รายงานการศกึ ษาคนควา ดวยตนเอง
โดย
นายสามารถ พนั คง
ตำแหนง ศึกษานเิ ทศก ชำนาญการ
สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ชุมพร
เอกสารฉบับนี้เปน สวนหนึ่งของการเขา รับการพฒั นา
หลกั สูตรการพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ นแตงตั้งใหม ี
และเลอ่ื นเปน วทิ ยฐานะตำแหนง ศกึ ษานิเทศกช ำนาญการพิเศษ (รนุ ที่ 17)
บทนำ
การจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษาเพื่อใหเกิดคุณภาพนั้น ประกอบดวย
กระบวนการสำคญั 3 ประการ ประการที่หนึ่ง ตองมีกระบวนการบรหิ ารท่ีดี ประการทีส่ อง ตองมี
กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ตรงตามวัตถุประสงค ไดมาตรฐานการจัดการศึกษาและสอดคลอง
กับพฤติกรรมการเรียนของผูเรียน และประการที่สาม ตองมีกระบวนการนิเทศที่มีคุณภาพเพื่อการ
ชวยเหลือครูและนักเรียนไดถูกตอง เพื่อใหผูมีสวนเกี่ยวของกับการจัดการศึกษาสามารถดำเนินงานได
ตามกรอบแนวทางที่ไดกำหนดไวในแผนการดำเนินงาน โดยเฉพาะอยางยิ่งในสวนของประการที่สาม
การนเิ ทศการศกึ ษาซ่ึงเปน กระบวนการสำคัญทสี่ ุด สอดแทรกอยใู นทุกข้ันตอนของการดำเนนิ งาน
“การนิเทศการศึกษา” มีนักการศึกษาจำนวนมากใหคำจำกัดความหรือความหมายของคำ ๆ
น้ีไวหลากหลาย สามารถสรุปไดวา การนิเทศ หมายถึง การชี้แจง การแสดง การแนะนำ และ
การศึกษา หมายถึง การเลาเรียน การฝกฝน และการอบรม ดังนั้นการนิเทศการศึกษา จึงหมายถึง
การชีแ้ จง การแสดง หรือการแนะนำเกี่ยวกับการสอนและการอบรม การนิเทศการศึกษาเปนภารกิจที่
จำเปนตอการจัดการศึกษา เปนเรื่องละเอียดออนตองอาศัยความรวมมือจากบุคคลหลายฝาย ใน
หลายๆ ดา น โดยเฉพาะดา นการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน ดังจะเห็นไดจ ากเหตุผลความจำเปน
ในหลายประการ เชน ประการแรก การเปลี่ยนแปลงของสังคม ความเจริญกาวหนาดานวิทยาศาสตร
และเทคโนโลยีที่เปนไปอยางรวดเร็ว บุคลากรในหนวยงานทางการศึกษาจำเปนตองปรับปรุงตนเองให
ทันตอการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศการศึกษาเปน
กระบวนการที่มีจุดมุงหมายเพื่อชวยเหลือและพัฒนางาน ใหทันตอสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน
ประการที่สอง ในหนวยงานทางการศึกษาทุกระดับมีเปาหมายในการปฏิบัติงานรวมกันคือ พัฒนา
คุณภาพการศึกษา ซึ่งจำเปนตองใชกระบวนการบริหาร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการ
นเิ ทศ เพ่อื จะไดช วยสง เสริม สนบั สนุนการทำงานซ่ึงกนั และกัน การนิเทศการศึกษาจึงเปนองคประกอบ
สำคัญที่ชวยเหลือสนับสนุนใหกระบวนการบริหาร และการบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพถึงระดับท่ี
พึงประสงค และประการสุดทาย มาตรฐานการศึกษาของประเทศจำเปนตองมีการรักษาและควบคุม
คุณภาพใหไดตามมาตรฐาน และกระบวนการนิเทศการศึกษาก็มีขอบขายการปฏิบัติงานที่มุงเนนการ
ควบคมุ มาตรฐานการศึกษาโดยตรง
จะเห็นวาการนิเทศการศึกษามคี วามสำคัญตอการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มคุณภาพการศึกษา
ชวยใหค รมู ีความรู ความเขา ใจในหลักสตู ร สามารถจัดการเรียนการสอนไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ รวมทั้ง
การบรหิ ารจดั การ การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนและปญหาอน่ื ๆ ทสี่ ง ผลตอคุณภาพการศึกษา เมื่อ
เปน เชนนแ้ี ลวเราจะละเลยไมมีการนเิ ทศการศึกษาไดอยางไร และสำหรบั ผูปฎบิ ัติหนา ทีน่ เิ ทศการศึกษา
โดยเฉพาะศึกษานิเทศกแลวจำเปนจะตองมีความรูพื้นฐานเพื่อนำไปใชในการใหคำปรึกษา/รวมพัฒนา
การศึกษา ความรพู ้นื ฐานเหลานนั้ ประกอบดว ย
๑. เทคนิคการนิเทศการศกึ ษา
๒. การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาและการสงเสริมระบบดแู ลชวยเหลือครแู ละนกั เรยี น
๓. ความเคลือ่ นไหวและการเปลยี่ นแปลงทางการศกึ ษา
๔. การพฒั นาความเปน ผนู ำทางวชิ าการ
๕. การนำผลการวิจัยไปใชใ นการนเิ ทศการศกึ ษา
จากการศึกษาคนควาเอกสารประเภทตาง ๆ ขาพเจาขอนำเสนอสรุปทั้ง ๕ ประเด็น
ดังตอ ไปน้ี
๑. เทคนิคการนิเทศการศึกษา
การนิเทศการศึกษามีรูปแบบที่หลากหลาย เมื่อพิจารณาจากอดีตถึงปจจุบันจะพบวามี
นกั วิชาการแบงรูปแบบการนิเทศไวแตกตางกันตามยุคสมยั ท้ังในประเทศและตางประเทศ แตเน่ืองจาก
รูปแบบและลักษณะการนิเทศไมแตกตางกันนัก คือจะเนนการนิเทศแบบตรวจตราและแบบ
ประชาธิปไตยเปนสวนใหญ จึงไมไดแยกตามยุคสมัย แตแบงการนิเทศตามรูปแบบการนำไปใชแทน
ตัวอยางเชน การนิเทศสอนงาน(Coaching) การนิเทศโดยใชกระบวนการวิจัย การนิเทศแบบ
กัลยาณมิตร ฯลฯ สำหรับผูเขียนจากประสบการณการปฏิบัติหนาที่ศึกษานิเทศก เห็นวาการนิเทศ
การศึกษาจะประสบความสำเร็จหรือไม ขึ้นอยูกับปจจัยแวดลอมหลายประการ รูปแบบการนิเทศ
ขางตนที่ผูนิเทศเลือกใชไดอยางเหมาะสมกับงานก็เปนปจจัยหนึ่ง แตปจจัยที่สงผลมากที่สุดคือ
กระบวนการในการนิเทศ (Supervisory Process)
กระบวนการในการนิเทศการศึกษา หมายถึง แบบแผนของการนิเทศการศึกษาที่จัดลำดับไว
อยางตอ เนอื่ ง เปน ระเบียบแบบแผน มลี ำดับขนั้ ตอนในการดำเนนิ งานไวชัดเจน มเี หตผุ ลและสามารถ
ดำเนินการไดโ ดยมีนักการศกึ ษาหลายทา นไดนำเสนอกระบวนการในการนิเทศไวห ลายทาน แตในที่น้ีขอ
นำเสนอกระบวนการนิเทศของ สงัด อุทรานันท (2530) เพราะเปนกระบวนการนิเทศที่สอดคลอง
กบั สภาพสังคมไทย 5 ขัน้ ตอน เรยี กวา “PIDER” ดงั น้ี
1) การวางแผน (P-Planning) เปนขั้นตอนที่ผูนิเทศและผูรับการนิเทศจะทำการประชุม
ปรกึ ษาหารอื เพ่ือใหไ ดมาซง่ึ ปญ หาและความตองการจำเปนที่ตอ งมีการนเิ ทศ รวมท้งั วางแผนถงึ ข้ันตอน
การปฏิบัตเิ กย่ี วกบั การนเิ ทศท่ีจัดขน้ึ
2) ใหความรกู อนดำเนนิ การนิเทศ (Informing-I) เปนขน้ั ตอนของการใหค วามรู ความเขา ใจถึง
สิง่ ที่จะดำเนินการวา ตอ งอาศัยความรู ความสามารถอยางไรบา ง จะมีข้นั ตอนในการดำเนินการอยางไร
และจะดำเนินการอยา งไรใหผ ลงานออกมาอยา งมีคุณภาพ ขน้ั ตอนนจี้ ำเปนทกุ ครั้งสำหรับเริ่มการนิเทศ
ที่จัดขึ้นใหมไมวาจะเปนเร่ืองใดก็ตาม และเมื่อมีความจำเปนสำหรับงานนิเทศที่ยังเปนไปไมไดผล หรือ
ไดผลไมถึงขน้ั ท่ีพอใจ ซึ่งจำเปน ทจ่ี ะตองทบทวนใหความรใู นการปฏบิ ตั งิ านที่ถูกตองอีกครั้งหน่ึง
3) การดำเนินการนิเทศ (Doing-D) ประกอบดวยการปฏิบัติงาน 3 ลักษณะ คือ การ
ปฏิบัติงานของผูรับการนิเทศ (ครู) การปฏิบัติงานของผูใหการนิเทศ (ผูนิเทศ) และการปฏิบัติงานของ
ผูส นบั สนุนการนเิ ทศ (ผบู ริหาร)
4) การสรางเสริมขวัญกำลังใจแกผูปฏิบัติงานนิเทศ (Reinforcing-R) เปนขั้นตอนของการ
เสริมแรงของผูบริหาร ซ่งึ ใหผ รู ับการนเิ ทศมคี วามมนั่ ใจและบงั เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ขั้นน้ี
อาจดำเนินไปพรอ ม ๆ กับผูรบั การนเิ ทศท่กี ำลงั ปฏบิ ตั ิงานหรอื การปฏิบตั ิงานไดเสร็จสนิ้ แลวกไ็ ด
5) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating-E) เปนขั้นตอนที่ผูนิเทศนำการประเมินผลการ
ดำเนินงานที่ผานไปแลว วาเปนอยางไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศ หากพบวามีปญหาหรือมี
อุปสรรคอยางใดอยางหนึ่งที่ทำใหการดำเนินงานไมไดผล สมควรที่จะตองปรับปรุง แกไข ซึ่งการ
ปรับปรุงแกไขอาจทำไดโดยการใหความรูเพิ่มเติมในเรื่องที่ปฏิบัติใหมอีกครั้ง ในกรณีที่ผลงานยังไมถึง
ขน้ั นา พอใจ หรือไดด ำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานทั้งหมดไปแลว ยังไมถ ึงเกณฑที่ตองการ สมควรท่ี
จะตองวางแผนรว มกนั วเิ คราะหห าจุดทค่ี วรพัฒนา หลงั ใชนวตั กรรมดานการเรียนรเู ขา มานเิ ทศ
จะเห็นวา กระบวนการนิเทศการศึกษาเปนการทำงานอยางมีแบบแผน โดยเริ่มจากการ
วิเคราะหงาน เพื่อจะไดทราบปญหา ระบุปญหาที่ตองการแกไขปรับปรุง แลวจึงวางแผนที่จะ
ดำเนินการโดยหาทางเลือกที่จะแกปญหาที่ดีที่สุด ตอจากนั้นก็ดำเนินการตามแนวขั้นตอนตามลำดับ
จนถึงขั้นการประเมินผลการปฏิบัติงานแลวจึงนำผลการปฏิบัติไปปรับปรุงแกไขตอไป ทั้งนี้ในระหวาง
การนิเทศ ผูนิเทศจะตองพึงระมัดระวังไมแสดงพฤติกรรมใด ๆ ที่สงผลในดานลบตอการนเิ ทศและตอ
การพัฒนาตนเองของผูรบั การนเิ ทศ
๒. การประกนั คุณภาพการศกึ ษาและการสงเสรมิ ระบบดูแลชวยเหลือครแู ละนักเรยี น
๒.๑ การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
การจัดการศกึ ษาทีส่ ามารถธำรงไวซ ึ่งมาตรฐานและคุณภาพของสิ่งใดสิ่งหน่ึงยอมเปน หลัก ใหผู
ที่เกี่ยวของมั่นใจไดวาสิ่งที่คาดหวังนั้นอยูในระดับใดเปนอยางนอย ดังที่คณะกรรมการจัดทำ
พจนานุกรมศัพทศึกษาศาสตรรวมสมัย สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ไดอธิบายถึง การประกันคุณภาพ
การศกึ ษา (educational quality assurance) ไวว า
การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง ระบบและกลไกท่ีบุคลากรของแตละสถานศึกษา
กำหนดข้ึนเพ่ือใหผ ูมสี วนเก่ียวของมัน่ ใจวา สถานศึกษาจะสามารถบรหิ ารและจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ
ไดมาตรฐาน รวมถึงมีวิธีการและแนวปฏิบัติตาง ๆ ที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อใหบรรลุผลลัพธท่ี
มุงหวังและสนองความตองการของผูเรียนและผูที่มีสวนเกี่ยวของ ตลอดจนบรรลุมาตรฐานการศึกษาที่
ใชเปนเกณฑประเมินผล เปนไปตามเงื่อนไขของกฎหมายการศึกษาแหงชาติ เปาหมายของการประกัน
คุณภาพการศึกษาเปนการประกันคุณภาพเพื่อผูเรียนและใชสารสนเทศจากการประเมินเปนกระจก
สะทอนใหสถานศึกษานำไปพิจารณาปรับปรุง/พัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาใหเกิดประโยชน
แกผูเรียนอยางเต็มท่ี กฎหมายการศึกษาแหงชาติไดกำหนดใหมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบดวย ระบบการประกันคุณภาพภายใน
และระบบประกันคุณภาพภายนอก ซึ่งสัมพันธเชื่อมโยงกัน และสามารถใชประโยชนรวมกันได โดยมี
สถานศกึ ษาเปน ฐานการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษา
หลกั ในการบรหิ ารงานประกนั คุณภาพการศึกษาควรอยภู ายใตฐานความคิด ๗ ประการ คอื
๑) ชวยสงเสริมและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา คือ พัฒนาคุณภาพผูเรียนใหมีคุณธรรมนำ
ความรู สามารถใชชีวติ อยูใ นสงั คมไดอยางมวี จิ ารณญาณ
๒) เปนการติดตาม ตรวจสอบและประเมินสถานศึกษา เพื่อนำผลไปใชในการปรับปรุงและ
พัฒนาการบริหารการศึกษาใหไดมาตรฐาน รวมทั้งปรับการเรียนและเปลีย่ นการสอนใหมีประสิทธิภาพ
เพอื่ ใหผเู รียนไดร ับการศึกษาท่ีดมี ีคณุ ภาพ
๓) เปนสวนหนึ่งของการบริหารการศึกษาที่ตองดำเนินการอยางตอเนื่อง เปนระบบ และ
สะทอ นความเปนจริงของคณุ ภาพของสถานศึกษา
๔) มาตรฐานการศึกษาตองสอดคลองกับเจตนารมณของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
และการกำหนดระบบประกันคุณภาพการศกึ ษาเปนหนาท่ีของหนว ยงานระดับประเทศ
๕) การประกันคุณภาพภายในเปน หนาที่ของสถานศึกษา โดยความรวมมือของชุมชน และการ
สนับสนุนจากตนสังกัด สวนการประเมินคุณภาพภายนอกเปนหนาที่ขององคการอิสระที่มีหนาที่
เกยี่ วขอ งกบั การประกนั คุณภาพการศึกษา ท้ังนีส้ ถานศกึ ษาจะตองดำเนินงานประกันคุณภาพภายในให
สอดรบั กับมาตรฐานการศึกษาและตัวชว้ี ัดท่อี งคการอิสระกำหนด
๖) ระบบประกันคุณภาพการศึกษา ควรแบงเปน ๓ ระบบยอย คือ ระบบการควบคุมคุณภาพ
หรือการพัฒนาคุณภาพ (quality control) ระบบการติดตามตรวจสอบคุณภาพ (quality audit) และ
ระบบการประเมินคณุ ภาพ (quality assessment)
๗) การประเมินคุณภาพการศึกษาเปนจุดเริ่มตนของการพัฒนา ดังนั้นการประเมินเพื่อการ
ประกันคุณภาพการศึกษาจึงเปนการประเมินเพื่อปรับปรุงการบริหารการศึกษาใหไดมาตรฐาน สวน
สถานศึกษาที่อยูในเกณฑมาตรฐานแลวก็จะตองดำเนินงานประกันคุณภาพตอไปเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาใหส ูงขึน้ กวา ท่ีมาตรฐานกำหนด หรอื คงมาตรฐานเดมิ ไวเปนอยา งนอ ย
ขั้นตอนการดำเนินงานประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายในสถานศึกษา
การวางระบบการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา แตละสถานศึกษา
อาจมวี ธิ ีการ/แนวทางในสวนของรายละเอยี ดโดยยอยที่แปลกแตกตางกันออกไป ข้นึ อยูก ับบริบทปจจัย
นำเขาและความพรอมของสถานศึกษา ทั้งนี้ ในภาพรวมแลวแตละสถานศึกษาจะตองมีขั้นตอนโดย
สรุปที่เหมือนกัน ซึ่งเปนไปตามแนวทางที่ไดกำหนดไวในกฎกระทรวงศึกษาธิการวาดวยระบบ
หลักเกณฑและวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ ไดกำหนดวาการประกันคุณภาพ
การศึกษาภายในสถานศึกษาใหสถานศึกษาดำเนินการโดยยึดหลักการมีสวนรวมของชุมชนและ
หนวยงานทเ่ี ก่ยี วขอ งท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ดังตอ ไปน้ี
1) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ การทำจัดโครงสรางการบริหารจัดการใหเอื้อตอการ
ดำเนินงาน ทุกคนมีสวนรวมและมีการประชาสัมพันธกับทุกฝายที่เกี่ยวของ แตงตั้งคณะกรรมการเพ่ือ
กำหนดแนวทางใหความเห็นและขอเสนอแนะ แตง ตัง้ คณะบคุ คลทำการตรวจสอบ ทบทวนและรายงาน
คุณภาพการศึกษา และจัดใหมีขอมูลที่เพียงพอในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อนำมา
กำหนดวสิ ัยทศั น ภารกจิ และแผนพัฒนา
2) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา โดยมุงเนนมาตรฐาน ผลการเรียนรูของผูเรียนที่สอดคลอง
กับมาตรฐานชว งช้ันทห่ี ลักสูตรกำหนด
3) การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดวยการจัดทำแผนอยางเปนระบบพื้นฐานของ
ขอ มูลสถานศึกษา ซง่ึ ประกอบดว ย เปา หมาย ยทุ ธศาสตร และแนวปฏิบัติทชี่ ดั เจน สมบูรณ ครอบคลุม
การพัฒนาทุกกิจกรรมที่เปนสวนประกอบหลักของการจัดการศึกษาและเปนที่ยอมรับรวมกันของทุก
ฝายที่เกี่ยวของนำไปปฏิบัติ เพื่อใหบรรลุตามเปาหมายของแตละกิจกรรมที่กำหนดอยางสอดรับกับ
วิสยั ทัศนแ ละมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
4) การดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการกำกับ ติดตามการดำเนินงาน
อยางตอเนื่องใหบรรลุเปาหมาย ตามแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่กำหนดไวโดยจัดทำแผนปฏิบัติ
การประจำปทีช่ ัดเจนครอบคลมุ งาน/โครงการของสถานศกึ ษา
5) การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา จะประกอบดวยการตรวจสอบและทบทวน
ภายในโดยบคุ ลากรในสถานศึกษาดำเนนิ การและการตรวจสอบและทบทวนจากหนวยงานตน สงั กัด
6) การประเมินคุณภาพการศึกษา โดยมุงเนนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนในระดับชั้นท่ี
เปนตัวประโยค ไดแกประถมศึกษาปที่ 3 และ 6 มัธยมศึกษาปที่ 3 และ 6 ในวิชาแกนรวมโดยใช
แบบทดสอบมาตรฐาน จากหนวยงานสวนกลางรว มกบั ตน สังกัด (เขตพื้นท่ี)
7) การรายงานคุณภาพการศึกษาประจำป เปนการนำขอ มลู ผลการประเมินมาตรฐานคุณภาพ
การตรวจสอบและทบทวนภายในและภายนอก มาประมวลรายงานผลการพัฒนาคุณภาพประจำป
การศึกษาซึ่งจะนำไปใชเ ปน ขอ มูลสำหรบั การวางแผนพฒั นาคุณภาพตอไป
8) การดำเนินการเพื่อคงคุณภาพการศึกษา เปนกลไกสวนหนึ่งของระบบประกันคุณภาพ
ภายใน เพื่อใหขอมูลยอนกลับเพื่อการสงเสริม พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของ
ระบบประกันคณุ ภาพ
๒.๒ การสง เสริมระบบดแู ลชว ยเหลอื ครแู ละนกั เรียน
การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตองใชกรอบมาตรฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐานเปนกรอบในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดยเปนภารกิจของศึกษานิเทศก
จะตองศึกษาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใหบรรลุตามกรอบมาตรฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยชวยเหลือ แนะนำ สงเสริม สนับสนุนใหสถานศึกษาไดจัดการศึกษาให
สอดคลองกับกับเปาหมายของการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และสอดคลองกับความ
ตองการของบริบทชุมชน การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และการกำหนด
หลักสูตรสถานศึกษา จึงเปนหัวใจสำคัญที่จะชวยใหการดำเนนิ งานสำเรจ็ ตามเปาหมายวสิ ัยทัศน พันธ
กจิ ของสถานศกึ ษาแตล ะแหง โดยมรี ะบบของการนิเทศภายในสถานศกึ ษาทเ่ี ขม แข็ง ที่จะชวยใหครูเกิด
การพฒั นาการจัดการเรยี นรูท เ่ี นนผเู รียนสำคญั สกู ารพัฒนาวชิ าชพี การใชก ระบวนการนิเทศภายใน การ
แลกเปลี่ยนเรียนรูประสบการณรวมกัน สรางเครือขายการนิเทศท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษาจะ
เปนสิ่งที่ชวยใหครูสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการเรียนรูและมีเครือขายเพื่อนรวมวิชาชีพไดเปน
อยา งดี
การสรา งเครือขายการนเิ ทศ
เครือขาย (Network) เปนการเชื่อมโยงของกลุมคนหรือกลุมองคกรที่สมัครใจที่จะแลกเปลี่ยน
ขา วสารรว มกนั หรือทำกจิ กรรมรวมกัน โดยไมกระทบตอ ความเปนอสิ ระหรือความเปน ตวั ของตัวเองของ
คนหรือองคกรนั้น ๆ การรวมตัวของเครือขายอาจเกิดขึ้นเพื่อทำภารกิจใดๆที่ตั้งเปาหมายไวแลวสำเร็จ
ลลุ ว งสามารถท่จี ะยบุ สลายไป และหากมีความจำเปน ก็อาจเกดิ ขึ้นใหมไ ดอีก หรืออาจจะเปน เครือขายท่ี
มีกิจกรรมรวมกันในระยะยาวก็ได ดังนั้นการจัดตั้งเครือขายจึงตองมีองคประกอบสำคัญอยางนอย 7
อยางคือ
1. การรับรูและมุมมองทีเ่ หมือนกนั (common perception)
2. การมีวิสยั ทัศนร ว มกัน (common vision)
3. ความสนใจหรือมีผลประโยชนรวมกัน (mutual interests/benefits)
4. การมสี วนรว มของสมาชิกทุกคนในเครอื ขา ย (stakeholders prticipation)
5. การเสรมิ สรางซึง่ กันและกนั (complementary relationship)
6. การเกอ้ื หนนุ พ่ึงพากัน (interdependent)
7. การปฏสิ ัมพันธก ันในเชงิ แลกเปลย่ี น (interaction)
การสรา งเครือขายการนิเทศ
1. เกดิ จากการกอตวั ของครูผูสอน ศึกษานิเทศก ผบู ริหารโรงเรยี น ดวยความสมัครใจโดยอาจมี
ผนู ำเครือขายเปน ผูประสานงานอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานเบื้องตน
2. ปรึกษาหารือหาขอสรุปจากการระดมความคิดเห็นระหวางสมาชิกเครือขายในการวาง
แนวทาง การดำเนินงานเครือขายเพื่อพัฒนางานนเิ ทศการศึกษา
3. จัดทำหลักการและแนวทางการดำเนินงานของเครือขาย เพื่อสรางความเขาใจใหเปนไปใน
ทศิ ทางเดียวกนั ของสมาชิก
4. กำหนดโครงสรา งบคุ ลากรของเครือขาย เพื่อสะดวกในการประสานงาน ขับเคลอ่ื นเครือขาย
สวู ตั ถุประสงค
5. กำหนดวิสัยทศั น เปาหมาย วตั ถปุ ระสงค ภารกิจและกระบวนการดำเนนิ งานของเครือขาย
6. จัดทำแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการ เพือ่ ความเปนระบบและชัดเจนในการดำเนินงานของ
เครือขาย
7. กำหนดกิจกรรมเพ่ือการพัฒนาความรู ความสามารถ ทกั ษะการปฏิบตั ิ กระบวนการคิดและ
เจตคตทิ ี่ดตี องานนิเทศการศึกษา
8. เปดเวทีสรางโอกาสใหสมาชกิ ไดแ ลกเปล่ยี นเรยี นรูรวมกัน
9. สรา งทีมทปี่ รกึ ษาทง้ั ภายในและภายนอกเครือขา ย
10. กำหนดปฏิทินการดำเนนิ งาของเครือขายอยางชัดเจน ดำเนินงานตอเน่ือง
11. สง เสรมิ สนับสนุน ชว ยเหลอื การปฏบิ ัตงิ านของสมาชิกทุกรูปแบบที่สอดคลองและถูกตอง
ตามหลกั กฎหมาย
12. สรปุ ผลการดำเนนิ งานทกุ รอบป เพอื่ ใชเปนขอมลู สารสนเทศประกอบการพฒั นางานเมื่อมี
การจัดตัง้ เครือขายการนิเทศ สิ่งสำคัญอกี ประการคือการรกั ษาเครอื ขาย การรักษาเครือขา ยใหสามารถ
ดำเนินการไดอยางตอเนื่องคือ การจัดกิจกรรมรวมกันอยางตอเนื่อง การรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหวาง
สมาชิกเครือขาย การกำหนดกลไกสรางระบบจงู ใจ การจัดหาทรัพยากรสนับสนุนเพียงพอ การใหความ
ชว ยเหลือและชว ยแกไ ขปญ หา และการสรางผนู ำรุนใหมอ ยางตอ เนอื่ ง
การสรางเครือขา ยนเิ ทศออนไลน
ในปจ จุบันตองยอมรบั วาเทคโนโลยีเครือขา ยอนิ เตอรเน็ตเขา มามีบทบาทในทุกสวนทั้งทางดาน
เศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง การปกครองและการศึกษา การสรา งสังคมออนไลนเพ่ือการนเิ ทศจึงเปนการ
ใชเทคโนโลยีอินเตอรเน็ต ใหเกิดประโยชนตอการนิเทศมากยิ่งขึ้น ลดชองวางในการเขาถึงการนิเทศ
และเปนการใชเทคโนโลยีอยางคุมคาเกิดประโยชนมากที่สุดโดยมีเปาหมายของการสรางเครือขาย
ออนไลน ดงั นี้
1. เปนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูที่มคี วามรวดเร็ว สะดวก กวางไกล และทันตอความเปลี่ยนแปลง
ทาการศึกษา
2. เปดโอกาสใหสมาชิกของเครือขายไดรวมกันวิเคราะหแสดงความคิดเห็นของตนเองตอ
ประเด็นท่กี ำหนดรว มกนั ไดอ ยา งมีอิสระ
3. บุคคลภายนอกเครือขายสามารถอภิปรายและใหข อเสนอแนะในประเด็นที่สมาชิกเครือขา ย
แลกเปล่ียนเรียนรูรวมกนั ได
4. สรางถังความรูเพื่อจัดเก็บองคความรูตาง ๆ ที่ผานการวิพากษ วิเคราะหรวมกันจนเปน
ความรูทีต่ กผลึกแลว
5. เปนการสรางวัฒนธรรมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผานกระบวนการใชเครือขาย
แลกเปล่ยี นความรูออนไลนซ ่งึ จะขยายความกวา งไกลตอ ๆ กนั ไปไดอ ยา งไมร จู บ
ดังนั้นจะเห็นไดวาเครือขายออนไลนในปจจุบันมีประโยชนตอวงการศึกษาและการนิเทศ
การศึกษาอยางมาก ชวยใหสมาชิกสามารถพัฒนาตนเองไดอยางรวดเร็ว สะดวก และมีความเปนอิสระ
ในการเขาเปนสมาชิก สะทอนใหเห็นมุมมองกระบวนการกลุมทางดานวงการวิชาการ เปนเวที
แลกเปลี่ยนเรียนรู อภิปราย และนำเสนอองคความรูทางการศึกษาไดอยางสมเหตุสมผลนาเช่ือถือ และ
สามารถสรางคุณภาพทางการศึกษา สรางและพัฒนาผูนำทางวิชาการไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพ
๓. ความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
ปจจุบันการศึกษามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพการณไมวาจะเปนหลักสูตร
กระบวนการจัดการเรียนการสอน สื่อ เทคโนโลยี โครงสรางองคกร ตลอดจนบุคลากร เหลานี้ยอมมี
ผลกระทบตอคุณภาพการศึกษาของคนในประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2552) จึงไดกำหนดเปาหมายคณุ ลักษณะของคนไทยทีจ่ ะตองพฒั นาในชวงของ
การปฏิรปู การศึกษาในทศวรรษท่ี 2 (พ.ศ. 2552 –
2561) ไว ๙ ประการดังน้ี
1. คนไทยและการศึกษาไทยมคี ณุ ภาพและไดม าตรฐานระดับสากล
2. คนไทยมคี วามสามารถทางภาษาอังกฤษเพมิ่ ขน้ึ รอยละ 3 ตอป
3. คนไทยมีทกั ษะดานเทคโนโลยสี ารสนเทศเพม่ิ ข้ึนรอยละ 3 ตอ ป
4. ผูสำเร็จอาชีวศกึ ษาและอุดมศกึ ษามคี ุณภาพระดับสากลและเปน ไปตามกรอบมาตรฐาน
คุณวุฒิ
5. คนไทยใฝร ู สามารถเรยี นรูไดดว ยตนเอง รักการอานและแสวงหาความรูอยา งตอเน่อื ง
6. คนไทยใฝดี มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสำนึกและคานิยมที่พึงประสงค เห็นแกประโยชน
สวนรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย ผูเรียนทุกระดับการศึกษาไมต่ำกวารอยละ 75 มี
คุณธรรม จริยธรรม และความเปนพลเมืองดี
7. คนไทยคิดเปน ทำเปน แกป ญ หาได มีทักษะในการคิดและปฏิบตั ิ มคี วามสามารถในการ
แกป ญ หา มีความคดิ ริเริม่ สรางสรรค มคี วามสามารถในการสือ่ สาร
8. ผูเรียนทุกระดับการศึกษาไมต่ำกวารอยละ 75 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห
สงั เคราะห มวี จิ ารณญาณ มีความคิดสรา งสรรค
9. ผูสำเรจ็ อาชีวศึกษาและอดุ มศึกษา มีสมรรถนะเปนที่พึงพอใจของผใู ช และมงี านทำภายใน
1 ป รวมทง้ั ประกอบอาชีพอิสระเพม่ิ มากขน้ึ
ณ วันนี้ เดือนมิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เปนปส ุดทายของเปา หมายการปฏิรปู การศึกษาในชวง
ทศวรรษที่ ๒ ซึ่งผลจากการดำเนินงานในการปฏิรูปการศึกษาควรจะมีความสำเร็จที่เปนรูปธรรม
ชัดเจน แตเม่อื พจิ ารณาจากขา วสาร/สารสนเทศจากชอ งทางผลที่พบกลบั สวนทางกนั อาทิ (1) คนไทย
และการศึกษาไทยมีคุณภาพและไดมาตรฐานระดับสากล แตผลการประเมิน PISA 2015 (พ.ศ.
๒๕๕๘) ของประเทศไทยคาคะแนนเฉลี่ยต่ำกวาคาเฉลี่ยกลางของกลุมประเทศที่พัฒนาแลว หรือผล
การประเมนิ ระดบั ชาติ (O-NET) คาคะแนนเฉลีย่ ในภาพรวมระดบั ประเทศตำ่ กวารอยละ ๕๐ (๒) คน
ไทยใฝด ี มคี ณุ ธรรมพนื้ ฐาน มจี ติ สำนึกและคานิยมที่พึงประสงค เห็นแกประโยชนส วนรวม ฯ แตมีการ
ตรวจพบการทุจริตอยูในระบบราชการดานการศึกษาอยางตอเนื่อง ซึ่งสะทอนใหเห็นซึ่งความไมมี
คณุ ภาพของกลมุ คนทม่ี ีบทบาทหนาท่ีในการพัฒนาการศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศ
ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยใหสถานศึกษาดำเนินการปรับหลักสูตรสถานศึกษาให
เสร็จสิ้นทันประกาศใชในภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๑ กอนเริ่มภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา
๒๕๖๑ กระทรวงศึกษาธิการยังไมประกาศมาตรฐานและตัวชี้วัดที่ปรับใหมในป ๒๕๖๐ อยางเปน
ทางการ สำนักงานสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ซึ่งรับผิดชอบจัดทำคูมือ เอกสาร
เกี่ยวขอ งกบั การเรียน ๒ กลมุ สาระหลกั (คณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร) ยงั จัดทำไมเ สร็จสน้ิ
จากผลการดำเนินงานที่มีความขัดแยงกับเปาหมายการปฏริ ูปการศึกษาอยางตอเนื่อง เปนผล
ใหความเปลี่ยนแปลงดานการศึกษาของประเทศไทยในภาพรวมขาดความกาวหนา มีทิศทางที่ไม
แนนอนในการพฒั นา และอาจตอ งมกี ารเรมิ่ ตนใหมจากจุดเร่มิ การพฒั นาเดิม
๔. การพฒั นาความเปน ผูน ำทางวิชาการ
ผนู ำ โดยทัว่ ไปหมายถึง บุคคลทม่ี ีความรคู วามสามารถ ใชปญญาชน้ี ำและเปนตนแบบที่ดีแก
ผอู ืน่ หรอื สังคม
ผูนำ คือ “บุคคลที่มีความรูความสามารถในการใชปญญาชี้นำเพื่อปฏิบัตงิ านใหเกิดประโยชน
บรรลุตามเปาหมายและวัตถุประสงคตอองคกรและตอตนเอง โดยอาศัยเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมให
เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสูทิศทางทพ่ี ึงประสงค”
ผูนำ ไดม าโดยศกั ยภาพ ความสามารถเฉพาะตวั ไมจ ำเปน ตองอาศัยตำแหนง กฎระเบียบ แต
อาศัยความคดิ สรางสรรคเปนแบบอยา งใหผ ูอ ่นื ได หรอื กลาวไดว า “ผนู ำไมจ ำเปนตอ งเปนผบู ริหาร”
ภาวะผูนำ หมายถึง สภาพหรือลักษณะที่แสดงออกของผูนำ ซึ่งเปนผลรวมของบุคลิกภาพ
เชน ลกั ษณะทางกาย ทางอารมณ ทางสังคมและมนุษยสมั พันธ เปน ตน
ผูน ำทางการศึกษา หมายถึง บคุ คลท่ีมีความรู ความสามารถใชปญญาช้นี ำ และเปนตนแบบ
ที่ดีดานการศึกษา มีพฤติกรรมในการตั้งเปาหมายอยางชัดเจน การจัดสรรทรัพยากร การมอบหมาย
งานความรับผิดชอบ และสนับสนุนความกาวหนาในการเรียนรูหรือการพัฒนางาน ทั้งนี้ ภาวะผูนำ
ทางวิชาการ ทกุ คนสามารถพัฒนาใหเกิดข้นึ กบั ตนเองไดต ามแนวทางโดยสังเขป ดงั นี้
1. เรียนรูตนเอง ใหเขาใจลักษณะ บุคลิกของตนเองอยางรอบดาน รูตัวตน
ตลอดเวลา เรียนรเู ขา ใจความออ นนอ ม ปรบั ปรุงลักษณะนิสัยของตนใหเขา กับคนอน่ื ๆ ใหไ ด
2. เรียนรูคนรอบขางทุกๆ คน เขาใจธรรมชาติของคนรอบขางของเรา คนที่เขาใจ
ธรรมชาตขิ องคนอื่นๆ จะเปนคนท่ีสามารถมองเห็นความเปนจริงของคนอื่นวา เขาเปนเชนใด แลวเรา
ก็จะอยูรวม ทำงานกบั คนอื่น ๆ ไดอ ยางไรปญหา มอบหมายหมายหรอื ดึงคนอนื่ ๆ เขามารวมงานได
อยางลงตัว
3. จริงใจและหวังดีกับทุกคน ความจริงใจเปนสิ่งที่สื่อสารทางจิตใจ จากความรูสึกท่ี
ผานจากการแสดงออก ไมเสแสรงแกลงทำ คนรอบขางจะสามารถสัมผัสไดจากความรูสึกถึงการใหวา
เราใหจากใจจริงหรือไม ดังนั้น ผูนำหากมคี วามจริงใจเปนท่ีตั้ง คนอื่นๆ ก็จะมองเห็น และจะเชื่อใจใน
การตัดสินใจของผนู ำ
4. สื่อสารไดอยางดี ไมวาเรื่องยากแคไหนก็ตองสามารถสื่อสารใหทั้งคนฉลาดและไม
ฉลาดเขาใจไดครบถวน ตองฝกทักษะทัง้ การพดู เขียน รวมถึงการตีความหมายของคำท่ีผูอ ื่นสื่อสารมา
ใหไ ดตรงประเดน็ ตองรูวา คนท่ีเราสื่อสารดวยนน้ั มีความสามารถเชนใด จะสื่อสารอยางไรเพื่อใหเขา
เขาใจไดและตรงกบั สงิ่ ที่เราตอ งการ
5. สรางจุดยืนของตนเอง แตไมใชหัวแข็งจนไมรับฟง จุดยืนเปลี่ยนแปลงไดถาหาก
จุดที่กำลังยืนอยูนั้นมันจะทำใหเกิดอันตราย ผูนำตองเกงในเรื่องความคิด ความมุงมั่นในตนเองและเกง
ในการรวบรวมความคิดที่เปนประโยชน แลวกลั่นกรองความคิดตางๆ ของคนอื่น รวบรวมความคิด
เหลานนั้ ทเี่ ปน ขอ ดมี ารวมไวท ตี่ วั ตนของตนเอง เล่ียงจุดตาย สรางจดุ เปน อยูเ สมอ
6. พัฒนาความคิดใหเปนระบบ ระเบียบ จนสามารถแกปญหาตางๆ ไดในทันที การ
ฝกใหคิดใหเปนระบบ ระเบียบนั้น จะทำใหเรามองเห็นความเปนจริงไดเร็วขึ้น เขาใจในสิ่งตาง ๆไดเร็ว
ขึ้น เมื่อเขาใจ และ รูวาสิ่งตาง ๆ เปนไปเชนใด จะทำใหสามารถแกปญหาตาง ๆ ไดรวดเร็วขึ้นเปน
ลำดับ
7. เสนอความคดิ เห็นที่คดิ วา ดี บอยๆ กับกลมุ หรือทีป่ ระชมุ
8. สรางแนวความคิดที่แตกตาง แตเปนความจริงและสามารถใชไดจริง และสื่อสาร
ใหค นอ่ืนไดร ับรู
9. ศึกษาหาความรูใหมๆ และความรูกับสิ่งที่เกี่ยวของกับงานใหมากที่สุด เพื่อ
สามารถเอาสิ่งทีร่ ูทเ่ี ห็นมาประยุกตใ ชกบั งาน
10. หัดนำทีมงาน ตงั้ แตเ รื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรอื่ งใหญขึน้ เร่ือยๆ ผูนำจะไตเ ตา หาส่ิงที่
ย่ิงใหญก วา เพ่ือจะลองใชความสามารถนำพาใหไปถงึ จุดมุงหมาย และจะโหยหาการนำที่ใหญขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น การจะเริ่มเปนผูนำ ก็ตองหัดนำพาคนตั้งแตกลุมเล็กๆ ใหประสบความสำเร็จ เพื่อสรางความ
มั่นใจข้ันพน้ื ฐาน กอนจะไปนำกลุมทใ่ี หญข ้ึนๆ เรอ่ื ยๆ
11. สะสมประสบการณ และ หาขอดีและขอเสียของการนำทีม แลวเอามาปรับปรุง
ตนเองใหด ีข้ึน คนท่ีทำงานยอมมีผิดพลาด การเปนผนู ำกเ็ ชนกัน บางคร้ังก็ตองผิดพลาด แลวเราจะทำ
อยางไรใหดีขึ้น ตองสรุปและหาขอดีขอเสียของการทำงานในแตละขั้นอยางเปนกลางมากที่สุดแลว
ปรบั ปรงุ ตนเองใหม นี ิสยั เหลา น้ี กจ็ ะทำใหภ าวะผนู ำในตนเกดิ ความเขม แขง็ มากยิง่ ข้นึ
จากแนวทางการพัฒนาตนเองเพื่อการเปนผูนำทางวิชาการทั้ง 11 ประการ ทำให
ทราบไดวากวาศึกษานิเทศกคนหนึ่ง ๆ จะเปนศึกษานิเทศกที่เกงสามารถเปนผูนำทางวิชาการไดน้ัน
จะตองใชเวลาคอนขางยาวนานเปนอยางยิ่ง ดังนั้นศึกษานิเทศกทุกคนควรมีความอดทนอดกลั้น คอย
ๆ สะสมประสบการณ วิชาความรู (ภูมิรู) ความดี ความจริงใจ (ภูมิธรรม) และพฤติกรรม/บุคลกิ ทีด่ ี
(ภูมิฐาน) เก็บไวในตนเพื่อการเปน ผนู ำทางวชิ าการของศึกษานิเทศกตอ ไป
๕. การนำผลการวิจัยไปใชใ นการนิเทศการศึกษา
ผลการวิจัย ไมวาจะเปนในรูปของขอความรูใหม สิ่งประดิษฐหรือนวัตกรรม การยืนยันทฤษฎี
ขอ ความจรงิ แนวทาง การพฒั นาปรับปรุงงานหรือการตอบปญหาขอสงสัย จะเปน ขอมลู หรือความคิดท่ี
ทรงคุณคาเปนประโยชนอยางยิ่งตอการพัฒนาการศึกษา และเปนเครื่องมือท่ีใชแสวงหายุทธศาสตรท่ี
เหมาะสมสำหรบั การพฒั นา ถา เปน งานวจิ ยั ในช้ันเรยี น ผลการวิจยั กจ็ ะเปน ประโยชนตอ การศึกษา ตอ
ผูเรียน ตอการนิเทศการศึกษา ดังนั้นการนำผลการวิจัยไปใชเพื่อพัฒนากลุมเปาใหบรรลุตาม
วัตถุประสงคจึงเปนสิ่งที่ผูนิเทศจะตองตระหนักถึงความสำคัญ และดำเนินการอยางจริงจัง เพื่อให
เกิดผลในการปฏิบัตโิ ดยเร็ว สำหรบั แนวทางการนำผลการวิจยั ไปใชมหี ลากหลายแนวทาง เชน
1. การนำผลการวิจัยไปใชนเิ ทศปรับปรงุ และพฒั นาการเรยี นการสอน
2. การนำผลการวิจัยไปใชเปนการสรางองคความรูใหม เพื่อเปนขอมูลพื้นฐานในการ
พฒั นาการนิเทศ
3. การนำผลการวิจยั ไปใชเ ปน ผลงานทางวชิ าการ
กระบวนการนำผลวิจัยไปใชอยางมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชนในการนิเทศการศึกษาควร
ดำเนนิ การตามขั้นตอน ดังน้ี
1. กำหนดวิสัยทัศน / ภาพอนาคต (Vision) ประกาศนโยบายชัด ใหใชการวิจัย/ผลวิจัยเปน
สวนหน่งึ ของกระบวนการทำงานตาม พ.ร.บ. การศึกษา
2. พฒั นาวิธคี ิด วิธีทำงานเชงิ ระบบ ทำใหท ุกคนไดร บั ความรู ความเขา ใจและเหน็ ประโยชน
3. สรางเงื่อนไขที่ทำใหเกิดการวิจัยและใชผลวิจัยในการทำงานโดยมีการประชุมรวมคิด รวม
ปฏบิ ตั แิ ละประเมินเปนระยะ ๆ
4. ใหการสนับสนุนทรัพยากร เงิน วัสดุ ขอมูล ไปศึกษาดูงาน ใหเสนอและเผยแพรผลงานให
กำลงั ใจ
5. การประเมนิ เพอื่ สรา งสรรคพัฒนา
จากการศึกษาคนควาและประสบการณในการทำงานในตำแหนงศึกษานิเทศกการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาในยุคปฏิรปู การศึกษาและการนิเทศการศึกษาเปน องคป ระกอบท่ีตองมีการดำเนินการ
ควบคูกันไปเพื่อใหงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาบรรลุตามเปาหมายของการศึกษาชาติ และเปาหมาย
ของการพัฒนาคุณภาพผูเรียนตามหลักสูตร ระบบของการนิเทศภายใน-ภายนอกควรมีทิศทางในการ
ดำเนินงานที่สอดคลองกัน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ศึกษานิเทศกตองมีภาวะผูนำทางวิชาการ มี
ความสามารถในการนิเทศการสอน สรางรูปแบบการนิเทศ การพัฒนาการใชหลักสูตรและการสอน
ตลอดจนถึงการวิจัยดานตางๆ โดยอาศัยกรอบของมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกัน
คุณภาพภายในสถานศึกษาเปนกรอบในการกำกับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานพัฒนา
คุณภาพการศึกษา เพื่อใหผูบริหาร ครู ไดเชื่อมโยงการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพศึกษา
เปนไปในทิศทางเดียวกนั สอดคลองกับวสิ ัยทัศน พนั ธกิจ และเปาหมายความสำเร็จท่ีไดกำหนดไว และ
ใชก ารนิเทศการสอนเพอ่ื ชว ยใหครูผสู อนไดปฏิบัติการสอนไดส อดคลอ งกบั มาตรฐานการศึกษาทเ่ี นนการ
จัดการเรียนรูท่ีเนน ผูเรียนเปนสำคัญ รวมถึงชวยใหค รูสามารถวางแผนพฒั นาตนเอง พัฒนาวชิ าชีพให
มีประสทิ ธภิ าพสูก ารพัฒนาคุณภาพการศึกษาทีย่ ั่งยนื
เอกสารอางองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่ือง มาตรฐานการศึกษาข้นั พื้นฐานเพ่ือการ
ประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา : http://www.pccpl.ac.th/~plan/ประกาศ-ศธ.-มาตรฐาน
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน-2559.docx
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน. (2558). คูมือพัฒนาการนิเทศสูวธิ ีการปฏิบตั ทิ ่ดี ี. นนทบรุ ี, ชุมนุม
สหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.
จุฑามาศ อนิ นามเพ็ง. (2552). ภาวะผูนาํ ทางวชิ าการของผูบ ริหารและครผู สู อนทสี งผลตอการเปน
องคก ารแหงการเรียนรู ของโรงเรียน สงั กดั สํานักงานเขตพนื้ ทีการศึกษานครพนม เขต2 .
วทิ ยานพิ นธครุศาสตรมหาบณั ฑติ , สาขาวชิ าการบริหารการศกึ ษา, บัณฑิตวิทยาลยั ,
มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร.
ธีรธร สธุ ีธร, สมชาย เทพแสง และ สมบรู ณ บรู ศิริรกั ษ. (๒๕๕๙). ภาวะผูนำทางวิชาการของครู
ยุคใหม. วารสารบรหิ ารการศกึ ษา มศว, ๑๓(๒๔), ๕๔-๖๑.
มานพ วรรณภิละ. (2013). รปู แบบการสรางเสรมิ ภาวะผูนำของผูบรหิ ารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขต
พืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษาแมฮอ งสอน เขต 1. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยเวสเทริ น.
วทิ ยาลยั เทคนคิ สัตหีบ. การประกันคุณภาพการศึกษา : http://www.tatc.ac.th/files/
11030920201916336_11031011113444.doc
สงดั อทุ รานนั ท. (2530). การนเิ ทศการศกึ ษา : หลกัการ ทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ (ฉบบั ปรับปรงุ เพมิ่ เติม)
พิมพค รงั้ ที่ 2. กรุงเทพมหานคร: มติ รสยาม.