The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ์Nittaya Konchum, 2022-12-14 23:23:35

ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

แผนการจัดการเรียนรู้

1

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 15 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 6
รหัสวชิ า ว 23102 ภาคเรียนที่ 2
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 18 ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนท่ี 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 ชั่วโมง
เรอื่ ง องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ
ชือ่ ผ้สู อน นางนิตยา คนชมุ

เปา้ หมายการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน
ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่งิ ไมมชี วี ติ กับสิ่งมีชีวิตและ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่ิงมชี วี ิตกับส่ิงมีชีวิตตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน
การเปลยี่ นแปลงแทนท่ใี นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่มี ีตอ่
ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไข
ปญหาสงิ่ แวดล้อมรวมทงั้ นำความรูไปใช้ประโยชน์
ตัวชีว้ ัด (สำหรบั รายวชิ าพน้ื ฐาน)
ว 1.1 ม.3/1 อธิบายปฏิสัมพนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศท่ีได้จากการสำรวจ
ว 1.1 ม.3/2 อธิบายรูปแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่

เดยี วกนั ท่ีได้จากการสำรวจ
สาระสำคญั
ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิตและองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตเป็น

องค์ประกอบที่มีชีวิต ถ้าจำแนกตามบทบาทในระบบนิเวศจะแบ่งสิ่งมีชีวิตออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต
ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ นอกจากนี้หากจำแนกผู้บริโภคตามลักษณะการบริโภคจะแบ่งออกได้
เป็น 4 ประเภท ได้แก่ สิ่งมีชีวิตกินพืชสิ่งมีชีวิตกินสัตว์ สิ่งมีชีวิตกินพืชและสัตว์ และสัตว์กินซาก ส่วน
องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น ดิน น้ำ แสง ธาตุอาหารมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและ
สภาพแวดล้อม ซงึ่ องค์ประกอบทัง้ สองส่วนจะมปี ฏิสัมพันธก์ ันทำใหเ้ กิดความสมดลุ ของระบบนิเวศ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมเพอื่ ใหบ้ รรลตุ ามตวั ชีว้ ดั )

ดา้ นพุทธพิ ิสยั
1. นกั เรียนสามารถอธิบายปฏสิ ัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนิเวศท่ีไดจ้ ากการสำรวจ
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายรปู แบบความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่ิงมชี ีวิตกับส่ิงมชี ีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่ง

ทอี่ ยู่ได้
ดา้ นทักษะพสิ ัย
3. นักเรยี นสามารถจำแนกองคป์ ระกอบของระบบนิเวศได้

ด้านจิตพสิ ยั
4. นกั เรียนสามารถนำความรู้เรือ่ งระบบนเิ วศไปประยกุ ต์ใช้ไดใ้ นชีวิตประจำวัน

2

สาระการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (Knowledge)

- ระบบนิเวศประกอบด้วย องค์ประกอบที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต องค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์

จลุ นิ ทรยี ์ องค์ประกอบทีไ่ ม่มีชีวติ เชน่ แสง จากดวงอาทิตย์ น้ำ อณุ หภูมิ แร่ธาตุ

- องค์ประกอบที่มีชีวิตและไมม่ ีชีวิตในระบบนิเวศ มีความสัมพันธก์ ันทัง้ ทางตรงและทางอ้อม เช่น

พืชต้องการแสง น้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้างอาหาร สัตว์ต้องการอาหารและ

สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมในการดำรงชวี ิตในรปู แบบท่ีแตกต่างกนั

- สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน เรียกว่า

ประชากร กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันใน

แหลง่ ทอ่ี ยู่เดยี วกัน ระบบท่กี ลุ่มสง่ิ มชี วี ิตอาศัยในแหล่งที่อยู่เดยี วกนั

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

- นักเรยี นสามารถจำแนกองคป์ ระกอบของระบบนเิ วศได้

ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพยี ง ซ่ือสตั ย์สุจริต

 มงุ่ ม่นั ในการทำงาน  มีวนิ ยั รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการสือ่ สาร : การสนทนาพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเหน็ การสือ่ สาร

 ความสามารถในการคดิ : การใช้กระบวนคิดในการเรียนรแู้ ละการทำงาน

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณท์ ่ีครกู ำหนดและ

การแก้ปญั หาเฉพาะหนา้

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ : การใช้ความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ อยา่ งเป็นประโยชน์

เพอื่ ความปลอดภัย

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ เรียนรโู้ ดยใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศ

ดา้ นคุณลกั ษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลศิ วชิ าการ สือ่ สารสองภาษา ลำ้ หนา้ ทางความคิด

ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ รว่ มกันรับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ความพอประมาณ...(ไมม่ าก ไมน่ อ้ ย ไม่เบยี ดเบียนตนเองและผอู้ ื่น).......................................................

ความมีเหตผุ ล...(มเี หตุผลของผลการกระทำทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั อยา่ งรอบคอบ)........................................

มภี มู ิคุ้มกันในตัวที่ด.ี ..(เตรียมตวั รบั ผลกระทบ/การเปลย่ี นการในอนาคต)..............................................

ความรู.้ ..(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)...................................................................................................

คุณธรรม..(ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยันอดทน สติปญั ญา แบ่งปนั )......................................................................

(หมายเหตุ ในแต่ละดา้ นไมจ่ ำเป็นต้องมีครบทุกข้อในทุกแผนการจดั การเรียนรู้)

ด้านการอา่ น เขยี น คิดวเิ คราะห์

 การอา่ น : การอา่ นใบความรู้ ใบงาน การสืบค้นความรู้เพ่ิมเติม

การคิดวเิ คราะห์ : การคดิ แกป้ ญั หา คิดสร้างสรรค์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ คดิ คลอ่ ง คิดยืดหยุ่น

3

การวิเคราะหน์ ำความร้ไู ปใช้ในชีวติ ประจำวนั
 การเขยี น : การทำแบบฝึกหัด ใบงาน สรปุ ความรู้ทไ่ี ด้

การบูรณาการ

บูรณาการภายในกลุม่ สาระการเรียนรู้ กบั รายวชิ า........................................................................
บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ระบ.ุ .......................................................................................
บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดา้ น

3 หว่ งทางสายกลาง คอื พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู คิ มุ้ กนั ทดี่ ีในตนเอง

2 เงอื่ นไข มีคุณธรรม  มคี วามรู้

บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซียน ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปนี้

การรู้จักอาเซยี น

การตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของอัตลกั ษณ์และความหลากหลาย
การเชอ่ื มโยงโลกและท้องถน่ิ
การสง่ เสรมิ ความเสมอภาคและความยุตธิ รรม

การทำงานรว่ มกนั เพื่ออนาคตทีย่ ง่ั ยืน

ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบกจิ กรรม

กิจกรรมการเรียนการสอน

1) ข้นั สร้างความสนใจ

- ครูตง้ั คำถามเพ่ือกระตนุ้ ความสนใจนักเรยี นโดยใชส้ ื่อ Power point เรอื่ ง องคป์ ระกอบของระบบ
นิเวศ ให้นักเรยี นเลน่ เกมเปิดแผ่นปา้ ยวา่ สิง่ ใดคือสิ่งมชี ีวติ ส่งิ ใดไมม่ ชี วี ติ

- ครูถามนักเรียนว่าลักษณะของสิ่งมีชีวิตต้องเป็นอย่างไร (หายใจได้ ต้องการพลังงานในการ
ดำรงชวี ิต เจริญเตบิ โตได้ สบื พนั ธุไ์ ด้ )

- ครูตง้ั คำถามนักเรยี นว่าส่ิงมชี วี ิตและสิ่งไม่มีชีวิตมีความสัมพนั ธ์กนั หรือไม่อย่างไร (ให้นักเรียนตอบ
ตามความเข้าใจ)

- ครูอธิบายความหมายของคำวา่ ประชากร กลมุ่ สิง่ มีชีวิต และระบบนิเวศ
- ครูตั้งคำถามก่อนเข้าสู่กิจกรรม สภาพแวดล้อมในท้องถิ่นของนักเรียนมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

และองคป์ ระกอบเหลา่ น้นั มีปฏสิ มั พนั ธ์กันอยา่ งไร
2) ขน้ั สำรวจและคน้ หา

- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.1 เรื่อง องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นมีปฏสิ มั พันธก์ ัน
อย่างไร ให้นักเรียนระดมความคิดเลือกและกำหนดพื้นที่ สำรวจพื้นที่ด้วยวิธีการต่าง ๆ สังเกต
และบันทึกสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางชีวภาพ สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ เก็บและรวบรวม
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต เช่น จำนวนและชนิดของสัตว์ และพืช ข้อมูลขององค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น
แสง ค่า pH ของน้ำ รวมทั้งสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่าง องค์ประกอบที่พบในบริเวณที่สำรวจ ซ่ึง
สามารถสังเกตได้เชน่ พฤติกรรม การเคลือ่ นท่ี การกนิ อาหาร

- ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ อภิปรายเก่ยี วกบั ปฏสิ มั พนั ธ์ขององค์ประกอบที่พบในบรเิ วณทีส่ ำรวจ
- ครรู ่วมสรปุ ผลการทำกิจกรรมและให้นกั เรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรมการทดลอง

4

3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ
- จากการทดลองกิจกรรมที่ 7.1 ครูสรุปผลการทดลองว่า ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันจะพบ
ชนิดและปริมาณของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตต่างกัน ในสภาพแวดล้อมเดียวกันสิ่งมีชีวิตที่อยู่
ร่วมกันจะมีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น กินกันเป็นอาหาร นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตยังมีปฏิสัมพันธ์กับ
สิ่งไม่มีชีวิตด้วย เช่น พืชใช้ แสงและน้ำในการสร้างอาหาร กิ้งก่านอนอาบแดดเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ
ในรา่ งกาย
- แหลง่ ทอ่ี ยู่ คือ บริเวณทส่ี ิง่ มชี วี ติ เหลา่ นอ้ี าศยั อยู่
- ประชากร คอื สิง่ มีชีวติ ชนดิ เดียวกันที่อาศัยอย่ใู นแหล่งท่ีอยู่เดยี วกันในชว่ งเวลาหน่ึง
- กลุ่มสิ่งมีชีวิต คือ ประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันมี
ความสมั พันธ์กัน
- ระบบนิเวศ คือ ระบบที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยในแหล่งที่อยู่เดียวกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
และมีความสัมพันธ์กับแหล่งที่อยู่นั้น ซึ่งการกำหนดขอบเขตของระบบนิเวศขึ้นอยู่กับผู้ที่ศึกษา
เป็นผกู้ ำหนด

4) ขนั้ ขยายความรู้

- ประเภทของระบบนิเวศการจำแนกระบบนิเวศสามารถจำแนกได้เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับ
เกณฑ์ท่ีใช้ การจำแนกโดยลกั ษณะทางภูมศิ าสตรเ์ ปน็ เกณฑ์ สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 2 แบบ คอื
ระบบนเิ วศพื้นดนิ และระบบนิเวศพ้นื น้ำ

- การจำแนกโดยใช้แบบแผนของการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหาร แบ่งออกเป็น 3 แบบ
คือ ระบบนิเวศอิสระ ระบบนเิ วศแบบปดิ ระบบนเิ วศแบบเปิด

5) ขั้นประเมนิ

- ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่าจากหวั ข้อท่ีเรียนมาและการปฏบิ ัติกิจกรรม มีส่วนใดบ้างที่ยัง
ไม่เข้าใจหรือยังมขี อ้ สงสยั ถา้ มีครูชว่ ยอธบิ ายเพมิ่ เติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบา้ ง

5

ส่อื /วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้

1. หนงั สือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ชน้ั ม.3 เล่ม 2 สสวท.
2. Power point เร่อื ง องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ
3. เทอรม์ อมเิ ตอร์ 1 อัน
4. กระดาษยูนิเวอรซ์ ัลอินดเิ คเตอร์ 2 แผ่น
5. กระจกนาฬิกา 1 ใบ
6. ปากคีบ 1 อนั
7. พูก่ ัน 1 ด้าม
8. ถุงพลาสติก 3 ใบ
9. บกี เกอรห์ รือแกว้ พลาสตกิ ใส 3 ใบ
10. เขม็ ทิศ 1 อนั
11. อุปกรณ์บันทึกภาพ 1 ชดุ
12. แว่นขยายหรือกล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง 1 อัน
13. เซคคดิ ิสก์ (Secchi disc) 1 ชุด
14. ลกั ซม์ ิเตอร์ (Lux meter) 1 ชุด
15. นำ้ กลน่ั 1 ขวด
การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้

สงิ่ ทต่ี ้องการวัด สิ่งที่วัด เครื่องมอื เกณฑก์ าร
ใบกิจกรรมท่ี 7.1 ประเมิน
พทุ ธิพิสัย : - นกั เรยี นสามารถ ผ่านรอ้ ยละ 60
ใบกจิ กรรมท่ี 7.1 ขึ้นไป
ขน้ั ท่ี 1 ความรูความจำ อธบิ ายปฏิสมั พันธ์ของ ใบกจิ กรรมที่ 7.1
ผา่ นรอ้ ยละ 60
ความสามารถทางสมองของผู้เรยี นใน องคป์ ระกอบของ ข้ึนไป
ผ่านร้อยละ 60
การรับรู้ หรือดา้ นความรคู้ วามคดิ ระบบนเิ วศที่ไดจ้ าก ขึน้ ไป
การสำรวจ
- อธิบายรูปแบบ

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
สิ่งมีชีวิตกับสงิ่ มีชวี ติ
รปู แบบตา่ ง ๆ ใน

แหลง่ ทอ่ี ยู่ได้

ทักษะพิสยั : ข้ันที่ 4 การปฏิบัตงิ าน - นักเรียนสามารถ
ปฏบิ ัตงิ านไดด้ ้วยความเช่ือมัน่ ใน จำแนกองค์ประกอบ
ตนเอง ของระบบนิเวศได้

จิตพสิ ยั : ขั้นที่ 2 การตอบสนอง - นักเรียนสามารถนำ
ความเตม็ ใจทจี่ ะตอบสนองตอ่ สง่ิ ที่ ความรเู้ รื่องระบบนเิ วศ
รบั รู้ ประยกุ ตใ์ ช้ไดใ้ น

ชวี ิตประจำวัน

6

แบบประเมินการทำกิจกรรมในชนั้ เรยี น
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นที่......................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันทปี่ ระเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกจิ กรรมในชน้ั เรยี น

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดับ ชื่อ – สกุล ความกระตือรือร้น ความรบั ผิดชอบ เสร็จภายในเวลาที่ งานมคี ุณภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกว่า 10 ไมผ่ า่ น
10 – 16 ผ่าน

7

บันทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อปุ สรรค
................................................................... ...................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................... .....................
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชือ่ (ผบู้ นั ทึก)
(นางนิตยา คนชมุ )

ความเหน็ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชือ่ ลงชอื่
( นางสาวแสงเทยี น ศรีทองสขุ ) (นายเฉลมิ พล คนชมุ )

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงช่ือ
(นายชาตรี อัครสุขบุตร)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม

8

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 16 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 6
รหัสวิชา ว 23102 ภาคเรยี นที่ 2
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 18 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนที่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 ช่ัวโมง
เร่ือง ความสมั พันธ์ของส่ิงมีชวี ิตในระบบนเิ วศ
ชอ่ื ผสู้ อน นางนติ ยา คนชุม

เปา้ หมายการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน
ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พันธ์ระหว่างส่งิ ไมมีชีวติ กับสง่ิ มชี วี ติ และ
ความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมชี วี ิตกับส่ิงมีชวี ิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน
การเปลี่ยนแปลงแทนทีใ่ นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมตี อ่
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไข
ปญหาสงิ่ แวดล้อมรวมท้ังนำความรูไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้ีวดั (สำหรบั รายวชิ าพื้นฐาน)
ว 1.1 ม.3/3 สรา้ งแบบจำลองในการอธบิ ายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร
ว 1.1 ม.3/4 อธิบายความสมั พนั ธ์ของผ้ผู ลติ ผบู้ รโิ ภคและผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรียใ์ นระบบนิเวศ
สาระสำคญั

องค์ประกอบที่มีชีวิตจะมีปฏิสัมพันธ์กันเองและมีปฏิสัมพันธ์กับองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต โดยมี

ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารได้เองโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งใช้แสงแดด น้ำ และแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นผู้บริโภคซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เองจะกินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิต
อ่ืน ๆ เป็นอาหาร เมือ่ ผผู้ ลิตและผู้บริโภคตายลงจะถกู ย่อยสลายโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรยี ์ซ่งึ มบี ทบาทในการ
เปลี่ยนสารอินทรีย์ให้กลายเป็นสารอนินทรีย์กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร
นอกจากนเี้ มื่อส่งิ มชี ีวติ กับสิง่ มชี วี ติ อาศัยอยู่ ร่วมกันในบริเวณเดียวกันจะมีปฏิสัมพนั ธ์กันเกิดเป็นความสัมพันธ์
กันในรปู แบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพง่ึ พากัน ภาวะอิง อาศยั ภาวะปรสิต การล่าเหยอ่ื
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมเพือ่ ใหบ้ รรลุตามตัวชว้ี ัด)

ดา้ นพุทธิพสิ ยั
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความสัมพนั ธ์ ของผ้ผู ลิต ผบู้ รโิ ภค และผ้ยู อ่ ยสลายได้
ดา้ นทกั ษะพิสัย
2. นักเรยี นสามารถสร้างแบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร
ด้านจิตพิสยั

3. นกั เรยี นสามารถนำความรูเ้ ร่ืองระบบนเิ วศไปประยุกตใ์ ช้ไดใ้ นชีวิตประจำวนั

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (Knowledge)

9

- กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตามบทบาทได้เป็น ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย เมื่อผู้ผลิต

และผู้บริโภคตายลงจะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสาร

อนินทรียก์ ลบั คืนส่รู ะบบนิเวศ ทำใหส้ ารเกิดการหมนุ เวียนเป็นวัฏจักร

- พลังงานถูกถ่ายทอดจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคลำดับต่าง ๆ รวมทั้ง ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ใน

รูปแบบโซ่อาหารและสายใยอาหาร ที่ประกอบด้วยโซ่อาหารหลายโซ่ที่สัมพนั ธ์กัน พลังงานที่ถูก

ถา่ ยทอดในโซ่อาหารจะลดลงไปเรอ่ื ย ๆ ตามลำดบั ข้ันของการบริโภค

- จำนวนผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์จะต้องมีความเหมาะสม จึงทำให้กลุ่ม

สิ่งมีชีวิตอยูไ่ ดอ้ ยา่ งสมดุล

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

- นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองในการอธบิ ายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซื่อสัตย์สุจรติ

 มุ่งมั่นในการทำงาน  มวี นิ ยั รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น

 ความสามารถในการสือ่ สาร : การสนทนาพูดคยุ แลกเปล่ียนความคิดเหน็ การส่อื สาร

 ความสามารถในการคดิ : การใช้กระบวนคดิ ในการเรียนรู้และการทำงาน

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณ์ที่ครูกำหนดและ

การแกป้ ัญหาเฉพาะหน้า

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : การใชค้ วามรู้ไปใชใ้ นชีวติ อยา่ งเปน็ ประโยชน์

เพ่อื ความปลอดภยั

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : สืบค้นขอ้ มูลจากแหลง่ เรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวชิ าการ สอื่ สารสองภาษา ล้ำหนา้ ทางความคดิ

ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกนั รับผิดชอบตอ่ สังคมโลก

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ความพอประมาณ...(ไมม่ าก ไมน่ ้อย ไม่เบยี ดเบียนตนเองและผู้อ่นื ).......................................................

ความมีเหตุผล...(มเี หตุผลของผลการกระทำที่คาดว่าจะได้รับอย่างรอบคอบ)........................................

มภี มู คิ ุ้มกนั ในตัวท่ีดี...(เตรียมตัวรบั ผลกระทบ/การเปลี่ยนการในอนาคต)..............................................

ความรู.้ ..(รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง)...................................................................................................

คณุ ธรรม..(ซ่ือสัตยส์ จุ ริต ขยันอดทน สตปิ ัญญา แบ่งปนั )......................................................................

(หมายเหตุ ในแต่ละด้านไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อในทุกแผนการจัดการเรียนรู้)

ด้านการอ่าน เขยี น คดิ วเิ คราะห์
 การอ่าน : การอา่ นใบความรู้ ใบงาน การสบื คน้ ความรูเ้ พมิ่ เตมิ

10

การคิดวเิ คราะห์ : การคิดแก้ปัญหา คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ คิดคลอ่ ง คิดยดื หยุ่น

การวิเคราะหน์ ำความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั

 การเขียน : การทำแบบฝึกหดั ใบงาน สรุปความร้ทู ีไ่ ด้

การบรู ณาการ

บูรณาการภายในกล่มุ สาระการเรียนรู้ กับ รายวิชา........................................................................

บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ระบ.ุ .......................................................................................

บูรณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดา้ น

3 หว่ งทางสายกลาง คอื พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภูมคิ ุ้มกันทีด่ ีในตนเอง

2 เง่ือนไข มีคุณธรรม  มีความรู้

บูรณาการกบั ประชาคมอาเซยี น ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปนี้

การร้จู ักอาเซียน

การตระหนักถึงคุณค่าของอัตลกั ษณแ์ ละความหลากหลาย

การเชือ่ มโยงโลกและท้องถนิ่

การส่งเสรมิ ความเสมอภาคและความยตุ ิธรรม

การทำงานร่วมกันเพอ่ื อนาคตที่ยงั่ ยนื

ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบกจิ กรรม

กจิ กรรมการเรียนการสอน

1) ขั้นสรา้ งความสนใจ

- ครูใช้สื่อ Power point เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ให้นักเรียนช่วยกันหา
ความหมายของ ผู้ผลติ ผู้บริโภค ผ้ยู อ่ ยสลาย สงิ่ มชี วี ิตกินพืช ส่งิ มชี ีวิตกินสตั ว์ ส่ิงมีชีวิตกินพืชและ
สัตว์ กอ่ นเล่นเกมเปดิ แผ่นปา้ ย

- ครูให้นักเรียนเล่นเกมเปิดแผ่นป้าย โดยให้นักเรียนบอกว่าเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้ย่อยสลาย
หากเปน็ ผ้บู ริโภค ใหต้ อบวา่ เปน็ สิง่ มชี วี ติ กินพืช สิง่ มชี วี ิตกินสตั ว์ หรอื ส่ิงมีชีวติ กินพชื และสตั ว์

- ครูแสดงภาพวฏั จกั รคารบ์ อนให้นกั เรยี นวเิ คราะห์ และอธิบายโซ่อาหาร สายใยอาหาร
2) ขนั้ สำรวจและคน้ หา

- ครูให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดเร่ือง ระบบนเิ วศ
- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.2 สร้างแบบจำลองสายใยอาหารได้อย่างไร ให้นักเรียนเลือกระบบ

นิเวศ 1 ระบบนิเวศ สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาหารของสิ่งมีชีวิต วิเคราะห์และสร้างแบบจำลองโซ่
อาหารและสายใยอาหาร
- ใหน้ กั เรยี นนำเสนอและอภปิ รายเก่ียวกับสายใยอาหารทส่ี ร้างขึน้
- ใหน้ กั เรียนนำเสนอผลการสรา้ งแบบจำลองสายใยอาหารหน้าชน้ั เรียน ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรม

3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ

11

- จากการทดลองกิจกรรมที่ 7.2 ครูสรุปผลการทดลองว่า ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ จะมี สิ่งมีชีวิต
หลายชนิดที่มีความสัมพันธ์กันในด้านการถ่ายทอดพลังงานในรูปของสายใยอาหาร ซึ่ง
ประกอบด้วยโซ่ อาหารหลายโซ่อาหารสัมพันธ์กัน ในธรรมชาติสายใยอาหารจะมีความซับซ้อน
แตกต่างกนั ไปข้ึนอย่กู ับจำนวนชนดิ ของสิง่ มีชวี ติ ท่อี ยู่ในระบบนเิ วศนัน้

- การถ่ายทอดพลังงานระหว่างส่ิงมชี วี ิตที่อยู่ในระบบนเิ วศ ปริมาณพลงั งานในผู้ผลิตจะมีมากที่สุด

และลดลงไป เร่ือย ๆ ตามลำดับข้นั ของการบริโภค

- การถ่ายทอดพลังงานลดลงไปตามลำดับขั้นของการบริโภค เพราะผู้บริโภคกินผู้ผลิตได้เพียง

บางส่วน ซึ่งส่วนที่ กินได้นั้นผู้บริโภคจะนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและเผาผลาญเพื่อผลิต
พลงั งานสำหรับใชใ้ นการทำกจิ กรรม ตา่ ง ๆ ของร่างกาย

- ผู้บริโภคในโซ่อาหารจำเป็นต้องกินสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในปริมาณที่มากเพียงพอจึงจะสามารถ

ดำรงชีวติ และทำ กิจกรรมตา่ ง ๆ ได้ เนือ่ งจากระหว่างท่มี ีการถ่ายทอดพลงั งานตามลำดับขั้นของ
การบรโิ ภคมีการสญู เสีย พลงั งานไปในปรมิ าณมาก
4) ขั้นขยายความรู้

- องคป์ ระกอบทไี่ มม่ ชี วี ติ (abiotic component) ได้แก่
- สารอนินทรีย์ (inorganic substances) ประกอบด้วยแร่ธาตุและสารอนินทรีย์ซึ่งเป็น

องค์ประกอบสำคัญในเซลล์สิ่งมีชีวิต เช่น คาร์บอน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ
เป็นต้น สารเหล่านี้มีการหมุนเวียนใช้ในระบบนิเวศ เรียกว่า วัฏจักรของสารเคมีธรณีชีวะ
(biogeochemical cycle) สารอินทรีย์ (organic compound) ได้แก่สารอินทรีย์ที่จำเป็น
ต่อชีวิต เช่นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และซากสิ่งมีชีวิตเน่าเปื่อยทับถมกันในดิน
(humus) สภาพภูมิอากาศ (climate regime) ได้แก่ปัจจัยทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อ
ส่ิงแวดล้อม เชน่ อุณหภมู ิ แสง ความชน้ื อากาศ และพน้ื ผิวท่ีอยู่อาศัย (substrate)
5) ขัน้ ประเมิน

- ครูให้นกั เรยี นแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรยี นมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีส่วนใดบ้างที่ยัง
ไม่เขา้ ใจหรอื ยังมขี อ้ สงสยั ถ้ามีครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง

12

สอื่ /วัสดุอปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ชนั้ ม.3 เลม่ 2 สสวท.
2. Power point เรอ่ื ง ความสมั พันธ์ของสง่ิ มีชวี ิตในระบบนเิ วศ
การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้

สิ่งทต่ี ้องการวดั สิ่งท่ีวัด เครื่องมอื เกณฑก์ าร
ใบกจิ กรรมที่ 7.2 ประเมนิ
พุทธิพสิ ยั : - นกั เรียนสามารถ ใบกิจกรรมที่ 7.2 ผา่ นร้อยละ 60
ข้ึนไป
ข้ันที่ 1 ความรูความจำ อธิบายความสมั พนั ธ์ ใบกิจกรรมที่ 7.2
ผ่านร้อยละ 60
ความสามารถทางสมองของผู้เรยี นใน ของผู้ผลิต ผู้บริโภค ขึ้นไป
การรบั รู้ หรอื ด้านความร้คู วามคดิ และผยู้ ่อยสลายได้
ผ่านร้อยละ 60
ทักษะพิสยั : ขนั้ ท่ี 4 การปฏิบัติงาน - นกั เรยี นสามารถสร้าง ขน้ึ ไป

ปฏบิ ตั งิ านได้ดว้ ยความเช่ือมนั่ ใน แบบจำลองในการ

ตนเอง อธบิ ายการถ่ายทอด

พลงั งานในสายใย

อาหาร

จติ พิสยั : ขน้ั ท่ี 2 การตอบสนอง - นกั เรยี นสามารถนำ

ความเตม็ ใจทจี่ ะตอบสนองตอ่ ส่ิงที่ ความร้เู รอื่ งระบบนิเวศ
รบั รู้ ประยกุ ตใ์ ช้ไดใ้ น

ชีวิตประจำวัน

13

แบบประเมินการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียน
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นท.ี่ .....................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันท่ีประเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกิจกรรมในชนั้ เรียน

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดบั ชือ่ – สกลุ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ เสรจ็ ภายในเวลาที่ งานมคี ณุ ภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกวา่ 10 ไมผ่ ่าน
10 – 16 ผ่าน

14

บันทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
...................................................... ................................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ................................................................

ลงช่อื (ผู้บันทึก)
(นางนิตยา คนชุม)

ความเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชอื่ ลงชอ่ื
( นางสาวแสงเทียน ศรที องสขุ ) (นายเฉลมิ พล คนชุม)

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี อคั รสขุ บุตร)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม

15

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 17 รายวิชาวิทยาศาสตร์ 6
รหสั วิชา ว 23102 ภาคเรยี นท่ี 2
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 18 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนท่ี 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เวลา 3 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวี ติ ในระบบนิเวศ
ชือ่ ผูส้ อน นางนิตยา คนชมุ

เป้าหมายการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน
ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พันธร์ ะหว่างส่งิ ไมมีชวี ิตกบั สิง่ มีชวี ติ และ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่ิงมีชีวติ กับสงิ่ มชี วี ติ ตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน
การเปล่ียนแปลงแทนทใี่ นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่มี ตี อ่
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไข
ปญหาสิง่ แวดล้อมรวมท้งั นำความรูไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด (สำหรบั รายวิชาพืน้ ฐาน)
ว 1.1 ม.3/5 อธบิ ายการสะสมสารพิษในสิง่ มชี ีวิตในโซอ่ าหาร
สาระสำคัญ

ปฏิสัมพันธข์ ององค์ประกอบในระบบนิเวศทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงาน โดยเร่ิมต้นจากผู้ผลิตไป

ยังผบู้ ริโภค ลำดบั ขั้นต่าง ๆ รวมท้งั ผยู้ ่อยสลายสารอนิ ทรียใ์ นรูปแบบโซ่อาหารและสายใยอาหารท่ีประกอบข้ึน
จากโซ่อาหารหลาย โซ่ที่สัมพันธ์กันและซับซ้อนมากขึ้น การถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูก
ถา่ ยทอดไปจะมปี ริมาณลดลง เรอื่ ย ๆ ตามลำดับขน้ั ของการบรโิ ภค ในทางตรงกันขา้ มหากมสี ารพิษที่ปนเปื้อน
และสะสมในระบบนเิ วศ สารพษิ จะ สามารถสะสมใสส่ิงมีชวี ิตเพิม่ มากข้ึนเรื่อย ๆ ตามลำดบั ขั้นของการบริโภค
ทสี่ งู ขึ้นในโซอ่ าหาร ท้ังนี้อาจกอ่ ให้เกิด อันตรายตอ่ ส่ิงมชี วี ิตและความสมดุลของระบบนเิ วศและสิ่งแวดล้อมได้
ดังนน้ั มนุษยค์ วรตระหนกั ถงึ ความสำคัญและ ร่วมกนั ดแู ลรกั ษาระบบนิเวศใหม้ ีความสมบูรณแ์ ละสามารถคงอยู่
ตอ่ ไปได้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมเพือ่ ให้บรรลตุ ามตวั ช้ีวดั )

ด้านพุทธิพิสัย
1. นักเรียนสามารถอธิบายการสะสมสารพษิ ในสิ่งมีชีวติ ในโซอ่ าหาร
ดา้ นทกั ษะพิสัย
2. นักเรียนสามารถยกตวั อย่างการสะสมสารพษิ ในโซ่อาหาร
ดา้ นจิตพิสัย

3. นกั เรียนสามารถนำความร้เู รื่องระบบนิเวศไปประยุกตใ์ ช้ได้ในชวี ิตประจำวัน

16

สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (Knowledge)

- การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศอาจทำใหม้ ีสารพิษสะสมอยู่ในสิง่ มชี วี ิตที่กินตอ่ กนั เปน็ ทอด ๆ
ในโซ่อาหารได้

- การถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศมคี วามสำคัญมากเพราะไม่เพียงแต่สารอาหารเหล่าน้ันมีการ
ถา่ ยทอด แต่สารทุกชนิดที่ปนเปอ้ื นอยู่ในระบบนเิ วศท้ังทเ่ี ป็นประโยชนแ์ ละเปน็ โทษจะถูก
ถา่ ยทอดไปในโซ่อาหารด้วย ตัวอย่างเชน่ การใชส้ ารเคมีกำจดั ศัตรูพชื พวกแมลง สารเคมีกำจัด
เช้ือรา ทรี่ จู้ ักกันดีคือ DDT ซึงสารเคมชี นิดน้ีจะสลายตวั ยาก มีความคงตวั สงู ทำลายระบบ
ประสาทแมลงไดด้ ี เนื่องจากมโี ลหะหนกั ท่ีเปน็ พิษเจือปนอยู่ เช่น ปรอท เมอื่ มนษุ ย์รบั พลงั งาน
ตอ่ ก็อาจจะไดร้ ับสารพิษซง่ึ อันตรายต่อรา่ งกายและถงึ แกช่ ีวิตได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)

- นักเรยี นสามารถยกตัวอย่างการสะสมสารพษิ ในโซอ่ าหาร

ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซอื่ สตั ย์สุจรติ

 มุ่งมน่ั ในการทำงาน  มวี ินัย รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รยี นรู้ มีจติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

 ความสามารถในการส่อื สาร : การสนทนาพดู คุยแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ การสอ่ื สาร

 ความสามารถในการคดิ : การใช้กระบวนคิดในการเรียนรูแ้ ละการทำงาน

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การแกป้ ญั หาจากสถานการณท์ ี่ครูกำหนดและ

การแกป้ ญั หาเฉพาะหน้า

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ : การใช้ความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตอยา่ งเป็นประโยชน์

เพ่ือความปลอดภัย

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ เรยี นรู้โดยใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศ

ด้านคณุ ลักษณะของผเู้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวิชาการ สือ่ สารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคิด

ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกันรับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก

บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ความพอประมาณ...(ไมม่ าก ไม่น้อย ไมเ่ บียดเบียนตนเองและผอู้ นื่ ).......................................................

ความมีเหตุผล...(มเี หตุผลของผลการกระทำที่คาดวา่ จะไดร้ ับอย่างรอบคอบ)........................................

มภี มู ิคุม้ กันในตัวที่ดี...(เตรียมตวั รับผลกระทบ/การเปลี่ยนการในอนาคต)..............................................

ความร้.ู ..(รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั )...................................................................................................

คุณธรรม..(ซ่ือสตั ย์สุจรติ ขยันอดทน สตปิ ญั ญา แบ่งปนั )......................................................................

(หมายเหตุ ในแตล่ ะด้านไมจ่ ำเปน็ ต้องมคี รบทุกข้อในทุกแผนการจดั การเรียนรู้)

17

ด้านการอา่ น เขียน คิดวิเคราะห์
 การอา่ น : การอา่ นใบความรู้ ใบงาน การสืบค้นความรู้เพิ่มเติม

การคิดวเิ คราะห์ : การคดิ แกป้ ัญหา คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณ คดิ คล่อง คิดยดื หยุ่น

การวิเคราะหน์ ำความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจำวนั
 การเขยี น : การทำแบบฝึกหดั ใบงาน สรุปความรู้ทีไ่ ด้

การบูรณาการ

บรู ณาการภายในกล่มุ สาระการเรยี นรู้ กับ รายวิชา........................................................................

บูรณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ระบุ........................................................................................

บูรณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา้ น

3 หว่ งทางสายกลาง คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภมู คิ ุ้มกันที่ดีในตนเอง

2 เง่ือนไข มีคณุ ธรรม  มีความรู้

บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปน้ี
การรู้จกั อาเซยี น
การตระหนกั ถึงคณุ ค่าของอัตลักษณ์และความหลากหลาย

การเช่อื มโยงโลกและท้องถนิ่
การสง่ เสริมความเสมอภาคและความยุตธิ รรม
การทำงานรว่ มกนั เพ่ืออนาคตท่ยี ง่ั ยนื

ช้นิ งาน/ภาระงาน
- ใบกิจกรรม

กิจกรรมการเรียนการสอน

1) ข้ันสรา้ งความสนใจ

- ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับการใชส้ ารพิษตา่ ง ๆ ของมนุษย์ทีส่ ่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต
ในระบบนิเวศผ่านการกินกันเป็นทอด ๆ โดยใช้คำถามว่า นักเรียนคิดว่าสารพิษที่สะสมอยู่ใน
ร่างกายของสง่ิ มชี ีวติ จะถ่ายทอดไปยังส่ิงมีชวี ิตอนื่ ๆ ไดห้ รือไม่ (ใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็น)

- ครูใช้สื่อ Power point เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เปิดรูปปลากำลังกิน
สาหร่ายที่มีสารพิษ และนกกำลังกินปลา ครูตั้งคำถามนักเรียนว่า เมื่อนกเป็นผู้บริโภคลำดับ
สดุ ท้าย นกจะไดร้ ับสารพิษตกค้างหรือไม่ (ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ แสดงความคดิ เหน็ )

- ครเู ปดิ สอื่ วิดโิ อเก่ยี วกบั การสะสมสารพิษในส่งิ มชี วี ติ และใหน้ กั เรียนวิเคราะห์ขอ้ มูลพร้อมอภิปราย
2) ข้ันสำรวจและค้นหา

- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.3 การสะสมสารพิษในสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นอย่างไร โดยให้นักเรียนอ่าน
และศึกษารายละเอียดในสถานการณ์ แสดงบทบาทสมมติตาม วิธีดำเนินกิจกรรม สังเกตและ
บันทึก

- ใหน้ ักเรียนรวบรวมข้อมูลของปริมาณสารพษิ ใน สิ่งมชี วี ติ แตล่ ะตวั และคา่ เฉล่ยี ปริมาณสารพิษใน
สงิ่ มีชีวติ ตามลำดับขนั้ ของการบริโภคในโซ่อาหาร

- หลังจากน้นั ให้นักเรยี นอภิปรายผลการทดลองหน้าช้ันเรียนแตล่ ะกลมุ่ โดยครผู สู้ อนเป็นคนสุ่มกลุ่ม
ที่ออกมานำเสนอ แสดงละครบทบาทสมมตใิ ห้เพื่อนในชัน้ เรียน

18

- ครรู ่วมอภปิ รายผลการทดลอง และใหน้ กั เรยี นตอบคำถามท้ายกจิ กรรม สรปุ ผลการทดลอง
3) ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ

- จากการทดลองกิจกรรมที่ 7.3 ครูสรุปผลการทดลองว่า สารพิษจะสะสมในสิ่งมีชีวิตเพิ่มข้ึน
ตามลำดบั ขั้นการบริโภค โดยจะพบค่าเฉลย่ี สารพิษในปลาซิวนอ้ ยท่สี ุดและพบคา่ เฉลี่ยสารพิษใน
นกกระสามากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคลำดับ ที่สูงกว่าจะบริโภคผู้ผลิตหรือผู้บริโภคลำดับต่ำกว่า
ในปริมาณมาก เพื่อให้ได้รับพลงั งานเพียงพอในการดำรงชีวิต ทำ ให้มีโอกาสได้รบั สารพิษสะสม
มากกวา่ ผู้บริโภคลำดบั ที่ตำ่ ลงไป

- สารพษิ จะสะสมในส่ิงมชี วี ติ เพม่ิ ขึ้นตามลำดับขนั้ การบรโิ ภค
- การสะสมสารพษิ ก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อส่ิงมีชวี ิตและอาจทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุลได้ ถ้าสารพิษ

สะสมใน สิ่งมีชีวิตในปริมาณมาก แล้วทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นตายลงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตชนดิ
อ่นื ๆ ในระบบนเิ วศนนั้
4) ขน้ั ขยายความรู้

- สาร organochlorine เปน็ สารเคมีกำจัดแมลงท่มี ปี ระสิทธิภาพสงู กลุม่ แรก DDT เปน็ สารตวั แรก
ในกลุ่มนี้ ที่เรียกกันจนติดปากในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะมีการห้ามจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
อย่างไรก็ตาม นอกจาก DDT สารในกลุ่มนีย้ ังมีจำหนา่ ยในรูปสารเคมีกำจัดแมลงเพื่อการเกษตร
สารเคมีกำจดั ปลวก

- แหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยของแต่ละผู้คนในแต่ละแหล่งก็มีการถ่ายเทของเสียออกสู่ธรรมชาติ และ
กิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เช่น ร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม และแหล่ง
เกษตรกรรม ทำให้มีของเสียปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมและสะสมอยู่ตามแหล่งน้ำ ดิน อากาศ ของ
เสียเหลา่ นจ้ี ะถา่ ยทอดไปสู่ผผู้ ลติ และผูบ้ รโิ ภคลำดบั ต่างๆ รวมถงึ กลบั มาสู่ตวั มนุษย์ ซ่ึงเป็นส่วน
หนึ่งในโซ่อาหาร ทำให้มีผลต่อสุขภาพ ของเสียบางอย่างยังเป็นที่มีพิษรุนแรง เช่น พวกโลหะ
หนัก ถา้ รา่ งกายไดร้ ับสารนนั้ ในปรมิ าณมากอาจเปน็ อันตรายถึงชีวิตได้

5) ข้ันประเมนิ

- ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนพิจารณาว่าจากหวั ข้อที่เรยี นมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีส่วนใดบ้างท่ียัง
ไม่เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสัย ถ้ามคี รชู ว่ ยอธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบ้าง

19

สอ่ื /วัสดุอุปกรณ/์ แหลง่ เรียนรู้

1. หนังสือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน ชัน้ ม.3 เลม่ 2 สสวท.
2. Power point เรือ่ ง ความสัมพนั ธข์ องสง่ิ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ
3. ลูกปัดสีแดงจำนวน 40 เม็ด
4. ลกู ปัดสเี ขยี วจำนวน 40 เม็ด
การวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ส่งิ ท่ีต้องการวัด ส่งิ ท่ีวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ าร
ใบกิจกรรมท่ี 7.3 ประเมนิ
พุทธิพสิ ยั : - นักเรยี นสามารถ ใบกจิ กรรมที่ 7.3
ใบกิจกรรมท่ี 7.3 ผา่ นร้อยละ 60
ขัน้ ท่ี 1 ความรูความจำ อธิบายการสะสม ขึ้นไป

ความสามารถทางสมองของผู้เรยี นใน สารพิษในสงิ่ มชี วี ิตใน ผา่ นร้อยละ 60
การรบั รู้ หรอื ดา้ นความรคู้ วามคดิ โซอ่ าหาร ขึ้นไป

ทกั ษะพิสัย : ขัน้ ท่ี 4 การปฏบิ ัตงิ าน - นักเรยี นสามารถ ผา่ นร้อยละ 60
ขน้ึ ไป
ปฏบิ ัติงานไดด้ ้วยความเช่ือมั่นใน ยกตวั อย่างการสะสม

ตนเอง สารพิษในโซ่อาหาร

จิตพิสยั : ขั้นท่ี 2 การตอบสนอง - นกั เรยี นสามารถนำ

ความเตม็ ใจทจ่ี ะตอบสนองตอ่ สิ่งท่ี ความรเู้ รอ่ื งระบบนิเวศ
รบั รู้ ประยุกต์ใช้ได้ใน

ชีวิตประจำวนั

20

แบบประเมินการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียน
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นท.ี่ .....................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันท่ีประเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกิจกรรมในชนั้ เรียน

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดบั ชือ่ – สกลุ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ เสรจ็ ภายในเวลาที่ งานมคี ณุ ภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกวา่ 10 ไมผ่ ่าน
10 – 16 ผ่าน

21

บนั ทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อุปสรรค
................................................................... ...................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................... .....................
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงช่อื (ผู้บันทึก)
(นางนิตยา คนชุม)

ความเห็นหวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชอ่ื ลงช่ือ
( นางสาวแสงเทียน ศรีทองสขุ ) (นายเฉลิมพล คนชมุ )

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงชื่อ
(นายชาตรี อัครสุขบตุ ร)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม

22

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 18 รายวิชาวิทยาศาสตร์ 6
รหสั วิชา ว 23102 ภาคเรยี นท่ี 2
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 18 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนท่ี 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 ช่ัวโมง
เร่ือง ความสมั พันธ์ของส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ
ช่ือผ้สู อน นางนติ ยา คนชุม

เป้าหมายการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน
ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธร์ ะหว่างสิ่งไมมชี ีวติ กับสิง่ มชี วี ิตและ
ความสมั พันธร์ ะหว่างส่ิงมีชีวติ กบั สงิ่ มีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลังงาน
การเปลีย่ นแปลงแทนทีใ่ นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่มี ีตอ่
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม แนวทางในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไข
ปญหาส่งิ แวดล้อมรวมท้งั นำความรูไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้ีวัด (สำหรบั รายวชิ าพ้นื ฐาน)
ว 1.1 ม.3/6 ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่ทำลาย

สมดุลของระบบนิเวศ
สาระสำคัญ

ปฏิสัมพันธข์ ององค์ประกอบในระบบนิเวศทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงาน โดยเริ่มต้นจากผู้ผลิตไป

ยังผู้บรโิ ภค ลำดบั ขัน้ ต่าง ๆ รวมทั้งผูย้ อ่ ยสลายสารอินทรียใ์ นรูปแบบโซ่อาหารและสายใยอาหารท่ีประกอบขึ้น
จากโซ่อาหารหลาย โซ่ที่สัมพันธ์กันและซับซ้อนมากขึ้น การถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูก
ถ่ายทอดไปจะมีปรมิ าณลดลง เรื่อย ๆ ตามลำดบั ข้นั ของการบรโิ ภค ในทางตรงกนั ขา้ มหากมีสารพิษที่ปนเป้ือน
และสะสมในระบบนิเวศ สารพษิ จะ สามารถสะสมใสสง่ิ มชี ีวติ เพ่ิมมากข้ึนเร่ือย ๆ ตามลำดบั ข้ันของการบริโภค
ทส่ี งู ขนึ้ ในโซ่อาหาร ทง้ั น้ีอาจก่อให้เกิด อนั ตรายตอ่ ส่งิ มีชวี ิตและความสมดุลของระบบนเิ วศและสิ่งแวดล้อมได้
ดงั นนั้ มนษุ ย์ควรตระหนักถงึ ความสำคัญและ รว่ มกันดูแลรักษาระบบนเิ วศใหม้ ีความสมบูรณ์และคงอยู่ต่อไปได้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมเพอ่ื ใหบ้ รรลุตามตวั ช้ีวัด)

ด้านพุทธพิ สิ ยั
1. นักเรียนสามารถอธิบายลกั ษณะความสมั พนั ธ์ระหว่างสง่ิ มชี วี ติ กบั ส่งิ มชี ีวติ ท่ีอยู่รว่ มกัน
ดา้ นทกั ษะพสิ ัย
2. นักเรียนสามารถนำเสนอแนวทางการดแู ลรกั ษาระบบนเิ วศให้สมดุล
ด้านจิตพสิ ัย

3. นกั เรียนตระหนกั ถึงความสัมพนั ธ์ของสิ่งมีชวี ติ และส่งิ แวดลอ้ มในระบบนเิ วศ

23

สาระการเรียนรู้

ด้านความรู้ (Knowledge)

- ภาวะการล่าเหยื่อ (predation)เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ล่า

(predator) มีความแข็งแรง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งถูกผู้ล่ากินเป็นอาหารเรียกว่า “เหยื่อ(prey)” มี

ความสัมพันธ์แบบ +,- เชน่ แมวจับหนู นกกินหนอน

- ภาวะปรสติ (parasitism) เป็นการอยู่รว่ มกนั ของสิง่ มชี วี ติ 2 ชนดิ โดยสงิ่ มีชีวิตชนดิ หนึ่งไปอาศัย

อยู่กับสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยผู้อาศัย(parasite) ได้ประโยชน์ และผู้ถูกอาศัย (host) เสีย

ประโยชน์ มคี วามสมั พนั ธ์แบบ +, - เชน่ เห็บกบั สนุ ขั ตน้ กาฝากบนต้นมะมว่ งหรอื ตน้ ไมอ้ ่ืนๆ

- ภาวะพึ่งพากัน (mutualism) เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด โดยได้ประโยชน์ทั้งสอง

ฝ่ายและเมื่อแยกออกจากกันจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ มีความสัมพันธ์แบบ +, + เช่น

แบคทีเรยี ไรโซเบียมท่ีอาศยั อย่ใู นปมรากพชื ตระกลู ถ่วั

- ภาวะอิงอาศยั (commenselism) เปน็ การอยู่รว่ มกันของส่งิ มีชวี ิต 2 ชนดิ ในลกั ษณะท่ีฝ่ายหน่ึง

ได้ประโยชน์ สว่ นอกี ฝ่ายไมไ่ ด้ประโยชน์และไม่เสยี ประโยชน์ มีความสมั พันธแ์ บบ + , 0 เช่นเฟิน

เกาะบนตน้ ไมใ้ หญ่ กล้วยไมเ้ กาะบนต้นไมใ้ หญ่

ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)

- นกั เรยี นสามารถนำเสนอแนวทางการดูแลรกั ษาระบบนิเวศให้สมดลุ

ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ซื่อสัตยส์ ุจรติ

 ม่งุ มนั่ ในการทำงาน  มีวินัย รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รียนรู้ มีจิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

 ความสามารถในการสอ่ื สาร : การสนทนาพูดคุยแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ การส่อื สาร

 ความสามารถในการคดิ : การใชก้ ระบวนคดิ ในการเรียนรู้และการทำงาน

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณ์ทคี่ รูกำหนดและ

การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ : การใชค้ วามรูไ้ ปใชใ้ นชวี ิตอย่างเปน็ ประโยชน์

เพือ่ ความปลอดภยั

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สบื ค้นขอ้ มลู จากแหลง่ เรียนรโู้ ดยใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล

เป็นเลิศวิชาการ ส่อื สารสองภาษา ลำ้ หนา้ ทางความคิด

ผลิตงานอย่างสรา้ งสรรค์ รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก

24

บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ความพอประมาณ...(ไม่มาก ไม่นอ้ ย ไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ ่นื ).......................................................
ความมีเหตผุ ล...(มีเหตุผลของผลการกระทำทีค่ าดว่าจะได้รับอย่างรอบคอบ)........................................
มีภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ท่ีด.ี ..(เตรยี มตวั รบั ผลกระทบ/การเปล่ยี นการในอนาคต)..............................................
ความรู้...(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั )...................................................................................................
คุณธรรม..(ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต ขยนั อดทน สตปิ ญั ญา แบง่ ปนั )......................................................................

(หมายเหตุ ในแตล่ ะดา้ นไมจ่ ำเปน็ ต้องมีครบทกุ ข้อในทุกแผนการจัดการเรยี นรู้)

ด้านการอา่ น เขียน คิดวเิ คราะห์
 การอ่าน : การอ่านใบความรู้ ใบงาน การสืบค้นความรู้เพิ่มเตมิ

การคดิ วเิ คราะห์ : การคดิ แกป้ ญั หา คดิ สร้างสรรค์ คิดอย่างมวี จิ ารณญาณ คดิ คลอ่ ง คิดยดื หยนุ่

การวเิ คราะห์นำความร้ไู ปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
 การเขียน : การทำแบบฝกึ หดั ใบงาน สรปุ ความรทู้ ไี่ ด้

การบรู ณาการ

บูรณาการภายในกล่มุ สาระการเรียนรู้ กบั รายวชิ า........................................................................

บรู ณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ระบุ........................................................................................

บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา้ น

3 ห่วงทางสายกลาง คอื พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภมู ิคมุ้ กนั ท่ดี ีในตนเอง

2 เงือ่ นไข มีคุณธรรม  มคี วามรู้

บูรณาการกับประชาคมอาเซียน ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปนี้
การรู้จักอาเซยี น
การตระหนักถึงคณุ คา่ ของอัตลักษณแ์ ละความหลากหลาย

การเช่ือมโยงโลกและทอ้ งถิน่
การสง่ เสรมิ ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม
การทำงานร่วมกนั เพื่ออนาคตทีย่ ่งั ยืน

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบกจิ กรรม

25

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

1) ขน้ั สร้างความสนใจ

- ครูใช้สื่อ Power point เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เปิดรูปเปรียบเทียบ
ระหว่างผีเสื้อตอมดอกไม้ และเสือกำลังกินกระตา่ ย ถามนักเรียนวา่ ความสัมพันธ์ของสองภาพนี้
เหมือนหรอื แตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร (ให้นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ)

- ครูใหน้ ักเรียนสืบค้นขอ้ มูลเกีย่ วกบั ความสมั พันธข์ องสิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศ
- ให้นักเรยี นเลน่ เกมจับคู่ความสมั พันธ์ของส่ิงมชี ีวติ โดยกลุม่ ทตี่ อบถกู จะได้ไป 1 คะแนน
2) ขนั้ สำรวจและค้นหา
- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.4 สิ่งมีชีวิตอยูร่ ่วมกันอย่างไร ให้นักเรียนอภิปรายและสืบคน้ ขอ้ มูล

เพ่อื วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธ์ของสิง่ มชี ีวิตแต่ละคู่ จำแนกคูส่ ่งิ มีชวี ติ ตามเกณฑ์และอภิปรายเกี่ยวกับ
ความสมั พันธแ์ ตล่ ะลักษณะ โดยครผู สู้ อนเปน็ ผูค้ อยแนะนำระหว่างทำกิจกรรม
- ครูให้นักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และร่วมกัน
สรุปผลของกจิ กรรม
- ให้นักเรยี นทำกิจกรรมทา้ ยบท เราจะดูแลรกั ษาระบบนเิ วศในท้องถิ่นอยา่ งไร โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ คิด
รปู แบบการนำเสนอท่นี า่ สนใจ เพื่อนำเสนอหนา้ ช้นั เรียน
3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ
- จากการทดลองกิจกรรมท่ี 7.4 ครสู รุปผลการทดลองว่า ในธรรมชาตสิ งิ่ มีชวี ิตต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน
มีความสัมพันธ์กันในลักษณะต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตบางชนิดได้ประโยชน์บางชนิดเสียประโยชน์ และ
บางชนดิ ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์
- ครยู กตวั อยา่ งคสู่ งิ่ มชี วี ิตอ่นื ๆ ท่มี ีความสัมพนั ธ์กนั ในรูปแบบตา่ ง ๆ เพ่ือให้ได้ขอ้ สรปุ ว่า สง่ิ มชี ีวิต
ทอ่ี ยู่รว่ มกันจะมปี ฏสิ ัมพนั ธก์ ันในรปู แบบต่าง ๆ ตัวอยา่ งเช่น ภาวะพง่ึ พากัน เป็นภาวะที่สิง่ มีชวี ติ
สองชนิดมาอยรู่ ว่ มกนั แล้ว สิ่งมีชวี ิตทง้ั สองชนดิ มาอย่รู ว่ มกันจะได้ ประโยชน์ ภาวะอิงอาศยั เป็น
ภาวะที่สิง่ มีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแลว้ สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ โดยที่สิ่งมีชีวติ หนึ่งไม่ เสีย
ประโยชน์และไม่ได้ประโยชน์ ภาวะปรสิต เป็นภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว
สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ (ปรสิต) สิ่งมีชีวิตหนึ่งเสีย ประโยชน์(ผู้ถูกอาศัย) การล่าเหยื่อ เป็น
ภาวะที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดมาอยู่ร่วมกันแล้ว สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ (ผู้ล่า) สิ่งมีชีวิตหนึ่งเสีย
ประโยชน์ (เหย่อื )
4) ขั้นขยายความรู้

- ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (protocooperation) เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด
ซึ่งต่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่สามารถแยกออกจากกันได้โดยดำเนินชีวิตตามปกติ มี
ความสัมพันธ์แบบ +, + เช่นดอกไมก้ ับแมลง ควายกับนกเอ้ียง มดดำกับเพลย้ี

- ภาวะแข่งขัน(competition)เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่ทั้งสองฝ่ายต้องการปัจจัยในการ
ดำรงชวี ิตอย่างใดอย่างหน่งึ รว่ มกนั เชน่ การแย่งอาหารของจระเข้

- ภาวะเป็นกลาง(neutralism) เป็นการดำรงชีวติ ของสิง่ มชี วี ิตที่ท้งั สองฝ่ายไม่มผี ลประโยชน์ซึ่งกัน
และกนั เชน่ นกกับกระต่ายในทุง่ หญา้

- ภาวะต่อต้าน (antibiosis) เป็นการดำรงชีวิตของสิง่ มีชวี ติ 2 ชนิดที่ฝ่ายหนึง่ มีอิทธิพลต่ออีกฝ่าย
หนึง่ เชน่ ราเพนซิ ิลเลียมจะหล่ังสารยับย้ังการเจริญเตบิ โตของแบคทเี รีย

26

5) ข้นั ประเมิน

- ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อท่ีเรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีส่วนใดบ้างที่ยัง
ไมเ่ ข้าใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสยั ถ้ามคี รชู ว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบา้ ง

สอ่ื /วัสดุอปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน ชั้น ม.3 เล่ม 2 สสวท.
2. Power point เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ของสิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศ
การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้

ส่งิ ที่ต้องการวัด สงิ่ ท่ีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ าร
ใบกิจกรรมท่ี 7.4 ประเมิน
พุทธิพสิ ยั : - นักเรยี นสามารถ ใบกิจกรรมท่ี 7.4 ผา่ นร้อยละ 60
ใบกจิ กรรมท่ี 7.4 ขน้ึ ไป
ขนั้ ท่ี 1 ความรูความจำ อธิบายลักษณะ
ผา่ นร้อยละ 60
ความสามารถทางสมองของผู้เรยี นใน ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ขน้ึ ไป

การรบั รู้ หรือด้านความร้คู วามคดิ ส่งิ มชี วี ติ กบั สิง่ มชี วี ติ ท่ี ผ่านร้อยละ 60
ขน้ึ ไป
อยรู่ ว่ มกัน

ทักษะพสิ ยั : ขนั้ ที่ 4 การปฏบิ ตั งิ าน - นกั เรยี นสามารถ

ปฏบิ ัติงานได้ดว้ ยความเชื่อม่นั ใน นำเสนอแนวทางการ

ตนเอง ดูแลรักษาระบบนเิ วศ

ใหส้ มดุล

จติ พิสัย : ข้นั ท่ี 2 การตอบสนอง - นกั เรียนตระหนักถงึ
ความเตม็ ใจทจี่ ะตอบสนองต่อส่ิงท่ี
รบั รู้ ความสัมพันธ์ของ
ส่ิงมีชวี ติ และ

สิ่งแวดลอ้ มในระบบ

นเิ วศ

27

แบบประเมินการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียน
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นท.ี่ .....................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันท่ีประเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกิจกรรมในชนั้ เรียน

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดบั ชือ่ – สกลุ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ เสรจ็ ภายในเวลาที่ งานมคี ณุ ภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกวา่ 10 ไมผ่ ่าน
10 – 16 ผ่าน

28

บันทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
...................................................... ................................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ................................................................

ลงช่อื (ผู้บันทึก)
(นางนิตยา คนชุม)

ความเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชอื่ ลงชอ่ื
( นางสาวแสงเทียน ศรที องสขุ ) (นายเฉลมิ พล คนชุม)

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี อคั รสขุ บุตร)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม

29

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 19 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 6
รหสั วิชา ว 23102 ภาคเรียนที่ 2
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 เวลา 18 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนที่ 7 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 ช่ัวโมง
เรื่อง ความหลากหลายของชนิดสิ่งมชี ีวิต
ชื่อผู้สอน นางนิตยา คนชุม

เป้าหมายการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน
ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม สารพันธุกรรม
การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมท่ีมผี ลต่อส่งิ มชี ีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการ
ของส่ิงมีชวี ิต รวมทงั้ นำความรูไปใช้ประโยชน์
ตวั ชว้ี ดั (สำหรบั รายวชิ าพื้นฐาน)
ว 1.3 ม.3/9 เปรียบเทียบความหลากหลายทางชวี ภาพในระดบั ชนดิ สิง่ มีชีวิตในระบบนเิ วศตา่ ง ๆ
สาระสำคัญ

บนโลกของเรามีส่ิงมีชีวิตหลายชนิดและในแต่ละชนดิ มหี ลายพนั ธุ์ท่ีมีลักษณะทางพันธุกรรมต่างกัน

อาศัยอยู่ในระบบ นิเวศที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดเป็นความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถแบ่งได้เป็น 3
ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของ ระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนดิ สิง่ มชี วี ิต และความหลากหลายทาง
พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพนี้มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ระบบนิเวศที่มี
ความหลากหลายทาง ชีวภาพสูงจะรักษาสมดุลได้ดีกว่าระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า
นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพ ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น ใช้
เป็นอาหาร ทอี่ ยอู่ าศัย เคร่อื งนงุ่ หม่ ยารักษาโรค รวมท้งั เปน็ วตั ถดุ ิบในอตุ สาหกรรมต่าง ๆ ดงั น้นั จงึ เปน็ หนา้ ท่ี
ของทกุ คนในการดแู ลและรกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพให้ สามารถคงอย่ตู อ่ ไปได้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมเพอื่ ให้บรรลตุ ามตัวชว้ี ัด)

ดา้ นพุทธิพิสัย
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของความหลากหลายทางชวี ภาพได้
ด้านทักษะพสิ ยั
2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิดสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

ตา่ ง ๆ
ดา้ นจติ พิสัย

3. นกั เรยี นสามารถนำความร้เู รอ่ื งความหลากหลายทางชวี ภาพไปใช้ไดใ้ นชวี ิตประจำวัน

30

สาระการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (Knowledge)

- ระบบนิเวศที่มีความหลากหลาย ทางชีวภาพแตกต่างกัน จะส่งผลต่อการรักษาสมดุลของระบบ

นิเวศแตกต่างกัน

- ระบบนิเวศทีม่ ีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมักจะมีสายใยอาหารท่ีซับซอ้ นกวา่ ระบบนิเวศที่มี

ความหลากหลายทางชวี ภาพต่ำกว่าจงึ สามารถรักษาสมดุลไวไ้ ด้ดีกวา่

- ความหลากหลายทางชีวภาพยงั มปี ระโยชนใ์ นการดำรงชวี ิตของ มนุษย์ในดา้ นต่างๆ

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

- นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิดสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

ต่าง ๆ

ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อยา่ งพอเพียง ซื่อสตั ยส์ ุจรติ

 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน  มีวินยั รักความเป็นไทย

 ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ

ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

 ความสามารถในการสอ่ื สาร : การสนทนาพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเหน็ การส่ือสาร

 ความสามารถในการคิด : การใช้กระบวนคิดในการเรยี นรู้และการทำงาน

 ความสามารถในการแก้ปญั หา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณท์ คี่ รกู ำหนดและ

การแก้ปญั หาเฉพาะหน้า

ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การใช้ความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ อยา่ งเปน็ ประโยชน์

เพ่ือความปลอดภยั

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สืบคน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ เรยี นร้โู ดยใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผ้เู รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวชิ าการ สอ่ื สารสองภาษา ลำ้ หนา้ ทางความคดิ

ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์ รว่ มกนั รับผดิ ชอบต่อสังคมโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ความพอประมาณ...(ไมม่ าก ไม่นอ้ ย ไม่เบียดเบียนตนเองและผ้อู นื่ ).......................................................
ความมเี หตุผล...(มเี หตผุ ลของผลการกระทำทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั อยา่ งรอบคอบ)........................................
มีภูมคิ ุม้ กนั ในตัวทด่ี ี...(เตรยี มตวั รับผลกระทบ/การเปล่ียนการในอนาคต)..............................................
ความร.ู้ ..(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั )...................................................................................................
คณุ ธรรม..(ซื่อสัตย์สุจริต ขยนั อดทน สติปญั ญา แบ่งปนั )......................................................................
(หมายเหตุ ในแตล่ ะดา้ นไม่จำเป็นตอ้ งมคี รบทุกข้อในทุกแผนการจัดการเรยี นรู้)

31

ด้านการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์
 การอา่ น : การอ่านใบความรู้ ใบงาน การสืบค้นความรเู้ พิ่มเติม

การคดิ วเิ คราะห์ : การคดิ แกป้ ญั หา คิดสร้างสรรค์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ คิดคลอ่ ง คดิ ยืดหยุน่

การวิเคราะห์นำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
 การเขียน : การทำแบบฝึกหดั ใบงาน สรุปความรทู้ ี่ได้

การบรู ณาการ

บรู ณาการภายในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ กับ รายวิชา........................................................................

บูรณาการข้ามกล่มุ สาระการเรียนรู้ ระบุ........................................................................................

บูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ดา้ น

3 หว่ งทางสายกลาง คือ พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู คิ มุ้ กันทด่ี ีในตนเอง

2 เงอื่ นไข มคี ณุ ธรรม  มีความรู้

บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปน้ี
การรูจ้ ักอาเซียน
การตระหนกั ถึงคุณค่าของอัตลกั ษณแ์ ละความหลากหลาย

การเชอื่ มโยงโลกและท้องถ่นิ
การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุตธิ รรม
การทำงานรว่ มกันเพ่ืออนาคตท่ยี ั่งยืน

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบกจิ กรรม

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1) ข้ันสรา้ งความสนใจ

- ครูใช้สื่อ Power point เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ อธิบายความหมายของคำว่า
“ ความหลากหลายทางชวี ภาพ ”

- เปิดภาพระบบนิเวศต่าง ๆ ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์และอภิปรายความหลากหลายในระบบ
นเิ วศนัน้ ๆ

- ครูตั้งคำถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ ในแหล่งที่มีความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิตมี
ขอ้ ดี อย่างไร นักเรียนตอบตามความคิดเห็นของตนเอง เชน่ เป็นแหล่งเรียนรูแ้ ละศึกษาธรรมชาติ

- ใหน้ กั เรยี นทบทวนความรเู้ ดิม หนา้ 186
2) ข้นั สำรวจและคน้ หา

- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.5 ชนิดของสิ่งมีชีวิตในแต่ละระบบนิเวศแตกต่างกันอย่างไร ให้
นักเรียนอ่านสถานการณ์ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบเขา
รว่ มกนั อภิปรายชนิดของสิง่ มชี ีวิตในแตล่ ะระบบนิเวศ เปรยี บเทียบความหลากหลาย ของชนิดพืช
ในระบบนเิ วศต่าง ๆ

- ครแุ ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมตอ่ การดำรงชีวิตในระบบนิเวศ
น้นั ๆ บันทึกผล และนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชน้ั เรียน

32

3) ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป
- จากการทดลองกิจกรรมที่ 7.5 ครูสรุปผลการทดลองว่า ระบบนิเวศ ป่าทั้ง 3 ระบบนิเวศมี
องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตแตกต่างกัน ส่งผลทำให้พบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศป่าทั้ง 3 ระบบนิเวศ
แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบความหลากหลายของชนิดพืชที่พบในระบบนิเวศทั้ง 3 ระบบนิเวศ
พบว่าระบบนิเวศ ป่าดิบเขามีความหลากหลายของพืชมากที่สุด รองลงมาเป็นป่าเบญจพรรณ
และปา่ เต็งรังตามลำดบั
- การที่แต่ละระบบนิเวศมีองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตและชนิดของ สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้มี
ระบบนิเวศหลายแบบซึ่งแต่ละระบบนิเวศมีลักษณะเฉพาะและมีความแตกต่างไปจาก ระบบ
นเิ วศอ่ืน ๆ จนเกิดความหลากหลายของระบบนิเวศ
- สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม จนทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นมีหลายพันธุ์ ซ่ึง
การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากการที่มนุษย์ปรับปรุงพันธุ์
ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทาง พนั ธุกรรม

4) ขั้นขยายความรู้

- ความหลากหลายทางชีวภาพสามารถพิจารณาได้จากความหลากหลายระหวา่ งสายพันธ์ุ ระหว่าง
ชนดิ พันธุ์ และระหว่างระบบนเิ วศ

- ความหลากหลายทางชีวภาพระหว่างสายพันธุ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ความแตกต่างระหว่าง
พนั ธ์พุ ชื และสัตวต์ ่าง ๆ

- ความหลากหลายระหว่างชนิดพันธุ์ สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปถึงความแตกต่างระหวา่ งพืชกับ
สัตว์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น สุนัข แมว จิ้งจก ตุ๊กแก กา นกพิราบ และ
นกกระจอก

- ความหลากหลายระหวา่ งระบบนเิ วศเป็นความหลากหลายทางชวี ภาพซง่ึ ซับซ้อน สามารถเห็นได้
จากความแตกต่างระหว่างระบบนิเวศประเภทต่าง ๆ เช่น ป่าดงดิบ ทุ่งหญ้า ป่าชาย
เลน ทะเลสาบ บึง หนอง ชายหาด แนวปะการัง ตลอดจนระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ทุ่ง
นา อ่างเกบ็ นำ้ หรอื แมก้ ระท่งั ชุมชนเมืองของเราเอง ในระบบนเิ วศเหลา่ นี้ สงิ่ มีชีวิตกต็ ่างชนิดกัน
และมสี ภาพการอยอู่ าศยั แตกต่างกัน

5) ขน้ั ประเมิน

- ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนพิจารณาว่าจากหวั ข้อที่เรียนมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรม มีส่วนใดบ้างท่ียัง
ไมเ่ ข้าใจหรือยงั มขี ้อสงสยั ถ้ามคี รชู ่วยอธิบายเพ่มิ เตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง

ส่อื /วสั ดุอปุ กรณ์/แหลง่ เรียนรู้

1. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ชัน้ ม.3 เลม่ 2 สสวท.
2. Power point เร่อื ง ความหลากหลายของชนิดส่งิ มชี ีวิต

33

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้

สิ่งท่ตี ้องการวัด ส่งิ ท่ีวดั เครอื่ งมือ เกณฑก์ าร
ใบกิจกรรมที่ 7.5 ประเมนิ
พุทธิพสิ ยั : - นกั เรียนสามารถ ผ่านร้อยละ 60
ใบกจิ กรรมที่ 7.5 ข้นึ ไป
ข้นั ที่ 1 ความรูความจำ อธิบายความหมาย
ใบกิจกรรมที่ 7.5 ผ่านร้อยละ 60
ความสามารถทางสมองของผู้เรียนใน ของความหลากหลาย ขึ้นไป
การรับรู้ หรอื ดา้ นความร้คู วามคดิ ทางชีวภาพได้
ผา่ นร้อยละ 60
ทกั ษะพสิ ัย : ขัน้ ที่ 4 การปฏิบัติงาน - นักเรยี นสามารถ ขึ้นไป

ปฏิบตั งิ านไดด้ ว้ ยความเช่ือมน่ั ใน เปรยี บเทยี บความ

ตนเอง หลากหลายทาง

ชวี ภาพในระดบั ชนิด

สง่ิ มชี วี ติ ในระบบ

นิเวศต่าง ๆ

จิตพสิ ัย : ขน้ั ท่ี 2 การตอบสนอง - นกั เรียนสามารถนำ

ความเตม็ ใจทจ่ี ะตอบสนองต่อสิง่ ท่ี ความรู้เรือ่ งความ
รับรู้ หลากหลายทาง

ชีวภาพไปใช้ไดใ้ น

ชีวติ ประจำวัน

34

แบบประเมินการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียน
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นท.ี่ .....................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันท่ีประเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกิจกรรมในชนั้ เรียน

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดบั ชือ่ – สกลุ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ เสรจ็ ภายในเวลาที่ งานมคี ณุ ภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกวา่ 10 ไมผ่ ่าน
10 – 16 ผ่าน

35

บันทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
...................................................... ................................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ................................................................

ลงช่อื (ผู้บันทึก)
(นางนิตยา คนชุม)

ความเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชอื่ ลงชอ่ื
( นางสาวแสงเทียน ศรที องสขุ ) (นายเฉลมิ พล คนชุม)

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี อคั รสขุ บุตร)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม

36

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 6
รหัสวิชา ว 23102 ภาคเรยี นท่ี 2
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เวลา 18 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นท่ี 7 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 3 ชั่วโมง
เรอื่ ง ความหลากหลายของชนดิ สง่ิ มชี ีวิต
ชอื่ ผู้สอน นางนติ ยา คนชุม

เป้าหมายการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน
ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม
การเปล่ยี นแปลงทางพนั ธกุ รรมที่มผี ลต่อส่งิ มีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการ
ของสง่ิ มชี ีวิต รวมทงั้ นำความรูไปใช้ประโยชน์
ตวั ช้วี ัด (สำหรบั รายวชิ าพนื้ ฐาน)
ว 1.3 ม.3/10 อธิบายความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อการรักษาสมดลุ ของระบบ

นิเวศและตอ่ มนษุ ย์
ว 1.3 ม.3/11 แสดงความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพโดยมี

สว่ นร่วมในการดแู ลรักษาความหลากหลายทางชวี ภาพ
สาระสำคญั

บนโลกของเรามสี ่ิงมชี ีวิตหลายชนิดและในแต่ละชนิดมหี ลายพันธุ์ท่ีมีลักษณะทางพันธุกรรมต่างกัน

อาศัยอยู่ในระบบ นิเวศที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดเป็นความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถแบ่งได้เป็น 3
ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของ ระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนดิ สิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทาง
พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพนี้มีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ระบบนิเวศที่มี
ความหลากหลายทาง ชีวภาพสูงจะรักษาสมดุลได้ดีกว่าระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า
นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพ ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น ใช้
เป็นอาหาร ทีอ่ ย่อู าศัย เคร่อื งนงุ่ ห่ม ยารกั ษาโรค รวมท้ัง เป็นวตั ถุดิบในอตุ สาหกรรมต่าง ๆ ดังน้นั จงึ เปน็ หน้าที่
ของทกุ คนในการดูแลและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้ สามารถคงอยู่ต่อไปได้

37

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมเพอื่ ใหบ้ รรลตุ ามตัวช้วี ัด)
ด้านพทุ ธิพสิ ยั
1. นักเรียนสามารถอธิบายความสำคัญ ของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อการรักษาสมดุลของ
ระบบนเิ วศและต่อมนษุ ย์
ดา้ นทกั ษะพิสยั
2. นักเรียนสามารถนำเสนอแนวทางในการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ
ด้านจิตพิสัย
3. นกั เรียนตระหนักในคณุ ค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ

สาระการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (Knowledge)

- ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพแตกต่างกัน จะส่งผลต่อการรักษาสมดุลของระบบ

นิเวศแตกต่างกัน ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมักจะมีสายใยอาหารที่ซับซ้อน

กว่าระบบนเิ วศท่ีมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพต่ำกว่า จงึ สามารถรักษาสมดุลไวไ้ ดด้ ีกว่า

- ความหลากหลายทางชีวภาพยังมีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในด้านต่างๆ การดูแล

รกั ษาความหลากหลาย ทางชวี ภาพให้คงอยู่ มี ความสำคัญต่อการดำเนินชวี ติ ของมนุษย์

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

- นักเรียนสามารถนำเสนอแนวทางในการดแู ลรกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพต่าง ๆ

ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude)

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ยา่ งพอเพียง ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต

 มุง่ มนั่ ในการทำงาน  มวี ินยั รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้ มจี ิตสาธารณะ

ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

 ความสามารถในการสือ่ สาร : การสนทนาพดู คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสอ่ื สาร

 ความสามารถในการคิด : การใชก้ ระบวนคิดในการเรียนรูแ้ ละการทำงาน

 ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณ์ท่คี รูกำหนดและ

การแก้ปญั หาเฉพาะหนา้

ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต : การใช้ความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตอย่างเป็นประโยชน์

เพ่อื ความปลอดภยั

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สืบค้นขอ้ มูลจากแหลง่ เรยี นรูโ้ ดยใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศ

ด้านคณุ ลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล

เปน็ เลิศวิชาการ ส่ือสารสองภาษา ลำ้ หนา้ ทางความคิด

ผลิตงานอยา่ งสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก

38

บูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ความพอประมาณ...(ไม่มาก ไมน่ อ้ ย ไมเ่ บียดเบียนตนเองและผอู้ ่นื ).......................................................
ความมีเหตผุ ล...(มเี หตผุ ลของผลการกระทำที่คาดวา่ จะไดร้ ับอย่างรอบคอบ)........................................
มีภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ท่ีด.ี ..(เตรียมตวั รบั ผลกระทบ/การเปล่ยี นการในอนาคต)..............................................
ความรู้...(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)...................................................................................................
คุณธรรม..(ซอื่ สัตยส์ ุจรติ ขยนั อดทน สติปญั ญา แบง่ ปัน )......................................................................
(หมายเหตุ ในแตล่ ะดา้ นไมจ่ ำเป็นต้องมีครบทุกข้อในทุกแผนการจดั การเรียนรู้)

ด้านการอา่ น เขียน คดิ วเิ คราะห์
 การอ่าน : การอ่านใบความรู้ ใบงาน การสืบคน้ ความร้เู พ่มิ เตมิ

การคดิ วเิ คราะห์ : การคดิ แกป้ ัญหา คดิ สรา้ งสรรค์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ คิดคลอ่ ง คดิ ยดื หย่นุ

การวเิ คราะหน์ ำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
 การเขียน : การทำแบบฝึกหดั ใบงาน สรุปความร้ทู ่ไี ด้

การบรู ณาการ

บูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรยี นรู้ กบั รายวชิ า........................................................................
บรู ณาการข้ามกล่มุ สาระการเรียนรู้ ระบ.ุ .......................................................................................

บูรณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดา้ น

3 ห่วงทางสายกลาง คือ พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู คิ ุ้มกนั ทีด่ ีในตนเอง

2 เงือ่ นไข มคี ุณธรรม  มีความรู้

บูรณาการกับประชาคมอาเซียน ในสาระสำคัญ (Theme) ตอ่ ไปนี้

การรู้จักอาเซียน
การตระหนกั ถึงคณุ ค่าของอัตลักษณแ์ ละความหลากหลาย
การเชื่อมโยงโลกและท้องถ่นิ

การสง่ เสริมความเสมอภาคและความยุตธิ รรม
การทำงานร่วมกนั เพื่ออนาคตท่ยี ่ังยืน

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบกจิ กรรม

39

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1) ข้ันสรา้ งความสนใจ

- ครูใช้สื่อ Power point เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ เปิดภาพความหลากหลายทาง
ชีวภาพ และตั้งคำถามนักเรียน ให้นักเรียนคิดว่าความหลากหลายเหล่านี้มีความสำคัญต่อการ
รักษาสมดุลของระบบนเิ วศอย่างไร

- ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่าระหว่างภาพที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ กับภาพที่มีความ
หลากหลายทางชีวภาพนอ้ ยกว่า แตกตา่ งกนั ในดา้ นใดบา้ ง

2) ขั้นสำรวจและคน้ หา
- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 7.6 ความหลากหลายทางชีวภาพเกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของ
ระบบนิเวศอย่างไร ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์ สังเกตสายใยอาหารของทั้ง 2 ระบบนิเวศ ให้
นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดเกี่ยวกับลำดับขั้นการบริโภคและบทบาทของสิ่งมีชีวิตแต่ละ
ชนดิ ในสายใยอาหาร
- วิเคราะหผ์ ลกระทบของส่ิงมีชีวติ ในสายใยอาหาร และอภิปรายความสำคัญของความหลากหลาย
ทางชีวภาพต่อระบบนิเวศ และนำเสนอความคดิ การรกั ษาสมดลุ ของระบบนิเวศ
- ใหน้ กั เรียนนำเสนอผลการทำกจิ กรรม ตอบคำถามท้ายกจิ กรรม

3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป
- จากการทดลองกิจกรรมที่ 7.6 ครูสรุปผลการทดลองว่า ระบบนิเวศที่ 1 มีความหลากหลายของ
ชนิดสิ่งมีชีวิตสูงกว่า และมีสายใยอาหารที่ซับซ้อนมากกว่าซับซ้อน เมื่อมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดใน
สายใยอาหารหายไปจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นท่ี สามารถทำหน้าที่แทนกันได้จึงสามารถรักษาสมดุล
ของระบบนิเวศได้ดีกว่าระบบนิเวศที่ 2 ซึ่งมีความหลากหลาย ของชนิดสิ่งมีชีวิตต่ำกว่าและมี
สายใยอาหารท่ไี ม่
- ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิตแตกต่างกัน จะส่งผลต่อการรักษาสมดุลของ
ระบบนิเวศ แตกต่างกัน ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมักจะมีสายใยอาหารที่
ซับซ้อนมากกว่าระบบนิเวศที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพต่ำกว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง
จำนวนของสิ่งมชี วี ติ ที่สง่ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ จึงสามารถรักษาสมดุลไวไ้ ด้ดีกวา่ ระบบนิเวศที่
มีความหลากหลายทางชีวภาพตำ่ กว่า
- ความหลากหลายทางชีวภาพมีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของมนุษย์หลายอย่าง เช่น ใช้เป็น
อาหาร ที่อยู่อาศัย เคร่อื งน่งุ หม่ ยารักษาโรค และวตั ถุดิบในอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ

4) ขั้นขยายความรู้

- การรักษาสมดุลของการหมุนเวียนสารและการถ่ายทอดพลังงาน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน
พลังงานและสสารซึ่งกันและกัน การรักษาสมดุลของประชากรในสิ่งมีชีวิต เป็นการรักษา
สมดุลของผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ เกิดการถ่ายทอดพลังงานไปตามโซ่
อาหาร

40

5) ขัน้ ประเมนิ

- ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่าจากหวั ข้อท่ีเรียนมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มีส่วนใดบ้างท่ียัง
ไมเ่ ขา้ ใจหรอื ยงั มีขอ้ สงสัย ถ้ามคี รูชว่ ยอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ

- นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบ้าง

สอื่ /วัสดุอุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้

1. หนังสือเรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ช้นั ม.3 เลม่ 2 สสวท.
2. Power point เร่อื ง ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชวี ติ

การวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้

ส่ิงท่ตี ้องการวดั สิง่ ท่ีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ าร
พุทธิพิสยั : ใบกจิ กรรมท่ี 7.6 ประเมิน
ข้นั ที่ 1 ความรูความจำ - นกั เรยี นสามารถ ผา่ นร้อยละ 60
ความสามารถทางสมองของผู้เรียนใน อธบิ ายความสำคัญ ใบกิจกรรมที่ 7.6 ขน้ึ ไป
การรบั รู้ หรอื ดา้ นความรู้ความคิด ของความหลากหลาย ใบกจิ กรรมที่ 7.6
ทางชวี ภาพท่ีมีต่อการ ผา่ นร้อยละ 60
ทกั ษะพสิ ยั : ข้ันที่ 4 การปฏบิ ตั งิ าน รกั ษาสมดุลของระบบ ข้นึ ไป
ปฏบิ ตั ิงานไดด้ ้วยความเช่ือมนั่ ใน นิเวศและต่อมนษุ ย์
ตนเอง - นกั เรยี นสามารถ ผ่านร้อยละ 60
นำเสนอแนวทางใน ขึ้นไป
จิตพสิ ยั : ขั้นที่ 2 การตอบสนอง การดแู ลรักษาความ
ความเตม็ ใจทจี่ ะตอบสนองตอ่ ส่งิ ที่ หลากหลายทาง
รับรู้ ชวี ภาพต่าง ๆ
- นักเรียนตระหนักใน
คุณคา่ และความสำคญั
ของความหลากหลาย
ทางชวี ภาพ

41

แบบประเมินการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียน
วิชา........................................................เรอ่ื ง.......................................................................ชน้ั .....................................
ภาคเรยี นท.ี่ .....................ปีการศึกษา.......................ผสู้ อน............................................วันท่ีประเมิน..............................

เกณฑ์การประเมนิ การทำกิจกรรมในชนั้ เรียน

ระดับคณุ ภาพ หมาย
เหตุ
ลำดบั ชือ่ – สกลุ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ เสรจ็ ภายในเวลาที่ งานมคี ณุ ภาพ
ที่ กำหนด

4321432143214321

คะแนน ระดับเกณฑ์

น้อยกวา่ 10 ไมผ่ ่าน
10 – 16 ผ่าน

42

บันทึกหลังการสอน
ผลการจดั การเรียนการสอน
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ปญั หา/อุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
...................................................... ................................................................................................... .....................
............................................................................................................................. .................................................
แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ................................................................

ลงช่อื (ผู้บันทึก)
(นางนิตยา คนชุม)

ความเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ความเหน็ รองฯฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
และเทคโนโลยี
……………………………......…….................…..…… ........................................................................
......................................................................... ........................................................................
......................................................................... ........................................................................

ลงชอื่ ลงชอ่ื
( นางสาวแสงเทียน ศรที องสขุ ) (นายเฉลมิ พล คนชุม)

ความเห็นผู้อำนวยการ
........................................................................
........................................................................
........................................................................

ลงชอ่ื
(นายชาตรี อคั รสขุ บุตร)

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม


Click to View FlipBook Version