จิตวิทยา 101
PSYCH
PSYCHOLOGY FACTS, BASICS,
STATISTICS, TESTS AND MORE!
ARROW
จ1ติ 0วิท1ยา
จติ วทิ ยา ข้อเทจ็ จริง ขอ้ มลู พนื้ ฐาน สถติ ิ
การทดลอง และอ่ืนๆ อกี มากมาย
พอล ไคลนแ์ มน : เขยี น
ชาครีย์นรทิพย์ – บังอร เสวิกุล : แปล
จิตวิทยา 101
PSYCH 101
พอล ไคลน์แมน : เขียน ชาครียน์ รทพิ ย์ – บังอร เสวิกลุ : แปล
จดั ท�ำโดย
สำ�นกั พิมพ์แอรโ์ รว์
ในเครือบรษิ ทั แอร์โรว์ มัลติมเี ดยี จ�ำกัด
เลขที่ 1 ถนนก�ำแพงเพชร 6 ซอย 5 แยก 6 (โกสมุ นเิ วศน์ ซ. 2)
แขวงทงุ่ สองหอ้ ง เขตหลกั สี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศพั ท์ 0-2573-6584
Email : [email protected] Line ID : @arrow11
hompage : www.arrowmultimedia.co.th
Copyright © 2016 by Simon & Schuster, Inc.
Published by arrangement with Adams Media, an Imprint of Simon & Schuster, Inc.,
1230 Avenue of the Americas, New York, NY 10020, USA.
Thai Language Translation Copyright © 2022 by Arrow Multimedia Co.,Ltd.
All rights reserved.
© สงวนลิขสิทธ์ิโดย บริษทั แอรโ์ รว ์ มัลตมิ ีเดีย จ�ำกัด
หา้ มนำ� สว่ นหนงึ่ ส่วนใดของหนังสือเล่มนไ้ี ปลอกเลยี น ท�ำส�ำเนา ถา่ ยเอกสาร หรอื น�ำไปเผยแพรใ่ นอนิ เทอรเ์ นต็
หรอื ส่ือตา่ งๆ ไมว่ า่ ในรปู แบบใด นอกจากได้รับอนญุ าตเปน็ ลายลักษณอ์ ักษรเท่านน้ั
ข้อมลู ทางบรรณานกุ รม
ไคลนแ์ มน, พอล.
จิตวิทยา 101—กรุงเทพฯ : แอรโ์ รว์, 2565.
336 หนา้ .
1. จติ วทิ ยา I. ชาครียน์ รทพิ ย์ – บังอร เสวิกุล , แปล II. ช่อื เร่ือง.
ISBN 978-616-434-311-5
บรรณาธกิ าร : นิคม ชาวเรอื
ผจู้ ัดการทั่วไป : เดือนนภา สรุ ามติ ร ฝ่ายขาย : ณลินพรรณ เผ่าพันธ์ุขาว
กองบรรณาธิการ : สุภาภรณ์ สวา่ งจนั ทร,์ ชญานี ขุนพิลกึ , ปวันรตั น์ เกียรตธิ รี ชยั
พสิ ูจนอ์ ักษร : วลัยกร เตม็ ขนั ท์ ศลิ ปกรรม : ชมพูนุช ขอดคำ�
จดั จำ� หน่ายท่วั ประเทศโดย
บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซน็ เตอร์ จ�ำกดั
108 หมทู่ ่ี 2 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวสั ดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบรุ ี 11130
โทรศพั ท์ 0-2423-9999 โทรสาร 0-2449-9222, 0-2449-9500-6
hompage : www.naiin.com
พิมพ์ท่ี : บรษิ ัท ไอดี ออล ดจิ ติ อลพรนิ้ ท์ จ�ำกดั
52 ซอยเอกชยั 69 ถนนเอกชยั แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. 10150
โทรศัพท์ 0-2899-5429-35 โทรสาร 0-2416-4097
ราคา 420 บาท
PAUL KLEINMAN
จติ วิทยา หรือ psychology ในภาษาองั กฤษนน้ั มีท่ีมาจากค�ำวา่
psyche–ท่ีเป็นค�ำภาษากรีก หมายความถึง “จิต, วิญญาณ,
ลมหายใจ”
logia–ที่เป็นคำ� ภาษากรีก หมายความถงึ “ศาสตร์ หรือการศึกษา”
จิตวิทยา คือการศึกษากระบวนการทางจิตหรือพฤติกรรม ซึ่งโดย
หลักแล้ว ผู้ที่ท�ำงานด้านจิตวิทยา มักพยายามท่ีจะหาค�ำตอบต่อค�ำถามว่า
“อะไรคือส่ิงกระตุ้นของคุณ” หรือ “คุณมองโลกน้ีอย่างไร” และค�ำถามท่ีดู
เรยี บง่ายทั้งสองขอ้ น้ี แทจ้ ริงแลว้ ครอบคลมุ ประเดน็ ท่ซี บั ซ้อนมากมาย ไม่วา่
จะเปน็ อารมณ์ กระบวนการทางความคดิ ความฝนั ความทรงจำ� มมุ มอง บคุ ลกิ
ความเจ็บปว่ ย และการบ�ำบัดรักษา
พอล ไคลน์แมน ซึ่งส�ำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ในปี 2552 ด้วยปริญญาศิลปศาสตร์และการสื่อสาร: วิทยุ โทรทัศน์ และ
ภาพยนตรแ์ ละปจั จบุ นั อาศยั อยทู่ ี่ New York City ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ได้
เขยี นและเรยี บเรยี งหนงั สอื เลม่ นข้ี นึ้ มา เพอื่ ใหอ้ า่ นงา่ ย สนกุ และสมบรู ณท์ ส่ี ดุ
ค�ำนำ� สำ� นกั พมิ พ์
ปัจจุบันจิตวิทยาได้เข้ามามีบทบาทส�ำคัญในวิถีชีวิตของมนุษย์
เพราะจะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจธรรมชาตขิ องมนุษย์ และยงั ค้นหาสาเหตุของ
การกระท�ำเพ่ือคาดคะเนพฤติกรรมที่จะเกิดข้ึนได้ จิตวิทยาน้ันเป็น
ศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษากระบวนการทางจิตหรือพฤติกรรมของ
มนุษย์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ท่ีสามารถพิสูจน์ได้ โดยน�ำผลที่ได้
จากการทดลองมาแปลความหมายแล้วสรุปความเพ่ืออธิบาย
พฤติกรรมของบุคคลนั้นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาต่างๆ
ทอี่ าจเกิดขึ้นกบั ตนเองและสงั คมไดเ้ ป็นอยา่ งดีและมีประสทิ ธภิ าพ
สำ� หรับหนังสือ จติ วิทยา 101 หรอื PSYCH 101 เล่มนี้
ครอบคลุมทั้งทฤษฎี การทดลอง และผลงานทมี่ ีความส�ำคัญต่อการ
ศึกษาทางด้านจิตวิทยาของนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงมากมาย ซ่ึงจะ
ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการท�ำงานของจิต และสามารถน�ำความรู้
นนั้ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั ได้ อกี ทง้ั องคค์ วามรทู้ างจติ วทิ ยา
นี้ยังรกั ษาปัญหาสขุ ภาพจติ ไดอ้ กี ดว้ ย
ส�ำนกั พมิ พแ์ อรโ์ รว์
สารบัญ
อารมั ภบท : จิตวิทยาคืออะไร 14
อวี าน พาฟลอฟ 16
(Ivan Pavlov ค.ศ. 1849 – 1936) 22
บี. เอฟ. สกนิ เนอร์ 29
(B. F. Skinner ค.ศ. 1904 – 1990) 38
ซกิ มุนด์ ฟรอยด์ 43
(Sigmund Freud ค.ศ. 1856 – 1939) 48
แอนนา ฟรอยด์ 55
(Anna Freud ค.ศ. 1895 – 1982) 59
ลอเรนซ์ โคลเบริ ์ก
(Lawrence Kohlberg ค.ศ. 1927 – 1987)
สแตนลีย์ มิลแกรม
(Stanley Milgram ค.ศ. 1933 – 1984)
อลั เฟรด แอดเลอร์
(Alfred Adler ค.ศ. 1870 – 1937)
ทฤษฎีพ้นื ฐานว่าดว้ ยการรวมตวั เป็นกลุม่
(Basic Theories on Groups)
ฟิลปิ ซิมบาร์โด 64
(Philip Zimbardo ค.ศ. 1933 – ปจั จบุ ัน) 69
โซโลมอน อาช 73
(Solomon Asch ค.ศ. 1907 – 1996) 78
จอห์น บ.ี วตั สนั 95
(John B. Watson ค.ศ. 1878 – 1958) 103
แฮรม์ นั รอรช์ คั 111
(Hermann Rorschach ค.ศ. 1884 – 1922) 121
การรับรู้ทางสายตา 126
จติ วทิ ยากลุ่มเกสตลั ท์ 130
(Gestalt Psychology) 134
จิตวิทยาการรคู้ ิด 139
(Cognitive psychology)
ทฤษฎคี วามขดั แย้งทางความคิด
(Cognitive Dissonance Theory)
ทฤษฎลี ดแรงขบั
(Drive Reduction Theory)
แฮรร์ ี่ ฮารโ์ ลว์
(Harry Harlow ค.ศ. 1905 – 1981)
ฌอง เปียเจต์
(Jean Piaget ค.ศ. 1896 – 1980)
อลั เบริ ต์ แบนดูรา
(Albert Bandura ค.ศ. 1925 จนถงึ ปจั จบุ ัน)
คาร์ล โรเจอร์ส 144
(Carl Rogers ค.ศ. 1902 – 1987)
อับราฮัม มาสโลว์ 149
(Abraham Maslow ค.ศ. 1908 – 1970)
ทฤษฎีเชาวน์ปญั ญา 155
(Theories of Intelligence)
เคริ ต์ เลวิน 161
(Kurt Lewin ค.ศ. 1890 – 1947)
คารล์ ยงุ 165
(Carl Jung ค.ศ. 1875 – 1961)
เฮนรี เมอรเ์ รย์ 171
(Henry Murray ค.ศ. 1893 – 1988)
สมองซกี ซา้ ยและซกี ขวา 177
ความรกั 181
คาเรน ฮอร์เนย์ 187
(Karen Horney ค.ศ. 1885 – 1952)
จอหน์ โบวล์บี 193
(John Bowlby ค.ศ. 1907 – 1990)
ทฤษฎกี ารอา้ งเหตุ 199
(Attribution Theory)
อารมณ ์ 206
บุคลกิ ภาพ 213
219
ทฤษฎีภาวะผู้น�ำ
(Leadership Theory)
ความฝัน 224
ศิลปะบ�ำบดั 230
(Art Therapy) 234
การสะกดจติ 237
(Hypnosis) 243
อัลเบริ ์ต เอลลสิ 249
(Albert Ellis ค.ศ. 1913 - 2007) 252
การบ�ำบัดดว้ ยความคิดและพฤติกรรม 258
(cognitive behavioral therapy) 261
ฮวิ รสิ ตกิ ส์ 267
(Heuristics) 271
แฮรี่ สแตค็ ซัลลแิ วน 278
(Harry Stack Sullivan ค.ศ. 1892 - 1949) 283
ตัวเลขวเิ ศษหมายเลข 7 บวกหรอื ลบ 2
อิริค ฟรอมม์
(Erich Fromm ค.ศ. 1900 – 1980)
การทดลองพลเมอื งดี
(The Good Samaritan Experiment)
ความผดิ ปกติทางบุคลิกภาพ
(Personality Disorders)
โรคดสิ โซสเิ อทฟี
(Dissociative Disorders)
การทดลองโรเซนแฮน
(The Rosenhan experiment)
รูปแบบการเรยี นร้ขู องเดวิด คอลบ์ 287
(David Kolb)
โรควติ กกงั วล 293
(Anxiety Disorders)
แมรี เอนสเ์ วริ ์ธ กับสถานการณ์แปลกๆ 300
(Mary Ainsworth And Strange Situations)
โรคทางอารมณ์ 306
(Mood Disorders)
เลฟ ไวกอ็ ตสก้ี 312
(Lev Vygotsky ค.ศ. 1896 - 1934)
โรคโซมาโตฟอรม์ 316
(Somatoform Disorders)
ความสอดคล้องกนั ทผี่ ิดพลาด 321
และการหลงเชอื่ ว่าตัวเองพเิ ศษกว่าคนอืน่ แบบผิดๆ
ความเครยี ด 326
(Stress)
ทฤษฎีความขดั แยง้ ในตัวเอง 331
(Self-Discrepancy Theory)
12 PSYCH 101
ขอมอบแด่
ลิซซี่ บุคคลเพยี งคนเดียว
ทส่ี ามารถรองรบั ความบ้าบน่ิ ของผม
และผทู้ ีท่ �ำใหผ้ มยงั คงมีสตไิ ดเ้ สมอ
จติ วิทยา 101 13
อารมั ภบท
จิตวทิ ยา คอื อะไร
จติ วทิ ยา หรือ psychology ในภาษาอังกฤษนนั้ มที ี่มาจากค�ำว่า
psyche—ทเ่ี ปน็ ค�ำภาษากรกี หมายความถึง “จติ , วญิ ญาณ, ลมหายใจ”
logia—ทเ่ี ป็นค�ำภาษากรกี หมายความถงึ “ศาสตร์ หรอื การศึกษา”
จิตวทิ ยา คอื การศึกษากระบวนการทางจติ หรือพฤตกิ รรม ซ่ึงโดย
หลักแล้ว ผู้ท่ีท�ำงานด้านจิตวิทยามักพยายามที่จะหาค�ำตอบต่อค�ำถามว่า
“อะไรคือสงิ่ กระต้นุ ของคุณ” หรอื “คณุ มองโลกนีอ้ ย่างไร” และคำ� ถาม
ที่ดูเรียบง่ายท้ังสองข้อน้ี แท้จริงแล้วครอบคลุมประเด็นที่ซับซ้อนมากมาย
ไมว่ า่ จะเปน็ อารมณ์ กระบวนการทางความคดิ ความฝนั ความทรงจำ� มมุ มอง
บคุ ลกิ ความเจบ็ ป่วย และการบ�ำบดั รักษา
ในขณะท่ีรากฐานของจิตวิทยาน้ันย้อนกลับไปถึงนักปราชญ์ในยุค
กรกี โบราณ แตเ่ รม่ิ ไดร้ บั การยอมรบั เมอื่ นกั จติ วทิ ยาชาวเยอรมนั ชอื่ วลิ เฮลม์
วนุ ดท์ (Wilhelm Wundt) ไดส้ รา้ งหอ้ งทดลองขน้ึ เพอื่ ทมุ่ เทใหก้ บั การศกึ ษา
จิตวทิ ยาโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1879 ซง่ึ ศาสตรแ์ ขนงนี้ก็ได้รบั ความนยิ มจน
เป็นท่ีแพร่หลายนับแต่นั้นเป็นต้นมา และศาสตร์แห่งจิตวิทยาได้แตกแขนง
แผ่ขยายออกไปมากมาย กลายเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีความหลากหลายท่ีมัก
คาบเกยี่ วกบั การศกึ ษาทางวิทยาศาสตรอ์ นื่ ๆ ด้วย ไม่วา่ จะเปน็ เวชศาสตร์
พนั ธศุ าสตร์ สงั คมวทิ ยา มานษุ ยวทิ ยา ภาษาศาสตร์ ชวี วทิ ยา หรอื แมก้ ระทงั่
เรื่องอื่นๆ อาทิ กฬี า ประวตั ิศาสตร์ และความรกั
14 PSYCH 101
ดังนั้น จึงขอเชิญท่านสวมหมวกนักคิด พยายามท�ำตัวให้สบาย
(หรือจะลองนอนลงบนโซฟากไ็ ด)้ และเตรียมพรอ้ มที่จะไดพ้ บกับความร้ซู ง่ึ
จะน�ำไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซ้ึง เพราะมันถึงเวลาท่ีจะเร่ิมเรียนรู้เก่ียวกับ
ตวั ทา่ นเองในแบบทท่ี า่ นไมเ่ คยนกึ คดิ วา่ จะเปน็ ไปได้ และไมว่ า่ หนงั สอื เลม่ น้ี
จะเปน็ การอา่ นเพอ่ื ทบทวนความรเู้ กย่ี วกบั จติ วทิ ยาของทา่ น หรอื จะเปน็ การ
เรยี นรูท้ ุกอยา่ งใหม่หมดจดเปน็ ครง้ั แรก มันก็ได้เวลามาเร่มิ กันแลว้
ขอต้อนรบั สู่ จติ วทิ ยา 101
จติ วทิ ยา 101 15
อวี าน พาฟลอฟ
(IVAN PAVLOV 1849-1936)
บรุ ษุ ผศู้ กึ ษาสนุ ขั —เพอ่ื นทดี่ ที สี่ ดุ ของมนษุ ย์
อีวาน พาฟลอฟ (หรืออวี าน บัฟลอฟ) เกดิ ท่ีเมอื งรซี าน จกั รวรรดริ สั เซีย เมือ่ วนั
ท่ี 14 กนั ยายน ค.ศ. 1849 โดยเป็นบุตรของบาทหลวงประจำ� หมู่บา้ น แรกเร่มิ เดมิ ที
พาฟลอฟศกึ ษาเทววทิ ยา จนกระทง่ั ถงึ ปี ค.ศ.1870 เมอื่ เขาละทง้ิ การศกึ ษาเกย่ี วกบั
ศาสนา และไปเขา้ ศกึ ษาตอ่ ในมหาวทิ ยาลยั เซนตป์ เี ตอรส์ เบริ ก์ เพอ่ื ศกึ ษาสรรี วทิ ยา
และเคมี
ระหว่างปี ค.ศ. 1884-1886 พาฟลอฟ ไดศ้ ึกษาภายใตอ้ าจารยท์ ่ีมีช่ือเสียง
คือ คาร์ล ลุดวิก (Carl Ludwig) นักสรีรวิทยาระบบหัวใจและหลอดเลือด และ
รูดอล์ฟ ไฮเดนไฮน์ (Rudolf Heidenhain) นักสรรี วทิ ยาระบบทางเดนิ อาหาร เม่อื
มาถงึ ปี ค.ศ. 1890 พาฟลอฟ กเ็ ปน็ ศลั ยแพทยผ์ มู้ ากความสามารถ และมคี วามสนใจ
เกย่ี วกบั การควบคมุ ความดนั โลหติ โดยเขาสามารถสอดใสส่ ายสวนเขา้ ไปยงั หลอด
เลือดแดงโคนขาของสุนัขโดยไม่ใช้ยาชา แต่แทบไม่สร้างความเจ็บปวดเลย และ
ทำ� การบนั ทกึ ผลกระทบทส่ี ภาพอารมณแ์ ละการกระตนุ้ ของเวชภณั ฑม์ ตี อ่ ความดนั
โลหิต อย่างไรก็ดี ผลงานวิจัยท่ีทรงอิทธิพลที่สุดของพาฟลอฟท่ีเก่ียวข้องกับสุนัข
กค็ ือ การศกึ ษาการวางเงือ่ นไขแบบดง้ั เดิม (classical conditioning) นนั้ ก�ำลังจะ
เกดิ ขน้ึ ในช่วงเวลาต่อมา
ในชว่ งระหวา่ งปี ค.ศ. 1890-1924 พาฟลอฟทำ� งานเปน็ ศาสตราจารย์ดา้ น
สรีรวิทยา ที่อิมพีเรียล เมดิคัล อคาเดมี โดยในช่วง 10 ปีแรกของการท�ำงานเป็น
อาจารยน์ นั้ พาฟลอฟไดห้ นั มาใหค้ วามสนใจกบั การศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการ
หล่ังน�้ำลายกับการย่อยอาหาร และด้วยการท�ำการผ่าตัดทางการแพทย์ เขาก็
สามารถท่ีจะศึกษาเรียนรู้เก่ียวกับสารคัดหล่ังในทางเดินอาหารของสัตว์ได้ ซึ่งเขา
ได้ท�ำการทดลองต่างๆ เพ่ือแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการตอบสนอง
16 PSYCH 101
อตั โนมตั กิ บั ระบบประสาท การวจิ ยั นไี้ ดน้ ำ� ไปสกู่ ารพฒั นาแนวคดิ ทสี่ ำ� คญั ทสี่ ดุ ของ
พาฟลอฟ นน่ั ก็คอื พฤติกรรมการเรยี นรู้แบบมีเงื่อนไข (conditioned reflex) เมอ่ื
มาถึงปี ค.ศ. 1930 พาฟลอฟได้เริ่มน�ำการวจิ ยั เกี่ยวกบั พฤติกรรมการเรยี นรู้แบบมี
เงือ่ นไขมาอธบิ ายโรคจติ เภทในมนุษยด์ ว้ ย
Doctoral Definitions
ถอดรหัสศัพท์การแพทย์ พฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเง่ือนไข
(conditioned reflex) การตอบสนองท่ีถูกเชื่อมโยงกับส่ิงเร้าที่ไม่
เคยมคี วามสมั พนั ธก์ นั มากอ่ น โดยเกดิ จากการจบั ครู่ ะหวา่ งสง่ิ เรา้ กบั
สิ่งเรา้ อกี ตวั หนงึ่ ทมี่ ักทำ� ให้เกดิ การตอบสนอง
ถึงแม้ว่าพาฟลอฟจะได้รับการยกย่องและได้รับการสนับสนุนจากสหภาพ
โซเวียต แต่เขาก็วิจารณ์ระบอบคอมมิวนิสต์ของรัฐบาลอย่างอาจหาญ ถึงขนาดที่
ออกมาประณามรฐั บาลอยา่ งเปิดเผยในปี ค.ศ. 1923 ภายหลงั จากทีเ่ ขาได้เดินทาง
ไปเยอื นสหรฐั อเมรกิ า และเมอื่ รฐั บาลโซเวยี ตขบั ไลล่ กู ๆ ของบาทหลวงในอมิ พเี รยี ล
เมดคิ ลั อคาเดมี (ซงึ่ ในยคุ นน้ั เปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ในชอ่ื โรงเรยี นการแพทยท์ หาร Military
Medical Academy ในแคว้นเลนินกราด) พาฟลอฟ ซึ่งเป็นบุตรของบาทหลวง
ดว้ ยกไ็ ดล้ าออกจากตำ� แหนง่ ศาสตราจารย์ ดร. อวี าน พาฟลอฟ เสยี ชวี ติ ลงเมอื่ วนั ท่ี
27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1936 ในแคว้นเลนินกราด
รางวลั เกยี รตยิ ศมากมายของอีวาน พาฟลอฟ
ตลอดชว่ งชวี ติ ของอวี าน พาฟลอฟ งานวจิ ยั ของเขาไดร้ บั การยกยอ่ ง
สรรเสรญิ เป็นอย่างมาก โดยมตี วั อยา่ ง อาทิ
• ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่ง
รัสเซยี (1901)
• ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสรีรวทิ ยาและการแพทย์ (1904)
• ได้รับการแต่งต้ังเป็นนักวิชาการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่ง
รัสเซยี (1907)
จติ วิทยา 101 17
• ไดร้ บั ดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดจิ์ ากมหาวทิ ยาลยั แคมบรดิ จ์ (1912)
• ไดร้ บั เครอ่ื งอสิ รยิ าภรณเ์ ลฌยี งดอเนอร์ (Order of the Legion
of Honour ซ่ึงเป็นเคร่ืองอิสริยาภรณ์ช้ันสูงสุดของประเทศ
ฝรงั่ เศส มอบเพอ่ื เปน็ บำ� เหนจ็ ความชอบแกท่ หารและพลเรอื น)
จากสถาบนั การแพทยแ์ ห่งฝร่ังเศส (1915)
ทฤษฎีการวางเง่ือนไขแบบคลาสสกิ
การเรียนรโู้ ดยผ่านการเช่ือมโยง
ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก ถือเป็นผลงานท่ีโด่งดังและทรงอิทธิพลที่สุด
ของพาฟลอฟ และเป็นการวางรากฐานส่วนใหญ่ของการศึกษาจิตวิทยาว่าด้วย
พฤติกรรม โดยแกน่ แล้ว สรุปงา่ ยๆ ได้ว่า ความคดิ หลักของทฤษฎกี ารวางเง่ือนไข
แบบคลาสสกิ คอื การเรยี นรบู้ างสง่ิ บางอยา่ งผา่ นการเชอื่ มโยง ซงึ่ พาฟลอฟ ไดร้ ะบุ
4 หลกั การ คอื
1. สิ่งเร้าที่ไม่ได้วางเง่ือนไข (Unconditioned Stimulus) สิ่งเร้าคือ
การกระท�ำ อทิ ธพิ ล หรอื ตวั แทนใดๆ ท่สี ่งผลให้เกิดการตอบสนอง โดยสิ่ง
เรา้ ทไี่ มไ่ ดว้ างเง่ือนไขเกดิ ขนึ้ เม่ือส่งิ เร้าก่อใหเ้ กดิ การตอบสนองในรปู แบบ
ใดรปู แบบหนงึ่ โดยอตั โนมตั ิ ยกตวั อยา่ งเชน่ หากละอองเกสรดอกไมท้ ำ� ให้
ใครคนใดคนหนง่ึ จาม นนั่ หมายความวา่ ละอองเกสรดอกไม้ คอื สง่ิ เรา้ ทไี่ ม่
ได้วางเงอื่ นไข
2. การตอบสนองท่ีไม่ได้ถูกวางเง่ือนไข (Unconditioned Response)
คอื การตอบสนองทเ่ี กดิ ขนึ้ โดยอตั โนมตั อิ นั เปน็ ผลจากสงิ่ เรา้ ทไี่ มไ่ ดถ้ กู วาง
เงอื่ นไข โดยแกน่ แลว้ มนั เปน็ การตอบสนองทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ และไมไ่ ดต้ ง้ั ใจ
ตอ่ สง่ิ เรา้ ใดๆ กต็ าม ยกตวั อยา่ งเชน่ หากละอองเกสรดอกไมท้ ำ� ใหใ้ ครคนใด
คนหนึง่ จาม นน่ั หมายความว่าการจาม คอื การตอบสนองที่ไม่ไดถ้ ูกวาง
เง่อื นไข
18 PSYCH 101
3. ส่ิงเร้าที่วางเงื่อนไข (Conditioned Stimulus) เม่ือส่ิงเร้าท่ีเป็นกลาง
(สงิ่ เร้าทไี่ ม่ไดเ้ กี่ยวพนั กบั ผลลพั ธ)์ ถูกนำ� มาเชือ่ มโยงกับการตอบสนองที่
ไมไ่ ด้ถูกวางเง่อื นไข ยังผลใหเ้ กิดการตอบสนองทีถ่ ูกวางเงื่อนไข
4. การตอบสนองท่ีถูกวางเง่ือนไข (Conditioned Response) คือการ
ตอบสนองอันเป็นผลมาจากการเรยี นรทู้ ีถ่ กู วางเงื่อนไขแล้ว
มนั นา่ สบั สนไหมครบั ไมต่ อ้ งสบั สนนะครบั เพราะจรงิ ๆ แลว้ มนั งา่ ยนดิ เดยี ว
ลองจินตนาการวา่ ท่านสะดุ้งเมอ่ื ได้ยินเสยี งอึกทึกครกึ โครม เสยี งน้นั กระต้นุ ใหเ้ กิด
การตอบสนองโดยธรรมชาติ ซงึ่ หมายความวา่ เสยี งอกึ ทกึ ครกึ โครมเปน็ สง่ิ เรา้ ทไี่ ม่
ไดว้ างเงอื่ นไข ในขณะท่ที า่ นสะดงุ้ นน้ั เปน็ การตอบสนองท่ีไม่ไดว้ างเง่อื นไข เพราะ
ท่านสะดุ้งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อส่ิงเร้าที่ไม่ได้วางเงื่อนไข ทีนี้
หากท่านได้เห็นการกระท�ำหน่ึงๆ ในจังหวะเดียวกันหรือก่อนท่ีจะเกิดเสียงดัง
เลก็ นอ้ ย อาทกิ ารท่ใี ครคนหนง่ึ ทุบกำ� ป้นั ลงโต๊ะ ทา่ นก็อาจเร่ิมเชื่อมโยงการกระท�ำ
น้ันกับเสียงดัง ท�ำให้ท่านสะดุ้งทุกคร้ังที่เห็นก�ำปั้นเคล่ือนไหวในรูปแบบคล้ายคลึง
กนั แม้จะไม่มเี สยี งดงั ตามมาก็ตาม ในทน่ี ้ี ความเคล่อื นไหวของก�ำป้ัน (สงิ่ เรา้ ทว่ี าง
เง่ือนไข) ถูกน�ำไปเชื่อมโยงกับสิ่งเร้าท่ีไม่ได้วางเง่ือนไข (เสียงดัง) และท�ำให้ท่าน
สะด้งุ (การตอบสนองท่ีถกู วางเงอ่ื นไข)
สุนัขของพาฟลอฟ
ดร. อวี าน พาฟลอฟ สามารถทจี่ ะสร้างความคิดเหล่าน้ีจากการเฝ้าสงั เกตการหลง่ั
น�้ำลายท่ีไม่สม่�ำเสมอของสุนัขท่ีไม่ได้ถูกวางยาสลบ โดยพาฟลอฟเริ่มต้นจากการ
ศึกษาการยอ่ ยอาหารของสนุ ขั ดว้ ยการวดั ปริมาณน�ำ้ ลายทสี่ นุ ขั หล่ังออกมา เมื่อมี
การน�ำอาหารท่ีกินได้และกินไม่ได้มาให้พวกมัน ในที่สุด เขาสังเกตเห็นว่า สุนัข
จะเร่ิมน้�ำลายไหลทุกคร้ังท่ีผู้ช่วยของเขาเดินเข้ามาในห้อง เดิมทีเขาเช่ือว่าสุนัข
เหล่านั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเส้ือกาวน์สีขาวที่ผู้ช่วยของเขาสวมอยู่ พาฟลอฟ
ต้ังสมมติฐานว่า การสร้างน�้ำลายนั้น แท้จริงแล้วเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอะไร
บางอยา่ ง และสุนัขเหล่านนั้ ได้ท�ำการเชอื่ มโยงเส้อื กาวนส์ ขี าวกบั การใหอ้ าหาร ยง่ิ
ไปกวา่ นน้ั พาฟลอฟสงั เกตวา่ การสรา้ งนำ�้ ลายทเี่ กดิ ขน้ึ เมอื่ มกี ารนำ� อาหารมาให้ ถอื
เปน็ การตอบสนองทไ่ี มไ่ ดว้ างเงอ่ื นไข ในขณะทก่ี ารสรา้ งนำ้� ลายทเี่ ปน็ ผลมาจากการ
จติ วทิ ยา 101 19
เหน็ เสือ้ กาวน์สีขาวนน้ั เป็นปฏกิ ริ ิยาท่เี กิดจากการเรียนรู้ หรอื การตอบสนองท่ถี ูก
วางเง่ือนไข เพ่ือท่ีจะค้นคว้าการค้นพบของเขาให้ลึกลงไปอีก พาฟลอฟจึงเร่ิมต้น
กระบวนการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังท่ีสุดช้ินหนึ่งของโลกนั่นก็คือ การ
ทดสอบท่ีชอื่ “สนุ ขั ของพาฟลอฟ” (Pavlov’s dogs)
การทดลอง เสยี งกระด่ิงนี้ดังเพ่อื ใคร :
การดำ�เนินการทดสอบทางวิทยาศาสตร์
เพ่ือการตอบสนองทถี่ ูกวางเงื่อนไข
่กอนการ ึฝกการวางเงื่อนไข อาหาร (สงิ่ เร้า การตอบสนอง นำ้� ลายไหล (การตอบสนอง
ท่ีไม่ได้วางเง่ือนไข) ที่ไมไ่ ด้ถกู วางเงอ่ื นไข)
เสียงกระดิ่ง (สิง่ เร้า การตอบสนอง น้ำ� ลายไม่ไหล (การตอบสนอง
ทีเ่ ปน็ กลาง) โดยไม่ไดถ้ ูกวางเงอ่ื นไข)
ระห ่วางการฝึกการ กระด่งิ และอาหาร การตอบสนอง น้�ำลายไหล (การตอบสนอง
วางเง่ือนไข ทีไ่ ม่ไดถ้ กู วางเงอ่ื นไข)
ห ัลงการ ึฝกการวางเง่ือนไข เสยี งกระดง่ิ (ส่ิงเรา้ การตอบสนอง น้ำ� ลายไหล(การตอบสนอง
ท่ถี กู วางเงอ่ื นไข) ทถ่ี กู วางเง่ือนไข)
20 PSYCH 101
ล�ำดับการทดลองทางวทิ ยาศาสตร์ : สนุ ัขของพาฟลอฟ
1. ตวั ทดลองในการทดลองทางวทิ ยาศาสตรว์ า่ ดว้ ยการวางเงอ่ื นไขนี้ เปน็ สนุ ขั
หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
2. เรม่ิ ตน้ ดว้ ยการคดั เลอื กสงิ่ เรา้ ทไ่ี มไ่ ดว้ างเงอื่ นไข ในการทดลองครงั้ นี้ สง่ิ เรา้
ท่ีไม่ได้วางเงื่อนไข คือ อาหารซ่ึงจะท�ำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองที่เป็น
ธรรมชาตแิ ละอตั โนมตั ิ นน่ั คอื การนำ้� ลายไหล ในสว่ นของสงิ่ เรา้ ทเี่ ปน็ กลาง
การทดลองใชเ้ สยี งของเคร่ืองเคาะจงั หวะเมโทรนอม
3. การสังเกตตัวทดลองก่อนการวางเง่ือนไข พบว่ามีการสร้างน�้ำลายเม่ือน�ำ
อาหารมาใหส้ นุ ัข และไม่มีการสรา้ งน้ำ� ลายเมือ่ สุนขั ไดย้ ินเสยี งเครื่องเคาะ
จังหวะ
4. ในการเริ่มกระบวนการทดสอบ ตัวทดสอบได้สัมผัสกับส่ิงเร้าที่เป็นกลาง
(เสียงเครื่องเคาะจังหวะ) ซ้�ำๆ และจะได้รับส่ิงเร้าท่ีไม่ได้วางเงื่อนไข
(อาหาร) ในทนั ที
5. หลังจากช่วงเวลาหน่ึง ตัวทดลองจะเริ่มเทียบเสียงเคร่ืองเคาะจังหวะกับ
การสง่ อาหาร ยง่ิ การทดลองใชเ้ วลานานขน้ึ เท่าใด การวางเงอ่ื นไขก็จะยิ่ง
ฝงั รากลกึ ลงไปเทา่ นนั้
6. เม่ือชว่ งการวางเงอื่ นไขเสร็จส้นิ ลง ส่งิ เร้าทเี่ ป็นกลาง (เครือ่ งเคาะจงั หวะ)
จะทำ� ใหต้ วั ทดลองเรมิ่ นำ�้ ลายไหลดว้ ยการคาดหวงั วา่ จะไดร้ บั อาหาร ไมว่ า่
จะมีอาหารหรือไม่มีอาหารอยู่ก็ตาม ท�ำให้การหลั่งน้�ำลายเป็นการตอบ
สนองทีถ่ ูกวางเง่อื นไขไปแล้ว
แมว้ า่ การทดสอบ “สนุ ขั ของพาฟลอฟ” ทโี่ ดง่ ดงั จะเปน็ สง่ิ ทที่ ำ� ใหพ้ าฟลอฟ
มชี อ่ื เสยี งมากทส่ี ดุ ในวฒั นธรรมประชานยิ ม ปอ๊ ปคลั เจอร์ แตแ่ ทจ้ รงิ แลว้ ความสำ� คญั
ของการวจิ ยั ของพาฟลอฟมมี ากกวา่ การหลง่ั นำ้� ลายเทา่ นน้ั โดยผลลพั ธจ์ ากการศกึ ษา
ทฤษฎกี ารวางเงอ่ื นไขและการตอบสนองทถ่ี กู วางเงอ่ื นไข มบี ทบาทสำ� คญั มากในการ
ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจการเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมของมนษุ ย์ อกี ทงั้ ยงั ชว่ ยใหก้ ารรกั ษาปญั หา
สขุ ภาพจติ อาทิ โรคแพนคิ โรควติ กกงั วล และโรคกลวั ตา่ งๆ พฒั นาไปมาก
จิตวิทยา 101 21
บี. เอฟ. สกนิ เนอร์
(B. F. SKINNER 1904-1990)
ทกุ อยา่ งลว้ นเกยี่ วพนั กบั ผลลพั ธ์
เบอร์รัส เฟรเดรกิ สกินเนอร์ (Burrhus Frederic Skinner) เกิดเมอ่ื วันท่ี 20
มนี าคม ค.ศ. 1904 ทซ่ี สั เกฮานนา รัฐเพนซิลเวเนยี ในสหรัฐอเมริกา สกินเนอร์มี
วยั เดก็ ท่อี บอ่นุ และมั่นคง โดยคณุ พ่อเป็นทนายความ คณุ แม่เป็นแมบ่ า้ น ท�ำให้เขา
มีเวลาเหลือเฟือในการบ่มและสั่งสมจินตนาการและการประดิษฐ์คิดค้นอะไรต่างๆ
ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยสองประการท่ีจะช่วยเขาได้มากตลอดชีวิตการท�ำงานของเขา
เมอ่ื สำ� เรจ็ การศกึ ษาจากมหาวทิ ยาลยั แฮมลิ ตนั ในปี ค.ศ. 1926 แรกเรมิ่ เดมิ ทสี กนิ เนอร์
มคี วามใฝฝ่ นั อยากเปน็ นกั เขยี นและในระหวา่ งทท่ี ำ� งานเปน็ เสมยี นอยใู่ นรา้ นหนงั สอื
ในนิวยอร์กซิตี้ สกินเนอร์ก็ได้ค้นพบงานเขียนของจอห์น บี. วัตสัน (John B.
Watson) และอวี าน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ซ่ึงตราตรึงใจเขามากจนทำ� ให้เขา
ละทิ้งความฝันอยากเป็นนักเขียนเอาไว้ก่อน และหันมามุ่งหน้าตั้งใจหางานในสาย
อาชีพจิตวิทยา เม่ือสกินเนอร์อายุได้ 24 ปี เขาได้ลงทะเบียนเข้าเรียนในคณะ
จิตวิทยาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและเร่ิมการศึกษาภายใต้การสอนของวิลเลียม
โครเซยี ร์ (William Crozier) หวั หนา้ ภาควชิ าจติ วทิ ยาคนใหม่ แมว้ า่ ตวั โครเซยี รเ์ อง
จะไมไ่ ดเ้ ปน็ นกั จติ วทิ ยา แตเ่ ขากส็ นใจศกึ ษาพฤตกิ รรมของสตั ว์ “โดยรวม” ซง่ึ เปน็
แนวทางท่ีแตกต่างไปจากแนวทางของนักจิตวิทยาและนักสรีรวิทยาโดยทั่วไปใน
ยุคนั้น และแทนที่จะพยายามเข้าใจกระบวนการทั้งหมดท่ีเกิดขึ้นในตัวของสัตว์
โครเซยี ร์ ‘รวมถงึ สกนิ เนอร์ ในเวลาตอ่ มา’ กลบั ใหค้ วามสนใจกบั พฤตกิ รรมโดยรวม
ของสตั วม์ ากกว่า สกินเนอรส์ นใจท่ีจะเรยี นรวู้ า่ พฤตกิ รรมของสัตว์เก่ยี วข้องกับการ
สร้างเงื่อนไขหรือสภาพการทดลองอย่างไรบ้าง อุดมการณ์ของโครเซียร์จึงตรงกับ
22 PSYCH 101
ส่ิงท่ีสกินเนอร์ต้องการจะติดตามศึกษาอย่างสมบูรณ์แบบ ผลงานการค้นคว้า
ชิ้นส�ำคัญท่ีสุดและทรงอิทธิพลท่ีสุดของสกินเนอร์ว่าด้วยการเรียนรู้การวางเง่ือนไข
แบบการกระท�ำ (operant conditioning) และการประดิษฐ์ห้องเงื่อนไขจากตัว
ด�ำเนินการ (operant conditioning chamber) เกดิ ขึ้นในชว่ งทเี่ ขาอยทู่ ฮี่ าร์วาร์ด
และการศึกษาคน้ คว้าของเขาในช่วงทอ่ี ยมู่ หาวิทยาลยั นน้ั ยังคงถอื วา่ เป็นงานวจิ ยั
ที่เกี่ยวกับทฤษฎีพฤติกรรมนิยมที่ส�ำคัญที่สุด อีกท้ังเป็นความรู้ที่เขาได้สอนและ
ถ่ายทอดให้กับนักศึกษารุ่นต่อรุ่นด้วยตัวเขาเอง เม่ือเขากลายเป็นอาจารย์สอนท่ี
มหาวิทยาลัยที่เขาเรียนจบมาจนกระท่ังถึงวันท่ีเขาเสียชีวิตเม่ือปี ค.ศ. 1990 ด้วย
วยั 86 ปี
การเชิดชูสกินเนอร์
• ผลงานการคน้ ควา้ วจิ ยั ของ บ.ี เอฟ. สกนิ เนอร์ ทรงอทิ ธพิ ลอยา่ ง
ลกึ ซง้ึ ตอ่ สาขาวชิ าจติ วทิ ยา และไมไ่ ดถ้ กู มองขา้ ม โดยคำ� ชมเชย
อยา่ งโดดเดน่ ทเี่ ขาไดร้ บั อาทิ
-ประธานาธบิ ดี ลนิ ดอน บ.ี จอหน์ สนั มอบเหรยี ญตราแห่ง
ชาตดิ ้านวิทยาศาสตรใ์ หส้ กินเนอร์ ในปี ค.ศ. 1968
- สกนิ เนอร์ได้รับเหรียญทองแห่งมูลนธิ จิ ิตวิทยาอเมริกนั
(ค.ศ. 1971)
- สกินเนอร์ได้รับรางวัลเชดิ ชบู ุคคลแหง่ ปี (ค.ศ. 1972)
- สกินเนอร์ได้รับรางวัลเกียรติยศในฐานะผู้มีผลงานทาง
จิตวทิ ยาอนั ดเี ด่นตลอดชว่ งชวี ติ (ค.ศ.1990)
จติ วิทยา 101 23
ทฤษฎกี ารวางเงื่อนไขดว้ ยการกระท�ำ
และกลอ่ งทดลองของสกินเนอร์
ผลงานช้ินส�ำคญั ทส่ี ดุ ของสกนิ เนอร์ คอื ทฤษฎกี ารวางเงอ่ื นไขด้วยการกระท�ำ ซงึ่
หวั ใจสำ� คญั ของทฤษฎี กค็ อื การทใี่ ครคนใดคนหนงึ่ หรอื สงิ่ มชี วี ติ สงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ ไดเ้ รยี นรู้
พฤติกรรม โดยเป็นผลลัพธ์มาจากการเช่ือมโยงพฤติกรรมน้ันกับการได้รับรางวัล
ตอบแทนหรือการถกู ลงโทษ โดยการวางเง่ือนไขดว้ ยการกระท�ำ สามารถแบ่งออก
เป็น 4 รปู แบบ ไดแ้ ก่
1. การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) เกิดข้ึนเมื่อ
พฤติกรรมได้รับการเสริมข้ึน และมีโอกาสมากที่จะเกิดข้ึนอีก เพราะผล
ตอบรับท่เี ป็นบวก
2. การเสริมแรงทางลบ (Negative Reinforcement) พฤติกรรมได้รับ
การเสริมขึ้น อนั เปน็ ผลมาจากการหลีกเล่ยี งหรือการยุติเง่อื นไขที่เปน็ ลบ
3. การลงโทษ (Punishment) เกดิ ข้ึนเม่ือพฤตกิ รรมถูกท�ำใหอ้ ่อนลง และ
โอกาสท่ีจะเกิดพฤติกรรมดังกล่าวอีกลดน้อยลง เพราะผลลัพธ์เงื่อนไขที่
เปน็ ลบ
4. การยตุ พิ ฤตกิ รรม (Extinction) การทพี่ ฤตกิ รรมตอบสนองออ่ นตวั ลง
อนั เปน็ ผลมาจากการทผี่ ลลัพธ์ มไิ ด้นำ� ไปส่เู ง่ือนไขท่ีเปน็ บวกหรอื เงื่อนไข
ทีเ่ ปน็ ลบ
การเสรมิ แรงทางบวกและการเสรมิ แรงทางลบจะทำ� ใหพ้ ฤตกิ รรมบางอยา่ ง
เขม้ แขง็ เดน่ ชดั ขน้ึ ทำ� ใหม้ นั มแี นวโนม้ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ บอ่ ยครง้ั ขน้ึ ในขณะทกี่ ารลงโทษ
และการยุตพิ ฤติกรรมจะท�ำให้พฤติกรรมหน่งึ ๆ อ่อนแอลง
บ.ี เอฟ. สกินเนอร์ ไดท้ ำ� การทดลองงา่ ยๆ เพอื่ ที่จะไดเ้ ห็นการทำ� งานของ
ทฤษฎีวางเงอื่ นไขด้วยการกระท�ำ ดว้ ยการประดิษฐ์ห้องเง่อื นไขจากตวั ด�ำเนนิ การ
(operant conditioning chamber) หรอื ทป่ี ัจจุบัน มกั ไดร้ ับการเรียกวา่ สกนิ เนอร์
บอ๊ กซ์ (Skinner Box)
24 PSYCH 101
การทดลอง สกินเนอร์ บ๊อกซ์
กับการวางเง่อื นไขดว้ ยการกระทำ�
1. ในการด�ำเนินการทดลอง ให้เร่ิมด้วยการน�ำหนูท่ีหิวโซตัวหนึ่งมาใส่ไว้ใน
กลอ่ ง ทุกคร้งั ที่หนูตวั นั้นกดคนั โยกภายในกล่อง มนั จะไดร้ ับอาหาร ท�ำให้
ไมน่ านนกั มนั จะเรม่ิ เรยี นรวู้ า่ เมอื่ มนั กดคนั โยกมนั จะไดร้ บั อาหาร (เงอื่ นไข
เชิงบวก) ดงั นนั้ พฤติกรรมของมนั จะได้รบั การเสริมด้วยการเสริมแรงทาง
บวก
2. ถดั ไป ให้น�ำหนตู ัวหนึ่งมาใส่ไว้ในกล่อง และให้ช็อตกระแสไฟฟ้าไปทเี่ ทา้
ของมนั เลก็ นอ้ ย (เงอ่ื นไขเชงิ ลบ) หากหนกู ดคนั โยก การชอ็ ตกระแสไฟฟา้
กจ็ ะยตุ ิลง จากน้ันใหช้ อ็ ตกระแสไฟฟา้ ไปทเี่ ทา้ ของหนูอกี หน และเมอ่ื มนั
ไปกดคนั โยกอกี ครง้ั การชอ็ ตกระแสไฟฟ้าก็จะยุติลง ดังนั้น ทุกครั้งท่ีหนู
ถกู กระแสไฟฟา้ ชอ็ ต มนั เรยี นรวู้ า่ เพอื่ ทจ่ี ะยตุ กิ ระแสไฟฟา้ มนั กจ็ ะตอ้ งไป
กดคันโยก น่ีคือตัวอย่างของการเสริมแรงทางลบ เพราะหนูก�ำลังเรียนรู้
พฤติกรรมบางอย่างเพอ่ื ท่ีจะยุติเงื่อนไขเชงิ ลบ
แสงสว่าง
คนั โยก
จดุ จ่ายน�ำ้
จดุ จา่ ยอาหาร
แผงไฟฟ้า
สกนิ เนอร์ บ๊อกซ์
จิตวทิ ยา 101 25