The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทักษะการสังเกต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sanita.no, 2022-09-05 23:43:53

ทักษะการสังเกต

ทักษะการสังเกต

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ทักษะการสังเกต

จัดทำโดย
นางสาวอารยา เพชรวิชิต
นางสาวนลินนิภา มีพิษ
นายจิรชัย ผดุงสมัย
นางสาวเบญจพร บรรพต
นางสาวศนิตา นนธิบุตร
นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ชั้นปีที่ 2

เสนอ
อาจารย์นิติยา ค้อไผ่

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

คำนำ

วิทยาศาสตร์เป็นวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติ และสิ่งที่เกิดขึ้นใน ธรรมชาติที่มีส่วน
ประกอบสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นความรู้และส่วนที่เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้หรือ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การที่เราจะศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ต้องมีลำดับ
ขั้นตอน ความคิดและการกระทำที่ต่อเนื่อง เรียกว่า มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องมี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือให้เกิดกระบวนการต้องมีการฝึกฝนทาง
กิจกรรมจากการเรียนจนปฏิบัติให้ถูกต้องแม่นยำและใช้เวลารวดเร็ว

ผู้รายงานหวังว่ารายงานทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานในหัวข้อ
ทักษะการสังเกต จะมีส่วนช่วยให้ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียนการสอนเกิดความ
เข้าใจและเห็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ผู้เรียนเกิดทักษะโดยตรง สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดียิ่ง

นางสาวศนิตา นนธิบุตร

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

1. ทักษะการสังเกต
2.ทักษะการการวัด
3.ทักษะการจำแนกประเภท
4.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส
และสเปสกับเวลา
5.ทักษะการคำนวณ
6.ทักษะการจัดกระทำและสื่อความข้อมูล
7. ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
8. ทักษะการพยากรณ์

ใบความรู้
เรื่องทักษะการสังเกต

ทักษะการสังเกต หมายถึง ความชำนาญในการใช้ประสาทสัมผัส คือ
อวัยวะรับความรู้สึก ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ
หลายอย่าง เพื่อค้นหาข้อมูล หรือรายละเอียดเก่ียวกับสมบัติหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ
โดยไม่ใส่ ความคิดเห็นหรือการคาดคะเนลงไป การสังเกตเป็นกระบวนการ หลักที่
จะนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ประสาทสัมผัสประกอบด้วย

1.ตา ในการสังเกตโดยใชสายตานั้นหากเด็กได้รับการชี้แนะ
ให้รู้จักสังเกตลักษณะของสิ่งต่าง ๆ สังเกตความเหมือน ความ
แตกต่าง รู้จักจำแนก และจัดประเภทก็จะช่วยให้เด็กมี นิสัย
ในการมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างละเอียดรอบคอบ

2.หู นอกจากความสามารถในการจำแนกเสียงจะมีประโยชน์
ต่อการเตรียมความพร้อมทางภาษาแล้วยังมีประโยชน์ในการ
ศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งที่อยู่รอบตัว

3.จมูก กิจกรรมที่ใช้การดมกลิ่นควรประกอบด้วยการให้ดมสิ่งที่มี
กลิ่นต่าง ๆ กัน รวม ทั้งให้ดมสิ่งที่มีกลิ่นคล้าย ๆ กัน แต่มีความ
แตกต่างกันบ้างเล็กน้อยเพื่อให้รู้จักจำแนกได้

4.ลิ้น การใช้ลิ้นชิมรสอาหารต่างๆเป็นกิจกรรมที่เด็กสนุกสนานเพราะ
สอดคล้องกับ ธรรมชาติของเด็กที่ชอบชิมแทะสิ่งต่าง ๆแต่ต้องสอนให้
เด็กเข้าใจว่าสิ่งใดเอาเข้าปากได้

5.ผิวหนัง การสัมผัสโดยใช้มือแตะหรือเอาสิ่งของต่าง ๆ มา
สัมผัสผิวหนัง ช่วยให้เด็กได้ เรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวัตถุ
ต่าง ๆ และเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นไป

ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต แบ่งได้ ๓ ประเภท คือ

1.ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับลักษณะหรือสมบัติต่างๆ เช่น ขนาด รูป
ร่าง สี ความดัง กลิ่น รส ความหยาบ ความละเอียด

2. ข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ข้อมูลเกี่ยวกับการกะประมาณ เช่น ผลไม้ในตะกร้านี้มีประมาณ
๕๐๐ ผล วัวตัวนี้หนักประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัม ฯลฯ

3. ข้อมูลเชิงการเปล่ียนแปลง คือ ข้อมูลเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของวัตถุท่ีเกิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาติหรือมีส่ิงทา ให้เปล่ียนไป เช่น การเจริญเติบโตของต้นถั่ว

ข้อควรระวังในการใช้การสังเกต
๑. ไม่ดูของสีขาวกลางแดด
๒. เสียงที่ดังมากอาจมีอันตรายต่อแก้วหู เช่น เสียงปืนใหญ่ฟ้าร้อง เสียง
ตะโกน
๓. ไม่ชิมของที่สกปรกหรือมีอันตราย เพราะอ จเป็นสิ่งที่เป็น พิษร้ายต่อ
ร่างกายได้ง่าย
๔. การดมกลิ่นสารบางชนิดต้องระวังไม่ทดลองสูดดม เช่น กลิ่นพริกคั่ว
๕. ของบางอย่างไม่ควรทดลองจับต้อง เช่น ต้นไม้มีหนาม สารเคมี

ที่มา : สมใจ สมคิด, การพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐาน สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖. กศ.ม. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต. นครสวรรค์ :
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์


Click to View FlipBook Version