เทพปกรณัม ตำ�นานเทวะและวีรบุรุษ Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes ARROW Edith Hamilton
เทพปกรณัม ตำ�นานเทวะและ วีรบุรุษ Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes อีดิธ แฮมิลตัน : เขียน กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น : แปล
© สงวนลิขสิทธิ์โดย บริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จำ�กัด ห้ามนำ�ส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ไปลอกเลียน ทำ�สำ�เนา ถ่ายเอกสาร หรือนำ�ไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต หรือสื่อต่างๆ ไม่ว่าในรูปแบบใด นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น Copyright © by Edith Hamilton. Thai Language Translation copyright © 2023 by Arrow Multimedia Co.,Ltd. All rights reserved. เทพปกรณัม ตำ�นานเทวะและวีรบุรุษ Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes อีดิธ แฮมิลตัน : เขียน กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น: แปล พิมพ์ พ.ศ. 2566 บรรณาธิการ : นิคม ชาวเรือ กองบรรณาธิการ : สุภาภรณ์ สว่างจันทร์, วลัยกร เต็มขันท์, ปวันรัตน์ เกียรติธีรชัย, ชญานี ขุนพิลึก พิสูจน์อักษร : ธีรโชติ จิวรเศรษฐ์กุล รูปเล่ม : รจนา นครโสภา ภาพประกอบ : ไพสิน กลิ่นน้อย ออกแบบปก: ชมพูนุช ขอดคำ ฝ่ายขาย : ณลิณพรรณ เผ่าพันธุ์ขาว ผู้จัดการทั่วไป : เดือนนภา สุรามิตร จัดจำ หน่ายทั่วประเทศโดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำ กัด 108 หมู่ที่ 2 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 0-2423-9999 โทรสาร 0-2449-9222, 0-2449-9500-6 hompage : www.naiin.com พิมพ์ที่ : บริษัท ภาพพิมพ์ จำ กัด 45/12-14,33 หมู่ 4 ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 0-2879-9154-6 โทรสาร 0-2879-9153 ราคา 395 บาท ข้อมูลทางบรรณานุกรม จัดทำ โดย สำ นักพิมพ์แอร์โรว์ ในเครือบริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จำ กัด เลขที่ 1 ถนนกำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 6 (โกสุมนิเวศน์ ซ.2) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0-2573-6584 ฝ่ายขาย 0-2573-6572 Email : [email protected] Line ID : @arrow11 Homepage : www.arrowmultimedia.co.th แฮมิลตัน, อีดิธ. เทพปกรณัม ตำ นานเทวะและวีรบุรุษ—กรุงเทพฯ : แอร์โรว์, 2566. 416 หน้า. 1. ประวัติศาสตร์ I. กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น, แปล II. ชื่อเรื่อง. ISBN 978-616-434-340-5
เกี่ยวกับผู้เขียน อีดิธ แฮมิลตัน อีดิธ แฮมิลตัน เกิดวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ.1867 เธอเป็นนักการศึกษา นักเขียน และนักประวัติศาสตร์ เกิดในเมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมนี มีพ่อแม่เป็น ชาวอเมริกันและเติบโตในเมืองฟอร์ตเวน รัฐอินเดียนา พ่อของเธอเริ่มสอนภาษา ละตินให้เมื่อเธออายุได้ 7 ขวบ และได้เพิ่มภาษากรีก ฝรั่งเศส และเยอรมันเข้าไป ในหลักสูตรของเธอ แฮมิลตันศึกษาต่อที่โรงเรียนมิสพอร์ เตอร์ ในเมืองฟาร์มิงตัน รัฐคอนเนตทิคัต และที่วิทยาลัยบรินมาวร์ ใกล้เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเธอสำ เร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในปี ค.ศ.1894 และในปีต่อมาเธอกับน้องสาว ของเธอเดินทางไปเยอรมนีและเป็นนักศึกษาหญิงกลุ่มแรกที่มหาวิทยาลัยมิวนิกและ ไลพ์ซิช แฮมิลตันกลับมายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1896 และรับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบรินมาวร์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ปี ค.ศ. 1922 เธอเกษียณอายุและได้เริ่มเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับละครกรีก ในปี ค.ศ. 1930
เธอได้ตีพิมพ์ The Greek Way ซึ่งเธอได้นำ เสนอความคล้ายคลึงกันระหว่างชีวิต ในสมัยกรีกโบราณและยุคปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ประสบความสำ เร็จและเป็นที่นิยม อย่างมาก ในปี ค.ศ. 1932 เธอตีพิมพ์ The Roman Way ซึ่งประสบความสำ เร็จ อย่างมากเช่นกัน ผลงานที่โดดเด่นอื่นๆ ของแฮมิลตัน ได้แก่ The Prophets of Israel (1936), Witness to the Truth: Christ and His Interpreters (1949), Three Greek Plays, translations of Aeschylus and Euripides (1937), Mythology (1942), The Great Age of Greek Literature (1943), Spokesmen for God (1949) and Echo of Greece (1957) แฮมิลตันเดินทางไปกรีซในปี ค.ศ. 1957 เพื่อรับตำแหน่งพลเมืองกิตติมศักดิ์ ของเอเธนส์และชมการแสดงต่อหน้าอะโครโพลิสของบทละครกรีกที่เธอแปล เวลา นั้นเธอมีอายุเก้าสิบปี แฮมิลตันเป็นผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์และรางวัลมากมาย รวมถึงการเลือกตั้งที่ American Academy of Arts and Letters อีดิธ แฮมิลตัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1963 ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
อารัมภบท หนังสือเกี่ยวกับเทวตำ นานต้องดึงเอาข้อมูลมาจากหลายแหล่ง พันสองร้อยปีแบ่ง แยกนักเขียนคนแรกๆ ผู้ซึ่งตำ นานถ่ายทอดมาถึงเราจากคนหลังสุด และมีเรื่องราว ที่แตกต่างกันอย่าง “ซินเดอเรลลา” และ “กษัตริย์เลียร์” เพื่อนำ เอาทั้งหมดมาไว้ ด้วยกันในเล่มเดียวเป็นอะไรที่เทียบได้กับทำ แบบเดียวกันกับเรื่องราวของ วรรณกรรมอังกฤษจากชอเซอร์ถึงลำ นำ โดยผ่านเชคสเปียร์ มาร์โลว์ สวิฟท์ เดอโฟ ไดรเดน โป๊ป และอื่นๆ จบลงด้วย เอาเป็นว่าเทนนิสันและบราวนิง หรือแม้แต่เพื่อ ให้การเปรียบเทียบนั้นเป็นจริงยิ่งขึ้น คิปลิงและกัลส์เวิร์ตตี ฉบับรวบรวมของอังกฤษ จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่มันจะไม่ประกอบด้วยเนื้อหาที่ต่างกันมากนัก ความจริงก็คือ ชอเซอร์เหมือนกัลส์เวิร์ตตีมากกว่า และลำ นำ เหมือนคิปลิงมากกว่าโฮเมอร์เหมือน ลูเซียนหรือเอสคีลูสเหมือนโอวิด เมื่อเผชิญกับปัญหานี้ ดิฉันมุ่งมั่นตั้งแต่ต้นที่จะมองข้ามแนวคิดใดที่รวม เรื่องเล่าเข้าด้วยกัน เรียกได้ว่าเขียน “กษัตริย์เลียร์” ลงมาในระดับ “ซินเดอเรลลา”— กระบวนการในทางกลับกันเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้—หรือไม่ก็ใช้วิธีของดิฉันเอง เล่าเรื่องราวที่ไม่ใช่ของดิฉันแต่อย่างใด และได้เล่ากันมาโดยนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ใน ลักษณะที่พวกเขาคิดว่าเหมาะสมกับเนื้อหาสาระของเขา แน่นอนดิฉันไม่ได้ หมายความว่ารูปแบบของนักเขียนยิ่งใหญ่นั้นจะลอกเลียนแบบได้ หรือว่าดิฉันควร ฝันว่าพยายามทำ อย่างนั้น จุดประสงค์ของดิฉันไม่ได้มีอะไรมากกว่าความ ทะเยอทะยานที่จะคงความแตกต่างของนักเขียนหลากหลายที่เราได้ความรู้เกี่ยวกับ ตำ นานมาให้ผู้อ่าน ตัวอย่างเช่นเฮซิออดเป็นนักเขียนเรียบง่ายและมีศรัทธาอย่าง เห็นได้ชัด เขาเป็นคนไม่มีมารยา แม้แต่เหมือนเด็ก บางครั้งหยาบ มักเต็มไปด้วย
ศรัทธาแรงกล้าอยู่เสมอ เรื่องราวมากมายในหนังสือเล่มนี้เขาเป็นคนเล่าคนเดียว เท่านั้น เทียบเคียงกับเรื่องราวที่โอวิดเป็นคนเล่า ลึกซึ้ง สละสลวย ผ่านการ ประดิดประดอย ระมัดระวัง และช่างสงสัยอย่างสมบูรณ์ ความพยายามของดิฉันก็ คือทำ ให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างบางอย่างระหว่างนักเขียนซึ่งแตกต่างกันมาก ก็ ในเมื่อเวลาที่คนคนหนึ่งหยิบหนังสือแบบนี้ขึ้นมา เขาไม่ได้ถามว่าผู้เขียนเล่าเรื่อง ราวใหม่อีกครั้งได้สนุกสนานแค่ไหน แต่ถามว่าเขานำ ผู้อ่านเข้าใกล้กับต้นฉบับได้ มากแค่ไหนมากกว่า ความหวังของดิฉันก็คือด้วยวิธีนี้คนที่ไม่รู้จักคลาสสิกจะได้ไม่เพียงความรู้ ในตำ นานเท่านั้น แต่ยังได้แนวคิดนิดๆ หน่อยๆ ว่าผู้เขียนที่เล่าเรื่องราวเหล่านั้น เป็นอย่างไร—ผู้ซึ่งได้พิสูจน์แล้วด้วยเวลาสองพันปีหรือกว่านั้นว่าเป็นอมตะ
คำนำสำนักพิมพ เทพปกรณัม ตำ นานกรีกโบราณที่ถูกสร้างสรรค์ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่าที่ ลึกซึ้ง สละสลวย ผ่านการประดิดประดอยอย่างดี จนกลายมาเป็นเรื่องราวมากมาย ในหนังสือเล่มนี้ อาทิ วีรบุรุษสงครามกรุงทรอยอันน่าทึ่ง ตำ นานของนอร์ส การผจญภัย และความรักที่น่าตื่นเต้นที่จะปลุกชีวิตให้กับผู้อ่านยุคใหม่ “เทพปกรณัม ตำ นานเทวะและวีรบุรุษ” (Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes) เล่มนี้เป็นหนังสือขายดีสุดคลาสสิกของอีดิธ แฮมิลตัน ชาวอเมริกันที่หลังเกษียณเธอได้เขียนหนังสือที่โด่งดังไปทั่วโลก เพื่อค้นพบโลก อันน่าหลงใหลของเทพนิยายกรีก โรมัน และนอร์ส เป็นรากฐานสำ คัญของวัฒนธรรม ตะวันตก เรื่องราวของเทพเจ้าและวีรบุรุษที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของ มนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเพลิดเพลินไปกับภาพประกอบตลอด ทั้งเล่ม ด้วยงานศิลปะต้นฉบับที่จัดทำ ขึ้นเป็นพิเศษอย่างสวยงาม ทำ ให้ผู้อ่านได้ จรรโลงใจตลอดทั้งเล่ม สำ นักพิมพ์แอร์โรว์
สารบัญ เทวตำ นานคลาสสิก 17 ตอนที่ 1 เทพเจ้า การสร้างโลกและวีรบุรุษยุคเริ่มแรก 31 บทที่ 1 เทพเจ้า 33 บทที่ 2 สองเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งปฐพี 61 บทที่ 3 โลกและมนุษยชาติถูกสร้างขึ้นอย่างไร 81 บทที่ 4 วีรบุรุษยุคเริ่มแรกที่สุด 97 ตอนที่ 2 เรื่องราวของความรักและการผจญภัย 117 บทที่ 1 คิวปิด & ไซคี 119 บทที่ 2 แปดเรื่องสั้นๆ ของคู่รัก 131 บทที่ 3 การค้นหาขนแกะทองคำ 151 บทที่ 4 สี่การผจญภัยยิ่งใหญ่ 169 ตอนที่ 3 วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก่อนสงครามกรุงทรอย 181 บทที่ 1 เพอร์ซิอัส 183 บทที่ 2 เตซีอัส 193 บทที่ 3 เฮอร์คิวลีส 205 บทที่ 4 อตาลานตา 221
ตอนที่ 4 วีรบุรุษของสงครามกรุงทรอย 227 บทที่ 1 สงครามกรุงทรอย 229 บทที่ 2 การล่มสลายของกรุงทรอย 249 บทที่ 3 การผจญภัยของโอดิสซีอัส 261 บทที่ 4 การผจญภัยของเอเนียส 283 ตอนที่ 5 ครอบครัวยิ่งใหญ่ของเทวตำ นาน 303 บทที่ 1 ครอบครัวอเทรอัส 305 บทที่ 2 ราชวงศ์ธีบส์ 329 บทที่ 3 ราชวงศ์ของเอเธนส์ 347 ตอนที่ 6 ตำ นานที่มีความสำ คัญน้อยกว่า 359 บทที่ 1 ไมดาสและคนอื่นๆ 361 บทที่ 2 ตำ นานสั้นๆ เรียงลำ ดับตามตัวอักษร 373 ตอนที่ 7 เทวตำ นานของนอร์สแมน อารัมภบทเทวตำ นานของนอร์ส 389 ตำ นานสั้นๆ เรียงลำ ดับตามตัวอักษร 391 บทที่ 1 เรื่องของซิกนี & ซิเกิร์ด 395 บทที่ 2 เทพเจ้าของนอร์ส 401
เทพปกรณัม ตำ�นานเทวะและวีรบุรุษ Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes อีดิธ แฮมิลตัน
ในอดีตชนเผ่าเฮลเลนิคถูกแยกออกมาจาก อนารยชนว่ามีสติปัญญาแหลมคมกว่าและเป็นอิสระจาก ความไร้สาระมากกว่า เทวตำ นานของกรีกและโรมันโดยทั่วไปควรแสดงให้เราเห็นถึงวิธีคิด ของชาติพันธุ์มนุษย์และรู้สึกเมื่อนานมากมาแล้ว ตามทัศนคตินี้เราย้อนรอยเส้นทาง จากมนุษย์ที่มีอารยธรรม ผู้มีชีวิตห่างไกลจากธรรมชาติมาก ไปยังมนุษย์ผู้มีชีวิต อยู่อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ และความสนใจที่แท้จริงของตำ นานก็คือมันนำ เรากลับ ไปหาเวลาที่โลกยังอ่อนเยาว์และผู้คนมีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ พร้อมกับต้นไม้ ทะเล ดอกไม้ และภูเขา ไม่เหมือนอะไรที่เราเองรู้สึกได้ เวลาที่เรื่องราวก่อรูปขึ้นเรา มักเข้าใจว่าการสร้างความแตกต่างระหว่างอะไรจริงและไม่จริงนั้นมีอยู่น้อย จินตนาการมีชีวิตชีวาชัดเจนและไม่มีเหตุผลมาตรวจสอบ ด้วยเหตุนั้นใครก็ตามใน ป่าอาจมองผ่านต้นไม้เห็นนางไม้ที่กำลังหนี หรือก้มลงเหนือสระใสสะอาดเพื่อดื่มน้ำ มองลึกลงไปเห็นใบหน้าของเทพธิดาแห่งทะเลสาบ เทวตำนาน คลาสสิก
18 Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes โอกาสที่จะเดินทางกลับไปในสภาพของสรรพสิ่งน่าเบิกบานใจนี้มีนักเขียน แทบทุกคนที่สัมผัสกับเทวตำ นานคลาสสิกยื่นมาให้ เหนืออื่นใดก็โดยกวี ในเวลา ห่างไกลอันไม่มีที่สิ้นสุดนั้นมนุษย์ในบรรพกาลสามารถ มีสายตาของโพรติอัสกำ�ลังขึ้นจากทะเล หรือได้ยินไทรทันเฒ่าเป่าแตรเปลือกหอยบิดเป็นเกลียวของเขา และเราในชั่วขณะหนึ่งจับภาพเสมือนมีชีวิตจริงของโลกแปลกๆ และงดงามที่เขา สร้างขึ้นโดยผ่านตำ นานนั้นได้ แต่การพิจารณาอย่างสั้นๆ ของวิถีทางของผู้คนปราศจากอารยธรรมทุกหน ทุกแห่งและทุกยุคทุกสมัยก็เพียงพอแล้วที่จะเจาะลูกโป่งโรแมนติกนั้น ไม่มีอะไร ชัดเจนยิ่งกว่าความจริงที่ว่าผู้คนดึกดำ บรรพ์ ไม่ว่าจะเป็นนิวกินีในทุกวันนี้หรือนาน มาแล้วในพงไพรยุคก่อนประวัติศาตร์นั้นล้วนไม่ใช่และไม่เคยเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัย อยู่ในในโลกของเขาพร้อมกับจินตนาการแจ่มกระจ่างและทัศนวิสัยน่าเบิกบานใจ ความน่าสะพรึงกลัวซุ่มซ่อนอยู่ในป่ายุคบรรพกาลนั้น ไม่ใช่นางไม้และเทพธิดาแห่ง ทะเลสาบ ความน่ากลัวอาศัยอยู่ที่นั่น พร้อมกับผู้รับใช้ใกล้ชิดของมัน…เวทมนตร์ และเครื่องคุ้มกันปกติที่สุดของมัน…การสังเวยมนุษย์ ดังนั้นความหวังหลักของ มนุษยชาติที่จะหนีความโกรธกริ้วของเทพเจ้าใดก็แล้วแต่จึงอยู่ในพิธีกรรมทาง เวทมนตร์คาถาอะไรบางอย่าง ไร้สาระแต่ทรงพลัง หรือในการถวายของบูชาอะไร บางอย่างที่มีมูลค่าเป็นความเจ็บปวดและความเศร้าโศก เทวตำนานของกรีก ภาพมืดมนนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเรื่องราวของเทวตำ นานคลาสสิก การศึกษา วิธีที่ผู้คนสมัยก่อนมองสิ่งแวดล้อมของเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากชาวกรีกมาก นัก นักมานุษยวิทยาปฏิบัติต่อตำ นานกรีกเพียงสั้นๆ อย่างไรนั้นน่าสังเกตทีเดียว แน่นอนชาวกรีกก็เช่นกันที่มีรากที่มาในโคลนตมของยุคแรก พวกเขา เช่นกันที่ครั้งหนึ่งมีชีวิตอยู่อย่างป่าเถื่อน น่าเกลียดและโหดเหี้ยม แต่สิ่งที่ตำ นาน
เทพปกรณัม ตำ�นานเทวะและวีรบุรุษ 19 แสดงให้เห็นก็คือพวกเขาขึ้นมาสูงกว่าความสกปรกและความป่าเถื่อนของยุคเก่า ก่อนมากเพียงไรเมื่อถึงเวลาที่เรารับรู้สิ่งเหล่านั้น มีร่องรอยของเวลานั้นเพียงสอง สามอย่างเท่านั้นที่พบได้ในเรื่องราวเหล่านี้ เราไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เรื่องราวเหล่านี้เล่าขานกันเป็นครั้งแรกในรูปแบบปัจจุบัน แต่เมื่อไรก็ตามที่เล่ากันชีวิตดึกดำ บรรพ์ถูกทิ้งไว้ข้างหลังห่างไกล ตำ นานอย่างที่เรา มีเป็นงานสร้างของกวีผู้ยิ่งใหญ่ บันทึกงานเขียนแรกของกรีซคือ Iliad เทวตำ นาน กรีกเริ่มต้นด้วยโฮเมอร์ โดยทั่วไปแล้วเชื่อกันว่าไม่เกินพันปีก่อนคริสตกาล Iliad คือ หรือประกอบด้วยวรรณคดีกรีกเก่าแก่ที่สุด และเขียนด้วยภาษาที่หรูหรา ลึกซึ้ง และงดงาม ซึ่งต้องมีหลายศตวรรษที่มนุษย์ดิ้นรนที่จะแสดงตัวตนอย่างชัดเจนและ งดงามอยู่เบื้องหลัง เป็นข้อพิสูจน์ของอารยธรรมที่โต้แย้งไม่ได้ เรื่องราวของเทว ตำ นานกรีกไม่ได้สาดแสงชัดแจ้งใดๆ ว่ามนุษย์ยุคแรกเริ่มเป็นอย่างไร ไม่ได้สาด แสงมากมายลงบนสิ่งที่ชาวกรีกยุคเริ่มแรกเป็น—เรื่องซึ่งดูเหมือนว่าสำ คัญต่อเรา มากกว่าก็คือบรรพบุรุษในทางสติปัญญา ศิลปะ และการเมืองของพวกเขาคือใคร ไม่มีอะไรที่เรารู้เกี่ยวกับพวกเขาแปลกแยกจากตัวเราเอง ผู้คนมักพูดถึง “ปาฏิหาริย์ของกรีก” สิ่งที่วลีนั้นพยายามแสดงให้เห็นคือ การเกิดใหม่ของโลกพร้อมกับการตื่นขึ้นของกรีซ “สิ่งเก่าๆ ตายไป จงดู ทุกสิ่งทุก อย่างกลายเป็นใหม่” อะไรลักษณะนั้นเกิดขึ้นในกรีซ ทำ ไมมันจึงเกิดขึ้น หรือเมื่อไร เราไม่รู้เลย เรารู้เพียงว่าในกวีชาวกรีกสมัย แรกที่สุดมีทัศนคติใหม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยฝันกันมาก่อนในโลกก่อนพวกเขา แต่ก็ไม่เคยทิ้งโลกไปหลังพวกเขา ด้วยการก้าวมาข้างหน้าของกรีซ มนุษยชาติกลาย เป็นศูนย์กลางของจักรวาล เป็นสิ่งสำ คัญที่สุดในนั้น นี่เป็นการปฏิวัติทางความคิด ก่อนหน้านั้นมนุษย์มีความหมายน้อยมาก มนุษย์ตระหนักเป็นครั้งแรกว่ามนุษยชาติ คืออะไรในกรีซ ชาวกรีกสร้างพระเจ้าของพวกเขาโดยถอดแบบมาจากพวกเขาเอง นั่นไม่ เคยเข้ามาในจิตใจของมนุษย์มาก่อน จนถึงตอนนั้นพระเจ้าไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับ ความจริง พวกเขาไม่มีอะไรเหมือนสิ่งมีชีวิต ในอียิปต์เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่สูง ตระหง่าน เคลื่อนที่ไม่ได้ เกินกว่าพลังของจินตนาการจะให้กับความเคลื่อนไหว ยึดติดอยู่ในหินเหมือนเสาขนาดใหญ่ของวิหาร เป็นตัวแทนของรูปทรงมนุษย์ที่ทำ ให้ ผิดมนุษย์อย่างจงใจ หรือรูปทรงแข็งทื่อของผู้หญิงพร้อมกับหัวแมว แสดงถึงความ ไม่ยืดหยุ่น ความเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ หรือไม่ก็สฟิงซ์ลึกลับขนาดมหึมา ห่างไกล
20 Mythology Timeless Tales of Gods and Heroes จากทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตอยู่ ในเมโสโปเตเมียมีรูปสลักนูนต่ำ ของโครงร่างสัตว์ร้าย แตกต่างจากสัตว์ป่าใดๆ ที่เคยรู้จักกัน มนุษย์ที่หัวเป็นนกและสิงโตที่หัวเป็นวัวตัวผู้ ทั้งคู่มีปีกนกอินทรีทั้งสองข้าง งานสร้างของศิลปินผู้ตั้งใจสร้างอะไรบางอย่างที่ไม่ เคยเห็นกันมาก่อนนอกจากในใจของพวกเขาเองเท่านั้น เป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบ ของความไม่เป็นจริงอันสมบูรณ์ เหล่านี้และที่เหมือนพวกเขาคือสิ่งที่โลกก่อนกรีกเคารพบูชา คนคนหนึ่ง เพียงจัดวางรูปปั้นของเทพเจ้ากรีกองค์ใดก็ได้ที่เป็นปกติและเป็นธรรมชาติพร้อมกับ ความงดงามทั้งหมดของมันไว้ข้างๆ พวกเขาในจินตนาการ เพื่อสำ เหนียกรู้ว่า แนวคิดใหม่ใดได้เข้ามาในโลก เมื่อมันมาถึง จักรวาลก็มีเหตุผล นักบุญพอลบอกว่าสิ่งที่มองไม่เห็นต้องเป็นที่เข้าใจโดยสิ่งที่มองเห็น นั่น ไม่ใช่ความคิดของฮีบรู มันเป็นกรีก ในกรีซแห่งเดียวในโลกโบราณผู้คนหมกมุ่น กับสิ่งที่มองเห็น พวกเขากำ ลังค้นพบความพึงพอใจในความปรารถนาของพวกเขา ในสิ่งที่จริงๆ แล้วอยู่ในโลกรอบๆ ตัวเขา ช่างแกะสลักเฝ้าดูนักกีฬาแข่งขันในเกม การแข่งขันและรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เขาจินตนาการได้จะงดงามเท่าเรือนร่างเยาว์วัย และแข็งแรงเหล่านั้น ด้วยเหตุนั้นเขาจึงสร้างรูปสลักอพอลโลของเขา ผู้เล่าเรื่องพบ เฮอร์มีสในหมู่ผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนน เขาเห็นเทพเจ้า “เหมือนชายหนุ่มในวัยที่ ความอ่อนเยาว์น่ารักที่สุด” อย่างที่โฮเมอร์บอก ศิลปินและกวีชาวกรีกตระหนักดีว่า มนุษย์จะเก่งกาจ ตรงไปตรงมา ว่องไว และแข็งแกร่งได้อย่างไร เขาเป็นสิ่งที่ทำ ให้ การค้นหาความงามของพวกเขาสมบูรณ์ พวกเขาไม่ปรารถนาจะสร้างจินตนาการ อะไรบางอย่างที่ก่อรูปร่างขึ้นในจิตใจของพวกเขา ศิลปะและความคิดทั้งหมดของ กรีซรวมศูนย์อยู่ในมนุษย์ เทพเจ้ามนุษย์โดยธรรมชาติสร้างสวรรค์ให้เป็นสถานที่ที่คุ้นเคยน่ารื่นรมย์ ที่แห่งนั้นชาวกรีกรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน พวกเขารู้ว่าเทพผู้อยู่อาศัยทำอะไรที่นั่น กิน และดื่มอะไร จัดงานรื่นเริงที่ไหน และสร้างความรื่นรมย์ให้ตัวเองอย่างไร แน่นอน ควรหวาดกลัวพวกเขา พวกเขามีอำ นาจมากและแสนเป็นอันตรายเวลาโกรธ หาก ถึงกระนั้นด้วยความระมัดระวังอย่างเหมาะสม มนุษย์ผ่อนคลายกับพวกเขาได้มาก ทีเดียว เขาแม้แต่เป็นอิสระที่จะหัวเราะเยาะพวกเขา ซูสพยายามซ่อนการมีชู้ของ เขาจากภรรยาตัวเอง และโผล่มาให้เห็นอยู่เสมอเป็นตัวหลักของความสนุกสนาน ชาวกรีกเพลิดเพลินกับเขาและชอบเขามากขึ้นเพราะอย่างนั้น เฮราเป็นตัวละคร สำ เร็จรูปของละครตลก เป็นภรรยาขี้หึงตามแบบฉบับ และเล่ห์เหลี่ยมช่างประดิษฐ์
คนกรีกแตกต่างจากคนอียิปต์ที่สร้างพระเจ้าของพวกเขาตามมโนภาพตัวเอง