The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้อช31001ครั้งที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parpatsiri2519, 2022-05-30 03:51:25

ใบความรู้อช31001ครั้งที่3

ใบความรู้อช31001ครั้งที่ 3

ใบความรู้คร้งั ที่ 2
เรื่องที่ 1 : ความสาคัญและความจาเปน็ ในการขยายอาชพี
การขยายขอบข่ายอาชีพ
หมายถงึ กจิ กรรมอาชีพท่ีมอี ยูส่ ามารถขยายกจิ กรรมที่เก่ยี วข้องและสมั พันธ์ออกไปเปน็ ขอบข่ายอาชีพที่สร้างรายได้ ใช้ทนุ
ทรพั ยากรจากอาชีพหลักให้เกิดคุณคา่ สรา้ งความเข้มแข็งยั่งยนื ในอาชีพได้ เชน่
1. การขยายขอบขา่ ยอาชีพจากการหมนุ เวียนเปลยี่ นรปู ผลิตภัณฑ์ หรือผลพลอยได้ไปสู่กิจกรรมใหม่ เชน่
1.1 สรา้ งธุรกิจแปรรูปหมจู ากฟารม์ สุกรของตนเอง
1.2 สรา้ งธุรกิจปุ๋ยหมกั จากมูลสกุ ร
1.3 สร้างธุรกิจขนมหวานเยลล่จี ากหนังสุกร
2. การขยายขอบขา่ ยอาชพี จากการสรา้ งและพัฒนาเครือข่ายจากอาชีพ เช่น
2.1 แฟรนไชส์ ชายสี่บะหมเ่ี กีย๊ ว
2.2 การสรา้ งเครือขา่ ยนาขา้ วอนิ ทรยี ์
3. การขยายขอบข่ายอาชพี จากการตลาด เช่น
3.1 สวนมะพร้าวนา้ หอมแม่ตุ้ม ศนู ยก์ ลางรบั ซอื และขายส่งมะพร้าวนา้ หอมภายใตก้ ารควบคมุ คุณภาพของ
ตนเอง
4. การขยายขอบขา่ ยอาชพี จากการส่งเสรมิ การท่องเทย่ี ว เช่น
4.1 จัดบริการท่องเทย่ี วพกั ผ่อน กนิ อาหารเกษตรอนิ ทรยี ์ท่ไี ร่สุดปลายฟ้า
4.2 ท่องเทยี่ วชมิ ผลไม้ ชมสวนชาวไร่จนั ทบรุ ี
5. การขยายขอบข่ายอาชีพกับการส่งเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั เช่น
5.1 พกั ฟ้ืนรบั ประทานอาหารธรรมชาตไิ รส้ ารพษิ ปฏบิ ัตธิ รรมกบั Homestay คลองรางจระเข้
6. การขยายขอบขา่ ยอาชีพกับการเรียนรู้ เชน่
6.1 เรียนรู้ระบบนเิ วศความพอเพียงท่ีไรน่ าสวนผสมคุณพิชิต
เรอื่ งท่ี 2 : การขยายอาชพี ในชุมชน ประเทศ และ ภูมภิ าค 5 ทวปี
กลุม่ อาชพี ใหม่
จากการเปลี่ยนแปลงในบริบทโลกทังในสว่ นการรวมกลุ่มทางการเงิน การเปล่ยี นแปลงทางเทคโนโลยอี ยา่ งรวดเร็ว การ
เปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของผ้บู รโิ ภค การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ และ
ประการส้าคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรทางสงั คม ดงั นัน อาชีพในปจั จุบันจะต้องมีการพฒั นาวธิ ีการและ
ศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดบั โลก ซึ่งจะต้องค้านงึ ถงึ บรบิ ทภูมภิ าคหลกั ของโลก หรือ “รู้ศักยภาพเขา” หมายถึง ทวปี
เอเชยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป ทวีปออสเตเลีย ทวปี แอฟริกาและจะต้อง “รู้ศักยภาพเรา” หมายถงึ รู้ศกั ยภาพหลักของ
พนื ทป่ี ระเทศไทย คือศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพนื ท่ี ศกั ยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวถิ ีชวี ิต
ของแตล่ ะพืนที่ และศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ในแตล่ ะพนื ที่ ดงั นนั เพือ่ ให้การประกอบอาชพี สอดคล้องกับศักยภาพ
หลักของพืนที่และสามารถแข่งขันในเวทโี ลก จงึ ได้กา้ หนดกลุม่ อาชพี ใหม่ 5 กลุ่มอาชพี คือ กลุ่มอาชีพใหมด่ า้ นการเกษตร
กลมุ่ อาชีพใหม่ ดา้ นพาณิชยกรรม กลุ่มอาชีพใหมด่ า้ นอตุ สาหกรรม กลุ่มอาชีพใหมด่ ้านความคดิ สร้างสรรค์ และกล่มุ อาชีพ
ใหมด่ ้านบริหารจัดการและบริการ
1. กลุ่มอาชพี ใหม่ด้านการเกษตร คือการพัฒนาอาชีพในด้านการเกษตรเก่ียวกบั การปลูกพืชเลียงสตั ว์ การประมง โดยนา้
องค์ความร้ใู หม่ เทคโนโลยี/นวัตกรรม มาพฒั นาใหส้ อดคล้องกับศักยภาพหลักของพืนที่ คอื ศักยภาพของ
ทรัพยากรธรรมชาติในแตล่ ะพืนท่ี ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและท้าเลท่ีตงั ของแตล่ ะพนื ท่ี ศักยภาพ

ของศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ขี องแตล่ ะพนื ท่ีและศกั ยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ในแตล่ ะพืนที่ อาชีพใหม่ดา้ น
การเกษตร เชน่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่วนเกษตร ธุรกิจการเกษตร เป็นต้น

2. กลมุ่ อาชพี ใหม่ด้านพาณิชยกรรม คอื การพฒั นาหรือขยายขอบขา่ ยอาชีพดา้ นพาณิชยกรรมเชน่ ผใู้ หบ้ ริการจ้าหน่าย
สนิ ค้าทังแบบคา้ ปลกี และค้าส่งให้แกผ่ ้บู ริโภคทงั มหี นา้ รา้ นเป็นสถานทีจ่ ัดจ้าหน่าย เชน่ ห้างร้าน ห้างสรรพสินคา้ ซุปเปอร์
สโตร์ รา้ นสะดวกซือ และการขายท่ีไม่มหี นา้ ร้าน เช่น การขายผา่ นสอื่ อิเล็กทรอนิกส์
3. กลมุ่ อาชีพใหม่ด้านอตุ สาหกรรม คือการพัฒนาอาชีพที่อาศัยองคค์ วามรู้ เทคโนโลย/ี นวตั กรรม อาชพี เกี่ยวกับงานช่าง
ซึ่งได้แกช่ า่ งไฟฟา้ ช่างไม้ ช่างยนต์ ช่างประปา ชา่ งปนู และชา่ งเชือ่ มให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของตลาดในประเทศ
และตา่ งประเทศและศักยภาพหลักของพนื ท่ี เช่น ผู้ผลิตชนิ สว่ นอเิ ลคทรอนิกสเ์ ครื่องใช้ไฟฟ้า หรอื อุปกรณอ์ เิ ลคทรอนกิ ส์
โดยท่ัวไป เช่น IC PCB ผปู้ ระกอบรถยนตแ์ ละยานยนตป์ ระเภทตา่ ง ๆ ผ้ผู ลิต ตัวแทนจา้ หนา่ ยหรอื ผปู้ ระกอบชินส่วนหรือ
อะไหลร่ ถยนต์ ผ้ใู หบ้ ริการซ่อมบ้ารงุ รถยนต์ ผจู้ ดั จ้าหนา่ ยและศนู ย์จ้าหน่ายรถยนต์ทังมือหนงึ่ มือสอง ผู้ผลติ และจา้ หน่าย
เครอ่ื งจักรและเครื่องมือทุกชนดิ เช่น เครอ่ื งจักรกลหนัก เครอ่ื งจักรกลเบา ผลติ อปุ กรณ์หรือส่วนประกอบพนื ฐานของ
เคร่อื งใช้ไฟฟา้ ต่าง ๆ เช่น สายไฟ หลอดไฟ ฉนวนไฟฟา้ มอรเ์ ตอรต์ ่าง ๆ การผลติ อลูมิเน่ยี ม ผลติ และตัวแทนจ้าหน่าย
ผลิตภัณฑเ์ หลก็ สเตนเลส ผผู้ ลิตจ้าหนา่ ยวสั ดกุ ่อสร้าง วัสดตุ กแต่ง สุขภัณฑ์ การกอ่ สร้าง อาคาร หรือ ที่อยู่อาศัย
4. กลมุ่ อาชพี ใหม่ดา้ นความคิดสร้างสรรค์ทา่ มกลางกระแสการแข่งขนั ของโลกธุรกจิ ที่ไร้พรมแดนและการพฒั นาอยา่ งกา้ ว
กระโดดของเทคโนโลยีการสือ่ สารและการคมนาคม การแลกเปล่ยี นสินค้าจากทหี่ น่งึ ไปยังอีกสถานที่ท่ีอยหู่ ่างไกลนันเปน็
เรื่องง่ายในปจั จุบนั เม่อื ข้อจ้ากดั ของการขา้ มพรมแดนมใิ ช่อปุ สรรคทางการค้าตอ่ ไป จงึ ท้าใหผ้ ู้บริโภคหรือผู้ซอื มีสทิ ธเิ ลือก
สินคา้ ใหมไ่ ด้อยา่ งเสรีทังในดา้ นคุณภาพและราคา ซึ่งการเรียนรแู้ ละพฒั นาสนิ คา้ และบริการตา่ ง ๆ ทมี่ ีอยู่ในตลาดอยู่แลว้
ในยคุ โลกไร้พรมแดนกระทา้ ไดง้ า่ ย ประเทศทม่ี ีตน้ ทุนการผลติ ตา้่ เชน่ ประเทศจนี อนิ เดีย เวยี ดนาม และประเทศในกลุ่ม
ยุโรปตะวันออก จะมีความได้เปรียบในการแขง่ ขันด้านราคา ดว้ ยเหตุนปี ระเทศผ้นู า้ ทางเศรษฐกิจหลายประเทศจึงหนั มา
ส่งเสรมิ การดา้ เนนิ นโยบายเศรษฐกจิ สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสนิ คา้ และบริการใหม่ ๆ และหลกี เลยี่ งการผลิตสินคา้ ท่ตี ้องต่อสู้
ด้านราคา โดยหลกั การของเศรษฐกจิ สร้างสรรค์คือแนวคิดหรอื แนวปฏบิ ตั ิท่ีสรา้ ง/เพิ่มมูลค่าของสินค้าและบรกิ ารไดโ้ ดยไม่
ต้องใช้ทรัพยากรมากนัก แตใ่ ชค้ วามคดิ สตปิ ญั ญา และความสรา้ งสรรคใ์ ห้มากขนึ ทศิ ทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ

สังคมแห่งชาตฉิ บับท่ี 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) ได้ก้าหนดยุทธศาสตร์การปรบั โครงสรา้ งเศรษฐกิจสู่การเจรญิ เตบิ โต
อย่างคุณภาพและยง่ั ยืน ให้ความสา้ คญั กบั การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจบนฐานความรู้ ความคดิ สรา้ งสรรค์และภมู ปิ ญั ญา
ภายใตป้ จั จัยสนับสนนุ ท่เี ออื อ้านวยและระบบการแข่งขันทีเ่ ปน็ ธรรมเพือ่ สร้างภูมิค้มุ กนั ให้กับประเทศ มงุ่ ปรบั โครงสร้าง
และการลงทนุ ให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของตลาดทังภายในและตา่ งประเทศ สรา้ งมูลค่าเพิม่ ใหก้ บั สาขาบรกิ ารที่มี
ศักยภาพบนพืนฐานของนวัตกรรมและความคดิ สรา้ งสรรค์ พฒั นาธรุ กิจสร้างสรรคแ์ ละเมืองสรา้ งสรรค์ เพมิ่ ผลผลติ ของ
ภาคเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มดว้ ยเทคโนโลยแี ละกระบวนการผลิตท่ีเป็นมติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม พัฒนาภาคอุตสาหกรรมสู่
อตุ สาหกรรมฐานความรู้เชิงสรา้ งสรรคแ์ ละเปน็ มติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม พัฒนาโครงสรา้ งพืนฐานและระบบโลจสิ ติกส์ สรา้ ง
ความม่นั คงดา้ นพลังงานควบค่ไู ปกับการปฏิรปู กฎหมายและกฎระเบยี บต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจและการบรหิ ารจดั การ
เศรษฐกิจส่วนรวมอย่างมปี ระสิทธิภาพเพ่อื ให้เปน็ ฐานเศรษฐกจิ ของประเทศที่เข้มแข็งและขยายตวั อย่างมีคณุ ภาพ
กลุ่มอาชีพใหม่ดา้ นความคิดสร้างสรรค์ จงึ เปน็ อาชีพท่อี ยู่บนพืนฐานของการใชอ้ งค์ความร(ู้ Knowledge) การศกึ ษา
(Education) การสร้างสรรคง์ าน (Creativity) และการใช้ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา(Intellectual Property) ทีเ่ ชือ่ มโยงกับ
พนื ฐานทางวฒั นธรรม (Culture) การสัง่ สมความรู้ของสังคม (Wisdom)และเทคโลโลย/ี นวัตกรรมสมยั ใหม่
(Technology and Innovation) (อาคม เติมพทิ ยาไพสฐิ , 2553) ดงั นัน กลุ่มอาชีพใหมด่ ้านความคดิ สรา้ งสรรค์ จงึ เป็น
การต่อยอดหรือการพัฒนาอาชพี ในกลมุ่ อาชีพเดิม คือ กลมุ่ อาชีพเกษตรกรรม กลมุ่ อาชพี อตุ สาหกรรม กลุ่มอาชีพพา
ณิชยกรรม กลุ่มอาชพี คหกรรม กลมุ่ อาชีพหตั ถกรรมและกลมุ่ อาชีพศิลปกรรมกลมุ่ อาชีพใหมด่ า้ นความคิดสรา้ งสรรค์ เช่น
แฟชั่นเสือผา้ เคร่ืองประดับ เครือ่ งสา้ อาง ทรงผมสปาสมุนไพร การออกแบบสือ่ /ภาพยนตร์/โทรทัศน์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
เฟอรน์ เิ จอร์ วสั ดุกอ่ สรา้ งแบบประหยัดพลงั งาน เซรามิก ผา้ ทอ จกั สาน แกะสลกั รถยนตพ์ ลังงานทางเลือก ขาเทยี ม
หุน่ ยนตเ์ พอื่ คนพิการการท่องเทีย่ วเชิงวฒั นธรรม ตลาดนา้ อโยธยา เป็นตน้
5. กลุม่ อาชีพใหม่ดา้ นบริหารจดั การและบริการ เชน่ ธรุ กิจบรกิ ารทอ่ งเทย่ี ว ธรุ กิจบรกิ ารสขุ ภาพ ธุรกจิ บรกิ ารโลจสิ ติกส์
ธรุ กจิ ภาพยนต์ ธุรกิจการจดั ประชุมและแสดงนทิ รรศการ บริการทป่ี รกึ ษาด้านอสังหารมิ ทรัพย์ ท่ปี รึกษาทางธุรกจิ งาน
อาชพี ใหมท่ ัง 5 กลุ่ม ในอนาคตจะมีการเตบิ โตทางธุรกิจมากขึน จงึ มีความต้องการเจ้าหน้าท่ี บุคคล พนักงาน เพื่อควบคุม
และปฏบิ ัตงิ านท่ีมคี วามรู้ ความสามารถ และทักษะฝีมอื เปน็ จา้ นวนมาก

การขยายอาชีพระดับโลก
หากเราจะมองไปท่ีประเทศมหาอา้ นาจทางเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ สหรฐั อเมรกิ า อังกฤษ ฝร่ังเศส เยอรมันญป่ี นุ่ ซงึ่ เป็นนักคิด
นกั พัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เชน่ อุตสาหกรรมรถยนต์ อตุ สาหกรรมเคมีอุตสาหกรรมอเิ ลคทรอนิกส์ และอืน่ ๆ ล้วน
แต่ท้าลายสิง่ แวดลอ้ ม ประเทศมหาอ้านาจเหลา่ นีจงึ ขยายขอบขา่ ยการผลิตออกไปยงั ประเทศท่ีคา่ จา้ งแรงงานต้า่ และหัน
กลบั มาอนรุ ักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งิ แวดล้อม สรา้ งความสวยงามให้กับบ้านเมือง และชนบท สรา้ งเศรษฐกจิ จากการ
ทอ่ งเที่ยว หันมาพัฒนาการผลิตอาหาร พืช ผกั ผลไม้ เนือสตั ว์ ในระบบเกษตรอนิ ทรยี ์ที่มคี วามปลอดภยั และคุณภาพสูง
เพ่อื สรา้ งพืนฐานสุขภาพชีวิตประชาชนของเขาให้อยดู่ มี ีสขุ สกู่ ารมีปญั ญาอันลา้ เลิศ
เรื่องท่ี 3 : การขยายกระบวนการจัดการงานอาชีพในชุมชน

๑.๓ การขยายกระบวนการจดั การงานอาชีพในชมุ ชน

1. การกา้ หนดแนวทางขยายอาชีพ
1.1 เหตุผลการขยายขอบข่ายอาชีพ
เหตผุ ลความจา้ เป็นในอาชีพที่กลา่ วไว้ในเบอื งตน้ สามารถสรุปเหตผุ ลของการขยายขอบขา่ ยอาชพี ได้
ดังนี
1. สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกจิ
2. สภาพแวดลอ้ มทางสังคม
3. สภาพแวดล้อมทางวฒั นธรรม
4. สภาพแวดลอ้ มทางส่งิ แวดล้อม
ในการปฏบิ ตั ิเหตผุ ลในการขยายขอบข่ายอาชีพ ในแต่ละสภาพแวดล้อมนนั ไม่อสิ ระตอ่ กนั แต่มี
ความเชอ่ื มโยงผกู พนั กนั และเปน็ ไปเพื่อการเพิ่มรายได้ของอาชีพหลกั ท่จี ะผลติ ผลมาหมุนเวียนเปล่ียนรูปสรา้ ง
มลู คา่ เพ่ิม ดังตวั อย่างตามแผนภมู ินี
1.2 ความคดิ รวบยอดของหลักการขยายอาชีพ
ในการก้าหนดแนวทางขยายอาชีพ เราควรสรปุ กจิ กรรมหลักของการขยายอาชีพใหม้ องเหน็ ชัดเจน
เป็นความคดิ รวบยอดทป่ี ระกอบดว้ ย ปจั จัยนา้ เขา้ เพื่อการขยายอาชีพ คอื อะไร กระบวนการผลิตทา้ อย่างไร
และสุดทา้ ยจะเกดิ อะไรขนึ ดังตัวอย่างนี
ใชย้ อดและหัวมันเทศไม่ไดม้ าตรฐาน มาแปรรปู เป็นอาหารใหห้ มกู นิ ใช้เวลาเลยี งไมเ่ กิน 4 เดอื นจะได้น้าหนกั
เฉล่ยี ตวั ละ 90 กก.
1.3 วเิ คราะหพ์ อเพียงในการดา้ เนินงาน
เปน็ กจิ กรรมต่อเน่ืองจากผู้เรยี น สามารถหาเหตผุ ลและสร้างความคิดรวบยอดได้ แล้วน้าความเขา้ ใจ
มาวิเคราะห์หาปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างตวั แปรการผลิต ประกอบดว้ ย ผลผลิตท่จี ะทา้ การลดต้นทุน และตัวแปร
ความพอเพียงที่ประกอบด้วยความมีเหตผุ ล ความพอเพยี ง ภูมิคุม้ กัน ความรอบรแู้ ละคุณธรรม ผลการวิเคราะหจ์ ะท้าให้
มองเห็นส่ิงที่เกดิ และส่ิงท่จี ะต้องท้าในขอบเขตของความพอเพียง ดังนี
ตัวอยา่ ง : ตารางแสดงผลการวเิ คราะหห์ าปฏิสัมพันธร์ ะหว่างตัวแปรกจิ กรรมขยายอาชพี กบั ตัวแปรเศรษฐกจิ
พอเพียง
1.4 การกา้ หนดแนวทางขยายอาชีพ
หลงั จากน้าความคิดรวบยอดการขยายขอบขา่ ยอาชีพมาวเิ คราะหค์ วามพอเพียงในการด้าเนนิ การ
จะท้าใหเ้ ราเห็นสภาพปฏสิ มั พันธ์ ระหว่างตัวแปรการผลติ กบั ตัวแปรปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงท่จี ะบอกให้เรารู้
วา่ ความคดิ การขยายอาชพี เหมาะสมทีจ่ ะท้าหรือไม่จากตวั อยา่ งการวเิ คราะห์เราจะพบว่าตวั แปรทางปรัชญา

เศรษฐกจิ พอเพยี งจะควบคุมความคิดของเราให้อยใู่ นขอบข่ายที่เหมาะสมมภี มู ิคุ้มกัน โอกาสประสบความสา้ เรจ็ มสี งู การ
ก้าหนดแนวทางของอาชีพ จึงอาศัยความรู้ที่ได้จากผลการวิเคราะหม์ ากา้ หนดโดยใชว้ งจร I-P-O(ปัจจยั น้าเข้า-
กระบวนการ-ผลผลิต) เปน็ ฐานในการก้าหนดแนวทางขยาย อาชีพดังตัวอย่างนี จากแนวทางการขยายอาชพี ดงั กลา่ วนี
จะท้าให้เรามองเหน็ ภาพชวี ติ ของงานอยา่ งแจม่ ชัดดว้ ยตนเองสามารถน้าไปสู่การเรยี นรู้เพื่อการขยายขอบข่ายอาชีพสู่
ความเขม้ แข็ง ยง่ั ยนื ต่อไป
1.5 การจัดการความรู้
กรอบความคดิ การจดั การความรู้
จากรปู สามารถอธบิ ายไดว้ ่า การจัดการความรู้เป็นรูปแบบที่มีองค์ประกอบรว่ ม คือองค์กรหรอื บุคคล
ในการประกอบอาชีพ กรอบความรขู้ องอาชพี และการปฏิบัตกิ ารอาชีพท่มี ีเป้าหมายสรา้ งความเข้มแขง็ มน่ั คง
ย่ังยืนใหก้ บั อาชพี ดังนนั การประกอบอาชีพจงึ มีความจ้าเป็นทจี่ ะต้องพัฒนากรอบความรขู้ องตนเองให้ยกระดบั ความรู้
พอเพยี งทีจ่ ะใชป้ ฏิบตั ิการ สร้างอาชีพสู่ความเข้มแข็งย่ังยืนของกลุ่มอาชีพจากสาระข้างต้นอาจจะสรุปรปู แบบการจดั การ
ความรไู้ ดเ้ ปน็ 2 ขนั ตอน คือ
1. การยกระดบั ความรขู้ องการประกอบอาชีพ
2. การปฏบิ ัติการใชค้ วามรูส้ รา้ งความเข้มแข็ง ม่นั คง ย่ังยืน ให้อาชีพ (จะกล่าวในบทตอ่ ไป)
การยกระดบั ความรู้ของการประกอบอาชีพ เปน็ กิจกรรมจดั การกรอบความรู้ของการประกอบอาชีพ
ใหย้ กระดับความรู้สงู ขึนเป็นระยะ ๆ อยา่ งต่อเน่ือง เพ่ือใช้ปฏิบัติการในระบบของธุรกิจอาชีพให้เกดิ ความ
เข้มแข็ง ย่งั ยืน ซึง่ ประกอบดว้ ยกิจกรรมไมน่ ้อยกว่า 5 กิจกรรม คือ
1. กา้ หนดหัวข้อความรูเ้ พือ่ ใชพ้ ัฒนาธุรกิจอาชพี วา่ ควรจะมหี วั ข้อความรู้อะไรบา้ ง ทส่ี ามารถ
ครอบคลุมใชพ้ ัฒนาการดา้ เนินสู่ความเข้มแข็งมัน่ คงย่งั ยนื ได้
2. การแสวงหาความรู้ เป็นกิจกรรมตอ่ เนื่องจากการระบหุ ัวขอ้ ความรู้ คณะท้างานของกลมุ่ อาชพี
จะตอ้ งปฏิบตั ิการสืบค้นขอ้ มลู สารสนเทศจากภมู ิปญั ญาในกล่มุ อาชีพและแหลง่ ความรู้ตา่ ง ๆ โดยใช้
กระบวนการ ดังนี
3. การแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ เพื่อสรปุ แนวทางการพฒั นาเปน็ กิจกรรมท่ีใหค้ ณะท้างานแยกกันไป
แสวงหาความรู้ ท้าผลสรุปความรู้ หลักฐานรอ่ งรอยตา่ ง ๆ มาน้าเสนอแลกเปล่ยี นเรียนรู้และร่วมกนั สรปุ จัดเข้า
ระบบงานทเี่ ป็นรูปแบบแนวทางเพื่อการพฒั นา
4. การประยุกต์ใช้ความรู้ เปน็ กจิ กรรมต่อเนือ่ งจากการแลกเปล่ียนเรยี นรดู้ ้วยการนา้ รูปแบบแนวทาง
มาทดลองประยุกต์ใช้ความรู้ ความจรงิ บนั ทกึ ผลการทดลอง ทดลองซ้า จนมั่นใจในข้อมูล นา้ ผลการทดลองที่ได้
แลว้ ประเมินสรปุ ผล
5. การสรุปองคค์ วามรู้ เปน็ การน้าข้อมูลสารสนเทศ ผลสรปุ การทดลองมาเขียนเปน็ เอกสารคมู่ ือ
ดา้ เนนิ งานที่ประกอบด้วย

1) ภาพรวมระบบของงาน
2) ระบุคุณภาพและมาตรฐานของผลผลิตทต่ี ้องเกิดขึน
3) ระบกุ ิจกรรมแสดงขนั ตอนการจดั การปฏบิ ัติการใชภ้ าษาทีร่ ัดกุม สามารถเรยี นรทู้ า้ ตามได้
4) ระบุปัจจัยดา้ เนนิ งานและมาตรฐานทตี่ ้องการเอกสารคู่มือด้าเนินงานหรอื องค์ความรู้ จะเปน็ เอกสารความรู้ใช้
ด้าเนนิ งานและควบคุมการท้างานใหเ้ กดิ คณุ ภาพได้ จึงเป็นความรทู้ ่ีถูกยกระดับใหส้ ูงขนึ เปน็ ระยะ ๆ อยา่ งต่อเนอ่ื ง ใช้
ปฏิบัตกิ ารสร้างความส้าเรจ็ ความเขม้ แขง็ ม่นั คง ยงั่ ยืน ให้กลุ่มอาชีพ

เรื่องที่ 4 : คุณธรรม จรยิ ธรรม
คุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ คุณธรรมในการประกอบอาชพี คือ ส่งิ ที่ควรประพฤติปฏบิ ัตเิ พ่ือใหเ้ กดิ คณุ งามความดี ย
เพอ่ื ใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏิบัตงิ านใหร้ าบรืน่ ดงั นี
1. ความรับผดิ ชอบ คือ การรับรูแ้ ละส้านึกในการกระทา้ ของตนอย่างเต็มใจ
2 .ความมีระเบียบวนิ ัย คอื การปฏิบัตงิ านตนตามขอ้ กา้ หนด ค้าสง่ั ขอ้ บังคับทเ่ี กีย่ วข้องกับการท้างาน
3. ความเสยี สละ หมายถึง การยอมเสียส่งิ ทเี่ ป็นของตนเองเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผอู้ น่ื หรอื สังคม
4. ความสามคั คี คือ ความพร้อมเพรยี งของหมู่คณะ ซ่งึ ในการปฏบิ ัติงานใดๆ จะส้าเรจ็ ลุล่วงได้ดีนนั จะต้องเกิดความสามคั คี
5. ความซอื่ สตั ยส์ จุ ริต คือ การปฏบิ ัติงานอย่างตรงไปตรงมา ทังทางกายทางวาจา และทางใจ ไม่คดโกงเอาเปรียบ
จริยธรรมในการประกอบอาชีพ

จริยธรรมในการประกอบอาชพี คือ หลักธรรมที่ควรประพฤติปฏบิ ัตหิ รือใชเ้ ปน็ แนวทางในการดา้ เนนิ ชีวติ
สปั ปรุ สิ ธรรม 7 (ธรรมของคนดี) หรือธรรมท่ที ้าใหบ้ ุคคลเปน็ สัตบุรษุ เป็นธรรมของคนดี
อทิ ธบิ าท 4 (ธรรมสู่ความสา้ เร็จ) หลักธรรมในการส่งเสริมใหเ้ กิดความสา้ เรจ็
พรหมวิหาร 4 (ธรรมประจา้ ใจทีท่ ้าให้เป็นพรหม) พรหมวิหาร 4 หลกั ธรรมในการส่งเสริมให้เกดิ ความสา้ เร็จ ธรรมทีบ่ ุคคล
โดยเฉพาะหวั หนา้ หรือผ้นู า้ ควรมีไว้ประจา้ ใจในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิใหเ้ สมอด้วยพรหม
สติสมั ปชญั ญะ คือ ความรูใ้ นตัวขณะทท่ี ้า พูด หรือคดิ สิ่งใดสิง่ หนึง่ และระลึกถงึ สง่ิ ต่างๆ
ความสา้ คญั ของคุณธรรมจริยธรรม

คุณธรรมเปน็ ส้านึกภายในของบคุ คลท่ีจะทา้ ดเี พอื่ ประโยชน์ของตน ผอู้ ่ืน และสังคม ผู้ทถ่ี อื ยดึ คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการประกอบ
ด้าเนินชวี ิตจะเป็นผ้ทู ี่มสี ติ โดยคุณธรรมและจริยธรรมมีความส้าคัญ ดังนี
1. ชว่ ยให้บคุ คลด้าเนินชีวติ เปน็ ไปด้วยราบรืน่ และสงบสุข
2. ช่วยใหบ้ ุคคลมีสติ
3. ชว่ ยสรา้ งความมรี ะเบยี บ
4. ช่วยใหเ้ กิดกานา้ ความรูแ้ ละประสบการณ์มาสรา้ งสรรคใ์ นสง่ิ ทม่ี ีคุณค่า
ความส้าคญั ของคณุ ธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ

คณุ ธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ คือ สงิ่ ท่ชี ว่ ยควบคุมพฤติกรรมของบุคคลในการประกอบอาชีพ โดยการค้านึงถึง
ขึนกบั ตนเองและผู้อนื่ หรือไม่ใช่ความรู้ความสามารถไปท้าทไ่ี ม่ถกู ต้อง จึงทา้ ให้เกดิ ผลเสียต่อตนเอง
1. ช่วยให้ชวี ิตดา้ เนนิ ไปดว้ ยความราบรน่ื และสงบ
2. ช่วยให้มสี ตสิ มั ปชัญญะอยู่ตลอดเวลา
3. ช่วยสร้างความมีระเบียบวนิ ยั ให้แกบ่ คุ คลในชาติ
4. ชว่ ยควบคุมไมใ่ ห้คนช่ัวมีจา้ นวนมากขึน
5. ช่วยให้มนษุ ยน์ า้ ความรู้และประสบการณ์มาสร้างสรรคแ์ ต่สิง่ ที่มคี ุณค่า
6. ชว่ ยควบคุมความเจริญทางดา้ นวตั ถุและจิตใจของคนให้เจริญไปพร้อม ๆ กัน

ทีม่ า : https://sites.google.com/site/kahftgtrtr464878/bth-thi4/khun-thr-rmelea-criythrrm-ni-kar-prakxb-xachiph

ทม่ี า: https://sites.google.com/dei.ac.th/op31001lp/home

ท่มี า :https://lkbnfe-op31001.blogspot.com/2018/01/blog-post_65.html


Click to View FlipBook Version