ก
คาํ นาํ
หนังสือการหาขนาดมวลคละของดิน (Sieve Analysis) เล่มนีเป็ นส่วนหนึงของวิชา
โครงการ และปฐพีกลศาสตร์ จดั ทาํ ขึนเพืออธิบายวิธีการทดลองอย่างถูกตอ้ ง และกล่าวถึงขอ้ มูลที
ใชอ้ า้ งอิงในการทดลอง เกณฑก์ ารพิจารณา ตลอดจนการสรุปผลการทดลอง ในกรอบของหลกั สูตร
การศึกษาปริญญาวิชาชีพชนั สูง
ซึงทางผูจ้ ดั ทาํ ไดท้ าํ การคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเพือความสมบูรณ์ของหนงั สือเล่มนี โดยทางกลุ่ม
ผูจ้ ดั ทาํ หวงั เป็นอย่างยิงวา่ หนังสือเล่มนีจะเป็ นประโยชน์แกผ้ ูท้ ีตอ้ งการจะศึกษา และผทู้ ีสนใจไม่
มากกน็ อ้ ย
อยา่ งไรก็ตามหนังสือการหาขนาดมวลคละของดิน (Sieve Analysis) อาจมีขอ้ ผิดพลาดอยู่
บา้ งบางประการทางผจู้ ดั ทาํ จึงขออภยั มา ณ ทีนีดว้ ย
นางสาวขนิษฐดา สมร
นางสาวรินรดา แปกลาง
สารบัญ ข
เรือง หน้า
คาํ นํา ก
สารบญั ข
สารบัญตาราง ง
สารบัญรูป จ
สารบญั กราฟ ช
การทดลองขนาดมวลคละของดนิ 1
สาระสาํ คญั 1
จุดประสงคก์ ารทดลอง 1
บทนาํ 2
การหาขนาดมวลคละของดิน (Sieve Analysis) 3
การพิจารณาขนาดมวลคละของดินจากค่า Cu และ Cc 4
การจาํ แนกลกั ษณะของดินตามขนาดขององคป์ ระกอบและคณุ สมบตั ิ
6
เครืองมือและอปุ กรณ์ทีใช้ในการทดลอง 10
วัสดุทีใช้ในการทดลอง 11
ขันตอนการทดลองการหาขนาดมวลคละของดนิ (Sieve Analysis) 15
การคํานวณทีได้จากผลการทดลอง
16
ผลการทดลอง 18
ผลการทดลองตวั อยา่ งดนิ อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสีมา (P.M.) 21
ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา (C.C.)
ผลการทดลองตวั อยา่ งดนิ อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา (N.T.) 23
23
สรุปผลการทดลอง 24
อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสีมา
อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นคราชสีมา
อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา
สารบญั (ต่อ) ค
เรือง หน้า
บรรณาณุกรม 25
สารบญั ตาราง ง
ตารางที หน้า
1 ลกั ษณะของดินทีมีขนาดเมด็ คละดี 3
2 ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอพมิ าย 16
3 เปอร์เซ็นตด์ นิ ผา่ น อาํ เภอพิมาย 18
4 เปอร์เซ็นตด์ นิ ผา่ น อาํ เภอโชคชยั 19
5 ผลการทดสอบตวั อยา่ งดิน อาํ เภอโชคชยั 19
6 ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอโนนไทย 21
7 เปอร์เซน็ ตด์ ินผา่ น อาํ เภอโนนไทย 21
สารบัญรูป จ
รูปที หน้า
1 โครงสร้างแบบเมด็ ดิน (a) หลวม (b) แน่น 2
2 โครงสร้างแบบรวงผึง 2
3 ขนาดมวลคละกนั ดี 3
4 Grap Graded 3
5 Unifrom Graded 4
6 แผนภูมิลาํ ดบั ขนั ตอนการจาํ แนกดนิ ตามวิธี Unified Soil Classification 6
7 ตะแกรง (Sieve) 6
8 เครืองเขยา่ (Sieve Shaker) 7
9 จอบ 7
10 พลวั 7
11 เครืองชงั ความละเอยี ด 0.1 กรัม 8
12 ถาด 8
13 แปรงลวดทองเหลือง 8
14 ตูอ้ บควบคุมอุณหภมู ิ 110 ± 5 °c 9
15 คอ้ นยาง 9
16 ถุงป๋ ุยเก็บตวั อย่างดิน 9
17 ถุงมือกนั ความร้อน 10
18 ดินลกู รัง ตาํ บลหนองระเวยี ง อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสีมา 10
19 ดินลูกรัง ตาํ บลด่านเกวยี น อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา 10
20 ดินลูกรงั ตาํ บลด่านจาก อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา 11
21 ทบุ ตวั อยา่ งดิน 11
22 นาํ ดินเขา้ อบ 11
23 ชงั ตวั อยา่ งดิน 12
24 ใชแ้ ปรงทองเหลืองทาํ ความสะอาดตะแกรง 12
25 ชงั นาํ หนกั ตะแกรง 12
26 เรียงขนาดตะแกรง 13
27 ติดตงั ตะแกรงบนเครืองเขยา่ (Sieve Shaker 13
28 เทดินลงในตะแกรง 13
สารบญั รูป (ต่อ) ฉ
รูปที หน้า
29 เริมเดนิ เครือง 14
30 ชงั นาํ หนกั ของตะแกรงและดินทีติดคา้ งอยบู่ นตะแกรง 14
สารบัญกราฟ ช
กราฟที หน้า
1 แสดงความสมั พนั ธ์เปอร์เซ็นตด์ ินผ่านและขนาดตะแกรง อาํ เภอพิมาย 17
2 แสดงความสัมพนั ธ์เปอร์เซ็นตด์ ินผ่านและขนาดตะแกรง อาํ เภอโชคชยั 20
3 แสดงความสมั พนั ธเ์ ปอร์เซ็นตด์ ินผา่ นและขนาดตะแกรง อาํ เภอโนนไทย 21
การทดลองหาขนาดมวลคละของดิน
(Sieve Analysis)
สาระสําคญั
การทดลองเพือหาขนาดมวลคละของดินทีประกอบเป็ นมวลดินประกอบดว้ ย เมด็ ดินขนาด
ตา่ งๆ และมีอยเู่ ป็นจาํ นวนเทา่ ไร สามารถจาํ แนกดินไดว้ า่ ประกอบดว้ ยกรวด ทราย ดินตะกอน และ
ดินเหนียวในอตั ราส่วนเท่าไร ดงั นนั การทดลองโดยการใชต้ ะแกรงร่อนดิน (Sieve Analysis) ใน
หอ้ งปฏิบตั ิการ การเตรียมตวั อย่างดิน การใชเ้ ครืองมือ อปุ กรณ์การทดลอง การจดบนั ทึกขอ้ มูลและ
คาํ นวณหาเปอร์เซ็นตผ์ า่ นของเมด็ ดินเทียบกบั ขนาดของเบอร์ต่างๆ
จุดประสงค์การทดลอง
1. อธิบายการหาขนาดมวลคละของดินได้
2. อธิบายขอบข่ายการทดลองหาขนาดมวลคละของดินได้
3. ทดลองหาขนาดมวลคละของดินได้
4. คาํ นวณเปอร์เซ็นตผ์ ่านตะแกรงและสรุปผลการทดลองได้
บทนาํ
มวลคละของดินจะมีลกั ษณะแบบใดขึนอยู่กบั รูปร่าง ขนาด และองคป์ ระกอบของแร่ธาตุ
ในเมด็ ดิน และนาํ ในเมด็ ดินทงั หมดนีเป็นปัจจยั สาํ คญั ในการจดั เรียงตวั ของเมด็ ดินในเชิงเรขาคณิต
สาํ หรับดินมวลหยาบคณุ สมบตั ิทางวิศวกรรมถูกควบคุมโดยขนาดรูปร่างและขนาดคละ ดงั นันจึง
จาํ เป็นทีจะตอ้ งทราบการกระจายของเม็ดดิน แตส่ าํ หรบั ดินเมด็ ละเอยี ด ไดแ้ ก่ พวกดินเหนียว ขนึ อยู่
กบั นาํ ในช่องว่าของเม็ดดิน ขีดความขน้ เหลว (Atterberg’s Limit) จะเป็นคุณสมบตั ิทีสาํ คญั ในการ
วเิ คราะหป์ ัญหาของเมด็ ดินประเภทนี
มวลคละของดิน แบง่ ได้ 2 กลมุ่ คือ
1. กล่มุ ดินทีไม่มีความเชือมแน่น (Cohesiveless Soils) แบ่งเป็น 2 พวก คือ โครงสร้างเมด็
ดินเดียว (Single Grained) ดินจาํ พวกนีมีขนาดและรูปร่างของเมด็ ดิน รวมทงั ตาํ แหน่งสมั ผสั กนั จะมี
ผลกบั ความหนาแน่นของดิน ตามรูปที 1.1 ส่วนโครงสร้างแบบรวงผึง (Honey Combed) ไดแ้ ก่
พวกประเภทรายละเอยี ด ทรายแป้ง จะจดั เรียงตวั โคง้ ต่อกนั มีอตั ราส่วนช่องวา่ งมากแต่ไม่สามารถ
รับแรงกดไดม้ ากนกั ดงั รูปที 1.2
กลุ่มดินทีมีความเชือมแน่น (Cohesive Soils) จากภาพเป็ นประจุบวดทีจะเกิดขึนทีขอบของ
อนุภาคของดนิ เหนียวและประจุลบจะเกิดขึนทีผวิ ของอีกอนุภาค จะเห็นไดว้ า่ โครงสรา้ งของเมด็ ดิน
2
ทีมีความเชือมแน่นนี จะมีความซับซอ้ นมาก
รูปที 1 โครงสรา้ งแบบเมด็ ดิน (a) หลวม (b) แน่น
รูปที 2 โครงสร้างแบบรวงผึง
1. การหาขนาดมวลคละของดิน (Sieve Analysis)
ในการทดลองหาค่าขนาดของเมด็ ดินนนั สามารถทาํ ได้ 3 วิธี ซึงแต่ละวิธีขึนอยู่กบั ลกั ษณะ
ของดนิ
1.1. Sieve Analysis ใช่กบั ดินทีมีลกั ษณะร่อน เช่น กรวด ทราย เป็ นการร่อนดินผ่านช่อง
ตะแกรงสีเหลียมจตั ุรัส ทีทราบขนาดช่อง
1.2. Hydrometer Analysis ใชก้ บั ดินเหนียวทีมีขนาดเล็กละเอียดกว่า 0.074 มม. ซึงเป็ นการ
หาขนาดของเม็ดดินโดยอาศยั หลกั ของ Stokes’s Law เกียวกบั ความเร็วในกรตกตะกอนของทรง
กลม ทีมคี วามหนาแน่นเทา่ กนั จะตกตะกอนดว้ ยความเร็วเท่ากนั
1.3 Combined Analysis คอื ใชก้ บั ดินเหนียวทีมีกรวด ทราย ซิลล์ ปนอยู่ ซึงเป็นการทดลอง
Sieve Analysis บวกกบั การทดลอง Hydrometer Analysis
3
2. การพจิ ารณาขนาดมวลคละของดนิ จากค่า Cu และ Cc
สมั ประสิทธิความสมาํ เสมอ Cu = D60
D10
สัมประสิทธิของเส้นโคง้ Cc = D230
D10.D60
เมือ Di = ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางของเมด็ ดินทีมี i เปอร์เซ็นตโ์ ดยนาํ หนกั มขี นาดเลก็ กวา่ นี
เช่น D60 ในกราฟ A = 0.17 มม.
ดินจะมีคณุ สมบตั ิคละกนั ดีต่อเมือมุณสมบตั ติ ามตารางที 1.1
ตารางที 1 ลกั ษณะของดินทีมีขนาดเมด็ คละดี
ชนิดดิน Cu Cc
หิน มากกว่า 4 1-3
ทราย มากกวา่ 6 1-3
รูปที 3 ขนาดมวลคละกนั ดี
รูปที 4 Grap Graded
4
รูปที 5 Unifrom Graded
3. การจาํ แนกลกั ษณะของดินตามขนาดขององค์ประกอบและคณุ สมบตั ิ
3.1 ลกั ษณะของดิน
1. ดินเหนียว (Clay) ดินซึงประกอบดว้ ยเมด็ รูปแบบขนาดละเอียดมาก (เล็กกว่า 0.002
มม.) มีคุณสมบตั ิปันไดง้ ่าย เนืองจากมีความเหนียวยดึ เกาะกนั ระหว่างเมด็ ของดินมากขนาดของ
มวลรวมผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 มากกวา่ 50 %
2. ดินตะกอน (Silt) ดินทีมีเม็ดหยาบกวา่ ดินเหนียว แต่ขนาดละเอียดกว่าเม็ดของทราย
(ระหวา่ ง 0.002 มม. ถึง 0.06 มม.) เขา้ ใกลท้ รายทีมีเม็ดละเอียดมาก มีความเหนียวเกาะกนั ระหว่าง
เมด็ ของดินนอ้ ยหรือไม่มี ปันไดย้ าก ขนาดของมวลรวมผ่านตะแกรงเบอร์ 200 มากกว่า 50 %
3. ทราย (Sand) ทรายมีเม็ดทีหยาบเห็นไดช้ ดั (ระหว่าง 0.06 มม. ถึง 4.76 มม.) ไม่มี
คุณสมบตั ิยึดเกาะกันระหว่างเม็ดของทราย ปันไม่ได้ ขนาดของมวลรวมผ่านตะแกรงเบอร์ 4
มากกวา่ 50 % แต่คา้ งบนตะแกรงเบอร์ 200 มากกวา่ 50%
4. กรวด (Gravel) กรวดเป็ นเมด็ หยาบมาก ขนาดใหญ่กว่าทราย (ระหวา่ ง 4.76 มม. ถึง
76.2 มม.) ขนาดของมวลรวมผา่ นตะแกรงขนาด 3” แต่คา้ งบนตะแกรงเบอร์ 4 นอ้ ยกวา่ 50 %
3.2 การจาํ แนกดนิ ตามระบบ Unified Soil Classification
ระบบนีนิยมใชก้ นั มากในงานฐานราก (Foundation) วิธีนีจาํ แนกประเภทดินโดยพิจารณา
การกระจายขนาดมวลคละของดิน และพลาสติกซิตีเป็นเกณฑ์ ดงั นนั จึงตอ้ งนาํ ดินมาทดสอบก่อน
จาํ แนกประเภทดิน คือ การทดสอบการหาขีดความขน้ เหลว (Atterberg’s Limit) และการหาขนาด
มวลคละของดิน (Sieve Analysis)
สัญลักษณ์ของประเภทดิน
อกั ษร G หมายถึง กรวด (Gravel)
อกั ษร S หมายถึง ทราย (Sand)
อกั ษร M หมายถึง ดินตะกอน, ดินแป้ง (Silt)
อกั ษร C หมายถึง ดินเหนียว (Clay)
อกั ษร O หมายถึง สารอินทรีย์ (Organic), ทรายแป้ง หรือดินเหนียวทีเป็นสารอินทรีย์
5
อกั ษร Pt หมายถึง ดินเลนทีเกิดจากการเน่าเปื อยของวชั พชื
ขันตอนในการจําแนกประเภทของดิน
1. พิจารณาจากผลการทดสอบ Sieve Analysis โดยดูจากตะแกรงเบอร์ 200 หากผ่าน
ตะแกรงเบอร์ 200 น้อยกวา่ 50 % จะเป็ นดินประเภท G หรือ S แต่ผ่านตะแกรงเบอร์ 200 มากกว่า
50 % จะเป็นดินประเภท M หรือ C
2. พิจารณาจากผลการทดสอบ Sieve Analysis หากผ่านตะแกรงเบอร์ 200 น้อยกว่า 50 %
ต่อไปให้ดูตะแกรงเบอร์ 4 หากผ่านตะแกรงเบอร์ 4 น้อยกว่า 50 % จะเป็ น G ถา้ มากกว่า 50 % จะ
เป็น S
3. พิจารณาจากผลการทดสอบ Sieve Analysis ให้กลับมาดูทีเบอร์ 200 อีกครัง ถ้า
ผลทดสอบไดด้ งั นี
กรณีที 1
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 ระหวา่ ง 0 – 5 %
ใหพ้ ิจารณาค่า Cu (Coeficient of Uniformity), Cc (Coeficient of Concavity)
ถา้ Cu = 1 – 3
ถา้ Cc มากกว่า 6
เป็น SW
ถา้ นอกเหนือเกณ์นีเป็น SP
กรณที ี 2
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 มากกวา่ 12 %
ใหน้ าํ คา่ L.L. และ P.I. ไป Plot ใน Plasticity Chart ถา้ ตกอยใู่ ตเ้ ส้น A – Line เป็น SM
ถ้าตกเหนือเส้น A – Line เป็ น SC ถา้ ตกบนพืนทีแรเงาหรือบนเส้น A – Line เป็ น
SM – SC
กรณีที 3
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 ระหวา่ ง 5 – 12 %
ใหพ้ ิจารณากรณีที 1 เป็นตวั หนา้
ใหพ้ จิ ารณากรณีที 2 เป็นตวั หลงั
เช่น SP – SM , SW - SC
ในกรณีเป็ นดิน ชนิด G (ผ่านตะแรกงเบอร์ 4 นอ้ ยกว่า 50 %) ก็จะพิจารณา เช่นเดียวกัน
กรณีที 1, กรณีที 2, และกรณีที 3 ต่างกนั ที 1 ค่า Cu = 1 -3 แต่ค่า Cc มากกวา่ 4
6
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 นอ้ ยกวา่ 50 %
ดินมวลหยาบ
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 นอ้ ยกวา่ 50 % ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 มากกวา่ 50 %
กรวด (G) ดินมวลหยาบ (S)
ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200, 0-5% ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200, 5-12% ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 มากกวา่ 12%
SW หรือ SP SW – SM, SP – SC ฯลฯ SM หรือ SC หรือ SM – SC
Cu และ Cc พิจารณาจากค่า Cu และ พิจารณาจากค่า L.L, P.I ไป
Cu > 6 Cc และพิจารณาตัวท้าย Plot ใน Plasticity Chart ถ้า
C = 1 – 3, SW จาก L.L, P.I ทีนําไปใน ตกอยู่ใตเ้ ส้น A – Line เป็ น
SM
ถา้ ตกอยเู่ หนือเส้น A – Line
เป็ น SC ถ้าตกบนพืนทีแร
เงาหรือเส้น A – Line เป็ น
รูปที 6 แผนภูมลิ าํ ดบั ขนั ตอนการจาํ แนกดินตามวิธี Unified Soil Classification
เครืองมือและอปุ กรณ์ทีใช้ในการทดลอง
1. ตะแกรง (Sieve)
รูปที 7 ตะแกรง (Sieve)
7
2. เครืองเขยา่ (Sieve Shaker)
รูปที 8 เครืองเขยา่ (Sieve Shaker)
3. จอบ
รูปที 9 จอบ
4. พลวั
รูปที 10 พลวั
8
5. เครืองชงั ความละเอียด 0.1 กรัม
รูปที 11 เครืองชงั ความละเอียด 0.1 กรัม
6. ถาด
รูปที 12 ถาด
7. แปรงลวดทองเหลือง
รูปที 13 แปรงลวดทองเหลือง
9
8. ตูอ้ บควบคุมอุณหภมู ิ 110 ± 5 °c
รูปที 14 ตูอ้ บควบคมุ อณุ หภูมิ 110 ± 5 °c
9. คอ้ นยาง
รูปที 15 คอ้ นยาง
10. ถุงป๋ ุยเก็บตวั อยา่ งดิน
รูปที 16 ถุงป๋ ยุ เก็บตวั อยา่ งดิน
10
11. ถุงมือกนั ความร้อน
รูปที 17 ถุงมือกนั ความร้อน
วัสดุทีใช้ในการทดลอง
1. ดนิ ลกู รงั ตาํ บลหนองระเวียง อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสีมา
รูปที 18 ดินลูกรงั ตาํ บลหนองระเวยี ง อาํ เภอพิมาย จงั หวดั นครราชสีมา
2. ดินลูกรัง ตาํ บลด่านเกวียน อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา
รูปที 19 ดินลกู รัง ตาํ บลด่านเกวยี น อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา
11
3. ดนิ ลูกรัง ตาํ บลด่านจาก อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา
รูปที 20 ดนิ ลูกรัง ตาํ บลด่านจาก อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา
ขันตอนการทดลองการหาขนาดมวลคละของดนิ (Sieve Analysis)
1. นาํ ตวั อยา่ งดินทีตอ้ งการทดลองใส่ถาดใชค้ อ้ นยางทุบเพือให้มวลดินทีจบั ตวั กนั อยู่แยกออก
จากกนั และนาํ เขา้ อบในตเู้ พือกาํ จดั ความชืน และชงั ตวั อยา่ งดิน ประมาณ 1,000 กรมั และจดบนั ทึก
คา่
รูปที 21 ทบุ ตวั อย่างดิน
รูปที 22 นาํ ดินเขา้ อบ
12
รูปที 23 ชงั ตวั อยา่ งดิน
2. ใชแ้ ปรงทองเหลืองทาํ ความสะอาดตะแกรง
รูปที 24 ใชแ้ ปรงทองเหลืองทาํ ความสะอาดตะแกรง
3. นาํ ตะแกรงเบอร์ต่าง ๆ ชงั โดยตอ้ งทาํ ความสะอาดตะแกรงก่อนชงั เสมอและบนั ทึกค่า
รูปที 25 ชงั นาํ หนกั ตะแกรง
13
4. เรียงลาํ ดบั ตะแกรงจากหยาบทีสุดไปจนถึงละเอียดทีสุดคือ 3/4, 1/2, 3/8, #4, #100, #200 และ
สุดทา้ ย Pan แนะนาํ ตะแกรงไปติดตงั ทีเครืองเขยา่ (Sieve Shaker)
รูปที 26 เรียงขนาดตะแกรง
รูปที 27 ติดตงั ตะแกรงบนเครืองเขยา่ (Sieve Shaker)
5. เทตวั อยา่ งดินทีเตรียมไวล้ งในตะแกรงทีเรียงลาํ ดบั เบอร์ตามขอ้ 3.4.1
รูปที 28 เทดนิ ลงในตะแกรง
14
6. เปิ ดเครืองเขยา่ (Sieve Shaker) โดยใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที
รูปที 29 เริมเดนิ เครือง
7. ชงั นาํ หนกั ของตะแกรงและดินทีติดคา้ งอยบู่ นตะแกรง พร้อมบนั ทึกค่า
รูปที 30 ชงั นาํ หนกั ของตะแกรงและดินทีติดคา้ งอยู่บนตะแกรง
15
การคาํ นวณทีได้จากผลการทดลอง
1. การคาํ นวณหานาํ หนกั ดนิ คา้ ง (Wt. Soil Retaining)
Wt. Soil Retaining = (Wt. Sieve + Wt. Dry Soil) - Wt. Sieve
หรือ นาํ หนกั ดินคา้ ง = นาํ หนกั ตะแกรงและดินคา้ ง – นาํ หนกั ตะแกรง
2. การคาํ นวณหาเปอร์เซ็นตด์ ินคา้ ง (Percent Wt. Soil Retaining)
% Soil Retaining = Wt. Soil Retaining × 100
หรือ เปอร์เซ็นตด์ ินคา้ ง Wt. Soil
= นน.ดินทีคา้ งบนตะแกรง × 100
นน.ดินทงั หมด
3. การคาํ นวณหาเปอร์เซ็นตด์ ินคา้ งสะสม (Cumulative Percent Retaining)
Percent Retaining = Percent Wt. Soil Retaining on No. Sieve + Percent Wt.
หรือ เปอร์เซน็ ตด์ ินคา้ งสะสม = Soil Retaining after No. Sieve
เปอร์เซน็ ตด์ ินคา้ ง ณ เบอร์ตะแกรงนนั ๆ +เปอร์เซ็นตด์ ิน
คา้ งตะแกรงเบอร์ก่อนหนา้
4. การคาํ นวณหาเปอร์เซ็นตด์ ินผ่าน (Percent Finer)
Percent Finer = 100 - Cumulative Percent Retaining at Sieve
หรือ เปอร์เซน็ ตด์ ินผา่ น = 100 - เปอร์เซ็นตด์ ินคา้ งสะสม ณ เบอร์ตะแกรงนนั ๆ
5. การคาํ นวณพจิ ารณาขนาดมวลคละของดินจากคา่ Cu และ Cc
สัมประสิทธิความสมาํ เสมอ Cu = D60
D10
สมั ประสิทธิของเส้นโคง้ Cc = D230
D10.D60
16
ผลการทดลอง
1. ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอพิมาย จงั หวดั นครราชสีมา (P.M.)
การทดลองที : 1
วนั เกบ็ ตวั อยา่ งดิน : 1 สิงหาคม 2564
วนั ทดสอบ : 5 สิงหาคม 2564
นาํ หนกั ตวั อย่างดิน : 1000 กรัม
ผทู้ ดสอบ : นางสาวขนิษฐดา สมร
: นางสาวรินรดา แปกลาง
ตารางที 2 ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอพมิ าย
No. Sieve Wt. Wt. Sieve Wt. Soil Percent Cumulative Percent
Sieve opening Sieve +Wt. Dry Retaining Wt. Soil Percent Finer
(mm.) (gm.) Soil (gm.) (gm.) Retaining Retaining
3/4 19.00 807.40 807.40 0.00 0.00 0.00 100.00
1/2 12.50 497.90 556.50 58.60 5.86 5.86 94.14
3/8 9.50 791.20 878.40 87.20 8.72 14.58 85.42
#4 4.75 747.00 971.10 224.10 22.41 36.99 63.01
#100 0.15 315.30 828.30 513.00 51.30 88.29 11.71
#200 0.075 499.60 546.30 46.70 4.67 92.96 7.04
Pan 0 473.90 544.30 70.40 7.04 100.00 0.00
จากผลการทดลองและการพิจารณาการจําแนกดินตามระบบ Unified Soil Classification
ไดผ้ ลดงั นี
การพจิ ารณาขนาดมวลคละของดนิ จากค่า Cu และ Cc
สัมประสิทธิความสมาํ เสมอ Cu = D60 = 3.82 = 31.83
D10 0.12
สัมประสิทธิของเสน้ โคง้ Cc = D230 = 0.482 = 0.50
D10.D60 0.12 x 3.82
กราฟที 1 แสดงความสัมพนั ธเ์ ปอร์เซ็นตด์ ินผา่ นและขนาดตะแกรง อาํ เภอพมิ าย
17
18
ตารางที 3 เปอร์เซน็ ตด์ ินผ่าน อาํ เภอพิมาย
ขนาดตะแกรง % ดินผ่าน
ตะแกรงเบอร์ 4 63.01
ตะแกรงเบอร์ 200 7.04
Pan 0
การพิจารณาการจาํ แนกประเภทดิน
1. พจิ ารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 7.04 % ผา่ นนอ้ ยกว่า 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 63.01 % มากกว่า 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 7.04 % อยใู่ นช่วง 5 – 12 %
โดยในการจาํ แนกประเภทใหแ้ น่ชดั นนั ตอ้ งพจิ ารณาค่า L.L. และค่า P.I. จากการทดลองแลป
Atterberg’s คไู่ ปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ขา่ ยกรณีที 2 จงึ ไม่สามารถพิจารณาตวั หลงั ได้
สรุปผลการทดลอง
สรุปไดว้ า่ ดินตวั อย่างนนั เป็นดินประเภท S เป็ นดินมวลหยาบ โดยอาจจะเป็ น SW – SM, SP
– SC ฯลฯ โดยในการจาํ แนกประเภทให้แน่ชดั นนั ตอ้ งพิจารณาค่า L.L. และค่า P.I. จากการทดลอง
แลป Atterberg’s คู่ไปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ข่ายกรณีที 2 จงึ ไมส่ ามารถพิจารณาตวั หลงั ได้
2. ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา (C.C.)
การทดลองที : 2
วนั เกบ็ ตวั อยา่ งดิน : 1 สิงหาคม 2564
วนั ทดสอบ : 5 สิงหาคม 2564
นาํ หนกั ตวั อย่างดิน : 1000 กรมั
ผทู้ ดสอบ : นางสาวขนิษฐดา สมร
: นางสาวรินรดา แปกลาง
การพิจารณาการจาํ แนกประเภทดิน
1. พิจารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 3.56 % ผา่ นนอ้ ยกว่า 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 72.94 % มากกว่า 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 3.56 % อยใู่ นช่วง 0 – 5 % เป็น SW หรือ SP
ในตวั อยา่ งนีเขา้ ขา่ ย กรณีที 1 ไมต่ อ้ งพจิ ารณาค่า L.L. หรือ P.I. ร่วมดว้ ย
19
ค่า Cu < 1 (ไม่อยูร่ ะหวา่ ง 1-3)
คา่ Cc < 6
ตารางที 4 เปอร์เซ็นตด์ ินผา่ น อาํ เภอโชคชยั
ขนาดตะแกรง % ดินผ่าน
ตะแกรงเบอร์ 4 72.94
ตะแกรงเบอร์ 200 3.56
0
Pan
ตารางที 5 ผลการทดสอบตวั อย่างดนิ อาํ เภอโชคชยั
No. Sieve Wt. Wt. Sieve Wt. Soil Percent Cumulative Percent
Sieve opening Sieve +Wt. Dry Retaining Wt. Soil Percent Finer
(mm.) (gm.) Soil (gm.) (gm.) Retaining Retaining
3/4 19.00 807.40 816.30 8.90 0.89 0.89 99.11
1/2 12.50 497.90 529.40 31.50 3.15 4.04 95.96
3/8 9.50 791.30 837.50 46.20 4.62 8.66 91.34
#4 4.75 747.00 931.00 184.00 18.40 27.06 72.94
#100 0.15 315.30 960.10 644.80 64.48 91.54 8.46
#200 0.075 499.50 548.50 49.00 4.90 96.44 3.56
Pan 0 473.90 509.50 35.60 3.56 100.00 0.00
จากผลการทดสอบและการพิจารณาการจาํ แนกดินตามระบบ Unified Soil Classification
ไดผ้ ลดงั นี
การพจิ ารณาขนาดมวลคละของดนิ จากค่า Cu และ Cc
สมั ประสิทธิความสมาํ เสมอ Cu = D60 = 2.68 = 16.75
D10 0.16
สมั ประสิทธิของเสน้ โคง้ Cc = D230 = 0.472 = 0.52
D10.D60 0.16 x 2.68
สรุปผลการทดลอง
สรุปไดว้ า่ ดินตวั อยา่ งนนั เป็นดินประเภท SP ซึงเป็นดินมวลหยาบ ทีมีส่วนผสมของดินเลน
กราฟที 2 แสดงความสัมพนั ธเ์ ปอร์เซ็นตด์ ินผา่ นและขนาดตะแกรง อาํ เภอโชคชยั 20
21
3. ผลการทดลองตวั อยา่ งดนิ อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา (N.T.)
การทดลองที : 3
วนั เก็บตวั อยา่ งดนิ : 1 สิงหาคม 2564
วนั ทดสอบ : 5 สิงหาคม 2564
นาํ หนกั ตวั อย่างดิน : 1000 กรัม
ผทู้ ดสอบ : นางสาวขนิษฐดา สมร
: นางสาวรินรดา แปกลาง
ตารางที 6 ผลการทดลองตวั อยา่ งดิน อาํ เภอโนนไทย
No. Sieve Wt. Wt. Sieve Wt. Soil Percent Cumulative Percent
Sieve opening Sieve +Wt. Dry Retaining Wt. Soil Percent Finer
(mm.) (gm.) Soil (gm.) (gm.) Retaining Retaining
3/4 19.00 807.40 807.40 0.00 0.00 0.00 100.00
1/2 12.50 497.90 497.90 0.00 0.00 0.00 100.00
3/8 9.50 791.30 794.90 3.60 0.36 0.36 99.64
#4 4.75 747.00 778.10 31.10 3.11 3.47 96.53
#100 0.15 315.30 936.40 621.10 62.11 65.58 34.42
#200 0.075 499.50 739.00 239.50 23.95 89.53 10.47
Pan 0 473.90 578.60 104.70 10.47 100.00 0.00
ตารางที 7 เปอร์เซ็นตด์ ินผา่ น อาํ เภอโนนไทย
ขนาดตะแกรง % ดินผ่าน
ตะแกรงเบอร์ 4 96.53
ตะแกรงเบอร์ 200 10.47
Pan 0
จากผลการทดลองและการพิจารณาการจําแนกดินตามระบบ Unified Soil Classification
ไดผ้ ลดงั นี
การพจิ ารณาขนาดมวลคละของดนิ จากค่า Cu และ Cc
สัมประสิทธิความสมาํ เสมอ Cu = D60 = 0.62 = 8.39
D10 0.074
สัมประสิทธิของเสน้ โคง้ Cc =
D230
D10.D60
=
0.132
0.074x0.62
=
0.37
กราฟที 3 แสดงความสัมพนั ธเ์ ปอร์เซ็นตด์ ินผา่ นและขนาดตะแกรงอาํ เภอโนนไทย
22
23
การพจิ ารณาการจําแนกประเภทดนิ
1. พจิ ารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 10.47 % ผา่ นนอ้ ยกวา่ 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 96.53 % มากกวา่ 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 10.47 % อยใู่ นช่วง 5 – 12 %
โดยในการจาํ แนกประเภทใหแ้ น่ชดั นนั ตอ้ งพจิ ารณาค่า L.L. และคา่ P.I. จากการทดลองแลป
Atterberg’s คไู่ ปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ขา่ ยกรณีที 2 จงึ ไม่สามรถพจิ ารณาตวั หลงั ได้
สรุปผลการทดลอง
สรุปไดว้ ่าดินตวั อย่างนนั เป็นดินประเภท S เป็ นดินมวลหยาบ โดยอาจจะเป็ น SW – SM, SP
– SC ฯลฯ โดยในการจาํ แนกประเภทให้แน่ชดั นนั ตอ้ งพิจารณาค่า L.L. และค่า P.I. จากการทดลอง
แลป Atterberg’s คู่ไปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ข่ายกรณีที 2 จงึ ไม่สามารถพจิ ารณาตวั หลงั ได้
สรุปผลการทดลอง
สรุปและอภิปรายผลโครงการการทดลองหามวลคละของดนิ โดยใชด้ นิ ของ 3 อาํ เภอไดแ้ ก่
อาํ เภอพิมาย อาํ เภอโนนไทย และอาํ เภอโชคชยั จงั หวดั นครราชสีมา เพือนาํ มาหาค่าปริมาณดินคา้ ง
ในตะแกรงเพือหามวลคละของดินโดยค่าทีสามารถไดม้ าจากกกราฟทีทาํ การทดสอบนาํ มาสรุปได้
ดงั นี
สรุปผลการทดลองหามวลคละของดินในแต่ อาํ เภอ ของจงั หวดั นครราชสีมา
- อาํ เภอพมิ าย จงั หวดั นครราชสีมา
1. พจิ ารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 7.04 % ผา่ นนอ้ ยกว่า 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 63.01 % มากกวา่ 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 7.04 % อยใู่ นช่วง 5 – 12 %
สรุปไดว้ ่าดินตวั อย่างนนั เป็นดินประเภท S เป็ นดินมวลหยาบ โดยอาจจะเป็ น SW – SM, SP
– SC ฯลฯ โดยในการจาํ แนกประเภทให้แน่ชดั นนั ตอ้ งพิจารณาคา่ L.L. และค่า P.I. จากการทดลอง
แลป Atterberg’s คู่ไปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ข่ายกรณีที 2 จึงไม่สามารถพิจารณาตวั หลงั ได้
- อาํ เภอโชคชัย จังหวัด นครราชสีมา
1. พิจารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 3.56 % ผา่ นนอ้ ยกว่า 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 72.94 % มากกวา่ 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 3.56 % อยใู่ นช่วง 0 – 5 % เป็น SW หรือ SP
ในตวั อย่างนีเขา้ ขา่ ย กรณีที 1 ไมต่ อ้ งพจิ ารณาคา่ L.L. หรือ P.I. ร่วมดว้ ย
คา่ Cu < 1 (ไมอ่ ยู่ระหวา่ ง 1-3)
24
คา่ Cc < 6
สรุปไดว้ า่ ดินตวั อย่างนันเป็ นดินประเภท SP ซึงเป็นดินมวลหยาบ ทีมีส่วนผสมของดินเลน
และทรายแป้ง
- อาํ เภอโนนไทย จงั หวดั นครราชสีมา
1. พิจารณาทีตะแกรงเบอร์ 200 = 10.47 % ผา่ นนอ้ ยกวา่ 50 % เป็น G หรือ S
2. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 4 = 96.53 % มากกวา่ 50 % เป็ น S
3. ผา่ นตะแกรงเบอร์ 200 = 10.47 % อยใู่ นชว่ ง 5 – 12 %
สรุปไดว้ า่ ดินตวั อยา่ งนนั เป็นดินประเภท S เป็ นดินมวลหยาบ โดยอาจจะเป็ น SW – SM, SP
– SC ฯลฯ โดยในการจาํ แนกประเภทให้แน่ชดั นนั ตอ้ งพิจารณาคา่ L.L. และค่า P.I. จากการทดลอง
แลป Atterberg’s คูไ่ ปดว้ ย และเนืองจากเขา้ ข่ายกรณีที 2 จงึ ไมส่ ามารถพจิ ารณาตวั หลงั ได้
25
บรรณานุกรม
[1] มวลคละ
สืบค้นเมือวันที 1 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : ปฐพีกลศาสตร์ขนั สูง ,พานิช วฒุ ิพฤกษ์ ,หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์)
[2] การพจิ ารณาขนาดมวลคละของดนิ จากค่า Cu และ Cc
สืบค้นเมือวนั ที 8 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : https://www.sievestreel.com/th/goldpw/lolswe-sieveflhoy.html)
[3] ASTM (American Society for Testing and Materials)
สืบค้นเมือวันที 8 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/getting_help/tutorials/lib_manual/astm.doc)
[4] การจาํ แนกลกั ษณะของดินตามขนาดขององค์ประกอบและคุณสมบัติ
สืบค้นเมือวนั ที 8 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ ; PDF ปฐพกี ลศาสตร์)
[5] ขันตอนการจาํ แนกประเภทดนิ
สืบค้นเมือวันที 8 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : https://www.netinbag.com/th/science/what-is-a-sieve-shaker.html)
[6] การทดลองและขันตอน
สืบค้นเมือวนั ที 8 กรกฎาคม 2564
(ทีมา : หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ ; PDF ปฐพีกลศาสตร์)