การจัดดอกไม้รูปแบบ
เชิงเส้น
(line Floran
Arrangements)
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การจัดดอกไม้ จัดว่าเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่ง โดยคำว่าศิลปะเป็นคำที่มีความ
หมายกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้ศิลปะในการจัดดอกไม้ จึงเป็นศิลปะของความงามซึ่งมี
องค์ประกอบทางด้านจิตใจเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอัน
โดดเด่น สามารถแสดงออกให้เห็นถึงความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี โดยการจัดดอกไม้
แบบไทย มีความหมายซ่อนอยู่ในทุกแง่มุม พูดง่ายๆ คือ การนำดอกไม้ , ใบไม้หรือ
ส่วนต่างๆ มาจัดให้เกิดความสวยงามและแลดูเป็นงานศิลป์ เช่น กลีบดอกไม้ , เกสร
ดอกกาไรม้ใช้,ทักกลีษบะเล,ี้ยคงวาตมลรู้อ-ดคจวนาสม่วสนาอมื่ นารๆถอีใ
กนมเชาิกงสมรา้ยางมสารปรคร์ะดิดษอฐ์กใหไ้มเ้กปิดระคดวับามมงีคามวามจาก
จำเป็นต่อมนุษย์มาอย่างเป็นเวลาช้านานแล้ว เพราะมนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่ปัจจัย 4
เท่านั้น หากแต่ยังต้องการจัดสภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่อาศัยให้เกิดความร่มรื่น เป็น
ระเบียบ ดูแล้วเจริญหูเจริญตา มีความสวยงามน่าอยู่อีกด้วย เช่น มีการจัดสวน ,
ตกแต่งอาคาร , สถานที่ต่างๆ ให้เกิดความสวยงาม อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในงาน
มงคลและอวมงคลต่างๆ
ความหมายของการจัดดอกไม้สด
การจัดดอกไม้นั้นมีนักวิชาการได้ให้ความหมายไว้มากมาก ซึ่งสามารถอธิบายความหมายได้ดังนี้
การจัดดอกไม้ หมายถึง ศิลปะอันทรงค่าของชาวไทย นับตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันดอกไม้เป็นสิ่งที่
ให้ความสดชื่น เจริญตาเจริญใจ อีกทั้งส่งกลิ่นหอนพร้อมสีสวยสดแก่ผู้พบเห็น จึงได้มีการน าดอกไม้ชนิด
ต่าง ๆ น ามาประดิษฐ์ ร้อย กรอง จัดเป็นรูปแบบต่าง ๆ เพื่อน าไปประกอบในพิธีทางศาสนาในงาน
ประเพณีไทย ซึ่งได้แก่ การจัดดอกไม้โต๊ะหมู่บูชา ดอกไม้งานอุปสมบท ดอกไม้ในพิธีมงคลสมรส ดอกไม้
ในพิธี
งานศพ
ความเป็ นมาของการจัดดอกไม้สดของไทย
การจัดดอกไม้ เป็นสิ่งที่อยู่คู่มนุษย์มากนานแล้วและเป็นที่ทราบกันดีว่าคนไทยชอบความประณีต ชอบ
ความสวยงาม จึงได้รับวัฒนธรรมการจัดดอกไม้เข้ามาในประเทศไทย โดยมีนักวิชาการศึกษาอยู่บางตาม
ปรากฏหลักฐานการบันทึกไว้มีรายของความเป็ นมาดังนี้
ความเป็นมาของการจัดดอกไม้สดของไทยว่า การจัดดอกไม้ของชาวตะวันตกและชาวตะวันออกจะใช้
ดอกไม้ตามลักษณะเดิม เป็นการนำดอกไม้ที่มีตามธร
รมชาติมาใช้ในการจัดดอกไม้ สำหรับการจัดดอกไม้
ของไทย มักมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของดอกไม้ตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสวยงาม แปลกตาในรูป
แบบของพวงมาลัยดอกไม้ พานดอกไม้เครื่องแขวนดอกไม้ ส่วนการจัดดอกไม้ที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาว
ตะวันตกในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ5 รัชกาลที่ 5 ได้มีการเจริญสัมพันธไมตรี การติดต่อค้าขาย และล่า
อาณานิคม รวมถึงการเผยแพร่วัฒนธรรม ในด้านต่างๆจากธรรมชาติตะวันตก รูปแบบการจัดดอกไม้ของ
ชาวคะวันตก จึงได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถแสดงออกถึงความทันสมัย
ปรัชญาการจัดดอกไม้
การจัดดอกไม้ไว้ว่า จัดดอกไม้ที่ดีจำเป็นที่จะต้องมีความสำนึกและความรับผิดชอบมีปรัชญาเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวดังต่อ
ไปนี้
1. ผู้ที่จะเป็นนักจัดดอกไม้ที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ความรัก ความศรัทธาในสิ่งที่ทำหรือเรียนเสียก่อน จะทำให้การทำงาน
และเรียนรู้เต็มไปด้วยความสุข ความพอใจ ผลงานที่ได้จะออกมาดีสมความตั้งใจ
2. ต้องแสดงออกทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เช่น เมื่อเห็นคนไม่รักดอกไม้ ไม่รักธรรมชาติคนจัดดอกไม้ไม่สวย อาจจะ
แนะนำได้ แต่ต้องมีวิธีที่ดี
ร3ูป. แกบารบจกัดาดรจอัดกดไมอ้กเปไ็นม้งแาลนะศจิละปต้ะอทงี่มตี้สอมงใาชธ้ิคในวกามารสุจนัดทมรีากไทมี่่วส
ุ่าดจะอารมณ์ใดเมื่ออยู่ต่อหน้ าดอกไม้ใจเราต้องสงบ จึงจะนึก
4. นักจัดดอกไม้ที่ดีต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ในการจัดดอกไม้ต้องจัดดอกไม้ให้ตรงกับโอกาสการใช้สอย เสริมสร้าง
งานพิธีการให้ดูศักดิ์สิทธิ์ น่าเลื่อมใส
5. ต้องมีข้อมูลเรื่องเวลา เพราะดอกไม้มีอายุจำกัด ต้องบริหารเวลาให้เป็น จัดให้เสร็จก่อนการใช้งาน ข้อนี้เป็นพื้น
ฐานของผู้ประสบผลสำเร็จในการจัดดอกไม้ รวมทั้งต้องรู้จักเวลาที่เหมาะสมที่จะซื้อดอกไม้ใหม่แบะสด เพื่อจะได้
มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น
จากการกล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปปรัชญาการจัดดอกไม้ได้ดังนี้ 1) ผู้ที่จะเป็นนักจัดดอกไม้ที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่ความ
รัก 2) ต้องแสดงออกทุกครั้งเมื่อมีโอกาส 3) การจัดดอกไม้เป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความสุนทรี 4) นักจัดดอกไม้ที่ดี
ต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ในการจัดดอกไม้ต้องจัดดอกไม้ให้ตรงกับโอกาสการใช้สอย 5) ต้องมีข้อมูลเรื่องเวลา
ประโยชน์ ของการจัดดอกไม้สด
การจัดดอกไม้นั้นเป็นงานที่แสดงออกถึงจิตใจอันดีงาม อ่อนโยน ของผู้จัดได้อย่างดีผู้ที่จัดดอกไม้ได้งดงามถือว่าเป็นผู้ที่มีเสน่ห์ ซึ่งการดอกไม้นั้นมี
ประโยชน์ของการจัดดอกไม้สดมากมายหลายประการ (ณภัทร ทองแย้ม, 2554, น. 8-13) ดังนี้
1. เพื่อช่วยพัฒนาจิตใจ กระบวนการในการจัดดอกไม้ต้องมีความรอบคอบ มีสมาธิ ถึงจะทำให้ดอกไม้นั้นมีความสวยงามมีชีวิต เมื่อผู้จัดดอกไม้
ได้จัดอย่างเป็นประจำ จะช่วยให้จิตใจสดชื่น เบิกบานและมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้จัดดอกไม้
2. เพื่อมอบให้บุคคล ดอกไม้นั้นสามารถท าหน้ าที่ในการตอบแทนน้ำใจ การขอบคุณ หรือการแสดงความยินดี รวมทั้งการขอโทษกับบุคคลต่าง ๆ
ได้ทุกเพศทุกวัย
3. เพื่อตกแต่งสถานที่ การจัดดอกไม้นั้นเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความพิเศษ ความตั้งใจ การจัดดอกไม้เพื่อประดับสถานที่นั้น จะทำให้เกิดความสุข
แก่ผู้มาเยียนได้อย่างคุ้มค่ายิ่ง
4. เพื่อสร้างเป็นอาชีพ นักจัดออกไม้อาชีพหลายคนนั้นเริ่มจัดดอกไม้ด้วยใจรัก และชื่นชมในความงามของดอกไม้ และแสดงความคิด จินตนาการ
ออกมาให้ผู้คนได้พบเห็นบ่อยๆ ครั้ง จนกลายเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน ห
ากสอบถามนักกับดอกไม้หลายคนว่า จัดดอกไม้ให้สวยงามได้อย่างไร คำ
ตอบคงจะเหมือน ๆ กันนั่นคือมีใจรัก และมันฝึกฝนอยู่บ่อย ๆ
5. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ มิตรภาพ ดอกไม้นั้นเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ได้อย่างดีคงจะหายากมากสำหรับผู้ที่ไม่ชอบดอกไม้ โดยทั่วไปคนส่วน
ใหญ่มีใจรักดอกไม้ ดอกไม้จะเป็นตัวช่วยสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพแทนตัวเราได้เป็นอย่างดี
6. เพื่อสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การจัดดอกไม้ให้เป็นที่ประทับใจของคนโดยทั่วไปนั้น จะต้องคิดสร้างสรรค์หาความแปลกใหม่ ความโดเด่น
ในผลงานการจัดดอกไม้กล้าที่จะแสดงออกอย่างมีวัฒนธรรม จะเห็นได้ว่าการจัดดอกไม้ในปัจจุบันนั้นมีความแปลกความสวยงามอย่างมาก ด้วย
การผสมผสานในด้าน รูปแบบ วัสดุ ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของนักจัดดอกไม้
7. เพื่อส่งเสริมอาชีพของประชาชนชาวไทย การจัดดอกไม้นั้น เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้ในหลายๆอาชีพ ตั้งแต่เกสรกร ร้าน
ขายดอกไม้ นักจัดดอกไม้และร้านดอกไม้ เป็นต้น
จากการกล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปประโยชน์ของการจัดดอกไม้สดได้ดังต่อไปนี้ 1) เพื่อช่วยพัฒนาจิตใจ 2) เพื่อมอบให้บุคคล 3) เพื่อตกแต่ง
สถานที่ 4) เพื่อสร้างเป็นอาชีพ 5) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ มิตรภาพ 6) เพื่อสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และ 7) เพื่อส่งเสริมอาชีพของประชาชน
ชา
หลักการเลือกดอกไม้และใบไม้
ดอกไม้ใบไม้สด มีหลากหลายพันธุ์ จึงควรมีหลักการเลือกโดยทั่วไปดังนี้
1. เลือกตามฤดูกาลที่มี
2. เลือกให้ตรงกับความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของการใช้สอย ดอกไม้ ใบไม้ ทุกชนิดจะมีความหมายหรือมีความเชื่อตาม
แต่ละท้องถิ่น
3. เลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับหน้ าที่การใช้งาน ดอกไม้ ใบไม้สด มีหน้ าสำคัญต่อการจัดดอกไม้ 4 ประการด้วยกันคือ
3.1 ดอกไม้ใบไม้หลัก ทำหน้ าที่ในการกำหนดรูปทรงในการจัดดอกไม้
3.2 ดอกไม้ ใบไม้รอง ทำหน้ าที่เพิ่มปริมาณรูปทรงในการจัดดอกไม้
3.3 ดอกไม้ ใบไม้เด่น ทำหน้ าที่สร้างจุดสนใจในการจัดดอกไม้
3.4 ดอกไม้ ใบไม้แต่งเติม ทำหน้ าที่เสริมแซมให้เกิดความสมบรู
ณ์มีชีวิต
4. เลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับภาชนะที่ใช้ในการจัด
5. เลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับภาชนะที่ใช้ในการจัด การพิจารณาความสดของดอกไม้ ใบไม้ มีเกณฑ์โดยทั่วไปดังนี้
5.1 ก้าน แข็งแรง ไม่ถลอก ไม่เน่า
5.2 ใบ ทรงตัวดี ไม่มีรอยไหม้ที่ริมใบ
5.3 กลีบเลี้ยง สดแข็งหุ้มชิดกลีบดอก
5.4 กระเปาะ สดแข็ง ไม่อ่อนนุ่ม
5.5 กลับดอก สดใส ไม่ซ้ำ ไม่เหี่ยว ไม่เนา
5.6 เกสร สดไม่มีรา ไม่เนา
การเตรียมดอกไม้ใบไม้
การเตรียมดอกไม้ใบไม้ด้วยวิธีการต่าง ๆ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ก่อนที่จะจัดดอกไม้การทำฐานนับเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะท าให้การจัดดอกไม้มีความ
ยากง่ายมันคงไม่มั่นคงเพียงใดและยังขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของดอกไม้ที่จัดนั้นด้วย ซึ่งลักขณา สุกุลลิขเรศสีมา (2561,น. 52-64) ได้ดังมีรายละเอียดดังนี้
1. การใช้ลวดกับดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ลวดหรือใช้ลวดกับงานจัดดอกไม้ในบางลักษณะซึ่งมีวิธีการตัดลวดกับดอกไม้ ดังนี้
1.1 การใช้ลวดกับดอกไม้การใช้ลวดกับก้าน เพื่อตัดก้านดอกดึงออกแล้วใช้ลวดแทนหรือ พยุงให้ก้านดอกไม้แข็งแรงขึ้นเป็นวิธี เลือกลวดที่จะใช้กับดอกไม้แต่ละขนาดให้มี
ความพอดีและเหมาะสมกับชนิดของดอกไม้ใบไม้และพยายามให้ลวดเบา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลวดกับดอกไม้หรือใบเพราะจะทำให้ดอกไม้และใบมีลักษณะเป็นธรรมชาติ
เทคนิคเบื้องต้นในการใช้ลวดพันก้านดอกไม้ก็คือเสียบปลายลวดข้างหน้ าให้ลึกถึงกลีบเลี้ยงแต่ไม่ให้ทะลุถึงกลีบดอบและพันลวดนั้นเป็นช่วงยาวๆตามก้านดอก ข้อควรระวัง
ในการใช้ลวดพันก้านดอกก็คืออย่าให้ลวดที่พันกดก้านใบควรใช้ลวดยาวประกอบ4-6 นิ้ว พ้นก้าน ถ้าต้องการก้านดอกโค้งก็ยืดหยุ่นให้มากขึ้น ก้านดอกสวยงามแล้วก็อาจจะ
ใช้ลวดสั้นกว่านี้ถ้าลวดยาวเลยก้านควรจะตัดออก สำหรับดอกเบญจมาศหรือดอกเยอบีร่าหรือดอกเดซี่และดอกไม้อื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกันนี้ควรเสียบลวดทะลุกลางดอก
แล้วงอลวดและค่อย ๆ ดึงลวดลงมาจนลวดที่โค้งงอ ตรงกลางดอกจนมองไม่เห็นลวดแล้วพันลวดกับก้านดอก การพันลวดกับก้านดอกจะช่วยให้ก้านดอกไม้แข็งถ้าก้าน
ดอกไม้ ควรสอดลวดเข้าไป ก้านดอกและสอดให้ทะลุถึงดอกซึ่งจะท าให้มองไม่เห็นลวดและรวดนั้นก็จะช่วยพยุงดอกไม้ได้อย่างดี เมื่อพันลวดกับก้านดอกไม้แล้วก็ตัดก้าน
ดอกไม้หลังจากจัดดอกไม้แล้วแต่การตัดก้านดอกก่อนที่จะเริ่มจัดจะทำให้จัดดอกไม้ได้ดีกว่า เราสามารถจะใช้ลวดทำให้ดอกไม้ที่ตัวดอกโค้งลงและตั้งตรงขึ้นหรือจะให้ดอก
ตามตำแหน่งที่ต้องการในกรณีนี้อาจจะใช้ลวดสั้น ๆ หรือใช้ไม้จิ้มฟันก็ได้เสียบดอกและทะลุลงไปยังก้านโดยไม่ให้เห็นลวดหรือไม้จิ้มฟัน
1.2 การใช้ลวดกับใบไม้ การใช้ลวดกับใบไม้จะช่วยให้จัดใบไม้ได้รูปลักษณะตามที่ต้องการและเนื่องจากใบไม้มีโครงสร้างของใบแตกต่างกันมากมาย
1.2.1 ใบไม้ที่มีลักษณะใบยาวใบที่มีใบยาว ๆ เช่นใบแกลดิใบบัวฝรั่งใบหมากแดงหมากผู้หมากเมียและใบไม้ที่มีลักษณะใบคล้ายใบที่กล่าวมาแล้วสามารถจะจัดให้มีลักษณะ
ใดตามต้องการได้ง่ายโดยใช้ลวดเสียบเส้นกระดูกกลางใบและธาตุเส้นกลางใบนั้นแข็งและเสียบนวดได้ยากก็ใช้ลวดวางทับตัวด้านหลัง และใช้สก๊อตเทปครับรวดเป็นรูป
กากบาท ผนึกลวดกับใบใต้ติดกันหรือจะใช้สก๊อตเทปติดทับลวดจากปลายใบถึงโคนก็ได้
1.2.2 ใบไม้ที่มีลักษณะใบกว้าง ในกรณีที่ใบไม้กว้างวิธีที่จะทำให้ใบแข็งแรงเราเรียกว่าการเย็บ วิธีเย็บนั้นใบนั้นจะใช้ลวดเสียบใกล้เส้นกลางใบโดยเสียบทางด้านหลังไป
ด้านหน้ าแล้วสอดกลับมาด้านหลังอีกและดึงลวดให้โค้งลงตามแนวต้านไปแล้วพันลวดทั้ง 2 เส้นกับแนวก้านใบนั้น ถ้าใบไม้ไม่มีก้านใบใช้ลวดเป็นแกนก้านใบโดยจัดให้ลวด
อยู่ในตำแหน่งด้านใดและใช้ลวดอีกเส้นหนึ่งพ้นลวดที่ก้านใบ แล้วใช้ฟลอร่าเทปสีเขียว เพื่อทำให้ก้านดอกแข็งแรงและเหมือนดอกจริง
1.2.3 ใบไม้ประเภทใบเฟิร์น สำหรับใบเฟิร์นหากต้องการทำให้ก้านใบแข็งแรงก็ใช้ลวดเส้นเล็กพันเช่นเดียวกับแต่จะต้องระวังที่จะทำให้ใบเล็กหลุดไปหรือปลิดใบเล็ก ๆ
ออก
2. เทคนิคการใช้ลวด เทคนิคการใช้ลวดคือวิธีใช้ลวดสำหรับที่จะเอาดอกไม้ ใบไม้ ก้าน มารวมกัน ลวดจะเป็นก้านแทนก้านจริงหลังจากเสร็จการใช้ลวดแล้วใช้เทปพันให้
สวยงาม ใช้ลวดเบอร์ 8 ถึงเบอร์ 30 แล้วแต่ดอกไม้และวัตถุประสงค์ ลวดเบอร์ใหญ่เส้นจะเล็กลงตามลำดับเทคนิคการใช้ลวดดังนี้
2.1 การดาม (Piercing Method) แทงลวดที่ฐานดอกหรือที่กลีบเลี้ยง ท ามุม 90 องศา กุหลาบ คาร์เนชั่น แกลดิโอ
ลัส
2.2 การทำกากบาท (Criss Cross Method) แทงลวดที่ทานดอกหรือพี่กลีบเลี้ยงให้ลวดสองเส้นแทงเป็นรูปกากบาท
ทำมุม 90 องศา พับลวดลง เช่น กุหลาบ คาร์เนชั่น ลิลลี่
2.3. การพันลวด (Twisting Method) วิธีการพันลวดดอกไม้ช่อเล็ก ๆ แทนก้านให้ดัดได้ เช่น ยิปโซฟิลลา แคสเปีย
2.4 เสียบก้าน (Insdrtion Method) การแทงลวดตรงกลางก้าน เช่น แคทรียา
2.5 การทำตะขอ (Hooking Method) งอลวดให้เป็นตะขอแล้วแทงที่กลางดอกแล้วดึงลง เช่น เยอบีร่า ดาวเรือง
2.6 การเย็บ (Sewing Method) การเย็บจะเย็บที่กลีบดอก
และ โดยการใช้ลวดแทงขึ้นแทงลงเรื่อย ๆเหมือนการเนา
ผ้า
2.7 การทำแฮร์พิน (Hairpin Method) งอลวดให้เป็นปิ่นเสียบผมวิธีการใช้ลวดแบบนี้ช่วยให้ใบหรือดอกที่อ่อนนิ่ม
ทรงตัวอยู่ได้
2.8 การทำห่วง (Looping Method) งอลวดท าให้เป็นรูปวงกลมแล้วแทงตรงที่กลางดอกโดยใช่ปลายลวดทั้งสอง
ข้างแล้วดึงลงมาเพียงครึ่งดอกเท่านั้น
2.9 การทำตัวหนีบ (Clutch Method) งอลวดแล้วใช้ลวดที่งอหนีบดอกหรือก้านดอกหรือก้าน ดอกหรือก้านสามารถ
เปลี่ยนออกได้
การทำฐาน
การทำฐานเป็นส่วนที่สำคัญมากในการจัดดอกไม้ เพราะถึงแม้ว่าดอกไม้ที่จัดจะสวยเพียงไรก็ตามแต่ถ้าฐานของดอกไม้ไม่มั่นคง เวลามีการ
เคลื่อนย้ายหรือยกไปที่อื่นดอกไม้อาจโค่นล้มเสียรูปทรงได้ทำให้ศูนย์เสียเวลาหรือเงินทองที่สำคัญที่สุดก็คือศูนย์เสียความตั้งใจ การทำฐาน
ก็คือการจัดการกับส่วนที่จะทำหน้ าที่ประคองดอกไม้ให้ติดกับภาชนะอย่างมั่นคง ฟลอร่าโฟมเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการประคองดอกไม้
เนื่ องจากตัวของฟลอร่าโฟมสามารถดูดสับน้ำและถ่ายเทน้ำให้แก่ดอกไม้ได้อย่างสม่ำเสมอในขณะที่ฟลอร่าโฟมเปี ยกน้ำอุปกรณ์ที่ใช้ในการ
ทำฐานได้แก่ ฟลอร่าโฟม เทปเขียวหรือเทปโอเอซีส ลวด หนังสือพิมพ์ พลาสติก ฝอยกระดาษ ตะปูเข็ม และลวดกรงไก่ เป็นต้น การทำ
ฐานนอกจากต้องการความมั่นคงแล้วความเรียบร้อยเป็ นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
1. รูปทรงแจกันธรรมดา ใช้พลาสติกหรือกระดาษฟลอยด์รองรับน้ำจากฟลอร่าโฟมแล้วใส่ลงในภาชนะที่ต้องการจัดดอกไม้คาดด้วย
เทปเขียวและโอเอซีล เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวได้
2. แจกันทรงสูง ใช้ฟลอร่าโฟมวางลงบนภาชนะนั้นคลุมด้วยลวดกรงไก่แล้วยึดลวดกรงไก่ให้แน่นกับภาชนะด้วยเส้นลวดหรือเทป
เขียว
3. แจกันปากแคบ นำวัสดุรูปกรวยใส่ในแจกันปากแคบแล้วบรรจุฟลอร่าโฟมในวัสดุรูปกรวย
4. แจกันแก้ว เพื่อความสวยงามที่ความใสของแจกัน ฟลอร่าโฟมจึงถูกว่างลงบนเทปเขียวหรือลวดที่ถูกห้วยแขวนไว้ที่ปากแจกันหรือ
อาจจะใช้แท่งแก้วใส่ลงไปแล้วนำฟลอร่าโฟมปั กลงไปตรงกลางโดยมีแทงแก้วเป็ นตัวยึดระหว่างฟลอร่าโฟมกับภาชนะควรหุ้มฟลอร่า
โฟมด้วยพลาสติกใสหรือกระดาษทอยก่อนเพื่อหุ้มน้ำในฟลอร่าโฟมแล้วปูองกันไม่ให้เศษของฟลอร่าโฟมตกลงในภาชนะซึ่งจะทำให้ลง
ความสวยงามของภาชนะ
5. ตะกร้า สำหรับตะกร้าที่มีความลึก ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หรือฝอยกระดาษอัดให้แน่นโดยรอบก้อนฟลอรัสโฟมที่มีแผ่นพลาสติกหุ้ม
รองส่วนฐานของฟลอรัสโฟมประมาณครึ่ งก้อนและอาจใช้เทปเขียวคาดยึดที่ปากตะกล้าให้ฟลอรัสโฟมติดกับตะกล้าอีกวิธีหนึ่ งอาจใช้
เทปเขียวขาดเป็นกากบาทรอบฟลอรัสโฟม พลาสติกที่หุ้มรองฐานหลังจากนั้นวางลงบนตะกล้าซึ่งอาจหนุ่นหนังสือพิมพ์ให้ฟลอรัสโฟม
สูงขึ้นจากปากตะกล้าทั้งสี่ด้านให้แน่นตึง
6. ภาชนะปากกว้างและสูงขนาดใหญ่ ใช้ฟลอร่าโฟมวางบนถาดหรือจานที่มีขนาดเท่ากับปากของภาชนะแล้วยึดถาดหรือจานนั้นให้ติดกับขอบปาก
ภาชนะกรณีที่ไม่ต้องการใช้ฟลอร่าโฟมจะใช้เทปเขียวหรือใช่โอเอซีสติดที่ปากแจกันเป็ นตรารางเพื่ อที่จะประคองค้ำก้านดอกไม้เวลาปั กให้ได้รูป
ทรงตามที่ต้องการ
7. การจักทรงพุ่มในภาชนะกลม
7.1 ทรงพุ่มสูงจะใช้ฟลอร่าโฟมตั้งแนวยามซ้อนกันตามความกว้างของภาชนะกรณีที่ใช้ดอกไม้และมีน้ำหนักควรหุ้มฟลอร่าโฟมด้วยลวดกรงไก่ใช้
เทปเขียวยึดลวดกรงไก่ติดกับภาชนะ
7.2 ทรงพุ่มเตี้ยจะใช้ฟลอร่าโฟมในแนวนอนซ้อนกันตามขนาดความกว้างของภาชนะถ้าใช้ดอกไม้มากและมีน้ าหนักควรหุ้มฟลอร่าโฟมด้วยลวด
กรงไก่ใช้เทปเขียวยึดลวดกรงไก่ติดกับภาชนะ
8. ภาชนะรูปถาดหรือจาน วางฟลอร่าโฟมบนถาดหรือจานนั้นแล้วคาดยึดติดด้วยเทปเขียวถ้าใช่ดอกไม้มากควรคุมด้วยลวดกรงไก่ด้วย
9. การดูแลรักษาดอกไม้สดสำหรับผู้ที่ไม่มีตู้แช่ดอกไม้ นงลักษณ์ พรพิมล (2553, น.12) ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อเราเลือกซื้อดอกไม้มาแล้ว ก่อนอื่นต้อง
ทำความสะอาดก้านบริเวณช่วงล่างโดยเริ่มจากการปลิดใบช่วงล่างออกให้หมด แล้วตัดก้านแข็งออกเล็กน้ อย จากนั้นนำไปแช่ในถังน้ำที่เตรียมไว้
9.1 ดอกบัว ตัดก้านช่วงล่างออกให้หมด แล้วจึงนำไปแช่น้ำ แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุมดอกเพื่อปูองกันไม่ให้ดอกบัวโดนลม จะช่วยชะลอการเหี่ยว
และซ้ำดำได้
9.2 ดอกไม้ประเภทคริสซานติมัม ควรเปิดห่อเพื่อขยายช่อดอกแล้วปลิดใบออกให้หมดเพราะใบจะเหี่ยวเร็ว ตัดก้านส่วนล่าง แล้วทุบก้านให้แตก
เล็กน้ อย เพราะก้านดอกชนิดนี้แข็งจึงทำให้ดูดน้ำได้ยาก จากนั้นนำไปล้างบริเวณที่ทุบอีกครั้งแล้วแช่ในถังน้ำที่เตรียมไว้
9.4 ดอกกล้วยไม้หวายต่างๆ ให้ตัดก้านแล้วนำดอกแช่ลงในถังน้ำให้ท่วมดอกประมาณ10 นาที นำขึ้นจากน้ำ แล้วแช่ก้านในถังน้ำที่เตรียมไว้
10. วิธีการแช่ฟลอรัลโฟม ใส่น้ำให้เต็มภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วค่อย ๆ วางก้อนฟลอรัลโฟมลงบนน้ำ น้ำจะค่อย ๆ ซึมผ่านก่อนฟลอรัลโฟมจนเป็น
ก้อน ห้ามกดฟลอรัลโฟมให้จมน้ำ หรือราดน้ำบนก้อนฟลอรัลโฟม เพราะน้ำจะไปปิดช่องระบายอากาศทำให้น้ำสัมผัสเข้าไปได้ยาก
11. วิธีอัดฟลอรัลโฟมลงภาชนะ เมื่อตัดตามขนาดที่ต้องการแล้ว ก่อนนำฟลอรัลโฟมบรรจุลงในภาชนะ ควรบากเนื้อของฟลอรัลโฟมเป็นทางยาว
ตามแนวตั้ง เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ภาชนะใดสะดวกการดูแลดอกไม้หลังจากจัดเสร็จแล้ว เมื่อจัดดอกไม้เสร็จแล้ว ควรเติมน้ำในภาชนะให้เต็ม ฉีดน้ำ
ให้ทั่วดอกไม้ จะทำให้ดอกไม้มีความสดและเก็บได้นานขึ้น
ภาชนะที่ใช้สำหรับจัดดอกไม้
เลือก ขนาดให้เหมาะสมกับโต๊ะและสถานที่ ภาชนะควรมีลักษณะที่เรียบง่ายเพื่อให้สะดวก
ต่อการจัดดอกไม้ ภาชนะที่มีลักษณะเด่นเกินไปจะทำให้ลดความน่าสนใจของดอกไม้ที่จัด สีที่ใช้มักเป็นสี
กลางๆเช่น สีแทน, สีน้ำตาล, สีเทาหรือ สีเขียว สีเหล่านี้จะเข้ากันได้ดีกับพืชที่ใช้จัดและเหมาะที่จะเป็นพื้น
หลัง สีขาวจะดึงดูดความสนใจได้มากกว่าดอกไม้ วัสดุที่ใช้ทำส่วนใหญ่เป็น แก้ว, ดินเผา, ภาชนะเคลือบ
หรือโลหะ มักไม่ใช้ภาชนะประเภทแก้วใสเพราะจะทำให้เห็นก้าน อาจใช้ภาชนะบางหรือหนา ก่อนใช้ต้อง
ทำความสะอาดและเติมน้ำ การเลือกภาชนะต้องสอดคล้องกับดอกไม้ที่จัดเช่น ใช้ดอกกุหลาบควรใช้แจกัน
มากกว่าภาชนะดินเผา เป็นต้น
หลักการจัดดอกไม้
การจัดดอกไม้ทุกแบบ ทุกประเภท ตั้งแต่การจัดดอกไม้รูปทรงพื้นฐาน จนถึงการจัดดอกไม้ที่
เน้ น Design ล้วนแล้วแต่มีหลักเกณฑ์ในการจัดที่ต้องตระหนักถึงด้วยกันทั้งสิ้นงาน
สร้างสรรค์ที่ต่อยอดมาจากหลักการและพื้นฐานที่ดี ย่อยนำพาความคิด จินตนาการ ทำให้เกิด
ผลสร้างสรรค์ใหม่ ๆ อย่างลงตัวได้ในที่สุด ดังนั้นจึงควรทราบหลักการพื้นฐานที่เป็นประโยชน์
ต่อการจัดดอกไม้วิชาการหลายท่านได้ให้รายละเอียดดังนี้
เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล (2551, น. 1-5) ได้กล่าวถึง หลักการจัดดอกไม้สดเอาไว้ว่า หลักการ
จัดดอกไม้สด เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยทักษะประสบการณ์ เพราะต้องใช้ดอกไม้หลาก
หลายชนิดหลายสีการนำเอาดอกไม้หรือใบไม้ ตลอดจนวัสดุต่าง ๆ มาจัดให้อยู่ในองค์ประกอบ
ทางศิลปะ ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้งโครงสร้างและองค์ประกอบด้านสี การจัดดอกไม้ส่วน
ใหญ่นิยมจัดเลียนแบบธรรมชาติ หลักการจัดดอกไม้สดจึงจำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบศิลป์
เข้ามาช่วยในเรื่องของการออกแบบ รูปทรงความสมดุลและสีในการสร้างสรรค์ผลงานดังนี้
1. เส้นคือ ร่องรอยที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของจุดลักษณะของเส้น
2. รูปร่างและรูปทรง
3. ขนาด นักจัดดอกไม้ควรคำนึงถึงขนาดของดอกไม้ ใบไม้ อุปกรณ์ การจัดดอกไม้ใบไม้ที่มีขนาดแตกต่างกัน จะทำให้ผลงานมี
ความน่าสนใจ แต่ถ้าเราใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเท่าๆกันมาจัดผลงานที่ได้จะดูเป็นแข็งไม่อ่อนไหวและนุ่มนวลแม่
4. สัดส่วน ในการจัดดอกไม้โดยส่วนใหญ่ที่นิยมจะยึดหลัก 1 เท่าครึ่ง ถึง2เท่าครึ่งของความสูงของภาชนะที่จัดดอกไม้ ส่วนการ
จัดดอกไม้ในแนวนอนก็จะใช้หลักเดียวกันคือ ควรให้ความสูงของดอกไม้พอดีกันเช่น เจอกันสูง ดอกไม้ดอกแรกควรสูง เท่ากับ
1.5 - 2 เท่าของความสูงของเจอกันสำหรับแจกันทรงเตี้ยดอกไม้ดอกแรกควรสูงเท่ากับ 1.5 - 2 เท่าของความกว้างของเจอกัน
นั้นมีความสวยงามก็ตาม
5. ความสมดุล ของน้ำหนักในการออกแบบเช่นความสมดุลระหว่างดอกไม้กับภาชนะความสมดุลของดอกไม้ทั้งด้านซ้ายและด้าน
ขวา
6. ช่องไฟ หมายถึงการเว้นที่สับหว่างระหว่างดอกไม้ ใบไม้หรือวัตถุตกแต่งให้มีจังหวะไม่เบียดไม่ห่างจนเกินไป การจัดช่องไฟ
ให้เหมาะสมท าให้ผลงานดูสบายตาไม่อืดอัด
7. จุดสนใจ หมายถึง จุดเด่นไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือภาชนะ ให้เป็นที่ดึงดูดสายตา การเลือกจุดสนใจใกล้จะ สีของดอกไม้ รูป
ทรงของผลงานที่จัด
8. สีแม่สีได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน Tone สี ได้แก่ โทนสีร้อน และโทนสีเย็น
สิ่งที่ควรทราบก่อนการจัดดอกไม้
สิ่งที่ควรทราบก่อนการจัดดอกไม้ไว้ว่าในการจัดดอกไม้ผู้จัดดอกไม้ควรจะทราบเบื้องต้นก่อนที่จะลงมือจัดดอกไม้ในเรื่องต่าง ๆ
ดังนี้
1. รูปแบบของภาชนะ ควรจะทราบว่าภาชนะหรือแจกันมีรูปลักษณะใด ความสูงเท่าใดเมื่อจัดดอกไม้ออกมาแล้วควรจะสื่อความ
รู้สึกแบบไหน เพื่อที่จะเลือกดอกไม้ ใบไม้ และวัสดุประกอบได้อย่างเหมาะสม
2. โอกาสที่จะใช้เราควรทราบว่าดอกไม้ที่จัดเตรียมแล้วนั้นเราจะน าไปใช้ในโอกาสใด เพื่อจะได้ใช้ดอกไม้ในการสื่อความหมายให้
ถูกต้อง เพื่อการสื่อความหมายนั้นเราสามารถสื่อโดยใช้รูปแบบของการจัด ชนิดดอกไม้ สีของดอกไม้ หรืออื่น ๆ ได้หลายอย่าง
แล้วแต่ความเหมาะสม โดยปกติการจัดดอกไม้ ภาชนะที่เลือกใช้ไม่ควรเด็ดมากเพราะจะไปข่มความงามของดอกไม้
3.สถานที่ดอกไม้ที่จัดเสร็จแล้วหรือลักษณะของภาชนะพร้อมดอกไม้ที่จัดเสร็จแล้วนั้นควรจะนำไปไว้ตรงไหน หากเป็นแจกัน
ดอกไม้ควรจะวางที่มุมห้องหรือกลางห้อง หรือต้องวางยกระดับให้อยู่ที่สูงจึงจะเพิ่มคุณค่าของการจัดและดอกไม้ให้ดูสวยงามยิ่ง
ขึ้น
4. ชนิดของดอกไม้และวัสดุ ควรเลือกชนิด ลักษณะ สีและรูปร่างของใบไม้รวมถึงวัสดุประกอบกับการจัดดอกไม้ให้กลมกลืน ขัด
แย้งหรือสอดคล้องกับการจัดดอกไม้
5.การจัดดอกไม้บนภาชนะหรือภายในภาชนะ บางครั้งต้องใช้อุปกรณ์พื้นฐานด้วย เช่น การใช้ลวดตาข่ายเป็นตัวคลุมโอเอซีสใน
การจัดแจกันทรงสูงเพื่อกันไม่ให้โอเอซีสหักหรือแตกขณะปักดอกไม้ การใช้ฟลอร่าเทปพันปกปิดเส้นลวดหรือการดอกไม้ ซึ่งใช้
มากกับการจัดดอกไม้แบบเข็มกลัดช่อดอกไม้
ดอกไม้ที่นำมาใช้ในการจัด อาจเป็นสีเดียวกันทั้งหมดหรือใช้สีที่กลมกลืนกัน บางครั้งเป็นไปได้ว่า อาจใช้ดอกไม้ที่สีตัดกันเพื่อ
ความสมบูรณ์ของโอกาสที่จะใช้ ซึ่งจะได้กล่าวโดยละเอียดในตอนต่อไป
รูปแบบการจัดดอกไม้
รูปแบบการจัดดอกไม้พื้นฐานจะเป็นทรงเรขาคณิตอย่างง่ายมี 3 แบบ ได้แก่ Line, Line mass และ Mass ซึ่งจะเป็นรูปแบบ
พื้นฐานสำหรับออกแบบการจัดดอกไม้ทุกชนิดต่อไป
Line Floral Arrangements (การจัดดอกไม้รูปแบบเชิงเส้น)
การจัดดอกไม้รูปแบบเชิงเส้น เดิมมาจากรูปแบบการจัดดอกไม้ของประเทศญี่ปุ่น การจัดดอกไม้ลักษณะนี้จะจำกัด
ปริมาณดอกไม้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเน้นแสดงความงดงามของดอกไม้ในแต่ละดอกหรือใบใม้ในแต่ละ กิ่ง
การจัดแบบเชิงเส้นมีลักษณะเด่นคือมีโครงสร้างแบบเปิด การดึงดูดความสนใจเกิดจาก ความแตกต่างของรูปทรงและ
โครงสร้าง ส่วน มากมักจัดเป็น 3 แนวตรงหรือ 3 ตำแหน่ง และมักจัดแบบไม่สมมาตร โดยจะจัดแสดงเฉพาะด้านหน้าของดอกไม้ที่จัด
เท่านั้น อาจมีการจัดแนวให้ยื่นมาทางด้านหน้าหรือหลังเพื่อให้เกิดความลึก
Line-Mass Floral Arrangements (การจัดดอกไม้รูปแบบเชิงเส้นและเป็นกลุ่ม)
เป็นการจัดดอกไม้โดยการผสมผสานระหว่างรูปแบบเชิงเส้นของญี่ปุ่นและรูป
แบบกลุ่ม ของทางยุโรป การจัดแบบเชิงเส้นเมื่อมองดูแล้วจะรู้สึกถึงความเป็นระเบียบ ด้วย
ลักษณะการจัดวางแบบเชิงเส้นที่แน่นอน ส่วนการจัดแบบกลุ่มจะให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ ช่วย
เสริมให้การจัดแบบเชิงเส้นโดดเด่นขึ้น ซึ่งจะใช้ดอกไม้มากกว่าการจัดแบบเชิงเส้น
การจัดแบบเชิงเส้นและเป็นกลุ่มมีลักษณะเด่นค
ือการดึงดูดความสนใจเกิดจากความแตกต่าง
ของ โครงสร้าง สี และ แนวเส้น
Mass Floral Arrangements (การจัดดอกไม้รูปแบบเป็นกลุ่ม)
เป็น รูปแบบการจัดที่มาจากทางยุโรป ซึ่งใช้ดอกไม้มากกว่าการจัดแบบอื่นๆ โดยเน้นสีสันของ
ดอกไม้และใบไม้ทั้งหมด มากกว่าที่จะเน้นเพียงองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง มักใช้รูปทรงเป็นกลุ่ม หรือ ค่อน
ข้างทรงกลม แต่อาจดัดแปลงจัดให้เกิดมุมหรือเกิดรูปแบบเชิ่งเส้นด้วยการจัดแบบทรงสาม เหลี่ยมก็ได้
การจัดแบบเป็นกลุ่มมีลักษณะเด่นคือ มีโครงสร้างแบบปิด ให้ความรู้สึกแน่น เต็ม ไปด้วยสีสัน
การออกแบบการจัดดอกไม้ ทฤษฎีของสี
การจัดดอกไม้เป็นการวางดอกไม้และใบไม้ที่เลือกไว้ในภาชนะตามแบบที่กำหนด ดอกไม้ที่จัด
ในภาชนะสามารถดึงดูดความสนใจได้เนื่องจากสีสันและรูปทรง ของดอกไม้ แต่จะน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อมี
การจัดอย่างมีรูปแบบ
โดยมีจุดมุ่งกหารมอาอยกเพแื่อบใบห้คเืกอิดคกวาารมเลสือวกยแงลาะมกแาลระจมัีดคุวณา
งค่วัาสทดุางแจิลตะใกจารสร้ใาหง้รรูู้สปึกทไรด้งถึดง้วคยวสา่วมนมัป่นรคะงก,อบต่เาปง็นๆ
ธรรมชาติ, ความสมดุล และความเรียบง่าย การออกแบบยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของรูปทรง,
สถานที่จัดแสดง และการใช้งาน
ปริมาณการใช้สีของดอกไม้ในการจัดดอกไม้
ในการจัดดอกไม้การเลือกใช้สีจะมีความสำคัญเป็นอย่างมากนักจัดดอกไม้หลายคน ที่เริ่มจัดดอกไม้
ใหม่ ๆ มักจะเกิดความลังเลใจ ในการเลือกใช้สี ซึ่งการใช้สีในการจัดดอกไม้นั้น มีวิธีการเลือกใช้สี
ดังนี้
1. การใช้ดอกไม้สีเดียวใช้ในปริมาณ 100%
2. กกลาุ่รมใสชี้กดลอมกกไมล้ืสนอกังนสีเชใ่ชน้
ในกปลุ่รมิมสีาเณย็น8+0ก%ลุ่ม+สี2เย0็น%
-
- กลุ่มสีตัดกัน เช่น กลุ่มสีเย็น + กลุ่มสี่ร้อน
- กลุ่มสีผสานกัน เช่น กลุ่มสีขาว + กลุ่มสีม่วง
3. การใช้ดอกไม้สามสีใช้ในปริมาณ 60%, 70% + 20% + 10%
- กลุ่มสีกลมกลืนกัน เช่น สีโทนแดง + สีโทนส้ม + สีโทนเหลือง
แนวการจัดโดยยึดหลักทฤษฎี
1.การจัดเพื่อทำให้เกิดผิวสัมผัสที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด โดยพยายามหาวัสดุที่
แตกต่างกันมาจัดวางไว้ใกล้ๆ กันส่งเสริมให้เกิดความเด่นชัดซึ่งกันและกัน
เป็นการจัดที่เหมาะสำหรับวางกลางโต๊ะอาหาร เพราะมีความชัดเจนของการใช้สี
2.การจัดแบบ Radial มีกราูปรแทบร่งงดช่ออกงไวม่้าเ
งป็แนลกะลผุ่ิมวสสีัทมี่เผดั่สนชัด แต่ยังมีการดึงสายตา
จากสีของดอกไม้ นอกจากนี้ยังเลือกใช้สีตรงข้ามจะทำให้เกิดความสะดุดตามากยิ่ง
ขึ้น