แจกแนวข้อสอบนักพฒั นาชมุ ชน 3 ทอ้ งถนิ่
1. คำวา่ "การพฒั นาชุมชน" หมายถึง (ตอบ 3)
1. การพฒั นาท้องถ่ินใหเ้ จรญิ ข้ึน
2. การทำให้กลมุ่ ชนเจริญข้ึน
3. การพฒั นากล่มุ คนใหส้ ามารถแก้ไขปัญหารว่ มกนั ของชุมชนไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4. การพฒั นากลมุ่ คนให้มคี ุณภาพมากขึ้น
5. การพฒั นาท้องถ่ินให้เจรญิ ข้นึ ทง้ั ดา้ นวตั ถแุ ละจิตใจ
2. คำวา่ "ชมุ ชน" ตามความหมายของการพฒั นาชุมชน หมายถงึ (ตอบ 4)
1. หมบู่ ้าน 2. ตำบลหรอื แขวง
3. ทอ้ งถ่ิน 4. กลมุ่ คน
5. องคก์ รตา่ ง ๆ
3. เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั ปรัชญา แนวความคิด ทฤษฎี และเปา้ หมายของการพฒั นาชุมชน ทา่ นเหน็ วา่ การ
พัฒนาชุมชนนน้ั เนน้ อะไรมากทสี่ ุด...
1. ขบวนการ 2. กรรมวธิ ี
3. หลกั การ 4. วิธกี าร
5. บริการ
4. ทกี่ ลา่ วกันวา่ การพฒั นาชุมชนเป็นการพฒั นาทางด้านวตั ถุและจิตใจนนั้ คำวา่ "จติ ใจ" หมายถึงอะไร
(ตอบ 4)
1. คณุ ธรรม 2. มศี ลี ธรรม
3. การถอื ปฏบิ ตั พิ รหมจรรย์ 4. พฤตกิ รรม ค่านิยมและทศั นคติ
5. ความรู้ค่คู ุณธรรม
5. หลักธรรมของพทุ ธศาสนาขอ้ ใดทีเ่ ปน็ หวั ใจของการพฒั นาชุมชน...(ตอบ 5)
1. อริยสจั 4 2. อทิ ธบิ าท 4
3. อตั ตาหิ อัตโนนาโถ 4. พรหมวหิ าร 4
5. สงั คหวัตถุ 4
6. งานพัฒนาชมุ ชนมลี ักษณะเปน็ ขบวนการใหก้ ารศึกษาน้ัน หมายถึง
1. การศึกษานอกระบบโรงเรยี น 2. การฝกึ อบรมคณุ ภาพชวี ิต
3. การเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ชีวิต 4. การเรียนรูโ้ ดยปฏบิ ตั ิของจริง
5. การฝกึ อบรมการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ
7. ผ้นู ำทอ้ งถน่ิ หรอื ผนู้ ำชุมชน หมายถงึ (ตอบ 1)
1. กำนนั ผใู้ หญ่บ้าน หรอื กรรมการชุมชน 2. เศรษฐเี งนิ ออกดอกเบี้ยให้แกป่ ระชาชนทวั่ ไปในชมุ ชน
3. ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขต หรอื นายอำเภอ หัวหนา้ งานตา่ ง ๆ ของสำนกั งานเขต หรือหวั หน้าส่วน
ราชการตา่ ง ๆ ของอำเภอ
4. เจา้ อาวาสวดั หรือผ้นู ำทางศาสนาอื่น
5. ถกู ทุกขอ้
8. ปัญหาทร่ี า้ ยแรงทสี่ ุดในแหลง่ ชุมชนแออดั คือ (ตอบ 2)
1. โรคภัยไข้เจ็บ 2. ยาเสพตดิ
3. อาชญากรรม 4. ยากจน
5. ถูกทกุ ข้อ
9. คณุ สมบัติพเิ ศษของผนู้ ำชุมชนน้ันเป็นอย่างไร (ตอบ 2)
1. เป็นผู้มีศลี ธรรมและขยนั ขนั แข็ง 2. เป็นผมู้ ีความซ่อื สตั ยแ์ ละเสยี สละเพอ่ื ส่วนรวม
3. เปน็ ผ้มู ีความรูค้ วามสามารถดี จนเปน็ ทีย่ อมรับ 4. เปน็ ผทู้ ช่ี มุ ชนให้ความเคารพนบั ถือ
5. เป็นผมู้ สี มถะและประพฤตพิ รหมจรรย์
แนวข้อสอบความหมายและลักษณะของการพัฒนาชมุ ชน
1. การพฒั นาชุมชน ถูกนำมาใชค้ รัง้ แรกที่ประเทศใด
ก. สหรฐั อเมริกา ข. องั กฤษ
ค. ฝรงั่ เศส ง. สวเี ดน
คำตอบ ข. การพัฒนาชุมชน มที ีม่ าจากคำวา่ “การศึกษามวลชน” (Mass Education) โดยถูกนำ มาใช้ครั้ง
แรกในประเทศองั กฤษ
2. การพฒั นาชมุ ชน มที รัพยากรทส่ี ำคัญสุด คือ
ก. คนในสงั คม ข. นายกรัฐมนตรี
ค. กำนนั ง. ผู้ใหญบ่ ้าน
คำตอบ ก. ปรชั ญาในการพฒั นาชุมชนเช่อื ม่นั ในความสามารถของคน การดำรงอยหู่ รอื ลม่ สลายของ
สงั คม การพฒั นาหรอื เสย่ี มถอยของสงั คม ขึ้นอยกู่ บั คนในสังคมเปน็ สำคญั
3. ใครเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชมุ ชน
ก. นายอำเภอ ข. ปลัดอำเภอ
ค. กำนันผู้ใหญ่บา้ น ง. คนในชมุ ชน
คำตอบ ง. การพฒั นาชุมชนต้องใช้คนในสังคมเปน็ ศูนยก์ ลางในการพฒั นา คือพฒั นาใหม้ คี วามสามารถใน
การพัฒนาตนเองและชุมชนใหม้ มี าตรฐานในการดำรงชีพ มคี ณุ ภาพท่ดี ี มคี วามพรอ้ มทจ่ี ะพฒั นาชมุ ชนของ
ตนเอง
4. การเปดิ โอกาสให้ประชาชนได้เขา้ มาคิด ร่วมปฏิบตั ิ และรบั ผิดชอบในทุกขั้นตอนเปน็ แนวคดิ ความเร่อื ง
ใดในการพัฒนาชุมชน
ก. การมสี ว่ นร่วมของประชาชน ข. การใช้ทรัพยากรในชุมชน
ค. การรว่ มมอื ระหว่างรัฐกบั ประชาชน ง. การรเิ ร่มิ ของประชาชนในชุมชน
คำตอบ ก. แนวความคดิ เรอ่ื งการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการพัฒนาชุมชน เป็นการเปิดโอกาสให้
ประชาชนได้เข้ามาคิด ร่วมปฏบิ ตั ิ และรบั ผิดชอบในทกุ ข้นั ตอน เป็นแนวคิดความคิดในการพฒั นาชุมชน
5. แนวคดิ ของการพฒั นาชมุ ชนข้อใด ท่นี ำไปสกู่ ารพฒั นาคนโดยการใหก้ ารศึกษา
ก. ความต้องการของชุมชน ข. การช่วยเหลือตนเอง
ค. การศกึ ษาภาคชวี ติ ง. การรเิ ริ่มของประชาชน
คำตอบ ค. การศกึ ษาภาคชีวิต (Life-Long Education) เปน็ งานพฒั นาชุมชนซึง่ ถือเปน็ กระบวนการให้
การศึกษาภาคชีวิตแก่ประชาชน เพื่อนำไปสูก่ ารพัฒนาคน การใหก้ ารศึกษาตอ้ งให้อยา่ งตอ่ เนอื่ งกนั
ไป ตราบเท่าท่ยี งั ดำรงชวี ิตอยใู่ นสงั คม
6. การพฒั นาชมุ ชนทม่ี ลี กั ษณะเป็นประชาธปิ ไตยประชาชนในชมุ ชนจะมีลักษณะอยา่ งไร
ก. มสี ทิ ธิและเสรีภาพ ข. มีอสิ รภาพ
ค. ความเสมอภาค ง. ถูกทกุ ขอ้
คำตอบ ง. การพฒั นาชมุ ชน ต้องมลี ักษณะเป็นประชาธปิ ไตย เป็นการใชส้ ทิ ธิ เสรภี าพ เสมอภาค และภราดร
ภาพแกค่ นในชมุ ชน ตามระบอบประชาธิปไตย เปดิ โอกาสให้ประชาชนในชุมชนเปน็ ผกู้ ำหนดวิถีดำรงชีวิตของ
ตนและชุมชนดว้ ยตนเอง
7. ข้อใด มิใช่ แนวความคดิ ของกรมพฒั นาชมุ ชน
ก. มนุษย์ทกุ คนมเี กยี รติและศกั ด์ศิ รขี องความเปน็ คน ข. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถหรือศกั ยภาพ
ค. ความสามารถของมนุษยท์ ุกคนพฒั นาได้ถา้ มโี อกาส
ง. มนุษย์ทกุ คนต้องได้รบั การสนับสนนุ จากรัฐ จึงจะมคี ุณภาพชีวิตที่ดีได้
คำตอบ ง. กรมพฒั นาชมุ ชน มีความเชอื่ เก่ยี วกับงานพัฒนาชมุ ชนว่า
1. มนษุ ย์ทกุ คนมเี กรียตแิ ละศักดิศ์ รขี องความเป็นคน
2. มนุษยท์ กุ คนมคี วามสามารถหรอื ศักยภาพ
3. ความสามารถของมนษุ ยท์ กุ คนพัฒนาไดถ้ า้ มโี อกาส
8. การพัฒนาชุมชนในเร่ืองความรว่ มมือระหวา่ งประชาชนกับรัฐบาล เปน็ การนำเอาเรื่องใดมาผนวกเข้า
ด้วยกันเพ่อื ยกระดบั คุณภาพของประชาชนใหด้ ีขน้ึ
ก. บรกิ ารของรฐั กบั ความต้องการของประชาชน
ข. นโยบายระหวา่ งประเทศกบั นโยบายของรัฐ
ค. นโยบายทางเศรษฐกิจกบั ความต้องการของประชาชน
ง. นโยบายสาธารณะกบั ความต้องการของปัจเจกชน
คำตอบ ก. การพฒั นาชมุ ชน เป็นการรว่ มมอื กนั ระหวา่ งประชาชนกบั รัฐบาลเป็นวถิ ีทนี่ ำเอาบริการของ
รฐั บาลกับความต้องการของประชาชนมาผนวกเขา้ ดว้ ยกัน เพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพชีวติ ของประชาชนใหด้ ีข้นึ
9. ขอ้ ใด มิใช่ พ้ืนฐานสำคญั ของการทจ่ี ะสรา้ งชมุ ชนใหเ้ ขม้ แขง็ และพฒั นาตอ่ ไป
ก. การทำใหค้ นมคี ุณภาพ ข. การทำให้คนมีคุณธรรม
ค. การทำให้คนมคี วามสุข ง. การทำใหค้ นมีความมัง่ ค่งั
คำตอบ ง. การทำให้คนมีคณุ ธรรม คุณภาพ และมคี วามสขุ เปน็ พืน้ ฐานสำคัญของการทจี่ ะสร้างชุมชนให้
เข้มแขง็ และพัฒนาในลำดับต่อไป
10. การทสี่ มาชกิ สำนึกในตนเองวา่ เป็นเจ้าของชุมชน มคี วามต้งั ใจทจ่ี ะเขา้ ร่วมรบั ผดิ ชอบปัญหาต่างๆ
รว่ มกบั คนอ่นื อย่างเทา่ เทยี มกนั และมีมติ รภาพเป็นสามญั สำนึกในเร่ืองใด
ก. การมีจติ สำนึกชุมชน ข. การมจี ิตวญิ ญาณชมุ ชน
ค. การจัดการชมุ ชนที่ดี ง. การมีภาวะผนู้ ำชมุ ชน
คำตอบ ก. การมจี ติ สำนกึ ชมุ ชน เปน็ การสำนกึ ว่าตนเองเป็นเจา้ ของชมุ ชน มีความตั้งใจทีจ่ ะเข้ารว่ ม
รับผิดชอบปญั หาตา่ งๆร่วมกับคนอ่นื มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ญั หาชมุ ชน
11. การทส่ี มาชกิ มคี วามจงรกั ภกั ดีตอ่ ชมุ ชน เสยี สละ และหวงแหนชุมชน เป็นสามญั สำนกึ ในเรอ่ื งใด
ก. การมีจติ สำนกึ ชุมชน ข. การมจี ิตวญิ ญาณชุมชน
ค. การจัดการชมุ ชนทด่ี ี ง. การมภี าวะผู้นำชุมชน
คำตอบ ข. การมจี ิตวญิ ญาณชมุ ชน เป็นการทสี่ มาชกิ มคี วามจงรกั ภกั ดตี อ่ ชุมชน เสียสละทำงานเพือ่ ชุมชน
หวงแหนชมุ ชน และมสี ิ่งยดึ เหนี่ยวรว่ มกัน
12. ขอ้ ใดมใิ ช่องค์ประกอบของการพฒั นาชมุ ชน
ก. คนในชุมชน ข. สง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชน
ค. นักพฒั นาชมุ ชน ง. เทคโนโลยี
คำตอบ ง. การพฒั นาชุมชนน้ัน มอี งคป์ ระกอบทสี่ ำคัญคอื คนในชุมชน ส่ิงแวดล้อมในชุมชน วัสดุอปุ กรณ์
ตา่ งๆ กลวิธีในการพัฒนา กระบวนการพฒั นา การสนับสนนุ ชว่ ยเหลือจากภาครัฐ การบรหิ ารและการ
จดั การ นกั พัฒนาชมุ ชน การประสานงานและผลงานที่เกดิ ขน้ึ
13. ข้อใดมิใชเ่ ปา้ หมายสูงสุดของการพฒั นาชุมชน
ก. การทำใหค้ นมคี ุณภาพ ข. การทำใหค้ นมีความม่ังคง่ั
ค. การทำให้คนมีคณุ ธรรม ง. การทำใหค้ นมีความสขุ
คำตอบ ข. เปา้ หมายสงู สดุ ของการพฒั นาชมุ ชนนัน้ ถ้าหากทำให้คนมีคุณภาพ มีคุณธรรมและมคี วามสขุ
แลว้ ชมุ ชนเขม้ แขง็ ก็ถอื ว่าบรรลเุ ป้าหมายของการพฒั นาชมุ ชน และสามารถทจี่ ะทำใหค้ นมคี วามพร้อมท่ี
จะรว่ มกันพฒั นาในดา้ นอืน่ ๆได้
แนวขอ้ สอบหลักการและวิธีการปฏบิ ัตงิ านพัฒนาชุมชน
14. การพฒั นาแบบเบด็ เสรจ็ หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. การจัดการเรื่องใดหรือกิจกรรมใดใหเ้ สรจ็ สิน้ ไปทเี ดยี ว
ข. การดำเนินงานการวางแผนโครงการโดยเร็ว
ค. การพฒั นาโดยดำเนนิ การพร้อมกนั ไปในหลายๆดา้ น
ง. การดำเนนิ การโดยไดร้ บั การพฒั นาจากภาครัฐทกุ ดา้ น
คำตอบ ค. การพฒั นาแบบเบด็ เสร็จ เป็นการดำเนนิ การพฒั นาชมุ ชนในทุกๆดา้ นไปพรอ้ มกนั โดยไมม่ งุ่ เร่อื ง
หนึง่ เพราะชมุ ชนมหี ลายกิจกรรมท่ีต้องดำเนนิ การใหส้ อดคลอ้ งกนั ไป
15. ขอ้ ใดมิใชพ่ ืน้ ฐานของการพฒั นา
ก. การสนบั สนนุ ชว่ ยเหลือจากภาครฐั ข. ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ค. ทรัพยากรธรรมชาติ ง. ทรพั ยากรในชุมชน
คำตอบ ก. การสนบั สนนุ ช่วยเหลอื จากรัฐบาลหรอื ภาคเอกชน ไมใ่ ช่ความจำเป็นพื้นฐานในการพฒั นา
เพราะทำได้แตเ่ ฉพาะในสง่ิ ทจี่ ำเป็นหรือเกินขดี ความสามารถของชุมชนเท่าน้นั
16. กระบวนการทีป่ ระชาชนไดเ้ ขา้ ร่วมกนั ในการพฒั นาชุมชนทกุ ขน้ั ตอน เป็นหลักการพฒั นาชุมชนใน
เรอ่ื งใด
ก. การมีส่วนร่วมของประชาชน ข. การพงึ่ พาตนเองของชมุ ชน
ค. การทำงานร่วมกนั เปน็ กลมุ่ ง. การประสานงาน
คำตอบ ก. หลกั การมสี ่วนร่วมของประชาชน เปน็ กระบวนการทป่ี ระชาชนได้เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการพัฒนา
ชุมชนทุกดา้ น คอื ร่วมคดิ ร่วมตัดสนิ ใจ ร่วมงานแผน แก้ไขปญั หา รบั ผดิ ชอบอยา่ งแทจ้ รงิ และสมัครใจ
ไม่ใช่เพราะความเกรงใจหรอื ถกู บังคับ
17. จุดมงุ่ หมายสงู สดุ ของหลักการและวิธีการพฒั นาชมุ ชนคือข้อใด
ก. ความมั่งมีของประชาชนในชมุ ชน ข. การพง่ึ ตนเองของประชาชนในชมุ ชน
ค. การไดร้ บั ความช่วยเหลอื จากรฐั ง. การดำรงตนอย่างมีความสุขในชมุ ชน
คำตอบ ข. หลกั การพง่ึ ตนเองของชมุ ชน เป็นหลกั การทมี่ จี ดุ มงุ่ หมายสงู สดุ คอื การพงึ่ ตนเองของประชาชน
ในชมุ ชน ตามศกั ยภาพหรอื กำลงั ความสามารถทม่ี ใี นชุมชน
18. สงั คมหรอื ชุมชน จะมีการเปล่ยี นแปลงหรือพฒั นาจะตอ้ งมีการค้นหาส่งิ ใดก่อน
ก. ปญั หาและอุปสรรค ข. ผนู้ ำ
ค. การกำหนดนโยบาย ง. การวางแผน
คำตอบ ก. สงั คมหรอื ชมุ ชนจะตอ้ งทราบปญั หาภายในของตนกอ่ นแลว้ จงึ ด้นิ รนหาลู่ทางพฒั นาหรือแกไ้ ขให้
หมดสน้ิ ไป
19. ตามหลักการพง่ึ พาตนเองของสังคม ชมุ ชนจะขอการสนับสนุนหรือชว่ ยเหลือจากภายนอกเมื่อใด
ก. เมอื่ กจิ กรรมหรือการแกไ้ ขนัน้ เกดิ ขีดความสามารถของชุมชน
ข. เม่ือตอ้ งการใหภ้ ายนอกเขา้ มาแก้ไขปัญหาชมุ ชนให้
ค. เมอื่ มคี วามต้องการใหง้ านท่กี ำลงั ทำอย่นู ัน้ สำเร็จไปโดยเร็ว
ง. เมือ่ ชมุ ชนไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาปญั หาได้แลว้
คำตอบ ก. จากปรัชญาความเช่อื ในเร่อื งศักยภาพและพลงั ชุมชน การพัฒนาชมุ ชนเป็นการเสรมิ สร้างขีด
ความสามารถให้ชมุ ชนในการพฒั นาตนเอง การขอความช่วยเหลือจากภายนอกชุมชนต้องเป็นเรื่องกิจกรรม
หรือการแกไ้ ขนนั้ เกนิ ขีดความสามารถของชุมชน
20. การกำหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละวิธีการดำเนนิ การพัฒนาชมุ ชน จะตอ้ งสอดคลอ้ งกับเรือ่ งใด
ก. แนวพนื้ ฐานนโยบายของรฐั บาล ข. ความต้องการของประชาชนในชมุ ชน
ค. ความเหมาะสมกบั สภาพพ้ืนฐานของชมุ ชน ง. ถกู ทุกขอ้
คำตอบ ง. การพฒั นาชุมชนเปน็ วิธี (Mothod) ทจี่ ะนำไปสเู่ ปา้ หมายทวี่ างไว้ จึงต้องกำหนดวัตถุประสงค์
และวิธีการดำเนนิ การพฒั นาชมุ ชนให้ชัดเจนและสอดคลอ้ งกบั แนวพื้นฐานนโยบายของรฐั บาล ความต้องการ
ของประชาชนในชมุ ชน ความเหมาะสมกบั สภาพพ้ืนฐานของชุมชน
21. การพฒั นาชุมชนโดยการใหป้ ระชาชนเข้ามามสี ่วนรว่ มจะใช้วิธีใด
ก. หลักการมสี ่ิงตอบแทน ข. หลกั การแรงจงู ใจ
ค. หลกั การความเชอ่ื ค่านิยม ง. หลกั การบงั คับ
คำตอบ ข. การพฒั นาชมุ ชน จะต้องใชแ้ รงจูงใจกระตนุ้ ใหป้ ระชาชนมคี วามตืน่ ตัวเคลือ่ นไหวอยู่
ตลอดเวลา เพือ่ ใหเ้ ข้ามามสี ่วนร่วมในการพฒั นาชมุ ชน
22. กลวิธีหรือการพฒั นาข้อใดไมถ่ ูกต้อง
ก. การให้การศกึ ษาอบรม ข. การจัดระเบยี บชมุ ชน
ค. การสรา้ งผ้นู ำ ง. การพฒั นารายบคุ คล
คำตอบ ง. กลวธิ ีหรอื วธิ กี ารพฒั นาชมุ ชนมหี ลายวิธี อาทิ การให้การศึกษาอบรม การจัดระเบียบชุมชน การ
สร้างผู้นำ การสรา้ งกลุม่ และองคก์ าร การวางแผนและโครงการการผสานงาน เปน็ ต้น
23. ข้อใดแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การมสี ่วนรว่ มของชุมชน
ก. สหกรณช์ มุ ชน ข. กลมุ่ เคร่อื งทอจัดสาน
ค. กิจกรรมชมุ ชน ง. ถูกทุกขอ้
คำตอบ ง. การมสี ว่ นร่วมของประชาชนในชมุ ชนจะแสดงออกในรูปแบบของกลมุ่ ทางกิจกรรมตา่ งๆ สหกรณ์
ชุมชน กลุ่มพฒั นาการเกษตร ฯลฯ
24. ขอ้ ใดไม่ใช่องค์ประกอบทางสังคม
ก. บุคลากรในชมุ ชน ข. ทรพั ยากรตา่ งๆ
ค. ส่ิงแวดลอ้ มชุมชน ง. งบประมาณ
คำตอบ ง. ชมุ ชนจะประกอบไปดว้ ยบคุ ลากรในชุมชน ทรพั ยากรส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ ทม่ี ีอยใู่ นชมุ ชน แต่ละ
ท่ี และเจตนาร่วมกนั ทจ่ี ะพฒั นาชุมชน
25. ข้อใดไม่ใช่ปรัชญาหรอื แนวคิดของการพฒั นาชุมชน
ก. การจัดหางานใหช้ มุ ชน ข. การพฒั นาคนใหม้ คี ณุ ภาพ
ค. การร่วมมอื ร่วมใจของชุมชน ง. การสนบั สนนุ จากหนว่ ยงานตา่ งๆ
คำตอบ ก. ปรัชญาหรือแนวคิดของพัฒนาชุมชนมหี ลายประการ อาทิ การพัฒนาคนในชมุ ชน ความรว่ มมอื
ของประชาชน การสนบั สนุนจากรัฐ เป็นตน้
26. หลกั ในการในการศึกษาชุมชนไมค่ วรยดึ หลกั การใด
ก. การศกึ ษาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ข. ใชว้ ธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
ค. ใช้งบประมาณในการศกึ ษาอยา่ งจำกัด ง. นำไปใชพ้ ฒั นาชมุ ชนใหไ้ ด้มากทสี่ ดุ
คำตอบ ค. การศกึ ษาชุมชน เป็นการศกึ ษาเพื่อค้นหาปญั หาและอปุ สรรค แลว้ นำไปพฒั นาชมุ ชนต่อไป ดงั นัน้
การศกึ ษาชุมชนจงึ ควร ศกึ ษาอย่างตอ่ เนื่อง ใช้วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ และนำไปใชพ้ ฒั นาชุมชนให้ไดม้ าก
ท่สี ดุ
27. การพัฒนาสังคม คือความศรัทธาในเรอ่ื งความยุติธรรมของสงั คมและมงุ่ ขจัดเร่อื งใด
ก. ปญั หาความยากจน ข. ปญั หาเศรษฐกิจ
ค. ความขดั แยง้ ของและความเหลอ่ื มล้ำ ง. ความด้อยโอกาสทางการศึกษา
คำตอบ ค. การพฒั นาชุมชน คอื ความศรทั ธาในเรอื่ งความยุตธิ รรมของสงั คมและมุง่ ขจดั ความขัดแย้งและ
ความเหลอ่ื มลำ้ ต่ำสูงทเี่ ห็นไดช้ ัดในหมู่มวลชน ซงึ่ เป็นเร่ืองทอี่ ารยะธรรมทางสังคมพงึ ยดึ มั่น
28. การพฒั นาสงั คม เป็นการพฒั นาซ่งึ ต้งั อยบู่ นพื้นฐานใด
ก. พื้นฐานของการเป็นนกั พัฒนา ข. พืน้ ฐานของความตอ้ งการชุมชน
ค. พื้นฐานของความพอเพยี ง ง. พนื้ ฐานของผลประโยชน์
คำตอบ ข. การพฒั นาสงั คมให้ประชาชน และองคก์ รประชาชนคดิ ตัดสินใจบนพื้นฐานของความต้องการ
ชมุ ชนเอง เพ่อื ใหเ้ กิดความคิดที่ว่าสังคมเป็นของประชาชนและชว่ ยกันดแู ลรกั ษา
29. ในการปฏบิ ัติงานพฒั นาชมุ ชน นักพฒั นาชมุ ชนจะมบี ทบาทอย่างไรในการพฒั นา
ก. เป็นผดู้ ำเนนิ การพัฒนา ข. เป็นผปู้ ฏบิ ัติงานทางวิชาการ
ค. เป็นผสู้ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ ง. ขอ้ ข. และ ข้อ ค. ถูก
คำตอบ ง. ในการปฏบิ ัตงิ านพฒั นาชมุ ชนตามแผนและโครงการนน้ั รฐั และนักพฒั นาชุมชนจะมบี ทบาท คือ
เป็นผ้ปู ฏบิ ัตงิ านทางวิชาการ เช่น การให้คำแนะนำ ให้คำปรกึ ษาในการปฏบิ ตั งิ านหรอื เปน็ ผสู้ ง่ เสริม
สนบั สนุนชาวบา้ นให้เขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาชุมชน
30. การมีส่วนรว่ มของประชาชนสามารถแสดงออกไดด้ ว้ ยวิธใี ด
ก. การคดิ วธิ ที ี่จะพฒั นาชุมชน ข. การวางแผนพฒั นาชมุ ชน
ค. การดำเนนิ งานพัฒนาชุมชน ง. ถูกทกุ ข้อ
คำตอบ ง. การมสี ่วนร่วมของประชาชนในการพฒั นาชุมชน เป็นการเขา้ มามีสว่ นร่วมในการพฒั นาทุก
ข้นั ตอนของการดำเนนิ การพฒั นา