The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เสาวภา คชชานุโรจน์, 2022-09-02 09:57:55

ครูผู้ใช้สื่อเทคโนโลยีระบบ-OBEC-Content-Center

การจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center

Keywords: OBEC Content Center,Best Practice

คำนำ

เอกสารฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
ของครูผู้สอน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ ที่สำคัญประการหนึ่งของครูผู้สอน ที่ต้องคิดค้นหาวิธีการ หรือส่ือ
การสอนใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามธรรมชาติ และ
เต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นไปตามระบบการทำงานที่มีคุณภาพ ซึ่งได้รายงานถึงความเป็นมาของ Best
Practice จุดประสงค์ และเป้าหมายของการดำเนินงาน กระบวนการปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการ
ทำงาน รวมทั้งได้รายงานผลการดำเนินการ ประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความสำเร็จ บทเรียนที่ได้รับ
ข้อเสนอแนะ การเผยแพร่ผลงาน การได้รับการยอมรับ และภาพกิจกรรม เพื่อเป็นเอกสารประกอบ
กิจกรรมคัดเลอื ก ผลงานที่ปฏิบัติเป็นเลิศ

หวังเปน็ อย่างย่งิ วา่ เอกสารฉบับนีจ้ ะชว่ ยอำนวยความสะดวกใหก้ บั คณะกรรมการประเมินผล
งานทปี่ ฏิบัตเิ ป็นเลศิ (Best Practice) ไดเ้ ปน็ อย่างดี

นางสาวเสาวภา คชชานโุ รจน์

สารบัญ

ชอ่ื ผลงาน หนา้
ผเู้ สนอผลงาน 1
ความเป็นมาและความสำคญั 1
วัตถุประสงค์ 1
เป้าหมาย 3
ขนั้ ตอนการดำเนินงาน 3
ผลการดำเนินงาน 3
บทเรียนทไี่ ดร้ บั 4
ปัจจัยแห่งความสำเรจ็ 5
การเผยแพร่ 5
บรรณานุกรม 5
ภาคผนวก 5
6

1

แบบรายงานผลการปฏบิ ตั ทิ เี่ ป็นเลิศ (Best Practice)

ชอ่ื ผลงาน การจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกจำนวนสองจำนวนที่มี
ผลบวกไม่เกิน 1,000 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับส่ือ
ผู้เสนอผลงาน เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center
ตำแหนง่ นางสาวเสาวภา คชชานโุ รจน์
สถานศึกษา ครผู ู้ช่วย
โรงเรยี นชาวไทยใหม่ (โดม-ทักษิณอนสุ รณ์) สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
ประถมศกึ ษาพังงา

ความเป็นมาและความสำคัญ
คณิตศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญทั้งนี้เพราะคณิตศาสตร์เป็นรากฐานแห่งความเจรญิ

ของเทคโนโลยีตา่ งๆ นอกจากนี้แล้วคณิตศาสตร์ยังเปน็ วชิ าทีม่ ีความสำคัญและจาํ เปน็ ต่อการดาํ รงชีวิต
ทั้งนี้เพราะคณิตศาสตร์สอนให้รู้จักใช้เหตุผลอย่างถูกต้อง คิดอย่างเป็นระบบระเบียบตามลักษณะ
โครงสร้างของวิชาคณิตศาสตร์คิดอย่างละเอียดลออ เป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถ
สร้างและสะสมพร้อมกับสามารถนําไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจําวัน (จรูณศรี แจบไธสง ,2546,หนา้
1) ซงึ่ มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กล่าวไว้ว่า
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ทําให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์
คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน
รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาและนาํ ไปใช้ในชวี ิตประจําวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและ
ด้านอ่ืน ๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชนต์ ่อการดําเนินชวี ิต ชว่ ยพฒั นาคุณภาพชวี ิตให้ดีขึ้น และสามารถ
อยู่ร่วมกบผู้อื่นได้อย่างมีความสุข การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Mathematical problem
solving) เป็นความสามารถหนึ่งในทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่นักเรียนควรจะเรียนรู้ฝึกฝน
และพฒั นาใหเ้ กิดขึ้นในตัวนักเรียน เพราะการเรียนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์จะช่วยให้นักเรียนมี
แนวทางการคิดที่หลากหลาย มีนิสัยกระตือรือร้น ไม่ย่อท้อและมีความมันใจในการแก้ปัญหาที่เผชิญ
ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน ตลอดจนเป็นทักษะพื้นฐานที่นักเรียนสามารถนําติดตัวไปใช้
แก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน(กระทรวงศึกษาธิการ,2551,หน้า 56) ซึ่งทักษะพื้นฐานดังกล่าวสามารถ
ทำได้หลากหลายวิธี เรียกแบบรวมว่าเป็นการจัดการเรยี นรู้แบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
โดยเป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา การนําความรู้ไป
ประยุกตใ์ ชเ้ ป็นการเรียนการสอนท่ีเปดิ โอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สร้างองค์ความรู้และ
จัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเองนักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนการสอน มีการสร้างองค์
ความรู้ การมปี ฏิสัมพันธ์รว่ มกัน และร่วมมอื กันมากกว่าการแขง่ ขัน ได้เรยี นรคู้ วามรับผิดชอบร่วมกัน
การมีวินัยในการทำงาน และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ ให้
ผู้เรียนอ่าน พูด ฟัง คิด เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นทักษะการคิดขั้นสูงเป็นกิจกรรมที่เปิด
โอกาสให้นักเรียนบูรณาการข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ และหลักการสู่การสร้างความคิดรวบยอด
ผูส้ อนจะเปน็ ผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ เปน็ ทปี่ รึกษาคอยชี้แนะเพ่ือให้ผู้เรียนได้เป็นผู้
ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ความรู้เกิดจากประสบการณ์ การสร้างองค์ความรู้เป็นการเรียนรู้ผ่านการ

2

ปฏบิ ัติ หรือการลงมือทำซึ่งความรู้ ทีเ่ กดิ ขึ้นก็เป็นความรู้ที่ไดจ้ ากประสบการณ์กระบวนการในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัด
กิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้
ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่การวิเคราะห์การสังเคราะห์และการประเมินค่า เป็นการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้สมมติฐานพื้นฐาน 2 ประการคือ 1) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดย
ธรรมชาตขิ องมนุษย์และ 2) แต่ละบคุ คลมีแนวทางในการเรียนรู้ทีแ่ ตกต่างกัน (Meyers and Jones,
1993) โดยผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้(receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้าง
ความรู้(co-creators) (Fedler and Brent, 1996) การให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้
และเรียนรู้อยา่ งมีปฏสิ มั พันธ์จนเกิดความรู้ความเข้าใจนำไปประยุกต์ใช้สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์
ประเมินคา่ หรือ สร้างสรรค์สง่ิ ต่าง ๆ และพฒั นาตนเองเต็มความสามารถ รวมถึงการจดั ประสบการณ์
การเรียนรู้ให้นักเรียนได้มีโอกาสร่วมอภิปรายให้มีโอกาสฝึกทักษะการสื่อสาร ทำให้ผลการเรียนรู้
เพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรู้ในสถานการณ์จำลอง ทั้งมีการฝึกปฏิบัติ
ในสภาพจริง มีการเชือ่ มโยงกับสถานการณ์ตา่ ง ๆ ซึ่งจะทำใหผ้ ลการเรียนรูเ้ กดิ ขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็นต์
(ไชยยศ เรืองสวุ รรณ,2533)

จากการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมาในระดับช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ผสู้ อน พบว่า นักเรียน
แสดงวิธีทําหาผลลัพธ์ผิดเป็นจํานวนมาก มีการบวกเลขผิดหลัก คํานวณเลขช้าไม่สามารถอธิบาย
วิธีการคํานวณได้ ทางด้านโจทย์ปัญหานักเรียนยังขาดทักษะในการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา ทั้งนี้
เนื่องจากนักเรียนไม่ชอบคิดเอง ขาดการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จนทําให้นักเรียนคิด ว่าเนื้อหาที่เรียน
ยากจนเกิดการเบื่อหน่ายในวิชาคณิตศาสตร์ จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชา คณิตศาสตร์แย่ลง
เป็นผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น และเปน็ อปุ สรรค์ต่อการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์
ด้วยผู้สอนจึงเลือกใช้สื่อกิจกรรมเกม BINGO คณิตศาสตร์มาช่วยในการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนเกิด
ทักษะการเรียนรู้ ประกอบกับใช้หลักจิตวิทยา ฝึกจากง่ายไปยาก ครูแนะนําอธิบายสําหรับข้อที่ยาก
ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในชั่วโมงเรียน เพื่อฝึกทักษะความชํานาญ มีโอกาสสอบถาม ฝึกซํ้าๆ
สอดแทรกกจิ กรรมท่ีนา่ สนใจเปิดโอกาสให้ ทาํ กจิ กรรมเป็นคู่ เป็นกลมุ่ บางโอกาส เป็นการส่งเสรมิ การ
ทํากิจกรรมเป็นกลุ่ม นักเรียนได้มีการช่วยเหลือกันทําให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
ช่วยให้นักเรยี นเกดิ การเรียนรู้และความชํานาญในเน้ือหาตา่ งๆ ไดล้ กึ ซ้ึงมากขึ้น เกิดการเรียนรู้อย่างมี
ความสุข ส่งผลให้นักเรียนสามารถคิดเป็น แก้ปัญหาเป็นและนําไปปรับใช้ในชีวิตประจําวัน นักเรียน
ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ ฝึกสังเกต ความสัมพันธข์ องสิง่ ของและตวั เลข รู้ความเชือ่ มโยงสมั พันธท์ าง
ทฤษฎี และการปฏิบัตมิ ีความสามารถในการสร้างข้อสรปุ อย่างมเี หตุผลและมคี วามคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์
ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น สามารถจดจําไปใช้ใน ชีวิตประจําวันได้มากขึ้น
เปน็ พ้นื ฐานความจาํ เป็นต่อการเรยี นระดบั สูงขึน้ ต่อไป

จากปัญหาต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าว จึงต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพ่ือ
กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนมากขึ้น ผู้สอนจึงได้นำเนื้อหา และการแสดงตัวอย่างสื่อ
เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center ที่มีความน่าสนใจ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียน
สามารถคน้ พบองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง ซง่ึ สง่ ผลต่อการสรา้ งแรงบนั ดาลใจในการเรยี นรู้ตอ่ ไป

3

วตั ถุประสงค์
1. นักเรยี นบอกวิธกี ารหาผลบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวกไม่เกนิ 1,000 ได้ (K)
2. นักเรียนแสดงขั้นตอนวิธีการหาผลบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000
(มที ด) ได้ (P)
3. รับผิดชอบต่อหนา้ ทีท่ ่ไี ด้รับมอบหมาย (A)
4. นักเรียนมีความสามารถในการคิด การเชื่อมโยง การใช้เหตุผล และการใช้ทักษะชีวิต
(Competencies)

เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
- นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรยี นชาวไทยใหม่ (โดม-ทกั ษิณอนสุ รณ์) ปกี ารศึกษา

2565 จำนวน 22 คน ได้เรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ
OBEC Content Center

เชงิ คุณภาพ
- นักเรียนมีผลการประเมินความรู้ ความเข้าใจ การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่

เกนิ 1,000 ได้อย่างถูกต้อง
- นักเรยี นมีผลกจิ กรรมฝกึ ทักษะผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70
- นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC

Content Center อยู่ในระดบั มากข้นึ ไป

ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน
ขัน้ ตอนการวางแผน (Plan: P)
1. ศึกษาหลักสูตร และคุณลักษณะอันพึงประสงค์เลือกแนวทางในการจัดกิจกรรมการ

เรียนการสอนทีเ่ หมาะสมกบั นกั เรียน วางแผนการปฏิบตั งิ าน
2. ศกึ ษารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชงิ รุก
3. ศกึ ษาวธิ กี ารใช้ และเลือกใชส้ อ่ื เทคโนโลยรี ะบบ OBEC Content Center ทสี่ อดคลอ้ ง

กบั วัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้ ดงั น้ี
- เรื่อง ครูคลับ คลับของคุณครู ปี 3 ตอนที่ 32 : เทคนิคกระตุ้นให้อยากเรียน
Active Learning
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/56857
- เรอื่ ง แบบฝกึ ทกั ษะการบวกและการลบ
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/84918-
เรื่อง บัตรบงิ โกจำนวนเฉพาะ
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/75041
- เร่ือง บงิ โกการบวก
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/66598-
- เร่ือง การบวกจำนวนสองจำนวนทีม่ ีผลลพั ธไ์ มเ่ กิน 1,000
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/611

4

4. ออกแบบกิจกรรม /เคร่ืองมือ /นวตั กรรม/ วธิ ีการเพอ่ื แกป้ ัญหา
5. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน
1,000 รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2
6. เลือกใช้ใบงานฝึกทักษะเรื่องการบวกที่สร้างสรรค์ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึง
ความรู้สึกนึกคิดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นใบงานแบบวัดความรู้หลังการเรียน
เพ่อื ใหน้ ักเรยี นไดท้ บทวนความร้ขู องตนเอง

- เรื่อง การบวก
https://shorturl.asia/wJbH7

ข้ันตอนการปฏิบัติ (Do: D)
1. นำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 1,000

รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จรงิ ในช้ันเรียน โดยใช้
กระบวนการจัดการเรยี นรู้เชงิ รุก

2. ใชส้ ื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center ทส่ี อดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3. ใช้ใบงานเรอื่ งการบวกท่ีสรา้ งสรรค์ เพ่อื ใหน้ กั เรียนได้ทบทวนความรูข้ องตนเอง
ขัน้ ตอนการตรวจสอบ (Check: C)
1. วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด
และจดุ ประสงค์การเรียนรู้ โดยมีการวดั และประเมินผลด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย
2. ประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
รว่ มกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
3. รบั การนิเทศการสอน เพอื่ การนำผลมาพัฒนาปรับปรุง

ข้นั ตอนการดำเนนิ การ (Action: A)
1. ปรบั ปรงุ ทบทวน แผนการจัดการเรียนรู้ สือ่ นวัตกรรม และการวัดผลประเมินผล

ผลการดำเนนิ งาน
1. ความสำเร็จของการดำเนนิ งาน
- นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีผลการประเมินความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการบวก

จำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกนิ 1,000 ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ร้อยละ 80 ทุกคน
- นักเรียนมผี ลการประเมนิ ใบงาน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
- นักเรียนมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อยูใ่ นระดบั ดีทุกคน
- นักเรยี นมีผลการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น อยู่ในระดับดที ุกคน
- นักเรียนมผี ลการประเมินทักษะอยู่ในระดบั ดี
- นักเรยี นมีผลการประเมนิ ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก รว่ มกับสอื่ เทคโนโลยี

ระบบ OBEC Content Center อยูใ่ นระดับมาก
2. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ
- นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน

1,000

5

- นักเรยี นมที ักษะ และคุณลักษณะประจำวิชา
- นักเรียนมคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และสมรรถนะท่สี ำคัญตามหลักสตู ร
- นกั เรยี นมีทักษะคณิตศาสตร์
- นกั เรยี นเกิดแรงบันดาลใจในการเรยี นรู้ในเรือ่ งถัดไป

บทเรยี นทไี่ ดร้ บั
1. การดำเนินงานท่เี ป็นระบบจะสง่ ผลดตี อ่ การพัฒนาคุณภาพนักเรียนได้อย่างย่ังยนื
2. ส่ือนวตั กรรมทเี่ หมาะสมจะส่งผลต่อการจดั การเรยี นรทู้ ่ีมีประสิทธภิ าพ
3. กระบวนการจัดการเรยี นรู้เชิงรุก สามารถส่งเสรมิ ทักษะการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ การ

ทำงานร่วมกนั การสื่อสาร และความคิดสรา้ งสรรค์

ปัจจัยแห่งความสำเรจ็
1. ผู้บริหารให้ความสำคัญ และส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้

กระบวนการจัดการเรียนรู้เชงิ รกุ ร่วมกับส่อื เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
2. ครูผู้สอนให้ความสำคัญ และเอาใจใส่กับการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ และการ

พัฒนานวัตกรรมการสอน
3. นักเรยี นใหค้ วามรว่ มมือในการรว่ มกจิ กรรมการเรยี นการสอน โดยนักเรยี นมคี วามพร้อม

ทกุ คร้ังในการเข้ารว่ มกิจกรรม

การเผยแพร่
1. เผยแพร่ผลงานทางเว็บไซต์ OBEC Content Center
2. เผยแพรผ่ ลงานทางเวบ็ ไซต์ โรงเรียนชาวไทยใหม่ (โดม-ทักษณิ อนุสรณ์)
3. เผยแพร่ผลงานทาง Facebook

บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. กรมวิชาการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลางกลุ่มสาระ

คณิตศาสตร์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานพุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพ :
โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
จรูญศรี แจบไธสง. (2546). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เรื่องเวกเตอร์ โดย
ใช้รูปแบบการเรียนรู้ แบบ 4MAT ร่วมกับเทควิธีการสอนแบบร่วมมือ. สารนิพนธ์ กศ.ม.
(การมัธยมศกึ ษา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครทิ รวิโรฒ.
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2533). เทคโนโลยีการศึกษา: ทฤษฎีและการวิจัย.กรุงเทพมหานคร: โอ.
เอส.พริน้ ตงิ้ เฮาส.
Mayers, C. and Jones, T. (1993). Promoting active learning: strategies for the college
classroom. San Francisco: Jossey-Bass.
Felder, R. & Brent, R. (1996). Navigating the Bumpy Road to Student-Centered
Instruction. Journal of College Teaching.

6

ภาคผนวก
1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก

รว่ มกับสอื่ เทคโนโลยีระบบ OBEC Content Center
2. แบบบันทกึ คะแนน ก่อนเรียนและหลังเรยี น
3. ตวั อย่างใบงาน
4. ตวั อยา่ งบงิ โกการบวก
5. แบบประเมินความพึงพอใจ
6. ภาพกจิ กรรม

ภาคผนวก

1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกจำนวนสองจำนวนที่มี
ผลบวกไม่เกิน 1,000 โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบ OBEC
Content Center

2. แบบบนั ทกึ คะแนน ก่อนเรียนและหลงั เรียน
3. ตวั อยา่ งใบงาน
4. ตัวอยา่ งบงิ โกการบวก
5. แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
6. ภาพกิจกรรม

81

1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกจำนวนสองจำนวนที่มี
ผลบวกไม่เกิน 1,000 โดยใช้กระบวนการจดั การเรยี นรู้เชิงรุก รว่ มกับสอื่ เทคโนโลยรี ะบบ OBEC
Content Center

แผนการจัดการเรียนรู้

การบวกจำนวนสองจำนวนทมี่ ีผลบวกไม่เกิน 1,000 (มที ด)

เวลา 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและ
ความสัมพันธ์ระหว่าง การ ดำเนินการต่างๆ และสามารถใช้การ
ดำเนินการในการแก้ปัญหา

ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง ป.2/1 บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ
ไม่เกินหนึ่งพัน และ ศูนย์ พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผล
ของคำตอบ

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มผี ลบวกไม่เกนิ 1,000 หาผลบวกไดโ้ ดยนำจำนวนท่ีอยู่ในหลัก
เดียวกันมาบวกกัน โดยเริ่มบวกจากหลกั หนว่ ย หลกั สบิ และหลกั รอ้ ย ตามลำดับ ถา้ ผลบวกใน
หลักใดเปน็ จำนวนสองหลกั ให้ทดจำนวนท่ีครบสิบไปยังหลกั ทอ่ี ย่ตู ดิ กันทางซ้าย

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) บอกวธิ กี ารหาผลบวกจำนวนสองจำนวนทม่ี ผี ลบวกไม่เกิน 1,000 (มีทด) ได้ (K)
2) แสดงข้นั ตอนวธิ กี ารหาผลบวกจำนวนสองจำนวนท่มี ีผลบวกไม่เกนิ 1,000 (มีทด) ได้ (P)
3) รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีที่ได้รบั มอบหมาย (A)
4) สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน (Competencies)

4.1) ความสามารถในการคิด
4.1.1) ทักษะการเช่อื มโยง
4.1.2) ทักษะการให้เหตุผล

4.2) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

สาระการเรยี นรู้

การบวกเลขสองหลัก จะเร่ิมจากหลกั หน่วยบวกกับหลักหน่วยกอ่ น และหลักสิบบวกกับ
หลกั สบิ เมอ่ื ผลบวกหลกั หนว่ ยเปน็ สองหลกั ต้องทดจำนวนท่ีครบสิบไปรวมกบั จำนวนในหลกั สบิ

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์  5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
 2. ซ่อื สตั ย์ สุจริต  7.รกั ความเป็นไทย
 3. มีวินัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4.ใฝเ่ รยี นรู้

82

สมรรถนะของผ้เู รียน
 1. ความสามารถในการสือ่ สาร
นักเรียนสามารถปฏิบตั ิ ฟงั พูด อา่ น เขียน
นักเรียนสามารถสนทนาและถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ ทั้งงานบคุ คลและงาน

กลมุ่
 2. ความสามารถในการคิด
นกั เรยี นมีความทกั ษะการคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
นกั เรียนสามารถแก้ปัญหา และ อุปสรรคต่างๆ ทเ่ี ผชญิ ได้
นกั เรียนใช้เหตุผลในการแก้ปญั หา
สามารถตัดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวัย
 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
นกั เรยี นสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อยา่ งเหมาะสมตามวัย
นกั เรียนสามารถทำงานกล่มุ กับผู้อ่นื ได้
นักเรยี นสามารถนำความร้ไู ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันได้เปน็ อยา่ งดี

 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

นกั เรียนมคี ุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี
ทกั ษะของผเู้ รียนศตวรรษที่ 21 (3R 8C)

 R1. - Reading คือ สามารถอ่านออก

 R2. - (W)Riteing คือ สามารถเขียนได้

 R3. - (A)Rithmatic คอื มีทักษะในการคำนวณ

 C1 - Critical thinking and problem solving คือ มที กั ษะการคิดวเิ คราะห์ การคดิ
อยา่ งมีวิจารณญาณและสามารถแก้ไขปัญหาได้

 C2 - Creativity and innovation คอื การคิดอย่างสร้างสรรคแ์ ละคิดเชิงนวตั กรรม
 C3 - Cross-cultural understanding คอื ความเข้าใจในความแตกตา่ งของวัฒนธรรม

และกระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม
 C4 - Collaboration teamwork and leadership คอื ความรว่ มมอื การทำงานเปน็

ทีม และภาวะความเปน็ ผนู้ ำ
 C5 - Communication information and media literacy คอื มีทกั ษะในการ

สอื่ สารและการรเู้ ท่าทันส่ือ
 C6 - Computing and IT literacy คอื มที ักษะการใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละรเู้ ท่าทัน
เทคโนโลยี
 C7 - Career and learning skills คอื มีทักษะอาชพี และการเรียนรู้
 C8 - Compassion คอื มคี วามเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวนิ ัย

83

คุณธรรมอตั ลักษณ์ ๓ ประการ
 1. รกั สะอาด
หลงั จากเรยี นเสร็จ นกั เรยี นสามารถรักษาความสะอาดเรียบร้อยของห้องเรียนให้สะอาด
อยเู่ สมอ
 2. ซือ่ สัตย์
นักเรียนปฏิบตั ิตามระเบยี บการสอนและไมล่ อกการบา้ น
นักเรยี นประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเปน็ จรงิ ต่อตนเอง
 3. จติ สาธารณะ
.นกั เรียนรจู้ กั การให้เพอ่ื สว่ นรวม และเพื่อผู้อ่นื
นักเรียนแสดงออกถึงความมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมห้อง

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขนั้ ที่ 1 นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครกู ลา่ วทักทายนกั เรยี นและทบทวนความร้เู ร่ือง การบวกตามแนวตง้ั (มีทด) พรอ้ ม

ยกตัวอยา่ งการบวกโดยใชบ้ ารโ์ มเดลบนกระดาน จากนั้นครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั หาผลบวก
โดยเขียนจำนวนในรปู กระจาย ใชต้ ารางหลัก และใช้วธิ ลี ัด เชน่

297 159 และ 263 675
?
?

297 + 159 = ⎕ และ 263 + 675 = ⎕

ขัน้ ท่ี 2 สอน

1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง

ค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาเร่อื ง

การบวกตามแนวตั้ง (มีทด) ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.2

2. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ศึกษาความรูจ้ าก OBEC Content Center

- เรอ่ื ง การบวกจำนวนสองจำนวนทม่ี ผี ลลัพธไ์ มเ่ กนิ 1,000

: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/611

3. ครูอธิบายเพิ่มเติมในกรอบเกร็ดคณิตในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.2 ว่า จำนวนสอง

จำนวนที่นำมาบวกกัน สามารถสลับที่กันได้โดยที่ผลบวกยังคงเท่ากัน เรียกว่า สมบัติการ

สลับทข่ี องการบวก พร้อมยกตวั อย่างการบวกโดยใชบ้ ารโ์ มเดลบนกระดาน เช่น

พจิ ารณา 371 + 179 = ⎕ และ 179 + 371 = ⎕

371 179 179 371
? ?

371 + 179 = 550 และ 179 + 371 = 550
ดงั น้นั 371 + 179 = 179 + 371

84

4. ครนู ำนักเรียนเลน่ เกมบิงโก โดยครอู ธิบายวิธีการเลน่ และให้นักเรียนหาคำตอบจากโจทย์ที่
ครูกำหนดให้ เมื่อได้แล้วในนำเบี้ยวางในตารางบิงโก จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย
คำตอบทีละขอ้
- เรอ่ื ง บิงโกการบวก
: https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/66598-

ขน้ั ท่ี 3 ฝกึ ทักษะ
1. ครูให้นักเรียนทำใบงานฝึกทักษะเรื่องการบวกที่สร้างสรรค์ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึง

ความรู้สึกนึกคิดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นใบงานแบบวัดความรู้หลังการ
เรียน เพื่อใหน้ กั เรียนได้ทบทวนความร้ขู องตนเอง

- เร่อื ง การบวก
https://shorturl.asia/wJbH7

2. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ ทกั ษะเสริมเร่อื ง การบวกจำนวนสองจำนวนทมี่ ีผลบวกไม่เกนิ
1,000

ข้ันท่ี 4 สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน

1,000 (มที ด)
ตามแนวตั้ง ดังน้ี
- การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมผี ลบวกไม่เกิน 1,000 (มที ด) ตามแนวตัง้ หาผลบวกไดโ้ ดยนำ

จำนวนทีอ่ ยู่ ในหลักเดียวกันมาบวกกัน ถ้าผลบวกในหลักใดเป็นจำนวนสองหลักให้ทดจำนวนท่ี
ครบสิบไปยงั หลกั ทอี่ ยตู่ ดิ กันทางซา้ ย

การวดั และประเมินผล

รายการวัด วิธีการ เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน

ประเมินระหว่าง - ใบงาน - ร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์
- กจิ กรรมฝึกทักษะ - รอ้ ยละ 70 ผา่ นเกณฑ์
การจัดกจิ กรรม - ตรวจแบบฝกึ ทักษะเสริม

การเรยี นรู้

1) การบวกจำนวน - ตรวจใบงานท่ี

สองจำนวนทม่ี ี - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ

ผลบวกไมเ่ กนิ - ตรวจแบบฝึกทักษะเสริม

1,000

2) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
ทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
3) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
การทำงานกล่มุ การทำงานกลมุ่

85

รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ

4) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน อนั พึงประสงค์

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การบวกจำนวนทมี่ ผี ลบวก
ไม่เกนิ 1,000
2) ใบงานฝกึ ทักษะ เร่อื ง การหาผลบวก
3) ตารางบงิ โก
4) แบบฝกึ ทักษะเสริม

แหลง่ การเรียนรู้
- ห้องเรยี น
- OBEC Content Center เรอื่ ง การบวกจำนวนสองจำนวนท่มี ผี ลลัพธไ์ มเ่ กิน 1,000
https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/611

86

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
สรปุ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................. ..................................
................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ
..................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................
(นางสาวเสาวภา คชชานโุ รจน)์
ครูผู้สอน

87

ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
..................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ........................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
..................................................................................................................

ลงช่ือ..............................................
(นางสาวณตั ริญา จิตรนาวี)

ตำแหนง่ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ความเหน็ ของหวั หนา้ ฝา่ ยบริหารงานวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................

ลงชอื่ ..............................................
(นางสาววาสนา ชูศรี)

ตำแหนง่ หัวหน้าฝ่ายบรหิ ารงานวชิ าการ

ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................. ..............................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. ..............................................

ลงช่ือ..............................................
(นางสาวจันทิมา อิว๋ สกุล)

ผู้อำนวยการโรงเรียนชาวไทยใหม่ (โดม-ทกั ษิณอนุสรณ์)

88

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรยี น

89

ใบงานฝกึ ทักษะคณติ ศาสตร์เร่ืองการบวก

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับ

ระดับคะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 321

1. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ -ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคบั ของ

ครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรม

ตา่ งๆ ในชีวิตประจำวนั

2. ใฝ่เรียนรู้ -รจู้ ักใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัติได้

-รู้จกั จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

-เช่อื ฟงั คำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ต้แย้ง

-ตั้งใจเรียน

3. มุ่งมั่นในการทำงาน -มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รบั

มอบหมาย

-มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพ่ือใหง้ านสำเรจ็

ลงชือ่ .................................................. ผู้ประเมิน
............/.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 1 คะแนน

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
51–60 ดมี าก
41–50 ดี
30–40 พอใช้
ตำ่ กวา่ 30 ปรบั ปรุง

แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน 2
คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี น
ระดบั คณุ ภาพ
สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
(4) (3) (2) (1)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -ส่งสาร
ในการสื่อสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคดิ รวม .... คะแนน ระดับ .....

ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม รวม .... คะแนน ระดบั .....

1.3 ใชว้ ิธีการสอ่ื สารทเ่ี หมาะสม มปี ระสทิ ธภิ าพ รวม .... คะแนน ระดบั .....

1.4 เจรจาต่อรองเพือ่ ขจดั และลดปญั หาความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ ได้ รวม .... คะแนน ระดบั .....
1.5 เลือกรับและไมร่ ับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยเหตุผลและถูกตอ้ ง

สรปุ ผลการประเมนิ

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์

ในการคิด 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคดิ อย่างมีวิจารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้

2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปญั หาเกยี่ วกบั ตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

สรปุ ผลการประเมิน

3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ท่เี ผชิญได้
ในการแกป้ ัญหา 3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ญั หา

3.3 เข้าใจความสมั พันธ์และการเปลยี่ นแปลงในสังคม

3.4 แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรูม้ าใช้ในการปอ้ งกันและแกไ้ ข
ปญั หา

3.5 สามารติดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวยั

สรปุ ผลการประเมิน

4. ความสามารถ 4.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยไี ด้เหมาะสมตามวัย

ในการใช้

เทคโนโลยี 4.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

4.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้พฒั นาตนเอง

4.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอยา่ งสร้างสรรค์

4.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรุปผลการประเมิน

3

เกณฑก์ ารให้คะแนนระดบั คณุ ภาพ ให้ 4 คะแนน
ดีมาก - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ดี - พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
พอใช้ - พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน
ต้องปรับปรุง - ไมเ่ คยปฏิบัตพิ ฤติกรรม

เกณฑก์ ารสรุปผล
ดีมาก - 16 - 20 คะแนน
ดี - 11 - 15 คะแนน
พอใช้ - 6 - 10 คะแนน
ตอ้ งปรับปรงุ - 0 - 5 คะแนน

4

แบบสรุปประเมินสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

รายช่ือนกั เรียน ความสามารถในการ ื่สอสาร รวม ระดับ
ความสามรถในการคิด คะแนน คณุ ภาพ
ความสามารถในการแก้ ัปญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

ด.ช.วีระภพ แสงนนุ่
ด.ญ.แพรวา นาวารกั ษ์
ด.ญ.สุนิทตรา นาวารกั ษ์
ด.ญ.ธิดารตั น์ นาวารกั ษ์
ด.ช.ธนาวฒั น์ ชาญสมุทร
ด.ช.บญุ มา พักดี
ด.ช.ณฐั พล นาวารักษ์
ด.ช.นราวชิ ญ์ ชัยวงษ์
ด.ช.อภิชยั สารบาล
ด.ช.ณฐั พงศ์ สขุ ราช
ด.ช.วทิ วสั อักษรศรี
ด.ช.สุทธชิ ยั พม่า
ด.ญ.จุฑามาศ เอียบใช้
ด.ญ.กลั ยรตั น์ ชบู ัวทอง
ด.ญ.อัญธิดา นาวารักษ์
ด.ช.ธนภทั ร เอียบใช้
ด.ช.พรนุวัฒน์ ชาญสมทุ ร
ด.ช.กนกพล สมุทวารี
ด.ช.จรสั พงษ์ สวุ รรณฤทธ์ิ
ด.ญ.องั วา อู
ด.ญ.บญุ ยาภรณ์ เรอื งน่นุ
ด.ช.ภริ มย์พร ภิรมย์ภักด์ิ

5

แบบประเมินทักษะ 4 Cs

คำชีแ้ จง : ให้ผปู้ ระเมินสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วทำเคร่ืองหมาย ✓ใหต้ รงกบั ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ
12 345

ทักษะการคิดวจิ ารณญาณ (Critical Thinking)

1. ฝึกการแสดงเหตผุ ล

2. แสดงความเข้าใจและสรา้ งทางเลือกทหี่ ลากหลาย

3. เข้าใจการเชอ่ื มโยงระหว่างกันอยา่ งเป็นระบบ

ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill)

1. สามารถทางานเป็นทีมได้

2. มีภาวะความเปน็ ผู้นำ

3. มีการปรบั ตัวตามบทบาทและความรับผดิ ชอบที่หลากหลาย

4. มีการทำงานอย่างมีคุณภาพรว่ มกบั ผอู้ ื่น

5. มคี วามเหน็ ใจและเคารพในความคดิ เห็นที่แตกต่าง

ทกั ษะการส่ือสาร (Communication Skill)

1. เข้าใจ จดั การและสรา้ งสรรคว์ ธิ ีการสื่อสารด้วยการพูดในรปู แบบ

และบรบิ ทตา่ งๆ ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

2. เขา้ ใจ จัดการและสรา้ งสรรค์วธิ ีการส่ือสารด้วยการเขยี นในรปู แบบ

และบริบทตา่ งๆ ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

3. เข้าใจ จดั การและสรา้ งสรรคว์ ธิ ีการสอื่ สารดว้ ยมัลตมิ ีเดียใน

รปู แบบและบริบทต่างๆ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

ทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)

1. พฒั นาไปใชแ้ ละสื่อสารแนวคิดใหมๆ่ ไปสูผ่ ู้อ่นื

2. เปิดกวา้ งรับฟงั

3. ตอบสนองต่อมุมมองทห่ี ลากหลาย

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 5 คะแนน
- พฤตกิ รรมที่ดเี ด่นเป็นท่ียอมรบั และเป็นแบบอย่างทีด่ ี ให้ 4 คะแนน
- พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติชดั เจน ให้ 2 คะแนน
- พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั บิ ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
- พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้งั ให้ 0 คะแนน
- พฤตกิ รรมที่ไมป่ ฏิบัติเลย

นำคะแนนท้ังหมดรวมกนั ได้คะแนนเต็ม คิดเป็นรอ้ ยละ

6

เกณฑ์การแปลความหมายของช่วงคะแนน ความหมาย
ชว่ งคะแนน (ร้อยละ) ดีมาก
90 -100 ดี
70 - 89
50 – 69 ปานกลาง
30 – 49 นอ้ ย
00 – 29
น้อยทีส่ ดุ

2. แบบบนั ทกึ คะแนน ก่อนเรียนและหลงั เรยี น

แบบบนั ทึกคะแนนกอ่ น –หลังเรยี น รายบคุ คล
เรอ่ื ง การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวกไม่เกิน 1,000 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2

ที่ ชอ่ื -สกุล คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลงั เรียน
1 ด.ช.วรี ะภพ แสงนุ่น 5 9
2 ด.ญ.แพรวา นาวารกั ษ์ 4 8
3 ด.ญ.สนุ ิทตรา นาวารกั ษ์ 4 9
4 ด.ญ.ธดิ ารัตน์ นาวารกั ษ์ 3 10
5 ด.ช.ธนาวฒั น์ ชาญสมทุ ร 4 11
6 ด.ช.บญุ มา พักดี 3 8
7 ด.ช.ณฐั พล นาวารกั ษ์ 6 10
8 ด.ช.นราวชิ ญ์ ชัยวงษ์ 3 6
9 ด.ช.อภชิ ัย สารบาล 4 6
10 ด.ช.ณัฐพงศ์ สุขราช 5 9
11 ด.ช.วทิ วสั อักษรศรี 4 9
12 ด.ช.สุทธชิ ัย พมา่ 5 10
13 ด.ญ.จุฑามาศ เอยี บใช้ 4 8
14 ด.ญ.กัลยรัตน์ ชูบวั ทอง 6 9
15 ด.ญ.อัญธิดา นาวารกั ษ์ 5 10
16 ด.ช.ธนภัทร เอยี บใช้ 3 7
17 ด.ช.พรนวุ ฒั น์ ชาญสมุทร 3 9
18 ด.ช.กนกพล สมทุ วารี 5 10
19 ด.ช.จรสั พงษ์ สวุ รรณฤทธ์ิ 5 10
20 ด.ญ.องั วา อู 4 10
21 ด.ญ.บญุ ยาภรณ์ เรอื งนนุ่ 4 9
22 ด.ช.ภริ มยพ์ ร ภริ มย์ภักด์ิ 5 9

คา่ เฉล่ีย 4.27 8.91

สรปุ ผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลงั เรียน

ระดับชนั้ คะแนนแบบทดสอบ ผลตา่ ง
คา่ เฉลี่ยคะแนนกอ่ นเรยี น ค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรยี น +4.64

ประถมศึกษาปีที่ 2 4.27 8.91

3. ตวั อย่างใบงาน

3. ตวั อย่างใบงานฝึกทกั ษะการบวก (ต่อ)

4. ตวั อย่างชดุ กิจกรรมเกม BINGO ฝึกทกั ษะคณติ ศาสตรเ์ ร่อื งการบวก

2

4. ตัวอย่างชดุ กิจกรรมเกม BINGO ฝกึ ทักษะคณิตศาสตรเ์ รื่องการบวก ( ต่อ )

5. แบบประเมินความพึงพอใจ

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจต่อการจดั การเรยี นรู้รายวิชาคณติ ศาสตร์
โดยใช้กระบวนการจัดการเรยี นรู้เชงิ รุก ร่วมกบั ส่ือเทคโนโลยี
ระบบ OBEC Content Center
เรอื่ ง การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไมเ่ กิน 1,000

คำชแ้ี จง : โปรดแสดงความคดิ เห็นของท่านต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรกุ รว่ มกบั สอ่ื เทคโนโลยี
ระบบ OBEC Content Center โดยกาเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดบั ความคิดเห็น

5 หมายถงึ พึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ 4 หมายถงึ พึงพอใจในระดบั มาก
3 หมายถึง พงึ พอใจในระดบั ปานกลาง 2 หมายถึง พึงพอใจในระดบั น้อย
1 หมายถึง พึงพอใจในระดบั น้อยที่สุด

รายการ ระดบั ความคิดเห็น
5 4321
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนได้เรยี นรจู้ ากสื่อ และแหล่งเรียนร้ทู ี่หลากหลาย
2. นักเรยี นได้เรียนรดู้ ว้ ยตนเองอย่างกระตือรือรน้
3. นกั เรยี นไดท้ ำกิจกรรมการเรียนร้ตู ามความสนใจ
4. กจิ กรรมโครงการสง่ เสริมทักษะการทำงานกลุ่ม
5. กิจกรรมโครงการสง่ เสรมิ ทกั ษะการพูดเพอ่ื การส่อื สาร
6. กจิ กรรมโครงการส่งเสรมิ ทักษะการวางแผนและการทำงานอย่างเป็น
ระบบ
7. นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้
ด้านเนอื้ หา
8. เนื้อหาสอดคล้องกบั รายวิชาทเ่ี รียน
9. การนำเสนอเนอื้ หาเปน็ ไปตามลำดบั ขน้ั ตอน
10. ความยากง่ายของเนื้อหาเหมาะสมกบั ระดับความสามารถ
11. ปริมาณเนอื้ หาเหมาะสมกบั เวลาท่ีเรียน
ด้านบรรยากาศการจดั การเรียนรู้
12. มบี รรยากาศที่สง่ เสรมิ ให้นักเรียนมสี ว่ นรว่ มในการเรยี นรู้
13. นักเรียนมโี อกาสแสดงความคดิ เห็นและแลกเปล่ียนเรียนรกู้ ับเพ่ือนอย่าง
สมำ่ เสมอ
14. นักเรียนมคี วามสขุ และสนุกสนานในการรว่ มมือกนั ทำงาน
ด้านประโยชน์ท่มี ีต่อการจดั การเรยี นรู้

2

รายการ ระดับความคิดเหน็
5 4321

15. นักเรียนไดเ้ รียนร้ตู ามศักยภาพของตนเองเมื่อได้เรียนรู้ด้วยกิจกรรม

โครงการ

16. กิจกรรมโครงการชว่ ยใหน้ ักเรยี นมคี วามม่ันใจในตวั เอง

17. กจิ กรรมโครงการทำใหน้ ักเรยี นเห็นคุณค่าและภมู ิใจในผลงานทีท่ ำ

18. กิจกรรมโครงการสรา้ งบรรยากาศในการเรียนรทู้ ี่ดี ทำให้นักเรยี นกล้า

แสดงออก

19. การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงการสามารถสร้างแรงจงู ใจในการเรียนรู้ของ

นักเรียน

20. การจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้โครงการทำให้นักเรยี นมีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการเรยี น

วชิ าวทิ ยาการคำนวณ

6. ภาพกิจกรรม


Click to View FlipBook Version