บาท ยกเว้น (1) การได้รับเชื้อโควิด ๑๙ ไม่นับรวมเป็นวันลาประจำปี ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลที่ได้รับ การรับรอง (2) การอบรมต่างๆ ที่โรงเรียนเป็นผู้อนุญาตให้เข้าร่วมการ อบรมเท่านั้น (3) กรณีคนในครอบครัวเสียชีวิต (เช่น สามีหรือภรรยา บุตร,บิดา หรือมารดาของคู่สมรส) 8.4 การส่งใบลา : 8.4.1 การส่งใบลากิจให้ส่งก่อนวันลาอย่างน้อย ๒ วัน 8.4.2 การส่งใบลาป่วยปกติทั่วๆ ไป (1-2 วัน) ให้ส่งภายใน วันแรกที่มาปฏิบัติงาน พร้อมใบรับรองแพทย์ 8.4.3 การส่งใบลาป่วยกรณีต้องเข้าพักรักษาตัวใน สถานพยาบาลเป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 วัน หรือตามคำวินิจฉัยของแพทย์ ผู้ทำการรักษา อาทิ กรณีลาคลอดและต้องดูแลบุตรหลังคลอด หรือเข้ารับ การผ่าตัดเพื่อการรักษาตัวและต้องพักรักษาตัวหลังผ่าตัดตามคำวินิจฉัยแพทย์ หรือกรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุที่ต้องเข้าพักรักษาตัวทั้งที่สถานพยาบาลและที่พัก อาศัยตามคำวินิจฉัยแพทย์ ให้แจ้งโดยวาจาที่ห้องธุรการโรงเรียนเป็นการ เบื้องต้นก่อนแล้ว ส่งใบลาพร้อมใบรับรองแพทย์ให้ฝ่ายบริหารงานบุคคลทราบ ทันทีเมื่อมาปฏิบัติงานวันแรก หรือมอบหมายบุคลากรในโรงเรียนนำส่งให้ก่อน หรือกรณีเมื่อทราบคำวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ทำการรักษาว่าต้องเข้าพักรักษาตัว ในสถานพยาบาลหรือพักรักษาตัวในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลานาน เช่น หรือและออกหนังสือรับรองการรักษาให้ พร้อมนำใบลาป่วยพร้อมใบรับรอง แพทย์ส่งให้ธุรการโรงเรียนทราบเป็นการด่วน
8.5 การนับวันลาป่วยหรือลากิจ 8.5.1 การลาป่วยหรือลากิจที่มีวันหยุดคั่นระหว่างวันลา ให้นับรวมวันหยุดที่คั่นระหว่างวันลาด้วย หากลาติดต่อกัน 2 วันที่ติดกับวันหยุด ให้นับ วันหยุดดังกล่าวรวมเป็นวันลาด้วย (เช่น ลาวันจันทร์และวันศุกร์ ให้นับ รวมวันลา ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ไว้ด้วย) และการลาไม่ว่าจะกรณีใดๆ จะต้อง โทรแจ้งให้ห้องสำนักงานให้ทราบในวันนั้น ทั้งนี้ต้องไม่เกินเวลา ๐๗.๔๐ น. หากไม่แจ้งหรือแจ้งเกินเวลาที่กำหนดให้ถือว่าเป็นการขาดการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หากลาป่วยหรือลากิจเกินกว่าที่กำหนด ให้ปรับวันที่เกินวันละ ๓ เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน และให้มีผลต่อการพิจารณาความดีความชอบและการพิจารณา ต่อสัญญาจ้างและอาจต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการพิจารณาฯ เนื่องจากส่งผล กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครองนักเรียน 8.5.2 ขาดการปฏิบัติงาน กรณีขาดปฏิบัติงานโดยมิได้แจ้ง ให้ห้องสำนักงานโรงเรียนรับทราบในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ปรับในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่ได้รับและให้นับเป็นวันลากิจ ๑ วัน หมวด 5 การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากงานการสอน ข้อ 9 การไม่เข้าร่วมการปฏิบัติงานหรือการไม่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับ มอบหมายพิเศษ ให้ดำเนินการดังนี้ 9.๑ กรณีไม่เข้าร่วมประชุมประจำเดือน ปรับในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน 9.๒ กรณีไม่เข้าร่วมประชุมย่อยของแต่ละฝ่าย หรือเข้าร่วม ประชุมไม่เต็มเวลา ให้หัวหน้าฝ่ายทำบันทึกข้อความรายงานหัวหน้าสถานศึกษา 9.๓ กรณีไม่เข้าร่วมการอบรมสัมมนาที่สถานศึกษาเป็นผู้จัด หรือ มอบหมายให้เข้าร่วมอบรมสัมมนากับหน่วยงานอื่นแล้วไม่เข้าร่วม หรือเข้าร่วม แต่ไม่เต็มเวลา ปรับในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน
9.๔ การปฏิบัติหน้าที่ในกิจกรรมพิเศษทั้งในและนอกสถานศึกษา ตามที่โรงเรียนมีคำสั่งหรือบันทึกมอบหมายหรือกำหนด ตามกรณีดังนี้ 9.๔.๑ กรณีไม่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ปรับในอัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน 9.๔.๒ กรณีปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และกลับก่อนเวลา ปรับในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน หมวด 6 การจัดทำและจัดส่งเอกสาร ข้อ 10 ประเภทของเอกสาร และการส่งเอกสารตามภาระงานหลัก ได้แก่ 10.๑ เอกสารทางวิชาการ ประกอบด้วย (๑) แผนการจัดประสบการณ์/แผนการจัดการเรียนรู้ ส่งทุกวันจันทร์ก่อนเที่ยง (๒) บันทึกการจัดประสบการณ์/บันทึกหลังสอน ส่งทุกวันจันทร์ก่อนเที่ยง (๓) บัญชีเรียกชื่อ ป.๐๓ ส่งทุกวันศุกร์ก่อนเที่ยง (๔) เอกสารธุรการชั้นเรียน ส่งตามที่วิชาการกำหนด 10.๒ เอกสารพัฒนาผู้เรียน ทุกรายการส่งภายในวันที่ ๕ ของทุกเดือน กรณีวันที่ 5 ตรงกับวันหยุด ให้ส่งในวันเปิดทำการวันแรก ประกอบด้วย (๑) บันทึกการดื่มนม (๒) บันทึกกิจกรรมชมรม (๓) บันทึกคุณธรรมจริยธรรม (๔) บันทึกกิจกรรมลูกเสือของครู (๕) บันทึกกิจกรรมแนะแนว
(๖) บันทึกกิจกรรมลูกเสือ,ลส.๖ , ลส๗ (๗) บันทึกกิจกรรมลูกเสือของนักเรียน (๘) บันทึกฟลูออไรด์/ยาเสริมธาตุเหล็ก (๙) บันทึกอาหารกลางวัน 10.๓ เอกสารทั่วไปของผู้ช่วย/หัวหน้างาน/เจ้า หน้าที่ ให้แต่ละฝ่ายกำหนดส่งตามปฏิทินการปฏิบัติงานและให้ส่งที่ผู้ช่วย ผู้อำนวยการแต่ละฝ่ายที่รับผิดชอบทุกวันที่ ๕ ของเดือน เอกสารตาม ข้อ 10.๑ – 10.๒ หากไม่ส่งเอกสารหรือส่งไม่ตรงเวลาให้หักเงินเดือน ในอัตรา ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน หมวด 7 การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ข้อ ๑1 การขออนุญาตออกไปบริเวณนอกโรงเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้ ๑1.๑ กรณีออกนอกบริเวณโรงเรียนเพื่อปฏิบัติภารกิจของ ทางราชการให้ขออนุญาตผู้อำนวยการทุกครั้ง และลงบันทึกที่สำนักงานธุรการ 11.2 กรณีออกนอกบริเวณโรงเรียนเพื่อปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ในเวลาราชการให้ขออนุญาตผู้อำนวยการทุกครั้ง และลงบันทึกที่สำนักงาน ธุรการ โดยใช้เวลาไม่เกิน ๒ ชั่วโมงในการทำภารกิจแต่ละครั้ง หากเกินเวลา ที่กำหนดถือเป็นการลากิจครึ่งวัน และอนุญาตให้ออกนอกโรงเรียนได้เดือนละ ๒ ครั้ง หากเกินให้ปรับเป็น ลากิจครึ่งวันหรือ ๑ วันตามแต่กรณี ๑1.3 กรณีไม่ขออนุญาตให้ปรับเป็นลากิจ ๑ วัน
หมวด 8 การแต่งกายของครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสนับสนุน ข้อ ๑2 การแต่งกายของครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากร สนับสนุนตามกรณี ดังนี้ ๑2.๑. คำนิยามของการแต่งกาย (สุภาพบุรุษ) (๑) เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีสุภาพไม่รัดรูป ผูกเน็คไท หรือตามที่ โรงเรียนกำหนด (๒) กางเกงขายาวรูปแบบที่โรงเรียนกำหนด ไม่ควรต่ำกว่า สะดือและไม่รัดรูป รัดขาจนเกินไป (๓) รองเท้าคัทชู สีที่สุภาพ ไม่ควรเป็นสมัยนิยมจนเกินไป ๑2.๒ คำนิยามของการแต่งกาย (สุภาพสตรี) (๑) เสื้อเชิ้ต แขนสั้น / แขนยาว สีสุภาพ ไม่ควรรัดรูปหรือ ตาม ที่โรงเรียนกำหนด (๒) สวมใส่กระโปรงรูปแบบเหมาะสม ระดับสะเอว ไม่ควร ต่ำกว่าสะดือ ยาวคลุมเข่าไม่เป็นผ้ายีนส์ หรือผู้ยืด (๓) รองเท้าที่สวมใส่ เป็นรองเท้าคัทชู เท่านั้น ไม่เปิดหัว สีดำหรือสีสุภาพ (๔) สุภาพสตรี - สีผมสีดำ สีธรรมชาติ - ชุดปฏิบัติการ/ชุดลุกเสือ ใส่เน็ตติดผม - วันปฏิบัติงาน รวบผมให้เรียบร้อย ๑2.๓ กำหนดการแต่งกายประจำวัน (๑) วันจันทร์ ชุดปฏิบัติการโรงเรียนเอกชน เสื้อแขนยาว/ เสื้อแขนสั้น (กระโปรงสีกรมท่าคุมเข่า) รองเท้าคัทชู สีดำ
(๒) วันอังคาร ชุดพละของโรงเรียนสีน้ำเงิน กางเกงวอร์ม สีกรมท่า ไม่มีแถบ รองเท้าผ้าใบสีสุภาพ (๓) วันพุธ ชุดลูกเสือ ตามระเบียบลูกเสือ,เจ้าหน้าที่/ นักการ-ภารโรงและแม่ครัวเสื้อสีม่วงโรงเรียน กางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าคัทชูสีดำ (๔) วันพฤหัสบดี ชุดเอกลักษณ์ไทย รองเท้าคัทชูสีดำ (๕) วันศุกร์ ชุดเอกลักษณ์จีน รองเท้าคัทชูสีดำ ประกาศ ณ วันที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๖๕ (...............................................) ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต
ประวัติโรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี โรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานีตั้งอยู่เลขที่ 45 ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เดิมนายบัดจุย แซ่เฮ้า ได้เปิดเป็นห้องสมุดประชาชน เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการศึกษาแก่บุคคลทั่วไป โดยมีหนังสือตำราภาษาไทย และภาษาจีนไว้บริการ ปี พ.ศ. 2459 ได้มีแนวคิดที่จะตั้งเป็นโรงเรียนหรือสถานศึกษา จึงได้ ขออนุญาตจัดตั้งเป็นโรงเรียน ปี พ.ศ. 2461 โรงเรียนจ้องฮั้ว ได้จัดตั้งขึ้นบนเนื้อที่ 3 ไร่เศษ มีอาคาร เรียนไม้ 1 หลัง โดยหลวงวิชิตศุลกากร คณานุรักษ์และหลวงประสิทธิ์ บุรีรัมย์ เป็นผู้ก่อตั้งในสมัยนั้นและมีคุณฟงกู่เจียว เป็นครูใหญ่จีนเป็นคนแรก มีนักเรียน ทั้งหมด 60 กว่าคน เปิดสอนเฉพาะวิชาภาษาจีนเท่านั้น ต่อมาคุณอ๋วงเจ๋อเซียง คุณเส็นหยวนผู่ คุณหวางฉิวหมิง คุณหลีเจี่ยว และคุณเฉิน ก๋อ เอี๋ย เป็นครูใหญ่ จีนตามลำดับ ปี พ.ศ. 2467 โรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี กระทรวงศึกษาธิการได้ปิด ทำการครั้งแรก เนื่องจากโรงเรียนเปิดทำการสอนเฉพาะวิชาภาษาจีนเท่านั้น ไม่ เป็นไปตามหลักสูตร ปี พ.ศ. 2472 โรงเรียนจ้องฮั้ว ได้ขออนุญาตเปิดทำการสอน เป็นครั้งที่ 2 โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างทางการศึกษาและเปิดสอนในระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1-4 โดยเปิดทำการสอนภาษาไทยควบคู่กับภาษาจีนเป็นครั้งแรก ปี พ.ศ. 2477 โรงเรียนจ้องฮั้วได้ถูกสั่งปิดเป็นครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2479 ได้ขออนุญาตเปิดทำการเป็นครั้งที่สาม ปี พ.ศ. 2482 โดยประมาณได้เกิดสงครามเอเชียบูรพาขึ้น โรงเรียนจึง ต้องปิดทำการชั่วคราวตามภาวะเหตุการณ์ของบ้านเมือง ปี พ.ศ. 2488 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โรงเรียนได้ขออนุญาตเปิด ทำการสอนเป็นครั้งที่สี่และได้ปรับปรุงกิจการของโรงเรียนให้มั่นคง ต่อมา นายฮักเลี่ยม แซ่โหง่ว เป็นเจ้าของโรงเรียน และมีนายจรรยา กาญจนภูมิ เป็นผู้ดำเนินกิจการภายในโรงเรียน และได้มอบหมายให้นายชะอ้อน อรัญ ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่ไทยเป็นคนแรก จัดการศึกษาตามระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 ตั้งแต่ เวลา 08:30-15:30 น. ปี พ.ศ. 2511 นางจรรยา กาญจนภูมิ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ผู้จัดการโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงได้แต่งตั้งนายบัณฑิต จันทรัศมี เป้นผู้จัดการ แทน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2511 ต่อมา นายชะอ้อน อรัญ ได้ถึงแก่กรรม ลง จึงได้แต่งตั้งนางสาวสมมาส ทัฬหวาสน์ เป็นครูใหญ่แทนตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2512 ปี พ.ศ. 2520 นางสาวสมมาส ทัฬหวาสน์ ได้ถึงแก่กรรมลง จึงได้ แต่งตั้งนายพร่อง เนื่องประดิษฐ์ เป็นครูใหญ่ ปี พ.ศ. 2521 ได้มีการเปลี่ยนแปลงครูใหญ่เนื่องจากนายพร่อง เนื่อง ประดิษฐ์ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ จึงได้แต่งตั้ง นายสมนึก อินทรส วน เป็นผู้รักษาการแทนครูใหญ่ จากนั้นจึงได้ขออนุญาตเพิ่มชั้นเรียนในระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ตามใบอนุญาตเลขที่ 431/2521 และได้รับอนุญาต ให้เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งได้รับอนุญาต ความจุนักเรียน ไม่เกิน 405 คน ปี พ.ศ. 2523 นายสมนึก อินทรสวน ได้ลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ ทางโรงเรียนจึงได้แต่งตั้งนายชุมพล ราชภิรมย์ เป็นผู้รักษาการแทนครูใหญ่ และได้ลาออกในเวลาต่อมา ปี พ.ศ. 2528 นางโสภา ศิริวงศ์ ได้รับอนุญาตให้เป็นครูใหญ่ ตามใบอนุญาตเลขที่ 386/2529 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2528 ปี พ.ศ. 2529 นางสายสวาท จันทรัศมี ตำแหน่งผู้จัดการมรดกของ นายฮักเลี่ยม แซ่โหง่ว ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตโอนกิจการ โรงเรียนจ้องฮั้ว เป็นมูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้ว ตามใบอนุญาตเลขที่ 69/2529 โดยมีนายพันธุ์เทพ จ่างเจริญ เป็นผู้ลงนามแทนในนามผู้รับใบอนุญาตมูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้ว เป็นผู้ดำเนินการตลอดมา ปี พ.ศ. 2537 ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับใบอนุญาตเป็นนายชนันต์ ลิ่มกังวาฬมงคล ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.62/2537 และผู้จัดการนายจีรศักดิ์ สัมปทาภักดี มาเป็น นายจีรวัฒน์ อาศิรวาท ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน. 5/2537
ปี พ.ศ. 2538 ได้มีการเปลี่ยนแปลงครูใหญ่จาก นางโสภา ศิริวงศ์ มาเป็นนางพรทิพย์ รัตนอินทร์ และต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงครูใหญ่ มาเป็น นายเกียรติศักดิ์ กาญจนธานี นายธร ไชยณรงค์ มาจนถึงนายเสริมศักดิ์ พิทยามาศ ปี พ.ศ. 2544 นายเสริมศักดิ์ พิทยามาศ ตำแหน่งครูใหญ่ ลาออก จากการปฏิบัติหน้าที่จึงแต่งตั้งให้นางอังคณา หนูคง ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.6/2544 ลงวันที่ 29 ต.ค. 2544 ปี พ.ศ. 2552 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียน แต่งตั้งให้นายอภิรมย์ จินา เป็นผู้อำนวยการ และนางอังคณา หนูคง เป็นผู้จัดการ ปี พ.ศ. 2560 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียน แต่งตั้ง นายพันธุ์เกียรติ จ่างเจริญ เป็นผู้จัดการ และแต่งตั้งนางสาวลีลา สุวรรณ นิมิตร เป็นผู้อำนวยการ ปี พ.ศ. 2564 นางสาวลีลา สุวรรณนิมิตร ตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียน ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ จึงแต่งตั้ง นายสุทัศน์ พู่ประเสริฐศักดิ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน อย่างไรก็ตามโรงเรียนจ้องฮั้ว ได้ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน ก็เพราะได้รับ ความสนับสนุนจากคณะกรรมการอยู่ภายใต้การนำของสมาคมจีน ซึ่งก่อตั้งโดย คุณอู๋ป๋าซุย คุณอ่างตั่งเผิง คุณเฉินจูอิ้น คุณหยางกวางฮุย คุณเจียงซือชิง ต่อมา โดยการนำของคุณหยางฮิ้วหลง คุณอู๋เหวียนเหลียน คุณเสิ้นหยิงเสียง คุณเจิน จ้างโซ่ว หลังจากนั้นก็มีคุณชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ คุณสุวรรณ ลิ่มกังวาฬวงคล คุณเอกพล สัมปทาภักดี และปัจจุบันมีคุณชนันต์ ลิ่มกังวาฬมงคล เป็นประธาน สมาคมจีน โรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี ได้รับการอุปการะจากชมรมศิษย์เก่า โดยมี คุณสายไหม โกวิทยา และคุณไพบูลย์ พึ่งรัศมี เป็นประธานชมรม ตลอดระยะเวลา ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันนี้ รวมเวลาได้ 103 ปีแล้วนั้น ก็ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี คณะกรรมการทุกฝ่าย ตลอดจนครูอาจารย์ได้พยายามปรับปรุงและผลักดันทางด้านต่างๆ จนกระทั่ง
โรงเรียนจ้องฮั้วสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นอนุสรณ์และสถานศึกษา สำหรับอนุชนรุ่นต่อไป ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนจ้องฮั้ว อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ประวัติครูใหญ่ ปี พ.ศ. 2491 นายชะอ้อน อรัญ ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เป็นครูใหญ่ไทยคนแรก ปี พ.ศ. 2512 เมื่อนายชะอ้อน อรัญ ได้ถึงแก่กรรม ก็ได้แต่งตั้งให้ นางสมมาส ทัฬหวาสน์ เป็นครูใหญ่แทนตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2521 ปี พ.ศ. 2520 แต่งตั้งให้นายพร่อง เนื่องประดิษฐ์ เป็นครูใหญ่เนื่องจาก นางสมมาส ทัฬหวาสน์ ได้ถึงได้ถึงแก่กรรมลง ปี พ.ศ. 2521 แต่งตั้งให้นายสมนึก อินทรสวน เป็นครูใหญ่ตามใบอนุญาต เลขที่ เนื่องจากนายพร่อง เนื่องประดิษฐ์ ได้ยื่นใบลาออก ปี พ.ศ. 2528 นางโสภา ศิริวงค์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.386/2538 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2528 ปี พ.ศ. 2540 นายเกียรติศักดิ์ กาญจนานี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ เรื่องจากนางพรทิพย์ รัตนอินทร์ ได้ลาออกตำแหน่ง ครูใหญ่ไปแล้ว ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.7/2540 ลงวันที่ 1 เมษายน 2540 ปี พ.ศ. 2541 นายธร ไชยณรงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูใหญ่เนื่องจาก นายเกียรติสักดิ์ กาญจนธานีได้ลาออกจากโรงเรียน ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2541
ปี พ.ศ. 2542 นายเสริมศักดิ์ พิทยามาศ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ เนื่องจากนายธร ไชยณรงค์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ครูใหญ่และได้แต่งตั้งตามใบอนุญาตที่ ปน.2/2542 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ปี พ.ศ. 2544 นางอังคณา หนูคง ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เนื่องจากนายเสริมศักดิ์ พิทยามาศ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ครูใหญ่ และได้แต่งตั้งใบอนุญาต เลขที่ ปน.6/2544 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2544 ปี พ.ศ. 2552 นายภิรมย์ จินา ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนจ้องฮั้ว เนื่องจากได้มีการปรับเปลี่ยนแผนโครงสร้าง การบริหารงานตามใบอนุญาตเลขที่ จ.ฮ. 0008-2552 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ปี พ.ศ. 2560 นางสาวลีลา สุวรรณนิมิตร ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนจ้องฮั้ว เนื่องจากได้มีการปรับเปลี่ยน แผนโครงสร้างการบริหารงาน ปี พ.ศ. 2564 นายสุทัศน์ พู่ประเสริฐศักดิ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนจ้องฮั้ว เนื่องจากนางสาวลีลา สุวรรณนิมิตร ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
มูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้ว ปี พ.ศ. 2529 นายเมธา พันธุ์พฤกษ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิ ตามใบอนุญาตเลขที่ ต.72/2526 ลงวันที่ 27 มกราคม 2526 ปี พ.ศ........... นายสุวรรณ ลิ่มกังวาฬมงคล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้ว แทนนายเมธา พันธุ์พฤกษ์ ปี พ.ศ. 2541 นายชนันต์ ลิ่มกังวาฬมงคล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิโรงเรียนจ้องฮั้วแทน นายสุวรรณ ลิ่มกังวาฬ มงคล ตามประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดปัตตานี ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2541 ปี พ.ศ. 2559 นายสมดิษฐ์ ธรรมเวช ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิโรงเรีย นจ้องฮั้วแทน นายสุวรรณ ลิ่มกังวาฬมงคล ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนจ้องฮั้ว ปี พ.ศ. 2529 นายพันธุ์เทพ จ่างเจริญ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้รับใบอนุญาต ปี พ.ศ. 2537 นายชนันต์ ลิ่มกังวาฬมงคล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนจ้องฮั้ว ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.62/2537 ลงวันที่ 2 เมษายน 2532 ปี พ.ศ. 2559 นางสาวอรุณวรรณ สัมปทาภักดีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่ง ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนจ้องฮั้ว ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน. 62/2537 ลงวันที่ 2 เมษายน 2532
ผู้จัดการโรงเรียนจ้องฮั้ว ปี พ.ศ. 2488 นายจรรยา กาญจนภูมิ เป็นผู้ดำเนินกิจการของโรงเรียน และ ทำหน้าที่ในตำแหน่ง ผู้จัดการโรงเรียนในเวลาเดียวกัน ปี พ.ศ. 2511 นายบัณฑิต จันทรัศมี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการโรงเรียน แทน นายจรรยา กาญจนภูมิ ที่ได้ยื่นใบลาออกไป ตามใบอนุญาตเลขที่ 80/2511 ลงวันที่ 4 กันยายน 2511 ปี พ.ศ. 2532 นายวีรศักดิ์ สัมปทาภักดี ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดการ ตามใบอนุญาตเลขที่ 5/2532 ลงวันที่ 2 เมษายน 2537 ปี พ.ศ. 2542 นายสมดิษฐ์ ธรรมเวช ได้รับอนุญาต ให้เป็นผู้จัดการโรงเรียน จ้องฮั้ว แทนนายจีรวัฒน์ อาศิรวาท ที่ได้ลาออกไปเพราะ สุขภาพไม่แข็งแรง ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.1/2542 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ปี พ.ศ. 2551 นายธีรพล จาระเวชสาร ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดการโรงเรียน จ้องฮั้ว แทนนายสมดิษฐ์ ธรรมเวช ที่ได้ลาออกไปเพราะ สุขภาพไม่แข็งแรง ตามใบอนุญาตเลขที่ ปน.1/2551 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551 ปี พ.ศ. 2552 นางอังคณา หนูคง ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดการโรงเรียนจ้อง ฮั้วแทน นายธีรพล จาระเวชวสาร ปรับเปลี่ยนแผนโครงสร้าง การบริหารงาน ตามใบอนุญาตเลขที่ จ.ฮ. 0009-2552 ลง วันที่ 30 มิถุนายน 2552 ปี พ.ศ. 2560 นายพันธุ์เกียรติ จ่างเจริญ ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดการ โรงเรียนจ้องฮั้วแทนนางอังคณา หนูคง ปรับเปลี่ยนแผน โครงสร้างการบริหารงาน ตามใบอนุญาตเลขที่ จ.ฮ. 0009- 2552 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552
ผู้อำนวยการโรงเรียนจ้องฮั้ว
เป้าหมาย โรงเรียนได้กำหนดเป้าหมายของสถานศึกษา ดังต่อไปนี้ 1. ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่สถานศึกษากำหนด 2. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นประชาธิปไตย 3. ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน และสังคม 4. ผู้เรียนร้อยละ 85 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ที่สถานศึกษากำหนด 5. ผู้เรียนสามารถ อ่าน วิเคราะห์ และเขียนได้อย่างเป็นระบบ 6. มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร (ภาษาจีน) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ ในชีวิตประจำวันและเรียนต่อในระดับสูงขึ้น 7. บุคลากรมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี 8. การบริการจัดการมีแบบแผนเป็นระบบ มีประสิทธิภาพใช้เป็น ฐานข้อมูลได้ 9. ชุมชนมีส่วนร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน 10. โรงเรียนสะอาด บรรยากาศร่มรื่น เอื้อต่อการจัดการเรียน ปรัชญาของโรงเรียน คุณธรรม นำการศึกษา เลิศปัญญา นำพาสังคม อัตลักษณ์ของนักเรียนโรงเรียนจ้องฮั้ว ไหว้งามตามวัฒนธรรมไทย เอกลักษณ์ของโรงเรียนจ้องฮั้ว มารยาทงาม นำวัฒนธรรมจีน วิสัยทัศน์ของโรงเรียนจ้องฮั้ว โรงเรียนจ้องฮั้วมุ่งมั่นจัดการศึกษาให้ได้มาตรฐาน พัฒนาครูและผู้เรียน ให้เป็นคนดีมีทักษะความรู้คู่คุณธรรม บนพื้นฐานของความเป็นไทยและความ เป็นสากล ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
พันธกิจ 1. เร่งพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตร แกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 โดยให้มีความรู้และ ทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิต 2. พัฒนาด้านหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน โดยยึดผู้เรียน เป็นสำคัญ 3. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมระเบียบวินัย ให้ผู้เรียนมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือ มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะในการทำงาน และมีความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความรับชอบ มีความขยัน อดทนมี สุนทรียภาพ 4. พัฒนาบุคลากรในโรงเรียนให้มีคุณภาพและศักยภาพเป็นแบบอย่าง ที่ดีของนักเรียนและสังคม 5. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการจัดการ เรียนรู้และให้บริการชุมชน 6. เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของ โรงเรียน
ตราโรงเรียน ความหมาย ดวงอาทิตย์ หมายถึง ความสว่างไสว เป็นหนึ่งเป็นเลิศในสิ่งที่ดีงาม รั้ว หมายถึง ความสามัคคีแข็งแกร่งมั่นคงถาวรของหมู่คณะ สีประจำโรงเรียน สีน้ำเงิน หมายถึง ความหนักแน่น อดทน เข้มแข็ง สามัคคี ในการทำงานให้ก้าวไกล สีขาว หมายถึง ความสะอาดบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนเส้นทางที่ นำไปสู่ความสำเร็จ แนวทางการปฏิบัติงานของครู 5.1 เวลาการปฏิบัติงานของครู โรงเรียนเข้าเวลา 07.30 น. ครูทุกคนมาถึงโรงเรียนก่อนเวลาโรงเรียน เข้าและกลับหลังเวลา 16.30 น. เวรประจำวัน เข้าเวลา 07.00 น. กลับหลังเวลา 17.00 น. 5.2 วันหยุด – หยุดประจำสัปดาห์ – หยุดตามประกาศของทางราชการ – หยุดกรณีพิเศษตามโรงเรียนสั่งหยุด – หยุดประจำภาคเรียน (มีครูเวรอยู่ระหว่างปิดภาค)
5.3 การแต่งกายของครู 5.3.1. กำหนดการแต่งกายประจำวัน (1) วันจันทร์ ชุดปฏิบัติการโรงเรียนเอกชน เสื้อแขนยาว (กระโปรงคุมเข่า) รองเท้าคัทชูสีดำ (2) วันอังคาร ชุดพละของโรงเรียนสีน้ำเงิน กางเกงวอร์ม สีกรม ไม่มีแถบ รองเท้าผ้าใบ (3) วันพุธ ชุดลูกเสือ ตามระเบียบลูกเสือ , เจ้าหน้าที่ / นักการภารโรงและแม่ครัว เสื้อสีขาวโรงเรียน กางเกงสแล็คสีดำรองเท้าคัทชูสีดำ (4) วันพฤหัสบดีเสื้อสีม่วงโรงเรียน กางเกงสแล็คสีดำ รองเท้าคัทชูสีดำ (5) วันศุกร์เสื้อสีแดงโรงเรียน กางเกงวอร์มสีกรม ไม่มีแถบ รองเท้าผ้าใบ - สุภาพสตรีหากผมยาว ให้ติดเนตสีดำ หมายเหตุ วันที่เข้าร่วมกิจกรรมกรณีพิเศษให้ส่วนใส่ชุดตามที่โรงเรียนกำหนด ตามโอกาสอันควร หากการแต่งกายไม่เป็นไปตามกำหนด ให้ฝ่ายบริหาร บุคลากรทำบันทึกข้อความต่อไป หมายเหตุ ครูที่ตั้งครรภ์ให้สวมรองเท้าคัชชูและชุดคลุมสีสุภาพ การลาป่วย ให้ยื่นใบลาป่วยต่อผู้บริหารในวันลาป่วย ถ้าไม่สามารถส่งใบลาในวันนั้นได้ต้อง แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบทันทีทางโทรศัพท์ ก่อนเวลา 07.45 น. จากนั้นให้ส่ง ใบลาในวันแรกที่มาทำงาน ลาป่วย 2 วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงด้วย และลาได้ไม่เกินปีละ 15 วัน ถ้าป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ลาได้ไม่เกิน ปีละ 60 วัน
การลากิจ ลาได้ไม่เกินปีละ 10 วัน ลาติดต่อกันไม่เกิน 2 วันต่อครั้ง และต้องยื่นใบลา ล่วงหน้าต่อผู้บริหารอย่างน้อย 1 วัน ต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะหยุดได้ การลาคลอด ลาได้ครั้งละ 30 วันให้ส่งใบลาหลังคลอดภายใน 3 วัน และถ้ามีเหตุจำเป็น ก็สามารถยื่นใบลาต่อได้อีก 15 วัน (โดยไม่ได้รับการปรับขั้นเงินเดือน) การลาอุปสมบท ให้ยื่นใบลาไม่น้อยกว่า 15 วัน และต้องทำงานในโรงเรียนนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ขึ้นไป ต้องแจ้งล่วงหน้าต่อผู้บริหารอย่างน้อย 3 เดือน และต้องมีครู ทำการแทนได้ แต่ถ้ามีเหตุที่ต้องอุปสมบท ด้วยกรณีที่จำเป็น สามารถยื่นใบลา ได้ไม่เกิน 7 วัน และให้ถือเป็นวันลากิจประจำปี การลาศึกษาต่อ โรงเรียนอนุญาตให้ครูศึกษาต่อในสาขาที่ตรงกับงานสอน หรือสาขาที่โรงเรียน ต้องการ ลาได้เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น โดยยื่นเรื่องขออนุญาตต่อ ฝ่ายบริหารก่อน และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ครูจะต้องกลับมาปฏิบัติงานสอน ในโรงเรียนเป็นระยะเวลา 1.5 เท่า ของเวลาเรียนทั้งหมด ในกรณีที่ไม่สามารถ ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ครูต้องชดใช้เป้น 2 เท่าของเงินเดือนที่ได้รับระหว่างลา ศึกษาต่อและไม่คืนเงินประกัน การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาราชการ การลาออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาราชการ ครูควรคำนึงถึงภารกิจที่จำเป็น จริงๆ เท่านั้น ไม่ควรออกบ่อยครั้ง อนุญาตให้ลาได้เฉพาะชั่วโมงที่ว่าง จากการสอน โดยต้องขออนุญาตผู้บริหาร ในกรณีที่จำเป็นต้องออกนอกบริเวณ โรงเรียนในช่วงเวลาที่ทำการสอน ให้เปลี่ยนเวลาทำการสอนหรือหาผู้สอนแทน ให้เรียบร้อย ก่อนออกต้องบันทึกเวลาออก – กลับ ในสมุดประจำตัวทุกครั้ง
แนวทางการปฏิบัติงานของครูเวรประจำวัน เริ่มเวลาปกิบัติงานตั้งแต่เวลา 07.15 – 17.00 น. ดูแลความเรียบร้อยทั่วไป พร้อมทั้งบันทึกเหตุการณ์ประจำวันให้เป็นปัจจุบัน โดยมีหัวหน้าเวรรับผิดชอบ ตรวจสอบดูแลความเรียบร้อย ครูเวรมีหน้าที่ดังนี้ ครูเวรหน้าประตูโรงเรียน - ควรมีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย่มแจ่มใส ทักทายพูดคุยกับ ผู้ปกครอง - ดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนเวลาข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน - ดูแลให้นักเรียนทำความเคารพต่อผู้ปกครองและครู - ดูแลการแต่งกายของนักเรียนให้เรียบร้อย ครูเวรบริเวณสนามเด็กเล่น - ดูแลความปลอดภัยในขณะที่นักเรียนเล่น - ตักเตือนนักเรียนที่ไม่ปฏิบัติตารมระเบียบของโรเงรียนในขณะที่เล่น - นักเรียนที่ได้รับอุบัติเหตุให้จัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน ถ้ามี ความจำเป็นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที แล้วแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ - รายงานเหตุการณ์ต่างๆให้หัวหน้าเวรทราบ กำหนดเวลาในการยืนเวร ช่วงเช้า เวลา 07.15 - 08.10 น. ช่วงเที่ยง เวลา 11.15 - 13.00 น. ช่วงบ่าย เวลา 15.00 - 16.00 น. (อนุบาล) ช่วงเย็น เวลา 16.00 - 17.00 น. (ประถม) ช่วงค่ำ เวลา 17.00 - 19.00 น.
6.1 หัวหน้าฝ่ายต่างๆ - สอนตามที่ได้รับมอบหมาย - เป็นที่ปรึกษาของผู้บริหาร - ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บริหารตามที่ได้รับมอบหมาย - พิจารณางบประมาณในฝ่ายเสนอต่อผู้บริหาร - การควบคุมติดตามงาน - ประเมินผลงาน - เป้นที่ปรึกษาให้กับบุคลากรในฝ่าย - รายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้บริหารพร้อมทั้งเสนอและแนว ทางแก้ไขปรับปรุง - ปฏิบัติตามหน้าที่ท่ำด้รับมอบหมาย 6.2 หัวหน้ากลุ่มสาระ - สอนตามที่ได้รับมอบหมาย - รับนโยบายหัวหน้าฝ่าย ดำเนินงานตามนโยบาย - ปรับปรุงงาน พัฒนางานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ - รายงานผลการปฏิบัติงานต่อหัวหน้าฝ่ายเพื่อแก้ไขและปรับปรุงงาน - ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 6.3 ครูประจำชั้น - สอนตามที่ได้รับมอบหมาย - จัดทำธุรการในชั้นเรียน - ควบคุมดูแลนักเรียนและชั้นเรียน - ดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย - รายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หมวดที่ 6 บทบาท หน้าที่ของฝ่ายต่างๆ และบุคลากรในโรงเรียน
6.4 ครูพิเศษ - สอนตามที่ได้รับมอบหมาย - ควบคุมดูแลนักเรียนและชั้นเรียน - ดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย - รายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้เกี่ยวข้อง - ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 6.5 ครูผู้ช่วย - ควบคุมดูแลนักเรียน - ปฏับัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ระเบียบว่าด้วยจรรยาบรรณครู ของคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 1. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ และไม่หลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น 2. ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เกิดผลดีต่อการศึกษา 3. ปฏิบัติตนต่อบุคคลอื่นโดยสุภาพเรียบร้อย 4. ประพฤติตนอยู่ในความสุจริต และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงตรง 5. ไม่กระทำการใดอันอาจทำให้เกิดเสื่อมเสียเกียรติ และชื่อเสียงของ ตนและโรงเรียน 6. ไม่กระทำการใดที่จะก่อให้เกิด ความแตกความสามัคคีในหมู่ครูและ นักเรียน 7. ไม่ยินยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม เพื่อหาผลประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย 8. ไม่ยุงยงส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเดินขบวนเรียกร้อง หรือนัด หยุดเรียน หรือก่อความไม่สงบเพื่อหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
ระดับคุณภาพของครู (NATIONAL TECHER QUALIFICATION : NTQ) ระดับ 1 ครูปฏิบัติการ สอนตรง มุ่งเน้นเนื้อหา สอนได้ตามแผนที่กำหนด เกิดผลต่อผู้เรียนในด้านความรู้ ความจำเป็นส่วนใหญ่ ผลงานของผู้เรียนเป็นแบบเดียวกัน รายงานเป็นชั้นเรียน มีอุปกรณ์การเรียนน้อย ระดับ 2 ครูชำนาญการ สอนอธิบาย ยังเน้นในด้านเนื้อหา แต่เพิ่มเติมในด้านความเข้าใจ มีตัวอย่างมากขึ้น ดัดแปลง แผ่น สื่อให้เหมาะสมกับสภาพจำกัดต่างๆได้ ผลงานของผู้เรียนยังเป็นเรื่อง เดียวกันแต่มีรายละเอียดต่างกัน รายงานผลเป็นกลุ่มมีอุปกรณ์มากขึ้นแต่ยังเป็น เรื่องเดียวกัน ระดับ 3 ครูผู้เชี่ยวชาญ สอนคิด เน้นกระบวนการคิด ใช้คำถามมากขึ้น ถามหาวิธีการ มีแผนการสอนที่พัฒนขึ้น เอง จัดทำเองได้เหมาะสมกับผู้เรียนในรายบุคคล บทบาทของผู้เรียนมีมากขึ้น อุปกรณ์เน้นกระบวนการมากขึ้น คำตอบมีหลากหลายยิ่งขึ้น ผู้เรียนได้พัฒนา รอบด้านอย่างสมดุล ระดับ 4 ครูเชี่ยวชาญพิเศษ สอนสร้าง มุ่งเน้นการลงมือทำได้ การนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงของผู้เรียน ให้ผู้เรียนมาร่วมวง แผนการเรียน ลงมือพัฒนาร่วมกัน งานกิจกรรมแตกต่างกันในคาบเดียกวันและ ยังช่วยพัฒนาครู ผู้ร่วมงานได้ด้วยเป็นครูผู้นำกลุ่ม
ระดับ 5 ครูผู้ทรงคุณวุฒิ สอนค้นพบ มุ่งเน้นการค้นหา สร้างความรู่ร่วมกับนักเรียน ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนการเรียน เกือบทั้งหมด ผู้เรียนเป็นผู้กำหนดหลักสูตร มีสื่อหลายแบบ ผลงานของผู้เรียน คนละอย่าง คนละเรื่องตามความสนใจและความถนัดอย่างแท้จริงเป็นผู้ที่สร้าง ผู้นำให้ผู้เรียนและเพื่อนครูเป็นผู้นำ คิดเอง พัฒนาเองได้ พัฒนาอย่างรอบด้าน เป็นผู้ร่วมพัฒนาวิชาชีพอย่างถาวร มีเกียรติภูมิเป็นตัวอย่างได้ทั้งวิชาชีพและ ชีวิตส่วนบุคคล. ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2548 ---------------------------------- อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (11) (จ) (ฉ) มาตรา 49 และมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ประกอบกับ มติคณะกรรมการคุรุสภา ในการประชุมครั้งที่ 9/2548 วันที่ 20 มิถุนายน 2548 และมติคณะกรรมกาคุรุสภา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการคุรุสภาจึงออกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2548” ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป ข้อ 3 ในข้อบังคับนี้“วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาในสถานศึกษา ปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐ และเอกชน และ การบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตลอดจน การ
สนับสนุนการศึกษาให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการ เรียนการสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ “ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความว่า ครูผู้บริหาร สถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 “ครู” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียน การสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆในสถานศึกษา ปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน “ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่น ที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษา ต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐ และเอกชน “ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุน การศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียน การสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา “มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับ คุณลักษณะ และคุณภาพที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตาม ประกอบด้วย มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงานและ มาตรฐานการปฏิบัติตน 1.“มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ” หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ หรือการจัด การศึกษา ซึ่งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีเพียงพอที่สามารถ นำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพได้
2.“มาตรฐานการปฏิบัติงาน” หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับ คุณลักษณะหรือการแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการพัฒนางาน ซึ่งผู้ ประกอบวิชาชีพาทงการศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษา รวมทั้งต้องฝึกฝนให้มีทักษะหรือ ความชำนาญสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3.“มาตรฐานการปฏิบัติตน” หมายความว่า จรรยาบรรณของ วิชาชีพที่กำหนดขึ้น เป็นแบบแผนในการประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง และ ฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการ และสังคมอันจะนำมาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการคุรุสภารักษาการตามข้อบังคับนี้ และ ให้มีอำนาจออกระเบียบประกาศหรือ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ รวมทั้ง ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย ชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ ในข้อบังคับ หมวด 1 มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ -------------------------------- ข้อ 5 ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์ วิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (ก) มาตรฐานความรู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือ เทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ (1) ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู (2) การพัฒนาหลักสูตร
(3) การจัดการเรียนรู้ (4) จิตวิทยาสำ หรับครู (5) การวัดและประเมินผลการศึกษา (6) การบริหารจัดการในห้องเรียน (7) การวิจัยทางการศึกษา (8) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (9) ความเป็นครู (ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ผ่านการปฏิบัติการสอนใน สถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและ ผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ดังต่อไปนี้ (1) การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน (2) การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ ข้อ 6 ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีมาตรฐานความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (ก) มาตรฐานความรู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหาร การศึกษา หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ (1) หลักกระบวนการบริหารการศึกษา (2) นโยบายและการวางแผนการศึกษา (3) การบริหารด้านวิชาการ (4) การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุและอาคารสถานที่ (5) การบริหารงานบุคคล (6) การบริหารกิจการนักเรียน (7) การประกันคุณภาพการศึกษา
(8) การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (9) การบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ (10) คุณธรรมและจริยธรรมส าหรับผู้บริหารสถานศึกษา นอกจากคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการ บริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง (ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (1) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือ (2) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและต้องมีประสบการณ์ ในตำแหน่งหัวหน้าหมวด หรือหัวหน้าสาย หรือหัวหน้างาน หรือตำแหน่งบริหาร อื่นๆ ในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ต้องมีมาตรฐานความรู้และ ประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (ก) มาตรฐานความรู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหาร การศึกษาหรือ เทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ดังต่อไปนี้ (1) หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา (2) นโยบายและการวางแผนการศึกษา (3) การบริหารจัดการการศึกษา (4) การบริหารทรัพยากร (5) การประกันคุณภาพการศึกษา (6) การนิเทศการศึกษา (7) การพัฒนาหลักสูตร (8) การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (9) การวิจัยทางการศึกษา
(10) คุณธรรมและจริยธรรมส าหรับผู้บริหารการศึกษา นอกจากคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการ บริหารการศึกษาที่คณะกรรมการ คุรุสภารับรอง (ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้ (1) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปีหรือ (2) มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่ น้อยกว่าห้าปีหรือ (3) มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาที่ไม่ต่ำ กว่าระดับกองหรือเทียบเท่ากองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือ (4) มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือ (5) มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอน และมี ประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารนอกสถานศึกษา หรือบุคลากร ทางการศึกษาอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงรวมกันมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบปี ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่ก าหนดใน กฎกระทรวง ต้องมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามที่ คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ข้อ 9 สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุรุ สภากำหนด
หมวด 2 มาตรฐานการปฏิบัติงาน ------------------------- ข้อ 10 ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ (1) ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ (2) ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้เรียน (3) มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ (4) พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง (5) พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ (6) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน (7) รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ (8) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน (9) ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ (10) ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ (11) แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา (12) สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ข้อ 11 ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ (1) ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการ บริหารการศึกษา (2) ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิด ขึ้นกับการพัฒนาของบุคลากร ผู้เรียนและชุมชน (3) มุ่งมั่นพัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ
(4) พัฒนาแผนงานขององค์การให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง (5) พัฒนาและใช้นวัตกรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มี คุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ (6) ปฏิบัติงานขององค์การโดยเน้นผลถาวร (7) รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ (8) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี (9) ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์ (10) แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา (11) เป็นผู้นำและสร้างผู้นำ (12) สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์ ข้อ 12 ผู้ประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ตามที่คณะกรรมการ คุรุสภากำหนด หมวด 3 จรรยาบรรณของวิชาชีพ ------------------------- ข้อ 13 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติตนตาม จรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
ส่วนที่1 จรรยาบรรณต่อตนเอง ------------------------- ข้อ 14 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีวินัยในตนเอง พัมนา ตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ ส่วนที่2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ------------------------- ข้อ 15 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ ส่วนที่3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ------------------------- ข้อ 16 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่ โดยเสมอหน้า ข้อ 17 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ข้อ 18 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาใจและจิตใจ
ข้อ 19 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระทำตนเป็นผู้ปฏิบัติ ต่อความเจริญทางกายสติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์และ ผู้รับบริการ ข้อ 20 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องให้บริการด้วยความจริงใจ และ เสมอภาคโดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่ โดยมิชอบ ส่วนที่4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ------------------------- ข้อ 21 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและ กันอย่างสร้างสรรค์โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ส่วนที่5 จรรยาบรรณต่อสังคม ------------------------- ข้อ 22 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฎิบัติตนเป็นผู้น ในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เสริมศักดิ์วิศาลาภรณ์ ประธานกรรมการคุรุสภา