วเิ คราะห์ & วจิ ารณ์
โคลงพรหมทตั
เน้อื เร่อื งย่อ โคลงพรหมทตั
วเิ คราะห์ตวั ละครจากโคลงพรหมทัต
บทบาทของตวั ละครเอก และบคุ ลกิ ลักษณะของตวั ละครเอก
ท้าวพรหมทัต เป็นตัวละครเอกฝ่ายชาย มีรูปโฉมงดงาม
เชน่ เดียวกับพระเอกในวรรณคดไี ทยทัว่ ไป บคุ ลิกลกั ษณะดี ผิวของ
พระองค์ผุดผ่องราวกับแสงพระอาทิตย์ ผมเรียบและมีไรผมท่ีงาม
ดทู า่ ทางเฉลียวฉลาด สงา่ งามราวกบั พระพรหมมาป้ันไว้
บทบาทของตัวละครรอง และบุคลิกลกั ษณะของตัวละครรอง
นางเขมา เปน็ ตวั ละครรองฝ่ายหญงิ เปน็ มเหสอี งค์แรกของ
ท้าวพรหมทัต พระนางมีรูปโฉมงดงามเช่นเดียวกับนางเอกใน
วรรณคดีไทยทว่ั ไป เปน็ ทร่ี ักเสนห่ าของท้าวพรหมทัตมาก
บทบาทของตวั ละครรอง และบคุ ลิกลักษณะของตัวละครรอง
นางคันธา เป็นตัวละครรองฝ่ายหญิง เป็นธิดาของ
ท้าวสังขัต เป็นมเหสีองค์ที่สองของท้าวพรหมทัต นางมีความงาม
มากกว่าผู้หญิงอ่ืนๆ รูปร่างพอดี สีผิวไม่ดาหรือขาวเกินไป แต่มี
บคุ ลกิ ไม่ยอมพูดกับชายใดท้งั สิ้น เมื่อมกี ษัตริย์หรือเจ้าเมืองมาสู่ขอ
นาง ท้าวสังขัตจึงต้ังกติกาว่า ถ้านางคันธายอมพูดกับชายใดก็จะ
ยกนางใหพ้ ร้อมท้งั ราชสมบัตทิ ้ังมวล
บทบาทของตัวละครรอง และบคุ ลิกลักษณะของตวั ละครรอง
ขุนพัต เป็นอามาตย์ของท้าวพรหมทัต มีหน้าที่ทางด้าน
พลเรือน เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด มคี วามสามารถและดารงตน
อยู่ในธรรม
ขุนจิต เป็นอามาตย์ฝ่ายขวาของท้าวพรหมทัต มีหน้าท่ี
ทางดา้ นทหาร เปน็ ผมู้ ีความเกง่ กลา้ สามารถ
ลกั ษณะนสิ ัยของตัวละคร
ทา้ วพรหมทตั ใฝ่เรียนรู้ ทรงเห็นความสาคัญของ
การศึกษา ใฝ่ใจในการศึกษาหาความรู้เพื่อ
ยกระดับตน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เมื่อขุนจิต
แนะนาให้พระองค์ศึกษาศิลปศาสตร์เพิ่มเติม
เ พ่ื อ ใ ห้ ส ม กั บ ต า แ ห น่ ง พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์
ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง บ้ า น เ มื อ ง
พระองค์ก็ทรงเห็นด้วย และเดินทางไปศึกษา
ศิลปศาสตร์ ณ เมืองตกั สลิ า
มีความกตัญญูรู้คุณคน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เมื่อท้าว
พรหมทัตผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ จนได้เสวยสุขแล้ว พระองค์ก็
ทดแทนบุญคุณคนที่เคยช่วยเหลือพระองค์ เช่น ขุนพัตอามาตย์ซ้าย
ซึ่งเคยช่วยเหลือพระองค์ในการกาจัดขุนจิตอามาตย์ขวาที่ทรยศต่อ
พระองค์ จนพระองค์ได้ทรงกลับมาครองราชสมบัติเหมือนเดิม
พระองค์จึงได้ตอบแทนบุญคุณโดยครั้งแรกทรงยอมสอนมนต์ทิพย์ให้
และครัง้ ที่สองก็ทรงยกเมืองพาราณสีใหข้ นุ พตั ปกครอง
ต้ังม่ันอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองบ้านเมืองให้
รม่ เยน็ เป็นสุข จะเห็นได้จากเหตกุ ารณ์เมอ่ื พระองคจ์ ะเสด็จไปศึกษา
ศิลปวิทยา ทรงมอบหมายให้ขุนพัตดูแลบ้านเมืองและประชาชน
และเม่ือพระองค์ทรงยกเมืองพาราณสีให้ขุนพัตปกครอง ก็ทรงส่ัง
สอนขนุ พตั ใหต้ ั้งอยใู่ นทศพธิ ราชธรรมและจารตี ตา่ งๆ อกี ดว้ ย
ทรงมีเหตุผลและใจแข็งอย่างมาก ความใจแข็งของพระองค์จะ
เห็นได้จากเหตุการณ์ ที่พระองค์ไม่ทรงยอมสอนมนต์ทิพย์แก่พระนาง
เขมา แม้ว่าพระองค์จะรักพระนางมากเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลท่ีว่า
หากพระองค์สอนใครแล้ว พระองค์อาจถึงแก่ชีวิตได้ และเม่ือขุนพัตขอ
เรียนมนต์ทิพย์ในตอนแรกพระองค์ก็ไม่ยอมสอนให้ด้วยเหตุผลเดียวกัน
แตเ่ ม่ือพระองค์สานึกในคณุ ความดีของขุนพตั ทรงเกรงว่าจะเสียอามาตย์
ผู้มคี ณุ ธรรมไป พระองค์กท็ รงเปลี่ยนพระทัยยอมสอนมนต์ทพิ ย์ให้ขนุ พัต
นางเขมา
มีความซ่ือสัตย์จงรักภักดี ต่อท้าวพรหมทัต
ผู้เป็นพระสวามีอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เม่ือ
พระนางทรงทราบว่าท้าวพรหมทัตถูกขุนจิตทรยศ
จนกระทัง่ ต้องไปอาศยั อยู่ในร่างนกแขกเต้า พระนางกย็ ัง
ทรงรักและภักดีต่อพระองค์ และทรงช่วยท้าวพรหมทัต
กาจัดขุนจิต โดยทาตามอุบายท่ีท้าวพรหมทัตทรง
แนะนาให้ แม้จะแสนยากและต้องฝนื ใจเพียงใดกต็ าม
เป็นคนช่างสังเกต ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เมื่อขุนจิตซึ่งอยู่ในร่าง
ท้าวพรหมทตั กลับมาสู่พระนคร พระนางกส็ ังเกตเห็นความผิดปกติหลาย
อย่าง ซ่ึงแตกต่างไปจากท้าวพรหมทัตครั้งก่อนแต่พระนางไม่พูด แสดง
ให้เห็นถึงความฉลาดของพระนางซึ่งไม่ทาให้ความลับแพร่งพราย และก็
เป็นผลดีแก่ตัวพระนางเองและท้าวพรหมทัตในภายหลังด้วย นอกจากนี้
ยังจะเห็นความฉลาดและความมีไหวพริบของพระนางได้จากตอนที่
พระนางดาเนินตามอุบายของท้าวพรหมทัตเม่ือขุนพัตลอบส่งข่าวถึง
พระนาง พระนางก็ทรงทราบขอ้ ความโดยทันที
นางคนั ธา
มีความเฉลียวฉลาด ยกตัวอย่างเหตุการณ์
ความเฉลียวฉลาดของพระธิดาเห็นได้อย่างชัดเจนจาก
เหตกุ ารณท์ ่ที า้ วพรหมทตั ทรงเล่านทิ านปรศิ นาแล้วถาม
ปัญหาและได้คาตอบผิดๆ พระนางก็เฉลยได้อย่าง
ถูกต้องหมดทุกคร้ัง และด้วยความเฉลียวฉลาดของ
พระนางนี้เองจึงทาให้พระนางปกครองบ้านเมือง
ร่วมกับท้าวพรหมทัตดว้ ยความผาสกุ ตลอดมา
ขนุ พตั
เป็นผู้มีความเฉลียวฉลาด เห็นได้จาก
เหตุการณท์ ่ขี นุ พตั ออกอุบายให้ท้าวพรหมทัตใช้
มนต์ทิพย์ จนกระทั่งสามารถชนะใจพระธิดา
คันธาได้ อีกท้ังเป็นผู้มีคุณธรรม สังเกตได้จาก
คาพูดของท้าวพรหมทัตและพระนางเขมาซึ่ง
มกั จะกล่าวถงึ ด้วยความยกยอ่ งอยู่เสมอ
เป็นผู้มีความซ่ือสัตย์จงรักภักดี ต่อท้าวพรหมทัตและ
นางเขมามาก ซึ่งท้าวพรหมทัตและพระนางเขมาก็ทรงให้ความไว้วางใจ
ขุนพัตเสมอมา เมื่อพระเจ้าพรหมทัตจะเสด็จไปศึกษาศิลปศาสตร์ก็ได้ฝาก
พระนางเขมาและอาณาจักรประชาราษฎร์ให้ขุนพัตดูแล เม่ือพระนางนา
นกแขกเต้าไปฝากขุนพัต ขุนพัตก็เลี้ยงดูอย่างดี ขุนพัตรับอาสาจะ
ช่วยเหลือ ท้าวพรหมทัตให้ได้กลับคืนร่างเดิม แม้ว่าตนเองจะต้องทา
การยากเพียงใดก็ตาม
ขนุ จติ เป็นคนฉลาด มองการณ์ไกล เห็น
ความสาคัญของการศึกษา เห็นได้จากเหตุการณ์
ที่ขุนจิตได้แนะนาให้ท้าวพรหมทัตไปศึกษา
ศิลปวิทยา เพื่อจะได้นามาปกครองบ้านเมืองให้
เข้มแข็ง อีกทั้งเป็นคนอกตัญญู ไม่มีความซ่ือสัตย์
ทั้งน้ี เพราะความเหลิงว่าตนมีความสามารถเท่า
เทียมกษตั รยิ แ์ ละนา่ จะเปน็ กษัตริย์เองได้ จึงทาให้
ขุนจติ คิดทรยศตอ่ ท้าวพรหมทตั
วจิ ารณ์พฤติกรรมของตัวละคร
ในทางเหมาะสม/ไม่เหมาะสม
ท้าวพรหมทัต
จากเหตุการณ์เมอื่ ท้าวพรหมทัตผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ จนได้
เสวยสุขแล้ว พระองค์ก็ทดแทนบุญคุณคนท่ีเคยช่วยเหลือพระองค์
เช่น ขุนพัตอามาตย์ซ้าย ซึ่งเคยช่วยเหลือพระองค์ในการกาจัดขุนจิต
อามาตย์ขวาท่ีทรยศต่อพระองค์ เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมของท้าว
พรหมทัต คือ เป็นกษัตริย์ท่ีมีความกตัญญูกตเวที เป็นแบบอย่างที่ดี
ให้กับเหล่าขุนนางต่างๆ อีกทั้งมีการอบรมส่ังสอนให้ขุนนางปฏิบัติตน
ใหถ้ ูกต้องตามทานองคลองธรรม
นางเขมา
จากเหตุการณ์ที่นางเขมาและบริวารเสด็จชมสวนอุทยาน
นกแขกเต้า (พระราชา) จึงเล่าเร่ืองความจริงให้พระนางฟัง พร้อม
ทั้งได้แนะนาอุบายให้พระนางลวงท้าวพรหมทัตปลอมลองวิชาถอด
ดวงจิตให้พระนางดู ปรากฏว่านางเขมาเช่ือฟังพร้อมทาตาม นับว่า
เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมที่ผู้เป็นมเหสีควรกระทา เพราะแสดงให้
เหน็ วา่ เปน็ ผทู้ ี่มคี วามซอ่ื สตั ย์จงรกั ภกั ดตี อ่ ผเู้ ป็นพระสวามอี ยา่ งยงิ่
นางคันธา
จากเหตุการณ์ท่ีท้าวพรหมทัตเข้าไปในปราสาทของพระนาง
คันธา นางคันธาจึงแก้ปริศนาได้ คาตอบของนางคันธาสอดคล้องกับ
จารีตประเพณีอันดีงามของผู้หญิงล้านนาท่ีต้องรักนวลสงวนตัว ชายท่ี
จะถูกเน้ือต้องตัวหญิงคนน้ันจะต้องผ่านการผูกข้อมือรับพรจากพ่อแม่
หรือญาติผู้ใหญเ่ สียกอ่ น ซง่ึ ประเพณนี ีเ้ ปน็ การควบคุมพฤตกิ รรมของคน
ในสังคมให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม และตีกรอบพฤติกรรมของ
หนุ่มสาวไม่ใหช้ งิ สกุ ก่อนหา่ มได้เปน็ อย่างดี
ขนุ พตั
พฤติกรรมท่ีเหมาะสมของขุนพัต คือ การได้แสดงความซื่อสัตย์
จงรักภักดีต่อท้าวพรหมทัตมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น
ขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อกษัตริย์ จะเห็นได้จากเหตุการณ์ท่ี
ท้าวพรหมทัตตกอยู่ในสภาพใดก็ตาม แต่ขุนพัตก็ยังคงซ่ือสัตย์จงรักภักดี
ต่อพระองค์เสมอ แมบ้ างคร้ังการแสดงออกซ่ึงความซื่อสัตย์จงรักภักดีน้ัน
อาจจะเปน็ เหตุใหข้ ุนพัตส้ินชวี ิตก็ตาม
ขุนจติ
จากเหตุการณ์ท่ีขุนจิตคิดวางแผนให้ท้าวพรหมทัตถอดดวงจิต
ตัวเองไปเข้าส่ิงในร่างกวาง และท้าวพรหมทัตทาได้สาเร็จ ขุนจติ จงึ ถอด
ดวงจิตของตนเข้าสิงร่างของท้าวพรหมทัตแทน นับว่าเป็นพฤติกรรมที่
ไม่เหมาะสม เพราะขุนจิตเป็นขุนนางที่มีความสามารถเป็นที่ไว้วางใจ
ของท้าวพรหมทัต แต่กลับหลงผิดเพราะใฝ่ในอานาจ จึงคิดทรยศ
ทา้ วพรหมทัตโดยไมค่ ดิ ถงึ บาปบญุ คณุ โทษแต่ประการใดทง้ั สิน้
คณุ คา่ ด้านสงั คม
1. สะท้อนค่านยิ มเก่ียวกบั ความกตัญญูกตเวที
โดยมีการสอดแทรกไปในตัวละครของท้าวพรหมทัตที่มีความ
กตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่เคยให้ความช่วยเหลือ มุ่งให้เห็นว่าสังคม
ลานนาต้องการผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีเพราะความกตัญญู
กตเวทเี ปน็ คณุ ธรรมพนื้ ฐานในการอยู่ร่วมกนั ของคนในสงั คม
2. สะท้อนใหเ้ ห็นเกี่ยวกับประเพณีของชาวลา้ นนา
ประเพณีพธิ รี าชาภเิ ษกของท้าวพรหมทัตทั้งในตอนข้ึนครอง
เมืองพาราณสี และตอนเป็นกษัตริย์เมืองสังขัต และพิธีราชาภิเษก
ขุนพัตเป็นกษัตริย์ครองเมืองพาราณสี อีกทั้งสะท้อนให้เห็นว่า
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นงานใหญ่ในการข้ึนครองราชย์ของ
พระเจ้าแผ่นดินทุกยุคทุกสมัย แต่ในลานนาไทยปัจจุบันไม่มีแล้ว
เนือ่ งจากลานนาไทยรวมเขา้ เป็นส่วนหนึง่ ของประเทศไทย
3. สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงระบอบการปกครองของพระมหากษตั ริย์
ดั ง จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ท้ า ว พ ร ห ม ทั ต มี ท ศ พิ ธ ร า ช ธ ร ร ม ใ น
การปกครองบ้านเมือง สะท้อนให้เห็นว่าในอดีตสังคมลานนา
ยึดถอื เกย่ี วกับหลักการปกครองเป็นอย่างมาก เพราะการปกครอง
โดยธรรมจะทาให้ประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข ไม่
ก่อใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นแต่ประการใด
4. สะทอ้ นภาพของสังคมชนบทซงึ่ มีความเชอื่ ด้านเวทมนตรค์ าถา
ผู้คนยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา และขนบธรรมเนียม
ประเพณี จะเห็นได้จากความเช่ือในเรื่องของการถอดดวงจิต
น่ันเอง ซ่ึงเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ รู้สึกเกรงขามในสิ่งท่ี
เขา้ ใจว่าอยเู่ หนอื ธรรมชาติหรอื ในส่ิงลกึ ลับอนั ไม่สามารถจะทราบ
ได้ด้วยเหตุผลตามหลักของวิทยาศาสตร์ โดยมีความเชื่อเกี่ยวกับ
ผีสาง เทวดา ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิ วิญญาณหรือส่ิงที่มองไม่เห็นด้วยตา
แตเ่ ชื่อว่ามีอานาจพอทจ่ี ะบนั ดาลใหเ้ กดิ เหตรุ า้ ยหรอื ดกี ไ็ ด้
5. มีความเชือ่ เรอ่ื งบุญบาปและเวรกรรม
ตอนที่ท้าวพรหมทัตคร่าครวญถึงพระนางเขมาว่าที่ต้อง
มาพลัดพรากจากกันเช่นนี้ ก็เพราะเวรกรรมท่ีทาไว้แต่ชาติปาง
กอ่ น อีกทง้ั สะท้อนให้เหน็ ผลของกรรมดีและส่ิงที่ได้รับ เช่น ขุนพัต
ได้กระทาความดีโดยประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งท่ีดี เช่น มีความซ่ือสัตย์
กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ จึงได้รับผลดีตอบแทน โดยได้รับความ
ไว้วางใจความเมตตาจากท้าวพรหมทัต จนกระท่ังแต่งต้ังให้เป็น
กษัตรยิ แ์ หง่ เมอื งพาราณสีแทนพระองค์
ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้
จากเร่ืองน้ี
1. คนดีควรมคี วามกตัญญกู ตเวทตี ่อผ้มู พี ระคณุ เป็น
สงิ่ ทมี่ ีความสาคัญอยา่ งยงิ่ ในทกุ ยคุ ทกุ สมยั
2. ควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน แม้ว่าจะมีอานาจบารมี
เหนือกว่าผอู้ นื่ กไ็ มค่ วรจะโออ้ วดหรอื ใช้อานาจขม่ ขู่ใคร
3. ควรมคี วามซ่ือสตั ย์สุจริต จงรักภักดีอย่าง
บรสิ ุทธ์ิจริงใจ ไม่ควรคิดทรยศ
4. คนเราต้องมีความเพยี รพยายาม เพ่อื ให้บรรลุ
ความสาเร็จในการดาเนินชีวิต
5. เราทกุ คนควรมคี วามกล้าหาญ
ในการทาความดี
จบการนาเสนอ
ขอบคณุ ค่ะ
คณะผู้จดั ทา