โครงงาน
เร่ือง โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
คณะผู้จดั ทา
นายประมวล ราชบรรเทา
นายนฤดล ชยั ที
นายศริ ิศกั ดิ์ ละอองศรี
อาจารย์ทป่ี รกึ ษา
นายเฉลิมพลทาปลดั
โครงงานนีเ้ ปน็ ส่วนหนง่ึ ชองการศกึ ษาวชิ าชา่ งก่อสร้าง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2559
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพบิ ลู ย์รกั ษ์
สานกั งาน กศน.จงั หวัดอดุ รธานี
สานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร
2
โครงงาน
เรือ่ ง โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม สาขาวชิ า ชา่ งก่อสรา้ ง
ผจู้ ัดทา
นายประมวล ราชบรรเทา
นายนฤดล ชยั ที
นายศริ ศิ ักดิ์ ละอองศรี
ครูทป่ี รึกษา นายเฉลิมพล ทาปลัด
ตาแหน่ง ครูประจากลุ่ม สาขาก่อสร้าง
สถานศึกษา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพบิ ลู ย์รกั ษ์
สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ปกี ารศกึ ษา 2559
ก3
กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานเร่ืองโคมไฟจากกระบอกไมไ้ ผ่สาเร็จขึน้ ไปไดด้ ว้ ยดเี น่ืองจากผู้จัดทาได้รับความอนุเคราะห์จาก
ครูประจากลุ่มสาขาก่อสร้าง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพิบูลย์รักษ์ คือคุณครู
เฉลมิ พล ทาปลดั ท่คี อยให้คาแนะนา ใหค้ วามรแู้ ละชแ้ี นะทางในการดาเนนิ กิจกรรม ตลอดจนแนะนาสนับสนุน
เอกสาร ตา่ งๆในการดาเนนิ กิจกรรมจนประสบความสาเรจ็
อกี ท้ังขอขอบคุณ คุณครูสุรพงษ์ โสสะสุนทร ท่ีคอยสนับสนุนและช่วยเหลือเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องมือ
ในการทาฐานโคมไฟท้ายสุดนี้ผู้จัดทาโครงงานเรื่องโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ จึงขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่
ใหก้ ารสนบั สนนุ เป็นอย่างดีไว้ ณ ทน่ี ้เี ปน็ อย่างสูงและผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อ
การศึกษาการทาโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ของผู้สนใจต่อไป
คณะผู้จดั ทา
ข4
หัวข้อโครงงาน : โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
ประเภทของโครงงาน : โครงงานสิ่งประดิษฐ์
ผ้เู สนอโครงงาน : นายนายประมวล ราชบรรเทา นกั ศึกษาสาขาก่อสรา้ ง
นายประมวล ราชบรรเทา
นายนฤดล ชยั ที
นายศิรศิ ักดิ์ ละอองศรี
ครูทีป่ รึกษาโครงงาน : นายเฉลมิ พล ทาปลดั
ปีการศกึ ษา : 2559
บทคดั ยอ่
การจัดทาโครงงานในครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือของเคร่ืองใช้ในบ้านจาก
ทรัพยากรธรรมชาติภายในท้องถ่ินและการนาทรัพยากรธรรมชาติภายในท้องถ่ินมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากข้ึน
ซึ่งจากการท่ีได้ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับทรัพยากรธรรมชาติภายในท้องถ่ินของอาเภอพิบูลย์รักษ์แล้วพบว่า
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีคุณค่าและพบมากที่สุดในท้องถ่ิน คือ ไม้ไผ่ และจากการที่ได้ศึกษาคุณสมบัติของไม้ไผ่
แต่ละประเภท มีผลทาให้รู้ข้อมูลของไม้ไผ่ว่า ไม้ไผ่เป็นไม้ยืนต้นและมีคุณสมบัติเป็นไม้ที่เหนียวและมีความ
แข็งแรง ก่ิงไม้ไผ่มีสมบัติที่เหนียว ซ่ึงสามารถนาไปประดิษฐ์เป็นของใช้และของตกแต่งบ้านได้ ผู้จัดทาจึงได้คิด
นาทรัพยากรธรรมชาติภายในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และทาให้มีคุณค่ามากข้ึน โดยศึกษาการจัดทาโคม
ไฟจากทรัพยากรทาง ธรรมชาติ คือ การนาส่ิงส่วนประกระบอกของต้นไผ่ มาจัดทาเป็นโคมไฟ ผลการจัดทา
โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ พบว่าเป็นโคมไฟท่ีทามาจากวัสดุธรรมชาติในท้องถ่ิน โคมไฟมีความสวยงามสามารถ
นาไปเป็นของประดับตกแต่งภายในบ้าน ตามโต๊ะทางาน นอกจากน้ียังสามารถนาโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ ไป
เปน็ ของใชภ้ ายในบ้านไดด้ ้วย เพราะเม่ือนาโคมไฟไปใช้งานแล้วพบว่า โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่สามารถให้แสง
สว่างท่ีเพียงพอในที่มืดหรือในเวลากลางคืนอาจเป็นบริเวณท่ีไม่กว้างมากนัก เช่น บนโต๊ะทางาน บนหัวเตียง
หรอื ตามมุมต่างๆของบ้าน เป็นตน้
5
บทที่ 1
บทนา
ทมี่ าและความสาคัญของโครงงาน
โคมไฟเป็นของใช้และของตกแต่งท้ังภายในบ้านและภายนอกบ้าน ซ่ึงโคมไฟเป็นส่ิงที่อานวยความ
สะดวกให้เราสามารถมองเห็นในท่ีมืดได้ เพราะโคมไฟเป็นส่ิงที่ให้แสงสว่างในเวลากลางคืนหรือแม้แต่ในท่ี
มดื จงึ ถอื ไดว้ า่ โคมไฟเปน็ ของใช้ที่จาเปน็ อย่างในชีวติ ประจาวัน โคมไฟมีสองอยลู่ กั ษณะ คือ โคมไฟแบบตั้งโต๊ะ
และแบบแขวน ซึ่งโคมไฟแบบต้ังโต๊ะเป็นโคมไฟท่ีใช้ภายในบ้านและวางไว้ตามจุดต่างๆของบ้าน อาจจะวางไว้
บนโตะ๊ หรือบนโต๊ะทางาน เพื่อให้บริเวณนน้ั มีแสงสว่างทเ่ี พียงพอ นอกจากโคมไฟจะให้แสงสว่างแล้ว โคมไฟยัง
ใช้เป็นของประดบั และตกแตง่ ภายในบา้ น ซึง่ จะทาให้บริเวณนั้นเกิดความสวยงามอีกดว้ ย
เน่ืองจากได้ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับทรัพยากรธรรมชาติภายในท้องถ่ินของอาเภอพิบูลย์รักษ์แล้วพบว่า
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีคุณค่าและพบมากที่สุดในท้องถิ่น คือ ไม้ไผ่ และจากการท่ีได้ศึกษาคุณสมบัติของไม้ไผ่
แต่ละประเภท มีผลทาให้รู้ข้อมูลของไม้ไผ่ว่า ไม้ไผ่เป็นไม้ยืนต้นและมีคุณสมบัติเป็นไม้ที่เหนียวและมีความ
แข็งแรง ก่ิงไม้ไผ่มีสมบัติท่ีเหนียว ซึ่งสามารถนาไปประดิษฐ์เป็นของใช้และของตกแต่งบ้านได้ ผู้จัดทาจึงได้คิด
นาทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในทอ้ งถ่นิ มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์และทาให้มีคุณคา่ มากขึน้
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทาจึงได้คิดท่ีจะจัดทาโคมไฟจากก ระบอกไม้ไผ่ เพราะต้นไผ่เป็น
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสามารถหาได้ง่ายภายในท้องถิ่น จากการที่ได้ศึกษาข้อมูลและคุณสมบัติทั้งข้อดีและ
ขอ้ เสียของตน้ ไผ่ พบวา่ ไมไ้ ผ่เปน็ ไมย้ ืนตน้ และมคี ณุ สมบัติเปน็ ไมท้ ีเ่ หนียวและมีความแข็งแรง ก่ิงไม้ไผ่มีสมบัติท่ี
เหนยี ว ซง่ึ สามารถนาไปประดษิ ฐ์เป็นของใชแ้ ละของตกแต่งบ้านได้อีกมากมาย เพื่อทาให้ทรัพยากรในท้องถ่ินมี
ประโยชนแ์ ละมีคณุ ค่ามากข้นึ
วัตถุประสงค์
1. เพือ่ ประดษิ ฐ์โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
2. เพ่ือประดษิ ฐ์ของใช้และของตกแต่งบ้านจากทรพั ยากรธรรมชาติภายในท้องถ่ิน
3. เพอ่ื นาทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ คว้า
1. ส่ิงประดษิ ฐจ์ ากวสั ดธุ รรมชาติภายในท้องถิน่ ของอาเภอท่าปลา
2.โคมไฟจากทรัพยากรธรรมชาตหิ รอื โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
ระยะเวลาในการศกึ ษาคน้ คว้า
วนั ท่ี 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 – วนั ที่ 10 สงิ หาคม พ.ศ. 2559
6
สถานทท่ี ท่ี าการศกึ ษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ตาบลดอนกลอยอาเภอพบิ ลู ยร์ ักษ์
งบประมาณ
500 บาท
ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
1.ไดโ้ คมไฟจากโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
2.ไดป้ ระดิษฐ์ของใช้และของตกแต่งบ้านจากทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในทอ้ งถิ่น
3.ไดน้ าทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในท้องถน่ิ มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
7
บทที่ 2
เอกสารและโครงงานที่เก่ียวข้อง
โคมไฟฟ้า
โคมไฟฟ้าทาหน้าท่ีบังคับทิศทางแสงของหลอดให้ไปในทิศทางท่ีต้องการ โคมไฟฟ้ามีใช้กันมากมาย
หลายชนิดขึ้นอยู่กับการใช้งาน สาหรับโคมไฟฟ้ากับการประหยัดพลังงาน ในที่น้ีจะกล่าวถึงโคมไฟฟ้าท่ีใช้
ภายในอาคาร เพราะมีการนามาใช้งานกันมาก จาเป็นต้องเลือกโคมไฟฟ้าท่ีสามารถประหยัดพลังงานและมี
คุณภาพทีด่ ี
1. ปัจจัยทคี่ วรพจิ ารณาในการเลอื กโคมไฟฟา้
1.1 ความปลอดภัยของโคม
โคมไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ด้วย เช่น ต้องไม่มีคมจน
อาจเกดิ อันตราย ตอ้ งมีระบบการตอ่ ลงดินในกรณีที่ใช้กับฝ้าสงู เพ่ือไมเ่ ป็นอันตรายกบั คนทม่ี าเปลยี่ นหลอด
1.2 ประสทิ ธภิ าพของโคมไฟฟา้ (Luminaire efficiency)
โคมไฟฟา้ ท่ีประหยัดพลังงานหมายถงึ โคมท่ีมปี ระสทิ ธิภาพของโคมสูงทีส่ ุด คือ ใหป้ รมิ าณแสงออกมา
จากตัวโคมเม่ือเทียบกับปริมาณแสงท่ีออกจากหลอดใหม้ ีคา่ สงู ที่สดุ
1.3 คา่ สมั ประสิทธ์ิการใชง้ านของโคมไฟฟา้ (Coefficients of Utilization)
ค่าท่ไี ด้จากการวดั ประสิทธิภาพของโคม โดยท่รี วมผลของความสูงและสัมประสทิ ธิของการสะท้อนของ
ผนงั และเพดานโดยผผู้ ลติ
1.4 แสงบาดตาของโคม (Glare)
เป็นค่าท่แี สดงคณุ ภาพแสงของโคม ตอ้ งเลือกโคมที่มีแสงบาดตาอยใู่ นเกณฑท์ ย่ี อมรับได้
1.5 กราฟการกระจายแสงของโคม (Distribution Curve)
โคมมหี ลายชนิดดว้ ยกันแต่ละโคมกม็ ีกราฟกระจายแสงของโคมต่างกัน การนาโคมไปใชต้ ้องเลือกกราฟ
กระจายแสงของโคมท่เี หมาะสมกับงาน
1.6 การระบายความรอ้ นของโคม
โคมไฟฟ้าทีประหยัดพลังงานควรจะมีการระบายความร้อนได้ดี ถ้ามีอุณหภูมิสะสมในโคมมากเกินไป
อาจทาใหป้ รมิ าณแสงทอ่ี อกจากหลอดลดลง เชน่ โคมไฟสอ่ งลงหลอดคอมเพลกซ์ถ้าไม่มีการระบายความร้อนที่
ดีปริมาณลดลงถงึ 40% เปน็ ต้น
1.7 อายกุ ารใชง้ าน
โคมไฟฟ้าทีประหยัดพลังงานต้องพิจารณาอายุการใช้งานด้วย เช่น โคมต้องทาด้วยวัสดุที่สามารถใช้
งานไดน้ านตามทตี่ อ้ งการโดยไม่ผุกร่อน และไม่มีการเปลี่ยนรูปเมื่อมีการบารุงรักษาเนื่องจากการเปล่ียนหลอด
หรอื ทาความสะอาด
1.8 สถานทตี่ ิดต้งั
8
การเลือกใช้โคมแต่ละชนิดข้ึนอยู่กับว่าต้องการนาไปใช้งานอะไรบ้างต้องการคุณภาพแสงมากน้อย
เพียงใด หรือเน้นในเรื่องของปริมาณแสงแต่เพียงอย่างเดียว ต้องมีการป้องกันทางกล ป้องกันน้า ฝุ่นผงมาก
นอ้ ยเพียงใด
2 โคมไฟส่องลง (Down light)
โคมไฟส่องลง หมายถึง โคมไฟที่ให้แสงลงด้านล่าง เหมาะสาหรับใช้งานส่องสว่างท่ัวไปอาจจะเป็น
ชนดิ ฝงั ติดลอย แขวน หรือ กงึ่ ฝังกึง่ ลอย
โคมไฟส่องลงชนิดต่างๆกนั
2.1 โคมไฟส่องลงหลอดอินแคนเดสเซนต์
ก) ใชก้ บั งานเฉพาะที่ตอ้ งการความสวยงาม หรอื เปิดใช้เป็นครงั้ คราว
ข) ใชก้ ับงานที่ต้องการปรบั หร่ีแสง
2.2 โคมไฟส่องลงหลอดคอมแพกต์ฟลอู อเรสเซนต์
ก)ใชก้ ับงานที่ต้องการเปิดใช้งานนานๆ
ข)โคมไฟที่ใชเ้ ป็นชนดิ ท่ถี ูกออกแบบมาสาหรบั หลอดคอมแพกต์ฟลอู อเรสเซนตโ์ ดยเฉพาะ
ค)โคมไฟส่องลงหลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ มี 2 แบบ คือหลอดติดตง้ั ในแนวนอน และหลอด
ตดิ ตัง้ ในแนวตั้ง
ค1) หลอดตดิ ตั้งในแนวนอน มีข้อดี คือ การกระจายแสงออกจากโคมมากกวา่ หลอดตดิ ตง้ั ในแนวนอนแตต่ อ้ ง
ระวงั เรื่องการระบายความร้อนและการเปลีย่ นหลอด
ค2) หลอดตดิ ต้งั ในแนวต้ัง มขี ้อดี คอื ไมม่ ปี ัญหาเรือ่ งการระบายความร้อน แต่ต้องระวังเรอื่ งแสงบาดตา
9
ลกั ษณะของโคมหลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์หลอดติดต้ังแนวนอน
3. โคมไฟสอ่ งข้นึ
โคมไฟส่องขน้ึ หมายถึง โคมไฟที่ใหแ้ สงขนึ้ ไปดา้ นบนเพอ่ื ให้แสงสะท้อนท่เี พดาน และแสงดังกล่าวก็จะ
ตกกระทบมาทพี่ น้ื ท่ที างาน
โคมดังกล่าวเหมาะสาหรับงานที่เพดานสูง และเพดานมีสีอ่อน ใช้กับบริเวณที่ต้องการความสม่าเสมอ
ของแสง สาหรับบริเวณทีค่ วามสอ่ งสอ่ งน้อยประมาณ 200-300 ลกั ซ์ และสาหรับหอ้ งคอมพิวเตอร์ท่ีไม่ต้องการ
แสงสะท้อนเน่ืองจากโคมไฟสอ่ งลง
โคมไฟสอ่ งข้ึนมคี ณุ สมบัติและการใช้งานท่ีควรพิจารณาดังน้ี
ก) มคี วามสม่าเสมอของแสงและทาใหห้ ้องท่ีแคบมีความร้สู ึกกวา้ งและมบี รรยากาศดี
ข) โคมไฟส่องข้ึนโดยทั่วไปให้ประสิทธภิ าพต่า แต่มคี ณุ ภาพแสงสงู คือไมม่ ีแสงบาดทาใหเ้ หมาะกับงาน
ท่ตี ้องการคุณภาพแสงสงู เช่น หอ้ งคอมพวิ เตอร์ ศูนย์ควบคุม
ค) การใชโ้ คมไฟดังกล่าวเพดานตอ้ งสูงมากกวา่ 2.7 เมตรข้ึนไป เพื่อใหไ้ ม่เกิดความร้อนที่เพดาน และ
ไมส่ ว่างจา้ เกนิ ไป
4. โคมฟลอู อเรสเซนต์
หลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดไฟท่ีใช้กันมากเพราะมีค่าประสิทธิผลการส่องสว่างสูง (Luminous
Efficacy) โคมไฟสาหรบั หลอดฟลอู อเรสเซนต์จึงมีหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละชนิดแตกต่าง
กนั ไป ซ่งึ สามารถสรุปเปน็ ชนดิ หลกั ๆไดด้ งั นี้
ก) โคมฟลูออเรสเซนต์เปลอื ย (Bare Type Luminaires)
ข) โคมฟลอู อเรสเซนตโ์ รงงาน (Industrial Luminaire)
ค) โคมฟลอู อเรสเซนตก์ รองแสง (Diffuser Luminaire)
ง) โคมฟลูออเรสเซนตต์ ะแกรง (Louver Luminaire)
4.1 โคมฟลูออเรสเซนตเ์ ปลือย (Bare Type Luminaires)
โคมฟลูออเรสเซนต์เปลือยใช้กับงานท่ีต้องการแสงออกด้านข้างที่ติดต้ังสาหรับเพดานท่ีไม่สูงมากนัก
โดยทวั่ ไปไมเ่ กิน 4 เมตร และไม่พิถีพิถันมากนักกับแสงบาดตาจากหลอด เช่น ห้องเก็บของ ที่จอดรถ พื้นที่ที่มี
ช้นั วางของ ท่ีจอดรถ และในพน้ื ท่ีใชง้ านไมบ่ ่อยและไม่ต้องการความสวยงามมาก
10
ไม้ไผ่
ถ้าท่านท่องเท่ียวไปในสถานท่ีต่าง ๆ ในชนบท ท่านมักจะพบเห็นไม้ไผ่ขึ้นเป็นกอบางเป็นลาเดี่ยว ๆ
บ้าง อยู่ทั่วไปตามป่าเขาลาเนาไพร ริมฝั่งแม่น้า ลาธาร หนอง คลอง บึง และบริเวณหัวไร่ปลายนา บางแห่งก็
หนาแน่น เป็นป่าไผ่ บางแห่งก็ขึ้นประปราย แซมไม้ชนิดอื่นอยู่ดาษดื่น ไม้ไผ่ท่ีเห็นน้ีมีคุณค่ามหาศาล มี
ประโยชน์มากมายจนไม่อาจจะพรรณนาได้ และอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีพืชชนิดใดในโลกจะรับใช้มนุษย์ได้มา
กกรณีเท่าไม้ไผ่ เมื่อเทียบกับไม้ชนิดอ่ืน ๆ แล้วจะเห็นได้ว่าไม้ไผ่เหมาะที่จะนาไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์
กว้างขวาง ซึ่งถ้าหากจะใช้วัตถุอื่น แทนแล้วจะต้องใช้จ่ายสูงกว่า และไม้ไผ่น้ีเจริญงอกงามได้ทั่วไปสะดวกใน
การตัดฟัน การขยายพันธ์ุทาได้ในเวลาอันส้ัน เติบโตรวดเร็วมาก บางชนิดโตถึง 120 ซม.ใน 24 ชม. ไม้ไผ่เป็น
พืชตระกูลหญ้าท่ีรับใช้มนุษย์ชาติมาแต่โบราณกาล ให้ประโยชน์กับมนุษย์หลายประการท้ังในด้านอุปโภคและ
บริโภค ใช้สร้างที่พักอาศัย ทาเคร่ืองมือเครื่องใช้ ทายารักษาโรค และใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมอีก
นานปั การ สามารถเรยี กไดว้ ่าเป็นไมอ้ เนกประสงค์ เปน็ ทรพั ยากรธรรมชาติทส่ี าคัญยิ่ง
ในสมยั โบราณประมาณ พ.ศ.2442-พ.ศ.2443 รฐั หนง่ึ ในประเทศอินเดยี เกิดทุพภิกขภัยประจวบพอดีท่ี
ไม้ไผ่ออกดอกผลทั่วไปในป่า ประชาชนได้เก็บเอาเมล็ด (ขุย) ซึ่งเป็นอาหารจาพวกแป้งมาหุงต้มแทนข้าว มี
ประชาชน ถึง 15,000 คนที่รอดตายในภาวะท่ีแสนเข็ญเช่นน้ี ในประเทศจีนเป็นเวลานานนับเป็นศตวรรษท่ี
ประเทศจนี ไดน้ าไมไ้ ผม่ าเปน็ วตั ถุดบิ ในการทาเยือ่ กระดาษกอ่ นประเทศอืน่ ๆ และใช้เป็นท่อส่งน้าในทางเกษตร
และบริโภค นอกจากนั้นชาวจีนยังใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่ในการดารงชีพอีกหลายประการ จนถึงกับมีผู้เขียน
หนังสือเปรียบเปรยไว้ เช่น What would a poor Chinaman do without the bamboo ในประเทศ
สหรัฐอเมริกา นักวิทยาศาสตร์ช่ือดัง Edison ก็ใช่ไม้ไผ่ทาไส้หลอดไฟฟ้า ตอนเริ่มแรกจนกระทั่งเป็นบุคคล
สาคัญไป สง่ิ เหล่านี้แสดงใหเ้ ห็นว่ามนุษย์เห็นคณุ ค่าของไม้ไผม่ านานแสนนานแลว้
ในปัจจุบันหลายประเทศอาศัยวิทยาการและเทคโนโลยี่สมัยใหม่ ๆ และมีการค้นคว้าวิจัยกันอย่าง
กวา้ งขวาง ทาใหค้ น้ พบส่ิงใหม่ ๆ ในตน้ ไผอ่ กี มากมายหลายชนดิ ทส่ี ามารถทาประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมและ
การแพทย์ เชน่ การทาไหมเทยี ม Hard board ชนิดตา่ งๆ วัคซีนบางชนิด ผลิตฮอร์โมนบางอย่าง อุตสาหกรรม
ทาแบตเตอรี่ สกดั เป็นน้ามันเช้อื เพลิง และสกัดเปน็ สารเคมีอีกนานัปการ ส่วนใหญ่เป็นการค้นคว้าจากประเทศ
ญ่ปี ุ่น ซ่ึงกระทากัน อย่างกว้างขวางและรีบเร่ง เพราะประเทศญี่ปุ่นถือว่าไม้ไผ่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเป็นพิเศษ
ชนิดหน่ึงในบรรดาทรัพยากรป่าไม้และเกษตร ดังนั้นวัตถุประดิษฐ์จากไม้ไผ่ไม่เพียงแต่ใช้ในประเทศเท่าน้ัน ยัง
สามารถส่งไปจาหน่ายในต่างประเทศได้เงินเป็นจานวนมาก สินค้าท่ีสาคัญของญ่ีปุ่น คือ พวกเคร่ืองกีฬา พัด
มา่ น เคร่ืองใช้เบด็ เตลด็ ประเภทของขวัญ ซึ่งประดิษฐ์ไดอ้ ยา่ งสวยงาม มคี ณุ ภาพเปน็ ทนี่ ิยมกันท่ัวไป
สาหรับในประเทศไทยประชาชนก็ใชไ้ มไ้ ผ่ในชีวติ ประจาวนั มาช้านานแลว้ และนับวันจะใช้มากขึ้นทุกที
โดยเฉพาะงานหัตถกรรมจักสานซ่ึงเป็นอาชีพรองของคนไทยมาช้านาน แม้กระทั่งทุกวันน้ีชาวบ้านตามชนบท
ยังนยิ มทางานจกั สานกันอยทู่ ัว่ ไป แตก่ ็ยงั ไมท่ าให้งานจักสานไม้ไผ่ของไทยได้ทัดเทียมกับของต่างประเทศ ท้ังน้ี
เปน็ เพราะงานจักสานของไทยประดษิ ฐข์ ้ึนมาเพือ่ ความจาเป็นในครอบครวั เท่านนั้ ผลติ ภัณฑ์ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อย
11
จะเรยี บร้อยและสวยงามและคุณภาพยังไม่คงทนถาวรพอ ถ้าหากผู้ประกอบการได้เรียนรู้ถึงวิธีการใหม่ ๆ เช่น
การออกแบบท่ีสวยงาม การดัดแปลงให้สะดวกในการใช้ และรู้จักประดิษฐ์เคร่ืองมือท่ีจะทาตอกให้เรียบร้อย
ยิ่งขนึ้ แล้ว รวมทงั้ ศึกษาถึงกรรมวิธตี า่ ง ๆ ทง้ั ทางเคมี ฟิสิกส์ เพอื่ นามาปรับปรุงคุณภาพของผลิตกัณฑ์จากไม้ไผ่
ดังกล่าวให้มีคุณภาพดีข้ึนแล้ว ก็เช่ือได้แน่ว่าสินค้าผลิตกัณฑ์ไม่ไผ่ของไทยจะสามารถแข่งขันกับของ
ต่างประเทศได้
อนึ่งในปัจจุบันนี้ป่าไผ่ธรรมชาติถูกทาลายลงอย่างมหาศาลแทบทุกปี และเพ่ือให้มีปริมาณไม่ไผ่อย่าง
เพียงพอ เพื่อสนองความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงสมควร
อย่างย่ิงที่ทัง้ ส่วนราชการและเอกชนจะได้มีการปรับปรุงส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกสร้างเสริมป่าไผ่ขึ้น
ทดแทนป่าไผท่ ถี่ ูกโค่นทาลายไป
ความร้ทู ่ัวไปของไมไ้ ผ่
ถ่นิ กาเนิด ไม้ไผถ่ ือเปน็ พชื เมืองร้อน (tropics) แต่ก็สามารถเจริญเติบโตได้ทุกทวีป ไม้ไผ่หลายสกุลพบ
มากท่สี ดุ ในเขตร้อนทางใตแ้ ละตะวันออกเฉยี งใต้ของเอเซีย จากอนิ เดยี ไทย จนี ญปี่ ุ่น เกาหลี มีน้อยสกุลพบใน
เขตอบอ่นุ (temperates) ของโลกบางส่วนของทวีปอเมริกาก็พบมาก ในบางประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น เปอ
โตรโิ ก ชลิ ี อาเยนตินา่ และก็มี 2-3 ชนดิ ทพี่ บในออสเตรเลยี
ชนดิ ของไม้ไผ่
เท่าท่ีรู้จักกันในปัจจุบันทั้งโลกมีอยู่เป็นจา นวน 47 สกุล (Genera) แยกเป็น 1250 ชนิด
(Species)สาหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อน ไผ่เจริญงอกงามได้ดี เท่าที่ทราบ โดยอาศัยหลักฐานต่าง ๆ ที่
ค้นได้มีไผ่ชนิดต่าง ๆ อยู่จานวน 12 สกุลประมาณ 44 ชนิด และมีอีกประมาณ 35 ชนิด ที่มีผู้บันทึกว่าได้พบ
แต่ยังไม่มีการสารวจอย่างแท้จริง หากมีผู้สนใจอย่างจริงจังแล้วและได้มีการสารวจกันอย่างกว้างขวางแล้ว
เข้าใจว่าจะมีจานวนมากกว่าน้ีแน่นอน เพราะสภาพภูมิประเทศบางแห่งทุรกันดารเป็นเขตท่ีไม่ปลอดภัย
เน่ืองจากมีผู้ก่อการร้ายปรากฏอยู่เนือง ๆ และบางแห่งก็ยังมีการสารวจไม่ละเอียดพอ เช่น ตามเทือกเขา
ตะนาวศรี เขากาลาคีรี ฉะนั้นการพบพันธุ์ไผ่ชนิดใหม่หรือสกุลไผ่ชนิดใหม่จึงไม่เป็นของเหลือวิสัยถ้าหากได้
สารวจในท้องที่ดังกล่าว
ลกั ษณะท่ัวไปของไมไ้ ผ่
ประเภทของไม่ไผ่ (Types of bamboo) ไม่ไผ่นี้ นักพฤกษศาสตร์ส่วนใหญ่ได้จัดรวมให้อยู่ในวงศ์
เดียวกันกับหญ้าชนิดต่าง ๆ คือวงศ์ GRAMINEAE แต่ไม่ไผ่เป็นพวกหญ้าท่ีมีลาต้นเป็นไม้ (ลา) เจริญเติบโตมา
จากเหง้า ไมไ้ ผเ่ ป็นพืชกอ สว่ นมากมลี าตน้ กลวง เปน็ ปลอ้ ง ผวิ แขง็ การแตกกอจะหนาแน่นมากน้อยเพียงใดนั้น
ย่อมข้ึนอยู่กับชนิดพันธุ์เป็นหลัก บางพวกอาจจะขึ้นเป็นลาเด่ียว ๆ ไม่เป็นกอ มีระยะห่างแน่นอนก็มี
12
ศาสตราจารย์ ดร.อูเอดะ (UEDA) ผู้เช่ียวชาญไม้ไผ่ชาวญี่ปุ่นได้จาแนกไว้เป็น 3ประเภท โดยอาศัยระบบการ
เจริญเติบโตของเหง้าเป็นหลกั คอื
1. พวกท่ีข้ึนเป็นกอ การเจริญของพวกนี้จะสังเกตได้จากตาของเหง้าซ่ึงมีอยู่หลายข้อจะพุ่งตัวแทงหน่อโผล่
เหนือพ้นื ดิน เจริญเติบโตกลายเป็นลาก่อน และในปีต่อ ๆ มาตาตอนส่วนล่างของเหง้าลาดังกล่าวซึ่งมีขนาดสั้น
จะพุง่ ตัว แทงหนอ่ โผล่เหนือพน้ื ดนิ กลายเปน็ ลาที่สอง ลาท่สี าม เปน็ เชน่ น้เี รอ่ื ย ๆ ไปจนกระทั่งหนาแน่นเป็นกอ
ในท่ีสุด ตัวอย่างได้แก่ ไผ่ป่า ไผ่สีสุก ไผ่บง ไผ่ซาง หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ไผ่ทุกชนิดในประเทศไทยจัดอยู่ใน
ประเภทนี้ และไผ่สว่ นใหญ่ในเขตรอ้ นก็จัดอยใู่ นพวกท่ีขน้ึ เปน็ กอแทบทั้งส้ิน
2. พวกท่ีข้ึนเป็นลาเดี่ยว การเจริญของไผ่พวกนี้ อาศัยเหง้าในการขยายพันธ์ุเป็นหลัก โดยท่ีตาตรงข้อของ
เหง้าจะเจริญเติบโตแทงหน่อโผล่เหนือพื้นดินกลายเป็นลาใหม่ และขณะเดียวกันตาท่ีเป็นส่วนปลายของข้อ
เหง้าก็จะเจริญกลายเป็นเหง้าใหม่ และมีระยะเกือบเท่ากับความยาวของเหง้าเดิม ส่วนในปีต่อ ๆ มาตาที่ข้อ
ของเหง้าเติบโตกลายเป็นลาใหม่และเหง้าใหม่เช่นนี้เร่ือย ๆ ไป ส่วนระยะห่างระหว่างลาก็จะมีระยะค่อนข้าง
คงทแ่ี น่นอน เจรญิ เตบิ โตในรูปของลาเดีย่ ว ๆ ตลอดไปทุกปี ตัวอย่างได้แก่ พันธ์ุไม้ไผ่ท่ีข้ึนอยู่ในเขตอบอุ่น เช่น
พวกมาดาเกะ หรือ โมโชชิกุ ในประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น สาหรับในประเทศไทย จะมีไผ่ประเภทน้ีหรือไม่ก็ไม่
อาจจะทราบได้ เพราะยังไม่มีการสารวจอย่างละเอียดมาก่อนและถ้าจะเป็นไปได้ก็เข้าใจว่า ไผ่เล้ียงหรือไผ่
คลานอาจจะอย่ใู นประเภทนีก้ ไ็ ด้
3. พวกผสม (เป็นทั้งแบบลาเด่ียวและกอ) การเจริญเติบโตของไผ่พวกน้ีมีทั้งสองแบบคือ บางปีก็เจริญเติบโต
แบบลาเด่ียว บางปีก็เจริญเติบโตแบบกอ หรือบางปีก็อาจเจริญเติบโตท้ังแบบลาเดี่ยวและแบบกอสลับกันไป
ส่วนใหญ่ เป็นพวกไม้ไผ่ในเขตอบอุ่น สาหรับในประเทศไทยยังไม่ปรากฏหลักฐานท่ีแน่ชัดแต่อย่างใดอย่างไรก็
ตามการเจริญเติบโตของไผ่ทั้งสามพวกดังกล่าวแล้วนั้น ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงจากอีกพวกหนึ่ง ไปเป็นอีก
พวกหน่ึงได้ทุกขณะ ท้ังนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพความผันแปรของส่ิงแวดล้อมเป็นหลักด้วยอนึ่งเก่ียวกับประเภท
ของไม้ไผ่น้ี บางประเทศ เช่น เปอโตริโกได้จาแนกไม้ไผ่ไว้เพียง 2 ประเภทเท่านั้นคือ ประเภทเป็นกอและลา
เดยี่ วเท่าน้ัน
ความรู้เก่ยี วกบั ไผ่
ไผ่ เปน็ ไม้พมุ่ หลายชนดิ และหลายสกลุ ใน วงศห์ ญ้า Poaceae (เดิมคือ Gramineae) วงศย์ อ่ ย
Bambusoideae เป็นไม้ไมผ่ ลัดใบใน ข้ึนเป็นกอ ลาต้นเป็นปล้องๆ เช่น ไผ่จีน (Arundinaria suberecta
Munro) ไผป่ า่ (Bambusa arundinacea Willd.) ไผส่ ีสกุ (B. flexuosa Munro และ B. blumeana
Schult.) ไผไ่ ร่ (Gigantochloa albociliata Munro) ไผ่ดา (Phyllostachys nigra Munro).
13
ไผ่ทว่ั โลกมอี ยูป่ ระมาณ 90 สกุล และ 1,000 ชนิด. ทีร่ ูจ้ ักกันแพรห่ ลาย ส่วนใหญ่จะอยูใ่ นสกลุ
ต่อไปน้ี Arundinaria, Bambusa, Chimonobambusa, Chusquea, Dendrocalamus,
Drepanostachyum, Guadua angustifolia, Hibanobambusa, Indocalamus, Otatea, Phyllostachys,
Pleioblastus, Pseudosasa, Sasa, Sasaella, Sasamorpha, Semiarundinaria, Shibataea,
Sinarundinaria, Sinobambusa, Thamnocalamus
ในประเทศไทยนน้ั พบไผ่อยู่ 30 ชนดิ ดังนี้
ไผ่ขา้ วหลาม (ชอื่ วทิ ยาศาสตร์: Cephalostachyum pergracile )
ไผ่คายดา (ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Gigantochloa compressa)
ไผโ่ จด (ชื่อวทิ ยาศาสตร:์ Arundinaria cililta)
ไผซ่ าง (ชอ่ื วิทยาศาสตร์: Dendrocalamus strictus)
ไผซ่ างคา (ชอ่ื วิทยาศาสตร:์ Dendrocalamus latiflorus)
ไผ่ซางนวล (ชอื่ วทิ ยาศาสตร์: Dendrocalamus membranaceus)
ไผซ่ างหมน่ (ชื่อวิทยาศาสตร:์ Dendrocalamus sericeus )
ไผ่ตง (ชื่อวทิ ยาศาสตร์: Dendrocalamus aspe)
ไผ่ตากวาง (ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์: Gigantochloa kurzii)
ไผ่บง (ชือ่ วิทยาศาสตร์: Bambusa nutans)
ไผ่บงคาย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Gigantochloa hosseusii)
ไผ่บงดา (ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Bambusa tulda)
ไผ่บงปา่ (ชือ่ วทิ ยาศาสตร:์ Bambusa longispatha)
ไผบ่ งหนาม (ชือ่ วิทยาศาสตร:์ Bambusa burmanica)
ไผป่ ่า (ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Bambusa bambos)
ไผ่เป๊าะ (ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Dendrocalamus giganteus)
ไผ่ผาก (ช่อื วทิ ยาศาสตร์: Gigantochloa densa)
ไผเ่ พก็ (ช่อื วิทยาศาสตร:์ Vietnamosasa pusilla)
ไผร่ วก (ชื่อวิทยาศาสตร:์ Thyrsostachys siamensis)
ไผ่รวกดา (ชือ่ วิทยาศาสตร:์ Thyrsostachys oliveri)
ไผไ่ ร่ (ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Gigantochloa albociliata)
ไผล่ ามะลอก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bambusa longispiculatar)
ไผเ่ ลย้ี ง (ช่อื วิทยาศาสตร์: Bambusa mulfiplex)
ไผห่ วาน (ชือ่ วทิ ยาศาสตร:์ Bambusa sp.)
ไผส่ ีสุก (ชื่อวทิ ยาศาสตร์: Bambusa blumeana)
14
ไผห่ ก (ช่อื วทิ ยาศาสตร:์ Dendrocalamus hamiltonii)
ไผห่ ลอด (ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์: Neohouzeaua mekongensis)
ไผห่ อม (ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Bambusa polymorpha)
ไผเ่ หลือง (ช่ือวิทยาศาสตร:์ Bambusa vulgaris)
ไผ่เฮียะ (ชอื่ วิทยาศาสตร์: Cephalostachyum virgatum)
ความหมายอนั เปน็ สัญลกั ษณข์ องตน้ ไผ่
หลายๆ คนคงเคยได้ยนิ คาว่า ประเทศหลงั ม่านไม้ไผ่เมื่อเปิดเข้าไปข้างหลังม่านไม้ไผ่เราก็ จะพบกับประเทศจีน
ประเทศทีม่ ีประเพณี วฒั นธรรม ทค่ี นทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอันมาก ซ่ึงคร้ังน้ีเราจะได้นาเกล็ดเกี่ยวกับต้นไผ่
มาฝาก จะเหน็ ได้วา่ ต้นไผน่ ้ีชาวจีนนยิ มปลกู กันมาก จนฝรงั่ กล่าวว่าไผเ่ ป็นมิตรของชาวจีน ต้นไผ่มีอยู่หลายชนิด
บางชนิดลาตน้ มีลาย จงึ มีนทิ านเล่าว่า ลาข้อที่ลายเกิดขึ้นจากน้าตาของพระมเหสี 2 องค์ของฮ่องเต้ซุน ท่ีร่าไห้
เสียใจท่ีฮ่องเต้ได้ส้ินพระชนม์ลง และน้าตามาติดที่ข้อไผ่จนเกิดเป็นลาย บางชนิดบางต้นเป็นสีเขียวเรียบ ส่วน
ขนาด ของลาต้นนั้นมีความสูงตั้งแต่ 2-3 ฟุต ไปจนถึง 20-30 ฟุต ส่วนมากจะนิยมปลูกทางใต้ของประเทศจีน
แต่ต่อมาได้นามาปลูกทางเหนือด้วย ต้นไผ่น้ีชาวจีนถือว่าเป็นต้นไม้ของนักปราชญ์ ไผ่มีความหมายในทาง
สัญลักษณ์คือ ตัวลาต้นเป็นข้อแข็งแกร่งคงทนจีนเรียกว่า " เจี๊ย " หมายถึงคนมีข้อ คือคนที่มีหลักการไม่ลู่ตาม
ลม ข้างในของไผ่จะกลวง ถ้าเปรียบกับคน ก็เปรียบเสมือนคนใจกว้างยอมรับความคิดเห็นและคาแนะนาของ
ผู้อืน่ ชอบหาความรเู้ พิม่ เตมิ สว่ นใบเขียวของไผ่มีความแข็งแรงทนได้ทุกสภาวการณ์ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว จึง
เป็นเหตุให้เหล่า เสนาธิการหรือกุนซือของกองทัพจีนนิยมมีเข็มกลัดเป็นรูปข้อไผ่ติดบนหน้าอก ซึ่งเป็น
สญั ลักษณ์ของความเข้มแข็ง ความมีปัญญา ความจงรักภักดี ความซ่ือสัตย์และความกตัญญู ในเมืองไทยท่ีเห็น
ปลูกไผ่นั้นส่วนมากนิยมปลูกเพ่ือการตกแต่งบ้านให้ร่มเงา หรือนาเอาส่วนต่างๆ ของต้นไผ่มาทาเฟอร์นิเจอร์
เครอื่ งตกแตง่ ตา่ งๆ แตถ่ า้ เราจะเอาแบบอยา่ งของความหมายทาง สญั ลักษณ์ของต้นไผ่มาใชใ้ นชีวิตประจาวนั ก็
เปน็ สิ่งทด่ี มี าก
คุณลักษณะพเิ ศษของ "ไผ"่
1.ไผ่โตเร็วสามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ภายในเวลา ๑ - ๔ ปี และใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่รากไผ่เป็น
สมุนไพรอย่างหน่ึงทใี่ ชเ้ ปน็ ยารักษาโรคได้ หน่อไผ่หรือหน่อไม้ใช้ทาอาหาร กาบหรือใบไผ่ใช้ห่ออาหารหรือหมัก
ปุย๋ กง่ิ และแขนงใช้ทารั้ว ลาต้นใชป้ ระโยชนไ์ ด้สารพัดอย่าง ตั้งแต่นามาใช้ปลูกสร้างท่ีพักอาศัยและแปรรูปเป็น
เครื่องจักสานและเครอ่ื งมือเครือ่ งใช้นานาชนิดจนถึงนามาใช้เกี่ยวกับความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ ตั้งแต่เกิดจน
ตาย
ดงั นั้นชาวนาจึงมักปลกู ไผ่ตามหัวไร่ปลายนา และปลูกไว้รอบๆบ้าน เพ่ือใช้เป็นรั้วบ้านและป้องกันพายุ
เพราะไม้ไผ่จะลู่ตามลมไม่หักโค่นเหมือนไม้อื่น หากปลูกไผ่ไว้ตามริมแม่น้าลาคลอง จะช่วยชะลอความเร็วของ
กระแสน้าไมใ่ หด้ นิ พวั ทะลายง่าย นอกจากนี้ไผ่ยังใชเ้ ป็นอาหารในครวั เรอื นไดด้ ว้ ย
15
2. ไผ่มีลาต้นตรงและกลวงคล้ายหลอดและมีปล้องข้อค่ันเป็นปล้องๆ จึงใช้เป็นภาชนะประเภท
กระบอก ถ้วย สาหรับใส่ของเหลว เช่นใช้เป็นกระบอกน้า กระบอกน้าตาล ซ่ึงใช้กันทั่วไปในหลายประเทศ
ลักษณะพิเศษของไม้ไผ่น้ีสามารถนามาใช้สร้างอาคารที่พักอาศัยได้ โดยนามาทาเป็นโครงสร้างของบ้านเรือน
ใชเ้ ป็นพนื้ เรอื น ฝาเรือน ใช้ทารางนา้ ท่อน้า และทาเครื่องดนตรีประเภทขลยุ่ ไดด้ ีอกี ด้วย
3. เนือ้ ไผเ่ ป็นเสน้ ตรงมีความยืดหยุ่นในตวั เองและสามารถคืนตัวสู่สภาพเดมิ ได้ เม่ือนาไม้ไผ่มาแปรรูปก็
จะสามารถใช้ประโยชนไ์ ด้ดี เพราะเนื้อไม้ไผ่เป็นเส้นตรง นามาจักเป็นป้ืนบางๆ หรือเหลาเป็นเส้นได้ดี จึงใช้ทา
เครื่องจักสานนานาชนิดได้ ท้ังเคร่ืองจักสานที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรงม่ันคง สาหรับใช้งานหนักจนถึงเคร่ืองจัก
สานขนาดเล็กท่ีมีความประณีตบอบบาง และเพราะคุณสมบัติในท่ีมีความยืดหยุ่น จึงเหมาะที่จะใช้เป็นเครื่อง
หาบหรือหาม เช่น คาน คันกระสุน คันธนูและเมื่อแปรรูปเป็นตอกก็ยังมีความยืดหยุ่นคืนรูปทรงเดิมได้ง่ายจึง
ท า ใ ห้ ภ า ช น ะ จั ก ส า น ที่ ท า จ า ก ไ ผ่ มี คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ พิ เ ศ ษ ต่ า ง ไ ป จ า ก ภ า ช น ะ ท่ี ท า จ า ก วั ต ถุ ดิ บ ช นิ ด อื่ น
4.ไม้ไผ่มีความสวยงามในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผิวท่ีมีสีต่างๆ กันเมื่อแห้งแล้วมักจะมีสีเหลืองอยู่เช่นน้ันตลอดไป
ดว้ ยคณุ สมบัตพิ ิเศษนี้ ชาวเอเชียจึงใช้เหล็กหรือโลหะเผาไฟจนร้อนแล้วเขียนตัวอักษรหรือลวดลายลงบนผิวไม้
ไผ่ ( Bamboo Pyrographic ) เช่นจีนจารึกบทกวีบนผิวไม้ไผ่ ชาวญ่ีปุ่นใช้เขียนชื่อเจ้าของบ้านแขวนไว้หน้า
บ้านและจารึกบทกวีแขวนไและผิวสวยงามดุจงานประติมากรรมสมัยใหม่ทีเดียวว้สองข้างประตูเรือนน้าช า
( Tea House ) ชาวเกาหลีใช้เขียนเป็นลวดลายบนเครื่องใช้ เช่นเดียวกับที่ชาวบาตัก ( Batak) ในประเทศ
อินโดนีเซีย ใช้เหล็กเผาไฟ ขูด ขีด เขียน ลงบนกระบอกไม้ไผ่ สาหรับเก็บยาหรือทาเป็นปฏิทิน ในขณะที่ชาว
บาหลีใช้จารลงบนผิวไผ่เป็นแผ่นๆ เพื่อใช้เป็นคัมภีร์ในศาสนาตน นอกจากไม้ไผ่จะมีผิวสวยแล้ว เน้ือไผ่ยังมี
ลักษณะพิเศษต่างจากเนื้อไม้อื่นคือ มีเสี้ยนยาวขนานกันเป็นเส้น จึงแปรรูปเป็นเส้น เป็นป้ืน หรือเหลาให้กลม
ได้ง่าย และเมื่อแก่เต็มท่ีแล้วจะเป็นเส้นละเอียดแข็ง มอดแมลงไม่กินจนมีผู้กล่าวว่า เคร่ืองจักสานไม้ไผ่น้ัน ผู้
สานสามารถสานใหเ้ ป็นรูปทรงแปลกๆ แตกตา่ งกนั ได้มากมาย จนเครือ่ งจกั สานบางชิ้นมรี ปู ทรง
16
บทที่ 3
วธิ กี ารจัดทาโครงงาน
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
วสั ดแุ ละอุปการณ์ท่ีใชใ้ นการจัดทาโครงงานไดแ้ ก่
1. กระบอกไม้ไผ่
2. เครือ่ งตัดไม้
3. สว่านเจาะรู
4. กระดาษทราย
5. กรรไกรตัดกิ่ง
6. กรรไกร
7. ฐานโคมไฟ
8. กงิ่ ไม้ไผ่
9. กาวยาง
10. ปืนยิง
11. หลอดไฟแบบตะเกียบ
12. สายไฟ
13. ปลกั๊ ไฟ
14. ไขควง
15. เทปกาว
16. สเี คลอื บเงา
17. แปรงทาสี
วิธีการจัดทาโครงงาน
วิธที าฐานโคมไฟ
1. นากระไม้ไผ่ทเ่ี ตรยี มมาตัดเอา 1 ข้อแล้วมาทาความสะอาดด้วยนา้ เปลา่ สามารถเลือกได้ตามความชอบ
2. นาสะหว่านมาเจาะรู ดา้ นขา้ งของกระบอกไม้ไผ่ และผ่าออกเปน็ ส่ีเหลีย่ มอีกดา้ นตรงขา้ ม
3. นากระดาษทรายมาขดั ให้กระบอกไม้ไผใ่ ห้เรียบและสวยงาม
4. ประกอบ ปลักไฟเขา้ กับสาย และฐานหลอดไฟ
5. เจาะรดู ้านท่ีเป็นก้นโคมไฟเพื่อสอดสายไฟเข้าไป แลว้ ทากาตดิ ตง้ั ฐานหลอดไฟเขา้ ไปในกระบอกไม้ไผ่
6. ยิงกาวยางอัดเข้าไปให้ฐานหลอดไฟยึดแนน่
7. นาหลอดไฟทเ่ี ตรยี มมาประกอบเข้าฐานหลอดไฟ
8. ทาสีเคลอื บฐานโคมไฟ
17
บทท่ี 4
ผลการศกึ ษา
จากการศกึ ษาการสร้างโคมไฟจากทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ินหรือโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ ในการ
จัดทาโครงงานครง้ั นี้
ผู้จัดทาได้ จัดทาโคมไฟที่ทามาจากวัสดุทางธรรมชาติภายในท้องถ่ินท่ีสามารถหาได้ง่าย คือต้นไม้ไผ่
ผลการศกึ ษาพบวา่ โคมไฟจากกระบอกไมไ้ ผ่ดา้ นทเ่ี จาะรใู หแ้ สงสว่างนอ้ ยกวา่ ด้านที่ผ่าออกเป็นสี่เหล่ียมมากแต่
ด่านที่เจาะรูจะให้ความสวยงานมากกว่า ส่วนด้านที่ผ่าออกเป็นสี่เหลี่ยมจะให้แสงสว่างชัดมาก โคมไฟจาก
กระบอกไมไ้ ผ่น้ีเป็นโคมไฟท่ีมีความสวยงามมากที่สุด กล่าวได้ว่าโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่น้ีเหมาะแก่การนาไป
ตกแต่งบ้านในบริเวณต่างๆของบ้าน อาจเป็นบริเวณท่ีมีพื้นที่ไม่กว้างหรือมีขนาดที่ใหญ่จนเกินไป มากกว่าการ
นาไปใช้งานอนื่ ๆ
18
บทท่ี 5
สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ
สรุปผลการศกึ ษา
จากการศึกษาและจัดทาโครงงานเรื่องโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ โดยการนาทรัพยากรทางธรรมชาติ
ภายในท้องถิ่นมาใช้ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ละมคี ณุ ค่ามากขน้ึ แล้วนามาประดษิ ฐเ์ ป็นโคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่ ทาให้
รวู้ ่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งท่ีมีคุณค่า ซ่ึงสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้มากมายท้ังของประดับตกแต่งภายใน
บา้ นและของใชภ้ ายในบ้านได้
พบว่าโคมไฟที่ประดิษฐ์จากจากกระบอกไม้ไผ่สามารถนาไปใช้เป็นของประดับตกแต่งภายในบ้านและ
ของใช้ภายในบ้านที่ให้แสงสว่าง โดยเฉพาะโคมไฟท่ีด้านที่ผ่าออกเป็นส่ีเหล่ียมสามารถให้แสงสว่างได้ชัดเจน
และสว่างทสี่ ดุ ส่วนดา้ นทเ่ี จาะรูนนั้ ให้แสงสว่างนอ้ ยแตม่ ีความสวยงามมาก
ประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการทาโครงงาน
1. ได้โคมไฟจากกระบอกไม้ไผ่
2. ไดป้ ระดิษฐ์ของใชแ้ ละของตกแต่งบา้ นจากทรัพยากรธรรมชาตภิ ายในทอ้ งถนิ่
3. ไดน้ าทรพั ยากรธรรมชาตภิ ายในทอ้ งถ่ินมาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์
ข้อเสนอแนะ
ในการทาโครงงานคร้ังน้ี ผู้จัดทาได้นากระบอกไม้ไผ่ มาใช้ในการทาโคมไฟจากวัสดุธรรมชาติ
ภายในท้องถ่ิน ซึ่งคิดว่าจะลองใช้วัสดุธรรมชาติภายในท้องถิ่นประเภทอ่ืนมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟได้เหมือนกัน
และนาวสั ดทุ ่ีมไี ปประดษิ ฐ์เปน็ ของใช้และของตกแต่งอ่นื ๆบ้าง
19
ภาคผนวก
20
ภาพประกอบขนั้ ตอนการทาโครงงาน
โคมไฟจากกระบอกไมไ้ ผ่
21
22
23
24