The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายและอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sadananbeem123, 2022-03-08 00:21:06

ระบบสืบพันธุ์

อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายและอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง

Keywords: ระบบสืบพันธุ์

Reproductive
System

Science by Sadanan Thongsu

NOTES SCIENCE MATH BIOLOGY HISTORY EXTRAS

Science
By

Sadanan Thongsu

คำนำ

E-Book เรอื่ ง ระบบสบื พนั ธุ ์ ฉบบั นีจ้ ดั ทำขนึ้ เพอื่ ใชป้ ระกอบกำรเรยี นกำรสอนวชิ ำวทิ ยำศำสตรร์ ะดบั
มธั ยมศกึ ษำปี ที่ 2 ซงึ่ มเี นือ้ หำตรงตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน พุทธศกั รำช 2551(ฉบบั
ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) มำตรฐำนกำรเรยี นรู ้ ว 1.2 เขำ้ ใจสมบตั ขิ องสงิ่ มชี วี ติ หน่วยพนื้ ฐำนของสงิ่ มชี วี ติ กำร
ลำเลยี งสำรเขำ้ และออกจำกเซลล ์ ควำมสมั พนั ธข์ องโครงสรำ้ งและหนำ้ ทขี่ องระบบตำ่ ง ๆของสตั วแ์ ละมนุษยท์ ี่
ทำงำนสมั พนั ธก์ นั ควำมสมั พนั ธข์ องโครงสรำ้ งและหนำ้ ทขี่ องอวยั วะตำ่ ง ๆ ของพชื ทที่ ำงำนสมั พนั ธก์ นั รวม
ทง้ั นำควำมรไู ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชวี้ ดั ม.2/12 ระบอุ วยั วะและบรรยำยหนำ้ ทขี่ องอวยั วะในระบบสบื พนั ธขุ ์ องเพศชำยและเพศหญงิ
โดยใชแ้ บบจำลอง
ผูจ้ ดั ทำหวงั เป็ นอย่ำงยงิ่ วำ่ E-Book ฉบบั นีจ้ ะเป็ นประโยชนต์ อ่ นักเรยี นทกุ คนทกี่ ำลงั ศกึ ษำในเรอื่ ง ระบบ
สบื พนั ธุ ์ และจะสำมำรถชว่ ยใหน้ ักเรยี นบรรลตุ ำมวตั ถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรตู ้ ำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู ้

นำงสำวศดำนันท ์ ทองสุ
กมุ ภำพนั ธ ์ 2565



วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู ้ NOTES
ระบบสบื พนั ธุ ์
SCIENCE
ระบบสบื พนั ธุข์ องเพศชาย
สารบญั ระบบสบื พนั ธุข์ องเพศหญงิ MATH

แบบฝึ กหดั BIOLOGY HISTORY
เฉลยแบบฝึ กหดั
บรรณานุ กรม EXTRAS
ประวตั ผิ ูจ้ ดั ทา



NOTES

SCIENCE

MATH

ว 1.2 ม.2/12 ระบอุ วยั วะและบรรยายหนา้ ที่ของอวยั วะ BIOLOGY HISTORY
ในระบบสืบพนั ธข์ุ องเพศชายและเพศหญิงโดยใชแ้ บบจาลอง

นกั เรียนสามารถระบอุ วยั วะและบอกหนา้ ที่ของอวยั วะใน - มนษุ ยม์ รี ะบบสืบพนั ธท์ุ ่ีประกอบดว้ ยอวยั วะ EXTRAS
ระบบสืบพนั ธเ์ุ พศชายและเพศหญิงได้ ตา่ ง ๆ ท่ีทาหนา้ ทเี่ ฉพาะ โดยรงั ไขใ่ นเพศหญิง
จะทาหนา้ ที่ผลติ เซลลไ์ ข่ สว่ นอณั ฑะในเพศชาย
1 จะทาหนา้ ทสี่ รา้ งเซลลอ์ สจุ ิ

ระบบสบื พนั ธ์ุ (reproductive system)

เป็ นระบบของอวยั วะในรา่ งกายสิง่ มชี วี ิตซ่ึงทางานร่วมกนั โดยมจี ดุ ประสงคเ์ พอ่ื การสบื พนั ธเ์ุ พิ่ม
จานวนสิ่งมชี วี ิตใหม้ ากขนึ้ ในระบบนจี้ าเป็ นตอ้ งอาศยั การสบื พนั ธข์ุ องเซลล์ หรือการแบ่งเซลล์
เซลลส์ ืบพนั ธใ์ุ นเพศชาย คือ อสจุ ิ และเซลลส์ บื พนั ธใ์ุ นเพศหญงิ คือ ไข่ เม่อื อสจุ แิ ละไข่ มกี าร
ปฏิสนธิ จะมกี ารแบ่งเซลล์ เจริญและพฒั นาจนเป็ นเอ็มบริโอ และเป็ นตวั ที่สมบรู ณแ์ ลว้ เม่ือคลอด
ออกมาก็จะมีการเจริญและพฒั นาอีกครงั้ หนงึ่ จนกระทงั่ เขา้ สวู่ ยั ร่นุ จะมีการเจริญทางเพศที่
สมบรู ณ์ และสามารถทจี่ ะสืบพนั ธไ์ุ ดอ้ ีก ระบบสบื พนั ธเ์ุ ป็ นระบบซ่ึงแตกตา่ งจากระบบอวยั วะอ่ืน ๆ
กลา่ วคือระบบเพศของสตั วต์ า่ งชนดิ กนั ก็มคี วามแตกตา่ งกนั ความหลากหลายนก้ี อ่ ใหเ้ กิดการ
ผสมรวมกนั ของสารพนั ธกุ รรมระหวา่ งสงิ่ มชี วี ิตสองตวั เพื่อเพิ่มความสามารถในการดารงอยใู่ น
สง่ิ แวดลอ้ มของลกู หลานตอ่ ไป

2

ระบบสืบพนั ธ์ุของเพศชาย

3

อวยั วะสบื พนั ธภ์ุ ายนอก

- ถงุ อณั ฑะ (Scortum) ทาหนา้ ที่หอ่ หมุ้ ลกู อณั ฑะ ดงั นนั้ มนั จึง
ตอ้ งควบคมุ อณุ หภมู ภิ ายในใหพ้ อเหมาะตอ่ การแบ่งเซลลเ์ พ่ือสรา้ ง
เซลลส์ บื พนั ธแ์ุ ละเลี้ยงดใู หด้ ีพรอ้ มใชง้ าน โดยสว่ นใหญ่จะทาใหม้ ี
อณุ หภมู ิตา่ กว่าอณุ หภมู ิเฉลี่ยของรา่ งกายอย่ปู ระมาณ 3-5 องศา
เซลเซียส

- อณั ฑะ (Testis) ซึ่งเป็ นตอ่ มรปู ไข่ มี 2 ตอ่ ม มหี นา้ ที่สรา้ งตวั อสจุ ิ

(Sperm) ซึ่งเป็ นเซลลส์ บื พนั ธ์ุ และผลิตฮอรโ์ มนเพศ เพ่ือการควบคมุ

ลกั ษณะตา่ ง ๆ ของเพศชายเชน่ หนวดเครา เสยี ง โดยหากมเี พียง 1

Scortum ตอ่ มจะนบั ว่าเป็ นความผดิ ปกติ ซ่ึงอาจทาใหล้ กั ษณะทางเพศไม่
สามารถถ่ายทอดออกมาไดส้ มบรู ณร์ วมถึงไมส่ ามารถสรา้ งเซลล์

สบื พนั ธไ์ุ ดม้ ากพอที่จะทาใหเ้ กิดการสบื พนั ธไ์ุ ดโ้ ดยงา่ ย นนั่ แปลวา่ หาก

ตอ้ งการมลี กู จาเป็ นตอ้ งใชว้ ทิ ยาการทางการแพทยเ์ ขา้ ชว่ ย

4

- องคชาต (Penis) ซึ่งมกั จะถกู เรียกเหมารวมว่าเป็ นอวยั วะเพศชาย แต่
อยา่ งที่กลา่ วมาขา้ งตน้ มนั ประกอบไปดว้ ยหลายสว่ น องคชาตเป็ นเพียง
อวยั วะท่ที าหนา้ ท่ีนาสง่ เซลลส์ บื พนั ธเ์ุ พศชายอยา่ งตวั อสจุ ิ ผา่ นปาก
มดลกู เพศหญิงเขา้ ไปเพื่อผสมเขา้ กบั เซลลส์ ืบพนั ธเ์ุ พศเมยี เป็ นกลา้ มเนอ้ื
ทยี่ ื่นออกมาจากหนา้ ทอ้ งรปู ทรงกระบอก มีโครงสรา้ งคลา้ ยฟองนา้ โดย
หดและขยายตวั เมือ่ หลอดเลือดทมี่ กี ระจายอย่ทู วั่ ไปกลา้ มเนื้อนี้ หากเลอื ด
เขา้ ไปคงั่ อย่ใู นหลอดเลอื ดฝอยทงั้ หมดก็จะทาใหม้ ขี นาดใหญ่ขน้ึ และ
แขง็ ตวั เพ่ือใชใ้ นการร่วมเพศ

Scortum

5

อวยั วะสืบพนั ธภ์ุ ายใน

- หลอดสรา้ งตวั อสจุ ิ (Seminiferous Tubule) มลี กั ษณะเป็ น
หลอดเล็ก ๆ ขดไปขดมาอย่ภู ายในอณั ฑะ ซึ่งทาหนา้ ท่ีสรา้ งตวั
อสจุ ิ ปกติแลว้ จะมตี อ่ มละ 800 หลอด

- หลอดเก็บตวั อสจุ ิ (Epididymis) อยดู่ า้ นบนของอณั ฑะ มี
ลกั ษณะเป็ นทอ่ เล็ก ๆ ขดไปมาเพือ่ เก็บและพกั ตวั อสจุ ิใหเ้ ตบิ โต
หากนามายืดเป็ นเสน้ จะไดข้ นาดยาวประมาณ 6 เมตร

Scortum - หลอดนาตวั อสจุ ิ (Vas Deferens) เชอ่ื มตอ่ กบั หลอดเก็บตวั
อสจุ ิ โดยทาหนา้ ที่ลาเลยี งอสจุ ิไปเก็บไวท้ ี่ตอ่ มสรา้ งนา้ เลย้ี งอสจุ ิ

6

- ต่อมสรา้ งน้าเล้ียงอสจุ ิ (Seminal Vesicle) ทาหนา้ ท่ีสรา้ งอาหาร
สาหรบั อสจุ ิ เนอ่ื งจากเซลลเ์ หลา่ นไี้ มไ่ ดร้ บั สารอาหารจากเลือด
เหมอื นกบั เซลลอ์ วยั วะอ่นื ๆ ในรา่ งกาย โดยอาหารสาหรบั อสจุ ิประกอบ
ไปดว้ ย นา้ ตาลฟรกั โทส เป็ นตน้

- ต่อมลกู หมาก (Prostate Gland) อย่ตู อนตน้ ของทอ่ ปัสสาวะซ่ึงจะ
หลงั่ สารทม่ี ฤี ทธ์ิเป็ นเบสออ่ น ๆ ออกมา เนอื่ งจากปัสสาวะมีฤทธ์เิ ป็ น
กรด ทอ่ ปัสสาวะซ่ึงเป็ นเสน้ ทางร่วมในการสง่ อสจุ ผิ า่ นองคชาติไปยงั
มดลกู จึงมีฤทธิเ์ ป็ นกรดดว้ ย และนนั่ เป็ นสภาวะซึ่งไมเ่ หมาะสมกบั อสจุ ิ
จงึ จาเป็ นตอ้ งมีการปรบั สภาพทอ่ ปัสสาวะกอ่ นทจ่ี ะมกี ารปล่อยอสจุ ิ
ออกมา

Scortum - ต่อมคาวเปอร์ (Cowper's Gland) อยตู่ ิดกบั ตอ่ มลกู หมาก ทาหนา้ ท่ี
หลงั่ สารหลอ่ ลน่ื ซึ่งมีฤทธ์เิ ป็ นดา่ ง เพ่ือชว่ ยลดความเป็ นกรดภายในทอ่
ปัสสาวะและชอ่ งคลอดเพศหญงิ ขณะมเี พศสมั พนั ธ์

7

- อสจุ ิ เป็ นสว่ นหนงึ่ ของระบบสืบพนั ธท์ุ ี่สาคญั ที่สดุ ซึ่งจะเริ่ม
ถกู สรา้ งในร่างกายของเด็กชายเมอื่ อายุ 12 - 13 ปี และสรา้ ง
อยา่ งตอ่ เนอ่ื งไปยงั ตลอดชวี ิต อสจุ ิตวั เล็ก ๆ นปี้ ระกอบไปดว้ ย
สว่ นสาคญั 3 สว่ น ไดแ้ ก่
1) สว่ นหวั ซ่ึงเป็ นสว่ นที่มนี วิ เคลียสของเซลลอ์ ยู่ เป็ นสว่ นที่มี
หนว่ ยพนั ธกุ รรมซ่ึงจะถกู นาไปผสมกบั ไข่ เซลลส์ บื พันธเ์ุ พศเมยี
และเกิดการปฏิสนธิ
2) สว่ นตวั ของอสจุ มิ รี ปู รา่ งเป็ นทรงกระบอกยาว
3) สว่ นหาง ซ่ึงทาหนา้ ท่เี สมอื นใบพดั เพ่ือวา่ ยไปในสารหลอ่ ลื่น
และเพ่ือไปปฏิสนธิ

8

ระบบสืบพนั ธ์ุของเพศหญงิ

9

อวยั วะสืบพนั ธภ์ุ ายนอก

1.คลิทอรสิ (Clitoris) เทียบไดก้ บั องคชาตใิ นเพศชาย ประกอบดว้ ยเนอ้ื เย่ือทีท่ าให้
เกิดการแขง็ ตวั โดยใหเ้ ลือดมาคงั่ ทาใหเ้ กิดความรสู้ ึกทางเพศ

2. แคมใหญ่ (Labia Majora) เป็ นป่ ุมนนู ขนาดใหญ่ 2 อนั ซ่ึงประกอบดว้ ย ตอ่ ม
นา้ มนั ไขมนั มีขนปกคลมุ อยดู่ า้ นบนทาหนา้ ท่กี นั การกระแทกระหวา่ งรว่ มเพศ

3. แคมเล็ก (Labia Minora) มีลกั ษณะเป็ นเนอ้ื นม่ิ ของป่ ุมนนู ของผวิ หนงั
เหมอื นกนั แตไ่ มม่ ไี ขมนั ไมม่ ขี น ทาหนา้ ท่ีป้ องกนั การตดิ เชอื้ จากภายนอกเขา้ สชู่ อ่ ง
คลอด

4. เวสทิบลุ (Vestibule) เป็ นสว่ นท่อี ย่นู อกสดุ ของชอ่ งคลอด จะมเี ยื่อพรหมจารีย์
(Hymen) ปิ ดอยู่ มชี อ่ งเปิ ดของทอ่ ปัสสาวะ และชอ่ งเปิ ดของชอ่ งคลอดรวมอยู่

5. ต่อมสรา้ งน้าเมือก (Vestibula Gland) อยทู่ ่บี ริเวณแคมเล็ก ทาหนา้ ทีส่ รา้ ง
สารเมือก เพื่อการหลอ่ ลื่น

10

อวยั วะสบื พนั ธภ์ุ ายใน

1. รงั ไข่ (Ovary) เป็ นอวยั วะทส่ี าคญั ทส่ี ดุ ในระบบสืบพนั ธเ์ุ พศ
หญิง มอี ยู่ 2 ขา้ งในชอ่ งทอ้ งนอ้ ยยึดติดกบั มดลกู โดยเอ็น สว่ น
ดา้ นนอกยึดติดกบั ลาตวั ภายในรงั ไขจ่ ะพบไขม่ ากมายประมาณ
3-4 แสนใบ รงั ไขท่ าหนา้ ที่ 2 อย่าง คือ สรา้ งไข่ และสรา้ ง
ฮอรโ์ มนเพศหญิง
ไขใ่ บท่สี กุ เต็มที่แลว้ จะหลดุ ออกมาจากรงั ไข่ เรียกว่า การตกไข่
(Ovulation) ซ่ึงถกู ควบคมุ และกระตนุ้ โดยฮอรโ์ มน LH และ FSH
จากตอ่ มใตส้ มอง รงั ไขจ่ ะสรา้ งฮอรโ์ มนโพรเจสเตอโรน ในรอบ
28 วนั ไขจ่ ะสกุ เพียงวนั เดียว และระยะตกไขจ่ ะมีเวลาประมาณ
14 วนั หากไขไ่ มไ่ ดร้ บั การผสมก็จะสลายไป และหลดุ ออกมาสู่
ภายนอกพรอ้ มๆ กบั ผนงั มดลกู เรียกว่า ประจาเดอื น
(Menstruation) ประจาเดือนจะหมดเมอ่ื อายปุ ระมาณ 45-50 ปี

11

2. ท่อนาไข่ (Fallopian tube) เป็ นทอ่ ซ่ึงดา้ นหนง่ึ ตดิ กบั มดลกู อีกดา้ น
หนงึ่ อยใู่ กลๆ้ รงั ไข่ เป็ นทางผา่ นของไขแ่ ละอสจุ ิ ซึ่งจะพบกันประมาณ 1
ใน 3 ของทอ่ นาไข่

3. ช่องคลอด (Vagina) อยรู่ ะหว่างทวารหนกั กบั ปากทอ่ ปัสสาวะ ผนงั
ดา้ นในมีเย่ือเมอื กบอุ ยู่ ยืดหดไดด้ ี ทป่ี ากชอ่ งคลอดมกี ลา้ มเนอื้ หรู ดู
สามารถบังคบั ได้ เป็ นชอ่ งสาหรบั ผา่ นของตวั อสจุ ิเพื่อเขา้ ไปปฏสิ นธกิ บั ไข่
บริเวณปี กมดลกู หรือทอ่ นาไข่ รวมถึงเป็ นทางออกของทารกในขณะ
คลอด

4. มดลกู (Uterus) มีรปู รา่ งลกั ษณะคลา้ ยผลชมพู่ ตง้ั อย่ใู นองุ้ เชงิ กราน
ภายในมดลกู มีลกั ษณะเป็ นโพรงแคบๆ มีเย่ือบโุ พรงมดลกู ท่เี ป็ นกลา้ มเนอ้ื
หนา และมคี วามแขง็ แรง ผนงั ยืดหดไดม้ ากเป็ นพิเศษ และเม่ือตงั้ ครรภจ์ ะ
ขยายตวั ใหญเ่ ป็ นทฝ่ี ังตวั ของไขท่ ่ปี ฏสิ นธจิ ากเชอื้ อสจุ แิ ลว้ และคอ่ ยๆ
เจริญเติบโตเป็ นทารกในครรภ์ หลงั การคลอดผนงั มดลกู จะกลบั คืนสู่

12 สภาพเดิม ในระยะคลอด ฮอรโ์ มนออกซิโทซินจะกระตนุ้ ใหก้ ลา้ มเน้ือ

บริเวณนหี้ ดตวั อย่างรนุ แรง ทาใหค้ ลอดไดง้ า่ ยขน้ึ

NOTES

SCIENCE ไปลองทาแบบฝึ กหดั กนั จา้

MATH 13

BIOLOGY

HISTORY

EXTRAS

Exercise

ว 1.2 ม.2/12 ระบอุ วยั วะและบรรยายหนา้ ทีข่ อง
อวยั วะในระบบสบื พนั ธข์ุ องเพศชายและเพศหญิงโดย
ใชแ้ บบจาลอง

14

Exercise1

15

Exercise1

16

Exercise 2

17

Exercise 2

18

เฉลยแบบฝึ กหดั

19

20

21

บรรณานกุ รม

Trueปลูกปัญญา. “ระบบสืบพนั ธุ์เพศชาย,”[ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content
/70700/-scibio-sci-?fbclid=IwAR35LNdkTSJJFyxMhWAqCaaAlqB6wDOjyn09JfuPZuwwt8fTeS-84Iwnmvs ,[สืบคน้ เมื่อ 27 กมุ ภาพนั ธุ์ 2565]

Trueปลูกปัญญา. “ระบบสืบพนั ธุ์เพศหญิง,”[ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:https://www.trueplookpanya.com/learning/detail
/33938?fbclid=IwAR2Y-nNiD9NQdY15KtDn-Sw8s-y16CyYlyyEWlRmK5OV9TuSLcftdGhvnrY,[สืบคน้ เมื่อ 27 กมุ ภาพนั ธุ์ 2565]

Sitemap. “ระบบสืบพนั ธุเ์ พศหญิง,”[ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:https://sites.google.com/site/lifeskillforhealthdevelopment/home/hnwy-kar-
reiyn-ru-thi-3-phes-phathna/3-2-rabb-subphanthu-phes-hying,[สืบคน้ เม่ือ 27 กมุ ภาพนั ธุ์ 2565]

วกิ ิพเี ดีย. “ระบบสืบพนั ธุ์,”[ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:https://th.wikipedia.org/wiki,[สืบคน้ เมื่อ 27 กมุ ภาพนั ธุ์ 2565]

22

ประวตั ิผจู้ ดั ทา
ชอ่ื : นางสาวศดานนั ท์ ทองสุ
ชอ่ื เลน่ : บีม
รหสั นกั ศึกษา : 63040111127
สาขา : วิทยาศาสตรท์ วั่ ไปและชวี วิทยา
คณะ : ครศุ าสตร์

23

THANKS

Science
By

Beem


Click to View FlipBook Version