1SERVICEPROFILEหอผู ป้่ วยสตู-ิ นรเ ีวชกรรมโรงพยาบาลพระนั ่ งเกลา้จง ั หวดั นนทบรุ ีมนี าคม2567
2แบบรายงานการประเมินตนเอง (Service Profile) หน่วยงาน หอผู้ป่วยสูติ-นรีเวชกรรม 1.บริบท 1 (Context) ก.หน้าที่และเป้าหมาย(Purpose) ให้บริการดูแลรักษาพยาบาลแก่มารดาหลังคลอดทั้งภาวะปกติและผิดปกติดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะปกติน้้าหนัก ≥ 2,000 gm และผู้ป่วยนรีเวชโดยมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลรักษาของทีมสหสาขาวิชาชีพ ผู้รับบริการได้รับความปลอดภัยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ข. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service) ให้บริการดูแลรักษามารดาหลังคลอดทั้งภาวะปกติและผิดปกติทารกแรกเกิดที่มีภาวะปกติทารกแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลืองและต้องส่องไฟ (Phototherapy) และผู้ป่วยนรีเวช สามารถให้บริการผู้ป่วยวิกฤตได้1เตียง ยกเว้นทารกวิกฤต หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 24 สัปดาห์และมีภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมหรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 24 สัปดาห์และมีภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม รวมทั้งมีการส่งเสริมสุขภาพเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้านโดยประสานงานกับเวชกรรมสังคม ค. ความต้องการของผู้รับผลงานสําคัญทั้งภายนอก ผู้รับผลงานภายนอก ความต้องการที่ตอบสนองได้ดีความต้องการที่ยังตอบสนองได้ไม่ดีผู้ป่วย/ญาติ 1.ต้องการให้ที่พักสะอาด มีอุปกรณ์พร้อม ใช้และเป็นส่วนตัว 2.ได้รับการปฐมนิเทศเกี่ยวกับอาคาร สถานที่3.ได้รับการวินิจฉัยโรคถูกต้อง ผู้ป่วยและ ญาติได้รับทราบข้อมูลและมีส่วน ร่วมในแผนการรักษาของแพทย์4.ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็ว ทันเวลาและไม่มีภาวะแทรกซ้อน 5.แพทย์ตรวจเยี่ยมตรงตามเวลา 6.แพทย์และทีมสุขภาพให้ข้อมูลอย่าง ครบถ้วน 1.ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดูแลเอาใจใส่ด้วยความเอื้ออาทรใบหน้ายิ้มแย้มพูดจาไพเราะ1 เขยีนอยา่งสรุป สามารถใชต้ารางสรุปในบางเรือ่งได้ ปรับปรุงวันที่........................
3ผู้รับผลงานภายนอก ความต้องการที่ตอบสนองได้ดีความต้องการที่ยังตอบสนองได้ไม่ดีมารดาหลังคลอด 1.ได้รับค้าแนะน้าในการดูแลตนเองหลัง คลอดและการดูแลบุตร 2.ได้รับการฝึกทักษะในการให้Breast Feeding 3.ได้ฝึกทักษะการอาบน้้าทารก 1.สามารถแนะน้าญาติด้าเนินการแจ้งเกิดบุตรได้ถูกต้อง ผู้รับผลงานภายนอก ความต้องการที่ตอบสนองได้ดีความต้องการที่ยังตอบสนองได้ไม่ดีศูนย์X-ray นอกรพ. -วันเวลาและต้าแหน่งที่จะตรวจข้อมูล คนไข้ถูกต้องชัดเจน หลักฐานที่ส้าคัญด้าน การเงินครบถ้วนถูกต้อง ง.ความต้องการในการประสานงานภายในที่สําคัญ ผู้รับผลงานภายใน ความต้องการที่ตอบสนองได้ดีความต้องการที่ยังตอบสนองได้ไม่ดีห้องยาผู้ป่วยใน 1.การเบิกยาในเวลาราชการ จะเป็นยา ทั่วไป ถ้าเป็นนอกเวลาราชการให้เบิก เฉพาะยาที่จ้าเป็น 2.การเบิกยาเสพติด ต้องมีใบ ยส.5 ที่สมบูรณ์3.การส้ารองเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ควร เบิกให้เพียงพอ 1.ระยะเวลาการรอรับยาผู้ป่วยในแพทย์ 1.เตรียมข้อมูลพร้อมก่อนรายงาน 2.การรายงานทันเวลา 3.รายงานตรงตามตารางเวรที่รับผิดชอบ กลุ่มงานห้องผ่าตัด -มีการประสานงานส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยที่ดีถูกต้องครบถ้วน -มีการระบุตัวผู้ป่วยและต้าแหน่งผ่าตัด ถูกต้องชัดเจน กลุ่มงานวิสัญญี-ประสานงานที่ดีมีน้้าใจ เอื้ออาทร ประวัติการรักษาผู้ป่วยครบถ้วน ข้อมูล ผู้ป่วยโดยเฉพาะผล Lab ที่ผิดปกติให้รับ การแก้ไขจนเป็นปกติแล้ว
4ผู้รับผลงานภายใน ความต้องการที่ตอบสนองได้ดีความต้องการที่ยังตอบสนองได้ไม่ดีเวชระเบียน 1.การเรียง Chart ให้เป็นมาตรฐาน เดียวกัน 2.การส่ง – ยืม Chart ให้ตรงตามเวลาที่ก้าหนด 1.การบันทึกเวชระเบียนถูกต้องและครบถ้วน สิทธิบัตร 1.ตรวจสอบสิทธิก่อน Admit 2.ตรวจสอบสิทธิ– ค่ารักษาพยาบาลก่อน จ้าหน่ายผู้ป่วย IPD 1. เมื่อย้ายควรเตรียมความพร้อม เรื่องผล การตรวจ การดูแลรักษาพยาบาล การ ปฏิบัติตามค้าสั่งแพทย์และ บันทึก ทางการพยาบาล 2.การเรียกผู้ป่วยเข้าห้องพิเศษ ควร เป็นไปตามคิวที่ก้าหนด 3.โทรรายงานแพทย์เจ้าไข้รับทราบ โดยตรง 4.การยืมอุปกรณ์ควรส่งคืนเมื่อใช้งาน เสร็จ 5.การประสานงานที่ดี 1.เวรเปลมาตามเวลาที่ต้องการ กลุ่มงานพยาธิวิทยา 1.เก็บสิ่งส่งตรวจถูกต้อง 2.คีย์LAB ในระบบชื่อผู้ป่วยและHNผู้ป่วย ครบถ้วนถูกต้องตรงกัน กลุ่มงานรังสีวิทยา -มีการประสานงานที่ดีข้อมูลผู้ป่วย ถูกต้อง ครบถ้วน ตรงเวลา ฝ่ายโภชนาการ 1.เบิกอาหารให้ตรงตามประเภทของ ผู้ป่วย 2.ลงข้อมูลเบิกอาหารตามเวลาที่ก้าหนด 3.เมื่อจ้าหน่วยผู้ป่วยให้โทรประสาน ยกเลิกการเบิก
5จ. ลักษณะสําคัญของงานบริการและปริมาณงาน ลักษณะบริการ ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566 ปี2567(ตค.66-มีค.67)1. จ้านวนผู้ป่วย /ปี 3,639 3,447 3,870 3,764 1,5372. จ้านวนทารกแรกเกิด (ไม่นับเป็นยอดผู้ป่วย) 2,078 1,951 2,036 1,879 9833. จ้านวนวันนอนเฉลี่ย วัน/ราย 2.28 2.29 2.26 2.29 2.354. จ้านวนผู้ป่วยเฉลี่ยต่อ วัน 24 22 26 25 245. อัตราครองเตียง (%) 54.47 59.36 60.02 64.10 61.686. อัตราการหมุนเวียน เตียง (ราย/เตียง) 7.58 7.18 8.06 7.14 7.687. อัตราตาย (%) 0.32 0.20 0.25 0.13 1.998. Productivity 103.31% 95.53% 104.98% 106.46 102.75Key Clinical Population จํานวนกลุ่มโรคสูงสูด 3 ลําดับแรก จําแนกผู้ป่วยตามกลุ่ม ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566 ปี2567(ตค.66-มคี.67)1.ด้านสูติกรรม 2,632 2,569 2,667 2,556 1,2462.ด้านนรีเวชกรรม 988 863 1,201 1,199 5983.ด้านทารกแรกเกิด 2,078 1,951 2,036 1,879 938
6จําแนกผู้ป่วยสูติกรรม ตามกลุ่ม ปี2563 (ราย) ปี2564 (ราย) ปี2565 (ราย) ปี2566 (ราย) ปี2567(ตค.66-มีค.67) ผู้ป่วยสูติกรรม(ราย) 1.มารดาหลังคลอดที่มีภาวะตกเลือดหลังคลอด (คลอดทางช่องคลอด) 2.มารดาหลังคลอด ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง 3 95 0 57 2 70 0 102 064จําแนกผู้ป่วยนรีเวช ตามกลุ่ม ปี2563 (ราย) ปี2564 (ราย) ปี2565 (ราย) ปี2566 (ราย) ปี2567(ตค.66-มีค.67) ผู้ป่วยนรีเวช(ราย) 1.Abortion 2.Myoma 3.Ectopic pregnancy 4.CA Ovary 5.PID 239 78 85 57 57 227 59 82 64 27 257 125 101 87 54 257 123 73 120 70 10649194935จําแนกทารกแรกเกิด ตามกลุ่ม ปี2563 (ราย) ปี2564 (ราย) ปี2565 (ราย) ปี2566 (ราย) ปี2567(ตค.66-มีค.67) ทารกแรกเกิด 1.น้้าหนัก<2,500 กรัม 2.น้้าหนัก>3,500 กรัม 135 322 125 326 130 352 127 315 49172
7จํานวน ผ่าตัด/หัตถการ สูงสูด 5 ลําดับแรก ปีงบประมาณ 2564 ปีงบประมาณ 2565 ปีงบประมาณ 2566 ปีงบประมาณ2567(ตค.66-มีค.67) การผ่าตัด จํานวน การผ่าตัด จํานวน การผ่าตัด จํานวน การผ่าตัดจํานวน1. TAH 123 1. TAH 184 1. MVA 132 1. MVA 602. MVA 88 2. MVA 116 2. TAH 123 2. TAH493. Laparoscopic 26 3. F+C 36 3.Laparoscopic 73 3. F+C 434. F+C 15 4. Laparoscopic 35 4. F+C 60 4.Laparoscopic 195. TLH 15 5. TLH 27 5. TLH 29 5. TLH12ฉ. ประเด็นคุณภาพและตัวชี้วัดที่สําคัญ (Key Quality Issues & Key Performance Indicator) ประเด็นคุณภาพ ตัวชี้วัดที่สําคัญ1.มารดาหลังคลอดและทารกแรกเกิดทุกรายได้รับการดูแล อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ ปลอดภัยไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน และสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง 1.อัตราการตกเลือดหลังคลอด (หลังคลอด2ชั่วโมงขึ้นไป) <5 2.อัตราการช็อคจากการตกเลือดหลังคลอดนานมากกว่า 30 นาที<10 3.อัตราการเกิดภาวะชักในมารดา SeverePIH02.การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อย 6 เดือน - อัตรามารดาหลังคลอด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน >50 3.มารดาวัยรุ่นได้รับการคุมก้าเนิดทุกรายก่อนกลับบ้าน 1.อัตราการคุมก้าเนิดในมารดาวัยรุ่นก่อนจ้าหน่าย>80 2.อัตราการตั้งครรภ์ซ้้าในมารดาวัยรุ่น(ครรภ์แรกคลอดโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า) <10
8ประเด็นคุณภาพ ตัวชี้วัดที่สําคัญ4.ผู้ป่วยนรีเวชได้รับการวินิจฉัยและการรักษาทันเวลา 1.อัตราผู้ป่วย Ectopic Pregnancy shockระหว่าง Admit 0 5.อัตราผู้ป่วย Ectopic Pregnancy c shockได้รับการผ่าตัดภายใน 30 นาที100 6.อัตราวินิจฉัยผิดพลาดในผู้ป่วย Ectopicpregnancy 0 ช.ความท้าทาย ความเสี่ยงสําคัญ ความท้าทาย/ความเสี่ยงสําคัญ แนวทางแก้ไข 1.การตกเลือดหลังคลอดที่รุนแรงและมีภาวะช็อก 1.คัดกรองมารดาหลังคลอดกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะPPH2.ปฏิบัติตาม CPG PPH 3.มีการส่งต่อเวรเพื่อการเฝ้าระวังต่อเนื่อง 4.รายงานอุบัติการณ์ทุกครั้งที่เกิด ทบทวนทุกเดือนในที่ประชุมประจ้าเดือน 2.การเกิดภาวะชักในมารดาหลังคลอดที่มีภาวะ ความดันโลหิตสูง 1.ประเมินผู้คลอด (V/S และอาการ) 2.รายงานสูติแพทย์ทรายเพื่อพิจารณาการรักษาตามStanding Order 3.ให้การพยาบาลและ Monitor ตาม Standing Order PIH 4.เฝ้าระวังอาการ MgSO4 Toxicity 5.เตรียมรถ Emergency ให้พร้อมตลอดเวลา 3.การดูแลมารดาให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว นาน 6 เดือน 1.ใช้นโยบายโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูก 2.ห้ามใช้ขวดนมและนมผสม ยกเว้นรายที่จ้าเป็น3.สอนให้ความรู้ในโรงเรียนพ่อ-แม่4.มีการประสานงานกับแผนกเวชกรรมสังคมในการตามเยี่ยมหลังคลอด และการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่
9ความท้าทาย/ความเสี่ยงสําคัญ แนวทางแก้ไข 4.การลดอัตราการตั้งครรภ์ซ้้าในมารดาวัยรุ่น 1.สอนสุขศึกษา ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนการคุมก้าเนิดในโรงเรียนพ่อ-แม่2.ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่า น้อย 6 เดือนหรือนานกว่านั้น (เป็นการคุมก้าเนิดไปด้วย) 3.ให้การคุมก้าเนิดแบบก่อนกลับบ้านโดยเน้นเรื่องการคุมก้าเนิดแบบกึ่งถาวรโดยการฝังยาคุม,ใส่ห่วง แต่ถ้ามารดาที่ไม่ต้องการมีบุตรอีก ถ้ามีความประสงค์ต้องการท้าหมันต้องให้สามีเซ็นยินยอมก่อนผ่าตัด 5.คัดกรองการเกิดโรคหัวใจชนิดไม่เขียวในทารกแรก เกิด 1.มีการคัดกรองโรคหัวใจชนิดไม่เขียว ในทารกแรกเกิดที่มีน้้าหนักมากกว่า 2,000 กรัม อายุ24 ชั่วโมงขึ้นไป2.ประชุมให้ความรู้แนวทางปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่3.ลงข้อมูลใน cloud childrenhospital.go.th4.ถ้าผิดปกติรายงานกุมารแพทย์และย้ายเด็กขึ้นไปตึกกุมาร 2 เพื่อ Investigate ต่อ 6.ผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูกได้รับการรักษาอย่าง รวดเร็วและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน 1.มี CPG ในการดูแลผู้ป่วย Ectopic pregnancy/Ectopic pregnancy c shock 2.ประสานงานสหสาขาวิชาชีพ เช่น ER,OR วิสัญญีและธนาคารเลือดให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติในรายEctopicpregnancy c shock set OR stat ที่ER ภายใน30นาที3.มีเกณฑ์ในการพิจารณาการใช้ยา Methotrexate4.บันทึกข้อมูล และน้าเสนอปัญหาในที่ประชุมประจ้าเดือนของ PCT
10ซ.ศักยภาพและข้อจากัดในด้านผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือ เทคโนโลยีข้อมูลอัตรากําลังบุคลากร ตําแหน่งงาน ประเภทตําแหน่ง (เช่น ข้าราชการ ,พกส ) จํานวน (คน) อายุงาน(ปี) พยาบาลวิชาชีพช้านาญการ ข้าราชการ 4 22-30พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ข้าราชการ 5 4-7พยาบาลวิชาชีพ ลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) 2 1ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 2 14-28ผู้ช่วยเหลือคนไข้ลูกจ้างชั่วคราว (รายวัน) 1 1พนักงานทั่วไป พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 1 15ข้อมูลด้านพัฒนาบุคลากร ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (สาขา) จํานวนในปี2566 (คน) จํานวนในปี2567 (คน) จํานวนที่จะต้องมีในปี2568การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 0 1ข้อมูลเทคโนโลยีอุปกรณ์และเครื่องมือที่สําคัญของหน่วยงาน เทคโนโลยีอุปกรณ์และเครื่องมือที่สําคัญ จํานวน อายุการใช้งาน(ปี)เครื่องอัลตร้าซาวด์ 1 1Dop tone 1 >10Radiant warmer 3 >10อุปกรณ์รถ Emergency 1 >10เครื่องปั่น Hematocrit 1 >10Oxygen Pipe line และ Suction Pipe line 40 >5เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 5 >10(2) และ1(3)เครื่องคอมพิวเตอร์ 3 >5ปริ๊นเตอร์ 2 1-2เครื่องวัดระดับ Oxygen Saturator 2 >5เครื่องวัดความดันโลหิต 2 >5
11มีความพร้อมใช้ในการให้บริการแก่ผู้รับบริการ มีการตรวจสอบความพร้อมใช้อุปกรณ์ทุกเวร มีการส่งซ่อมบ้ารุงเมื่ออุปกรณ์ไม่มีความพร้อมในการใช้งาน ขณะส่งซ่อมอุปกรณ์จะมีเครื่องส้ารองให้ขอยืมจากศูนย์บริภัณฑ์และหน่วยงานพยาธิวิทยา เครื่องมือจะได้รับการตรวจสอบเทียบค่ามาตรฐานปีละครั้ง ฌ.ประเด็นการส่งเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเป้าหมาย การดําเนินการ 1.เจ้าหน้าที่1. การตรวจสุขภาพประจ้าปี2. การประเมินดัชนีมวลกาย BMI ทุกเดือน 3. การควบคุมอาหารและออกก้าลังกายทุกจันทร-์พุธ-ศุกร์4. การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจ้าปี2.ผู้รับบริการ 1. การสอนสุขศึกษาเกี่ยวกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การปฏิบัติตนหลังคลอด การดูแลทารกแรกเกิด อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์2. การสอนอาบน้้าทารก 3. การฉีดวัคซีน BCG HBV แรกเกิด 4. กลุ่มไลน์Smart moms & kids 3.ชุมชน 1.การส่งข้อมูลในระบบ Smart COC 2.การให้ความรู้กับ อสม. 4.สิ่งแวดล้อม 1.กิจกรรม 5 ส. ทุกเดือน 2.การจัดบอร์ดสื่อสารในหน่วยงาน ญ. นโยบาย/เข็มมุ่ง/ยุทธศาสตร์ขององค์กร/ศูนย์ความเชี่ยวชาญ-service plan นโยบาย/เข็มมุ่ง/ยุทธศาสตร์/ศูนย์ความ เชี่ยวชาญ-service plan การนําสู่การปฏิบัติ1 พัฒนาศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศ “ในระดับ ตติยภูมิเชื่อมโยงระดับปฐมภูมิ" 1. พัฒนาระบบบริการหอผู้ป่วยสูติ-นรีเวชกรรมโดยทบทวนแนวทางปฏิบัตกิารดูแลมารดาหลังคลอด ทารกแรกเกิด และผู้ป่วยนรีเวช จัดเสริมความรู้บุคลากรร่วมกับกลุ่มงานสูตินรีเวชกรรมและกลุ่มงานสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่การดูแลภาวะฉุกเฉินทางสูติ-นรีเวชกรรม การช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่การช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด
12นโยบาย/เข็มมุ่ง/ยุทธศาสตร์/ศูนย์ความ เชี่ยวชาญ-service plan การนําสู่การปฏิบัติ2.โครงการสายสัมพันธ์แม่-ลูก (Smart Moms &Kids) โดย แม่-ลูก Rooming in แนะน้าการวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างถูกวิธีงดการใช้ขวดนม กระตุ้นให้ทารกดูดนมแม่หลังคลอด 3.โครงการพัฒนาแนวทางการส่งเยี่ยมบ้านผ่านระบบSmart COC ผู้ป่วยมะเร็งทางนรีเวชระยะสุดท้าย(Endstage), มารดาหลังคลอดที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ระหว่างตั้งครรภ์ให้มีคุณภาพ โดย ทบทวนแนวทาง ปฏิบัติการส่งเยี่ยมบ้านในระบบ smart COC ติดตามก้ากับการส่งเยี่ยมบ้าน 2 สร้างระบบบริการดูแลสุขภาพด้วย เทคโนโลยีทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพระบบ บริการพยาบาล พัฒนาระบบบริหาร จัดการความเสี่ยงทางการพยาบาล และ ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรและจริยธรรม วิชาชีพ -พัฒนาคุณภาพการบริการพยาบาล โดย เสริมความรู้บุคลากรด้านการบริการพยาบาล มาตรฐานการพยาบาลการบันทึกทางการพยาบาล การบริหารความเสี่ยง จริยธรรมวิชาชีพ การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ สนับสนุนการท้านวัตกรรม R2R งานวิจัย และการจัดท้าประเด็นขัดแย้งทางจริยธรรม และทบทวนอุบัติการณ์/ความเสี่ยงระดับEขึ้นไป3 สร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากรให้เป็นกลไกสําคัญ ในการพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ -โครงการส่งเสริมความผูกพันธ์ต่อหน่วยงานโดยจัดสวัสดิการแก่บุคลากรในหน่วยงาน เช่น การเลี้ยงต้อนรับบุคลากรใหม่วันครบรอบวันเกิดของบุคลากร เยี่ยมบุคลากรและญาติป่วย ส่งเสริมคุณค่า ขวัญและก้าลังใจแก่บุคลากรส่งเสริมการอบรมเพิ่มพูนทักษะของบุคลากรตามTrainingNeed/Want มอบรางวัลบุคลากรดีเด่นประจ้าปีและส่งเสริมความก้าวหน้าในงานของบุคลากร
132.วัตถุประสงค์ตัวชี้วัด การพัฒนา ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดและผลลัพธ์กิจกรรมพัฒนา1. การตกเลือดหลังคลอดที่รุนแรงและมีภาวะช็อก เพื่อให้มารดาหลัง คลอดทุกรายได้รับ การดูแลอย่างมีคุณภาพตาม มาตรฐานวิชาชีพ ปลอดภัยไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน และสามารถดูแล ตนเองได้ถูกต้อง -อัตราการเกิด PPH<5% -อัตราผู้ป่วย PPH shock นานมากกว่า 30 นาที<10% 1.คัดกรองมารดาหลังคลอดกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ PPH2.ปฏิบัติตามCPGPPH 3.มีการส่งต่อเวรเพื่อการเฝ้าระวังต่อเนื่อง 4.รายงานอุบัติการณ์ทุกครั้งที่เกิด ทบทวนทุกเดือนในที่ประชุมประจ้าเดือน2. การเกิดภาวะชักในมารดา หลังคลอดที่มีภาวะความดันโลหิต สูง เพื่อให้มารดาหลัง คลอดทุกรายได้รับ การดูแลอย่างมีคุณภาพตาม มาตรฐานวิชาชีพ ปลอดภัยไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน และสามารถดูแล ตนเองได้ถูกต้อง -อัตราการเกิดภาวะ ชักในมารดาPIH 0% 1.ประเมินผู้คลอด(V/Sและอาการ) 2.รายงานสูติแพทย์ทรายเพื่อพิจารณาการรักษาตาม Standing Order 3.ให้การพยาบาลและMonitor ตามStandingOrder PIH4.เฝ้าระวังอาการ MgSO4 Toxicity 5.เตรียมรถ Emergency ให้พร้อมตลอดเวลา
14ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดและผลลัพธ์กิจกรรมพัฒนา3.การดูแลมารดาให้เลี้ยงลูกด้วย นมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่นาน อย่างน้อย 6 เดือน -อัตราการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่อย่างเดียว นาน 6 เดือน >50% 1.ใช้นโยบายโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่-ลูก2.ห้ามใช้ขวดนมและนมผสม ยกเว้นรายที่จ้าเป็น3.สอนให้ความรู้ในโรงเรียนพ่อ-แม่4.มีการประสานงานกับแผนกเวชกรรมสังคมในการตามเยี่ยมหลังคลอดและการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่4.การลดอัตราการตั้งครรภ์ซ้้าใน มารดาวัยรุ่น เพื่อให้มารดาวัยรุ่น ได้รับการคุมก้าเนิด ทุกรายก่อนกลับบ้าน -อัตราการตั้งครรภ์ซ้้า ภายใน 2 ปีลดลง 10% 1.สอนสุขศึกษา ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนการคุมก้าเนิดในโรงเรียนพ่อ-แม่2.ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่าน้อย 6 เดือนหรือนานกว่านั้น (เป็นการ คุมก้าเนิดไปด้วย) 3.ให้การคุมก้าเนิดแบบก่อนกลับบ้านโดยเน้นเรื่องการคุมก้าเนิดแบบกึ่งถาวรโดยการฝังยาคุม,ใส่ห่วง แต่ถ้ามารดาที่ไม่ต้องการมีบุตรอีกถ้ามีความประสงค์ต้องการท้าหมันต้องให้สามีเซ็นยินยอมก่อนผ่าตัด
15ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดและผลลัพธ์กิจกรรมพัฒนา5.ผู้ป่วยตั้งครรภ์นอกมดลูกได้รับ การรักษาอย่างรวดเร็วและไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยนรีเวช ได้รับการวินิจฉัย และการรักษา ทันเวลา -อัตราการผ่าตัดใน ผู้ป่วย Ectopic pregnancy ที่มีภาวะ Shock ภายใน 30 นาที= 100% 1.มี CPG ในการดูแลผู้ป่วย Ectopic pregnancy / Ectopicpregnancy c shock2.ประสานงานสหสาขาวิชาชีพ เช่นER,ORวิสัญญีและธนาคารเลือดให้ทราบถึงแนวทาง ปฏิบัติในราย Ectopicpregnancy c shockset OR stat ที่ERภายใน 30 นาที3.มีเกณฑ์ในการพิจารณาการใช้ยา Methotrexate4.บันทึกข้อมูลและน้าเสนอปัญหาในที่ประชุมประจ้าเดือนของPCT
163. กระบวนการสําคัญ (Key Processes)2 กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)1.การเข้าถึงและรับ บริการเตรียมรับ ผู้ป่วย -หน่วยงานห้อง คลอด OPD และ ER ประสานข้อมูล การดูแลผู้ป่วย -จัดล้าดับความ รุนแรงของโรค -การให้ข้อมูลทั่วไป -การลงนามยินยอม -การระบุตัวผู้ป่วย -การเตรียมสถานที่อุปกรณ์ -มารดา-ทารกหลังคลอดและ ผู้ป่วยนรีเวชได้รับการ ประเมินถูกต้องครบถ้วนทั้ง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคมและยินยอมรักษาทุก ราย -มารดา-ทารกหลังคลอดและ ผู้ป่วยนรีเวชได้รับความ ปลอดภัย ขณะเข้ารับการ รักษา -มารดา-ทารกหลังคลอด ผู้ป่วย นรีเวชและญาติให้ความร่วมมือเกี่ยวกับ แผนการรักษาของแพทย์มีใบ เซ็นยินยอมท้าหัตถการ เฉพาะโรค -ผู้ป่วยวิกฤตทางนรีเวช เช่น Ectopic pregnancy c shock สามารถ set OR stat จาก ER ได้เลย -การระบุตัวผู้ป่วย -การส่งต่อข้อมูลไม่ครบถ้วน -การจัด Zoning ใน การดูแลผู้ป่วย -ป้ายข้อมือแม่,ข้อเท้าลูกรวมทั้งเวชระเบียน ถูกต้องทุกราย=100%-อุบัติการณ์การเกิดความเสี่ยงระดับ E = 0 -อัตราการผ่าตัดในผู้ป่วยEctopicpregnancy ที่มีภาวะ Shockภายใน 30 นาที= 100%2.การประเมิน ผู้ป่วย -ซักประวัติ -ตรวจร่างกาย -การเตรียมทาง ห้องปฏิบัติการ -มารดา-ทารกหลังคลอดและ ผู้ป่วยนรีเวชได้รับการ ประเมินครอบคลุมทั้งด้าน ร่างกายและจิตใจ -ผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน ผิดปกติได้รับการรายงาน -จ้าแนกประเภทผู้ป่วย ไม่ถูกต้อง -ผู้ป่วยท้องนอกมดลูกมีภาวะShock ขณะพักรักษา 0%-อัตราการวินิจฉัยผิดพลาด0%2 สรุปภายใน 1 หน้า วเิคราะห์โดยเน้นผรู้บัผลงานเป็นศนูย์กลาง เชน่หอผปู้ ่วย ใหพ้จิารณาวา่มีกระบวนการดแูลผปู้ ่วยอยา่งไร โดยทกุวชิาชีพทเี่กีย่วขอ้ง มใิชเ่ฉพาะกระบวนการทพี่ยาบาลรบัผดิชอบ
17กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)แพทย์อย่างรวดเร็ว -ผู้ป่วยได้รับการตรวจที่จ้าเป็นเพื่อประกอบการ วินิจฉัยโรคอย่างเหมาะสม -มีการท้า Ultrasound เจาะ เลือดตรวจ Serum Beta HCG ได้ทุกวัน 3.การวางแผนการ ดูแลผู้ป่วยและการ วางแผนจ้าหน่าย -มารดาหลังคลอดที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น PIH -มารดาหลังคลอด Precaution บุตร ต้องได้รับยา ARV -หญิงตั้งครรภ์GDM ที่ได้รับการ รักษาด้วย Insulin -ผู้ป่วยมะเร็งระยะ สุดท้าย -ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง สูง มารดาหลังคลอด และ ครอบครัวได้รับการวางแผน จ้าหน่ายตั้งแต่แรกรับโดย ครอบครัวมีส่วนร่วม -มารดาหลังคลอด และ ครอบครัวมีความรู้และ สามารถดูแลตนได้อย่าง ถูกต้องหลังการจ้าหน่าย -มารดาหลังคลอด และบุตร ได้รับการดูแลต่อเนื่องโดย ได้รับการดูแลต่อเนื่องโดย ได้รับการส่งต่อ PCU ใกล้บ้านในผู้ป่วย PIH และทารก ทุกรายได้รับยา ARV -มีการประสานกับเวชกรรม สังคมหลังจ้าหน่ายเพื่อดูแล อย่างต่อเนื่องที่บ้าน และการ ส่งเยี่ยมบ้านผ่านทาง Smart COC ให้การพยาบาลไม่ครอบคลุมปัญหาของ ผู้ป่วย -อัตรามารดา SeverePIHที่ส่งต่อเยี่ยมบ้าน 100%-อัตราทารกที่ได้รับยาต้านARVส่งต่อเยี่ยมบ้าน 100%-อัตรามารดา GDMที่ได้รับการรักษา Insulin ส่งต่อเยี่ยมบ้าน100%-อัตราผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้รับการดูแลแบบประคับประคอง100%-อัตราการกลับมารักษาซ้้าภายใน28 วัน -อัตราการติดเชื้อของแผลฝีเย็บ0%
18กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)4.การดูแลผู้ป่วย 4.1การดูแลผู้ป่วย ทั่วไป -ผู้ป่วยได้รับการ ดูแลโดยทีม พยาบาลวิชาชีพที่มีความรู้ความช้านาญ โดยใช้กระบวนการ พยาบาล และ มาตรฐานวิชาชีพ -ผู้ป่วยได้รับการ ดูแลโดยสหวิชาชีพ อย่างต่อเนื่อง -มีการพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วย HIV 4.2 การดูแลผู้ป่วย ที่มีความเสี่ยงสูง 4.2.1 ก้าหนดกลุ่ม ผู้ป่วย • PPH • PIH -ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย จากการดูแลรักษา -ผู้ป่วยได้รับการพิทักษ์สิทธิ เรื่องความลับชองโรค HIV การดูแลรักษา -ผู้ป่วยหลังคลอดได้รับการ ดูแลตามมาตรฐานเพื่อ ป้องกันการเกิดภาวะตกเลือด หลังคลอด ได้รับการประเมิน ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและ ได้รับการรักษาอย่าง เหมาะสม -ผู้ป่วยไม่มีภาวะชัก -ผู้ป่วยชักปลอดภัยจากภาวะ วิกฤต -ผู้ป่วยทรุดลงระหว่าง ให้การรักษา โดยไม่ได้วางแผน -อัตราการเสียชีวิตของมารดา0%-อัตราการเสียชีวิตของทารก0%-จ้านวนการระบุทารกผิดเพศ,ผดิคน 0 ครั้ง -ข้อร้องเรียนในการเปิดเผยความลับผู้ป่วย 0 ครั้ง -อัตราการเกิด PPH<5%-อัตราผู้ป่วย PPHshock นานมากกว่า30 นาที<10%-อัตราการเกิดภาวะชักในมารดาPIH 0%-อัตราบาดเจ็บจากการชัก0%
19กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)• มารดาที่มีผลเลือด HIV Posisitive • Ectopic pregnancy 4.2.2 การดูแล เฉพาะ • การระงับ ความรู้สึก • การผ่าตัด/ ผ่าตัดผ่านกล้อง -ผู้ป่วยทราบแนวทางดูแล ตนเอง เพื่อให้ความร่วมมือในการ รักษาพยาบาล -ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและ รักษาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว -ผู้ป่วยปลดอดภัยจากภาวะ Shock -ผู้ป่วยได้รับการดูแลตาม CPG -ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับ ความรู้สึกได้รับการดูแลอย่าง เหมาะสมและปลอดภัย -ผู้ป่วยและญาติได้ค้าอธิบาย ถึงโรคและความจ้าเป็นใน การผ่าตัดรวมถึง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะ เกิดขึ้นได้เซ็นรับทราบในใบ ยินยอมให้การรักษา -ผู้ป่วยได้รับการเตรียมก่อน ผ่าตัดปลอดภัยและไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อนที่ป้องกันได้หลังผ่าตัด -อัตราทารกที่ได้รับยาต้านARV100%-อัตราการส่งต่อเยี่ยมบ้าน100%-อัตราการวินิจฉัยผิดพลาด0%-อัตราทรุดลง(Shock)ขณะAdmit-อัตราผู้ป่วย Ectopic pregnancyที่มีภาวะShockก่อนAdmit ได้รับการ set ผ่าตัดจาก ER100%-อัตราความส้าเร็วในการให้Methotrexate 70%-อุบัติการณ์การเกิดความเสี่ยงระดับ G H I จาการได้รับยาระงับความรู้สึก 0 %-อัตราการผ่าตัดผิดคนผิดข้าง0%-อัตราบาดเจ็บต่ออวัยวะข้างเคียง0% -อัตราการติดเชื้อแผลผ่าตัดคลอด0%
20กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)5.การให้ข้อมูลและ การเสริมพลังแก่ผู้ป่วย/ครอบครัว -มีการสอนสุขศึกษา พร้อมสาธิตการดูแล ตนเองเป็นรายกลุ่ม และรายบุคคล -ให้ญาติมีส่วนร่วม ในการดูแลผู้ป่วย -ผู้ป่วยได้รับการส่ง ต่อ เพื่อการดูแล ต่อเนื่องร่วมกับสห สาขาวิชาชีพ -โครงการงาน อนามัยแม่และเด็ก -ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจและเจต คติที่ดีในการดูแลตนเอง และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่องที่บ้านได้ -มีการประสานงานกับเวช กรรมสังคมและ PCU เพื่อ ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน ให้ข้อมูลและค้าแนะน้า ไม่ครบถ้วน ก่อนกลับ บ้าน -อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน >50%-อัตราการกลับมารักษาซ้้าใน28วัน <1%6.การดูแลต่อเนื่อง -มารดาหลังคลอดที่มีภาวะ Severe PIH บุตรที่ได้รับยา ARV (ในมารดาที่มีผล HIV positive) หญิงตั้งครรภ์ที่รักษาด้วย Insulin และผู้ป่วยมะเร็ง ระยะสุดท้าย หลัง จ้าหน่ายมีใบส่งต่อ เพื่อเยี่ยมบ้านให้กับ ฝา่ยเวชกรรมสังคม และการส่งเยี่ยม บ้านผ่านทาง -มารดาหลังคลอดสามารถ ดูแลตนเองและบุตรได้อย่าง ถูกต้อง -ผู้ป่วยและญาติรับการดูแล แบบองค์รวมและตอบสนอง ความต้องการโดยประสาน กับเวชกรรมสังคมและหน่วย บริการสุขภาพชุมชน ไม่มีการส่งต่อข้อมูล ให้ติดตามต่อเนื่อง -อัตราของทารกที่ได้รับยาต้านARV ส่งต่อเยี่ยมบ้าน100%-อัตรามารดา SeverePIHส่งต่อเยี่ยมบ้าน 100%-อัตราหญิงตั้งครรภ์ที่รักษาด้วยInsulin ส่งต่อเยี่ยมบ้าน100%-อัตราผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายส่งต่อเยี่ยมบ้าน 100%-อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน >50%
21กระบวนการสําคัญ (Key Process) สิ่งที่คาดหวัง (Process Requirement) ความเสี่ยงสําคัญ (Key Risk) ตัวชี้วัดกระบวนการที่สําคัญ(Key Process Indicator)Smart COC -มารดาวัยรุ่นได้รับ การคุมก้าเนิดก่อน จ้าหน่ายมีการโทร ติดตามเยี่ยมทุก 3 เดือน -มารดาวัยรุ่นมีการคุมก้าเนิด ต่อเนื่อง -อัตราการตั้งครรภ์ซ้้าภายใน2ปีลดลง 10%4. ตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน 3 (Performance Indicator) ตัวชี้วัด เป้าหมาย ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566 ปี2567(ตค.66-มคี.67) ตัวชี้วัดทั่วไป 1.อัตราการประเมินผู้ป่วยที่รับใหม่รับย้ายทันที2.การระบุตัวทารกผิด/ผิดเพศ 3.อัตราการติดเชื้อแผลผ่าคลอด 4.อัตราการติดเชื้อแผลฝีเย็บ 5.อุบัติการณ์การเกิดภาวะความเสี่ยง ระดับ G H I จากการได้รับยาระงับ ความรู้สึก 6.ความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ C ขึ้นไป 7.อัตรามารดาหลังคลอด เลี้ยงลูกด้วย นมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน 8.อัตรามารดา Severe PIH ส่งเยี่ยม บ้าน 9.อัตราทารกที่ได้รับยา ARV ส่งเยี่ยม บ้าน 100% 0 ครั้ง <0.5% <0.5% 0 ครั้ง ≤1:100 วันนอน >50% 100% 100% 100 0 0.22 0 0 0 79.22 96.61 65.22 100 0 0.13 0.55 0 0 76.56 100 86.36 100 0 0.22 0 0 0 99.28 100 100 100 0 0.55 0.06 0 0 83.30 100 100 10000.230.260072.70100100
22ตัวชี้วัด เป้าหมาย ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566 ปี2567(ตค.66-มคี.67) 10.อัตราการคุมก้าเนิดในมารดาวัยรุ่น ก่อนจ้าหน่าย 11.อัตราการตั้งครรภ์ซ้้าในมารดา วัยรุ่น (ครรภ์แรกคลอดโรงพยาบาล พระนั่งเกล้า) 12.ความพึงพอใจของผู้รับบริการ >80% <10% >80% 99.36 7.8 85.20 100 8.77 88.13 100 1.61 90.67 100 1.96 93.54 1000.84NAตัวชี้วัดเฉพาะโรค ตัวชี้วัด เป้าหมาย ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566 ปี2567(ตค.66-มคี.67) 1.อัตราการตกเลือดหลังคลอด (หลัง คลอด 2 ชั่วโมงขึ้นไป) 2.อัตราการช็อคจากการตกเลือดหลัง คลอดนานมากกว่า 30 นาที3.อัตราการเกิดภาวะชักในมารดา Severe PIH 4.อัตราผู้ป่วย Ectopic Pregnancy shock ระหว่าง Admit 5.อัตราผู้ป่วย Ectopic Pregnancy-c shock ได้รับการผ่าตัดภายใน 30 นาที6.อัตราวินิจฉัยผิดพลาดในผู้ป่วย Ectopic pregnancy 7.อัตราความส้าเร็จในการให้Methotrexate 8.อัตราการบาดเจ็บต่ออวัยวะ ข้างเคียงจากการผ่าตัด Laparoscope <5% <10% 0% 0% 100% 0% 80% 0% 0.11 0 0 2.56 100 2.56 75 0 0 0 0 2.56 100 11.53 87.5 0 0.77 0 0 0.96 100 4.81 40 0 0 0 0 0 100 6.85 66.66 0 00001005.551000
5.กิจกรรมทบทวนคุณภาพ กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณี1.Dead Case Root caused Analysis (RCA) โดยทีม สหสาขา วิชาชีพ วันที่20 สิงหาคม2565เวลา05.30น.รับใWks.3 Day c DFIUc ruptureuterusมาด้วยอาเวลา 23.00 น. Vital signปกติฟังเสียงหัวใจทารstation -1 แพทย์ท้า U/Sไม่พบAbruptioplacInduction ด้วย Cytotecแต่ปากมดลูกไม่เปิดเพิ่มวันที่21 สิงหาคม2565เวลา08.30น.แพHct.14.9%ใน OR พบruptureuterusแผลยาวพร้อมรก ทารกเพศชายนาหนัก2,675กรัมเท้าทัได้PRC 3 Unit ในORPost Opที่RCUSได้PRวันที่22 สิงหาคม2565เวลา12.30น.รับย้าSubtotal hsyterectomyday2หลังOffETTRD content สีแดงจาง ปริมาณ230ccOnIV.fu250 cc BP=117/76 mmHg. P=82ครั้ง/นาทีR98% ได้ยา Antibiotic และยาแก้ปวดตามแผนกาทุก 12 ชม.ผล Hct. 12.00น. =26. 2%24.00=.
23 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ใหมผู่้ป่วยหญิงไทยอายุ29 ปีG2P1 Dx. Preg 36 าการเจ็บครรภ์มีน้้าเดิน มีเลือดออกทางช่องคลอด รกไม่ได้ตรวจภายในปากมดลูกเปิด FT Eff.50% MI enta ไม่พบ FHS ไม่พบ Placenta Previa ม พทย์Set C/S due to Fail Induction c DFIU ว 10 cm แรกคลอดทารกเสียชีวิต คลอดออกมา ทั้ง 2 ข้างมีตุ่มน้้าใส หลังคอมีตุ่มน้้าใส EBL.1500 cc. RC 4 Unit FFP 4 Unit ายจาก RCUS Post Op. Hysterotomy c แรกรับ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดีแผลดีไม่มีbleed ซึม ON Rt. uid Retain Foley's cath urine สีเหลืองใส ปริมาณ R=20ครั้ง/นาทีT=36.6 องศาเซลเชียส Oxygen sat ารรักษา ผู้ป่วยมีภาวะซีดเล็กน้อย มีการติดตาม Hct. = 28% ผู้ป่วยเริ่มจิบน้้า 1 แผนระยะสั้น1.1 จัดให้มีระบบSecondopinion ในการประเมินผู้ป่วย ถ้าไม่แน่ใจในการประเมิน 1.2 การ Alert LABและแผนการรักษา 1.3 Guideline การ Induction ด้วย Cytotecและ Syntocinon2 แผนระยะยาว 2.1 ประสานกับทีมRMของโรงพยาบาลเพื่อReview แนวทางการ ช่วยเหลือเกื้อกูลเมื่อต้อง CPR ในหน่วยงาน
กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณีวันที่23 สิงหาคม2565เวลา8.30น.เดินตปวดแผล Pain score =3คะแนนท้องอืดยังไม่ผภาวะ cardiac arrest onET-tubeและCPR3cญาติรับทราบเป็นระยะ ผู้ป่วยไม่ตอบสนองแพทย์จ้าหน่ายถึงแก่กรรม เวลา 10.30น.แพทย์ขอส่งAตายให้ส่งศพไปห้องสุคติเวลา12.30น2.Dead Case Root caused Analysis (RCA) โดยทีม สหสาขา วิชาชีพ ผู้ป่วยหญิง อายุ21 ปีG2P1ANCรพ.พระนั่งเกล้Protein 2+ ทารกท่า LOAFHS140/m.Fundaศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ได้รับการU/Sทารเนื่องจากพบโปนตีนในปัสสาวะAdmit29ก.ย.636 °C P 68/mR 20/mBP124/65mmHg.FuPregnancy 34 wks. c IUGRcR/ONephroticsevere feature วัดความดันโลหิตเจาะเลือดตรวConsult Med อายุรแพทย์แจ้งว่าไม่เข้าCriteriamaturity เนื่องจากมีแนวโน้มคลอดก่อนก้าหนดไ
24 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วย สอบถามอาการพบผู้ป่วย ายลม เวลา 8.45 น.แพทย์แจ้งผู้ป่วยชักเกร็ง และ มี cycle รวมเวลา 1 ชม. 30 นาทีแจ้งอาการให้สามีกับ ย์คุยอาการกับญาติญาติรับทราบขอยุติการ CPR Autopsy แต่ญาติไม่อนุญาต แพทย์ออกใบรับรองการ 2.2 ส่งเจ้าหน้าที่ทุกระดับเข้าร่วมการอบรมCPRประจ้าปี ้า ผล Lab ปกติEDC 8 พ.ย.65 มา ANC พบ l height 28 cms. ลูกดิ้นดีไม่เจ็บครรภ์ไม่มีปวด รกหนัก 1,501 gms. แพทย์ให้นอนโรงพยาบาล 65 เวลา 14.10 น. ตรวจร่างกายแรกรับ V/S T undal height 2/4> umbilicus .ให้การวินิจฉัย c syndrome or pre eclampsia เฝ้าระวังภาวะ จ ตรวจสุขภาพทารกในครรภ์NST : reactive a nephotic. ได้ให้dexamethasone กระตุ้น lung ได้เฝ้าระวังอาการยังไม่พบภาวะ severe pre 1 แผนระยะสั้น- การซ้อม CPR ในกลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรมทั้ง แพทย์และพยาบาล2 แผนระยะยาว 2.1 ประสานกับทีมRMของโรงพยาบาลเพื่อReview แนวทางการ ช่วยเหลือเกื้อกูลเมื่อต้อง CPR ในหน่วยงาน
กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณีeclampsia ต่อมาวันที่2ต.ค.65คนไข้มีอาการป12.00 น. BP 160/106mmHg. StartMgSO4แลfeature ขณะผ่าตัดไม่พบภาวะแทรกซ้อนย้ายกลV/S T 37 °C P 98/mR20/mBP151/114mmมารดาหลังคลอดภาวะความดันโลหิตสูงและมาตร152/92-114 mmHg. 3ต.ค.65เวลา06.00น.Bหน้าอก เวลา 06.15 น. ผู้ป่วยมีอาการชักทั้งตัวปร06.40 น. วัด BP ไม่ได้NoHRstartCPRonET08.15 น. BP 129/74 mmHg. P122/mประสาpulmonary embolismหรือภาวะintracerebไม่พบ significant pulmonaryedemaหรือintและneuro ศัลย์ร่วมดูแลขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่recovก้าหนด น้้าหนัก 1,545กรัมขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ก
25 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปวดศีรษะ ได้เจาะเลือดดูความรุนแรงโรคซ้้า เวลา ละ Set C/S due to pre eclampsia with severe ลับวอร์ดหลังคลอดเวลา 20.15 น. ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี mHg. O2Sat 96% ให้การดูแลตามมาตรฐานการดูแล รฐานการให้ยา MgSO4 เวรบ่าย BP อยู่ในช่วง148- BP 141/98 mmHg. P 117/m R 20/m บ่นแน่น ระมาณ 2 นาทีได้ยาตามแผนการรักษา ต่อมาเวลา T tube แจ้งสามีและมารดาผู้ป่วยรับทราบ เวลา นย้ายผู้ป่วยไป RCU ศัลยกรรม เบื้องต้นสงสัยภาวะ ral hemorrhage ได้ส่ง CT brain และ CTPA lung tracerebral hemorrhage ได้ปรึกษาอายุรกรรม ver มีแนวโน้มเสียชีวิต ทารกแข็งแรงแต่คลอดก่อน กุมาร 8 2.2 ส่งเจ้าหน้าที่ทุกระดับเข้าร่วมการอบรมCPRประจ้าปี
กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณี3.Dead Case Root caused Analysis (RCA) โดยทีม สหสาขา วิชาชีพ ผปู้ ่วยหญิงอายุ48ปีเกิดเหตุการณ์ที่ตึกสูติห้องฉุกเฉิน ได้โทรศัพท์Admit คนไข้AUBมาด้วBP drop 86/62 mmHg P127/minloadIV50mmHg พยาบาลที่ตึกสูตินรีเวชเวชได้ท้าการซักปสูตินรีเวชกรรม ลงตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยให้Adธนาคารเลือดให้แล้ว แต่เลือดยังไม่ได้และได้ท้ากาห้องฉุกเฉินบอกว่า ผู้ป่วยดีE4V5M6แต่มีอาการอสูตินรีเวชกรรม เวลา 14.00น. ได้ลงเตียง35ซึ่งชีพ BP 100/62 mmHg P67/minได้ท้าการปรจึงได้ประสาน น้าเลือดมาให้ผู้ป่วยเลย1ถุงหลังจรายงานแพทย์เจ้าของไข้รายงานหัวหน้าเวรเริ่มs
26 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตินรีเวชกรรม วันที่3 ม.ค. 67 เวลา 12.30 น. ณ วยมีเลือดออกทางช่องคลอด เจาะ CBC Hct 22 % 00 cc BP ไม่ขึ้น load IVเพิ่ม 500 cc BP 92/68 ระวัติเพิ่มเติม ว่าแพทย์ได้ลงไปดูผู้ป่วยไหม Intern dmit สูตินรีเวชกรรม และได้ท้าการจองเลือดกับ ารซักประวัติเพิ่มเติมอีก ว่าผู้ป่วยตอนนี้ดีไหม ทาง อ่อนเพลียนอนอยู่บนเตียง และได้ขึ้น Admit ขึ้นตึก อยู่ล็อคที่2 เมื่อผู้ป่วยมาถึง พยาบาลได้วัดสัญญาณ ะเมินและซักประวัติพบ รู้สึกตัวดีแต่สีหน้าซีดมาก จากน้า เลือดมาให้ประมาณ 5 นาทีผู้ป่วย Arrest start CPR เวลา 14.20 น. ประเมิน death 16.00 น. 1 แผนระยะสั้น1.1 เน้นย้้าเรื่องการ ประสานงาน การสื่อสารกับทีมภายในเวร ถ้า คนไข้BP drop ต้องสื่อสานให้ทุกคน ในทีมรับทราบ1.2 เมื่อคนไข้ถึงหอผู้ป่วยพยาบาลต้องประเมินคนไข้และวัด V/S แรกรับทุกราย1.3 เมื่อ คนไข้มาถึง หอผู้ป่วย ถ้าพบมีความผิดปกติรายงานแพทย์เจ้าของไข้ทันที2 แผนระยะยาว 2.1ปฐมนิเทศเรื่องแนวทางการรับใหม่ผู้ป่วยทุกราย2.2ปฐมนิเทศเรื่องการ CPR
กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณี4.แผลผ่าตัด คลอดแยก Root caused Analysis (RCA) โดยทีม สหสาขา วิชาชีพ ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ20ปีหลังผ่าคลอดบุตรวัน นัดเปิดแผลผ่าตัดหลัง Off staplesพบแผลแยเป็นระยะเวลา 10 วันก่อนจ้าหน่ายกลับบ้านเย็บ
27 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รจากช่องเชิงกรานแคบ (C/S due to CPD) ได้10 ยก แพทย์admit เพื่อให้ยาฆ่าเชื้อ และดูแลแผลต่อ แผลหน้าท้องอีกครั้ง 1 แผนระยะสั้น- มีการทบทวนการปฏิบัติขั้นตอนต่างๆตั้งแต่การเตรียมผ่าตัด การผ่าตัดและหลังผ่าดัด ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานพยาบาลและหลัก IC 2 แผนระยะยาว - มีการเก็บข้อมูลการติดเชื้อ เพื่อวิเคราะห์เหตุผลการติดเชื้อ ร่วมกับENV
กิจกรรมทบทวน คุณภาพ วิธีการ/ความถี่/ผู้เข้าร่วม กรณี5.การติด sticker ชื่อผู้ป่วยผิด tube. Root caused Analysis (RCA) โดยทีม สหสาขา วิชาชีพ ผู้ป่วยหญิง อายุ44ปีเกิดเหตุการณ์ที่ตึกสูติห้องตรวจนรีเวช Admit คนไข้มาพร้อมกัน3คนพ1 พยาบาลได้ท้าการเจาะเลือดเพื่อจองเลือดพอเสร็ด้านหน้าของพยาบาลและคนไข้คนที่2พยาบาลไได้ติด sticker ผิดเป็นชื่อของคนไข้คนที่1ไปเนื่องประจ้าตึกน้า tube เลือดส่งให้เวลาประมาณ18.น้าส่งว่าชื่อเหมือนกันให้เจาะเลือดผู้ป่วยใหม่ทั้ง2
28 ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ติ-นรีเวชกรรม วันที่30 ตุลาคม 2566 เวลา 14.30 น. พยาบาลในตึกช่วยกันท้ารับใหม่คนไข้โดย คนไข้คนที่ร็จสิ้นจากคนที่1 ได้น้าได้เอกสารและTube เลือดไว้ ได้ท้าการเจาะเลือดเช่นกันเพื่อจองเลือดแต่พยาบาล งจากไม่ได้แยกเอกสารไว้และได้น้าส่งโดยแม่บ้าน 19 น. ห้อง Lab โทรประสานเรื่อง tube เลือดที่ 2 คนเพื่อ confirm ซ้้าอีกครั้ง 1 แผนระยะสั้น1.1 เน้นย้้าให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตามแนวทางการให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด 1.2 ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการรายงานความเสี่ยงทุกเดือน 2 แผนระยะยาว - ปฐมนิเทศเรื่องแนวทางการให้เลือดและ ส่วนประกอบของเลือดให้แก่บุคลากรใหม่ทุกราย
296. กระบวนการหรือระบบงานเพื่อบรรลุเป้าหมายและมีคุณภาพ กระบวนการหลักการดูแลผู้ป่วย มีสูติแพทย์อยู่เวร On call และมีพยาบาลวิชาชีพ ตลอด24ชั่วโมง มีแนวทางการรายงานสูติแพทย์กุมารแพทย์ระหว่าง PCT สูติ-นรีเวชกรรม และ PCT กุมารเวชกรรมมีการก้าหนด Criteria ในการย้ายเด็กกลุ่มเสี่ยงขึ้นไปตึกกุมาร 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรายงานกุมารแพทย์มีแนวทางการปรึกษาต่างแผนกในผู้ป่วยที่มีปัญหา มีการทบทวนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง มีระบบพี่เลี้ยงในการปฏิบัติงานส้าหรับเจ้าหน้าที่ใหม่6.1 ระบบงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อให้เป็นไปตาความคาดหวังและป้องกันความเสี่ยง 6.1.1 ระบบมีการประเมินความเสี่ยงแรกรับ มีการประเมินภาวะสุขภาพ โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะผู้ป่วยแรกรับ ซึ่งประยุกต์มาจากแบบประเมินความเสี่ยงทางสูติกรรม และอายุรกรรมที่ส้าคัญเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตกเลือดหลังคลอด ช่วยในการวางแผนรักษาพยาบาลที่รวดเร็ว ถูกต้อง เหมาะสมมีการประเมินภาวะสุขภาพของมารดาหลังจากรับย้าย โดยเฉพาะเรื่องตกเลือดหลังคลอด และมีการประเมินLATCH Score และดาวสัญลักษณ์(ระดับการไหลของน้้านม) ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในโครงการสายใยรัก ส่วนทารกมีการประเมินแรกรับและมีการก้าหนด Criteria ในการย้ายเด็กกลุ่มเสี่ยง ขึ้นไปตึกกุมาร 2 ได้ทันที6.1.2 มีแนวทางการดูแลหญิงหลังคลอดที่มีภาวะเสี่ยง PIH PPH และมีแนวทางการดูแลมารดาและทารกที่มารดามีผลเลือด HIV Positive ทารกมีการวัดอุณหภูมิทุก 4 ชั่วโมง และมีCriteria ในการย้ายเด็กผิดปกต/ิกลุ่มเสี่ยงขึ้นไปตึกกุมาร 2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรายงานแพทย์เช่น เด็กที่มีไข้มากกว่า 38°c ติดต่อกัน2peak หรือเด็กน้้าหนักน้อย/น้้าหนักมาก หลังคลอด 2 ชั่วโมง ที่มีค่า DTX<40 mg% Hct > 65%6.1.3 การป้องกันความเสี่ยงทางคลินิกตาม SIMPLE มีการค้นหาความเสี่ยงทางคลินิกและวางระบบเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติการณ์ความเสี่ยง หรือเกิดน้อยที่สุดที่มีการปฏิบัติตามกระบวนการหลักปฏิบัติตามมาตรฐานการดูแล QP,QW ที่ก้าหนดมีCPG และ Standing Order ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต เช่นภาวะชักจากครรภ์เป็นพิษ ภาวะ Shock จากการตกเลือดหลังคลอด มีการพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรในหน่วยงานมีการฟืนฟูCPR ในผู้ใหญ่และทารกแรกเกิด มีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือ ที่จ้าเป็นให้เพียงพอพร้อมใช้มีการสอบเทียบเครื่องมือและมีแนวทางในการบ้ารุงรักษาเครื่องมือที่ส้าคัญปีละ 1 ครั้ง มีการทบทวนความเสี่ยงระดับ G H I 6.1.4 ระบบการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีCPG และ Standing Order ดูแลผู้คลอดที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษมีแบบเฝ้าระวังภาวะ Shock จากการตกเลือดหลังคลอดทีแนวทางการประสานงานกับธนาคารเลือดจัดเตรียมเลือดฉุกเฉิน มีแนวทางการดูแลผู้ป่วย Ectopic Pregnancy c shock set OR stat ที่ER มีแนวทางการขอยาด่วนกรณีฉุกเฉิน มีการรายงานแพทย์โดยใช้Model SBAR และมีการฟื้นฟูทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งมารดาและทารกทุกปี
306.1.5 การระบุตัวมารดา และทารก - ด้านมารดามีการผูกป้ายข้อมือด้านขวาของผู้คลอดทุกรายที่มีAdmit ตั้งแต่แรกรับจากERโดยการชี้แจงให้ผู้ป่วยทราบและอ่านทวนความถูกต้องก่อนผูกป้ายข้อมือ - ด้านทารก เมื่อทารกคลอด พยาบาลผู้ช่วยท้าคลอดจะเขียนป้ายชื่อ ระบุเพศตามสี(สีฟ้าเพศชาย สีชมพูเพศหญิง) บุตรนาง............นามสกุล........... โดยชี้แจงให้มารดาทราบและอ่านทวนความถูกต้อง ก่อนผูกข้อเท้าและข้อมือขวาของเด็กทารก - ตึกหลังคลอดมีการตรวจรับทารกเรื่องระบุตัวโดยมีการตรวจเช็คเพศของทารกกับป้ายข้อมือข้อเท้าให้ถูกต้อง OPD Card ใบ Summary และใบย่อคลอด และตรวจเช็คซ้้ากับมารดา เพื่อความถูกต้อง 6.1.6 ระบบการดูแลโดยสหสาขาวิชาชีพ ประสาน PCT กุมารเวชกรรมจัดท้า Criteria ในการย้ายเด็กไปตึกกุมาร 2 รวมทั้งระบบปรึกษาต่างแผนกในสาขาต่างๆ เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรมกระดูก นักสังคมสงเคราะห์เป็นต้น 6.2 การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างดําเนินการ วัตถุประสงค์การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างดําเนินการ วิธีการดําเนินงาน เครื่องชี้วัด ระดับที่ปฏิบัติได้เพื่อให้มารดาวัยรุ่น ได้รับการคุมก้าเนิดทุก รายก่อนกลับบ้าน โครงการลดอัตราการ ตั้งครรภ์ซ้้าในมารดา วัยรุ่น 1.สอนสุขศึกษา ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนการคุมก้าเนิดใน โรงเรียนพ่อ-แม่2.ส่งเสริมการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน หรือนานกว่านั้น (เป็นการคุมก้าเนิดไป ด้วย) 3.ให้การคุมก้าเนิด ก่อนกลับบ้านโดยเน้น เรื่องการคุมก้าเนิด แบบกึ่งถาวรโดยการ ฝังยาคุม,ใส่ห่วง หรือ -อัตราการ ตั้งครรภ์ซ้้า ภายใน 2 ปีลดลง10%100%
31วัตถุประสงค์การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างดําเนินการ วิธีการดําเนินงาน เครื่องชี้วัด ระดับที่ปฏิบัติได้ฉีดยาคุม แต่ถ้า มารดาที่ไม่ต้องการมีบุตรอีก ถ้ามีความ ประสงค์ต้องการท้า หมันต้องให้สามีเซ็น ยินยอมก่อนผ่าตัด เพื่อส่งเสริมการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่นานอย่าง น้อย 6 เดือน โครงการส่งเสริมการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ใน โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม-่ลูก 1.ใช้นโยบาย โรงพยาบาลสาย สัมพันธ์แม่-ลูก 2.ห้ามใช้ขวดนมและ นมผสม ยกเว้นรายที่จ้าเป็น 3.สอนให้ความรู้ใน โรงเรียนพ่อ-แม่4.มีการประสานงาน กับแผนกเวชกรรม สังคมในการตามเยี่ยม หลังคลอด และการ เลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ -อัตราการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน >50% 80%เพื่อให้มารดาหลัง คลอดทุกรายได้รับการ ดูแลอย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพ ปลอดภัยไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน และ สามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง โครงการพัฒนาคุณภาพ การดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง 1.ประเมินผู้คลอด (V/S และอาการ) 2.รายงานสูติแพทย์ทรายเพื่อพิจารณา การรักษาตาม Standing Order 3.ให้การพยาบาลและ Monitor ตาม Standing Order PIH -อัตราการเกิด ภาวะชักใน มารดาPIH 0%100%
32วัตถุประสงค์การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างดําเนินการ วิธีการดําเนินงาน เครื่องชี้วัด ระดับที่ปฏิบัติได้4.เฝ้าระวังอาการ MgSO4 Toxicity 5.เตรียมรถ Emergency ให้พร้อมตลอดเวลา เพื่อให้มารดาหลัง คลอดทุกรายได้รับการ ดูแลอย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพ ปลอดภัยไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน และ สามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง โครงการการพัฒนาการ ดูแลมารดาหลังคลอด เพื่อป้องกันภาวะตก เลือดหลังคลอด 1.คัดกรองมารดาหลัง คลอดกลุ่มเสี่ยงต่อ การเกิดภาวะ PPH 2.ปฏิบัติตาม CPG PPH 3.มีการส่งต่อเวรเพื่อ การเฝ้าระวังต่อเนื่อง 4.รายงานอุบัติการณ์ทุกครั้งที่เกิดทบทวน ทุกเดือนในที่ประชุม ประจ้าเดือน -อัตราการเกิด PPH<5%-อัตราผู้ป่วย PPH shock นานมากกว่า30 นาที<10%100%เพื่อให้ผู้ป่วยนรีเวช ได้รับการวินิจฉัยและ การรักษาทันเวลา โครงการการดูแลผู้ป่วย ตั้งครรภ์นอกมดลูกให้ ได้รับการรักษาอย่าง รวดเร็วและไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อน 1. มีCPG ในการ ดูแลผู้ป่วย Ectopic pregnancy / Ectopic pregnancy c shock 2.ประสานงานสห สาขาวิชาชีพ เช่น ER,OR วิสัญญีและ ธนาคารเลือดให้ทราบ ถึงแนวทางปฏิบัติใน ราย Ectopic -อัตราการผ่าตัด ในผู้ป่วย Ectopic pregnancy ที่มีภาวะ Shock ภายใน 30 นาที= 100% 100%
33วัตถุประสงค์การพัฒนาคุณภาพที่อยู่ระหว่างดําเนินการ วิธีการดําเนินงาน เครื่องชี้วัด ระดับที่ปฏิบัติได้pregnancy c shock set OR stat ที่ER ภายใน 30 นาที3.มีเกณฑ์ในการ พิจารณาการใช้ยา Methotrexate 4.บันทึกข้อมูล และ น้าเสนอปัญหาในที่ประชุมประจ้าเดือน ของ PCT 7. แผนการพัฒนาต่อเนื่อง 4 ประเด็นคุณภาพ /ความท้าทาย โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย/ วัตถุประสงค์ตัวชี้วัด กําหนดดําเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการ เลี้ยงลูกด้วยนมในทารก แรกเกิดที่เป็นเด็กป่วย โครงการส่งเสริมการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่ในเด็กป่วย -จัดท้าตู้เย็นเก็บน้้านม -จัดท้ามุมปั๊มนมแม่ เพื่อส่งเสริมการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในรายที่ทารกแรก เกิดที่เป็นเด็กป่วย -อัตราการเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่100%ในรายที่ไม่มีข้อห้าม มกราคม2567เพิ่มประสิทธิภาพในการส่ง เยี่ยมบ้านให้กับฝ่ายเวช กรรมสังคม และการส่ง เยี่ยมบ้านผ่านทาง Smart COC โครงการเพิ่มประสิทธิ-ภาพการส่ง HCC ผ่าน ระบบ Smart COC อย่างมีคุณภาพ เพื่อให้การส่ง HCC ผ่านระบบ Smart COC ทุกรายมีคุณภาพ -อัตราการส่ง HCC ผ่านระบบ Smart COC ทุกรายมีคุณภาพ 100%มกราคม2567
34ประเด็นคุณภาพ /ความท้าทาย โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย/ วัตถุประสงค์ตัวชี้วัด กําหนดดําเนินการพัฒนารูปแบบการดูแล ผู้ป่วยมะเร็ง โครงการการเก็บข้อมูล เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วย มะเร็ง เพื่อน้าข้อมูลมา พัฒนารูปแบบการ ดูแลผู้ป่วยมะเร็งได้ครอบคลุมทุกมิติ -อัตราการเกิด ภาวะแทรกซ้อน จากการปฏิบัติกิจกรรมการ พยาบาลในผู้ป่วย มะเร็ง ตุลาคม2567