The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aoengsupaporn, 2022-10-09 08:50:53

กระฎุมพี

กระฎุมพี

ชนชั้นกระฎมุ พี

ความหมายของกระฎุมพี

กระฎุมพี (กระดุมพี) เป็นชนชั้นทางสังคมกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลางหรือชนชั้นพ่อค้าวาณิช
ซึ่งได้สถานะทางสังคมหรืออำนาจมาจากหน้าที่การงาน การศึกษา หรือความมั่งมี (ซึ่งตรงกันข้ามกับพวก
อภิชน) เป็นชนชั้นที่มีฐานะจากการค้าขายหรืองานช่างฝีมือ ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งอาจหมายรวมถึง
นายทุน นายทุนน้อย คนชั้นกลาง ส่วน "ไพร่กระฎุมพี" นั้น หมายถึงชนชั้นที่อยู่ต่ำกว่ากระฎุมพีแต่สูงกว่าชน
ชั้นที่ต่ำที่สุดในสังคม เป็น "พลเมืองที่มีเงินพอใช้เลี้ยงชีวิตไม่เป็นทาสบุคคลผู้ใด แนวคิดต่าง ๆ เช่น เสรีภาพ
ส่วนบคุ คล สิทธพิ ลเมอื งและการนบั ถือศาสนา และการคา้ เสรี ลว้ นสืบทอดมาจากปรัชญาของกระฎุมพี

กระฎมุ พใี นมุมมองมารก์ ซสิ ต์

หนึ่งในการวิจารณ์กระฎุมพีที่ทรงอิทธิพลที่สุดมาจาก คาร์ล มาร์ก โดยเขาโจมตีทฤษฎีการเมืองและ
มุมมองต่อประชาสังคมและวัฒนธรรมพลเมืองของกระฎุมพี ที่เชื่อว่าแนวคิดและสถาบันต่าง ๆ เหล่านี้เป็น
ความจริงสากลเสมอ ในมุมมองของมาร์กซนั้น แนวคิดเหล่านี้เปน็ เพียงอุดมการณ์ของกระฎุมพีในฐานะชนชนั้
ปกครองกล่มุ ใหม่ ซง่ึ ต้องการจะจัดระเบียบสังคมตามส่ิงทตี่ นจนิ ตนาการ

ชนชัน้ กระฎุมพีและชนช้นั กรรมาชพี

ประวัตศิ าสตร์แห่งสังคมท้งั หลาย เปน็ ประวัตศิ าสตร์แห่งการต่อสู้ทางชนชนั้ นายทาสและนางทาส คน
ชั้นสูงและคนชั้นต่ำ ขุนนางและไพร่ สมาชิกสมาคมอาชีพและช่างรับจ้าง หรืออีกนัยหนึ่ง ผู้กดขี่และผู้ถูกกดข่ี
ต่างก็ธำรงอยู่ในสถานะตรงกันข้ามต่ออีกฝ่ายหนึ่ง และดำเนินการต่อสู้อันปรากฏชัดและไม่ปรากฏชัด ซึ่งการ
ต่อสู้น้ีแต่ละครั้งอาจจบลงด้วยการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม ทั่ว ๆ ไป หรือโดยความทุกข์ยากสูญสิ้นร่วมกัน
ของชนชัน้ ทตี่ ่อสู้แข่งขนั กัน

ในช่วงแรกของประวัติศาสตร์ ในเกือบทุกแห่งจะพบการจัดแจงสังคมอย่างซับซ้อน ให้เข้าสู่ระเบียบ
ต่าง ๆ นั่นคือการลำดับชนชั้นต่าง ๆ ที่ซับซ้อนของตำแหน่งทางสังคม ในสมัยโรมโบราณจะพบขุนนาง อัศวิน
ราษฎรชั้นต่ำและทาส ในยุคกลางจะพบขุนนางศักดินา บริพาร สมาชิกสมาคมอาชีพ ช่างรับจ้าง คนฝึกงาน
และทาส และในเกือบทุกชนชั้นเหล่านี้ ต่างก็จัดอยู่ในลำดับชนชั้นที่ปกครองลดหลั่นกันลงมา สังคมกระฎุมพี
สมัยใหม่ ซึ่งได้เจริญขึ้นมาจากความเสือ่ มโทรมของสังคมศักดินา ก็ยังไม่สามารถกำจัดความขัดแย้งทางชนช้นั
ได้

ในแตล่ ะข้นั ตอนแห่งพัฒนาการของชนชน้ั กระฎมุ พี ดำเนินสมั พันธค์ วบค่ไู ปกบั ความก้าวทางการเมืองที่
เออื้ สนองต่อชนชั้น ชนชัน้ ทเ่ี คยถกู กดอยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนนางศักดินาในยุคชุมชนสมัยกลาง ก็ได้สถาปนา
สมาคมที่ป้องกันและปกครองตนเองเป็นสาธารณรฐั ชุมชนอิสระ ต่อมาในสมัยการโรงงานยังคงเฟื่องฟูอยู่พวก
ชนชั้นนี้ก็ได้รับใช้ระบบกึ่งศักดินาหรือระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่เปรียบเหมือนตัวทำให้เกิดดุลยภาพอัน
เหมาะสมในการตา้ นทานอำนาจขุนนางและในความเปน็ จริง กลายเปน็ ฐานอำนาจท่ยี ง่ิ ใหญใ่ ห้กบั ระบบกษัตริย์
ต่อมาหลังจากได้สถาปนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่และตลาดโลกแล้ว ในที่สุดชนช้ันกระฎุมพีก็ฉวยควา้ ชัยชนะไว้

ในมือของตนเข้าครอบครองอิทธิพลทางการเมืองในรัฐที่มีการปกครองแบบผู้แทนสมัยใหม่ ดังนั้นอำนาจ
บริหารของรัฐสมัยใหม่จึงกลายมาเป็นเพียงสภาคณะกรรมการสำหรับจัดการธุรกิจทั่วไปของชนชั้นกระฎุมพี
ท้ังหลายโดยสนิ้ เชิง

ทฤษฎีชนช้ันทางสงั คมและโครงสร้างทางสงั คมของมาร์ก

สำหรับมารก์ แลว้ การวเิ คราะห์และทำความเข้าใจต่อเรื่องชนชั้นทางสังคม โครงสร้างทางชนชั้น และ
กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างดังกล่าวคือกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจระบบทุนนิยม
และระบบสังคมอื่น ๆ หรือวถิ กี ารผลิตแบบอน่ื ๆ ดังเชน่ ทมี่ าร์กและเองเกลิ ได้กลา่ วเอาไว้ในแถลงการณ์พรรค
คอมมวิ นสิ ต์วา่ “ประวตั ศิ าสตรท์ ้งั หมดทัง้ มวลที่ผา่ นมาจนถงึ ปัจจบุ ันน้ัน คอื ประวัตศิ าสตรข์ องการต่อสู้ทางชน
ชั้น” การวิเคราะห์และทำความเข้าใจต่อเรื่องการแบ่งชนชั้นทางสังคมและการต่อสู้ทางชนชั้นน้ันถือเป็นเรื่อง
สำคัญอย่างย่งิ ในการจะพัฒนาความเขา้ ใจท่ีมีต่อธรรมชาติของระบบทุนนิยม สำหรบั มารก์ น้นั ชนชน้ั ต่าง ๆ ถูก
ประกอบสร้างและถูกอธิบายดว้ ยความสัมพันธท์ ชี่ นช้ันนน้ั ๆ มปี ฏิสมั พันธ์ดว้ ยงานและแรงงาน กรรมสิทธ์ิส่วน
บุคคล การถือครองทรัพย์สิน และวิถีการผลิต ปัจจัยและกลไกทางเศรษฐกิจเหล่านี้มีอำนาจในการควบคุม
ความสมั พนั ธ์ในระบบทนุ นยิ มมากยิง่ กวา่ ในสงั คมรปู แบบอืน่ ๆ

ชนช้ันกระฎุมพใี นระบบทุนนิยม

ชนชั้นหลักในระบบทุนนิยมนั้นประกอบด้วย ชนชั้นกระฎุมพีและชนชั้นกรรมาชีพ อย่างไรก็ตามชน
ชั้นอื่น ๆ อย่างเช่น เจ้าที่ดิน กระฎุมพีน้อย ชาวนา และกรรมาชีพไร้จิตสำนึกทางชนชั้น ต่างก็ยังคงดำรงอยู่
หากแต่ไม่ใชก่ ลุ่มพลังสำคัญในพลวตั ของระบบทุนนยิ ม ซง่ึ ประกอบดว้ ยดงั นี้

1. ชนชั้นกระฎุมพี (Bourgeoisie) พวกกระฎุมพีหรือนายทุน คือผู้ที่ถือครองทุนในการผลิต ซ่ึง
ซื้อขายและขูดรีดกำลังแรงงาน ดึงเอามูลค่าส่วนเกินในกำลังแรงงานของลูกจ้างมาใช้เพื่อสะสมทุนหรือขยาย
ทุนของตัวเอง นี่คือการถือครองทุนและถูกใช้เพื่อขูดรีดกำลังแรงงานเพื่อนำไปสู่การขยายทุน การเป็นคน
ร่ำรวยนั้นโดยตัวมันเองไม่เพียงพอจะทำให้คน ๆ นั้นกลายเป็นนายทุน (ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการแผนก หรือเจ้า
ที่ดินทถ่ี อื ครองที่ดิน) ส่ิงทสี่ ำคญั ในการมองนายทุนคือพวกเขาต้องใช้ความร่ำรวยนนั้ ในการสะสมทุนและขยาย
ความมน่ั คง่ั ของตวั เองผา่ นการขดู รีดแรงงาน ตามประวัติศาสตร์นัน้ พวกกระฎมุ พีถือกำเนิดขน้ึ ภายในเมืองใหญ่
ในยุคกลางของยุโรป ด้วยการพัฒนาด้านการค้า พวกเขาประกอบอาชีพเป็นพ่อค้า ช่างฝีมือ นักอุตสาหกรรม
แรงงานมีฝีมอื หรืออาชีพอ่ืน ๆ ทส่ี ามารถเอาชวี ติ รอดผา่ นการแขง่ ขนั มาได้ รวมถึงมีความสามารถในการสะสม
ความมั่งคั่งเพิม่ เติมจากการคา้ ขาย การพาณิชย์หรืออตุ สาหกรรมและเพ่ือจะขยับขยายการสะสมทุนนี้ บรรดา
กระฎุมพีหรือนายทนุ นั้นจำเป็นจะตอ้ งมีเสรภี าพในระบบตลาดและในการขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในการ
ต่อสู้กับระบบศักดินา (โบสถ์ของนักบวชที่เป็นอำนาจทางศาสนาและอำนาจทางการเมืองของชนชั้นปกครอง)
ชนชั้นกระฎมุ พจี งึ จะวางตำแหน่งแหง่ ทขี่ องตวั เองเป็นฝ่ายกา้ วหนา้ และอีกสว่ นน้ันมาจากการค้าขาย (ทนุ นิยม
พาณิชย์) การธนาคารและการเงิน (ทุนนิยมการเงิน) หรือใช้ที่ดินในวิถที ุนนิยม (ทุนนิยมที่ดนิ ) ซึ่งกลุ่มนายทนุ
อุตสาหกรรมนี่เองที่ใช้กำลังแรงงานของคนงานในการสร้างทุนขนาดใหญ่ที่กลายเป็นทุนระดับนำของกลุ่ม
กระฎุมพี อันกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรุนแรง ในอังกฤษชนชั้นกระฎุมพี
กลายเป็นผู้ถือครองอำนาจนำทั้งในทางการเมืองและในทางอุดมการณ์ในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า จากการ

หันมาใช้แรงงานรับค่าจ้าง นายทุนอุตสาหกรรมสามารถสร้างมูลค่าส่วนเกินออกมาได้ในหลายรูปแบบ เช่น
กำไร ดอกเบีย้ และค่าเชา่

2. ชนชั้นกรรมาชีพ (Proletariat) ชนชั้นกรรมาชีพคือกลุ่มคนที่ถือครองกำลังแรงงาน
(ความสามารถในการทำงาน) และเป็นเพียงแค่ผู้ถือครองกำลังแรงงานเท่านั้น พวกเขาไม่มีทรัพยากรอื่นใด
นอกจากมือ ร่างกาย และสมองของพวกเขาทีใ่ ช้ในการทำงาน และเมื่อแรงงานเหล่านีไ้ ม่มที รัพย์สินใด ๆ พวก
เขาจึงจำเป็นต้องขายกำลังแรงงานของตัวเองเพื่อหารายได้สำหรับครอบครัวและการเอาชีวติ รอดในระบบ ซ่ึง
หมายถึงการเข้าไปทำงานในความสัมพันธ์แบบขูดรีดของระบบทุนนิยม ความสัมพันธ์แบบขูดรีดนี้จะสร้าง
ตัวเองหรอื ผลติ ซ้ำตวั เองอยู่อย่างต่อเน่ือง และถ้าหากนายทุนผขู้ ดู รดี ต้องการจะเพมิ่ กำไรและการสะสมทุนของ
พวกเขาให้สูงขึ้น พวกเขาย่อมจะกดค่าจ้างของแรงงานให้ต่ำลง นั่นแปลว่าชนชั้นกรรมาชีพได้ถูกขูดรีดด้วย
เวลาสว่ นเกนิ ทท่ี ำใหเ้ กดิ ผลผลิตสว่ นเกนิ ในขณะท่ีแรงงานทำการผลิต ผลผลติ ก็ถกู สรา้ งขน้ึ จากกำลังแรงงานก็
ถูกนำไปขายโดยบรรดานายทุน ความขัดแย้งและความเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติของระบบนี้ ปรากฏให้เห็น
อย่างชัดเจนเมื่อเหล่านายทุนพยายามทีจ่ ะปรบั ลดคา่ จ้างลงและบีบบงั คับให้แรงงานทำงานหนักขึ้น ในขณะที่
คนงานนั้นถูกขับออกไปจากการได้รับผลประโยชน์จากการผลิต ผลผลิตส่วนเกินและมูลค่าส่วนเกินที่ถูกสร้าง
ขึ้นจากแรงงานถกู เปลย่ี นไปเปน็ ทนุ สำหรบั การสะสมทุนของนายทนุ หรือกระฎมุ พี

3. เจ้าที่ดิน (Landlords) เพื่อจะอธิบายกลุ่มชนชั้นทางสังคมนอกเหนือไปจากกระฎุมพีและ
กรรมาชีพ มารก์ ไดก้ ลา่ วถึงชนชัน้ อน่ื ๆ รว่ มด้วย และในลำดับแรกนั้นมาร์กได้กล่าวถึงกลุ่มผู้ถือครองที่ดินหรือ
ชนชัน้ เจา้ ทีด่ นิ ในอังกฤษ ซึ่งเคยเปน็ กลุ่มชนชน้ั ทีส่ ำคัญในประวัติศาสตรแ์ ละบางส่วนยังคงสามารถรักษาความ
มั่งค่งั มาไดจ้ นถึงปจั จบุ นั (เช่น กลมุ่ พระราชวงศ์ในอังกฤษ) โดยมาร์กมองว่าพวกเขาคอื กลมุ่ ชนชนั้ ที่กำลังจะล่ม
สลาย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชนชั้นที่มีกำลังอำนาจมากในสังคมแต่พวกเขาก็สูญเสียบทบาทในการเป็นศูนย์กลาง
ของการผลิตและการปกครองสังคมไป เพื่อจะเอาตัวรอดและรักษาความมั่งคั่งของตนเจ้าที่ดินจำนวนหนึ่งจึง
ต้องเปล่ียนทีด่ นิ ในการถือครองของพวกเขาไปเป็นท่ีดนิ สำหรับเชา่ ซ่ึงทำให้เกดิ สิ่งท่คี ่อนข้างจะแตกต่างจากทุน
นิยมอุตสาหกรรม กล่าวคือที่ดินถูกใชใ้ นฐานะทุนชนดิ หนึง่ สำหรับการสะสมทุน ชนชั้นแรงงานอาจจะไม่ได้ถกู
จ้างงานโดยตรงจากเหล่าเจ้าที่ดิน แต่ที่ดินเหล่านั้นก็ถูกใช้ในฐานะเครื่องมือหรือวิถีการผลิตที่เอื้อให้เกิดการ
สะสมทุนตอ่ ไปได้

4. กระฎุมพีน้อยและชนชั้นกลาง (Petty Bourgeoisie and Middle Class) ชนชั้นกลาง
ระดับล่างหรือกระฎุมพีน้อย (ในยุคสมัยนั้นคำว่ากระฎุมพีถูกใช้หมายรวมถึงกลุ่มชนชั้นกลางด้วย) คือ “กลุ่ม
ช่างฝมี อื รายย่อย เจ้าของธรุ กจิ ขนาดยอ่ ม แรงงานมีฝีมือ และชาวนา” ลักษณะสำคญั ของชนช้ันนี้คอื การที่พวก
เขาได้ถือครองทรัพย์สินบางอย่างเอาไว้ แต่ไม่เพียงพอสำหรับการทำงานทั้งหมดให้สำเร็จด้วยการจ้างลูกจ้าง
หรือคนงาน กลุ่มคนในชนชั้นนย้ี ังคงตอ้ งทำงานด้วยตัวเองด้วยเพื่อความอย่รู อด ดังนน้ั พวกเขาจึงมีลักษณะการ
ดำรงอย่ใู นสองรูปแบบ หนึง่ คอื ในฐานะผูถ้ ือครองทรพั ยส์ ิน (ขนาดยอ่ ม) และในฐานะแรงงาน และดว้ ยลักษณะ
เชน่ นเ้ี องทีท่ ำใหก้ ลุ่มผลประโยชน์ของชนชนั้ น้ีแบ่งเป็นสองกลุ่ม ในดา้ นหนึ่งน้ันมักจะปกป้องรปู แบบกรรมสิทธ์ิ
ส่วนบุคคลเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็มีลักษณะที่ต่อต้านชนชั้นนายทุนอยู่ในบางครั้ง นอกจากนั้นชนชั้นนี้ยังมี
การแบ่งแยกภายในชนช้ันเองด้วยจากภูมิลำเนา ประเภทของอุตสาหกรรม และจากความคิดทางการเมือง ซ่ึง
ทำให้ชนชั้นนี้ไม่สามารถจะแสดงออกหรือทำการเคลื่อนไหวในฐานะชนช้ันได้ มาร์กได้ทำนายไว้ว่าพัฒนาการ

อนั ตอ่ เน่ืองของระบบทุนนิยมจะทำให้ชนชน้ั น้ีหายไป ถ้าหากไม่กลายเป็นเข้าร่วมไปกบั ชนชน้ั นายทุน ก็จะเข้า
ร่วมกบั ชนช้นั กรรมาชพี

5. ชนชั้นล่าง (Lumpenproletariat) มาร์กได้พูดถึงคนกลุ่มนี้ในฐานะ “ชนชั้นอันตราย” หรือ
ส่วนที่ตกต่ำสุดของสังคม หรือก็คือกลุ่มชนชั้นล่าง ซึ่งมาร์กไม่ได้สนใจหรือมองว่าชนชั้นนี้จะเป็นกลุ่มพลังที่
สลักสำคัญในการสร้างสังคมนิยมที่จะเกิดขึ้น ขณะที่นักเขียนและนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ มองว่าคนกลุ่มนี้มี
แนวโน้มและความเป็นไปได้ที่จะเป็นนักปฏิวัติหรือเข้าร่วมการปฏิวัติด้วย เหตุผลหลักประการหนึ่งที่ต้อง
กล่าวถึงคนกลุ่มนีก้ เ็ พอ่ื ตอกยำ้ ให้เห็นวา่ ระบบทนุ นยิ มนน้ั หยบิ ใชค้ น ทำลายคน และทอดทง้ิ ผคู้ นอย่างไร ระบบ
ทุนนยิ มไมไ่ ด้ปฏิบัตติ อ่ คนกลุ่มนี้ในฐานะมนษุ ย์ ในปจั จุบนั คนกลุ่มนี้ก็คอื กลมุ่ คนไร้บา้ น

6. เกษตรกรและชาวนา (Peasantry and Farmers) มาร์กมองว่าคนกลุ่มนี้นั้นมีลักษณะขาด
การจัดตัง้ กระจายตวั กันไป และไมม่ คี วามสามารถในการแบกรับการเปลย่ี นแปลงได้ โดยคาดหวังว่าคนกลุ่มน้ี
จะหายไปโดยหันไปเข้าร่วมกับกลุ่มกรรมาชีพแทน ส่วนผู้ที่ประสบความสำเร็จก็จะกลายเป็นเจ้าที่ดินหรือ
กระฎุมพี อย่างไรก็ตามมาร์กนัน้ ค่อนข้างห่างไกลจากกลุ่มชาวนาและไม่ไดเ้ ขียนหรือกลา่ วถึงคนกลุ่มนีม้ ากนกั
และชาวนาเปน็ กลุม่ คนท่ไี ม่สามรถเคลอ่ื นไหวร่วมกนั ในรปู แบบชนชัน้ ในการต่อสทู้ างการเมืองและเศรษฐกิจได้

บทบาทของชนชั้นกระฎุมพีกบั การปฏวิ ัติ

ในฝรง่ั เศสชว่ งศตวรรษที่ 18 เกิดชนชั้นใหม่ขึน้ คอื ชนช้ันกระฎมุ พี หรอื Bourgeoisie เปน็ ชนชั้นที่
ถือครองทรัพย์สิน มีการศึกษา เสียภาษี แต่กลับไม่มีบทบาททางการเมือง หากจัดตามโครงสร้างฐานันดรใน
ฝรั่งเศส พวกเขาอยู่ในฐานันดรที่สาม ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับขุนนางในเรื่องนโยบายการเก็บภาษี
ทำให้หลุยส์ที่ 16 เรียกประชุมสภาฐานันดรครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1614 ซึ่งประกอบไปด้วยฐานันดรพระ
ฐานนั ดรขนุ นาง และฐานนั ดรทีส่ าม กลับกลายเปน็ วา่ ฐานันดรท่สี ามใชโ้ อกาสนใ้ี นการปฏิวัติ

การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงในที่ต่าง ๆ ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ชนชั้นกระฎุมพีมีบทบาทสำคัญตรงกนั
ข้ามกับไทย ชนชั้นกระฎุมพีไทย ส่วนใหญ่อิงแอบแนบชิดกบั ชนชั้นปกครองผู้ครองอำนาจเสมอ อย่างไรก็ตาม
การชุมนุมใหญ่ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน ในรอบปีที่ผ่านมา ในชื่อ “ราษฎร” เริ่มพบเห็นบทบาท
ของกลุ่มคนที่น่าจะมาจากชนชั้นกระฎุมพี เป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางระดับบนมากยิ่งขึ้น และข้อเรียกร้อง
ต่าง ๆ นอกจากเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แล้ว ก็มีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับความเสมอภาคเท่าเทียม สวัสดิการ
เปน็ ต้น

บรรณานกุ รม

กระฎมุ พี. สบื คน้ 3 ตลุ าคม 2565. จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

บา้ นจอมยุทธ. (2543). ชนชั้นกระฎุมพ.ี สบื คน้ 3 ตุลาคม 2565. จาก
https://www.baanjomyut.com/library/communist/page04.html

มาร์กซ์และชนชัน้ ทางสงั คม. (2560). สบื ค้น 3 ตุลาคม 2565. จาก
https://blogazine.pub/blogs/althusser1993/post/6120


Click to View FlipBook Version