The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตัวอย่าง Tales from King Arthur

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arrowclassicbook, 2023-02-16 03:50:22

ตัวอย่าง Tales from King Arthur

ตัวอย่าง Tales from King Arthur

ARROW เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ Tales from King Arthur


เรื่องเล่า จากกษัตริย์อาเธอร์ Tales from King Arthur แอนดรูว์ ลัง : เรื่อง ฟ้าใส ทองลิ่ม : แปล


© สงวนลิขสิทธิ์โดย บริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด ห้ามน�ำส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ไปลอกเลียน ท�ำส�ำเนา ถ่ายเอกสาร หรือน�ำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต หรือสื่อต่างๆ ไม่ว่าในรูปแบบใด นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น Copyright © by Andrew Lang Thai Language Translation copyright © 2023 by Arrow Multimedia Co.,Ltd. All rights reserved. เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ Tales from King Arthur แอนดรูว์ ลัง : เรื่อง ฟ้าใส ทองลิ่ม : แปล พิมพ์ พ.ศ. 2566 บรรณาธิการ : นิคม ชาวเรือ กองบรรณาธิการ : สุภาภรณ์ สว่างจันทร์, วลัยกร เต็มขันท์, ปวันรัตน์ เกียรติธีรชัย, ชญานี ขุนพิลึก พิสูจน์อักษร : สุพิชชญา มุกดาสนิท รูปเล่ม : อริสรา สุวรรณ ออกแบบปก: ชมพูนุช ขอดค�ำ ฝ่ายขาย : ณลิณพรรณ เผ่าพันธุ์ขาว ผู้จัดการทั่วไป : เดือนนภา สุรามิตร จัดจ�ำหน่ายทั่วประเทศโดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จ�ำกัด 108 หมู่ที่ 2 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 0-2423-9999 โทรสาร 0-2449-9222, 0-2449-9500-6 hompage : www.naiin.com พิมพ์ที่ : บริษัท ออฟเซ็ทพลัส จ�ำกัด 95/39 หมู่ 8 ซอย สุขสวัสดิ์ 84 ต. ในคลองบางปลากด อ. พระสมุทรเจดีย์ จ. สมุทรปราการ 10290 โทรศัพท์ 0-2461-2161-4 โทรสาร 0-2461-2165 ราคา 200 บาท ข้อมูลทางบรรณานุกรม จัดท�ำโดย สำนักพิมพ์แอร์โรว์ ในเครือบริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด เลขที่ 1 ถนนก�ำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 6 (โกสุมนิเวศน์ ซ.2) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0-2573-6584 ฝ่ายขาย 0-2573-6572 Email : [email protected] Line ID : @arrow11 hompage : www.arrowmultimedia.co.th ลัง, แอนดรูว์. เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์—กรุงเทพฯ : แอร์โรว์, 2566. 208 หน้า. 1. วรรณกรรมแปล I. ฟ้าใส ทองลิ่ม, แปล II. ชื่อเรื่อง. ISBN 978-616-434-327-6


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 5 ประวัติผู้เขียน แอนดรูว์ ลัง (Andrew Lang) เกิดวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1844 ที่เมืองเซลเคิร์กในสกอตแลนด์ และถึงแก่กรรมวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1912 ที่เมืองแบนเชอรีในแอเบอร์ดีนเชอร์ เขาเป็นนักประพันธ์ชาวสกอตผู้มี ผลงานมากมาย เขาเป็นทั้งนักประวัติศาสตร์ นักแปล นักเขียนผู้บรรยาย นักเขียนชีวประวัติ กวี นักเขียนนิยาย นักวิจารณ์วรรณกรรม และผู้สนับสนุน งานด้านมานุษยวิทยา ปัจจุบันเขาเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการสร้างสรรค์ ผลงานซึ่งเป็นการรวบรวมนิทานพื้นบ้านและเทพนิยายที่ส�ำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง ในโลก นั่นก็คือ ชุดเทพนิยายสี (Lang’s colour fairy book series) ลังมัก ร่วมงานกับเลโอนอร์ บลองช์ อัลลีน ซึ่งเป็นภรรยาของเขาในการดัดแปลง และแปลเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ซึ่งน�ำมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก แอนดรูว์ ลัง มีผลงานมากมาย ทั้งบันเทิงคดีและสารคดี เขาแต่ง เทพนิยายของตนเอง เช่น เรื่องเจ้าชายพริกิโอ (Prince Prigio 1889) และเจ้าชายริคาร์โดแห่งแพนทูเฟลีย (Prince Ricardo of Pantouflia 1893) และหนังสือประวัติศาสตร์อีกจ�ำนวนมาก รวมทั้งประวัติศาสตร์สังเขปของ สกอตแลนด์ (A Short History of Scotland 1911) นอกจากนี้ยังรวมถึงบทความเรื่องศาสนา ต�ำนานและเวทมนตร์ เช่น ประเพณีและนิทานปรัมปรา พิธีกรรมและศาสนา (Myth, Ritual, and Religion 1886) และการสร้างศาสนา แอนดรูว์ ลังเป็นเพื่อนที่ดีกับโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเฟนสัน และ เอช.ไรเดอร์ แฮกการ์ด โดยเขาได้แต่งนิยายเรื่อง ความปรารถนาของโลก (World's Desire 1890) ร่วมกับเอช. ไรเดอร์ แฮกการ์ดด้วย


6 Tales from King Arthur ค�ำน�ำส�ำนักพิมพ์ ภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของต�ำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็น ที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว เชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคล ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ โดยเป็นหัวหน้านักรบในยุคบริเตนสมัยหลัง โรมัน ซึ่งน�ำการรบป้องกันการรุกรานของชาวแองโกล-แซกซัน ในช่วงเวลา ใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 แต่อีกมีอีกจ�ำนวนมากที่เห็นว่า อาเธอร์ เป็นวีรบุรุษที่สร้างขึ้นใน นิทานพื้นบ้าน หรืออาจเป็นเทพยดาเคลติกองค์ใดองค์หนึ่งที่ถูกลืมเลือน ไป ผู้เคยได้รับการยกย่องด้วยวีรกรรมที่เกิดขึ้นจริงในอดีตกาลนานมาแล้ว ดังนั้นการยืนยันความมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนของอาเธอร์จึงยังไม่อาจสรุป ได้อย่างชัดเจน อาเธอร์เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในต�ำนานเล่าขานใน ฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของ ชาวแซกซัน รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ใน เรื่องเล่าขาน ต�ำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้น


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 7 มีนิทานและกวีนิพนธ์ของเวลส์และไบรตันหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับกษัตริย์อาเธอร์ และมีอายุเก่าแก่กว่างานชิ้นดังกล่าว ในงานเหล่านั้น อาเธอร์เป็นทั้งนักรบผู้ยิ่งใหญ่ผู้ปกป้องบริเตนไว้จากศัตรูทั้งที่เป็นมนุษย์ และสิ่งเหนือมนุษย์ บางครั้งก็เป็นผู้วิเศษในต�ำนานพื้นบ้าน ทั้งโครงเรื่อง เหตุการณ์ และบุคลิกของกษัตริย์อาเธอร์ รวมถึงบุคคลต่าง ๆ ในต�ำนาน อาเธอร์ ได้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ในวรรณกรรมของแต่ละยุคโดยที่ไม่มี เรื่องใดสอดคล้องต้องกันอย่างสมบูรณ์ ต�ำนานของอาเธอร์เป็นที่นิยมมาตลอดยุคกลาง และค่อย ๆ เสื่อม ความนิยมลงไปเมื่อผ่านไปหลายศตวรรษ วรรณกรรมอาเธอร์ได้รับความ นิยมกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และยืนยงอยู่มาตลอด จนถึงศตวรรษที่ 21 ได้รับการดัดแปลงไปยังสื่อต่าง ๆ ทั้งในส่วนของงาน วรรณกรรมเอง หรือดัดแปลงไปเป็นภาพยนตร์ การ์ตูน และสื่ออื่น ๆ อีก มากมาย


8 Tales from King Arthur สารบัญ ดาบที่ถูกชักออกจากศิลา 11 สัตว์ประหลาดที่ตามหา 17 ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ 23 ว่าด้วยเรื่องของเซอร์เบลิน 26 ปฐมบทต�ำนานโต๊ะกลม 36 การจากไปของเมอร์ลิน 42 เมื่อมอร์แกน เลอ เฟย์ พยายามจะฆ่ากษัตริย์อาเธอร์ 44 สิ่งที่โบเมนส์ขอจากองค์กษัตริย์ 49 ตามล่าหาจอกศักดิ์สิทธิ์ 80 I ว่าด้วยเรื่องการเดินทางเพื่อออกแสวงบุญของกษัตริย์ และผู้ติดตามของเขาที่ถูกสังหารในความฝัน 82 II การมาของจอกศักดิ์สิทธิ์ 86 III การผจญภัยของเซอร์กัลลาฮาด 88 IV เมื่อเซอร์แลนซ์ลอตเห็นนิมิต และส�ำนึกผิดในบาปของเขา 94 V การผจญภัยของเซอร์เพอร์ซิวาล 96 VI การผจญภัยของเซอร์แลนซ์ลอต 99 VII การผจญภัยของเซอร์กาเวน 103 VIII การผจญภัยของเซอร์บอร์ส 104


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 9 IX การผจญภัยของเซอร์กัลลาฮาด 106 X เมื่อเซอร์แลนซ์ลอตได้พบกับเซอร์กัลลาฮาด และต้องพรากจากกันตลอดไป 110 XI เมื่อเซอร์กัลลาฮาดพบจอกศักดิ์สิทธิ์ และต้องจบชีวิตลงจากการค้นพบนั้น 113 การต่อสู้เพื่อองค์ราชินี 119 หญิงงามแห่งแอสโตแลต 132 ว่าด้วยเรื่องของแลนซ์ลอตและกวินีเวียร์ 155 จุดจบของเรื่องทั้งหมด 191


ผู้ใดที่ชักดาบได้ ผู้นั้นถือเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ อาเธอร์ดึงดาบได้อย่างไร


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 11 ดาบที่ถูกชักออกจากศิลา หลังจากสิ้นยุคของอูเธอร์ เพนดราก้อน เป็นเวลานานแสนนานเหลือเกิน ที่อังกฤษไร้ซึ่งกษัตริย์ปกครอง บรรดาอัศวินทุกนายต่างก็หวังจะได้ขึ้นครอง บัลลังก์กันทั้งสิ้น บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะตกต�่ำและระส�่ำระสาย เมื่อไม่มีผู้ใดเคารพในกฎหมาย พืชผลที่มีไว้แจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ ถูกเหยียบย�่ำอย่างไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีผู้ใดท�ำหน้าที่น�ำตัวผู้กระท�ำความผิด ไปลงโทษ และแล้วเมื่อสถานการณ์ดูเหมือนจะย�่ำแย่จนถึงขีดสุด พ่อมดที่มี นามว่าเมอร์ลินก็ได้ปรากฏกายขึ้น เขามุ่งหน้าไปยังที่พักของอาร์คบิชอป แห่งแคนเทอร์เบอรี่ พวกเขาปรึกษากันและเห็นพ้องต้องกันว่า ขุนนางและ สุภาพบุรุษชาวอังกฤษทุกคนจะต้องเดินทางไปยังลอนดอนเพื่อมาพบกันใน วันคริสต์มาส ณ โบสถ์เดอะเกรทเชิร์ช ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากลอนดอน การชุมนุมนั้นได้เกิดขึ้นตามที่ว่า ในเช้าวันคริสต์มาสขณะที่ทุกคน ก�ำลังทยอยออกจากโบสถ์ พวกเขาได้เห็นศิลาก้อนใหญ่ตั้งอยู่ในสุสานข้าง โบสถ์ ศิลาก้อนนั้นมีแถบเหล็กอยู่ด้านบน และในแถบเหล็กนั้นมีดาบเปลือย เล่มหนึ่งเสียบอยู่ด้านใน และใกล้ๆ กันนั้นยังมีอักษรสีทองจารึกเอาไว้อีก


12 Tales from King Arthur ด้วยว่า “ผู้ใดที่ชักดาบเล่มนี้ขึ้นมาได้ ผู้นั้นมีชาติก�ำเนิดเป็นกษัตริย์ แห่งอังกฤษ” ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจไปกับถ้อยค�ำเหล่านี้และพากันเรียกหา อาร์คบิชอปและพาเขามายังจุดที่ศิลาก้อนนั้นตั้งอยู่ บรรดาอัศวินที่อยากจะ เป็นกษัตริย์ไม่อาจยับยั้งตนเองไว้ให้อยู่เฉยๆ ได้ พวกเขาเข้าไปลองชักดาบ เล่มนั้นขึ้นมาอย่างสุดแรง ทว่าดาบเล่มนั้นก็ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย อาร์คบิชอปเฝ้ามองดูอัศวินเหล่านั้นอย่างเงียบๆ เมื่อพวกเขาเริ่ม จะอ่อนล้าจากการพยายามจะชักดาบขึ้นมาให้ได้ อาร์คบิชอปก็เอ่ยขึ้นว่า “ชายผู้ซึ่งจะน�ำดาบเล่มนี้ออกมาได้นั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าจะ ต้องไปตามหาเขาที่ไหน แต่นี่คือค�ำแนะน�ำจากเรา จงเลือกอัศวินที่ความเป็น อัศวินอย่างแท้จริงมาสองนาย และให้มาเฝ้าคุ้มกันดาบเล่มนี้ไว้” พวกเขาปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำของอาร์คบิชอป ทว่าพวกขุนนางและ เหล่าทหารนักรบกลับแย้งว่า บุรุษทุกคนมีสิทธิ์ในการพยายามพิชิตดาบเล่ม นั้น และพวกเขาก็ตกลงกันว่า จะจัดการประลองขึ้นในวันปีใหม่ และอัศวิน ผู้ใดที่อยากจะเข้าร่วมการแข่งขันก็สามารถเข้าร่วมได้ทุกนาย เมื่อถึงวันปีใหม่ เหล่าอัศวินได้ไปเข้าร่วมพิธีที่โบสถ์เดอะเกรทเชิร์ช ตามธรรมเนียม เมื่อพิธีเสร็จสิ้น พวกเขาก็มารวมตัวกันที่สนามเพื่อเตรียม ความพร้อมส�ำหรับการประลอง หนึ่งในอัศวินเหล่านี้ก็คือ อัศวินผู้กล้านาม ว่าเซอร์เอคเตอร์ เขาพาบุตรชายของตนที่มีชื่อว่า เซอร์เคย์ และอาร์เธอร์ น้องบุญธรรมของเคย์มาด้วย คืนก่อนการเดินทาง เคย์ปลดดาบออกจากตัว และด้วยความเร่งรีบ ในการเดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขัน เขาลืมน�ำดาบประจ�ำตัวของเขามาด้วย จึงขอร้องให้อาเธอร์ขี่ม้ากลับไปเอาดาบมาให้ แต่เมื่ออาเธอร์กลับมาถึงบ้าน ก็ได้พบว่าประตูถูกล็อคเพราะพวกผู้หญิงต่างพากันออกไปดูการแข่งขันกัน หมด แม้ว่าอาเธอร์จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเข้าไปในบ้านให้ได้


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 13 แต่เขาก็ท�ำไม่ส�ำเร็จ เขากลับไปด้วยความโมโหอย่างที่สุดและพูดกับตัวเอง ว่า “เคย์จะต้องไม่ใช่ชายผู้ไร้ดาบในวันนี้ เราจะไปเอาไอ้ดาบนั่นที่สุสาน แล้ว เอาไปให้เคย์” จากนั้นเขาก็ห้อม้าออกไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงที่ประตูสุสาน เขาลง จากม้า ผูกมันไว้กับต้นไม้อย่างแน่นหนา จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปที่ศิลา และคว้า ไปที่ด้ามของดาบพร้อมกับดึงมันออกมาอย่างง่ายดาย เขาก็กลับไปขึ้นม้า ของตัวเองและน�ำดาบไปมอบให้กับเคย์ วินาทีที่เซอร์เคย์เห็นดาบเล่มนั้นเขาก็รู้ทันทีว่ามันไม่ใช่ดาบของเขา แต่เป็นดาบแห่งศิลานั่นต่างหาก เขาออกตามหาเซอร์เอคเตอร์ และบอกกับ พ่อของเขาว่า “ท่านพ่อครับ ในเมื่อนี่คือดาบแห่งศิลา ดังนั้น ข้าก็จะต้องเป็น กษัตริย์โดยชอบธรรม” เซอร์เอคเตอร์ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมา แต่ท�ำสัญลักษณ์ให้เคย์ และอาเธอร์ตามมา พวกเขาทั้งสามกลับไปที่โบสถ์ เมื่อทิ้งม้าไว้ที่ด้านนอก แล้วทั้งหมดก็เดินเข้าไปด้านในตรงจุดที่มีไว้ส�ำหรับคณะนักร้องประสานเสียง และบาทหลวง เซอร์เอคเตอร์น�ำเอาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาและสั่งให้เซอร์เคย์ เล่าด้วยความสัจจริงว่าได้ดาบเล่มนี้มาได้อย่างไร “น้องชายของข้า อาเธอร์ ให้มาครับ” เซอร์เคย์ตอบ “เจ้าได้มันมา ได้อย่างไร?” เซอร์เอคเตอร์หันไปถามอาเธอร์ “ท่านครับ” อาเธอร์เอ่ย “ตอน ที่ข้าขี่ม้ากลับไปที่บ้านเพื่อไปเอาดาบของพี่ข้านั้น ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย และ ข้าก็ตัดสินใจว่า เขาไม่ควรที่จะมาที่นี่โดยไม่มีดาบ ข้าเลยคิดถึงดาบที่ศิลานี่ แล้วข้าก็ดึงมันขึ้นมา” “มีอัศวินอยู่ตรงนั้นด้วยหรือเปล่าตอนที่เจ้าดึงมันออกมาน่ะ?” เซอร์เอคเตอร์ถาม “ไม่มีใครอยู่เลยครับ” อาเธอร์ตอบ “ถ้าเช่นนั้นแล้ว พระองค์นี่แหละ” เซอร์เอคเตอร์พูด “ที่เป็นกษัตริย์โดยชอบธรรมแห่งแผ่น ดินนี้”


14 Tales from King Arthur “แต่เหตุใดข้าจึงเป็นกษัตริย์ได้ล่ะ?” อาเธอร์ถาม “ก็เพราะว่า” เซอร์เอคเตอร์ตอบ “นี่คือดาบที่ถูกร่ายคาถาไว้น่ะสิพ่ะย่ะค่ะ และไม่มีผู้ใดที่ จะดึงมันออกมาได้ นอกจากบุรุษผู้ซึ่งเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์เท่านั้น ฉะนั้น แล้ว จงน�ำเอาดาบนี้กลับใส่ลงไปในศิลาเถิดพ่ะย่ะค่ะ และให้หม่อมฉันได้เห็น พระองค์ดึงมันขึ้นมา” “ได้เลย” อาเธอร์ตอบ เขาใส่ดาบกลับลงไปในศิลาเหมือนเดิม เซอร์เอคเตอร์พยายามจะดึงดาบนั้นขึ้นมาด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ส�ำเร็จ “ตอนนี้ ก็ถึงตาลูกแล้ว” เขาบอกกับเซอร์เคย์ แต่เซอร์เคย์ก็ท�ำไม่ส�ำเร็จ เช่นเดียวกับ พ่อของตน แม้เขาจะพยายามอย่างสุดแรงแล้วก็ตาม “คราวนี้ก็พระองค์แล้ว อาเธอร์” แล้วอาเธอร์ก็ดึงมันขึ้นมาได้อย่าง ง่ายดายราวกับดึงดาบออกมาจากปลอกธรรมดาๆ อย่างนั้น และในขณะที่ เขาท�ำเช่นนั้น เซอร์เอคเตอร์และเซอร์เคย์ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเขา “ท�ำไมพวก ท่าน ท่านพ่อ และพี่ข้าจึงได้คุกเข่าลงให้กับข้าล่ะ?” อาเธอร์ถามด้วยความ ประหลาดใจ “ไม่ ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ” เซอร์เอคเตอร์ “หม่อมฉันไม่เคยเป็นบิดาของ พระองค์ จนกระทั่งถึงวันนี้ หม่อมฉันไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า จริงๆ แล้ว พ่อของพระองค์เป็นใคร พระองค์เป็นบุตรของอูเธอร์ เพนดราก้อน และ เมอร์ลินก็เป็นผู้น�ำตัวพระองค์มาให้กับหม่อมฉันด้วยตนเอง เมื่อตอนที่ พระองค์เกิด เมอร์ลินสัญญาว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง หม่อมฉันจะทราบเองว่า พระองค์เป็นลูกเต้าเหล่าใคร และในตอนนี้ หม่อมฉันก็ได้รับความ กระจ่างแล้ว” เมื่ออาเธอร์ได้ยินว่าเซอร์เอคเตอร์ไม่ใช่พ่อของเขา เขาก็ร้องไห้ คร�่ำครวญด้วยความขมขื่น “หากข้าเป็นกษัตริย์” ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมา “ท่านก็จงร้องขอในสิ่งที่ท่านต้องการมาเถิด แล้วข้าจะไม่ท�ำให้ท่านผิดหวัง เลย เพราะข้านั้นเป็นหนี้บุญคุณท่านและท่านแม่ มากกว่าผู้ใดในโลกนี้ ด้วย


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 15 เพราะนางรักข้า และปฏิบัติกับข้าเฉกเช่นบุตรชายของนาง” “พระองค์” เซอร์เอคเตอร์ตอบ “ข้าขอเพียงอย่างเดียว ให้พระองค์ แต่งตั้งให้พี่บุญธรรมของพระองค์ เซอร์เคย์ เป็นผู้จัดการดูแลที่ดินทั้งหมด ของพระองค์ได้หรือไม่” “ข้าจะท�ำตามที่ท่านขอนั้นด้วยความเต็มใจ” อาเธอร์ตอบ “และ ตราบใดที่เขาและข้ายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีผู้ใดได้รับต�ำแหน่งนั้นนอกจากเขา” เซอร์เอคเตอร์ ชวนทั้งสองไปตามหาอาร์คบิชอปด้วยกัน พวกเขา เล่าให้อาร์คบิชอปได้ฟังถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับดาบ อาเธอร์ทิ้ง ดาบไว้ที่ศิลา และเมื่อถึงวันที่สิบสอง (the Twelfth Day - หมายถึงวันที่ 12 หลังจากวันคริสต์มาส (6 มกราคม) ซึ่งในสมัยก่อนถือเป็นวันสุดท้ายแห่ง การเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส) เหล่าอัศวินและบารอน (ขุนนางล�ำดับ สุดท้ายของอังกฤษ) ก็กลับมาที่ศิลากันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครสามารถดึงดาบ เล่มนั้นออกมาได้เลย นอกจากอาเธอร์ เมื่อพวกเขาเห็นดังนั้น บารอนหลายต่อหลายคนพากันโกรธเกรี้ยว และป่าวประกาศว่าพวกเขาจะไม่มีวันยอมรับเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ ไม่ได้มีสายเลือดที่สูงส่งไปกว่าพวกเขามาเป็นกษัตริย์อย่างแน่นอน ดังนั้น จึงเป็นที่ตกลงกันว่าพวกเขาจะรอจนกว่าจะถึงวันแคนเดิลมาส (Candlemas ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่มีพิธีฉลองของชาวคริสต์เพื่อระลึกถึงพิธี ล้างบาปของพระแม่มารีหลังจากประสูติพระกุมาร 40 วัน และการที่ พระแม่มารีน�ำพระกุมารไปปรากฏตัวยังพระวิหาร ณ กรุงเยรูซาเล็ม) เพราะ ในวันนั้นอาจจะมีอัศวินเดินทางมาถึงที่นี่มากกว่านี้ และในระหว่างนี้ ให้บุรุษ ที่เคยได้รับการเลือกให้เป็นผู้อารักขาดาบมาท�ำหน้าที่อีกครั้ง ทั้งในเวลา กลางวันและกลางคืน แต่ทว่าเมื่อถึงวันแคนเดิลมาสเหตุการณ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ในวัน อีสเตอร์ก็ยังคงไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง และเมื่อถึงวันเพ็นเทคอสต์ (Pente-


16 Tales from King Arthur cost – ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 7 หลังวันอีสเตอร์ เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาตามพระสัญญาของพระเจ้าในสมัยอัครทูต) ประชาชนคนทั่วไปที่อยู่ที่นั่น ที่ต่างได้เห็นอาเธอร์ชักดาบออกมาจากศิลา ต่างก็ร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า อาเธอร์คือกษัตริย์ของพวกเขา และพวกเขา จะเอาชีวิตผู้ใดก็ตามที่ไม่เห็นด้วย จากนั้นทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนต่างก็คุกเข่าลงต่อหน้าเขา อาเธอร์ หยิบดาบ และน�ำมันไปวางไว้ที่แท่นบูชาที่อาร์คบิชอปยืนอยู่ และชายผู้ซึ่ง ทรงคุณธรรมที่สุด ณ ที่นั้น ก็แต่งตั้งให้อาเธอร์เป็นอัศวิน จากนั้น มงกุฎก็ ถูกสวมลงบนศีรษะของอาเธอร์ และได้สาบานตนต่อเหล่าขุนนางและ ประชาชนของเขาว่า เขาจะเป็นกษัตริย์ที่ซื่อตรงต่อหน้าที่ และจะดูแลรับใช้ ประชาชนด้วยเมตตาและอาทร ตราบจนชีวิตจะหาไม่


เรื่องเล่าจากกษัตริย์อาเธอร์ 17 สัตว์ประหลาดที่ตามหา อาเธอร์ต้องท�ำศึกสงครามมากมาย อีกทั้งต้องเอาชนะบรรดากษัตริย์ ผู้ปกครองเมืองอื่นๆ เป็นจ�ำนวนมาก กว่าที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์ เหนือหัวของทุกคน มีหลายครั้งที่เกือบเพลี่ยงพล�้ำ แต่ก็ผ่านมาได้เพราะสติ ปัญญาของเมอร์ลิน และความช่วยเหลือจากดาบของเขา เอ็กซ์คาลิเบอร์ ซึ่งเขาก็ได้ใช้ดาบตามค�ำสั่งของเมอร์ลินที่ว่า จงอย่าน�ำมันออกมาใช้ จนกว่า จะถึงคราวคับขัน ในตอนต่อไปเราจะได้ทราบว่าอาเธอร์ได้ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์มาได้ อย่างไร ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์นั้นจะส่องแสงเป็นประกายพร่างพราวสว่างไสว อยู่ในดวงตาของศัตรู จนต้องล่าถอยกลับไปด้วยตาที่พร่ามัวจากแสงสว่าง นั้น มีอัศวินหลายนายที่มีฝีมือจนอาเธอร์ให้การยอมรับ หนึ่งในนั้นก็คือ เซอร์บาน กษัตริย์แห่งเมืองกอลที่อยู่ข้ามน�้ำทะเลไป อัศวินผู้นี้คือเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของเขาเสมอมา และในระหว่างสงคราม เหล่านี้นี่เองที่กษัตริย์อาเธอร์ กษัตริย์บาน และกษัตริย์บอร์ส ได้มีโอกาสช่วย ชีวิตกษัตริย์แห่งเมืองคามีเลียร์ด ซึ่งท�ำให้อาเธอร์ได้ยลโฉม กวินีเวียร์ พระธิดาของกษัตริย์เมืองนี้ และได้แต่งงานกับเธอในเวลาต่อมา


18 Tales from King Arthur ไม่นาน กษัตริย์บานและกษัตริย์บอร์ส ก็กลับไปยังเมืองของตนที่ อยู่อีกฟากหนึ่งของทะเล ส่วนอาเธอร์ได้เดินทางไปที่คาร์ลิออน เมืองที่อยู่ ทางฝั่งของแม่น�้ำอัสค์ เมื่อถึงที่นั่น เขาได้ฝันถึงเรื่องประหลาดๆ เรื่องหนึ่ง ในฝันอาเธอร์คิดว่าดินแดนตรงนี้ ถูกบุกรุกจากพวกกริฟอนและ งูพิษ (สัตว์ในเทพนิยายที่มีหัวและปีกเป็นอินทรีย์ และตัวเป็นสิงโต) ซึ่งได้ เผาและสังหารชีวิตประชาชนของเขา อาเธอร์ท�ำสงครามกับปีศาจร้ายเหล่า นี้และได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเขาจะฆ่าล้างพวกมันได้จนหมดในที่สุดก็ตาม เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ภาพจากความฝันนั้นก็ยังหนักอึ้งอยู่ในหัว เพื่อที่จะสลัด มันออกไป เขาก็ได้เรียกตัวบรรดาอัศวิน เพื่อชักชวนออกไปล่าสัตว์ด้วยกัน พวกเขาขี่ม้าออกไปด้วยความรวดเร็ว จนกระทั่งมาถึงที่ป่าแห่งหนึ่ง ไม่นานพวกเขาก็เห็นกวางตัวผู้ตัวหนึ่งอยู่ที่ด้านหน้า อาเธอร์ ขอเป็นคนจัดการกวางตัวนี้เอง เขากระตุกม้าและขี่ตามกวางตัวนั้นไป แต่ กวางนั้นวิ่งเร็วมากและอาเธอร์ก็เข้าใกล้มันไม่ได้เลย การไล่ล่าเป็นไปอย่าง เนิ่นนานจนตัวอาเธอร์เองเหนื่อยล้า ส่วนม้าของเขานั้นล้มลงไปนอนสลบอยู่ ที่พื้น เขาไปนั่งพักอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง กระทั่งได้ยินเสียงเห่าของฝูงสุนัข ล่าเนื้อ เขาจินตนาการนับจ�ำนวนพวกมันได้มากถึงสามสิบตัว เขาแหงน ศีรษะขึ้นมองและได้เห็นว่า สิ่งที่ก�ำลังพุ่งตรงมาหาเขาก็คือ สัตว์ป่าที่รูปร่าง หน้าตาประหลาด ที่ไม่อาจพบเจอได้ที่ไหนอีกแล้วทั่วทั้งอาณาจักรของ พระองค์ มันวิ่งตรงไปหาบ่อน�้ำและดื่มกินน�้ำในนั้น อากัปกิริยาของมันก่อให้ เกิดเป็นเสียงเหมือนเสียงเห่ารวมๆ กันของสุนัขล่าเนื้อหลายตัว เมื่อเจ้าสัตว์ ประหลาดกินน�้ำจนอิ่มหน�ำส�ำราญใจดีแล้ว มันก็จากไปตามทางของมัน


อาเธอร์และอสูรกายปริศนา


Click to View FlipBook Version