๔๖
ประเภท ยอมรับในกฎกติกาของกลุ่ม ของสถานศึกษา ของสังคม มีทัศนคติท่ีดีต่ออาชีพสุจริต รวมถึงมีความ
เข้าใจเร่ืองความแตกต่างระหว่างบุคคล และระหว่างวัย ทัง้ น้ี มีผลการดำเนินงานเชิงประจักษจ์ ากการประเมิน
ในดา้ นต่าง ๆ ดงั น้ี
ขอ้ มูลผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดบั สถานศกึ ษา
รอ้ ยละของนกั เรยี นทมี่ เี กรดเฉลยี่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ข้ึนไป
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 – 6 ปีการศกึ ษา 2559
ภาษาตา่ งประเทศ 64.44
การงานอาชีพฯ 86.67
ศิลปะ
77.78
สุขศึกษาและพลศกึ ษา 73.33
ประวตั ิศาสตร์ 60.00
สงั คมศึกษา ฯ 62.22
วทิ ยาศาสตร์ 60.00
คณิตศาสตร์ 68.89
ภาษาไทย 60.00
0.00 20.00 40.00 60.00 80.00 100.00
ผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพน้ื ฐานของผเู้ รียนระดับชาติ (National Test :NT ระดับชัน้
ประถมศึกษาปที ่ี 3
1) ผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพ้ืนฐานของผู้เรยี นระดบั ชาติ (NT) ประจำปีการศึกษา
2559
ความสามารถ ปีการศกึ ษา 2559
ดา้ นภาษา 48.09
ดา้ นคำนวณ 44.76
ดา้ นเหตุผล 49.52
48.48
รวมความสามารถ ท้งั 3 ด้าน
๔๗
2) ผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพืน้ ฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (NT) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี
3 ประจำปีการศึกษา 2558 – 2559
2.1) เปรียบเทยี บภาพรวมผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพ้นื ฐานของผูเ้ รียนระดับชาติ
(NT) และร้อยละของผลตา่ งระหวา่ งปกี ารศึกษา 2558 – 2559
ความสามารถ ปีการศึกษา 2558 ปกี ารศึกษา 2559 ร้อยละของผลตา่ ง
ระหวา่ งปีการศึกษา
ดา้ นภาษา 40.00 48.09
ด้านคำนวณ 36.79 44.76 8.09
ด้านเหตผุ ล 40.36 49.52 7.97
39.05 48.48 9.16
รวมความสามารถ 9.43
ท้ัง 3 ด้าน
2.2 ) เปรยี บเทียบผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพืน้ ฐานของผเู้ รยี นระดบั ชาติ (NT)
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ปกี ารศกึ ษา 2559 กับระดับประเทศ
วชิ า ระดับโรงเรยี น ปี 2559 ผลต่าง
ระดับ
ด้านภาษา 40.00 ประเทศ -11.00
ดา้ นคำนวณ 36.79 51 -0.2
ดา้ นเหตุผล 40.36 36.99 -13.02
53.38
ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขัน้ พืน้ ฐาน (O-NET)
1) ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้นั พื้นฐาน (O-NET) ประจำปีการศึกษา 2559
ระดับ/รายวิชา ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมฯ ภาษาองั กฤษ
คะแนนเฉล่ียระดับโรงเรียน 54.38 35.50 42.25 44.00 24.75
คะแนนเฉล่ียระดบั จังหวดั 55.14 44.12 42.92 47.40 35.96
คะแนนเฉลี่ยสงั กดั สพฐ 51.88 38.76 40.27 45.08 31.11
คะแนนเฉลี่ยระดบั ประเทศ 52.98 40.47 41.22 46.68 34.58
๔๘
60
50
40
คะแนนเฉลี่ยระดับโรงเรียน
30 คะแนนเฉลย่ี ระดบั จงั หวดั
คะแนนเฉลี่ยสงั กัด สพฐ
คะแนนเฉลี่ยระดบั ประเทศ
20
10
0
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมฯ ภาษาองั กฤษ
2) เปรียบเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ประจำปีการศกึ ษา
2558-2559
60.00 2558
50.00 2559
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00
ภาษาไทย คณติ ศาสตร์
วิทยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ภาษาต่างประเทศ
๔๙
3. จุดเด่น
ผเู้ รียนมีสขุ ภาพร่างกายแข็งแรง มีสมรรถภาพทางกายและน้ําหนกั ส่วนสูงตามเกณฑ์ มีระเบียบวนิ ัย
จนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา เป็นที่ยอมรับของชุมชนโดยรอบในเรื่อง ความมีวินัย เคารพกฎ กติกา
มารยาทของสงั คม มจี ติ สาธารณะ
4. จุดควรพัฒนา
ผู้เรียนในระดับชั้น ป.1 - ป.3 ยังต้องเร่งพัฒนาด้านการอ่านออกเขียนได้ การคิดวิเคราะห์ คิด
สังเคราะห์ นำเสนอ การอภิปราย และแลกเปล่ียนเรียนรู้อย่างสมเหตุสมผล และต้องพัฒนาทักษะการ
แก้ปัญหาตามสถานการณ์ ได้อย่างเหมาะสม ผู้เรียนในระดับช้ัน ป.5 – ป.6 ยังต้องได้รับการส่งเสริมในด้าน
ทัศนคติที่ดี ต่อความเป็นไทย ไม่หลงใหลกับเทคโนโลยีส่ือโซเชียลจนเกิดการลอกเลียนแบบ ทำให้ลืม
วฒั นธรรม อนั ดงี ามของไทย
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
ระดบั คณุ ภาพ : ดเี ยีย่ ม
1. กระบวนการพัฒนา
โรงเรียนได้ดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยการ ศึกษาข้อมูล
สารสนเทศจากผลการนิเทศ ติดตาม ประเมินการจัดการศึกษาตามนโยบายการ ปฏิรูปการศึกษา และจัด
ประชุมระดมความคดิ เหน็ จากบุคลากรในสถานศกึ ษาเพือ่ วางแผน ร่วมกันกำหนดเปา้ หมาย สถานศึกษามีการ
กำหนดเป้าหมายวิสัยทัศน์ และพันธกิจตรงกับวัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาชาติ และสอดคล้องกับความ
ต้องการของชุมชน ท้องถิ่นอย่างชัดเจนพัฒนาวิชาการท่ีเน้นผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายทุกคนและดำเนินการ
อย่างเป็นรปู ธรรม พัฒนาครแู ละบคุ ลากรให้มีความเช่ียวชาญทางวิชาชีพมีความรคู้ วามสามารถและทักษะตาม
มาตรฐานตำแหน่งสถานศึกษาบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศท่ีมีความถูกต้องครบถ้วนทันสมัย นำไป
ประยุกต์ใช้ได้ และดำเนินการอย่างเป็นระบบ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ดีและกระตุ้นให้
ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและมีเครือข่ายความร่วมมือในการร่วม
รบั ผิดชอบต่อผลการจดั การศกึ ษาใหม้ ีคณุ ภาพและไดม้ าตรฐาน กำกับ ติดตามและประเมินผลการบรหิ ารและ
การจดั การศึกษาอยา่ งเหมาะสมชัดเจนและเปิดโอกาสใหผ้ ู้เกี่ยวข้องมีสว่ นร่วมเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการ
ปรับแผนพัฒนาคุณภาพจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการ ประจำปี ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ
พัฒนา และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา พร้อมท้ังจัดหาทรัพยากร จัดสรรงบประมาณ มอบหมายงานให้
ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการพัฒนา ตามแผนงานเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ
ติดตาม ประเมิน ผลการดำเนินงาน และสรุปผลการดำเนินงานโครงการนิเทศภายใน โครงการอบรมพัฒนาดู
งานครูและบุคลากร โครงการจ้างครูผู้สอน โครงการสัมพันธ์กับชุมชน โครงการอาหารกลางวันโครงการ
ซ่อมแซมวัสดุ ครุภัณฑ์ ในโรงเรียน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ค่าสาธารณูปโภค
โครงการปรับปรงุ สภาพทว่ั ไปในโรงเรยี น
๕๐
2. ผลการพัฒนา
2.1 สถานศึกษามีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจสอดคล้องกับสภาพ ปัญหาความ
ต้องการพัฒนาของสถานศึกษา นโยบายการปฏิรูปการศึกษา ความต้องการของชุมชนท้องถ่ิน และสอดคล้อง
กบั แนวทางการปฏิรปู ตามแผนการศึกษาชาติ
2.2 แผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัตกิ ารประจำปี สอดคล้องกับ การพัฒนาผู้เรียน
ทุกกลุ่มเป้าหมาย มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน
ตำแหน่ง ข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย นำไปประยุกต์ใช้ได้ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ
และมกี ิจกรรมจดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและ สงั คมทกี่ ระตนุ้ ผู้เรยี นใหใ้ ฝเ่ รียนรู้
2.3 สถานศึกษามีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการ ประจำปี ให้
สอดคล้องกบั สภาพปัญหา ความตอ้ งการพฒั นา และนโยบายการปฏริ ปู การศึกษา โดยผู้มีสว่ นไดเ้ สยี มีส่วนรว่ ม
ในการพฒั นาและร่วมรับผดิ ขอบ
2.4 ผู้เก่ียวข้องทุกฝ่าย และเครือขา่ ยการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา มีสว่ นรว่ มใน การรว่ มวางแผน
พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา และรบั ทราบ รบั ผดิ ชอบตอ่ ผลการจัดการศึกษา
2.5 สถานศึกษามีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา ท่ี
เหมาะสม เป็นระบบและต่อเนื่อง เปิดโอกาสใหผ้ ู้เกยี่ วขอ้ งมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา
2.6 สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารและการจัดการเซิงระบบ โดยทุกฝ่าย มีส่วนร่วม ยึดหลัก
ธรรมาภิบาล และแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งพัฒนา ผู้เรียนตามแนวทางปฏิรูป
การศึกษา
2.7 สถานศกึ ษามีการระดมทรพั ยากรเพ่ือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจาก เครือข่ายอปุ ถัมภ์
สง่ ผลใหส้ ถานศึกษามสี อ่ื และแหล่งเรยี นร้ทู ่มี ีคุณภาพ
วธิ กี ารพฒั นา ผลการพัฒนา
การพัฒนาบคุ ลากรทาง จานวน(คน)
การศึกษา
11%
มากกวา่ 2 ครง้ั
89% ตอ่ ภาคเรยี น
2 คร้ังตอ่ ภาค
เรียน
๕๑
วิธกี ารพฒั นา ผลการพัฒนา
การมีสว่ นร่วมของ จานวน(แหง่ )
เครือข่ายในการวาง
แผนการพฒั นา 14%
คณุ ภาพการศึกษา 29%
มากกวา่ 2 คร้ังตอ่ ภาคเรยี น
2 ครง้ั ต่อภาคเรยี น
1 ครงั้ ต่อภาคเรียน
57% ไมไ่ ดม้ สี ว่ นร่วม
การจดั หาทรัพยากร ผูบ้ ริหารไดร้ ะดมทนุ ทรัพยากรสำหรบั การพฒั นาคุณภาพการศึกษา ใน
สถานศึกษาทงั้ ในรูปของงบประมาณ และบุคคลทเี่ ป็น ภมู ิปญั ญาจาก
ห้องถน่ิ มาช่วยในการสนับสนนุ การเรยี นการสอน
การนเิ ทศ กำกบั ครทู ุกคนและนักการภารโรง ไดร้ ับการนิเทศติดตามจากผบู้ ริหารอย่างนอ้ ย
ตดิ ตาม และประเมินผล ภาคเรยี นละ 2 ครัง้ ทุกคน
3. จุดเด่น
โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้เทคนิคการประชุม ที่
หลากหลายวธิ ี เช่น การประชุมแบบมสี ่วนร่วม การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม เพ่ือให้ ทุกฝ่ายมีส่วน
ร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ท่ีซัดเจน มีการ ปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
แผนปฏิบัตกิ ารประจำปี ท่สี อดคล้องกบั ผล การจดั การศึกษา สภาพปัญหา ความต้องการพัฒนา และนโยบาย
การปฏิรูปการศึกษา ท่ีมุ่งเนน้ การพัฒนาใหผ้ ู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรตู้ ามหลักสูตรสถานศึกษา
ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล การ
ดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการจัดการศึกษา และโรงเรียนไดใช้กระบวน วิจัยในการรวบรวมข้อมูล
เพอื่ ใชเ้ ป็นฐานในการวางแผนพัฒนาคณุ ภาพสถานศกึ ษา
๕๒
4. จดุ ควรพัฒนา
1. เปดิ โอกาสให้ผู้ปกครองได้มสี ว่ นร่วมในการเสนอความคิดเหน็ ในการจัดการ ศกึ ษาเพื่อพฒั นา
ผเู้ รยี น
2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียน ให้มีความ
เข้มแขง็ มีส่วนรว่ มรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา และการขบั เคลือ่ นคณุ ภาพ การจดั การศึกษา
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั
ระดับคณุ ภาพ : ดี
1. กระบวนการพฒั นา
โรงเรียนดำเนินการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการดำเนินงาน/
กจิ กรรมอย่างหลากหลาย ได้แก่ งานหลักสูตรมีการประชุมปฏิบัติการ ปรับปรงุ หลักสูตรสถานศึกษา พัฒนาสู่
ประชาคมอาเซียนและมาตรฐานสากล มีการบูรณาการ ภาระงาน ช้ินงาน โดยทุกระดับช้ันจัดทำหน่วยบูรณา
การอาเซียน เศรษฐกิจพอเพียง ปรับโครงสร้างรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ ลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ สัดส่วน
คะแนนแต่ละหน่วย กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ สนับสนุนให้ครูจัด
การเรียนการสอนที่สร้างโอกาส ให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง
จดั การเรยี นการสอนทีเ่ น้นทักษะการคิด เช่น จัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน ครูมกี ารมอบหมายหนา้ ท่ี ให้นักเรยี น
จัดป้ายนิเทศ และบรรยากาศตามสถานท่ตี ่าง ๆ ทั้งภายในห้องเรียน และนอกห้องเรียน ครใู ช้สื่อการเรียนการ
สอน นวตั กรรมและเทคโนโลยี ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
2. ผลการดำเนนิ งาน
จากการดำเนนิ งาน/โครงการ/กจิ กรรมอย่างหลากหลาย เพอ่ื พฒั นาใหค้ รจู ดั การเรยี นการสอนที่เน้น
ผู้เรยี นเป็นสำคัญ สง่ ผลให้ผลการประเมนิ คณุ ภาพมาตรฐานที่ 3 อยู่ ในระดบั ดีเย่ียม ดังนี้
๕๓
โครงการ ตัวชว้ี ัด ผลการดำเนินงาน
โครงการสนับสนุน นักเรยี นชน้ั อนุบาล 1 – นกั เรยี นชั้นอนุบาล 1 – ช้ันประถมศึกษา
ค่าใชจ้ า่ ยในการจดั
การศกึ ษา ค่า ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 ทุก ปีที่ 6 ทกุ คนได้รับการศึกษาไดอ้ ยา่ งทั่วถึงโดย
สาธารณปู โภค
คนไดร้ บั งบประมาณคา่ ไม่เสยี คา่ ใช้จา่ ย โรงเรียนจัดกิจกรรมการ
หนงั สือเรยี น คา่ อปุ กรณ์การ เรียนรู้ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
เรียน คา่ เครอื่ งแบบ
นักเรียน
3. จุดเด่น
ครูมีความต้ังใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ ที่เน้นทักษะ
กระบวนการคิด ได้ปฏบิ ตั ิจรงิ มีการใหว้ ธิ ีการและแหล่งเรียนรูท้ ่ีหลากหลาย ให้นกั เรยี นแสวงหาความรู้ จากสื่อ
เทคโนโลยดี ว้ ยตนเองอย่างต่อเนื่อง นักเรียนมสี ่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้
4. จดุ ควรพฒั นา
1.ควรนำภมู ิป้ญญาท้องถนิ่ ให้เข้ามามีสว่ นร่วมในการจดั กิจกรรมให้นกั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ และการให้
ขอ้ มลู ย้อนกลับแก่นกั เรียนทนั ทีเพ่ือนกั เรียนนำไปใช้พัฒนาตนเอง
2. ควรส่งเสริมให้ครจู ัดงานวิจยั ในชน้ั เรยี น เพื่อช่วยแกป้ ัญหานกั เรยี นได้ถกู ต้องตรงจดุ
3. ควรส่งเสริมให้ครพู ฒั นานวัตกรรม เพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
มาตรฐานท่ี 4 ระบบการประกนั คุณภาพภายในท่ีมปี ระสิทธผิ ล
ระดับคุณภาพ : ดี
1. กระบวนการพัฒนา
โรงเรียนดำเนินการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กำหนด
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 2) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษามุ่งเน้นคุณภาพตามมาตรฐาน 3)
จดั การและบริหารขอ้ มูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยใชเ้ ทคโนโลยีชว่ ยในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ขอ้ มูลเป็น
สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน 4) จัดทำแผนพัฒนาการจัด
การศึกษา 5) ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษา 6) ประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานของ
สถานศึกษา 7) จัดทำรายงานประจำปีท่ีเสนอผลการประเมินคุณภาพภายใน 8) โรงเรียนดำเนินการพัฒนา
คุณภาพอย่างต่อเน่อื ง โดยจดั ประชุมคณะครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษา นำเสนอผลการดำเนนิ งาน
รายงานประจำปีของสถานศกึ ษาในปีการศึกษาทผี่ ่านมา วเิ คราะห์ ผลการประเมินคุณภาพภายในจากรายงาน
ประจำปีของปีการศึกษาท่ีผ่านมา วิเคราะห์จุดเด่น จุดท่ีควรพัฒนา และจดั ทำแผนปฏิบัติการประจำปีตามจุด
ท่ีควรพัฒนา ประกอบด้วย โครงการ/กิจกรรมท่ีจะพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา โดยเน้นท่ี
ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน จัดทำโครงการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา มีกิจกรรมให้ความรู้ ความ
เข้าใจแนวทางการดำเนนิ งานประกันคุณภาพภายในให้ครทู ุกคนในโรงเรยี น เพอื่ ให้ คณะครู บุคลากรทกุ ฝ่ายท่ี
เกยี่ วข้องมีความเข้าใจการดำเนินงานตามมาตรฐานการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน แตง่ ต้ังคณะกรรมการประกนั คุณภาพ
๕๔
ภายในของโรงเรียน ให้ปฏิบัติหน้าท่ีติดตามตรวจสอบ และประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานของ
สถานศึกษา ภาคเรียนละ 1 ครั้ง จัดทำเครื่องมือ ให้นักเรียนประเมินตนเองในการเรียนรู้ ครูประเมินตนเอง
รายบุคคลตามแผนพัฒนาตนเอง ท่ีวางไว้ คณะกรรมการประกันคุณภาพของโรงเรียนประเมินการดำเนินงาน
ตามมาตรฐานและ สรุปผลการดำเนินงานเพ่ือพัฒนาปรับปรุงตลอดปีการศึกษา ติดตามการประเมินโครงการ
และ กิจกรรมสรุปผลการดำเนินงาน ปรับปรุงการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โรงเรียนจัดทำ แบบ
สำรวจความพึงพอใจและประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนจากนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการของ
สถานศกึ ษาในการจดั การศึกษาของโรงเรยี น
2. ผลการดำเนนิ งาน
โรงเรยี นมีการดำเนนิ การประกันคุณภาพการศึกษาเพ่ือยกระดับคุณภาพการจดั การ ศึกษา อย่างเป็น
ระบบ มีผลการประเมินคุณภาพภายในท่ีระดับคุณภาพดี และคณะกรรมการ สถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมซนมี
ความพงึ พอใจในการยกระดบั คุณภาพการศึกษาของโรงเรยี น
กระบวนการพัฒนา ผลการดำเนนิ งาน
โรงเรียนประเมนิ คุณภาพภายใน ตามระบบ ผลการประเมินคุณภาพภายใน
ประกนั คุณภาพการศึกษา 8 องค์ประกอบ ได้แก่ รายการ ระดบั แปลผล
องค์ประกอบท่ี 1 3 ดี
1) กำหนด มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา องคป์ ระกอบที่ 2
2) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาทม่ี ่งุ เน้น 5 ดเี ย่ยี ม
คณุ ภาพตามมาตรฐาน องค์ประกอบที่ 3 4 ดมี าก
3) จดั การและบรหิ ารขอ้ มลู สารสนเทศอย่างเปน็ องค์ประกอบท่ี 4 5 ดเี ยีย่ ม
องค์ประกอบท่ี 5 4 ดีมาก
ระบบ
องค์ประกอบที่ 6 3 ดี
4) จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
5) ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพการ องค์ประกอบท่ี 7 3 ดี
ศกึ ษา องคป์ ระกอบที่ 8 3 ดี
6) ประเมนิ คุณภาพภายในตาม มาตรฐานของ รวมเฉลย่ี 4 ดีมาก
สถานศึกษา
7) จดั ทำรายงาน ประจำปที เี่ สนอผลประเมิน
คุณภาพภายใน
8) ดำเนินการพฒั นาคุณภาพอย่างต่อเน่ือง
3. จดุ เด่น
โรงเรยี นให้ความสำคัญกับการดำเนนิ งานประกันคุณภาพภายในของสถานศกึ ษา เน้นการสรา้ งความ
เข้าใจและให้ความรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษากับคณะครู บุคลากร ทุกฝ่ายที่เก่ียวข้อง ท่ีซัดเจน เป็น
ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การดำเนินงาน ประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนเน้นการมีส่วน
ร่วม ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ สร้างวัฒนธรรมการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้กับ
บุคคลท่เี กี่ยวขอ้ งทุกระดบั
๕๕
4. จุดควรพัฒนา
โรงเรียนจัดระบบให้ครูประเมินตนเองรายบุคคลตามแผนพัฒนาตนเอง แต่ยังขาดการให้ข้อมูล
ยอ้ นกลับแก่ครูในการพัฒนาตนเองในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้เพื่อยกระดับ คุณภาพของนักเรียน นักเรียนมี
การประเมนิ ตนเองในการเรยี นรู้ แตก่ ็ยังขาดการตดิ ตาม ช่วยเหลือดา้ นการเรียนรูข้ องนกั เรยี นเป็นรายคน
สรุปผลการประเมนิ ในภาพรวม
ผลการประเมินตนเองของสถานศกึ ษาอยู่ในระดับ 3 ดี
จากผลการดำเนินงาน โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมินสรุปว่าได้ระดับดี ทั้งนี้
เพราะมาตรฐานท่ี 1 ผลการจัดการศึกษา อยู่ในระดับดี มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัด
การศึกษา อยู่ในระดับดีเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยู่ใน
ระดบั ดี มาตรฐานที่ 4 ระบบการประกันคุณภาพภายในท่ีมีประสิทธิผล อยู่ในระดับดี
ท้ังน้ี สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายที่เป็นไป ตามปัญหาและ
ความต้องการพัฒนาตามสภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับจุดเน้นของสถาน ศึกษาและสภาพของขุมซนท้องถิ่น
จนมีผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรยี นอย่ใู นระดบั ดีเยย่ี ม พัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาตสิ ูงข้ึน
ผู้เรียนมคี วามสามารถในการอ่านและ เขียน การสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความสามารถในการคิด
คำนวณ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารได้ดี และมีความประพฤติด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม
และคุณลกั ษณะตามท่ีสถานศึกษากำหนดปรากฏอย่างชดั เจน ดังท่ีปรากฏผลประเมินในมาตรฐานท่ี 1 ในดา้ น
กระบ ว น กา รบ ริ ห า รจั ด การของผู้ บ ริห ารส ถาน ศึกษ ามี ผ ล ป ระเมิ น ใน ราย ม าต รฐ าน อยู่ ใน ระดั บ ดี เยี่ ย ม
สถานศึกษามีการวางแผน ออกแบบกิจกรรมและดำเนินงานตาม แผนที่เกิดจากการมีส่วนร่วม ใช้ผลการ
ประเมินและการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นฐานในการ พัฒนา และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนา ตรวจสอบ
ผลการดำเนินงาน และการปรับปรุง แก้ไขงานให้ดีข้ึนอย่างต่อเนื่อง ครูจัดกระบวนการเรียนการสอนท่ีเน้น
ผู้เรียนเป็นสำคัญ มีผลประเมินอยู่ในระดับดีเยี่ยม วิเคราะห์ ออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่เป็นไปตามความ
ต้องการ ของหลักสูตร และบริบทสถานศึกษา พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ใช้สื่อการเรียนรู้ ติดตาม ตรวจสอบ
และช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหารายบุคคล และการประเมินผลจาก สภาพจริงในทุกขึ้นตอน
สถานศึกษาดำเนินงานตามระบบการประกันคุณภาพภายในอย่างเป็น ขึ้นตอน จนเกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลจนมีผลประเมินอยู่ในระดับดีเย่ียม โดยสถานศึกษาให้ความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อ
เกิดความร่วมมือในการวางระบบ และดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นอย่างดี และผู้มี
ส่วนเกีย่ ว'ข้อง มีความม่นั ใจต่อระบบการบริหารและการจัดการของสถานศกึ ษาในระดบั สูง
๕๖
สว่ นท่ี 3
สรปุ ผล แนวทางการพัฒนาและความต้องการความช่วยเหลอื
ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคัญท่ีสถานศึกษา จะต้องนำไป
วิเคราะห์ สงั เคราะหเ์ พ่อื สรปุ นำไปสกู่ ารเช่อื มโยงหรือสะท้อนภาพความสำเร็จ กบั แผนพัฒนาการจัดการศึกษา
ของสถานศกึ ษา (3-5 ปี) และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดงั นั้น จากผล
การดำเนินงานของสถานศึกษา สามารถสรุปผลการประเมินในภาพรวมของจุดเด่น จุดควรพัฒนาของแต่ละ
มาตรฐาน พรอ้ มทง้ั แนวทาง การพัฒนาในอนาคตและความต้องการการชว่ ยเหลือไดด้ ังนี้
2.1 สรปุ ผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการชว่ ยเหลอื ระดับการศึกษาปฐมวัย
จุดเด่น จดุ ควรพัฒนา
ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านคณุ ภาพผ้เู รยี น
ผเู้ รยี นมีความพรอ้ มทงั้ ด้านรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาวะท่ีดีและการมี
จิต ใน ส ติ ปั ญ ญ า โรงเรียน ค ณ ะก รรม การ
สุนทรียภาพ มีการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องจัดกิจกรรมสร้าง
สถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัด นิสัย เช่น การมีความรับผิดชอบ การออมทรัพย์ การเคารพ
กจิ กรรมต่างๆ ท่ีส่งเสริมพฒั นาผเู้ รียนให้มีคณุ ภาพ เชื่อฟังพ่อแม่ ครูพัฒ นาส่ือ แหล่งเรียนรู้เพ่ือฝึกการ
เต็มศักยภาพ ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และ
พัฒนาการคิดและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นการ
ค่านิ ยมท่ีพึ งป ระสงค์โดยโรงเรียนมีกิจกรรมเด่ น พัฒนาด้านการคิดและการตัดสินใจผู้ปกครองนักเรียนให้
รองรับ ได้แก่ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ความร่วมมือในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการอ่าน การเขียน
และมีกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ ควบคู่
อย่างใกล้ชิด กิจกรรมของผู้เรียน ตลอดจนพฤติกรรมต่างๆ
กิจกรรมทางศาสนาทุกสัปดาห์ เพื่อเน้นคุณธรรม ของผู้เรยี นทอี่ ยู่ท่ีบา้ น และตดิ ตามจากครูผสู้ อนอย่างต่อเนื่อง
จริยธรรม ทำให้นักเรียนได้ฝึกการปฏิบัติตน
เบื้องต้นทางศาสนา มีความภูมิใจในความเป็นไทย เพื่อร่วมกันแกไ้ ขปัญหา
เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาด้วยความศรัทธา
ส่งผลให้นักเรียนมีคุณภาพ จริยธรรมและคา่ นยิ มท่ี
พึงประสงค์
ดา้ นการจัดการศึกษา ด้านการจัดการศกึ ษา
โรงเรีย น ได้ ป รับ ป รุงแ ล ะ พั ฒ น าห ลั ก สู ต ร ใช้กิจกรรมการนิเทศเพื่อพัฒ นาครูและส่งเสริมให้ใช้
สถานศกึ ษาทตี่ รงกับความตอ้ งการของสถานศกึ ษา กระบวนการวิจัยในการพัฒนาการเรยี นการสอนสนบั สนุนให้
บุคลากรมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ โดยเข้ารับ ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่า ชุมชน มีส่วนร่วมในการ
การอบรม สมั มนา และศึกษาดูงาน พัฒนาการเรียนการสอนระดับปฐมวัย เช่น การพัฒนาด้าน
อาคารสถานที่และพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้มีความเช่ียวชาญ
ในการจัดการศึกษาปฐมวัยพัฒนาด้านอาคารสถานที่ควบคู่
กับการพฒั นาบุคลากรใหม้ คี วามสามารถในการจดั กจิ กรรม
๕๗
จดุ เดน่ จุดควรพฒั นา
ด้านการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรียนรู้ ด้านการสร้างสงั คมแหง่ การเรยี นรู้
1. สถานศึกษาได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยจัด พัฒนาการทางการเรียนของนักเรียนยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
ประสบการณ์ใหก้ บั นักเรียน ควรได้รับการพัฒนาพัฒนาการโดยจัดกิจกรรมเสริมการ
2. ชุมชนมีบุคลากรภายนอก ซ่ึงเป็นภูมิปัญญา เรยี นรู้ สรา้ งพัฒนาการดา้ นต่างๆ ให้สมวยั
ท้องถ่ินมาชว่ ยส่งเสริมการจดั ประสบการณ์ ขาดงบประมาณสนับสนุนในการจัดหาวัสดุฝึกในการทำ
3. โรงเรียนได้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น กิจกรรม
ให้บริการสถานท่ีในการทำกิจกรรมของชุมชนและ
องค์กรต่าง ๆ ให้บริการให้คำปรึกษาทางวิชาการ
แก่ประชาชนทัว่ ไป
4. โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ท่ีเอ้ือต่อการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ของปฐมวัยทั้งท่ีอยู่ในห้องเรียน, นอก
ห้องเรียน และอื่นๆ ท่ีผู้เรียนสามารถเรียนรู้ และ
เหมาะสมกับวัยอย่างชัดเจน
ดา้ นอตั ลักษณข์ องสถานศึกษา ดา้ นอัตลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา
ผู้ เรี ย น ไ ด้ เรี ย น รู้ จ า ก กิ จ ก ร ร ม บ้ า น ในบางโครงการ กจิ กรรม ยงั ไมบ่ รรลเุ ป้าหมายท่ีวางไว้
นักวิทยาศาสตร์น้อย โดยใช้กรบวนการทำ
โค ร ง งา น ผู้ เรี ย น มี คุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม ต า ม แ น ว
โรงเรียนคุณธรรมมีกิจกรรมไหวท้ ักทายกนั น้องไหว้
พ่ี นักเรียนไหว้ครู กิจกรรมสวดมนต์สมาทานศีล
และน่ังสมาธิ แผ่เมตตา สามารถนำแนวทางการ
ปฏบิ ัตมิ าปลูกฝังให้กบั เดก็ ปฐมวยั ได
ด้านมาตรการส่งเสรมิ ด้านมาตรการส่งเสรมิ
สถานศึกษาเน้นให้บุคลากรมีการพัฒนาตนเองอยู่ งบประมาณในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดอบรม
เสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการ ศกึ ษาดงู าน ยงั ไมเ่ พยี งพอ
ปฏริ ปู การศึกษา
๕๘
2.2 สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการชว่ ยเหลือระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
จุดเดน่ จดุ ควรพฒั นา
ด้านคุณภาพผูเ้ รียน
1 ) ผู้เรียน มีสุขภ าพ ร่างกายแข็งแรง มี 1.ควรพฒั นานักเรียนในด้านการคิดวิเคราะห์
สมรรถภาพทางกายและน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ คดิ สังเคราะห์ คดิ อย่างสร้างสรรคแ์ ละคดิ อยา่ งมี
วิจารณญาณ
2. ควรฝึกให้นกั เรยี นได้มีทกั ษะการคิดคำนวณ โดยใช้
แบบฝกึ คณิตคิดเรว็ ในคาบลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้
3. ควรฝึกใหน้ กั เรียนไดท้ ำงานเป็นกลุ่ม เพ่ือฝึกทักษะ
กระบวนการกลมุ่ และฝึกการนำเสนอของนักเรียน
4. ควรฝกึ ให้นกั เรียนได้แสวงหาความรู้ โดยใช้
เทคโนโลยี โดยมกี ระบวนการทำงานท่ีครูและนักเรยี น
รว่ มกนั คดิ รว่ มทำ รว่ มกันแก้ปญั หาและร่วมกัน
นำเสนอผลงาน
5.ฝกึ ให้นกั เรยี นเปน็ คนรักการอ่าน รักการเขียน เพื่อ
ขจดั ปัญหาการอา่ นไม่ออกเขียนไม่ไดข้ องนกั เรียน
ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ดา้ นกระบวนการบริหารและการจดั การ
ของผู้บรหิ ารสถานศึกษา ของผู้บริหารสถานศกึ ษา
1) ผู้บริหารมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น มี 1) ควรเปิดโอกาสให้ครูและผู้ปกครองได้ มีส่วน
หลักการบริห าร และมีวิสัยทัศน์ ท่ีดีในการ ร่วมในการเสนอความคิดเห็น ในการจัดการศึกษาเพ่ือ
บริหารงาน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการ พฒั นาผู้เรียนมากขึ้น
ทำงาน และคณะกรรมการสถานศึกษามคี วามตั้งใจ 2) ควรสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับผู้มีส่วน
และมคี วามพร้อมในการปฏิบตั ิหน้าที่ตามบทบาท เก่ียวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีความ
2) โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่าง เข้มแข็ง มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา
เป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้เทคนิคการประชุมท่ี และการขับเคลอื่ นคณุ ภาพการจดั การศึกษา
หลากหลายวิธี เช่น การประชุมแบบมีส่วนร่วม 3) ควรมีการกระจายงานกับบุคลากรในโรงเรียน
การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม เพ่ือให้ ทำงานให้เท่าเทียมกัน เพ่ือจะไม่มีปัญหาในการส่งงาน
ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ
เป้าหมายที่ชัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพ กับหนว่ ยงานต้นสังกดั
การจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีท่ี
สอดคล้องกับผลการจัดการศึกษา สภาพปัญหา
ความต้องการพัฒนา และนโยบายการปฏิรูป
การศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพ
ตามมาตรฐานหลักสูตรของสถานศึกษา ครูผู้สอน
สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ มีการ
ดำเนินการ นิเทศ กำกับ ติดตามประเมินผลการ
ดำเนนิ งาน และจัดทำรายงานผลการจัดการศกึ ษา
๕๙
จดุ เด่น จดุ ควรพัฒนา
ดา้ นกระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ ดา้ นกระบวนการเรยี นการสอนท่เี น้น ผู้เรยี นเปน็
สำคญั สำคัญ
1) ครูให้นักเรยี นมีส่วนรว่ มในการจดั บรรยากาศ 1 ) ค รู ค ว ร จั ด กิ จ ก ร ร ม เน้ น ให้ ผู้ เรี ย น ได้ มี
สภาพแวดลอ้ มท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์อย่าง
2) ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนรู้จากการคิด หลากหลาย และ ใชแ้ หล่งเรียนร้ใู นการพัฒนาตนเอง
ได้ปฏิบั ติจริงด้วยวิธีการและ แห ล่งเรียนรู้ที่ 2) ครูควรจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใน ระดับชั้น
หลากหลาย ป.1 - ป.6 ใหส้ ามารถนำเสนอ อภิปรายและแลกเปลยี่ น
เรียนรู้อย่างสมเหตุสมผล และมีทักษะในการแก้ปัญหา
ตามสถานการณ์ ได้อย่างเหมาะสม
3) ครูควรจัดการเรียนการสอนด้วยวิธี การท่ี
หลากหลาย สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ตัวช้ีวัด
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและฝึกให้นักเรียนได้
คิดวเิ คราะหห์ าความรู้จากแหล่งเรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยีให้
มากขึ้น และพั ฒ นาส่ือ แห ล่งเรียนรู้ จัดเตรียม
ห้องปฏบิ ัตกิ ารให้อยู่ในสภาพดีและพรอ้ มใชง้ านเสมอ
4) ครูควรวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ของผู้เรียน
ด้วยวิธีท่ีหลากหลายตามสภาพจริง สอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรียนรู้ และธรรมชาติวิชา
5) ครูควรนำภูมิปัญญาท้องถ่ินให้เข้ามา มีส่วนร่วม
ในการจัดกิจกรรมใหน้ ักเรยี น ได้เรียนรู้
6) ครูควรให้ข้อมูลย้อนกลับแก่นักเรียนทันทีเพ่ือ
นกั เรียนนำไปใชพ้ ฒั นา ตนเอง
7) ครูควรมีงานวิจัยในช้ันเรียน เพ่ือแก้ไขปัญหา
ของนกั เรียน
8. ครูควรได้จัดทำ ID PLAN (แผนพัฒนาตนเอง)
เพื่อจะได้รู้จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง และเพื่อพัฒนา
ตนเองให้สอดคล้องกบั ความตอ้ งการจำเปน็ ของโรงเรยี น
๖๐
จุดเดน่ จดุ ควรพัฒนา
ด้านการประกันคุณภาพภายในท่ีมปี ระสิทธิผล ด้านการประกนั คณุ ภาพภายในท่มี ี ประสิทธิผล
โรงเรียนให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 1) สถานศึกษาจัดระบบให้ครูประเมิน ตนเอง
ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เน้นการสร้าง รายบุคคลตามแผนพัฒนาตนเอง แต่ยังขาดการให้
ความเข้าใจและให้ความรู้ ด้านการประกันคุณภาพ ข้อมูล ย้อนกลับแก่ครูในการพัฒนาตนเอง ในการจัด
การศึกษากับ คณะครู บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมการเรยี นรเู้ พอ่ื ยกระดบั คุณภาพของนักเรียน
อย่างซัดเจน เป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพ 2) นักเรียนมีการประเมินตนเองในการ เรียนรู้ แต่
การศึกษา การดำเนินงานประกันคุณภาพ ภายใน ยังขาดการติดตาม ช่วยเหลือ ด้านการเรียนรู้ของ
ของโรงเรียนเน้นการมีส่วนร่วม โดยดำเนินการในรูป นกั เรียนเป็นรายคน
ของคณะกรรมการ สร้างวัฒนธรรมการประกัน
คุณภาพภายใน ของสถานศึกษาให้กับบุคคลท่ี
เกีย่ วขอ้ ง ทกุ ระดับ
แนวทางการพฒั นาในอนาคต
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่เนน้ การพัฒนาผู้เรยี นเป็นรายบคุ คลให้ชดั เจนขนึ้
2. การส่งเสริมให้ครเู ห็นความสำคัญของการจัดการเรยี นรู้โดยเน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั
3. การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จะใช้แบบฝึกคณติ คิดเรว็ แบบฝึกการคดิ วเิ คราะห์ กบั นกั เรยี นทุก
ระดบั ชน้ั
3. การจัดทำการวจิ ัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรยี นให้สามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
4. การพฒั นาบุคลากรโดยสง่ เขา้ รับการอบรม แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ในงานทีไ่ ด้รับ มอบหมาย ติดตาม
ผลการนา่ ไปใช้และผลท่ีเกดิ กับผู้เรยี นอยา่ งต่อเนื่อง
4. การพัฒนาสถานศึกษาให้เปน็ สงั คมแห่งการเรยี นรขู้ องชุมซน
ความต้องการและการชว่ ยเหลอื
1.โรงเรยี นบ้านหนองเตา เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนในระดับ อนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน
ห้องเรียนทั้งหมด 8 ห้องเรียน มีอาคารเรียน 2 อาคาร แต่ปัจจุบันอาคารท่ีใช้ในการจัดการเรียนการสอนมี
เพียง 1 อาคาร ทั้งน้ีเนื่องจากทางโรงเรียนมีจำนวนครูไม่ครบช้ัน และระยะห่างระหว่าง 2 อาคารมีมาก
พอสมควร ซึ่งหากครูบางคนติดอบรมหรือติดภารกิจ ทำให้เกิดความยุ่งยากและลำบากในการดูแลนักเรียน
ประกอบกับอาคารที่เหลืออีกหนึ่งหลัง เก่า ทรุดโทรมและคาดว่าจะไม่ปลอดภัยกับนักเรียนจึงไม่ได้ใช้ในการ
จัดการเรียนการสอน ฉะนั้นทางโรงเรียนจึงจำเป็นบริหารจัดการห้องเรียน ห้องสมุด ห้องพยาบาล
ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในอาคารเดียว จึงได้ทำการก้ันห้องเรียน 1 ห้องเพ่ือให้มีจำนวนช้ันเรียนครบกับ
จำนวนครู ห้องเรยี นกับห้องพยาบาลใชห้ ้องร่วมกัน และห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอรก์ ับห้องสมุดใชห้ อ้ งรว่ มกัน
ซึ่งการบริหารจัดการดังกล่าวสง่ ผลทำให้ห้องแต่ละห้องเกิดความคับแคบ ไม่เป็นสัดส่วน ทำให้ส่ิงแวดล้อมและ
บรรยากาศไม่เอ้ือต่อการเรยี นรู้ของนกั เรียน
2. จำนวนครูมไี มเ่ พียงพอกับจำนวนชั้นเรียนทำให้ครดู ูแลนักเรยี นได้ไม่ทั่วถึง และการมีครไู ม่ครบ
สาระวิชาทำใหค้ รูต้องสอนในวิชาท่ตี นเองไมถ่ นดั หรือไมม่ คี วามเช่ียวชาญ ซ่ึงสภาพปัญหาของโรงเรยี นบา้ น
๖๑
หนองเตาดังกล่าวส่งผลใหค้ ะแนนผลการทดสอบระดบั ชาติ (NT และ O-NET) 3 ปียอ้ นหลังต่ำกวา่
ระดบั ประเทศ ซึง่ เปน็ ปัจจัยที่มผี ลกระทบต่อคุณภาพการศึกษามากท่ีสุด
3. โรงเรยี นบา้ นหนองเตามีเครื่องคอมพวิ เตอร์สำหรับนักเรียนศกึ ษาเรยี นรู้จำนวน 8 เคร่ือง
ซ่ึงจำนวนดังกล่าวไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน นอกจากนัน้ ขาดห้องปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอรท์ ี่ทันสมัย ไม่
สามารถสืบค้นข้อมูลทาง Internet ได้
4. โรงเรียนบา้ นหนองเตามหี ้องสมดุ ท่ีใช้รว่ มกบั หอ้ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จงึ ทำให้มสี ภาพคบั แคบ
มบี รรยากาศท่ีไม่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ประกอบกับหนังสือท่ีอยู่ในห้องสมดุ มีจำนวนน้อยและไม่หลากหลาย ทำให้
นักเรียนโรงเรยี นบา้ นหนองเตาไมส่ นใจที่จะเขา้ ศึกษาเรียนรู้จากห้องสมุด
5. ในระดับปฐมวัยโรงเรียนบ้านหนองเตา สอนโดยครปู ระจำการทีจ่ บตรงตามสาขาปฐมวัย โดย
ทางโรงเรยี นมหี อ้ งเรยี นท่ีได้มาตรฐาน แต่สนามเด็กเลน่ อยู่ในสภาพที่อาจกอ่ ใหเ้ กิดความเส่ียงและอบุ ัติเหตกุ ับ
นักเรียน เพราะเคร่ืองเลน่ ชำรุดและไมแ่ ข็งแรง
6. โรงเรยี นบ้านหนองเตา มีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นไม่เป็นตามเปา้ หมายที่กำหนดไว้ เน่อื งจาก
จากครูขาดสอ่ื การเรยี นการสอนท่ีทันไม่สมยั ไม่เพียงพอกับจำนวนเด็ก ไม่เร้าความสนใจของนักเรยี น สาเหตุ
หลกั มาจากการขาดแคลนงบประมาณของโรงเรยี น ในการส่งเสรมิ ครูผลติ สือ่ และนวัตกรรมทางการศกึ ษาที่
พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
7. การพฒั นาครผู ูส้ อนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ที่สอดคล้องกับการพฒั นา ผเู้ รียนในศตวรรษ
ท่ี 21 และพฒั นาครผู ู้สอนในวิธีการจดั การเรยี นการสอนแบบควบชน้ั
8. การสร้างขอ้ สอบที่สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้ตามแนวทางของการประเมิน O-NET
และ NT
9. จัดสรรงบประมาณในการดำเนนิ การให้กับโรงเรยี นขนาดเล็กเพม่ิ ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบาย
เรง่ ด่วนของ สพฐ. เนื่องจากโรงเรียนขนาดเลก็ ส่วนใหญ่ไมไ่ ดร้ ับจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานเหมือน
โรงเรยี นขนาดใหญ่ แต่ขัน้ ตอนการทำงาน ตลอดจนการทำตามนโยบายกต็ ้องทำเหมอื นกนั ฉะนน้ั จึงมปี ัญหา
ทางด้านงบประมาณดำเนินการ
๖๒
ภาคผนวก
๖๓
คำสัง่ โรงเรยี นบ้านหนองเตา
ที่ 9 / 2560
เร่ือง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการประกนั คุณภาพภายใน ประจำปีการศึกษา 2559
----------------------------------------------------
เพือ่ ให้การบริหารจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานของโรงเรียนบ้านหนองเตาดำเนนิ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
เป็นไปตามกฎกระทรวง วา่ ดว้ ยระบบ หลกั เกณฑ์ และวิธีการประเมนิ คุณภาพการศึกษาภายในสถานศกึ ษา
พ.ศ.2553โดยอาศยั อำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.2546 และมาตรา 27 แหง่ พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
พ.ศ.2547 จงึ แตง่ ตง้ั คณะกรรมตรวจสอบและประเมินผลการประกนั คณุ ภาพภายในระดับสถานศึกษา
ประจำปีการศึกษา 2559 ดงั น้ี
1. นางเยาวลกั ษณ์ เกษรเกศรา ประธานกรรมการ
2. นางทองใบ แวน่ พรหม กรรมการ
3. นางจริ พรรณ์ สงิ ห์ทอน กรรมการ
4. นางสาวอมั พิรา อ่ินคำเป้ยี กรรมการ
5. นายธนพล คันธชมุ ภู กรรมการและเลขานุการ
ให้คณะกรรมการมหี น้าที่ในการกำหนดมาตรฐานการประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา ประเมนิ
คณุ ภาพภายใน ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา พัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามประเด็น ต่างๆ
ดังต่อไปนี้
1. กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
2. จดั ทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศกึ ษา
3. จัดระบบบรหิ ารและสารสนเทศ
4. ดำเนนิ งานตามแผนพัฒนาการจดั การศึกษาของสถานศึกษา
5. จดั ให้มกี ารตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพการศึกษา
6. จดั ใหม้ ีการประเมนิ คุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
7. จัดทำรายงานประจำปีท่ีเปน็ รายงานประเมนิ คณุ ภาพภายใน
8. จดั ให้มกี ารพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาอย่างต่อเนื่อง
ส่ัง ณ วนั ที่ 7 เดอื น มนี าคม พ.ศ. 2560
ลงช่อื ( นางเยาวลกั ษณ์ เกษรเกศรา)
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเตา
๖๔
คำส่งั โรงเรยี นบ้านหนองเตา
ที่ 10 / 2560
เรือ่ ง แตง่ ตั้งคณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปี (SAR) ปกี ารศกึ ษา 2559
----------------------------------------------------
พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 ,
(ฉบับท่ี 3 ) พ.ศ. 2553 จงึ ระบุให้หน่วยงานตน้ สังกัดและสถานศึกษาจัดใหม้ รี ะบบประกนั คุณภาพภายใน
สถานศกึ ษา และให้ถอื วา่ การประกนั คุณภาพภายในเป็นสว่ นหนง่ึ ของกระบวนการบริหารการศึกษาทตี่ ้อง
ดำเนนิ การอย่างต่อเน่อื ง ซ่ึงข้ันตอนหนึ่งของระบบประกนั คุณภาพภายใน คือ การจัดทำรายงานประจำปี
(SAR) เพื่อให้สถานศกึ ษามีข้อมูลในการนำไปใชป้ ระโยชนต์ ่อการปรับปรงุ พัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาในปี
ถดั ไป และนำเสนอต่อหน่วยงานตน้ สงั กัด ตอ่ สาธารณชน และเตรียมความพร้อมในการประเมนิ คุณภาพ
ภายนอกรอบสาม ดงั นัน้ ทางโรงเรยี นบา้ นบ้านหนองเตา จงึ แตง่ ตั้งคณะกรรมการจดั ทำรายงานประจำปี
(SAR) ปีการศึกษา 2559 ดังน้ี
1. นางเยาวลกั ษณ์ เกษรเกศรา ประธานกรรมการ
2. นางทองใบ แว่นพรหม กรรมการ
3. นางจริ พรรณ์ สิงหท์ อน กรรมการ
4. นางสาวอมั พริ า อิ่นคำเปี้ย กรรมการ
5. นายธนพล คนั ธชุมภู กรรมการและเลขานุการ
ใหค้ ณะกรรมกามรท่ไี ดร้ บั แต่งตัง้ ดำเนินการรวบรวมข้อมูล จดั ทำรายงานประจำปี นำเสนอต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐาน และจดั ส่ง สพป.ลำปางเขต 2 จำนวน 1 เลม่ ภายในเมษายน 2560
สงั่ ณ วนั ที่ 7 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2560
ลงชอื่ ( นางเยาวลกั ษณ์ เกษรเกศรา)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านหนองเตา
๖๕
ผลการจดั การเรียนรตู้ ามหลักสตู รสถานศกึ ษา
ระดบั การศกึ ษาปฐมวยั
ผลพฒั นาการเด็ก ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๒
พัฒนาการด้าน จำนวนเดก็ จำนวน/รอ้ ยละของเดก็ ตามระดับคณุ ภาพ
ท่ปี ระเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
๑.ด้านรา่ งกาย 2
๒.ดา้ นอารมณ-์ จิตใจ 2
๓.ด้านสังคม 2
๔.ด้านสตปิ ัญญา 2
(ให้นำเสนอผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก ตามหลกั การประเมนิ พฒั นาการเด็กระดบั ปฐมวยั )
ระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ทุกระดับชัน้ (ป.๑-ป.๖)
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๙
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ จำนวน รอ้ ยละ นร.ที่ได้
จำนวน จำนวนนกั เรยี นทม่ี ผี ลการเรียนรู้ นร.ที่ ระดบั ๓ ข้นึ ไป
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ทเี่ ขา้ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ได้
สอบ ระดบั
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร์ ๓ ข้ึน
วิทยาศาสตร์
สงั คมศึกษา ฯ ไป
ประวตั ศิ าสตร์
สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ -- ๑ - - ๑ -๒ ๓ ๗๕
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ ๔ -- - ๑ - - ๑๒ ๓ ๗๕
ภาษาต่างประเทศ
รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๔ -- - ๑ - ๑ ๑๑ ๓ ๗๕
หนา้ ที่พลเมือง
๔ -- - - ๑ ๑ -๒ ๓ ๗๕
๔ -- ๑ - ๑ ๑ -๑ ๒ ๕๐
๔ -- - - - - -๔ ๔ ๑๐๐
๔ -- - - - ๒ -๒ ๔ ๑๐๐
๔ -- - - - - ๒๒ ๔ ๑๐๐
๔ -- - ๑ - ๑ -๒ ๓ ๗๕
๔ -- - - - - -๔ ๔ ๑๐๐
๖๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ จำนวน รอ้ ยละ
จำนวน จำนวนนกั เรยี นท่มี ีผลการเรียนรู้ นร.ทไี่ ด้ นร.ท่ไี ด้
ภาษาไทย ทีเ่ ขา้ ระดับ ๓ ระดบั ๓
คณติ ศาสตร์ สอบ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ข้นึ ไป ขนึ้ ไป
วทิ ยาศาสตร์
สังคมศึกษา ฯ ๖ -๒ - ๑ - - - ๓ ๓ ๕๐
ประวตั ศิ าสตร์ ๖ -๒๑ - - ๑ ๒ - ๓ ๕๐
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ -๒ - ๑ - - - ๓ ๓ ๕๐
ศิลปะ ๖ -- ๒- - ๑ -๓ ๔ ๖๖.๖๗
การงานอาชีพฯ ๖ -๒ - ๑ - - - ๓ ๓ ๕๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๖ -- ๑๑ - ๑ - ๓ ๔ ๖๖.๖๗
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ๖ -๒ - - ๑ - - ๓ ๓ ๕๐
หนา้ ท่พี ลเมือง ๖ -- ๒๑ - - - ๓ ๓ ๕๐
๖ -๒ - ๑ - - - ๓ ๓ ๕๐
๖ -- - - - - -๖ ๖ ๑๐๐
ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๓ จานวน ร้อยละ
นร.ที่ได้ นร.ท่ีได้
จานวน จานวนนกั เรียนที่มีผลการเรียนรู้ ระดบั ๓ ระดบั ๓
ข้นึ ไป ข้นึ ไป
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ที่เขา้ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒. ๓ ๓. ๔
สอบ ๕ ๕ ๔ ๔๔.๔๔
ภาษาไทย ๔ ๔๔.๔๔
คณติ ศาสตร์ ๙ -๓ - - ๒ - ๓๑ ๓ ๓๓.๓๓
วิทยาศาสตร์ ๔ ๔๔.๔๔
สงั คมศึกษา ฯ ๙ -๒๑๒ - ๑ ๒๑ ๕ ๕๕.๕๕
ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๕๕.๕๕
สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๙ -๒๒๑๑ ๑ ๑๑ ๓ ๓๓.๓๓
ศิลปะ ๖ ๖๖.๖๖
การงานอาชีพฯ ๙ -๓๑๑ - ๑ ๒๑
๔ ๔๔.๔๔
ภาษาตา่ งประเทศ ๙ -๑๒๑ - - ๔๑
๖ ๖๖.๖๖
รายวชิ าเพมิ่ เติม ๙ -๒๑๑ - ๒ ๑๒
หนา้ ท่พี ลเมือง
๙ -๓ - ๑๒ ๒ ๑ -
๙ -- ๒๑ - ๑ ๒๓
๙ -๓ - ๑๑ ๒ ๑๑
๙ -- ๒๑ - ๑ ๓๒
๖๗
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จำนวน รอ้ ยละ
นร.ที่ได้
จำนวน จำนวนนักเรยี นทมี่ ีผลการเรยี นรู้ นร.ท่ไี ด้ ระดับ ๓
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ระดับ ๓ ข้ึนไป
ท่ีเข้า ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ขน้ึ ไป ๒๒.๒๒
ภาษาไทย สอบ ๔๔.๔๔
คณิตศาสตร์ ๒๒.๒๒
วทิ ยาศาสตร์ ๙ -๓๒ - ๒ ๒ - - ๒
สงั คมศึกษา ฯ -
ประวตั ิศาสตร์ ๙ -๑๓๑ - ๔ - - ๔ -
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๔.๔๔
ศลิ ปะ ๙ -๔๑๒ - ๒ - - ๒ ๘๘.๘๘
การงานอาชีพฯ ๙ -- ๓๔ ๒ - - - ๐ ๙๙.๙๙
ภาษาตา่ งประเทศ ๔๔.๔๔
๙ -๕ - ๒ ๒ - - - ๐
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ๕๕.๕๕
หน้าที่พลเมือง ๙ -- -๒ ๓ ๑ ๓ - ๔
๙ -- - - ๑ ๓ ๓ ๒ ๘
๙ -- - - - ๖ ๓ - ๙
๙ -๑๒๒ - ๒ - ๒ ๔
๙ -- - - ๔ ๑ - ๔ ๕
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ จำนวน ร้อยละ
นร.ทไ่ี ด้
นร.ท่ไี ด้ ระดับ ๓
ข้นึ ไป
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จำนวน จำนวนนกั เรียนทม่ี ผี ลการเรียนรู้ ระดับ ๓
ทเี่ ข้า ขึ้นไป ๑๐๐
ภาษาไทย ๑๐๐
คณติ ศาสตร์ สอบ ๘๕.๗๒
วิทยาศาสตร์ ๐ ๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ๑๐๐
สังคมศึกษา ฯ ๑๐๐
ประวัติศาสตร์ ๗ -- - - - ๑ ๓ ๓ ๗ ๑๐๐
สุขศึกษาฯ ๑๐๐
ศิลปะ ๗ -- - - - ๒ ๑ ๔ ๗ ๑๐๐
การงานอาชพี ฯ ๗๑.๔๓
ภาษาตา่ งประเทศ ๗ -- - - ๑ ๑ ๕ ๖ ๘๕.๗๒
รายวชิ าเพิ่มเติม
หนา้ ทีพ่ ลเมือง ๗ -- - - - ๓ ๑ ๓ ๗
๗ -- - - - ๑ ๒ ๔ ๗
๗ -- - - - ๒ ๑ ๔ ๗
๗ -- - - - ๑ ๒ ๔ ๗
๗ -- - - - - ๑ ๖ ๗
๗ -- -๑ ๑ ๓ ๒ - ๕
๗ -- - - ๑ ๒ ๔ - ๖
๖๘
จำนวน ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ จำนวน ร้อยละ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ทเี่ ขา้ จำนวนนกั เรยี นทม่ี ีผลการเรยี นรู้ นร.ท่ไี ด้ นร.ท่ไี ด้
สอบ ๐ ระดับ ๓ ระดับ ๓
๑ ๑.๕ ๒ ๒.๕ ๓ ๓.๕ ๔ ข้นึ ไป ขึน้ ไป
ภาษาไทย ๑๐ -
- - - ๒ ๑ ๒๕ ๘ ๗๐
คณติ ศาสตร์ ๑๐ - - - - - ๑ ๑๘ ๑๐ ๑๐๐
- - - - ๒ ๖๒ ๑๐ ๑๐๐
วทิ ยาศาสตร์ ๑๐ - - - - - ๑ ๒๗ ๑๐ ๑๐๐
- - - - ๔ ๓๓ ๑๐ ๑๐๐
สงั คมศึกษา ฯ ๑๐ - - - - ๑ ๑ ๑๗ ๙ ๙๐
- - - - ๑ ๒๗ ๑๐ ๑๐๐
ประวตั ิศาสตร์ ๑๐ - - - - - ๑ ๒๗ ๑๐ ๑๐๐
- - - - ๖ ๒๒ ๑๐ ๑๐๐
สขุ ศึกษาฯ ๑๐ - - - - - ๖ ๒๒ ๑๐ ๑๐๐
ศิลปะ ๑๐ -
การงานอาชพี ฯ ๑๐ -
ภาษาต่างประเทศ ๑๐ -
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๑๐ -
หน้าทีพ่ ลเมือง
ผลการประเมินคุณภาพการศกึ ษา ระดบั ชาติ
สาระวิชา ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓ ค่าเฉล่ียรอ้ ยละ
ด้านภาษา จำนวนคน 48.09
ด้านคำนวณ 9 44.76
ดา้ นเหตผุ ล 9 49.52
9
สาระวิชา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ
คณิตศาสตร์ จำนวนคน 35.50
ภาษาไทย 10 54.38
วทิ ยาศาสตร์ 10 42.25
ภาษาอังกฤษ 10 24.75
สังคมศึกษาฯ 10 44.00
10
๖๙
ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรียนตามระดับคณุ ภาพ
นร.ทง้ั หมด
ระดบั ชั้น (คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์)
ดเี ยย่ี ม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๔ ๑ ๓ - -
ประถมศึกษาปีท่ี ๒ ๖ - ๖ - -
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ๙ ๓ ๓ ๓ -
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ๙ ๔ ๔ ๑ -
ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ๗ - ๗ - -
ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ๑๐ - ๑๐ - -
รวม ๔๕ ๘ ๓๓ ๔
เฉลี่ยร้อยละ ๑๐๐ ๑๗.๗๗ ๗๓.๓๓ ๘.๘๘
ผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนกั เรยี นตามระดับคณุ ภาพ
นร.ทัง้ หมด
ระดบั ชน้ั (การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขียน)
ดเี ย่ียม ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน
ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ๔ ๑ ๒ ๑ -
ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ ๖ ๒ ๑ ๓ -
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ๙ ๔ ๒ ๓ -
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ๙ ๓ ๓ ๓ -
ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ๗ ๒ ๔ ๑ -
ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ๑๐ ๕ ๕ - -
รวม ๔๕ ๑๗ ๑๗ ๑๑
เฉลยี่ ร้อยละ ๑๐๐ ๓๗.๗๗ ๓๗.๗๗ ๒๔.๔๔
ผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น จำนวน/รอ้ ยละของนักเรยี นตามระดับคุณภาพ
(กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน)
ระดบั ชั้น จำนวน
นร.ท้งั หมด ผ่าน ไม่ผา่ น
ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ๔ ๔ -
ประถมศึกษาปที ่ี ๒ ๖ ๖ -
ประถมศึกษาปีที่ ๓ ๙ ๙ -
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๙ ๙ -
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๗ ๗ -
ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ๑๐ ๑๐ -
รวม ๔๕ ๕๐
เฉลี่ยรอ้ ยละ ๑๐๐ ๑๐๐
๗๐
ผลการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น ๕ ด้าน
ด้านความสามารถในการสอื่ สาร
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนักเรียนตามระดบั คณุ ภาพ
นร.ทั้งหมด
ระดับชัน้ (การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขียน)
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ดเี ยย่ี ม ดี ผ่าน ไมผ่ า่ น
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๔๓ ๑
ประถมศึกษาปที ี่ ๔
ประถมศึกษาปีที่ ๕ ๖๕ ๑
ประถมศึกษาปที ่ี ๖
รวม ๙๘ ๑
เฉลี่ยร้อยละ
๙๙ -
๗๖ ๑
๑๐ ๑๐ -
๔๕ ๔๑ ๔
๑๐๐ ๙๑.๑๑ ๘.๘๘
ด้านความสามารถในการคิด
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนกั เรียนตามระดบั คณุ ภาพ
นร.ทง้ั หมด
ระดบั ชนั้ (การอ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน)
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ดีเยีย่ ม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน
ประถมศึกษาปีท่ี ๒
ประถมศึกษาปที ี่ ๓ ๔๑ ๑ ๒
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๖๒ ๑ ๓
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
รวม ๙๕ ๑ ๓
เฉล่ียรอ้ ยละ
๙๓ ๒ ๔
๗๔๒ ๑
๑๐ ๗ ๓ ๑
๔๕ ๒๒ ๑๐ ๑๓
๑๐๐ ๔๘.๘๘ ๒๒.๒๒ ๒๘.๘๘
ด้านความสามารถในการแก้ปญั หา
จำนวน จำนวน/ร้อยละของนักเรยี นตามระดับคุณภาพ
นร.ทงั้ หมด
ระดบั ชน้ั (การอ่านคดิ วเิ คราะห์ และเขียน)
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ดเี ย่ยี ม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
ประถมศึกษาปที ่ี ๒
ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ ๔๑ ๒ ๑
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
ประถมศึกษาปีที่ ๕ ๖๓ - ๓
๙๓ ๓ ๓
๙๕ ๒ ๒
๗๔๒ ๑
๗๑
ระดบั ชั้น จำนวน จำนวน/ร้อยละของนักเรยี นตามระดับคณุ ภาพ
นร.ท้งั หมด
ประถมศึกษาปีท่ี ๖ (การอ่านคิด วเิ คราะห์ และเขียน)
รวม ๑๐
เฉลี่ยรอ้ ยละ ๔๕ ๘๒ -
๑๐๐
๒๔ ๑๑ ๑๐
๕๓.๓๓ ๒๔.๔๔ ๒๒.๒๒
ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนักเรียนตามระดบั คุณภาพ
นร.ทง้ั หมด
ระดบั ชน้ั (การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขียน)
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ดเี ยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๔๑ ๒ ๑
ประถมศึกษาปีท่ี ๔
ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ๖๒ ๓ ๑
ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
รวม ๙- ๖๓
เฉลยี่ ร้อยละ
๙๓ ๖ -
ระดบั ชนั้
๗๖ - ๑
ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ ๑๐ ๑๐ - -
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
ประถมศึกษาปที ่ี ๔ ๔๕ ๒๒ ๑๗ ๖
ประถมศึกษาปีที่ ๕
ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๑๐๐ ๔๘.๘๘ ๓๗.๗๗ ๑๓.๓๓
รวม
เฉล่ียร้อยละ ดา้ นความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
จำนวน จำนวน/รอ้ ยละของนักเรยี นตามระดบั คุณภาพ
นร.ทั้งหมด
(การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขียน)
ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
๔๑ ๒ ๑
๖๒ ๒ ๒
๙๓ ๓ ๓
๙๕ ๔ -
๗๖ - ๑
๑๐ ๑๐ - -
๔๕ ๒๗ ๑๑ ๗
๑๐๐ ๖๐ ๒๔.๔๔ ๑๕.๕๕
๗๒
รว่ มกับชมุ ชนทำบญุ เนือ่ งในโอกาส วนั สถาปนาโรงเรยี น
๗๓
๗๔
การพฒั นาโรงเรยี น ของชมุ ชน
๗๕
ผู้ปกครองไดม้ อบอปุ กรณก์ ารเรียนและเลยี้ งอาหารให้กบั นกั เรยี น เนอื่ งในวันเกดิ
๗๖
กิจกรรมลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลารู้
๗๗
๗๘
เศรษฐกจิ พอเพียง
๗๙
กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี
๘๐
กิจกรรมประชาธิปไตย