The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทดลองอ่านจิตวิทยาด้านมืด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arrowclassicbook, 2024-03-22 03:54:13

ทดลองอ่านจิตวิทยาด้านมืด

ทดลองอ่านจิตวิทยาด้านมืด

Dark Psychology จิตวิทยาด้านมืด


Dark Psychology จิตวิทยาด้านมืด Jonathan Mind คู่มือการอ่านภาษากายอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องการหลอกลวง และถูกกดขี่ข่มเหง จากพวกหลงตัวเองและบุคคลมีพฤติกรรมเป็นพิษ (Toxic) โจนาทาน มายด์ : เขียน กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น : แปล


จิตวิทยาด้านมืด Dark Psychology บรรณาธิการ : นิคม ชาวเรือ กองบรรณาธิการ : สุภาภรณ์ สว่างจันทร์, ปวันรัตน์ เกียรติธีรชัย, วลัยกร เต็มขันท์ ศิลปกรรม : ชมพูนุช ขอดค�ำ พิสูจน์อักษร : อรรถพร ทองบันเทิง, วันทนีย์ ศรีสุข ฝ่ายขาย : ณลิณพรรณ เผ่าพันธุ์ขาว ผู้จัดการทั่วไป : เดือนนภา สุรามิตร จัดจ�ำหน่ายทั่วประเทศโดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จ�ำกัด 108 หมู่ที่ 2 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 02-423-9999 โทรสาร 02-449-9561-3 www.naiin.com พิมพ์ที่ : บริษัท ภาพพิมพ์ จ�ำกัด 45/12-14, 33 หมู่4 ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 02-879-9154-6 โทรสาร 02-879-9153 Original Edition Copyright © 2019 by Jonathan Mind Thai Language Translation Copyright © 2024 by Arrow Multimedia Co.,Ltd. All rights reserved. © สงวนลิขสิทธิ์โดย บริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด ห้ามน�ำส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ไปลอกเลียน ท�ำส�ำเนา ถ่ายเอกสาร หรือน�ำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต หรือสื่อ ต่างๆ  ไม่ว่าในรูปแบบใด นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ข้อมูลทางบรรณานุกรม มายด์, โจนาทาน. จิตวิทยาด้านมืด.--กรุงเทพฯ : แอร์โรว์, 2567. 328 หน้า. 1. จิตวิทยา I. กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น, แปล II. ชื่อเรื่อง. ISBN 978-616-434-386-3 ส�ำนักพิมพ์แอร์โรว์ ในเครือบริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด เลขที่ 1 ซอยก�ำแพงเพชร 6 ซ.5 แยก 6 (โกสุมนิเวศน์ ซ.2) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 02-573-6584, 065-403-7466 โทรสาร 02-573-6585 Email : [email protected] Line ID : @arrow11 www.arrowmultimedia.co.th โจนาทาน มายด์ : เขียน กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น : แปล พิมพ์ พ.ศ. 2567 จัดท�ำโดย ราคา 295 บาท


เกี่ยวกับหนังสือ หนังสือ Dark Psychology เล่มนี้จะให้ภาพที่สมบูรณ์ของแง่มุมที่อันตราย ที่สุดของจิตวิทยาด้านมืด (การจัดการทางจิต การโน้มน้าวใจทางจิตวิทยา และเทคนิค NLP ที่มืดมน) เพื่อมอบเครื่องมือที่คุณจ�ำเป็นต้องใช้ให้คุณ ได้รู้สึกปลอดภัยในการน�ำทางสิ่งที่สามารถท�ำได้ในโลกที่น่ากลัว สิ่งคุณจะได้เรียนรู้ มีดังนี้ จิตวิทยาด้านมืดมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนอย่างไร คนที่มีบุคลิกมืดมนประพฤติตนอย่างไรเพื่อควบคุมชีวิตของคุณ ผู้คนโน้มน้าวใจใช้จิตวิทยาด้านมืดเพื่อควบคุมจิตใจของเหยื่อ ได้อย่างไร วิธีท�ำความเข้าใจการสื่อสารแบบอวัจนภาษาที่ใช้ในการโน้มน้าว ผู้คน กลยุทธ์ง่ายๆ ในการอ่านภาษากายอย่างรวดเร็ว วิธีสังเกตการบงการทางอารมณ์อย่างซ่อนเร้นในความสัมพันธ์ และในที่ท�ำงาน วิธีง่ายๆ หลีกเลี่ยงการล้างสมอง วิธีวิเคราะห์ผู้คนอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันตัวเองจากพฤติกรรม ของมนุษย์ด้านมืดอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าคุณจะไม่สามารถป้องกันตัวเองจากพฤติกรรมบงการได้ แต่หนังสือเล่มนี้จะสอนเทคนิคที่คุณต้องการในกล่องเครื่องมือเพื่อต่อสู้ กับจิตวิทยาด้านมืดทุกด้าน ส�ำนักพิมพ์แอร์โรว์


สารบัญ ค�ำน�ำ 9 บทที่ 1 : จิตวิทยาด้านมืดคืออะไร 13 บทที่ 2 : ลักษณะเฉพาะ 4 อย่างของจิตวิทยาด้านมืด 17 บทที่ 3 : เทคนิคการชักจูงทางจิต 29 บทที่ 4 : พฤติกรรมและบุคลิกภาพของผู้ชักจูง 55 บทที่ 5 : การควบคุมอารมณ์แบบลับๆ คืออะไร 75 บทที่ 6 : คนชอบชักจูงพยายามท�ำอะไร 83 บทที่ 7 : บุคลิกภาพเฉพาะบุคคลของเหยื่อ ที่คนชอบชักจูงโปรดปราน 94 บทที่ 8 : บทบาทของการป้องกันตัว 103 สรุป 120 การชักจูงและจิตวิทยาด้านมืด บทน�ำ 122 บทที่หนึ่ง : อะไรคือการโน้มน้าว 126 บทที่สอง : วิธีการโน้มน้าว 133


บทที่สาม : การล้างสมอง 142 บทที่สี่ : การสะกดจิต 152 บทที่ห้า : NLP ด้านมืด 161 บทที่หก : ภาษากาย 173 บทที่เจ็ด : การชักจูงอารมณ์แบบแฝงเร้น 183 บทที่แปด : เหยื่อยอดนิยมของผู้ชักจูง 190 บทที่เก้า : การหลอกลวง 197 บทที่สิบ : ตรีลักษณ์ด้านมืด 206 บทที่สิบเอ็ด : เกมจิตวิทยา 215 บทที่สิบสอง : ป้องกันตัวเองจากการชักจูง และการชักจูงอย่างไร 221 สรุป 228 NLP ด้านมืด : ศิลปะของการอ่านคนวิเคราะห์คนได้อย่างไร บทน�ำ 233 บทที่ 1 : NLP คืออะไร 235 บทที่ 2 : จิตวิทยาด้านมืด 241 บทที่ 3 : NLP และคุณ 248 บทที่ 4 : ฐานของพฤติกรรม 261 บทที่ 5 : การสื่อสารโดยไม่ใช้และใช้ค�ำพูด 279 บทที่ 6 : การสะกดจิต 294 บทที่ 7 : การตรวจสอบและความปลอดภัยส่วนบุคคล 310 บทสรุป 325


9 จิตวิทยาด้านมืด ค�ำน�ำ ยินดีส�ำหรับการซื้อหนังสือเล่มนี้จิตวิทยาด้านมืด : วิธีการอ่านคนแบบเร็ว จากการชักจูงอารมณ์แบบแฝงเร้นและตรวจสอบการหลอกลวง เพื่อ ปกป้องตัวเองจากการกดขี่ข่มเหงของผู้คนที่หลงตัวเองและบุคคลที่มี พฤติกรรมแบบท็อกซิก (บุคคลที่แสดงพฤติกรรมเชิงลบต่อคนใกล้ตัว หรือชอบแสดงพฤติกรรมใดๆ ที่ท�ำให้เสียบรรยากาศ) และในบทต่อๆ ไป ในหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงลักษณะเฉพาะของ ผู้คนที่ชั่วร้ายและชอบชักจูง รวมทั้งจะสอนคุณถึงวิธีการที่พวกเขาใช้เพื่อ เอาเปรียบผู้อื่นโดยเราจะมองที่แนวคิดของจิตวิทยาด้านมืด รวมถึง บุคลิกภาพอย่างเช่นการหลงตัวเอง ความผิดปกติทางจิต ความวิปริต ทางเพศ และบุคลิกภาพแบบมาเคียเวลลี (Machiavellianism) เพื่อให้ คุณเข้าใจแรงผลักดันเบื้องหลังของผู้คนที่ชอบชักจูงคนอื่น หนังสือเล่มนี้ยังท�ำรายการและแยกแยะเทคนิคการชักจูงทั้งหมด ทั้งยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่าวิธีการเหล่านี้ท�ำงาน อย่างไร และบางคนอาจใช้มันกับคุณอย่างไร รวมถึงแนวโน้มทางพฤติกรรม และลักษณะนิสัยของผู้ชักจูง เพื่อว่าคุณจะสามารถระบุตัวคนเลวร้ายได้ เวลาที่พวกเขาก้าวเข้ามาในเส้นทางของคุณ นอกจากนี้มันยังครอบคลุม วิธีการแฝงเร้นและแนบเนียน ที่พวกเขาสร้างอิทธิพลต่อคุณโดยที่ไม่รู้ตัว ในเนื้อหายังลงลึกไปถึงจิตใต้ส�ำนึกของผู้ชักจูง เพื่อช่วยให้คุณ เข้าใจอย่างแท้จริงว่าท�ำไมพวกเขาจึงท�ำพฤติกรรมนั้นลงไป และเป้าหมาย ส่วนลึกในใจที่ตั้งเป้ามาที่คุณคืออะไร อีกทั้งยังถกถึงความอ่อนแอที่คน


10 Dark Psychology ซึ่งชอบชักจูงคนอื่นมองหาในผู้คนที่เขาเลือกให้เป็นเหยื่อ ในช่วงท้ายๆ หนังสือจะสอนวิธีการที่ผ่านการทดลองและทดสอบ เพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกชักจูงและเอาเปรียบ คุณจะพบว่าท�ำไม ความเชื่อมั่นในตัวเองจึงเป็นเครื่องปกป้องที่ดีที่สุดในเวลาที่รับมือกับ การชักจูงทางจิตใจ และคุณท�ำอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นใน ตัวเองและได้การควบคุมชีวิตของคุณเองกลับคืนมา ปัจจุบันมีหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาด้านมืดและการชักจูงมากมาย ตามท้องตลาด ดังนั้นต้องขอบคุณมากที่คุณเลือกเล่มนี้ ทุกความพยายาม เป็นไปเพื่อให้แน่ใจว่าหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยความเข้าใจที่มีประโยชน์ อย่างถ่องแท้ และข้อมูลที่ปฏิบัติใช้ได้จริง ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณจากคน ที่ชอบชักจูงผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงขอให้เพลิดเพลินกับการอ่าน


วิธีการอ่านคนแบบเร็วจากการชักจูงอารมณ์ แบบแฝงเร้นและตรวจสอบการหลอกลวงเพื่อปกป้อง ตัวเองจากการกดขี่ข่มเหงของผู้คน ที่หลงตัวเองและท็อกซิก (Toxic)


13 จิตวิทยาด้านมืด บทที่ 1 จิตวิทยาด้านมืดคืออะไร มีวิธีการมากมายที่จะจ�ำกัดความ เกี่ยวกับจิตวิทยาด้านมืด แต่ในหนังสือ เล่มนี้เราจะใช้วิธีเรียบง่ายที่สุด จิตวิทยาด้านมืดคือศิลป์และศาสตร์ของ การชักจูงและควบคุมจิตใจ ซึ่งจิตวิทยาโดยทั่วไปนั้นจะมุ่งค้นหาการ ศึกษาและท�ำความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ มันมุ่งเน้นไปที่ความ คิด การกระท�ำของเรา และวิธีการที่เราแสดงปฏิกิริยาต่อกันและกัน แต่ จิตวิทยาด้านมืดนั้น มันจะมุ่งเน้นไปที่ความคิดและการกระท�ำประเภท ที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นในธรรมชาติของมัน จิตวิทยาด้านมืดตรวจสอบ กลวิธีที่คนชั่วร้ายใช้เพื่อจูงใจ ชักน�ำ ชักจูง หรือบีบบังคับผู้อื่นให้กระท�ำ การในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขา และเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิด อันตรายหรือความเสียหายต่ออีกฝ่าย เราอาจมองจิตวิทยาด้านมืดได้ว่า เป็นการศึกษาสภาพของ มนุษย์ในส่วนที่เกี่ยวพันกับธรรมชาติทางจิตใจของผู้คนประเภทต่างๆ ที่ใช้ผู้อื่นเป็นเหยื่อ ความจริงก็คือมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะใช้ผู้อื่น หรือสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นเหยื่อได้ แต่เพราะมาตรฐานทางสังคม จิตส�ำนึกของ มนุษย์และปัจจัยอื่นๆ มนุษย์ส่วนใหญ่จึงมีแนวโน้มที่จะควบคุมแรงกระตุ้น ด้านมืดของพวกเขา และคงตัวเองไม่ให้สนองตอบต่อทุกแรงกระตุ้นที่ พวกเขามีแต่อย่างไรก็ตาม ยังมีเปอร์เซ็นต์ส่วนน้อยของประชากรที่เก็บ แรงกระตุ้นด้านมืดของตัวเองไว้ไม่ได้ และพวกเขาก็ท�ำร้ายคนอื่นใน


14 Dark Psychology ลักษณะที่ดูจินตนาการได้ยาก ข้อใหญ่ใจความของจิตวิทยาด้านมืดในฐานะเป็นสาขาวิชา คือ เพื่อพยายามท�ำความเข้าใจความคิด ความรู้สึก และตระหนักรู้ในสาเหตุ ที่ท�ำให้ผู้คนประพฤติตัวในลักษณะเบียดเบียนต่อกันและกัน ผู้เชี่ยวชาญ ทางจิตวิทยาด้านมืดท�ำงานภายใต้สมมติฐานที่ว่า การกระท�ำในทาง เบียดเบียนของมนุษย์ส่วนใหญ่เป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย ในอีกแง่ก็คือ ผู้คนส่วนใหญ่ ซึ่งใช้คนอื่นเป็นเหยื่อ (99.99%) ท�ำไปเพื่อเหตุผลบางอย่าง ในขณะที่ส่วนที่เหลือ (0.01%) นั้นท�ำไปโดยไม่มีเหตุผลใดๆ แม้แต่น้อย สมมติฐานก็คือเวลาที่ผู้คนท�ำสิ่งชั่วร้าย พวกเขาจะมีแรงจูงใจ จ�ำเพาะ ซึ่งบางอย่างดูสมเหตุสมผลเสียด้วยซ�้ำจากมุมมองของพวกเขา ผู้คนท�ำสิ่งชั่วร้ายด้วยจุดมุ่งหมายจ�ำเพาะอยู่ในใจ และมีเหตุผลจ�ำเพาะ ส�ำหรับการกระท�ำของพวกเขา มีเพียงส่วนน้อยของประชากรเท่านั้นที่ ใช้ผู้อื่นเป็นเหยื่อโดยปราศจากจุดมุ่งหมายและเหตุผล ไม่ว่าจะด้วย วิทยาศาสตร์วิวัฒนาการ หรืออาจจะเป็นรูปแบบของหลักศาสนาก็ตาม คุณคงได้ยินมาหลายครั้งแล้ว ว่าทุกคนมีด้านมืดทุกวัฒนธรรม และระบบความเชื่อรับรู้ด้านมืดนี้ในระดับหนึ่ง สังคมของเรากล่าวถึงมัน ว่าเป็น “ความชั่วร้าย” ในขณะที่บางวัฒนธรรมและบางศาสนามีไปไกล ถึงขั้นสร้างสิ่งมีชีวิตในต�ำนานที่พวกเขายกความชั่วร้ายนั้นให้ (เป็นต้น ว่าปีศาจ ซาตาน ภูตผี ฯลฯ) ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาด้านมืดตั้งข้อสังเกต ว่าในหมู่พวกเรามีบางคนกระท�ำในสิ่งเลวร้ายที่สุดด้วยจุดมุ่งหมายที่ไม่มี ใครรู้ ในขณะที่คนส่วนใหญ่อาจท�ำสิ่งชั่วร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งอ�ำนาจ เงิน การแก้แค้น หรือจุดประสงค์ทางเพศ และมีบางคนที่ท�ำสิ่งชั่วร้ายลงไป ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะตัวเขาเป็นอย่างนั้นเอง พวกเขาท�ำในสิ่งที่น่าหวาด กลัวโดยไม่มีเหตุผลใดๆ แม้แต่น้อย ในอีกแง่คือผลลัพธ์ของพวกเขาไม่ ได้สร้างความชอบธรรมให้กับการกระท�ำของตัวเอง แต่เรียกได้ว่ามัน สร้างความเสียหายกับตัวเองเสียมากกว่า จิตวิทยาด้านมืดมีรากฐานมาจากลักษณะบุคลิกภาพด้านมืด 4


15 จิตวิทยาด้านมืด อย่างบุคลิกภาพเหล่านี้คือ การหลงตัวเอง บุคลิกภาพแบบมาเคียเวลลี ความผิดปกติทางจิตแบบต่อต้านสังคม และซาดิสม์ ผู้คนที่มีคุณสมบัติ เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตัวในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างไร้ จุดหมาย มาดูตัวอย่างว่า แง่มุมของจิตวิทยาด้านมืดแสดงตัวอย่างไรใน โลกที่เป็นจริงกัน : “ฉัน-ผู้ล่า” คือผู้คนหรือกลุ่มคนที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ล่าผู้อื่น ให้เป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือในทางอ้อม อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ทุกคนมีด้านมืด และการไม่ระบุตัวอย่างที่ในอินเทอร์เน็ตเป็นก็คือหนทาง ที่น�ำพาด้านมืดของใครหลายคนให้แสดงออกมา ผลก็คือมีจ�ำนวนผู้คน ที่มองหาทางเอาเปรียบ บีบบังคับ เฝ้าติดตาม และท�ำให้คนอื่นเป็นเหยื่อ ออนไลน์โดยผ่านทางการใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีต่างๆ ผู้เบียดเบียนเหล่านี้ ดูเหมือนจะได้รับแรงผลักดันจากความ เพ้อฝันที่ผิดปกติ ซึ่งพวกเขารู้สึกเป็นอิสระที่จะแสดงออกมา เพราะ อินเทอร์เน็ตท�ำให้เป็นไปได้ส�ำหรับพวกเขาที่จะซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด ในอีก แง่ก็คือพวกเขาไม่ถูกจ�ำกัดโดยมาตรฐานทางสังคมที่คงผู้คนไว้จากการ เผยให้เห็นด้านมืดของตัวเอง ในเมื่อไม่มีใครในโลกออนไลน์รู้ตัวตนที่แท้ จริงคนเหล่านั้นก็มีแนวโน้มที่จะมีอคติและความคิดดั้งเดิมประเภทต่างๆ กัน ซึ่งพวกเขาท�ำงานอย่างหนักที่จะยัดเยียดให้ผู้อื่น ฉัน-ซึ่งในขณะเดียวกันอาจเป็นนักล่าที่มาในรูปแบบและรูปร่าง ต่างๆ มีทั้งพวกสตอล์กเกอร์ พวกชอบตามตื๊อ อาชญากร พวกกามวิปริต ผู้ก่อการร้าย พวกที่ชอบบูลลี่ คนโกง และแม้แต่พวกเกรียน ไม่ว่าพวก เขาจะเป็นนักล่าประเภทใด พวกเขาทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะตระหนักถึง ความจริงที่ว่า พวกเขาก็พยายามอย่างหนักที่จะกลบเกลื่อนร่องรอยของ ตัวเอง ซึ่งหมายถึงว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ผู้คนที่รู้จักในชีวิตจริงมาค้น พบว่าตัวเองมีด้านมืดอย่างไร การลอบวางเพลิงก็เป็นการแสดงออกของจิตวิทยาด้านมืดที่ต่าง


16 Dark Psychology ออกไปเช่นกัน นักลอบวางเพลิงคือคนที่มีแนวโน้มจะหมกมุ่นอยู่กับการ วางเพลิง บางคนกลายเป็นนักลอบวางเพลิงแบบต่อเนื่อง พวกเขาลอบ วางเพลิงอยู่เสมอ และท�ำในรูปแบบที่เป็นพิธีกรรมอย่างมาก พวกชอบมีเพศสัมพันธ์กับศพ ก็คือคนที่มีความสนใจทางเพศ ต่อคนตาย ในขณะที่ฆาตกรต่อเนื่องคือคนที่ฆ่าคนสามคนหรือมากกว่า ในระยะเวลายาวนาน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการแสดงออกในลักษณะ รุนแรงที่สุดของจิตวิทยาด้านมืด และจะหาได้ยาก (ในฐานะเป็นการปฏิบัติ ของประชากรโดยรวม) แต่พวกเขาก็ยังคงสมควรที่จะถูกพูดถึงถ้าคุณ อยากเข้าใจจิตวิทยาด้านมืด ผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชญากรรมจิตวิทยา เชื่อว่าฆาตกรต่อเนื่องและมารสังคมอื่นๆ ได้รับแรงจูงใจจากการไล่ตาม ความพึงพอใจทางจิต ซึ่งพวกเขาได้รับก็เพียงด้วยการแสดงการกระท�ำ อันโหดเหี้ยมเหล่านั้นเท่านั้น ส�ำหรับคนที่กระท�ำสิ่งชั่วร้ายที่สุด การกระท�ำเหล่านั้นเหมือน ยาเสพติดส�ำหรับพวกเขา พวกเขาติดยาในรูปแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เวลาที่ฆาตกรต่อเนื่องได้รับความพึงพอใจในบางรูปแบบจากการฆาตกรรม ใครคนหนึ่ง เขาอาจรู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่จะท�ำอีกครั้ง เพื่อให้มีประสบการณ์ อันน่าพึงพอใจแบบเดียวกันอีก เพื่อจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ เราจะไม่ถกกันถึงด้านมืดของ จิตวิทยาด้านมืด แต่เราจะมองไปที่แง่มุมที่คุณมีแนวโน้มว่าจะประสบใน ชีวิตประจ�ำวันมากกว่า เราจะมองว่าคุณรับมือกับคนที่หลงตัวเอง ซาดิสม์ บุคลิกภาพแบบมาเคียเวลลี (บุคลิกภาพที่รวมศูนย์อยู่ที่การชักจูง หลอกลวง จิตใจกระด้าง ไม่แยแสต่อคุณธรรมและศีลธรรม) และโรคจิตอย่างไร เราจะมองว่าท�ำไมพวกเขาจึงท�ำในสิ่งที่ท�ำ และท�ำมันอย่างไร รวมทั้งคุณ จะสามารถท�ำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ตัวเองไม่ตกเป็นเหยื่อต่อกลไกของคน เหล่านั้น


17 จิตวิทยาด้านมืด บทที่ 2 ลักษณะเฉพาะ 4 อย่าง ของจิตวิทยาด้านมืด เป็นเวลายาวนานที่นักจิตวิทยาเอ่ยถึงบุคลิกด้านมืดของมนุษย์ ว่าเป็น “ตรีลักษณ์มืด” ซึ่งประกอบด้วยบุคลิกทางลบ 3 อย่าง อันได้แก่ หลงตัวเอง บุคลิกภาพแบบมาเคียเวลเลียน และจิตเภท แต่ในปีหลังๆ ผู้เชี่ยวชาญมากมายในสาขานี้ยืนยันว่าควรเพิ่มซาดิสม์ธรรมดาๆ เข้าไป ด้วย ผลก็คือเวลานี้เราจึงเปลี่ยนจากตรีลักษณ์มืดไปเป็น “ลักษณะเฉพาะ 4 อย่างของจิตวิทยาด้านมืด” ในบทนี้เราจะพิจารณาคุณสมบัติพิเศษ 4 อย่างนี้ในแต่ละประการ และพูดถึงมันอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมองคุณสมบัติพิเศษ


18 Dark Psychology เหล่านั้น มันก็เป็นเรื่องส�ำคัญที่จะต้องตระหนักตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการ เข้าใจมันเป็นเรื่องส�ำคัญมาก ถ้าคุณอยากมีความรู้ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อว่าจะเลี่ยงไม่ให้ถูกชักจูง จริงๆ แล้วการวิจัยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ ได้มีการน�ำไปใช้ในสาขาวิชาอื่นๆ ด้วย อันได้แก่ จิตวิทยาคลินิก การ บังคับใช้กฎหมายหรือแม้แต่การจัดการธุรกิจก็เช่นกัน การศึกษาแสดง ให้เห็นว่าผู้คนที่ท�ำคะแนนได้สูงๆ จากการทดสอบหาคุณสมบัติพิเศษ 4 อย่างนี้มีแนวโน้มมากว่าจะประกอบอาชญากรรม พวกเขามักจะสร้าง ปัญหาภายในองค์กรสร้างความเศร้าโศกให้กับผู้คนในชีวิต รวมทั้งสร้าง ปัญหาต่อสังคมโดยรวม ด้วยอย่างไรก็ตาม ในแง่ของสถานการณ์ทาง ธุรกิจ ก็อาจเป็นเรื่องส�ำคัญที่จะต้องคงผู้คนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้เอาไว้ใน ต�ำแหน่งที่มีอ�ำนาจ เราเผชิญกับกรณีหลงตัวเอง บุคลิกภาพแบบมาเคียเวลเลียน ซาดิสม์ และโรคจิตเภทที่ไม่ใช่ทางคลินิกอยู่เป็นประจ�ำ ทั้งนี้ถ้าเราช่าง สังเกต เราก็อาจพบเห็นพวกเขา ตามสถิติพบว่าเราทั้งหมดก็มีคุณสมบัติ เหล่านี้ในระดับหนึ่ง แท้จริงแล้วเวลาที่นักจิตวิทยาทดสอบผู้คนเพื่อหา คุณสมบัติดังกล่าว พวกเขาจะใช้วิธีทดสอบที่เหมาเอาว่าบุคลิกภาพเหล่า นี้มีอยู่ในหลายระดับ ใช้ซาดิสม์เป็นตัวอย่างการทดสอบ บุคลิกภาพนั้น แสดงเป็นนัยๆ ว่าแทนที่จะมีผู้คนที่ซาดิสม์และผู้คนที่ไม่ซาดิสม์ แต่มัน กลับพบว่าเรามีผู้คนที่มีระดับซาดิสม์สูง และคนที่มีระดับความซาดิสม์ ต�่ำเสียมากกว่า สิ่งส�ำคัญอีกอย่างที่ควรหมายเหตุไว้ คือคุณสมบัติบางประการ ที่แสดงออกจากทั้ง 4 ประการนี้อาจคาบเกี่ยวกันได้ และนี่อาจท�ำให้ สับสนได้ แม้แต่ในคนที่ฝึกฝนมาทางวิชาชีพในสาขาจิตวิทยาเองก็ตาม ตัวอย่างเช่นคนที่หลงตัวเองอาจมีพฤติกรรมในลักษณะที่คล้ายคลึงกับ มาเคียเวลเลียน หรือซาดิสม์ เพราะอย่างนี้แค่เพียงการเฝ้าสังเกตในช่วง เวลาสั้นๆ มันอาจยากที่จะบอกว่าบุคลิกด้านมืดประเภทไหนที่คนผู้นั้น จะมี


19 จิตวิทยาด้านมืด ถ้าใครคนหนึ่งท�ำอะไรบางอย่างที่เป็นภัยต่อผู้อื่น คุณก็ควรบอก ได้ว่าบุคลิกภาพด้านมืดใดของคนคนนั้นมันเกิดขึ้นด้วยแรงจูงใจ หรือมัน คือการแสดงออกของปีศาจร้าย อย่าสรุปในทันที ในเวลาระยะหนึ่งควร ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าตัวอย่างใกล้ชิด ก่อนที่คุณจะตัดสินใดๆ และ ถ้าการกระท�ำของคนที่ตรวจสอบเป็นผลเสียต่อคุณ มันอาจยากที่จะคง ความไม่ล�ำเอียงไว้ได้เวลาที่คุณวิเคราะห์บุคลิกภาพด้านมืดของเขา แต่ ก็เป็นเรื่องส�ำคัญที่จะต้องตระหนักจดจ�ำไว้ว่าคุณควรรับมือกับผู้คนให้ เหมาะสม ถ้าคุณมีความเข้าใจที่ดีถึงบุคลิกภาพและแรงจูงใจของเขา คุณ ก็จะพยายามแยกตัวเองออกมาจากสถานการณ์ แล้วสามารถวิเคราะห์ เขาในฐานะเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์ภายนอกที่ไม่ล�ำเอียงได้ การหลงตัวเอง การหลงตัวเอง เป็นบุคลิกภาพด้านมืดที่แสดงออกโดยคนที่ หลงตัวเอง คนที่หลงตัวเองจะแสดงความโอ้อวดความเหนือกว่า แสดง อ�ำนาจและสิทธิโดยชอบธรรมในระดับสูง อย่างไรก็ตามคนหลงตัวเอง มักมีแนวโน้มที่จะเป็นคนมีเสน่ห์ และมีทัศนคติในทางบวก ดังนั้นนี่ก็เป็น เหตุผลว่าท�ำไมพวกเขาจึงเก่งในการหลอกลวงคนอื่น นักจิตวิทยากล่าว กันว่าคนที่หลงตัวมักมองหาผู้คนที่ป้อนเข้ามาใน “การสนองต่อความ หลงตัวเอง” ของพวกเขา เหตุก็เพราะพวกเขาต้องการใช้คนเหล่านั้น เพื่อสร้างอีโก้ของตัวเอง โดยขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บุคลิกภาพอย่างหนึ่งที่คุณเห็นในคนหลงตัวเอง คือพวกเขาเก่ง ในการสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ และพวกเขาสามารถท�ำให้ผู้คน ตาบอดต่อความจริงที่ว่า พวกเขากระท�ำการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เราทุกคนมีแนวโน้มที่จะมีบุคลิกภาพหลงตัวเองในระดับต่างๆ กัน แต่ก็ จะมีสองสามคนในหมู่พวกเราที่เป็นโรคหลงตัวเองอย่างแท้จริง ค�ำว่าคนที่หลงตัวเองและการหลงตัวเอง มาจากนาร์ซิสซัส (Narcissus) ตัวละครในเทพปกรณัมกรีก นาร์ซิสซัสเป็นพราน และเป็น


20 Dark Psychology ชายหนุ่มรูปงาม เขามีเสน่ห์ดึงดูดเสียจนทุกคนดูเหมือนจะหลงรักเขา แต่เขากลับปฏิบัติต่อผู้คนอย่างดูแคลนเหยียดหยาม และไม่เคยตอบรับ ความรักที่ผู้อื่นแสดงต่อตน ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกเนเมซิส (Nemsis เทพธิดา แห่งการแก้แค้น) สาปให้ตกหลุมรักภาพสะท้อนของตนเองในสระน�้ำ เช่นเดียวกับนาร์ซิสซัสคนหลงตัวเอง ในสมัยปัจจุบันนี้คือคน ที่รักแต่ตัวเอง ซึ่งนักจิตวิทยาค้นพบว่าพวกเขาไม่ได้รักเวอร์ชั่นที่แท้จริง ของตัวเอง แต่หลงรักเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์แบบของตัวเองต่างหาก ซึ่งมัน มีอยู่ก็เพียงในจินตนาการของพวกเขาเท่านั้น อาจจะดูเป็นการง่ายที่จะ เหมาว่าพวกหลงตัวมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นอย่าง นั้น พวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเองในลักษณะที่วิปลาส ซึ่งไม่ตั้งอยู่บน พื้นฐานของการยอมรับ เวลาที่คนหลงตัวเองท�ำอะไรเพื่อประโยชน์ส่วน ตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น มันมักเกิดขึ้นในการไล่ตามมโนภาพ ความยิ่งใหญ่ของตัวเอง แม้จะรู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริงก็ตาม คนหลงตัวเองมีความรู้สึกว่าตัวเองมีความส�ำคัญแบบสุดกู่ พวกเขาคิดว่าตัวเองควรได้รับการปฏิบัติดีกว่าคนอื่นรอบตัว พวกเขามี ความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิพิเศษแบบเกินจริง และเชื่อจริงๆ ว่าเวลาที่พวก เขาได้รับการปฏิบัติที่เป็นพิเศษในสถานการณ์ใดก็แล้วแต่มันเป็นไปเพื่อ ผลประโยชน์ร่วมกัน เวลาที่คนหลงตัวเองเอารัดเอาเปรียบคุณเขากลับ คิดว่าจริงๆ แล้วเขาก�ำลังให้ความช่วยเหลือคุณต่างหาก วิธีนี้เขาสามารถ หาเหตุผลให้กับการกระท�ำที่เห็นแก่ตัวและชั่วร้ายของตนเองได้มากมาย ในด้านความสัมพันธ์ คนหลงตัวเองจะคิดถึงตัวเองว่าส�ำคัญและคู่ควร กว่าอีกคน ในสถานที่ท�ำงานคนหลงตัวเองจะคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ ตามธรรมชาติมากกว่าเพื่อนร่วมงาน และดังนั้นเขาจึงสมควรได้รับการ ก�ำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโครงการ หรือได้เลื่อนต�ำแหน่งก่อน คนอื่นทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับคนหลงตัวเอง ก็คือในบางกรณีมันท�ำให้ คนบางคนประสบความส�ำเร็จเสียด้วยซ�้ำ การหลงตัวเองเป็นปรากฏการณ์


Click to View FlipBook Version