กษะ ดา้ นคุณธรรม สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
ริมาณ
ระหว่าง • ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มี 1. การวดั
มกี ารถ่าย
ร้อนจน อุณหภูมิสูงกว่าไปยังสสารที่มี 2. การจัดกระทำและ
ความ
อุณหภูมิ ต่ำกว่าจนกระทั่งอุณหภูมิ สือ่ ความหมายขอ้ มูล
จำลอง
ามร้อน ของสสาร ทั้งสองเท่ากัน สภาพท่ี 3. การใช้จำนวน
ามร้อน
ผร่ ังสี สสารทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน 4. การตคี วามหมาย
เรียกว่าสมดลุ ความร้อน ขอ้ มลู และลงข้อสรปุ
• เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนจาก
สสารที่มีอุณหภูมิต่างกันจนเกิด
สมดุลความร้อน ความร้อนที่เพ่ิม
ขึ้นของสสารหนึ่งจะเท่ากับความ
ร้อนที่ลดลงของอีกสสารหนึ่ง ซ่ึง
เป็นไปตามกฎการอนรุ ักษพ์ ลังงาน
• การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ 1. การสงั เกต
คือ การนำความร้อน การพาความ 2. การวดั
ร้อน และการแผ่รังสีความร้อน การ 3. การลงความเห็นจาก
นำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความ ข้อมลู
ร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลาง 4. การใชจ้ ำนวน
ไม่เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็น 5. การตีความหมาย
การถ่ายโอนความร้อนที่อาศัย ขอ้ มลู และลงข้อสรปุ
ตัวกลาง โดยที่ตัวกลางเคลื่อนที่ไป 6. การสรา้ งแบบจำลอง
ด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อน เป็น
การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้อง
อาศัยตัวกลาง
ตวั ช้ีวดั สาระสำคัญ ด้านความรู้ ดา้ นทกั
(K) (P)
ม.1/7 ออกแบบ ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความ ยกตัวอย่างและ ออกแบบ เ
เลือกใช้ และสร้าง ร้อนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน อธิบายการนำ และสรา้ งอ
อุปกรณ์ เพื่อ ชีวิตประจำวันได้ เช่น การเลือกใช้ ความรู้เร่อื ง เพ่ือแก้ปัญ
แก้ปัญหาใน วัสดเุ พ่ือนำมาทำภาชนะบรรจุอาหาร การถา่ ยโอนความ ชวี ติ ประจำ
ชวี ิตประจำวนั โดยใช้ เพื่อเก็บความร้อน หรือการออกแบบ ร้อนไปใชป้ ระโยชน์ ใช้ความรเู้ ก
ความรู้เกยี่ วกบั การ ระบบระบายความรอ้ นในอาคาร การถา่ ยโอน
ถ่ายโอนความร้อน รอ้ น
กษะ ด้านคุณธรรม สาระการเรียนรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
เลือกใช้
อุปกรณ์ • ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความ การสร้างแบบจำลอง
ญหาใน
ำวันโดย ร้อนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน
กยี่ วกบั
นความ ชีวิตประจำวันได้ เช่น การเลือกใช้
ว ั ส ด ุ เ พ ื ่ อ น ำ ม า ท ำ ภ า ช น ะ บ ร ร จุ
อาหารเพื่อเก็บความร้อน หรือการ
ออกแบบระบบระบายความร้อนใน
อาคาร
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแ
และภมู ิอากาศโลก รวมท้งั ผลต่อส่ิงมีชวี ิตและสิ่งแวดล้อม
ตัวชว้ี ดั สาระสำคัญ ด้านความรู้ ดา้ นทกั
(K) (P)
ม.1/1 สรา้ งแบบ
จำลองที่อธบิ ายการ 1 . โ ล ก ม ี บ ร ร ย า ก า ศ ห ่ อ หุ้ ม ๑. อธบิ ายการแบ่ง สร้างแบบจ
แบ่งช้ันบรรยากาศ
และเปรียบเทยี บ นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติและ ชน้ั บรรยากาศ อธิบายการ
ประโยชนข์ อง
บรรยากาศแตล่ ะช้นั องค์ประกอบของบรรยากาศในการ ๒. เปรยี บเทียบ บรรยากาศ
แบ่งบรรยากาศของโลกออกเป็นช้ัน ประโยชนข์ อง
ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ที่ บรรยากาศแตล่ ะ
แ ต ก ต ่ า ง ก ั น โ ด ย ท ั ่ ว ไ ป ชนั้
นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์ การ
เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง
แบ่งบรรยากาศได้เป็น ๕ ชั้น ได้แก่
ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้นสตราโตสเฟียร์
ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์
และช้ันเอกโซสเฟยี ร์
2. บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์
ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก เช่น ชั้นโทรโพส
เ ฟ ี ย ร ์ ม ี ไ อ น ้ ำ ซ ึ ่ ง ท ำ ใ ห ้ เ กิ ด
ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศที่สำคัญ
ต่อการดำรงชวี ิตของสงิ่ มีชวี ติ ชน้ั สต
ราโตสเฟียร์ มี โอโซนซึง่ ช่วยดดู กลืน
แปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศ
กษะ ด้านคุณธรรม สาระการเรยี นรู้ ทักษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
จำลองท่ี
รแบ่งชั้น • โ ล ก ม ี บ ร ร ย า ก า ศ ห ่ อ หุ้ ม 1. การจัดกระทำและ
ศ
นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติและ ส่ือความหมายข้อมูล
องค์ประกอบของบรรยากาศในการ 2. การตีความหมาย
แบ่งบรรยากาศของโลกออกเป็นชั้น ขอ้ มลู และลงข้อสรุป
ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ท่ี 3. การสร้างแบบจำลอง
แตกต่างกัน โดยทั่วไป
นักวิทยาศาสตร์ ใช้เกณฑ์การ
เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง
แบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่
ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้นสตราโตสเฟียร์
ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์
และชน้ั เอกโซสเฟยี ร์
• บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์
ต่อสิ่งมีชีวิตแตกต่างกัน โดยชั้นโทร
โพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ลมฟ้า
อากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวติ ของ
สิ่งมีชีวิต ชั้นสตราโตสเฟียร์ช่วย
ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวง
ตวั ชี้วดั สาระสำคญั ด้านความรู้ ด้านทัก
(K) (P)
รงั สีอัลตราไวโอเลต็ จาก ดวงอาทิตย์
ไม่ให้มายังโลกมากเกินไป ชั้นมีโซส
เฟียร์ยังคงมีอากาศมากพอที่จะช่วย
ชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามา
และเกิดการเผาไหม้เป็นวัตถุขนาด
เลก็ ทไ่ี มท่ ำความเสียหายแก่สง่ิ มีชีวิต
บนโลก ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ อากาศ
แตกตัวเป็นไอออนจึงสามารถ
สะท้อนคลื่นวิทยุ ซึ่งเป็นประโยชน์
ต่อการสื่อสาร ส่วนชั้นเอกโซสเฟียร์
อนภุ าคอากาศอยู่หา่ งกันมากเหมาะ
สำหรับการโคจรดาวเทยี มรอบโลก
กษะ ด้านคณุ ธรรม สาระการเรียนรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
อาทิตย์ไม่ให้มายงั โลกมากเกินไปช้ัน
มีโซสเฟียร์ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกท่ี
ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้ลาย
เป็นวัตถุขนาดเล็กลดโอกาสที่จะทำ
ความเสียหายแก่สิง่ มีชวี ติ บนโลกชนั้
เทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อน
คลื่นวิทยุ และชั้นเอกโซสเฟียร์
เหมาะสำหรับการโคจรของ
ดาวเทียมรอบโลกในระดับตำ่
ตัวชี้วัด สาระสำคญั ด้านความรู้ ด้านทกั
(K) (P)
ม.1/2 อธิบายปจั จัย
ทมี่ ีผลตอ่ การ 1. ลมฟ้าอากาศเป็นสภาวะของ 1. ระบุองค์ประกอบ
เปลย่ี นแปลง
องค์ประกอบของลม อากาศในเวลาหนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มี ลมฟ้าอากาศ ได้แก่
ฟา้ อากาศ จาก
ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ การเปลย่ี นแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิอากาศ
องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ ได้แก่ ความกดอากาศ
อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ อัตราเรว็ และ
อัตราเร็วและทิศทางลม ความชื้น ทศิ ทาง ลม ความช้ืน
เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำ เมฆ และหยาดน้ำฟ้า
ฟ้าทพ่ี บมากในประเทศไทย คือ ฝน 2. อธิบายการ
อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ล ม ฟ ้ า อ า ก า ศ เปลี่ยนแปลง
เปลีย่ นแปลงได้ขึน้ กับปัจจัยตา่ งๆ อุณหภูมิอากาศ
2. อุณหภูมิอากาศมกี ารเปล่ียนแปลง ภายในเวลารอบวัน
ตลอดเวลาภายในรอบวัน โดย 3. อธิบายปัจจัยทม่ี ี
อุณหภูมิจะต่ำสุดในช่วงเช้ามืด และ ผลต่อการ
สงู ขึ้นเรื่อย ๆ จนสงู สุดใน เปล่ียนแปลง
ช่วงบา่ ย และลดต่ำลงอกี ครัง้ ซ่งึ มีผล อุณหภมู ิอากาศใน
ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและ รอบวนั
สิ่งแวดล้อมปัจจัยที่ส่งผลต่ออุณหภูมิ
อากาศคอื ปรมิ าณรังสีทไ่ี ดร้ ับจากดวง
อาทติ ยแ์ ละสภาพแวดลอ้ มของพ้ืนที่
กษะ ด้านคณุ ธรรม สาระการเรยี นรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
• ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของ 1. การวัด
อากาศในเวลาหนึง่ ของพื้นที่หนึ่งที่มี 2. การจดั กระทำและ
การเปลี่ยนแปลงตลอด เวลาขึ้นอยู่ ส่อื ความหมายขอ้ มูล
กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ 3. การตีความหมาย
อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม ขอ้ มลู และลงข้อสรุป
ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดย
หยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศ
ไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้า
อากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณ
รังสีจากดวงอาทิตย์และลักษณะ
พื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ
อุณหภูมิอากาศและปริมาณไอน้ำ
ส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศ
ส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผล
ต่อเมฆ
ตวั ชี้วดั สาระสำคญั ด้านความรู้ ดา้ นทกั
(K) (P)
1. ความกดอากาศ หรือความดัน 1. อธบิ ายความดนั
อากาศ เป็นแรงที่อากาศกระทำต่อ อากาศ หรอื ความ
หนึ่งหน่วยพื้นที่ กดอากาศ
2. ในระบบปิด เมื่อโมเลกุลของ 2. อธิบายปจั จยั ท่มี ี
อากาศได้รับพลังงานความร้อนจะ ผลต่อการเปล่ียน
เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงทุกทิศทาง แปลงความ
และชนผนังระบบมากขึ้น จึงทำให้ กดอากาศ
ความกดอากาศภายในระบบสูงกว่า
ภายนอก แต่ในระบบเปิด เช่น
พื้นผิวโลกที่เปิดโล่ง ณ ระดับความ
สูงเดยี วกันบริเวณท่มี ีอุณหภูมิอากาศ
สูง โมเลกุลของอากาศจะเคลื่อนที่
ออกจากกันทุกทิศทางด้วยความเร็ว
สูง จึงมีโอกาสชนพื้นผิวโลกน้อยลง
ทำให้ความกดอากาศต่อพื้นผิวโลก
บริเวณนั้นต่ำกว่าบริเวณที่มีอุณหภูมิ
ตำ่ กว่า
กษะ ดา้ นคณุ ธรรม สาระการเรียนรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
1. การสังเกต
2. การตคี วามหมาย
ข้อมลู และลงข้อสรุป
3. การลงความเห็นจาก
ข้อมูล
ตวั ชี้วดั สาระสำคญั ด้านความรู้ ดา้ นทกั
(K) (P)
1. ลมเกิดจากการเคลื่อนที่ของ อธบิ ายการเกิดลม
อากาศเมื่อความกดอากาศต่างกัน และปัจจัยทีม่ ีผลต่อ
โดยอากาศจะมีทิศทางการเคลื่อนท่ี อตั ราเรว็ ลมและ
จากบริเวณที่มคี วามกดอากาศ ทิศทางลม
สูงกว่า ไปยังบริเวณที่มีความกด
อากาศต่ำกว่าในบริเวณที่มีความกด
อากาศแตกต่างกันน้อยลมที่เกิดขึ้น
จะเคลื่อนที่ช้า แต่ถ้ามีความแตกต่าง
มาก ลมจะเคลื่อนที่เร็วกลายเป็น
พายไุ ด้
2.. ระยะทางระหว่างพื้นที่ที่มีความ
กดอากาศแตกต่างกันมีผล ต่อ
ความเร็วลม โดยหากระยะทาง
ระหว่างสองพืน้ ทีม่ ีค่าน้อยลมจะ
เคลอื่ นทเ่ี รว็ แตถ่ ้าระยะทางมีค่ามาก
ลมจะเคล่ือนทชี่ า้
กษะ ดา้ นคณุ ธรรม สาระการเรยี นรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
1. การสงั เกต
2. การทดลอง
3. การตคี วามหมาย
ข้อมูลและลงข้อสรปุ
ตวั ชี้วดั สาระสำคญั ดา้ นความรู้ ด้านทกั
(K) (P)
1. ความชื้นเป็นปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ อธิบายปจั จยั ที่มผี ล
ในอากาศ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ต่อการเปลย่ี นแปลง
ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ความชนื้ สมั พัทธ์
เช่น อุณหภูมิอากาศ สถานที่ โดย
ปริมาณไอน้ำที่มีอยู่จริงในอากาศ
เรยี กว่า ความชน้ื สัมบูรณ์
2. ปริมาณไอน้ำอิ่มตัว เป็นปริมาณ
ไอน้ำสูงสุดที่อากาศสามารถรับได้ ณ
อุณหภมู ิและความดันหน่ึงๆ
3. ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ เป็นค่าที่
แสดงว่าปริมาณอากาศมีปริมาณไอ
น้ำในอากาศเป็นร้อยละเท่าใดเทียบ
กบั ความสามารถในการรับปริมาณไอ
น้ำในอากาศที่สามารถรับได้ หาได้
จากอตั ราส่วนระหวา่ งปรมิ าณไอน้ำที่
มีอยู่จริงในอากาศ กับปริมาณไอน้ำ
อิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดัน
เดียวกนั
4. ปัจจัยที่มีผลต่อความชื้นสัมพัทธ์
คือปริมาณไอน้ำจริงซ่ึงเป็นผลมาจาก
สภาพแวดล้อมของพน้ื ทีแ่ ละอุณหภูมิ
อากาศซ่ึงส่งผลให้ปรมิ าณไอน้ำอิ่มตัว
ในอากาศมกี ารเปลย่ี นแปลง
กษะ ดา้ นคณุ ธรรม สาระการเรยี นรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A)
ทางวิทยาศาสตร์
1. การวัด
2. การตคี วามหมาย
ข้อมลู และลงข้อสรปุ
3. การลงความเห็นจาก
ข้อมลู
ตวั ชี้วดั สาระสำคญั ดา้ นความรู้ ดา้ นทัก
(K) (P)
1. เมฆมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกนั 1. อธบิ ายประเภท
3 ประเภทใหญ่ๆ ไดแ้ ก่ เมฆก้อน เมฆ ของเมฆตามรูปร่าง
แผ่น และเมฆเป็นรวิ้ ลกั ษณะและ
2. เมฆแบ่งตามระดับความสูงของ ความสงู ของฐาน
ฐานเมฆได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ เมฆ เมฆ
ชั้นสูง เมฆชั้นกลาง และเมฆชั้นต่ำ 2. อธบิ ายปจั จยั ทม่ี ี
โดยเมฆชั้นสูง เป็นเมฆ ที่อยู่ตั้งแต่ ผลตอ่ เมฆและ
๖,๐๐๐ เมตร ขึน้ ไป เมฆชัน้ กลาง ปริมาณเมฆปกคลุม
เป็นเมฆที่อยู่ระหว่าง ๒,๐๐๐ –
๖,๐๐๐ เมตร และเมฆชั้นต่ำเป็น
เ ม ฆ ท ี ่ อ ยู่ ต ่ ำ ก ว ่ า ร ะ ด ั บ ค ว า ม สู ง
๒,๐๐๐ เมตร
3. การเรียกชื่อเมฆใช้รูปร่างลักษณะ
และความสงู ของฐานเมฆประกอบกนั
4. ชนิดและปริมาณเมฆปกคลุม
สามารถใช้พยากรณ์ลมฟ้าอากาศ
อยา่ งง่ายได้
5. ชนิดเมฆ และปริมาณเมฆปกคลุม
ท้องฟ้ามีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา
ขึ้นกับปัจจยั ต่าง ๆเช่น ปริมาณไอน้ำ
ในอากาศอุณหภูมิอากาศ ลม และ
ทิศทางลม
กษะ ดา้ นคณุ ธรรม สาระการเรียนรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A)
ทางวิทยาศาสตร์
1. การสงั เกต
2. การจำแนกประเภท
3. การหาความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งสเปซกบั สเปซ
และสเปซกบั เวลา
4. การจดั กระทำและ
ส่ือความหมายข้อมูล
ตัวชี้วดั สาระสำคัญ ดา้ นความรู้ ด้านทกั
(K) (P)
1. ฝนเกิดจากละอองน้ำในเมฆที่ชน 1. อธบิ ายการเกดิ
กันและรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ฝน
จนไม่สามารถลอยอยู่ไดแ้ ละตกลงมา 2. อธิบายปจั จยั ทีม่ ี
เปน็ ฝน ผลต่อปรมิ าณฝน
2. ปริมาณฝนคือปริมาณที่ฝนตกใน
ระยะเวลาและพื้นทีห่ น่ึง โดยมีหนว่ ย
วัดท่นี ยิ มใช้ เช่น มิลลิเมตร หรอื น้ิว
3. ปริมาณฝนข้ึนกบั สภาพแวดล้อม
สภาพภมู ิประเทศ ภูมิภาค และฤดู
ม.1/3 เปรยี บเทียบ 1. พายุฝนฟา้ คะนอง เกิดจากอากาศ เปรียบเทยี บ 1. การจัดก
กระบวนการเกดิ ท่ีมีอุณหภมู แิ ละความชนื้ สงู ลอยตวั กระบวนการเกดิ และสือ่
พายุ ฝนฟ้าคะนอง สูงข้ึนสู่ระดบั ความสงู บนท้องฟา้ ทีม่ ี พายุฝนฟ้าคะนอง ความหมาย
และพายหุ มุนเขต อุณหภูมิตำ่ กว่าทำให้ไอน้ำในอากาศ และพายุหมุนเขต ขอ้ มูล
ร้อน และผลทม่ี ีต่อ เกดิ การควบแน่นเปน็ ละอองน้ำอย่าง ร้อน และผลทีม่ ีต่อ 2. การ
สิ่งมีชีวิตและ ตอ่ เน่ือง และละอองน้ำก่อตวั ใน ส่ิงมชี วี ติ และ ตคี วามหมา
สิ่งแวดล้อม รวมทั้ง แนวตง้ั เกิดเป็นเมฆควิ มูโลนิมบัสซงึ่ ส่ิงแวดล้อม ข้อมูลและล
นำเสนอแนวทางการ ทำใหเ้ กดิ ฝนตกหนกั ลมแรง ฟา้ แลบ ข้อสรปุ
ปฏิบัตติ นให้ ฟา้ ผ่า
เหมาะสมและ 2. พายหุ มุนเขตร้อน เกิดเหนือ
ปลอดภัย มหาสมุทรบริเวณใกล้ศูนยส์ ูตรท่ีน้ำมี
อุณหภูมิสงู ตั้งแต่ ๒๖-๒๗ องศา
เซลเซยี ส ข้นึ ไป เกดิ การระเหย
กษะ ดา้ นคณุ ธรรม สาระการเรียนรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
1. การลงความเห็นจาก
ข้อมลู
2. การจดั กระทำและ
ส่ือความหมายของ
ข้อมลู
3. การตคี วามหมาย
ขอ้ มลู และลงข้อสรปุ
กระทำ นำเสนอแนวทาง • พายุฝนฟา้ คะนอง เกดิ จากการท่ี
การปฏบิ ัตติ นให้ อากาศท่มี ีอณุ หภมู ิและความช้นื สงู
ยของ เหมาะสมและ เคลอ่ื นที่ขน้ึ สู่ระดบั ความสูง ที่มี
ปลอดภัย อุณหภมู ิตำ่ ลง จนกระทั่งไอน้ำใน
อากาศเกดิ การควบแนน่ เปน็ ละออง
าย นำ้ และเกิดต่อเน่ืองเป็นเมฆขนาด
ลง ใหญ่ พายฝุ นฟ้าคะนอง ทำให้เกดิ
ฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง ฟ้าแลบ
ฟ้าผา่ ซึ่งอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อ
ชีวติ และทรัพยส์ นิ
• พายหุ มุนเขตร้อนเกดิ เหนือ
มหาสมุทรหรือทะเลท่ีน้ำมีอุณหภูมิ
สงู ต้งั แต่ ๒๖-๒๗ องศาเซลเซียสขน้ึ
ตวั ชี้วดั สาระสำคัญ ดา้ นความรู้ ด้านทกั
(K) (P)
เป็นไอน้ำปริมาณมาก และเคล่อื นที่
สูงข้ึนอยา่ งรวดเร็วเปน็ บรเิ วณกว้าง
อากาศจากบรเิ วณอน่ื เคลอื่ นเขา้ มา
แทนที่ และพัดเวยี นเข้าหาศนู ย์กลาง
ของพายุ ในซีกโลกเหนือจะพัดเวียน
ทิศทางทวนเข็มนาฬกิ า ส่วนใน
ซีกโลกใต้จะพัดเวยี นทิศทางตามเข็ม
นาฬิกา ยิ่งใกลศ้ นู ย์กลางอากาศจะ
เคล่ือนท่ีพดั เวียนเกือบเป็นวงกลม
และมีอัตราเรว็ สงู ท่สี ุด
3. มนุษย์สามารถปฏบิ ัตติ นให้
ปลอดภยั จากพายฝุ นฟา้ คะนองและ
พายุหมุนเขตรอ้ นดว้ ยวิธกี ารต่าง ๆ
เชน่ อยูห่ ่างจากต้นไม้ ป้ายโฆษณา
เสาไฟฟ้า หรอื สิ่งก่อสร้างที่ไม่
แขง็ แรง คอยติดตามประกาศเตือน
ภยั จากกรมอตุ นุ ยิ มวิทยา และเตรยี ม
รับภยั พิบัติอ่นื ๆท่ีอาจเกดิ ตามมา
เชน่ คล่ืนพายุซดั ฝงั่ น้ำทว่ มและดิน
ถลม่
กษะ ด้านคณุ ธรรม สาระการเรยี นรู้ ทกั ษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
ไป ทำให้อากาศที่มีอุณหภูมิและ
ความช้ืนสูงบรเิ วณนั้นเคล่ือนที่
สงู ขึน้ อยา่ งรวดเร็วเปน็ บรเิ วณกว้าง
อากาศจากบรเิ วณอ่นื เคลอ่ื นเข้ามา
แทนที่และพดั เวียนเขา้ หาศนู ย์กลาง
ของพายยุ ่ิงใกลศ้ ูนย์กลาง อากาศจะ
เคลอื่ นที่พดั เวยี นเกือบเป็นวงกลม
และมีอัตราเร็วสงู ทส่ี ดุ พายุหมนุ เขต
รอ้ นทำใหเ้ กิดคล่ืนพายุซัดฝง่ั ฝนตก
หนกั ซ่งึ อาจก่อให้เกิดอนั ตรายตอ่
ชีวติ และทรัพย์สนิ จึงควรปฏบิ ัตติ น
ให้ปลอดภยั โดยติดตามขา่ วสารการ
พยากรณอ์ ากาศ และไมเ่ ขา้ ไปอยใู่ น
พน้ื ทีท่ ่ีเสยี่ งภยั
ตวั ช้วี ดั สาระสำคัญ ด้านความรู้ ดา้ นทัก
(K) (P)
ม.1/4 อธบิ ายการ 1. การพยากรณ์อากาศเปน็ การ อธิบายการ รวบรวมขอ้
เกีย่ วการพ
พยากรณ์อากาศ คาดการณส์ ภาพลมฟา้ อากาศ พยากรณอ์ ากาศ อากาศ
และพยากรณ์อากาศ ล่วงหน้าดว้ ยกระบวนการท่เี ป็น และพยากรณ์
อยา่ งงา่ ยจากข้อมูล ระบบ อากาศอย่างง่าย
ทรี่ วบรวมได้ 2. การพยากรณ์อากาศอย่างง่ายทำ
ไดโ้ ดยการจัดกระทำข้อมลู ในรปู แบบ
ตา่ ง ๆ เช่น กราฟเส้น จากนน้ั
วิเคราะห์แนวโนม้ ของ
ข้อมลู
ม.1/5 ตระหนกั ถึง การพยากรณอ์ ากาศสามารถ
คุณค่าของการ นำมาใชป้ ระโยชน์ด้านตา่ ง ๆ เชน่
พยากรณอ์ ากาศโดย การใช้ชวี ิตประจำวัน การคมนาคม
นำเสนอแนวทางการ การเกษตร การป้องกนั และเฝ้าระวัง
ปฏบิ ัตติ นและการใช้ ภัยพบิ ัตทิ างธรรมชาติ
ประโยชนจ์ ากคำ
พยากรณอ์ ากาศ
กษะ ด้านคณุ ธรรม สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
อมูล • การพยากรณ์อากาศเปน็ การ 1. การจัดกระทำและ
พยากรณ์ คาดการณ์ลมฟ้าอากาศท่จี ะเกดิ ขนึ้ สอ่ื ความหมายขอ้ มูล
ในอนาคต โดยมีการตรวจวัด 2. การพยากรณ์
องคป์ ระกอบลมฟ้าอากาศ การ
ส่ือสารแลกเปล่ยี นข้อมูล
องคป์ ระกอบลมฟา้ อากาศระหวา่ ง
พืน้ ทก่ี ารวิเคราะห์ขอ้ มลู และสรา้ ง
คำพยากรณ์อากาศ
1. ตระหนกั ถึง • การพยากรณ์อากาศสามารถ
คณุ คา่ ของการ นำมาใชป้ ระโยชนด์ า้ นต่าง ๆ เชน่
พยากรณ์ การใชช้ ีวิตประจำวนั การคมนาคม
อากาศ การเกษตร การป้องกนั และเฝ้า
2. นำเสนอ ระวงั ภัยพิบตั ทิ างธรรมชาติ
แนวทางการ
ปฏบิ ัติตนและการ
ใช้ประโยชน์จาก
คำพยากรณ์
อากาศ
ตวั ชว้ี ดั สาระสำคญั ดา้ นความรู้ ด้านทัก
(K) (P)
ม.1/6 อธบิ าย ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง 1. อธิบาย
สถานการณ์และ มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยทาง สถานการณ์การ
ผลกระทบการ ธรรมชาติ แตป่ จั จบุ นั การเปล่ียนแปลง เปล่ียนแปลง
เปล่ยี นแปลง ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภูมอิ ากาศโลก
ภมู ิอากาศโลกจาก เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลทำ 2. อธิบายและยก
ขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ ให้ ปริมาณแก๊สเรือนกระจกเพิ่มข้ึน ตวั อย่างผลกระทบ
โดยแก๊สเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อย ของการเปลีย่ นแปลง
ออกมามากที่สุดคือแก๊สคาร์บอนได ภมู อิ ากาศโลกที่มีต่อ
ออกไซด์ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการ ส่งิ มชี วี ิตและ
เปลี่ยนแปลงในวฏั จกั รคาร์บอน สงิ่ แวดล้อม
ม.1/7 ตระหนักถึง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
ผลกระทบของการ กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อสงิ่ มชี ีวิตและ
เปลย่ี นแปลง สิ่งแวดล้อม เช่น การหลอมเหลว
ภูมอิ ากาศโลก โดย ของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของ
นำเสนอแนวทางการ ระดับน้ำทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏ
ปฏิบัติตนภายใต้การ จักรน้ำการเกิดโรคอุบัติใหม่และ
เปล่ยี นแปลง อุบัติซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติทาง
ภมู ิอากาศโลก ธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นมนุษย์จึงควร
เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนภายใต้
สถานการณ์ดังกล่าว ทั้งแนวทาง
การปฏิบัติตนให้เหมาะสมปลอดภัย
และแนวทางการลดกิจกรรมที่ส่งผล
ต่อการเปลีย่ นแปลงภมู อิ ากาศโลก
กษะ ดา้ นคุณธรรม สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ
) (A) ทางวิทยาศาสตร์
• ภ ู ม ิ อ า ก า ศ โ ล ก เ ก ิ ด ก า ร 1. การจัดกระทำและ
เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดย สอื่ ความหมาย
ปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการ 2. การตีความหมาย
เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่าง ข้อมลู และลงข้อสรปุ
รวดเรว็ เนอื่ งจากกิจกรรมของมนุษย์
ในการปลดปลอ่ ยแก๊สเรือนกระจกสู่
บรรยากาศ แก๊สเรือนกระจกที่ถูก
ปลดปล่อยมากที่สุด ได้แก่ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งหมุนเวียน
อยูใ่ นวฏั จกั รคาร์บอน
1. ตระหนักถึง • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก การจดั กระทำและส่อื
ผลกระทบของการ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ ความหมาย
เปลยี่ นแปลง สง่ิ แวดลอ้ ม เช่น การหลอมเหลวของ
ภูมอิ ากาศโลก น้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของระดับ
2. นำเสนอ ทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ
แนวทางการ การเกิดโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ
ปฏิบัตติ นภายใต้ และการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่
การเปลีย่ นแปลง รุนแรงขึ้น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนว
ภูมอิ ากาศโลก ทางการปฏบิ ัตติ นภายใตส้ ถานการณ์
ดังกล่าว ทั้งแนวทางการปฏิบัติตน
ให้เหมาะสมและแนวทางการลด
กิจกรรมทีส่ ง่ ผลต่อการเปลีย่ นแปลง
ภมู อิ ากาศโลก
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวิชา
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 120 ชั่วโมง/ปี
ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาคของสาร
การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสทุ ธิแ์ ละสารผสม สมบตั ิของสารบรสิ ุทธ์แิ ละสารผสม การใช้ความรู้ ทางเคมี
ให้เปน็ ประโยชนต์ ่อการเลอื กใช้สารเคมีในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดย
อาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาประเภทโครงสร้างและหน้าท่ีของสว่ นประกอบภายในเซลล์ส่ิงมีชวี ติ ด้วย
กลอ้ งจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ดว้ ยวิธีการแพร่และการออสโมซิส ศึกษา
การดำรงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การลำเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การ
สืบพันธุ์ของพืช และเทคโนโลยีชีวภาพของพืช ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความร้อนที่มีผลต่อ
การเปลีย่ นแปลงของสาร การถา่ ยโอนความรอ้ น การดูดกลนื และคายความร้อน สมดุลความรอ้ น องค์ประกอบ
ของบรรยากาศ การแบ่งชั้นบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ
ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน
มรสมุ การพยากรณอ์ ากาศ และการเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศของโลก
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม และจรยิ ธรรม
ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11 ม.1/12
ม.1/13 ม.1/14 ม.1/15 ม.1/16 ม.1/17 ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7
รวม 43 ตัวชว้ี ัด
โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
ลำดับ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ จำนวน นำ้ หนกั
ท่ี เรียนรู้/ ตวั ช้วี ัด ชัว่ โมง คะแนน
1 เรียนรู้แบบ - 1. ความสำคัญและความหมายของวทิ ยาศาสตร์ 6 -
นักวทิ ยาศาสตร์ 2. กระบวนการทำงานของนักวทิ ยาศาสตร์
3. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2 หนว่ ยของ ว 1.2 1. การศึกษาเซลล์ดว้ ยกล้องจุลทรรศน์ 12 20
สิ่งมีชีวิต ม.1/1, 2, 3, 4, 5 2. โครงสร้างและหน้าท่ีของเซลล์
3. การแพร่
4. การออสโมซิส
3 การดำรงชวี ติ ของ ว 1.2 1. การสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศ 20 30
พชื ม . 1 / 6 , 7, 8, 9, 2. การสืบพนั ธ์แุ บบไม่อาศยั เพศ
10, 11, 12, 13, 3. การขยายพันธุ์พืชดอก
14, 15, 16, 17, 4. ปจั จยั ที่จำเปน็ ต่อกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง
18 5. ความสำคัญของกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง
6. ธาตอุ าหารของพืช
7. การลำเลยี งในพืช
4 สารรอบตวั ว 2.1 1. สมบัติของสารบรสิ ุทธิ์ 22 20
ม.1/1, 2, 4, 5, 6, 2. จุดเดือดและจดุ หลอมเหลว
7, 8 3. ความหนาแน่นของสารบริสุทธ์แิ ละสารผสม
4. การจำแนกองคป์ ระกอบของสารบริสุทธ์
5. โครงสร้างอะตอม
6. การจำแนกธาตุและการใช้ประโยชน์
สอบปลายภาค 30
รวมตลอดภาคเรยี น 60 100
โครงสร้างรายวิชา
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
ลำดับ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ จำนวน น้ำหนกั
ที่ เรยี นรู้/ ตัวช้วี ดั ชั่วโมง คะแนน
5 พลงั งานความ ว 2.1 1. แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ 28 30
รอ้ น ม.1/9 2. ความร้อนกบั การเปลี่ยนแปลงอุณหภมู ิของสสาร
ว 2.3 3. ความรอ้ นกับการขยายตวั และหดตัวของสสาร
ม.1/1, 2, 3, 4, 4. ความรอ้ นกับการเปลยี่ นสถานะของสสาร
5, 6 5. การถ่ายโอนความรอ้ นในชีวติ ประจำวนั
6. การถา่ ยโอนความร้อนผ่านของแข็ง
7. การถา่ ยโอนความร้อนของของเหลวและแก๊ส
8. การถา่ ยโอนความรอ้ นโดยไม่อาศยั ตัวกลาง
4. สมดุลความร้อน
6 กระบวนการ ว 2.2 1. บรรยากาศ 32 40
เปลย่ี นแปลงลม ม.1/1 2. อุณหภูมิอากาศ
ฟ้าอากาศ ว 3.2 3. ความกดอากาศและลม
ม.1/1, 2, 3, 4, 6 4. ความช้นื
5. เมฆและฝน
6. การพยากรณ์อากาศ
7. พายุ
5. การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
สอบปลายภาค 30
รวมตลอดภาคเรยี น 60 100