บันทึกรักการอ่าน
จัดทำโดย
ด.ช.นิรัติศัย กวีกิจเวที
ม.1/6 เลขที่7
บันทึก
นิทานอีสป เรื่องสุนัขจิ้งจอกกับนกกระสา
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่อย่อ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีสุนัขจิ้งจอกกับนกกระสา เพิ่งเริ่มคบหากับได้ไม่นาน และ
มันสองตัวมักจะไปหามาสู่กันเป็นประจำ และดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งสุนัขจิ้งจอกได้เชิญนกกระสามาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้าน
แต่สุนัขจิ้งจอกกลับแกล้งนกกระสาด้วยการไม่มีสิ่งใดมาเลี้ยงต้อนรับเลย นอกจากน้ำ
ซุปที่ใส่ในจานแบนๆ ซึ่งวางไว้อยู่ตรงหน้านกกระสาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สุนัข
จิ้งจอกสามารถใช้ลิ้นตวัดกินซุปได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางกลับกันนกกระสาทำได้เพียง
ใช้ปลายจงอยปากของมันจุ่มลงไปในน้ำซุป นกกระสายังรู้สึกหิวแต่ก็ต้องปล่อยให้
อาหารมื้อนั้นเหลือไว้
แล้วสุนัขจิ้งจอกก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าขอโทษนะ เจ้าคงจะไม่ชอบน้ำซุป” “ไม่ต้อง
ขอโทษข้าหรอก” นกกระสาตอบ “ข้าหวังว่าอีกไม่นานเจ้าจะไปเยี่ยมข้าเป็นการ
ตอบแทน และรับประทานอาหารมื้อเย็นกับข้าบ้าง” ทั้งสองจึงมีการกำหนดวันนัดกัน
ขึ้นเพื่อที่สุนัขจิ้งจอกจะได้ไปเยี่ยมนกกระสาบ้าง
เมื่อวันนัดหมายมาถึงมันทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ อาหารทั้งหมดที่นำมาเลี้ยงนั้นถูกบรรจุอยู่
ในเหยือกทรงสูงปากแคบ ซึ่งสุนัขจิ้งจอกไม่สามารถเอาปากใหญ่ๆของมันใส่ลงไปได้
ดังนั้นสิ่งเดียวที่มันจะทำได้คือเลียที่ขอบด้านนอกของหยือก และนกกระสาก็กล่าวว่า “ข้า
จะไม่ขอโทษสำหรับอาหารเย็นมื้อนี้หรอกนะ” แล้วสิ่งที่สุนัขได้รับในวันนี้ก็ทำให้มัน
นึกถึงสิ่งที่เคยทำไว้กับนกกระสา
แหล่งอ้างอิง https://www.kalyanamitra.org
/th/Aesop_detail.php?page=2250
บันทึก
นิทานอีสป เรื่อง แม่ไก่กับแมงป่อง
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
แม่ไก่เคยจิกกินลูกแมงป่องเป็นอาหาร ทำให้พ่อและแม่
ของแมงป่องโกรธแค้นมาก
วันหนึ่งแม่ของแมงป่องเห็นแม่ไก่พาลูกออกมาหา
อาหาร แมงป่องคิดแก้แค้น จึงวิ่งไปหมายจะต่อยลูกของแม่
ไก่แต่ละตัว
พอแมงป่องวิ่งไปเกือบถึงตัวลูกเจี๊ยบมันจึงหยุดคิด
ได้ว่า
"ลูกเราตายไปแล้ว ถึงเราคิดจะแก้แค้นลูกเราก็คง
ไม่ฟื้นคืนมาดังเดิม" เมื่อพูดจบแมงป่องก็เดินจากไป
แหล่งอ้างอิง https://www.kalyanamitra.org/th/Aesop_detail.php?page=4842
นิทานอีสป เรื่อง ห่านกับนกกระสา
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
ณ บึงใหญ่ในป่าแห่งหนึ่ง ห่านและนกกระสาชวนกันเดินท่องน้ำหาปลา
เล็กปลาน้อยกินเป็นอาหาร สัตว์ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าเบื้องหลังพุ่มไม้ที่อยู่
ริมบึงนั้น
พรานป่าคนหนึ่งยืนถือปืนคอยท่าจะยิงพวกมันอยู่ ในขณะที่นกกระ
สาค่อยๆ จับปลากินอย่างไม่รีบร้อนนั้น ห่านกลับก้มหน้าก้มตากินอย่าง
ไม่ยั้ง เมื่อนกกระสาหันมาเห็น มันจึงพูดเดือนขึ้นว่า
"นี่ท่าน ถ้ากินมากขนาดนี้ระวังบินไม่ไหวนะ" แต่ห่านไม่ได้
สนใจคำเตือนนั้นเลย มันยังคงกินเอากินเอาอย่างไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น
ส่วนนายพร้านพอเห็นนกกระสาและห่านเผลอ ก็ยกปืนขึ้นตั้งท่าจะ
ยิง พอดีนกกระสาหันไปเห็นเข้า จึงรีบบินหนีไปในทันที ในขณะที่
ห่านซึ่งหันมาเห็นนายพรานเหมือนกัน แต่เพราะท้องอันหนักอึ้งของมัน
ทำให้มันไม่สามารถจะบินขึ้นได้ จึงต้องตกเป็นอาหารของนายพรานไป
ในที่สุด
แหล่งอ้างอิง https://www.kalyanamitra.
org/th/Aesop_detail.php?page=5356
บันทึกความจำ
นิทานอีสป เรื่อง ห่านกับไข่ทองคำ
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
ชายชราผู้หนึ่งมีฐานะยากจน สมบัติทั้งหมดที่เขามีก็คือบ้านเก่าๆ
หลังหนึ่งกับแม่ห่านอีกตัวหนึ่งเท่านั้น แม่ห่านจะออกไข่วันละ
ฟองเพื่อให้เขานำไปขายที่ตลาดทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งแม่ห่านนึก
สงสารจึงออกไข่ทองคำฟองหนึ่งให้แก่ชายชราชายชราดีใจมาก
รีบนำไข่ทองคำไปขายได้เงินมามากมายและทำให้ฐานะดีขึ้น
แต่ชายชรายังไม่พอใจ เกิดความโลภอยากจะได้ไข่ทองคำ
หลายๆ ใบในคราวเดียวกัน
ชายชราคิดว่าในท้องห่านต้องมีไข่ทองคำเหลืออยู่อีกมาก
วันหนึ่งเขาจึงแอบย่องเข้าไปในเล้าห่าน แล้วเอามีดที่เตรียมไว้
ผ่าท้องห่านทันที แต่อนิจจา นอกจากจะไม่พบไข่ทองคำเลยสัก
ใบในท้องห่านแล้ว แม่ห่านก็ต้องมาตายลงอีกนับแต่นั้นเป็นตัน
มา ชายชราผู้โลภมากไม่มีทั้งห่าน หรือแม้แต่ไข่ห่านสักใบให้
นำไปขายอีกต่อไป
นิทานอีสป เรื่อง ราชสีห์เฒ่า
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
ราชสีห์ชราตัวหนึ่ง เมื่อครั้งที่ยังหนุ่ม มันเคยเป็นที่ยำเกรงของ
สัตว์ทุกตัวในป่า แต่มาวันนี้ เมื่อแก่ตัวไร้เรี่ยวแรง มันได้แต่
นอนอยู่ในถ้ำรอดวามตายไปวัน ๆ
"เจ้าป่าที่ไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ด่างจากสุนัขธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง"
นี่คือคำเยาะเย้ยถากถางที่มันได้ยิน ทำให้มันอยากจะพิสูจน์
ตัวเองอีกครั้งว่า ในวัยชรานี้ มันยังคงมีบารมีพอให้สัตว์อื่นเกรง
กลัวอยู่ คิดแล้วมันจึงเดินออกจากถ้ำ มันเห็นลาสองตัวแม่ลูกกำลัง
ยืนเล็มหญ้าอยู่หน้าปากถ้ำ
แม้แม่ลาจะมองเห็นราชสีห์ แต่กลับไม่ให้ความสนใจ ยังคง
ก้มหน้าเล็มหญ้าต่อไป ราชสีห์เฒ่ารู้สึกโกรธ จึงเดินวางท่าเป็น
เจ้าป่าเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งส่งเสียงคำรามเพื่อข่มขู่ให้ลาทั้งสอง
กลัว ทันใดนั้นเอง ราชสีห์ชราก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อลูกลาที่กำลังวิ่ง
เล่นอยู่ใกล้ๆ แม่ กระโดดเตะเข้าที่สะโพกของมันอย่างเต็มแรงนี่
ทำให้มันโมโหสุดขีด แต่ราชสีห์เฒ่าก็ไม่มีแรงพอจะทำอะไร
โต้ตอบลูกลา สิ่งเดียวที่มันทำได้ คือค่อยๆ เดินลากสังขารที่
บอบช้ำกลับเข้าถ้ำไปโดยเร็วเท่านั้นเอง
นิทานอีสป เรื่อง ช้างเกเร
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
มีช้างตัวหนึ่งเที่ยวเดินเอางวงดึงกิ่งไม้และใบไม้มาเหยียบย่ำ แล้วใช้
แรงอันมหาศาลโยกต้นไม้ไปมาจนต้นไม้ใหญ่น้อยหักโค่นลงตลอด
สองข้างทางที่มันเดินผ่าน
พอมันเดินมาถึงต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งพ่อนกและแม่นกกำลังช่วยกัน
เลี้ยงดูลูกในรัง...มันใช้งวงรัดและโยกต้นไม้ต้นนี้จนลูกนกตกลงมา
ตายทั้งรัง โดยไม่ฟังเสียงอ้อนวอนของพ่อนกและแม่นกเลย
พอมันเดินผ่านต้นไม้ซึ่งมีฝูงผึ้งฝูงหนึ่งทำรังอยู่...มันก็ใช้งวงดึงรัง
ผึ้งมาเพื่อจะเหยียบย่ำ
ทันใดนั้นเองฝูงผึ้งจำนวนนับร้อยก็กรูกันเข้าต่อยที่ตาของช้างพร้อม
ๆ กันจนตาบอด ช้างเกเรเดินโซซัดโซเซไปมาอย่างน่าสงสาร...
แต่ฝูงเม่นซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดร่วมใจกันลงโทษช้างใจร้าย
โดยพากันสลัดขนทิ่มแทงหนังช้างซ้ำเข้าไปอีกจนช้างตาบอดได้รับ
ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมัน เดินสะเปะสะปะไปตลอดทางจนกระ
ทั้งตกหน้าผาตาย
นิทานอีสป เรื่อง สิงโตแบ่งเนื้อ
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
สิงโตตัวหนึ่งได้ออกไปล่าเหยื่อพร้อมกับสุนัขจิ้งจอก และหมาป่า
พวกมันได้ออกตระเวนล่าเหยื่อจนกระทั่งไปพบกวางตัวหนึ่ง และ
ได้ปลิดชีวิตมันเสีย จากนั้นก็มาถึงคำถามว่าจะแบ่งซากกวางนี้
อย่างไรดี
"แล่เนื้อกวางหนึ่งในสี่ส่วนนั้นให้ข้า" เจ้าสิงโตคำรามเลียง
ดัง
สัตว์ตัวอื่นๆ จึงทำการถลกหนัง และแบ่งเนื้อกวางออกเป็นสี่
ส่วน
สิงโตยืนอยู่หน้าซากกวางนั้นและประกาศตัดสินต่อว่า
"เนื้อส่วนแรกนั้นเป็นของข้าในฐานะเจ้าป่า ส่วนที่สองเป็น
ของข้าในฐานะผู้ตัดสิน และส่วนที่สามก็ต้องเป็นของข้าเพราะข้า
เข้าร่วมล่าเหยื่อด้วย และสำหรับส่วนที่สี่ เอาล่ะ... ข้าก็อยากรู้
เหมือนกันว่าพวกเจ้ากล้าจะเข้ามาเอาไหม"
เรื่องโครโมโซฒ
ผู้คิดค้น เกรกอร์ เม็นเดิล (Gregor Mendel)
สรุป
โครโมโซม (Chromosome) คือ ตัวถ่ายทอดลักษณะ
ทางพันธุกรรม และทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงาน
ของเซลล์ และการแบ่งเซลล์ที่มีอยู่ด้วยกันหลากหลาย
ล้านเซลล์ในร่างกายของเรา โดยโครโมโซมปกติของ
มนุษย์เราจะมีอยู่ด้วยกัน 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แบ่งเป็น
โครโมโซมร่างกาย (Autosome) 22 คู่ และอีก 1 คู่
คือโครโมโซมเพศ (Sex Chromosome)
แหล่งที่มา
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A1%
E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A1
เรื่องยีน
ผู้คิดค้น jacob w davis,ลีวาย สเตราส์
สรุป
ยีน" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ยีน (แก้ความกำกวม)
โครโมโซมคือสายดีเอ็นเอที่พันประกอบขึ้นเป็นรูปร่าง ยีนคือส่วนหนึ่งของสายดีเอ็นเอที่ถอดรหัสออกมาเพื่อทำ
หน้าที่ ยีนสมมติในภาพนี้ประกอบขึ้นจากแค่สี่สิบคู่เบส ซึ่งยีนจริงๆ จะมีจำนวนคู่เบสมากกว่านี้
ยีน หรือ สิ่งสืบต่อพันธุกรรม (อังกฤษ: gene; /dʒiːn/) คือลำดับดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอที่สามารถถอดรหัสออก
มาเป็นโมเลกุลหนึ่งๆ ที่สามารถทำหน้าที่ได้ โดยปกติแล้วดีเอ็นเอจะถูกถอดรหัสออกมาเป็นอาร์เอ็นเออาร์เอ็นเอ
นั้นอาจทำหน้าที่ได้เองโดยตรง หรือเป็นแบบให้กับขั้นตอนการแปลรหัส ซึ่งเป็นการสร้างโปรตีนเพื่อทำ
หน้าที่ต่อไปก็ได้ การถ่ายทอดยีนไปยังทายาทของสิ่งมีชีวิตเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการส่งต่อลักษณะไปยังรุ่นถัด
ไป ยีนต่างๆ เหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็นลำดับดีเอ็นเอเรียกว่าจีโนไทป์หรือลักษณะพันธุกรรม ซึ่งเมื่อประกอบ
กับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและการเจริญเติบโตแล้วจะเป็นตัวกำหนดฟีโนไทป์หรือลักษณะปรากฏ ลักษณะทางชีว
ภาพหลายๆ อย่างถูกกำหนดโดยยีนหลายยีน บางอย่างถูกกำหนดโดยปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนกับสิ่งแวดล้อม
ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างอาจปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น สีตา จำนวนแขนขา และบางอย่างก็ไม่
ปรากฏให้เห็น เช่น หมู่เลือด ความเสี่ยงของการเกิดโรค รวมถึงกระบวนการทางชีวเคมีนับพันที่เป็นพื้นฐานของ
ชีวิต
ยีนอาจเกิดการกลายพันธุ์สะสมในลำดับพันธุกรรมได้ ทำให้เกิดความแตกต่างของการแสดงออกในกลุ่ม
ประชากร เรียกว่าแต่ละรูปแบบที่แตกต่างนี้ว่า อัลลีล แต่ละอัลลีลของยีนยีนหนึ่งจะถอดรหัสออกมาเป็นโปรตีนที่
มีความแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้เกิดลักษณะปรากฏทางฟีโนไทป์ที่แตกต่างกันไป ในระดับคนทั่วไปเมื่อพูด
ถึงการมียีน เช่น มียีนที่ดี มียีนสีผมน้ำตาล มักหมายถึงการมีอัลลีลที่แตกต่างของยีนยีนหนึ่ง ยีนเหล่านี้จะผ่าน
กระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติเพื่อให้เกิดการอยู่รอดของอัลลีลที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่
ทำให้เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ยีนเป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซมที่ถอดรหัสได้เป็นสายพอลิเพปไทด์หนึ่งสายที่ทำงานได้ (single functional
polypeptide) หรือได้เป็นอาร์เอ็นเอ ยีนประกอบด้วยส่วนที่สามารถถอดรหัสเป็นอาร์เอ็นเอได้ เรียกว่า exon
และบริเวณที่ไม่สามารถถอดรหัสได้ เรียกว่า intron
นิทานอีสป เรื่อง ลูกแกะรู้กันหมาป่า
ผู้แต่ง : อีสป
เรื่องย่อ
มีหมาป่าบาดเจ็บตัวหนึ่งเอ่ยกับลูกแกะที่ผ่านมาว่า "เพื่อนเอ๋ย...
ข้าได้รับบาดเจ็บจนเดินไม่ได้เจ้าช่วยไปหาน้ำมาให้ข้าสัก
หน่อยเถิด ข้าหิวน้ำเหลือเกิน"
ลูกแกะได้ยินเช่นนั้นก็แกล้งถามว่า "แล้วอาหารล่ะ.ท่านไม่
หิวหรือ" หมาป่ามองดูลูกแกะตัวอ้วนแล้วก็เผลอกลืนน้ำลายก่อน
จะเอ่ยว่า "ไม่...ไม่...ต้องหาอาหารมาให้ข้าหรอก ข้าหาเองได้"
ลูกแกะรู้ทันก็หัวเราะแล้วว่า "ใช่สิ! เมื่อข้าเอาน้ำเข้าไปให้
เจ้าก็จะฉวยโอกาสจับข้ากินเป็นอาหารน่ะสิ..."
แหล่งอ้างอิง https://www.kalyanamitra.org/th/Aesop_detail.php?page=5310