The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้ การประกอบและทดสอบวัดค่าต่างๆ ในเครื่องขยายเสียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรชัย อุ้มอังวะ, 2022-09-07 20:02:11

ใบความรู้ การประกอบและทดสอบวัดค่าต่างๆ ในเครื่องขยายเสียง

ใบความรู้ การประกอบและทดสอบวัดค่าต่างๆ ในเครื่องขยายเสียง

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกช่อื และคุณสมบัติของอปุ กรณ์ในเครอ่ื งขยายเสียงได้
2. บอกหนา้ ทข่ี องอุปกรณ์ในเคร่ืองขยายเสยี งได้
3. อธบิ ายการทำงานของเครอ่ื งขยายเสยี งได้
4. อา่ นค่าและตรวจเช็คอุปกรณ์ดว้ ยมลั ติมิเตอร์ได้
5. ประกอบและทดสอบวดั ค่าต่างๆ ในเคร่ืองขยายเสยี งได้
6. ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกับเพ่ือนๆ ในกลุม่ ได้

เนื้อหาก่อนการทดลอง
วงจรเครือ่ งขยายเสยี งทีใ่ ช้ในการทดลอง หน่วยท่ี 8. คือ เครื่องขยายเสียงระบบพุชพูล ซึ่งประกอบไป

ด้วยสว่ นตา่ งๆ ดงั นี้
1. วงจรภาคขยายปรีแอมป์ (Pre-amplifier circuit)
2. วงจรโทนคอนโทรล (Tone control circuit)
3. วงจรขยายเสยี งภาคท่ี 1. (1 st Amplifier circuit)
4. วงจรขยายเสยี งภาคที่ 2. (2 st Amplifier circuit)
5. วงจรขยายเสียงภาคท่ี 2. (3 st Amplifier circuit)
6. วงจรขยายเสยี งภาคสุท้าย (Power amplifier circuit)

วงจรขยายภาคปรีแอมป์ (PRE-AMPLIFIER CIRUIT)
(วงจรขยายภาคปรแี อมป์ ทำหน้าทีเ่ ปน็ วงจรขยายสญั ญาณเสยี งทเ่ี ขา้ มาทางอินพุตให้ไดเ้ สยี งท่ดี ีที่สุดออก

ทางเอาตพ์ ุต)
หลักการทำงานของวงจรภาคขยายปรแี อมป์

เมื่อป้อนสัญญาณเสียงเข้าที่ขาของ VR1 และต่อเข้าที่ C1 ไปเข้าที่ขาเบส (B) ของ TR3 โดยมีตัวความ
ต้านทาน R1,R2 ทำหน้าไปอัสให้กับขาเบส (B) ของ TR3 ก็จะทำการขยายสัญญาณที่เข้ามาให้ได้สัญญาณที่แรงขน้ึ
หรอื ดีขนึ้ และสง่ ออกผ่าน C13 ไปยงั ภาควงจรโทนคอนโทรล (Tone control circuit)

รปู ท่ี 1. วงจรขยายภาคปรแี อมป์
หนา้ ท่ีของอปุ กรณ์ในภาคขยายปรีแอมป์

VR1 คือ ตัวความต้านทานปรบั คา่ ได้ ทำหนา้ ทป่ี รับลดเรง่ เสยี งจากสญั ญาณเสยี งทีเ่ ข้ามาทางดา้ นอินพตุ
C14 คือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้าชนิดอิเล็กโทรไลติก (Electrolytic capacitor) เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าแบบมี
ขั้ว ทำหน้าที่เชื่อต่อระหว่างอินพุตกับเบส (B) ของทรานซิสเตอร์ TR4 หรือทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไฟกระแสตรง
ผา่ นเขา้ ไปได้ ใหผ้ ่านไดเ้ ฉพาะไฟฟ้ากระแสสลบั เทา่ นนั้
R13 คือ ตัวความต้านทานแบบคงที่บอกค่าเป็นแถบสี ทำหน้าที่เป็น R ไปอัสให้ขาอิมิเตอร์ (E) ของ TR4
หรอื ทำหน้าที่รกั ษาระดบั แรงดนั ไฟฟา้ ให้กบั ขาอิมเิ ตอร์ (E) ของ TR4
R14,R15 คือ ตัวความต้านทานแบบคงที่บอกค่าเป็นแถบสี ทำหน้าที่เป็น R ไปอัสให้ขาเบส (B) ของ TR3
หรือทำหน้าท่แี บง่ แรงดนั ไฟฟา้ ใหก้ บั ขาเบส (B) ของ TR3 (แรงดันไฟฟ้าตกครอ่ มท่ี R14, R15 = +Vcc)
TR3 คอื ทรานซสิ เตอรช์ นิด NPN ทำหน้าท่ขี ยายสญั ญาณเสียงทเ่ี ขา้ มาทางดา้ นอินพุตให้ได้สัญญาณเสียง
ทแี่ รงขึ้น หรือไดส้ ญั ญาณเสียงท่ีดขี ้ึน

C13 คือ ตัวเก็บประจไุ ฟฟา้ ชนดิ อเิ ล็กโทรไลติก (Electrolytic capacitor) เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าแบบมี
ข้วั ทำหน้าท่ีเชื่อต่อระหวา่ งอีมิเตอร์ (E) ของทรานซิสเตอร์ TR1 หรือทำหนา้ ทป่ี ้องกนั ไม่ให้ไฟฟา้ กระแสตรงผ่านไป
ได้ ให้ผ่านไดเ้ ฉพาะไฟฟ้ากระแสสลับเท่าน้นั

C15 คือ ตัวเก็บประจไุ ฟฟา้ ชนิดอเิ ล็กโทรไลติก (Electrolytic capacitor) เปน็ ตัวเก็บประจุไฟฟา้ แบบมี
ขวั้ ทำหนา้ ทก่ี รองแรงดนั ไฟฟ้า (FILTER) ท่จี ่ายให้กบั วงจร ของทรานซสิ เตอร์ TR1 หรือทำหน้าท่ีปอ้ งกนั ไม่ให้ไฟฟ้า
กระแสตรงผ่านไปได้ ให้ผา่ นได้เฉพาะไฟฟา้ กระแสสลบั เทา่ นน้ั
วงจรโทรคอนโทรล
(ทำหนา้ ทเี่ ป็นวงจรขยายสัญญาณเสียงทเี่ ขา้ มาทางอนิ พุตใหไ้ ด้เสียงท่ีดีที่สดุ ออกทางเอาต์พุต)

หลกั การทำงานของวงจรโทรคอนโทรลดังรปู ท่ี 2. สัญญาณเสยี งจากภาคปรีแอมป์จะถูกป้อนเข้าผ่านได้
สองทาง คือ ผา่ นทาง C11,VR2 และ C12 ซงึ่ ทัง้ สามตวั นี้ จะทำหน้าท่ผี ลิตความถี่เสียงแหลม ซง่ึ จะถูกครบคมุ ด้วย
VR2 และอีกทางหนึ่งจะผ่านเข้าทาง R12, C9, VR3, C10 และ ครบวงจรที่ R11 ซ่งึ ทั้ง 5 ตวั น้ีจะทำหน้าทผ่ี ลิตเสียง
เบสซง่ึ ถกู ควบคมุ ด้วย VR3 และสญั ญาณทั้งสองความถีจ่ ะสง่ ออกทางเอาต์พตุ ไปเข้าวงจรขยายเสียงภาคที่ 2.

รูปท่ี 2. วงจรโทรคอนโทรล
หนา้ ทีข่ องอปุ กรณใ์ นวงจรโทรคอนโทรล

C11, VR1, C12, ทำหนา้ ทีผ่ ลิตความถเี่ สยี งแหลม ซง่ึ จะถกู ครบคมุ ด้วย VR2
R12 ทำหน้าทลดสัญญาณท่ีเข้ามาทางด้านอนิ พุต
C9, VR3, C10 และ ครบวงจรท่ี R11 ซ่งึ ทง้ั 5 ตัว นจ้ี ะทำหน้าทผ่ี ลิตเสียงเบสซึ่งถกู ควบคมุ ด้วย VR3
R10 ทำหน้าที่ เชอื่ มต่อสัญญาณความถตี่ ำ่ (เสยี งเบส) และสัญญาณความถี่สงู (เสยี งแหลม)

วงจรขยายเสยี งภาคท่ี 2. (2 st AMPLIFIER)
(วงจรขยายเสยี งภาคที่ 2. ทำหน้าทีข่ ยายสัญญาณเสยี งจากวงจรโทรคอนโทรล ใหไ้ ด้สญั ญาณเสียงแรงและดขี ึน้ )
หลักการทำงานของวงจรรูปที่ 3. เม่อื สญั ญาณเสยี งจากภาคโทรคอนโทรลถูกป้อนเข้ามาท่ีอนิ พุต ผ่าน C7 เข้าท่ีขา
เบส (B) ของ TR4 R9 และ C6 ทำหน้าที่ไปอัสให้ขาเบส (B) ของ TR4 R8 ทำหน้าที่ลดกระแสไฟฟ้าให้ผ่านขา (C)
ของ TR1 นอ้ ยลง และ TR4 ทำหน้าทข่ี ยายสัญญาณอินพตุ ใหแ้ รงขน้ึ หรอื ใหส้ ัญญาณเสยี งดขี ้นึ

รูปที่ 3. วงจรขยายเสยี งภาคที่ 2
วงจรขยายเสยี งภาคท่ี 3

หลักการทำหน้าที่เป็นวงจรขยายเสียงครั้งที่ 3. โดยใช้ TR3 ทำหน้าที่ขยายกระแสออกที่ขา (C) ของ TR3
ผ่านเข้าขดลวด L1 ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กไปตัดกับขดลวด L2 และ L3 และเกิดสัญญาณข้ึนที่ขดลวด L2 และต่าง
เฟสกัน โดย R6 ทำหน้าที่ไบอัสที่ขา (E) หรือทำหน้าที่รักษาระดับแรงแรงที่ขา (E) ของ TR3 สัญญาณที่ออกจาก
ขดลวด L2 และ L3 จะถูกต่อเข้าท่วี งจรขยายแบบ พุช-พูล

รปู ที่ 3. วงจรขยายเสียงภาคท่ี 3

วงจรขยายเสียงภาคสทุ ้าย (POWER AMPLIFIER)
(วงจรขยายภาคสทุ ้าย จะทำหนา้ ขยายสัญญาณท่ีขดลวด L2 และ L3 นำสัญญาณทขี่ ยายส่งออกไปท่ีลำโพง)

หลกั การทำงานของวงจรรปู ท่ี 4. TR1 และ TR2 ทำหน้าท่ีขยายสญั ญาณเสียงที่ขดลวด L2 และ L3 โดย
มี R2, R3, R4 และ R5 ทำหนา้ ทไี่ ปอสั ให้กบั TR1 และ TR2 สว่ น C1 ทำหน้าทก่ี รองแรงดันไฟฟา้ ที่จ่ายให้กบั
วงจรให้ได้แรงดนั ท่เี รียนบขนึ้ เม่ือผ่านการขยายสญั ญาณเสียงด้วย TR1 และ TR2 สัญญาณเสียงก็ถูกสง่ ออกผ่าน
C2 ทำหน้าท่เี ชอื่ มตอ่ สญั ญาณทีถ่ ูกขยายแลว้ ออกลำโพง

รูปที่ 4. วงจรขยายเสียงภาคสทุ า้ ย

แผงฝกึ ประกอบและทดสอบวัดคา่ ต่างๆ ในวงจรเครื่องขยายเสยี ง

รปู ที่ 5. แผงวงจรเครือ่ งขยายเสยี งท่ีใช้ในการทดลอง


Click to View FlipBook Version