The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nawapat.s2547, 2022-12-27 01:04:15

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ.docx

การใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล

การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ในการสืบค้นขอ้ มูล

การใชเ้ ทคโนโลยีในการสบื ค้นข้อมลู

เสนอ
ครปู รียา ปนั ธิยะ

จดั ทาโดย
นางสาวนวภทั ร สวยงาม

เลขท่ี 4 สบล.65.1
สาขาวชิ าการเลขานกุ าร

รายงานน้เี ป็นสว่ นหนึ่งของวิชาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานเลขานุการ
รหัสวชิ า 30203-2002

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาลาปาง



คานา

รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของ รหัสวิชา 30203-2002 วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในงาน
เลขานุการ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ครูปรียา ปันธิยะ ให้ดาเนินการศึกษา สืบค้น และค้นคว้า เก่ียวกับเรื่อง
การใช้เทคโนยสี ารสนเทศในการสืบค้นข้อมลู โดยรายงานเลม่ นตี้ ้องมีเนื้อหาเก่ียวกบั การใชเ้ ทคโนยสี ารสนเทศ
ในการสบื คน้ ขอ้ มูล

ผู้จัดทาคาดหวังเป็นอย่างย่ิงว่าการจัดทารายงานฉบับนจ้ี ะมีข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้ทสี่ นใจ
ศกึ ษาการใช้เทคโนยีสารสนเทศในการสบื ค้นขอ้ มูล

นางสาวนวภทั ร สวยงาม

สารบญั ข

คานา หน้า
สารบญั ก

1. ความหมายของการสืบคน้ ขอ้ มูล สารสนเทศ 1
2. เครื่องมือการสบื คน้ ข้อมลู สารสนเทศ
3. สว่ นประกอบของเคร่ืองมอื ในการสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศ 2-5
4. วิธกี ารเข้าถงึ และสบื คน้ ข้อมูลสารสนเทศจากเครอื ขา่ ยอินเทอร์เนต็ 5
5. ความหมายของการจดั เกบ็ และการค้นคืนสารสนเทศ
6. วิธีการคน้ คนื ในระบบคน้ คืนสารสนเทศ 6-8
7. ความสาคัญของการจดั เกบ็ และการคน้ คืนสารสนเทศตอ่ ผูใ้ ช้ การจัดเก็บและการคน้ คืน 9
สารสนเทศมีความสาคญั ต่อผู้ใชใ้ นการขจัดปญั หาต่าง ๆ ในการเข้าถงึ สารสนเทศ 9
8. เทคโนโลยี และมาตราฐานในการจดั เก็บและการคน้ คืนสารสนเทศ
9. แหล่งสืบค้นขอ้ มลู 10-11
10. เทคนคิ การ Search Engine
11. เวบ็ ไซตท์ ่นี ่าสนใจ 11-12
แหล่งอ้างองิ 12-14
14-22
22-23

24

1

การใช้เทคโนโลยีในการสืบคน้ ข้อมูล

บทนา
ในบรรดาเทคโนโลยีการส่ือสารต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรศัพท์ โทรทัศน์ และอ่ืน ๆ กล่าวได้ว่าใน

ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตจัดว่าเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกท่ีสุด ทาให้อินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อ
ชวี ิตประจาวันของคนท่วั โลก ส่งผลให้เกิดการเปล่ยี นแปลงกิจกรรมต่าง ๆ ท้งั ทางเศรษฐกิจ สังคม และรปู แบบ
การใช้ชีวิตของผู้คนในทุกประเทศ และอินเทอร์เน็ตยังเป็นช่องทางท่ีดีท่ีสุดท่ีจะช่วยให้ประชาชนของประเทศ
ต่าง ๆ ใช้เป็นแหล่งค้นหาข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างไม่มีข้อจากัดทางอายุ เพศ
ระดบั การศึกษา เวลา และระยะทาง

ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนได้กาหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อการพัฒนามนุษย์ที่
เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารไว้หลายมาตรการ เช่น การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
การส่ือสารในเชิงบวก โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทุก
ระดับการศึกษา การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพ่ือสนับสนุนการเรียนรู้ทาง
อินเทอร์เน็ต และอ่ืน ๆ ทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจาเป็นที่ประชาชนอาเซียนต้องได้รับการฝึกอบรม
หรือพัฒนาตนเองใหม้ ีขีดความสามารถ นาสารสนเทศในระบบอินเทอร์เน็ตมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ต่อการเรยี นรู้
การพัฒนาฝมี ือแรงงาน ตลอดจนการพฒั นาคุณภาพชีวติ ให้ได้มากทส่ี ดุ

1. ความหมายของการสบื ค้นขอ้ มูล สารสนเทศ
การสืบค้นสารสนเทศ (Information retrieval) คือ กระบวนการค้นหาสารสนเทศท่ี

ต้องการ โดยใชเ้ ครอ่ื งมือสืบคน้ สารสนเทศทีส่ ถาบันบริการสารสนเทศจดั เตรียมไวใ้ ห้
การสืบค้นสารสนเทศ แบง่ ออกเป็น 2 วธิ ี คือ
1. การสบื ค้นสารสนเทศด้วยระบบมอื (Manual system)
2. การสืบคน้ สารสนเทศด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ (Computer system)
การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบมือ สามารถกระทาได้โดยผ่านเคร่ืองมือหลายประเภท เช่น

บัตรรายการ บัตรดรรชนีวารสาร บรรณานุกรม เป็นต้น ในท่ีนี้จะกล่าวถึงเฉพาะบัตรรายการและ บัตร
ดรรชนวี ารสารเทา่ นนั้

การสบื ค้นสารสนเทศด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถกระทาได้โดยผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ในการค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ฐานข้อมูลโอแพ็ก ฐานข้อมูลซีดีรอม ฐานข้อมูลออนไลน์
ฐานขอ้ มูลบนอนิ เทอรเ์ นต็

2

2. เคร่อื งมือการสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศ
เคร่ืองมอื สืบคน้ อาจแบ่งเปน็ 4 ประเภท ดังน้ี
1. Crawler Based Search Engine
2. Meta Search Engine
3. Classified Directory
4. Subject Gateway

1. Crawler Based Search Engine
Crawler Based Search Engine คือเคร่ืองมือที่ใช้ในการรวบรวมดัชนีของเว็บเพจ หรือ

เว็บไซต์ในโลกน้ีโดยใช้โปรแกรมตัวเล็กๆ ที่เราๆ ทุกคนอาจรู้จักในชื่อว่า Robot หรือ Spider ทาหน้าที่ในการ
ตรวจหา และ ทาการจดั เก็บข้อมลู หน้าเพจ หรือ เว็บไซตต์ ่าง ๆ

โครงสรา้ งของ Crawler Based Search Engine จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ
1. Spider หรอื Web Robot
Spider หรืออาจเรียกในช่ืออื่นว่า Web Robot หรือ ครอเลอร์ (Crawler) Search Engine

ทุกตัว จะส่ง robot ของตัวเอง เช่น หากเป็น Google จะเรียกว่า Google bot , MSN จะเรียกของตัวเองว่า
MSN bot หรือแม้แต่ Yahoo หรือ Search Engine ตัวอื่น ๆ ก็จะเรียกชื่อท่ีต่างกันออกไป เพื่อจุดประสงค์ไป
ไต่ (Craw) ตามเว็บ Link ตา่ งๆ เช่น และเก็บเอาเน้ือหา หรอื Content ตา่ งๆ กลบั มาวิเคราะห์ที่ Server ของ
ตัวเอง เพ่อื หาว่า เน้ือหาใน Web ทไ่ี ปเก็บมานนั้ มีเน้ือหาเกี่ยวกับอะไร เช่น กฬี า , ขา่ ว , Blog หรือเนอื้ หาอ่ืน
ๆ โดยจะใช้กรรมวิธีในการคิด วิเคราะห์ (Algorithm) ท่ีแตกต่างกันออกไป เพื่อวิเคราะห์ให้ได้ว่า Web นั้น มี
เน้ือหาด้านนั้นจริงๆ และนามาจัดเก็บใน Index Server เพื่อให้ผู้ที่ต้องการค้นหาคาที่ต้องการ มาค้นหาจาก
Index Server เพื่อจะได้ค้นหา Website ท่ีเขาต้องการได้รวดเร็ว และตรงตามใจท่ีสุดนอกจาก Spider จะ
ทางานหาลิงค์เพิ่มโดยอตั โนมัตแิ ลว้ Search Engine สว่ นใหญอ่ นุญาตให้ส่ง URL เพอื่ กาหนดให้ Spider มาทา
ดัชนีท่ีเว็บไซต์ใดๆได้ ในปัจจุบันมีบริการที่จะส่ง URL ไป Search Engine หลายๆแห่งพร้อมกันในคราวเดียว
เช่นที่ www.submit-it.com Spider หรือ Web Robot จะมีโปรแกรมคาสั่งท่ีเรียกว่า robots.txt คือการ
คาส่ังให้ Web Robot ของแต่ละ search engine น้ัน ทาตามเก็บ index แต่ละอย่างที่เว็บไซต์ท่ีอนุญาติ โดย
บางเวบ็ ไซตอ์ าจไมต่ อ้ งการให้ search engine เขา้ ไปในเวบ็ บางอย่าง ก็จะเขียนกาหนดไดบ้ น Robot.txt นี้เอง
robots.txt เปน็ fileท่ีบอก Search engine วา่ ไม่ตอ้ งมาเกบ็ เว็บไซตน์ ี้ หรอื เวบ็ เพจบางหน้า หรือไฟลบ์ างไฟล์
Robot เป็นโปรแกรมเก็บข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ซึ่งบางครั้ง เรียกว่า Spider หรือ ครอว์เลอร์(Crawler) จะทา
หน้าท่ีรวบรวมไฟล์ HTML เพ่ือมาเป็นข้อมูล สาหรับสรา้ งดัชนีค้นหา ให้กับ Search Engine โดยทั่วไปแล้ว โร
บอตจะกลับมาทีเ่ ว็บไซตท์ อี่ า่ นไปแล้ว เพ่อื ตรวจสอบ การเปล่ยี นแปลง ตามระยะเวลาทก่ี าหนด

3

2. indexer
Indexer ( อินเด็กเซอร์ ) หรือบางคร้ังเรียก catalogue ( แคตตาล็อก ) จะรับข้อมูลจาก

Spider มาทาดัชนี เทคนิคการทาดัชนีมักใช้การจัดเก็บแบบแฮชชิง เพ่ือที่ช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้สามารถค้นหา
ได้อยา่ งรวดเรว็ ขั้นตอนการทางานของ index ( อินเดก็ ซ์ ) แบง่ ออกได้เป็น 3 ขัน้ ตอน คือ

- กรองคาด้วยฟิลเตอร์ เนื่องจากไฟล์ท่ีทาดัชนีอาจไม่เป็น HTML หรือไฟล์แอสกี ดังน้ัน
ฟิลเตอร์จะตรวจสอบไฟล์ที่ได้ว่าเป็นไฟล์ชนิดใดสามารถนามาทาดัชนไี ด้หรือไม่ ถ้าได้ก็จะส่งต่อสู่ภาคการแยก
คาต่อไป Search Engine บางตัวสามารถ ทาดัชนีไฟล์อ่ืนๆนอกเหนือจากไฟล์ HTML ได้ด้วยเช่น Index
Server ของไมโครซอฟต์สามารถทาดชั นีคาของแฟม้ เวิร์ดหรือเอกเซลได้

- แยกคา ขั้นตอนนี้จะรบั สายอักขระมาจากฟลิ เตอร์ แลว้ ตดั แบ่งสายอกั ขระนัน้ ๆออกเป็นคาๆ
และเพ่อื ตรวจสอบตอ่ ไปว่าควรจะนาคาน้นั มาทาดัชนหี รือไม่

- จัดทาดัชนี ขั้นตอนน้ีจะทาหน้าที่ตรวจสอบคาศัพท์แต่ละคาที่ได้มาจากการแยกคา แล้ว
พิจารณาว่าคาศัพท์คานั้นสมควรท่ีจะนามาทาดัชนีหรือไม่ เช่นคัดท้ิงคาบางคาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการค้นหา
คาส้ินเปลืองและคาหยุด (Common word หรือ stop word) ออกไปจากหน้าเอกสาร เช่น a, the, is, on,
of, it เปน็ ตน้ เพอ่ื ลดอตั ราการสน้ิ เปลอื งในการประมวลผลแตล่ ะครั้งใหเ้ หลอื น้อยทส่ี ดุ

3. Search Engine software
เป็นส่วนของโปรแกรมที่รับคาศัพท์ที่ต้องการให้ค้นหา แล้วค้นหาในดัชนี หลังจากน้ันจะนา

ข้อมูลท่ีค้นหามาจัดลาดับตามความสาคัญก่อนหลังเพ่ือแสดงกลับไปบนหน้าจอ โปรแกรมส่วนน้ีมักเป็น
โปรแกรม cgi ท่เี ขียนเช่อื มโยงเขา้ กับเวบ็ เพจทรี่ อให้ผูใ้ ช้ป้อนคาศัพท์

2. Meta Search Engine
Meta Search Engine คือ Search Engine ที่ใช้การค้นหาโดยอาศัย Meta Tag ในภาษา

HTML ซึ่งมีการประกาศชุดคาสั่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบของ Tex Editor ด้วยภาษา HTML โดยค้นหาจาก
ฐานข้อมูลของ Search Engine หลาย ๆ แห่ง แล้วแสดงผลลัพธ์ออกมาในมาตรฐานเดียวกัน เพราะ Meta
Search Engine ไม่มีฐานข้อมูลของตนเอง จุดเด่นของการค้นหาด้วยวิธีการน้ี คือ สามารถเชื่อมโยงไปยัง
Search Engine ประเภทอ่ืนๆ และยังมีความหลากหลายของข้อมูล จุดด้อยคือ ผลการค้นหาของ Meta
Search Engine น้มี ักไม่แม่นยาอยา่ งทค่ี ดิ เน่ืองจากบางครงั้ ผ้ใู ห้บรกิ ารหรือ ผอู้ อกแบบเวบ็ จะใส่ ประโยค หรือ
ถ้อยคา (Keywords) ต่างๆเข้าไปมากมายเพื่อเวลาใครมาSearch จะได้พบเว็บ หรือ บล็อกของตนเองซึ่ง
ประโยค หรือถ้อยคาต่างๆนั้นอาจไม่ตรงหรือเกี่ยวกับเว็บไซตน์ ั้นเลยก็ได้ และ อกี ประการหนงึ่ กค็ ือ มกี ารอาศัย
Search Engine Index Server หลายๆ แห่งมาประมวลผลรวมกัน จึงทาให้ผลการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ อาจไม่
เท่ียงตรง

4

3. Classified Directory
Classified Directory คือสารบัญเว็บไซต์ท่ีให้สามารถค้นหาข่าวสารข้อมูล จัดทาโดยมนุษย์

โดยนาข้อมูลที่ปรากฏใน Web ต่างๆ มาจัดเป็นหมวดหมู่ เป็นเรื่องๆ โครงสร้างของการจัดหมวดหมู่จะถูก
เตรียมไว้ก่อน ภายใต้แต่ละเร่ืองจะทาการแบ่งเป็นเร่ืองย่อยๆ ตามลาดับจากเรื่องท่ัวไป ไปสู่เรื่องท่ีมีความ
เฉพาะเจาะจงมากข้นึ จากนั้นจึงนาเวบ็ ไซต์ตา่ งๆ ท่ีรวบรวมมาไปจัดเกบ็ ตามหมวดหมู่ท่จี ัดทาไว้

ข้อดีของ Classified Directory คือการแบ่งหมวดหมู่ท่ีชัดเจนช่วยนาทางในการเข้าถึงข้อมูล
จากประเด็นกวา้ งๆ ท่ียังไม่ชัดเจนไปสู่ประเด็นเรื่องทช่ี ัดเจนทาให้ในการค้นผู้ใช้ไม่จาเป็นต้องมคี วามรู้ในเรื่องท่ี
คน้ หรือคาศพั ท์เฉพาะในเรือ่ งที่คน้ มาก่อน

ข้อด้อยของ Classified Directory คือขนาดของฐานข้อมูลจะมีขนาดเล็กกว่า Search
Engines ท่ัวไปเนื่องจาก Classified Directory จัดทาดรรชนีโดยมนุษย์ความรู้ของผู้จัดทา และผู้ใช้ แตกต่าง
กนั ไปปญั หาอาจเกิดจากการจดั ทาหมวดหมู่ เช่น

- การกาหนดโครงสร้างความสมั พันธข์ องหมวดหมู่ไม่ชดั เจน ไมส่ มเหตุสมผล
- โครงสร้างหมวดใหญ่ หมวดยอ่ ยมคี วามซ้าซ้อน หรือคาบเกี่ยวกนั
- เรอ่ื งเดยี วกันแต่อยไู่ ด้หลายที่หลายระดับ อาจสรา้ งความสับสนใหก้ ับผคู้ ้นได้
การเพ่ิมชื่อเว็บไซต์เขา้ สูเ่ ว็บ Classified Directory
ในอดีตการเพิ่มช่อื เว็บไซต์เขา้ สู่เว็บ Classified Directory สามารถทาได้ฟรี ไมม่ ีคา่ ใช้จา่ ย แต่
ปัจจุบันมีการทาการตลาดเพ่ือให้เว็บไซต์เป็นท่ีรู้จัก การนาเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของ Classified
Directory สามารถทาได้ดังน้ี
1. Free Submission คือ Classified Directory ท่ียอมให้เพิ่มช่ือเว็บไซต์เข้าสู่ระบบ
ฐานขอ้ มูลโดยไม่มคี า่ ใช้จ่าย
2. Reciprocal Link คอื Classified Directory ทีต่ อ้ งทา Link กลบั มากอ่ นจงึ จะสามารถเพ่ิม
ชอ่ื เว็บไซตเ์ ข้าสรู่ ะบบฐานข้อมูลได้
3. Paid Submissions คือ Classified Directory ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเพ่ิมชื่อ
เว็บไซต์เข้าสู่ฐานข้อมลู เว็บไดเรคทอรี่
4. Subject Gateway
Subject Gateway คือ Classified Directory จัดทาข้ึนเพ่ือใช้ค้นหาข้อมูลในเร่ืองใดเร่ือง
หนึ่งโดยเฉพาะ เช่นกฎหมาย ศาสนา ศิลปะ การศึกษา สุขภาพ มีการแบ่งหมวดและแยกหัวเรื่องโดย
บรรณารักษ์ เน้นการรวบรวมทั้งในระดับกว้างและลึกของสาขาวิชาที่รับผิดชอบ ตัวอย่าง Subject Gateway
ทน่ี า่ สนใจคอื
1. http://scholar.google.com/ เป็นการร่วมมือกันทั้งจากองค์กรการศึกษา นักวิชาการ
และทีมงานด้านเทคนิค เพ่ือร่วมกันจัดการกับดัชนีต่างๆ ที่จาเป็นต้องเข้าถึงเนื้อหาข้อมูล รวมถึงการพัฒนาใน

5

ส่วนของเทคนิคต่าง ๆข้อมูลบางชนิดไม่สามารถจะนามาเชื่อมโยงไดโ้ ดยบริการค้นหาข้อมลู แบบธรรมดา ทาให้
Search Engine ไม่อาจค้นหาข้อมูลเหล่าน้ันได้ บริการ Google Scholar มีข้อดีก็คือทาให้ผู้ที่ต้องการค้นหา
ข้อมูลแบบเฉพาะทางได้พบเจอข้อมูลเหล่านั้นให้ผู้ใช้สามารถค้นหาหรือทางสาเนาดิจิตอลของบทความว่า
ออนไลนห์ รือในห้องสมุดโดยอาจเป็นข้อมูลวชิ าการซ่ึงปรากฏโดยอ้างอิงจาก'ข้อความเต็มของบทความ,วารสาร
รายงานทางเทคนิค, วทิ ยานิพนธ์ หนังสอื และเอกสารอ่ืน ๆ ท่ีคดิ วา่ น่าจะเป็นเรอื่ งท่เี กย่ี วข้อง หรอื น่าสนใจ

2. http://www.hw.ac.uk/libwww/irn/pinakes/pinakes.html เป็น Subject Gateway
เฉพาะที่เรียกตัวเองว่า Multi-Subject Gateways คือรวบรวมเอา Subject Gateway หลายๆท่ีมารวมที่
เวบ็ ไซตข์ องตนเอง

3. ส่วนประกอบของเคร่ืองมือในการสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ
1. หน้าจอ คือ อุปกรณ์ส่งออกข้อมูล (Output devices) หรือหน่วยแสดงผลประเภทหนึ่ง ของ

คอมพวิ เตอร์โดยข้อมูลทีจ่ อภาพแสดงผลน้ัน มักจะประกอบด้วยข้อมูลทัง้ ทเ่ี ป็นตัวหนังสือ และภาพกราฟกิ
2. แป้นพิมพ์ คือ อุปกรณ์นาเข้าข้อมูล (Input devices) เป็นอุปกรณ์หลักท่ีใช้ในการนาข้อมูลลง

ในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ โดยปกติมักจะมีลักษณะเป็นส่ีเหลี่ยมผืนผ้า หรือใกล้เคียง มีแป้นต่าง ๆ ประมาณร้อย
แป้นอยู่บนคีย์บอร์ด (ขึ้นอยู่กับผังแป้นพิมพ์) ซ่ึงถอดแบบมาจากเครื่องพิมพ์ดีด เพ่ือให้การป้อนข้อมูลที่เป็น
อักขระและตัวเลขทาได้ง่ายและสะดวกขึ้น แป้นพิมพ์จึงแยกแผงที่เป็นแป้นอักขระกับแป้นตัวเลขแยกไว้
ตา่ งหาก

3. เมาส์ คือ อปุ กรณน์ าเขา้ ข้อมลู (Input devices) ทใี่ ชใ้ นการควบคมุ การใช้งานใน คอมพวิ เตอร์
ซ่ึงออกแบบ เพ่ือให้พอดีกับการใช้งานโดยส่วนโค้งและส่วนเว้าจะโค้งเข้าตามอุ้งมือของผู้ใช้ โดยด้านใต้ของ
เมาสจ์ ะมอี ปุ กรณ์ ซ่งึ ตรวจจบั การเคลือ่ นไหวของเมาส์ โดยสง่ สญั ญาณ ไปทค่ี อมพิวเตอร์

4. เคส คือ กล่องสาหรับบรรจุอุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผลและหน่วยความจาของคอมพิวเตอร์ เอาไว้
ข้างใน เพ่ือประโยชน์ในการยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความม่ันคง กะทัดรัด เคลื่อนย้ายได้ ขณะเดียวกัน ก็เพ่ือ
ความปลอดภัย เช่น ป้องกันไฟดูด ป้องกันอุปกรณ์สูญหาย และการป้องกัน การส่งคลื่นรบกวน การทางาน
ของอปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกสอ์ นื่ ๆ

5. ซอฟตแ์ วร์ (Software) เกยี่ วกบั งานของหอ้ งสมดุ คือ โปรแกรมสบื ค้นสารสนเทศ หอ้ งสมุด เฉลมิ
พระเกียรติกาญจนาภิเษกโรงเรียนบางกะปิ โปรแกรมสืบค้นสารสนเทศ ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ กาญจนา
ภิเษกโรงเรียนบางกะปิ ห้องสมุดโรงเรียนห้องสมุด เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกโรงบางกะปิ มีการจัดเก็บ
ข้อมูลสิ่งพิมพ์ท้ังหนังสือภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมเยาวชน คู่มือเตรียมสอบ
ลงฐานข้อมูล CDS/ISIS เพื่อนาข้อมูลสิ่งพิมพ์เหล่าน้ันออกบริการ และ อานวยความสะดวก ในการค้นหา
หนงั สือใหก้ ับผใู้ ช้ ซง่ึ ผใู้ ช้สามารถสง่ ประมวลผลผ่านทางเลือกต่าง ๆ ได้ตามตอ้ งการ จากระบบเมนู

6
4. วธิ กี ารเข้าถงึ และสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศจากเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต

อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ซ่ึงมีข้อมูลหลากหลายประเภทและมีแนวโน้ม
จะเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วน้ัน ไม่ใช่เร่ืองง่าย ๆ สาหรับผู้ท่ีไม่
คุ้นเคยกับแหล่งข้อมูลนี้ นั่นคือ มักประสบปัญหาไม่ทราบว่าข้อมูลท่ีต้องการน้ันอยู่ในเว็บไซต์ใด ดังนั้นจึงได้มี
เว็บไซต์ท่ีให้บริการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต ท่ีเรียกว่า เคร่ืองมือช่วยค้น หรือ เสิร์ชเอ็นจิน
(Search Engine) Search Engine คือ เครื่องมือท่ีใช้ในการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การสืบค้นข้อมูล คือ
การนาความรู้เก่ียวกับอินเทอร์เน็ต มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาหาความรู้ ได้แก่ การสืบค้นข้อมูลทาง
อินเทอร์เน็ต ในการสืบค้นข้อมูลนั้นถ้าหากเราทราบแหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์ เราก็สามารถพิมพ์หรือระบุ URL
ในช่อง Address ได้เลย แต่ถ้าหากเราไม่ทราบว่าแหล่งข้อมูลนั้นอยู่ท่ีใด เราสามารถใช้เว็บไซต์ที่เป็น Search
Engine ช่วยในการคน้ หาไดอ้ ยา่ งรวดเรว็

1. การสืบคน้ เว็บไซต์ข้อมูล
ข้ันตอนการสบื คน้ เว็บไซตข์ ้อมลู ดว้ ย Search Engine

1. ทาการเปิดเวบ็ ไซตท์ ใี่ ห้บริการ http://www.google.co.th/
2. เลอื กหวั ขอ้ ท่ีต้องการค้น ในทนี่ จ้ี ะเลือกหัวข้อ “เวบ็ ”
3. พมิ พ์ keyword (ข้อความ) ที่ตอ้ งการสบื คน้ ลงในชอ่ ง text box
4. กดทป่ี มุ่ “ค้นหา”
5. ระบบจะทาการค้นหาเวบ็ ไซตท์ ต่ี รงกบั keyword ทต่ี ้องการ และแสดงออกมาในรูปแบบ
ของลงิ ค์พร้อม

4.1 การสืบคน้ เว็บไซต์ขอ้ มลู

7
2. การสืบค้นรูปภาพ
ข้นั ตอนการสบื ค้นเว็บไซต์ข้อมูลด้วย Search Engine

1. ทาการเปิดเว็บไซตท์ ใี่ ห้บริการ http://www.google.co.th/
2. เลอื กหวั ขอ้ ทตี่ ้องการค้น ในท่นี จ้ี ะเลอื กหัวข้อ “คน้ รูป”
3. พิมพ์ keyword (ขอ้ ความ) ที่ตอ้ งการสบื คน้ ลงในช่อง text box
4. กดทปี่ ุม่ “ค้นหา”
5. ระบบจะทาการคน้ หาเว็บไซต์ท่ีตรงกับ keyword ทต่ี ้องการ และแสดงออกมาในรูปแบบ
ของลงิ คพ์ ร้อม

4.2 การสบื ค้นรปู ภาพ

3. การสืบคน้ วดิ โี อ
ขั้นตอนการสบื ค้นเวบ็ ไซต์ข้อมูลดว้ ย Search Engine

1. ทาการเปดิ เว็บไซตท์ ่ใี ห้บริการ http://www.google.co.th/
2. เลือกหัวข้อทีต่ อ้ งการค้น ในทน่ี ีจ้ ะเลอื กหัวข้อ “วดิ ีโอ”
3. พิมพ์ keyword (ข้อความ) ทีต่ ้องการสืบค้นลงในช่อง text box
4. กดที่ปุ่ม “ค้นหา”
5. ระบบจะทาการคน้ หาเว็บไซต์ท่ีตรงกับ keyword ทตี่ ้องการ และแสดงออกมาในรปู แบบ
ของลิงค์พร้อม

8

4.3 การสบื คน้ วดิ โี อ
4. การสบื ค้นคาศพั ท์
ขัน้ ตอนการสบื คน้ เวบ็ ไซต์ข้อมลู ด้วย Search Engine

1. ทาการเปิดเวบ็ ไซตท์ ีใ่ ห้บริการ http://dict.longdo.com
2. พมิ พ์คาศัพท์ที่ต้องการสืบค้นลงในชอ่ ง text box
3. กดท่ีปุ่ม “คน้ หา”
4. ระบบจะทาการค้นหาคาศัพทท์ ต่ี ้องการพร้อมคาแปล

4.4 การสบื ค้นคาศพั ท์

9

5. ความหมายของการจดั เก็บและการคน้ คนื สารสนเทศ
ระบบการจัดเก็บและค้นข้อสนเทศ หรือ ระบบการจัดเก็บและการค้นคืนสารสนเทศ หมายถึง

กระบวนการที่มีการคัดเลือก ควบคุม โครงสร้างสารสนเทศ การจัดหา การจัดเก็บสารสนเทศเพ่ือการเข้าถึง
และกระบวนการใด ๆ ในการแสวงหาทรัพยากรสารสนเทศ ซึ่งครอบคลุมการค้นหา การดึงสารสนเทศที่เข้า
เรื่องจากแหล่งภายในและภายนอก ให้ผู้ใช้ได้รับทรัพยากรสารสนเทศตามความต้องการ โดยเป็นท้ังระบบที่
จัดทาด้วยแรงงานคนและด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีสถาบันบริการสารสนเทศมีบทบาทหน้าที่ในการจัดเก็บและ
ค้นคืนสารสนเทศในช่องทางท่ีเป็นทางการ และเป็นตัวกลางที่สาคัญเช่ือมโยงระหว่างผู้ใช้กับทรัพยากร
สารสนเทศ

6. วธิ กี ารคน้ คืนในระบบคน้ คืนสารสนเทศ
การเตรยี มการในการค้นคืนสารสนเทศ มขี นั้ ตอนในการปฏิบัติ ดงั นี้
1.การเตรียมรายละเอยี ดขอ้ มูลทตี่ อ้ งการ
WHO หมายถึงเร่ืองราวที่กาลังตอ้ งการค้นหาเกย่ี วกับใคร ได้มีการปรึกษาบุคคลอนื่ กอ่ นหรือไม่และมี

การพดู คยุ กับกลุ่มหรือบุคคลเป้าหมายใดบ้าง
WHAT หมายถงึ ตอ้ งการสนเมศอะไรบ้างหรอื ประเภทใดบ้างทีต่ อ้ งการการคาดวา่ ทรพั ยากร

สารสนเทศใดมปี ระโยชนส์ ูงสดุ ต่อการค้นหา มีการตรวจสอบทรพั ยากรทีม่ ีอยู่ เพ่ือย่นระยะเวลาในการค้นหา
และรูปแบบสารสนเทศทต่ี ้องการเป็นอย่างไร

WHERE หมายถงึ ข้อมลู ท่ีตอ้ งการค้นหาเกดิ ข้ึนที่ไหน สามารถค้นพบไดแ้ หล่งใด และในอนาคตจะ
สามารถคน้ หาสารสนเทศท่ีต้องการไดจ้ ากที่ไหน

WHY หมายถึง จะต้องการสารสนเทศมากน้อยแคไ่ หน จะนาทรพั ยากรสารสนเทศท่ีรวบรวมมาได้มา
สังเคราะห์อย่างไร มีงบประมาณเท่าไร เพียงพอ หรือไมท่ จี่ ะสบื คน้ วิธีการค้นหาข้อมูลมี 2 แบบ ท้ังแบบ
ออนไลน์ และแบบออฟไลน์ จะขอความชว่ ยเหลืออยา่ งไรถ้าเกดิ ปญั หา และการอ้างอิงทาอยา่ งไร

2.พจิ ารณาเลือกฐานข้อมลู โดยใหค้ านึงถึง
-ขอบเขตเนือ้ หาสาระของสารสนเทศในฐานข้อมูล
-ระยะเวลาของสา่ รสนเทศทบ่ี ันทกึ อยู่ในฐานข้อมลู
-ราคาค่าใช้จา่ ยทีต่ ้องการสบื คน้ ฐานข้อมูล
-ภาษาของสารสนเทศ
-จานวนสารสนเทศทมี่ อี ยู่และการเพิ่มขึ้นของขอ้ มูล
-ลกั ษณะของสารสนเทศท่ใี ห้เป็นสารสังเขป หรือข้อมลู เตบ็ รปู
-บรกิ ารอานวยความสะดวกแกผ่ ้ใู ช้ เชน่ การพิมพผ์ ลการสืบคน้ หรอื การส่งขอ้ มูลผา่ น E-Mail

10

7. ความสาคัญของการจัดเกบ็ และการค้นคืนสารสนเทศตอ่ ผใู้ ช้ การจดั เก็บและการค้นคืนสารสนเทศมี
ความสาคัญตอ่ ผู้ใชใ้ นการขจัดปัญหาตา่ ง ๆ ในการเข้าถงึ สารสนเทศ

สารสนเทศ คือ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีได้ถูกบันทึก ประมวลผล และนา
ออกเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อส่วนบุคคลและสังคม ก่อนนาออกเผยแพร่นั้นสถาบันบริการสารสนเทศ จะมี
กระบวนการในการจัดเก็บสารสนเทศ (information storage) ซ่ึงเป็นกระบวนการในการคัดเลือกสารสนเทศ
ทั้งจากแหลง่ ภายใน และภายนอกสถาบนั รนามาวเิ คราะห์จัดหมวดหมู่ควบคุมโครงสรา้ ง จัดทาส่ือการจดั เก็บไม่
ว่าจะเป็นด้วยแรงมนุษย์หรือด้วยเคร่อื งจักร สาหรับการค้นหาและค้นคืนสารสนเทศ (information retrieval)
ซึ่งเป็นกระบวนการในการค้นสารสนเทศสาหรับผู้ใช้โดยมีเป้าหมายเพ่ือชี้หรือระบุหรือดึงสารสนเทศเฉพาะที่
เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ออกมาจากท่ีจัดเก็บ เมื่อผู้ใช้ได้แหล่งสารสนเทศท่ีต้องการข้ันตอนต่อไปคือ
การถ่ายโอนสารสนเทศ (information transfer) หมายถึง การที่สารสนเทศท่ีค้นพบ ได้รับการเปิดเผยหรือสง่
ตอ่ ไปยงั บคุ คลอ่นื ที่ตอ้ งการ

สถาบันบริการสารสนเทศมีบทบาทที่สาคัญในการเป็นตัวกลางระหว่างทรัพยากรสารสนเทศ
และผู้ใช้ ซ่ึงสถาบันฯ จาเป็นต้องมีการจดั หาและจัดเก็บทรพั ยากรสารสนเทศในรปู แบบส่ิงพิมพ์และอื่น ๆ จาก
แหล่งต่าง ๆ และต้องสอดคล้องตามนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานในการจัดต้ังสถาบันฯ โดยมีการจัดหมวดหมู่
และทารายการ ตามหลกั วิชาการจดั ทาโครงสร้างระบบการจัดเกบ็ และควบคุมเพ่ือการคน้ หา คน้ คนื ในลักษณะ
บรรณานุกรม ไม่ว่าจะเป็นบัตรรายการหรือ OPAC ซึ่งสามารถให้สมาชิกใช้ประโยชน์ได้ทุกระดับ อีกทั้งยังมี
การทาดรรชนี ท้ังในรูปแบบศัพท์ควบคุมและรูปแบบศัพท์อิสระ เพื่อเป็นเคร่ืองมือในการค้นหา ค้นคืน
สารสนเทศสิ่งหนึ่งท่ีมักจัดทาร่วมกันกับดรรชนีคือสาระสังเขป เป็นตัวแทนของเนื้อหาสาระจากต้นฉบับ ซ่ึง
ทั้งหมดท้งั ส้ินของกระบวนการจัดหมวดหมู่และทารายการนจี้ ะจบลงดว้ ยการจดั ทาฐานข้อมลู เพือ่ ให้บรกิ ารค้น
คืนสารสนเทศ ตามขอบเขตหน้าที่และวัตถุประสงค์ของสถาบัน สาหรับบริการพื้นฐานก็จะมี บริการยืม-คืน
บริการการอ่าน บริการตอบคาถามและช่วยค้นคว้า ฯ นอกจากน้ียังมีบริการส่งเสริมการใช้ เช่น บริการ
สารสนเทศทันสมัย บริการเลือกสรรสารสนเทศเฉพาะบุคคล ฯลฯ เป็นต้น การจัดเก็บและการค้นคืน
สารสนเทศ เป็นงานหลักที่เช่ือมโยงระบบบริการต่าง ๆ และระบบงานของสถาบัน ในส่วนความสาคัญต่อผู้ใช้
อาจกล่าวได้ว่า การจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ ขจัดปัญหาต่าง ๆ ในการเข้าถึงสารสนเทศ เปิดโอกาสใหผ้ ูใ้ ช้
เข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภททั้งภายในและภายนอกสถาบัน มีเครื่องมืออานวยความสะดวกในการ
เข้าถึง เกิดความรวดเร็วในการเข้าถึงสารสนเทศตรงกับความต้องการเพ่ือตอบสนองความต้องการในการใช้
สารสนเทศในภารกิจตา่ ง ๆ ด้วยตนเอง

พฒั นาการของการจดั เก็บและการค้นคน้ สารสนเทศ
ก่อนทศวรรษ 1960 การจัดเก็บและการค้นคืน เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกลง
กระดาษ และเมื่อมีเคร่ืองพิมพ์ในศตวรรษที่ 15 ทาให้หนังสือมีจานวนมากข้ึน เป็นจุดเริ่มต้นความคิดและแนว
ทางการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศท่ีผลิตออกมา

11

มากมาย จึงส่งผลให้เกิดความคิดในการควบคุมทางบรรณานุกรม ในระยะแรกน้ันใช้ประโยชน์ได้เฉพาะกลุ่ม
บัตรรายการท่ีจัดทาไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ทันสมัย จนทาให้เกิดมาตรฐานในการจัดหมวดหมู่ขึ้นโดยวิเคราะห์
เน้ือหา ระบบท่ีนิยมและรู้จักกันดีดือ DC และ LC และใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน สาหรับการทาดรรชนีและ
สาระสงั เขป ในยคุ แรกน้นั เร่ิมตน้ ในยโุ รป จัดทาเพ่อื ใชใ้ นศาสนกิจ และพฒั นาไปศาสตร์อืน่ ๆ จนในศตรวรรษท่ี
20 จึงมีการสารวจการบริการสาระสังเขปและดรรชนีของโลก มีการใช้เครื่องจักรในการให้บริการ และ
มาตรฐานในการจัดทา เทคโนโลยีระยะแรกน้ัน เร่ิมจากการใช้เทคโนโลยีไมโครกราฟิกซ่ึงเป็นเทคโนโลยีการ
ถ่ายภาพย่อส่วนสารสนเทศจากต้นฉบับ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก จนไม่สามารถอ่านได้ด้วยตาเปล่า และการค้นคืน
สารสนเทศที่ต้องการบนไมโครฟอร์มให้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วด้วยเทคนิควิธีการตา่ ง ๆ สาหรับเทคโนโลยี
ในการค้นคืนสารสนเทศนั้นเร่ิมต้นจากแนวคิดจากบทความของ ชื่อ “As we May Think” ซ่ึงกล่าวถึงการใช้
อุปกรณ์เมมเมกซ์ (Memex) ในการจัดเก็บและค้นคืนจนเกิดความพยายามวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการ
จัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศโดยคอมพิวเตอร์ ระบบแรกน้ันคอื การทาดรรชนี KWIC-KWOC และต่อมาหอสมุด
รัฐสภาอเมรกิ ันไดเ้ ริม่ ต้นสร้างระเบียนข้อมูล MARC โดยบรรจรุ ายละเอียดของบัตรรายการลงในแถบแมเ่ หล็ก

ตงั้ แต่ทศวรรษ 1960 NASA ตอ้ งการใช้ขอ้ มลู จานวนมากจงึ ให้เงนิ สนบั สนนุ การวิจัยที่สามารถ
นามาใช้ในการจัดเก็บและค้นคืน และการวิจัยของกลุ่มวิจัยแครนฟิลด์เป็นการพัฒนาต้นแบบระบบค้นคืน
อตั โนมตั ิ ในช่วงนม้ี กี ารพัฒนากลมุ่ ความร่วมมือในการใชฐ้ านข้อมูลรว่ มกัน เชน่ OCLC, RLIN และชว่ งทศวรรษ
น้ี ได้เร่มิ มบี ริการค้นคนื สารสนเทศเชงิ พาณชิ ย์ และเร่มิ มีการบริการออนไลน์ เชน่ DIALOG, ORBIT และปลาย
ทศวรรษ 1980 เทคโนโลยี ซีดี-รอมถูกใช้อย่างกว้างขวาง จนกระท่ังทศวรรษ 1990 มีการใช้เทคโนโลยีเว็บซ่ึง
ให้บริการบนอนิ เทอร์เนต็ เป็นแหลง่ ใหบ้ รกิ ารค้นคนื ทมี่ ปี ริมาณมากขึน้ อย่างไม่หยุดยง้ั จนถึงปจั จุบนั

8. เทคโนโลยี และมาตราฐานในการจดั เกบ็ และการคน้ คนื สารสนเทศ
การจดั เกบ็ เพ่ือประโยชน์ของการใช้และการเข้าถงึ สารสนเทศ

การจัดเก็บ มุ่งจัดโครงสร้างในทางกายภาพ เช่น รหัสหมวดหมู่ ดรรชนีเช่ือมโยงไปยังท่ีจัดเก็บ
สารสนเทศ (แฟม้ ข้อมูล) เน้อื หา เชน่ ศัพท์ดรรชนี (คาแทนสาระ) สาระสังเขป โครงร่างเนื้อหา (สารบัญ)
เปน็ ต้น

-การคน้ คนื (retrieval) เปน็ การคน้ เพือ่ ให้ไดผ้ ลการคน้ ตามตอ้ งการ มงุ่ เนน้ ท่ีผลการค้นเป็น
สาคัญ

-การค้น การค้นหา (searching) เป็นกระบวนการค้น เช่น การค้นจากหนังสือ การค้นจาก
ฐานขอ้ มลู โดยใช้ชื่อผแู้ ตง่

ระบบจัดเก็บและค้นคืนสารสนเทศ (Information Storage and Retrieval System – ISAR
system) ระบบคน้ คืนสารสนเทศ (Information Retrieval System – IR system)

ระบบจดั เกบ็ และค้นหาสารสนเทศ ใช้นอ้ ย (จากวรรณกรรม)

12

การคน้ คืน วธิ กี ารคน้ หาแบ่งออกเปน็
browsing หรอื การสารวจเลือกดู
searching หรือ analytical search หรือ การค้นด้วยคาหรือลักษณะของสารสนเทศ เช่น สี
ขนาด

จุดประสงค์หลัก คือ ให้ค้นคืนสารสนเทศที่ “เข้าเรื่อง” (relevance) หรือ “ตรงกับความ
ต้องการ” (pertinence)
สารสนเทศปรมิ าณมาก
สารสนเทศในรปู แอนะลอ็ ก และ ดิจิทัล
สารสนเทศตา่ งรูปลักษณ์หรือรปู แบบ (format) เชน่ เอกสาร บทความ หนังสอื วารสาร แผน่ พบั
สารสนเทศตา่ งประเภท เชน่ เสยี ง ภาพลักษณ์ ภาพกราฟิก และข้อความ
ตัวแบบการค้น เป็น หลักการหรือแนวคิดในการพิจารณาการจับคู่หรือเปรียบเทียบ ระหว่างข้อคาถาม และ
ดรรชนแี ทนสารสนเทศทีส่ ะสมไว้ ให้สามารถค้นคนื สารสนเทศที่เข้าเร่อื งหรือตรงกบั ความต้องการ
ตัวแบบบเู ลยี น (Boolean model) เป็นการจับคู่แบบตรงกันระหวา่ งศพั ท์ดรรชนแี ละคาค้น
ตวั แบบเวกเตอร์
แทนเอกสารและข้อคาถามในรูปเวกเตอร์ (คณิตศาสตร์) โดยกาหนดค่าน้าหนักของคา ด้วยความถี่ของคาที่
ปรากฎในเอกสาร และคาทป่ี รากฎในฐานข้อมลู (มวลเอกสาร)

9. แหล่งสืบค้นขอ้ มลู
1. แหล่งสืบค้นเอกสารทว่ั ไป/เอกสารเฉพาะดา้ น (Document search engine)

มีเอกสารมากมายเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตท่ีสืบค้นได้ สามารถเปิดอ่านได้ทันทีบนบราวเซอร์ หรือ
ดาวน์โหลดมาอ่านบนอุปกรณ์ หรือต้องใช้แอปพลิเคชันพิเศษและสิทธิการเป็นสมาชิกเพื่อเข้าถึงทรัพยากร
นับวันการพฒั นาแหลง่ เผยแพรจ่ ะยิง่ อานวยความสะดวกให้เข้าถงึ ทรพั ยากรตา่ ง ๆ ได้อย่างรวดเรว็ และง่ายขึ้น

1. ฐานข้อมูลวารสารอิเลก็ ทรอนิกส์กลาง https://www.tci-thaijo.org (ThaiJO)
2. เครอื ขา่ ยห้องสมุดอุดมศึกษาไทย https://tdc.thailis.or.th/tdc/basic.php (ThaiLIS)
3. รวมขอ้ มูลการประชุมวิชาการ http://www.conferenceinthai.com/
4. Government open data https://www.data.go.th
5. อารไ์ คฟเ์ กบ็ เวบ็ ไซต์ https://www.archive.org
6. วิกพิ เี ดยี ร์ https://www.wikipedia.org
7. พจนานกุ รม https://dict.longdo.com
8. อกั ขราวิสทุ ธ์ิ https://plag.grad.chula.ac.th
9. แหล่งเผยแพร่ scribd.com https://www.scribd.com

13

10. แหล่งเผยแพร่ slideshare.net https://www.slideshare.net
11. แหลง่ เผยแพร่ issuu.com https://www.issuu.com
12. แหลง่ เผยแพร่ flipsnack.com https://www.flipsnack.com
2. แหลง่ สืบค้นข้อมูลรูปภาพ (Image search engine)
นับตั้งแต่การพัฒนาอุปกรณ์บันทึกภาพ หรือกล้องดิจิทัล เพื่อเก็บภาพถ่ายเป็นแฟ้มดิจิทัล ทดแทน
กล้องใช้ฟิล์มที่ต้องไปอัดภาพที่ร้านถ่ายภาพแล้วพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษ พบว่า การเผยแพร่ภาพถ่ายดิจิทัล
ได้รับความนิยมจนทดแทนภาพถ่ายบนกระดาษได้เกือบท้ังหมด ปัจจุบันไม่พบคนรุ่นใหม่ท่ียังถ่ายภาพด้วย
กล้องฟิล์ม แต่ใชส้ มาร์ทโฟน หรอื กล้องดจิ ิทัลเพ่ือถ่ายภาพหรือถา่ ยคล๊ิป แล้วอพั โหลดเก็บไว้ในสื่อสงั คม แหล่ง
เก็บภาพฟรี และมีตากล้องมืออาชพี รวมกลุ่มกันสรา้ งแหล่งจาหน่ายภาพ ที่ลูกค้าสามารถเขา้ ไปเลือกซอ้ื ได้
1. บริการโดย กเู กิล้ https://images.google.com
2. บริการโดย ไมโครซอฟต์ https://bing.com/images
3. บริการโดย tineye https://tineye.com
4. บรกิ ารโดย yandex https://yandex.com/images
5. บริการโดย shutterstock https://shutterstock.com/th/search
6. บรกิ ารโดย prepostseo.com https://prepostseo.com/reverse-image-search
7. บรกิ ารโดย seotools.com https://smallseotools.com/reverse-image-search
8. บรกิ ารโดย duplichecker.com https://duplichecker.com/reverse-image-
search.php
3. แหล่งสืบค้นเพลง/แฟม้ เสียง (Sound search engine)
ในอดีตการฟังเพลงต้องซื้อแผ่นเสียง หรือเทปคาสเซ็ทมาใช้กับวิทยุหรือเคร่ืองเล่นเทปแบบพกพา
นับต้ังแต่มีการพัฒนา ipod หรือเคร่ืองเล่น mp3 มาจนถึงสมาร์ทโฟน พบว่าเทปคาสเซ็ทได้หายไปจากตลาด
เพลง ปจั จุบันสามารถฟงั เพลงไดจ้ ากอินเทอร์เน็ตที่มีการปล่อย single ผ่าน youtube.com โดยจานวนผู้ฟังท่ี
มากจะถูกเปลี่ยนเป็นรายได้ให้กับศิลปิน หรือขายเพลงผ่านแพลตฟอร์มด้านเพลงและบริการสตรีมม่ิง เช่น
Spotify, iTunes, Joox, Amazon music, Youtube music , Napster เป็นต้น
1. บริการโดย apple.com https://www.apple.com/itunes/ (Apple Music)
2. บริการโดย joox.com https://www.joox.com
3. บริการโดย spotify.com https://www.spotify.com
4. บรกิ ารโดย wesingapp.com https://www.wesingapp.com
5. บริการโดย soundcloud.com https://www.soundcloud.com

14

4. แหล่งสืบค้นวิดโี อ (Video search engine)
การถ่ายคลิปวิดโี อมีการพัฒนาใกล้เคยี งกับการถ่ายภาพดจิ ิทลั เราพบว่ากล้องถ่ายภาพดิจทิ ัลในระยะ
หลังจะมีคุณสมบัติถ่ายวิดีโอมาพร้อมกัน เพราะวิดีโอ คือ ภาพนิ่งหลายภาพซ้อนกัน หรือเปลี่ยนจากภาพหนึ่ง
ไปสู่อีกภาพในเวลาที่รวดเร็ว มีหน่วยเป็น เฟรมต่อวินาที จนดวงตาของมนุษย์ไม่อาจทราบได้ว่านี่คือภาพนิ่งท่ี
เปลย่ี นแปลง ปจั จุบันมีการเผยแพร่คลิปวดิ ีโอในหลายแหลง่ เชน่ youtube , tiktok , facebook , instagram
ซงึ่ คลิปวิดโี อมีลิขสิทธิ์ดา้ นเสยี งเพลงควบคู่ไปกับภาพประกอบและเน้ือหา จึงมีผ้หู ารายได้จากการทาคลิปวิดีโอ
อยู่จานวนมาก และพวกเขาถูกเรยี กวา่ youtuber ซ่ึงรายได้มาจากหลายแหลง่ ท้ัง youtube หรือ sponsor ท่ี
ผู้จ้าง influencer มาช่วยโปรโมทสินคา้

1. บรกิ ารโดย youtube.com https://www.youtube.com
2. บริการโดย dailymotion.com https://www.dailymotion.com
3. บริการโดย vimeo.com https://www.vimeo.com
4. บรกิ ารโดย yahoo.com https://www.yahoo.com
5. บรกิ ารโดย bing.com https://www.bing.com
5. แหลง่ สืบคน้ โปรแกรม (Software search engine)
ปัจจุบันมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันจานวนมาก ท้ังที่เป็นองค์กร และบุคคล เมื่อพัฒนา
แล้วก็จัดจาหน่าย หรือเปิดให้ทดลองใช้ ผ่าน app store หรือ play store ในยุคท่ีโลกถูกขับเคลื่อนด้วย
เทคโนโลยพี บวา่ ซอฟตแ์ วร์มคี วามจาเปน็ ต่อการดารงชีวติ มีนกั พัฒนาซอฟต์แวร์จานวนมากประสบความสาเร็จ
และจาหน่ายได้เงินมากมาย บริษัทไมโครซอฟต์ บริษัทกูเก้ิล หรือบริษัทเฟซบุ๊กเป็นตัวอย่างบริษัทระดับโลกที่
ประสบความสาเรจ็ ด้านการพฒั นาซอฟต์แวรอ์ ย่างชัดเจน
1. บรกิ ารโดย apple.com https://www.apple.com/app-store/
2. บริการโดย google.com https://play.google.com/store
3. บริการโดย thaiware.com https://www.thaiware.com
4. บริการโดย cnet.com https://download.cnet.com
5. บรกิ ารโดย sourceforge.net https://www.sourceforge.net
6. บรกิ ารโดย filehippo.com https://www.filehippo.com
7. บริการโดย softpedia.com https://www.softpedia.com
8. บริการโดย github.com https://www.github.com

10. เทคนิคการ Search Engine
เทคนิคการสืบค้นข้อมูล หมายถึง วิธีการต่างๆ ท่ีใช้ประกอบในการสร้างประโยคการค้นหา

เพือ่ ให้ไดส้ ารสนเทศที่ตรงกับความต้องการมากท่ีสดุ

15

เทคนคิ เหล่านี้ ได้แก่
1. เลือก Search Engine ท่เี หมาะสม
2. เลือกเวบ็ ไซตท์ ี่อยใู่ กล้และอย่ใู นช่วงเวลาท่ีเหมาะสม
3. การเลือกใช้คาสาคัญ (Keyword) หรอื หวั เรอื่ ง(Subject) ท่ตี รงกบั เรือ่ งท่ตี ้องการ
4. กาหนดขอบเขตของคาคน้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1.) การใชเ้ ครอื่ งหมายบวก (+) เช่ือมคา
โดยปกติ Google จะไม่ใส่ใจในในการค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ Keyword ประเภท Common
Word(คาง่ายๆ) เช่น at, on, where, how, the, to, of บางคร้ังคาเหล่าน้ีเป็นคาสาคัญของประโยคท่ีผู้ใช้
จาเป็นต้องค้นหาดังน้ันเคร่ืองหมาย + จะช่วยเช่ือมคาโดยมีเง่อื นไขว่า ก่อนหน้าเคร่ืองหมาย + ต้องมี การเว้น
วรรค 1 เคาะด้วย เช่น หากต้องการเกมส์ที่มีช่ือว่า Age of Empire ถ้าผู้ใช้พิมพ์ Keyword Age of Empire
Google ก็จะทาการค้นหาแยกคาโดย ไม่สนใจคาว่า of และจะค้นหาคว้า Age หรือ Empire เพียงสองคา แต่
ถา้ ผใู้ ช้ระบวุ า่ Age +of Empire Google จะทาการค้นหาทง้ั คาว่า Age, of และ Empire

2.)ตดั บางคาทไี่ มต่ อ้ งการคน้ หาดว้ ยเครื่องหมายลบ ( - )
จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดเรื่องที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ หรือไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ เช่น ถ้าผู้ใช้ ต้องการ
ค้นหาเว็บไซต์ที่เก่ียวกับการ ล่องแก่ง แต่ไม่ต้องการ การล่องแก่งท่ีเก่ียวข้อง กับจังหวัดตาก ให้ผู้ใช้พิมพ์
Keyword วา่ ล่องแก่ง -ตาก (เช่นเดียวกับเคร่อื งหมาย + ต้องเว้นวรรคก่อนหน้าเครื่องหมายดว้ ย) Google จะ
ทาการค้นหาเวบ็ ไซต์ทเี่ กยี่ วกบั การ ลอ่ งแกง่ แต่ไม่มีจังหวัดตากเขา้ มาเกยี่ วข้อง

3.)การค้นหาดว้ ยเคร่ืองหมายคาพูด ("...")
เหมาะสาหรับการค้นหาคา Keyword ท่ีมีลักษณะเป็น ประโยควลีหรือกลุ่มคา ท่ีผู้ใช้ ต้องการให้
แสดงผลทุกคาในประโยค โดยไม่แยกคา เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการหาเว็บไซต์ เก่ียวกับเพลงที่มีชื่อว่า If I Let You
Go ให้พิมพ์ว่า " If I Let You Go" Google จะทาการค้นหาประโยค " If I Let You Go" ทั้งประโยคโดยไม่
แยกคาคน้ หา

4.)ไมต่ ้องใชค้ าว่า " AND" ในการแยกคาค้นหา
แต่เดิมการใช้ Keyword ท่ีมากกว่า 1 คาในการค้นหาเว็บไซต์แบบแยกคา ผู้ใช้ จาเป็นต้องใช้
AND ในการแยกคาเหลา่ นนั้ ปจั จบุ นั ไมต่ ้องใช้ AND แลว้ เพราะ Google จะทาการแยกคาให้โดยอัตโนมัติเม่ือ
ผู้ใช้ทาการเว้นวรรคคาเหล่านั้น เช่น ถ้า ผู้ใช้พิมพ์คาว่า Thai Travel Nature เมื่อคลิกปุ่มค้นหา ก็จะพบว่าใน
รายชอื่ หรอื เนือ้ หาของเว็บท่ปี รากฏจะมคี าว่า Thai ,Travel และ Nature อยใู่ นน้ันด้วย

16

5.)การคน้ หาด้วยคาวา่ OR
เป็นการส่ังให้ Google ค้นหาข้อมูลเพ่ิมมากข้ึน เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการค้นหาเวบ็ ไซต์ท่ี เก่ียวกับ การ
ล่องแก่ง ทั้งในจังหวัดตาก และปราจีนบุรี ให้ผู้ใช้พิมพ์ Keyword ว่า ล่อง แก่ง ตาก OR ปราจีนบุรี Google
จะทาการค้นหาเว็บไซต์ทเี่ กยี่ วกบั การล่องแก่งทัง้ ใน จงั หวดั ตาก และกาญจนบุรี

6.) Google จะไมใ่ สใ่ จใน Common Word
คาศัพท์พ้ืนๆ อย่าง the, where, is, how, a, to และอื่นๆ รวมท้ังตัวเลขและตัวอักษร เด่ียวๆ
Google มักไมใ่ ห้ความสาคัญและใสใ่ จทจ่ี ะค้นหาครบั เนื่องจากเครือ่ งมือที่ Google ใชจ้ ัดเก็บและรวบรวมเว็บ
ท่วั โลกจะคอ่ นข้างเสยี เวลาในการเกบ็ รวบรวมเวบ็ ทีม่ ี คาเหลา่ น้ี (ซึง่ มีเยอะมากๆ) แตถ่ า้ หากจาเป็น ผ้ใู ชจ้ ะต้อง
ใช้เครื่องหมาย " + " ในการ เช่ือมคาเหล่านี้ด้วย หรอื อีกทางกค็ ือผใู้ ช้อาจจะระบุคาที่ตอ้ งค้นหาท้ังหมดในรูป
ของวลภี ายใต้เคร่ืองหมาย " ……. "

7.) NEAR
ใช้เม่ือต้องการให้คาท่ีกาหนดอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 10 คา ในประโยคเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน
(อยู่ด้านหน้าหรือหลังก็ได้) เช่น Research NEAR Thailand ข้อมูลที่ได้จะมีคาว่า Research และ Thailand
ทห่ี ่างกันไม่เกิน 10 คา ตัวอยา่ งเชน่ Research on the Cost of Transportation in Thailand

8.) BEFORE
ใช้เม่ือต้องการกาหนดให้คาแรกปรากฏอยู่ข้างหน้าคาหลังในระยะห่างไม่เกิน 8 คา เช่น
Research BEFORE Thailand

9.) AFTER
ใช้เมื่อต้องการกาหนดให้คาแรกปรากฏอยู่ข้างหลังคาหลังในระยะห่างไม่เกิน 8 คา เช่น
Research AFTER Thailand

10.) (parentheses)
ใช้เมื่อต้องการกาหนดให้ทาตามคาสั่งภายในวงเล็บก่อนคาสั่งภายนอก เช่น (Research OR
Quantitative) and Thailand

11.) การตดั คา (Word stemming / Truncation)
เป็นการใช้เคร่ืองหมาย asterisk (*) ตามท้ายคา 3 คาขึ้นไป เพ่ือค้นหาคาที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรท่ี
กาหนด เช่น Research*

12.) คาพอ้ งความหมาย (Synonym)
เป็นการใช้คาเหมือนท่ีมีความหมายเดียวกันหรือใกลเ้ คียงกันเพ่ือช่วยให้ค้นเรื่องท่ีครอบคลุม เช่น
Ocean Sea Marine

17

13.) เขตข้อมูลเพ่ือการค้น (Field Searching)
เป็นการกาหนดเขตข้อมูลเพื่อการค้น เชน่ ชนดิ ของขอ้ มลู หรือทอ่ี ยขู่ องข้อมลู เป็นตน้ เช่น text:
“green tea” url: NASA

14.) ตวั เล็กตวั ใหญ่ถือวา่ ตา่ งกัน (Case sensitive)
เป็นการใช้ตัวอักษรใหญ่กับตัวเล็กในความหมายที่แตกต่างกัน เช่นใช้ตัวอักษรใหญ่ขึ้นต้นช่ือ
เฉพาะ เช่น George W. Bush

15.) ภาษาธรรมชาติ (Natural Language)
เป็นการสืบค้นจากคาถามท่ีเป็นภาษาธรรมชาติ เช่น ใช้คาถามภาษาอังกฤษง่ายๆท่ีต้องการให้
Search Engine หาคาตอบให้ เช่น What is Research?

16.) การสืบคน้ ไฟลเ์ อกสาร
Google สามารถคน้ หาไฟล์เอกสารทีส่ าคญั ได้ดังนี้
Adobe Portable Document Format ( ไฟลน์ ามสกลุ . pdf)
Adobe PostScript ( ไฟล์นามสกุล . ps)
Lotus 1-2-3 ( ไฟล์นามสกุล . wk1, .wk2, .wk3, .wk4, .wk5, .wki, .wks และ . wku)
Lotus WordPro ( ไฟลน์ ามสกลุ . lwp)
MacWrite ( ไฟล์นามสกุล . mw)
Microsoft Excel ( ไฟล์นามสกลุ . xls)
Microsoft PowerPoint ( ไฟลน์ ามสกุล . ppt)
Microsoft Word ( ไฟลน์ ามสกุล . doc)
Microsoft Works ( ไฟล์นามสกลุ . wks, .wps, .wdb)
Microsoft Write ( ไฟล์นามสกุล . wri) Rich Text Format ( ไฟล์นามสกลุ . rtf)
Shockwave Flash ( ไฟล์นามสกุล . swf)
Text ( ไฟลน์ ามสกลุ . ans, .txt)
รูปแบบของการค้นหาคือ ให้ผู้ใช้พิมพ์ "ช่ือเรื่องหรือชื่อเอกสาร" filetype: นามสกุลของ ไฟล์ ใน
ช่อง Google ตัวอย่างเช่น "การเลี้ยงไก่" filetype:doc ซ่ึงหมายถึง การ ค้นหาไฟล์เอกสารที่มีนามสกุล . doc
เรื่อง การเลีย้ งไก่ นน่ั เอง

17.) การสืบคน้ เว็บไซตข์ ้อมลู
ข้ันตอนการสืบคน้ เวบ็ ไซต์ข้อมูลด้วย Search Engine

1. ทาการเปดิ เวบ็ ไซตท์ ่ใี ห้บริการ http://www.google.co.th/
2. เลอื กหัวข้อท่ตี ้องการค้น ในทน่ี ี้จะเลอื กหวั ขอ้ “เวบ็ ”
3. พมิ พ์ keyword (ขอ้ ความ) ทต่ี ้องการสืบคน้ ลงในชอ่ ง text box

18

4. กดทปี่ ุม่ “ค้นหา”
5. ระบบจะทาการค้นหาเว็บไซต์ที่ตรงกับ keyword ที่ต้องการ และแสดงออกมาในรูปแบบของ
ลงิ คพ์ รอ้ ม

18.) การสืบค้นรูปภาพ
ข้นั ตอนการสืบคน้ รปู ภาพดว้ ย Search Engine

1. ทาการเปดิ เว็บไซตท์ ีใ่ ห้บริการ http://www.google.co.th/
2. เลือกหวั ข้อที่ต้องการค้น ในท่ีน้ีจะเลอื กหวั ขอ้ “รูปภาพ”
3. พิมพ์ keyword (ขอ้ ความ) ท่ตี ้องการสืบคน้ ลงในช่อง text box
4. กดท่ีป่มุ “ค้นหา”
5. ระบบจะทาการค้นหารูปภาพทตี่ รงกบั keyword ทีต่ ้องการ และแสดงรปู ภาพที่คน้ หาพบ

19.) Local search
ค้นหาส่ิงท่ีต้องการ โดยจากัดขอบเขตบริเวณของสถานที่ท่ีต้องการ ตามด้วย: และสิ่งท่ีต้องการ
คน้ หา

20.) เคร่ืองคดิ เลขออนไลน์
สามารถใส่ตัวเลขท่ีต้องการคานวณในช่อง Search Google ได้ เช่น "(5*10)+(5*10)" คาตอบก็
จะปรากฎออกมา

21.) ตรวจสอบสภาพอากาศ
เช็คสภาพอากาศก่อนออกไปข้างนอกได้ง่ายๆ เพียงพิมพ์ Weather แล้วตามด้วยสถานที่นั้นๆ
เช่น "Weather มหาสารคาม" หรือ "พยากรณ์อากาศ มหาสารคาม" แต่ว่าสาหรับการพยากรณ์อากาศใน
ประเทศไทยน้นั อาจจะยังไม่ครอบคลมุ ทุกพืน้ ที่

22.) แปลงหนว่ ยได้สารพดั หน่วย
ระบบ Search Google สามารถแปลงหน่วยได้แทบทุกหน่วย เช่น "1 GB = MB" หรือ "10
KM = Miles” และ Search Google ยังสามารถทาอยา่ งอ่ืนได้มากมาย

23.) เข้าเวบ็ ทโี่ ดนลบ
Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคล้ิกที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน
Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเวบ็ บางเว็บท่ีอาจโดนลบไปแลว้ โดยข้อมูลท่ีได้
เป็นข้อมลู กอ่ นถกู ลบ (ใหมส่ ุดทีม่ นั จะมไี ด้)

24.) คน้ หาหนา้ ทค่ี ลา้ ยกัน
Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าท่ีคล้ายกัน ใน
Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากาลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถน้ี
จะช่วยให้หาข้อมูลไดม้ ากมายในเวลาทรี่ วดเร็วโดยไม่ตอ้ งเปน็ หว่ งเรื่อง keyword

19

25.) คน้ หา ลิ้งที่เช่ือมโยงกัน
Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดท่ีเช่ือมไปยังเว็บน้ันได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น
link:www.google.com แตค่ ุณไม่สามารถใชค้ วามสามารถนี้รว่ มกบั การหาแบบอน่ื ๆ ได้

26.) ค้นหาเวบ็ ท่จี าเพาะเจาะจง
Google สามารถค้นหาเว็บที่จาเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คาท่ีคุณต้องการเจาะจง site:ช่ือ URL
เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission
site:www.stanford.edu

27.) การค้นหาด่วน
(ชื่อบริการ I’m Feeling Lucky) โดยท่ี Google จะนาเว็บที่อยู่ลาดับแรกของการค้นหา ส่งให้
คุณเลย (link ไปเว็บน้ันให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์
Stanford แล้วกด I’m Feeling Lucky หรอื ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย

28.) หาแผนท่ีของสหรัฐอเมริกา
Google สามารถหาแผนทีข่ องสหรัฐอเมรกิ าไดโ้ ดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พรอ้ มด้วยชอื่ รฐั เชน่ 165
University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการสง่ แผนท่คี ุณภาพสูงมาให้

29.) หาเบอร์โทร (เฉพาะอเมรกิ า)
Google สามารถหาเบอรโ์ ทร (เฉพาะอเมริกา) หรอื พมิ พ์เบอรโ์ ทรแลว้ หาบริษทั ได้โดยพมิ พ์
first name (or first initial), last name, city (state is optional)
first name (or first initial), last name, state
first name (or first initial), last name, area code
first name (or first initial), last name, zip code
phone number, including area code
last name, city, state
last name, zip code

30.)ค้นหา Catalog สนิ คา้
Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เขา้ ไปที่ http://catalogs.google.com)

31.) พิมพค์ าต่อไปน้ใี น Google
?intitle:index.of? mp3 ชอ่ื เพลง
ตรงคาว่าช่ือเพลงนั้น เราจะพิมพ์เป็นชื่อเพลง, ชื่ออัลบ้ัม หรือ ช่ือนักร้อง ลงไปแทนก็ได้ โดยถ้า
เป็นเพลงเกา่ ๆ ให้ใชเ้ ปน็ ช่อื นักรอ้ งดีกวา่ เช่น ?intitle:index.of? mp3 อาพล

20

32.) พิมพค์ าเหลา่ นี้ ใน Google Search
1 ) “ parent directory “ /spectralab 4 . 3 2 1 3 / - xxx –html –htm –php –shtml –
opendivx –md5 –md5sums
2) “ parent directory “ DVDRip –xxx –html –htm –php –shtml –opendivx –md5 –
md5sums
3 ) “ parent directory “Xvid –xxx –html –htm –php –shtml –opendivx –md5 –
md5sums
4) “ parent directory “ Gamez –xxx –html –htm –php –shtml –opendivx –md5 –
md5sums
5 ) “ parent directory “ MP3 – xxx –html –htm –php –shtml –opendivx –md5 –
md5sums
6) “ parent directory “ Name of Singer or album –xxx –html –htm –php –shtml –
opendivx –md5 –md5sums
*หมายเหตุ ให้เปล่ียน คาที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นส่ิงท่ี
อยากได้

33.) พิมพ์คาตอ่ ไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก็เปล่ียน คาว่า micr0s0f กับคาว่า iso เป็นคาที่ต้องการ เช่น inurl:myc0mpany
filetype:zip

34.) ค้นหาเจาะจงเฉพาะเวบ็ ไซต์
สามารถทาได้โดย พิมพ์ส่ิงท่ีต้องการค้นหาตามด้วยเว็บไซต์ เช่น “โปรแกรมแต่งรูป
thaiware.com” หรอื “LINE PC thaiware.com” ผลลพั ธ์ทไี่ ดก้ จ็ ะมากจากเวบ็ thaiware.com เท่านัน้

35.) คน้ หาคานยิ าม
เหมือนฟีเจอร์น้ีจะใช้ได้ดีกับภาษาอังกฤษเท่าน้ัน วิธีการใช้ก็คือ Define: ตามด้วยคาท่ีต้องทราบ
เช่น “define: Microsoft Surface” หรอื “define: Smart TV”

36.) ดูกระแสหุ้น และตลาดหลกั ทรพั ย์
สาหรับคนเล่นหุ้น ต้องการที่จะติดตามข่าวสารอย่างรวดเร็ว การ Search Google เป็นอีกหนึ่ง
วธิ ีทน่ี ่าสนใจเลยทเี ดียว เช่น “NASDAQ GOOG”

37.)แปลงหนว่ ยไดส้ ารพดั หน่วย
ระบบ Search Google สามารถแปลงหน่วยได้แทบทุกหน่วย เช่น “1 GB = MB” หรือ “10
KM = Miles”

21

38.) เช็คคะแนน สกอร์ ผลการแขง่ ขัน กฬี า
พิมพ์ช่ือนักกีฬา หรือช่ือทีม เพียงเท่าน้ี Google ก็จะค้นหาการแข่งขันล่าสุด ตารางแข่ง รวมถึง
รายละเอยี ดอ่ืนๆ มาให้เรารบั ชม

39.) คน้ หารอบหนัง และรวี ิวหนัง
ค้นหารอบหนัง รีวิวภาพยนตร์ ได้โดยพิมพ์ช่ือภาพยนตร์ลงไป เช่น “Despicable Me 2” หรือ
“World War Z” Google กจ็ ะแสดงรายละเอยี ดรอบหนงั

40.) ค้นหาสินค้า ในช่วงราคาทต่ี อ้ งการ
เป็นการค้นหาส่ิงของ หรือวัตถุ ด้วยตัวเลขในช่วงที่ต้องการ เช่น “โน้ตบุ๊ค Dell 20,000 ...
25,000” หรอื “โปรโมชัน่ เดือน ก.ค. ... ส.ค.”

41.) เชค็ เทยี่ วบินขาเขา้ และขาออก
สามารถตรวจสอบ Search Google ไฟล์ทเครื่องบินได้ทั้งหมด ท้ังขาเข้า และขาออก เพียงแค่
พิมพ์ สายการบิน และตามดว้ ยหมายเลขไฟท์นัน้ ๆ ยกตัวอย่าง เชน่ “Nok Air DD8302” หรือ “Thai Airways
TG920” เปน็ ต้น เราจะเห็นรายละเอยี ดของเทีย่ วบินอยา่ งละเอียด

42.)การสืบคน้ วีดิโอด้วย Search Engine
ขนั้ ตอนการสืบคน้ วีดโิ อดว้ ย Search Engine

1. ทาการเปิดเวบ็ ไซตท์ ่ีให้บรกิ าร http://www.youtube.com/
2. พิมพ์ keyword (ข้อความ) ที่ต้องการสบื ค้นลงในช่อง text box
3. กดท่ีปุ่ม “search”
4. ระบบจะทาการค้นหาวีดิโอทีต่ รงกบั keyword ท่ีตอ้ งการ และแสดงวดี ิโอทีค่ น้ หาพบ

การสืบคน้ ขอ้ มลู สารสนเทศทางอิเลก็ ทรอนิกสผ์ ่านทางอนิ เทอรเ์ น็ตมีทั้งข้อดแี ละขอ้ เสียดังน้ี
ขอ้ ดี
1. ขอบเขตของขอ้ มูลสารสนเทศกว้างขวางมาก มคี วามหลากหลาย ไรพ้ รมแดน
2. ข้อมูลสารสนเทศท่ีสืบค้นได้มีความทันสมัยมาก เนื่องจากผู้สร้างข้อมูลสามารถแก้ไขปรับปรุงได้ง่ายและทา
ไดต้ ลอดเวลา
3. สะดวกมาก ไมม่ ขี ้อจากดั ในแงข่ องเวลาและสถานท่ี สามารถสืบคน้ เวลาใดกไ็ ด้ทีใ่ ดกไ็ ด้
4. สามารถสบื ค้นไดง้ า่ ยและรวดเร็วโดยอาศัย Search Engine
5. การได้มาซ่งึ ข้อมลู ผา่ นอนิ เทอร์เน็ตใชเ้ วลาสัน้ มาก เมอ่ื เทยี บกับการสง่ เอกสารวิธอี นื่ ๆ
6. การได้มาซึ่งข้อมูลนน้ั ประหยัดท้งั เวลาและทรพั ยากร
7. จดั เปน็ ห้องสมดุ ท่ีใหญ่ทส่ี ดุ ในโลก

22

8. ข้อมูลสารสนเทศที่สืบค้นมามีประโยชน์มาก สามารถนาไปจัดหมวดหมู่ ทาฐานข้อมูลบรรณาธิการ และ
จดั การต่อได้โดยงา่ ย
9. ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Directed Learning ) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Life Long
Learning)
ข้อเสยี
1. ข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตมีความครอบคลมุ กว้างขวางมาก มีความหลากหลาย ไร้พรมแดน จึง
ทาให้ผู้ใช้ท่ีไม่มีทักษะการสืบค้นอาจเกิดปัญหาเนืองจากได้ข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ตรงตามความต้องการเป็น
จานวนมากทาให้เสียเวลา
2. ข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตถูกปรับปรุงแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทาให้การอ้างอิงเอกสารทาได้ลาบาก
เพราะการเข้าไปสืบค้นเอกสารอีกครั้งหนึ่งในวันข้างหน้าเอกสารดังกล่าวอาจจะไม่อยู่แล้วหรือเน้ือหาข้อความ
อาจถูกปรบั เปลย่ี นไปแลว้ ก็ได้
3. ข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตท่ีได้มาจะต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลท่ีได้มาด้วย ว่ามี
ความนา่ เช่ือถือมากแค่ไหน เพ่อื เป็นการตรวจสอบความนา่ เชื่อของแหล่งข้อมูลสารสนเทศทสี่ บื คน้ มาไดผ้ ู้สืบค้น
สามารถประเมนิ

11. เว็บไซต์ที่นา่ สนใจ
1. Google.com

เป็นเว็บไซต์ท่ีให้สิทธิ์ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้ทั่วโลก ทั้งข้อความ ภาพ และวิดีโอด้วยคุณ
ลักษณะเฉพาะและเทคโนโลยีที่ช่วยใหก้ ารคน้ หาข้อมลู บนโลกออนไลน์ไดง้ ่ายย่งิ ขน้ึ
2. Youtube.com

สาหรับทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องรู้จัก YouTube ได้อย่างแน่นอน โดยเราก็สามารถมีช่องเพื่อ
อัปโหลดวิดีโอของเราได้เหมือนกัน ซ่ึงในปัจจุบันมีการแข่งกันทา Content ในรูปแบบวิดีโอบน YouTube กัน
เยอะมากข้ึน เพราะถา้ หากมียอดผูเ้ ขา้ ชมวิดีโอถงึ 1 ล้านผูท้ เี่ ปน็ เจา้ ของวดิ ีโอจะไดเ้ งิน 30,000 บาท
3. Facebook.com

ส่ือสังคมออนไลน์ที่มีประโยชน์ท่ีจะเช่ือมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าไว้ที่เดียว เพ่ือติดตามเพ่ือน
อปั โหลดรูป แชร์ลิงกแ์ ละวดิ ีโอ
4. Baidu.com

เป็นเว็บไซต์ช่ือดังของคนจีน ส่วนใหญ่แล้วผู้ท่ีใช้งานเว็บไซต์นี้ก็จะเป็นชาวจีน คือเคร่ืองมือค้นหา
ภาษาจีนช้ันนาที่จะมอบประสบการณ์ในการค้นหาที่ง่ายและเช่ือถือได้ และเน้ือหามัลติมีเดียท่ีหลากหลาย
รวมถึงเพลง MP3 และภาพยนตร์ ซ่ึงเป็นรายแรกท่ีนาเสนอเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ WAP และ PDA ใน
ประเทศจนี

23

5. Wikipedia.org
วิกิพีเดียหรือสารานุกรมเสรีออนไลน์ท่ีมีหลากหลายภาษา แต่บทความถูกเขียนข้ึนโดยผู้เชี่ยวชาญ

ของวิกพิ ีเดียและไดร้ บั การตรวจสอบภายใต้กระบวนการที่เป็นมาตรฐาน สรา้ งข้ึนโดยใช้ซอฟตแ์ วรข์ องวิกิพเี ดีย

6. Reddit.com
เว็บไซต์ข่าวสงั คม โดยใช้ผู้ใช้นาลิงก์ข่าวท่ีนา่ สนใจมาโพสต์หรอื ประชาสัมพันธ์ ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถ

แสดงความคิดเหน็ และให้คะแนนเรอ่ื งราวเหลา่ นัน้ ได้ ซ่ึงกาลงั เปน็ ท่ีนิยมอย่างมากในต่างประเทศ
7. Yahoo.com

เป็นผู้ให้บริการ Internet Portal รายใหญ่ที่แสดงผลการค้นหา, ปรับแต่งเน้ือหาได้, ห้องสนทนา,
อเี มลฟรี และคลบั เป็นต้น
8. Google.co.in

เป็นเว็บไซต์ Google ของประเทศอินเดีย เหมือน ๆ กับ Google.co.th ซ่ึง Google ของอินเดีย
กาลังเป็นเคร่ืองมือค้นหายอดนิยมน้ี โดยสามารถค้นหาได้ท้ังเว็บ หรือเฉพาะหน้าเว็บจากอินเดีย อีกทั้งยัง
สามารถค้นหาโดยใชภ้ าษาองั กฤษ ฮินดู ภาษาเบงกาลี ภาษาเตลกู ู ภาษามราฐี และภาษาทมฬิ
9. Qq.com

เว็บไซต์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดและใช้งานมากท่ีสุดของจีนอย่าง Tencent ก่อตั้งข้ึน
ในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2541 ปัจจุบัน Tencent มุ่งมั่นที่จะให้บริการทางอินเทอร์เน็ตแบบครบวงจรแก่
ผู้ใช้งานในประเทศจีน มีท้ัง QQ Instant Messenger, QQ Mail เป็นต้น โดยเป็นแหล่งรวบรวมชุมชนที่ใหญ่
ทีส่ ุดบนอินเทอร์เน็ตของประเทศจีน
10. Amazon.com

เว็บไซต์ท่ีเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซ่ึงลูกค้าสามารถค้นพบและค้นหาส่ิงท่ีพวกเขาต้องการซ้ือทาง
ออนไลน์และพยายามที่จะเสนอราคาให้ลูกค้าได้ในราคาต่าท่ีสุด เว็บไซต์มีคุณลักษณะและบริการแบบส่วน
บุคคลมากมาย รวมถึงการสั่งซื้อเพียงคลิกเดียว นอกจากน้ียังรวบรวมบทวิจารณ์ ผลิตภัณฑ์ บัตรของขวัญ
รายชื่อรา้ นอาหาร ภาพยนตร์ การเดินทาง และการประมวลผลภาพดว้ ย

24

แหล่งอ้างองิ

https://sites.google.com/site/thekhnoloyisarsnthespws/neuxha/3-kar-subkhn-khxmul-
sarsnthes

25

จดั ทาโดย
นางสาวนวภทั ร สวยงาม

เลขที่ 4 สบล.65.1
สาขาวิชาการเลขานกุ าร

รายงานน้เี ปน็ สว่ นหนึ่งของวชิ าการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานเลขานุการ
รหสั วชิ า 30203-2002

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาลาปาง


Click to View FlipBook Version