กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ : เรียบเรียง กลยุทธ์สู่ชัยชนะ แบบ สามก๊ก
กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ : เรียบเรียง พิมพ์ 2566 บรรณาธิการ นิคม ชาวเรือ กองบรรณาธิการ วลัยกร เต็มขันท์, สุภาภรณ์ สว่างจันทร์, ปวันรัตน์ เกียรติธีรชัย, สุพิชชญา มุกดาสนิท พิสูจน์อักษร อักษร สัมพันธ์ ปก/รูปเล่ม ชมพูนุช ขอดค�ำ ผู้จัดการทั่วไป เดือนนภา สุรามิตร การตลาด ณลิณพรรณ เผ่าพันธุ์ขาว จัดจ�ำหน่ายทั่วประเทศโดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จ�ำกัด 108 หมู่ที่ 2 ถนนบางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 02-423-9999 โทรสาร 02-449-9561-3 www.naiin.com พิมพ์ที่ : บริษัท ไอดี ออล ดิจิตอลพริ้นท์ จำกัด 52 ซอยเอกชัย 69 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. 10150 โทรศัพท์ 0-2899-5429-35 โทรสาร 0-2416-4097 โล่ห์เพชรัตน์, กิตติ. กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก.—กรุงเทพฯ : ก้าวแรก, 2566. 288 หน้า. 1. นิยายประวัติศาสตร์. I. กิตติ โล่ห์เพชรัตน์, เรียบเรียง. II. ชื่อเรื่อง. ISBN 978-616-434-319-1 ข้อมูลทางบรรณานุกรม © สงวนลิขสิทธิ์โดยบริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด ห้ามน�ำส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ไปลอกเลียน ท�ำส�ำเนา ถ่ายเอกสาร หรือน�ำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต หรือสื่อต่างๆ ไม่ว่าในรูปแบบใด นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น จัดท�ำโดย ส�ำนักพิมพ์ ก้าวแรก ในเครือบริษัท แอร์โรว์ มัลติมีเดีย จ�ำกัด เลขที่ 1 ซอยก�ำแพงเพชร 6 ซ.5 แยก 6 (โกสุมนิเวศน์ ซ.2) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 02-983-9683 โทรสาร 02-983-9684 ราคา 280 บาท
กลยุทธ์สู่ชัยชนะ แบบ
ค�ำน�ำผู้เขียน “สามก๊ก” (Romance of the Three Kingdoms) ถือก�ำเนิดมาจาก เรื่องจริงในประวัติศาสตร์จีน เริ่มบันทึกโดยเฉินโซ่ว โดยบันทึกเหตุการณ์เป็นจดหมายเหตุ ต่อมาหลัวกว้านจง (หรือล่อกวนตง) น�ำประวัติศาสตร์อันยาวนานมาผูกเรื่องเสริมแต่ง เป็นเรื่องราวที่สนุกสนาน จนเป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์เพชรน�้ำเอกของโลก เรื่องราวในยุคสามก๊กเมื่อถูกน�ำมาถ่ายทอดผ่านวรรณกรรม ย่อมมีความ เอนเอียงและมีอคติ ในความเป็นจริงพระเอกอาจเป็นผู้ร้าย หรือผู้ร้ายอาจเป็นพระเอก ก็ได้ ซึ่งใครจะผิดจะถูก ใครจะชั่วจะดี ไม่อาจรู้ความจริงได้ ท�ำได้เพียงน�ำหลักฐาน ต่างๆ มาศึกษา แล้วพินิจวิเคราะห์ให้เป็นไปตามที่ค้นคว้า การประเมินเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยสามก๊กมีหลายมุมมอง ด้วยมีความ สลับซับซ้อน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิดใครถูก ประเด็นอยู่ที่ว่าประวัติศาสตร์นั้น ไม่จ�ำเป็นต้องถูกจ�ำกัดว่าจะต้องมีเพียงค�ำตอบเดียว ในเหตุการณ์เดียวกันอาจมี มุมมองแตกต่างกันไป ยุคสามก๊กเต็มไปด้วยเรื่องราวการสัประยุทธ์ห�้ำหั่นกัน ไม่ว่าด้านการเมือง ภายในหรือการศึกสงครามบนสมรภูมิ แน่นอนว่าผู้น�ำทุกแคว้นทุกก๊กย่อมต้องมีผู้มี สติปัญญาความสามารถหรือที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง คอยให้ค�ำแนะน�ำและเสนอแผนการ ศึกรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ที่ปรึกษานั้นได้แยกบทบาทออกไป ทั้งบทบาทที่ปรึกษาในฐานะ จอมทัพ, บทบาทที่ปรึกษาในสายน�ำทัพออกศึก หรือบทบาทที่ปรึกษาสายบริหาร ที่ปรึกษาในยุคสามก๊กที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมีมากมาย ต่างสะท้อนความ รู้สึกนึกคิด ที่ท�ำให้ได้ข้อคิดที่ดี ว่าเราควรน�ำไปปฏิบัติตามหรือไม่ท�ำตามอย่างไร ซึ่ง ในยุคสามก๊กเต็มไปด้วยกลยุทธ์ต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ค�ำว่า “กลยุทธ์” หรือ “ยุทธศาสตร์” หมายถึง แผนการปฏิบัติที่วางไว้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ กลยุทธ์คือขบวนการตัดสินใจที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยง วัตถุประสงค์เข้ากับวิถีหรือหนทาง และวิธีการ หรือเครื่องมืออันจะท�ำให้บรรลุวัตถุประสงค์
นั้น ซึ่งแตกต่างจาก “ยุทธวิธี” ที่ว่าด้วยการด�ำเนินการรบปะทะ ส่วนกลยุทธ์หรือ ยุทธศาสตร์ว่าด้วยวิธีเชื่อมโยงการรบปะทะรูปแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน การสู้รบกันอย่างไรนั้นเป็นปัญหาทางยุทธวิธี แต่ข้อก�ำหนด เงื่อนไข และ ความเหมาะสมในการสู้รบเป็นปัญหาทางยุทธศาสตร์ โดยความเข้าใจทั่วไป การ ตัดสินใจทางยุทธวิธีเป็นไปเพื่อให้บรรลุผลดีที่สุด และส่งประโยชน์เฉพาะหน้าได้โดย ทันที ซึ่งมีขอบเขตในภาพเล็ก ในขณะที่การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์นั้นเป็นไปเพื่อบรรลุ ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นภาพรวมที่มีขอบเขตภาพใหญ่ ไม่ค�ำนึงถึงผลลัพธ์เชิงยุทธวิธี อย่างไรก็ดี แม้ว่า “กลยุทธ์” เป็นค�ำศัพท์ที่มีจุดก�ำเนิดมาจากการทหาร แต่ ต่อมาได้ใช้ค�ำนี้ในสาขาและเรื่องอื่นๆ อาทิ น�ำไปใช้ด้านการค้าธุรกิจ ด้านเศรษฐศาสตร์ การบริหาร การปกครอง ฯลฯ หนังสือเล่มนี้ตีแผ่เล่ห์เหลี่ยมเล่ห์กล รวมทั้งอุบายกลลวงและกลศึกต่างๆ ที่ ต่างฝ่ายต่างชิงไหวชิงพริบ และฉวยโอกาสท�ำลายอีกฝ่าย ทั้งที่ประสบความส�ำเร็จและ ต้องพบกับความล้มเหลว ที่ท�ำให้ผู้อ่านน�ำไปคิดว่าจะน�ำไปปฏิบัติในชีวิตจริงอย่างไร ทั้งในชีวิตส่วนตัวและชีวิตหน้าที่การงาน ทั้งนี้หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสัมผัสเรื่องราวความเป็นไปเป็นมาตั้งแต่ต้น จนจบ คือก่อนแผ่นดินจีนจะแยกเป็นสามก๊ก จนถึงแผ่นดินจีนรวมเป็นหนึ่งเดียว ที่เต็ม ไปด้วยกลยุทธ์ ยุทธวิธี แผนการ และกุศโลบายที่แยบยลของก๊กต่างๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ท�ำไมสามก๊กจึงถูกยกย่องว่าเป็นต�ำราพิชัยสงคราม เป็น ต�ำราส�ำหรับใช้ศึกษาการท�ำศึก ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยสามก๊กแฝงแง่คิดและคติ สอนใจมากมาย ล้วนแต่มีคุณค่าให้ศึกษาทั้งสิ้น ผู้เขียนหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ส�ำหรับผู้อ่านไม่มากก็น้อย ด้วย ผู้เขียนได้น�ำเหตุการณ์การใช้กลยุทธ์ต่างๆ ที่ส�ำคัญในยุคสามก๊กมาร้อยเรียง เพื่อให้ ผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์จีนในยุคนี้เห็นภาพรวมแจ่มชัดขึ้น ด้วยความเคารพรักยิ่ง กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ หมายเหตุ : ขอขอบคุณรูปภาพจากแหล่งต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง
1 ใช้มารยาหญิงปราบทรราช 13 2 อุบายหนังสือลวง ก่อนหักหลังซึ่งหน้า 17 3 อุบายชิงส่งฎีกาตัดหน้า 20 4 แสดงฝีมือชิงธนูเพื่อลวงศัตรูตายใจ 22 5 สละตราหยกฯ เพื่อได้ก�ำลังมาสร้างตนให้เป็นใหญ่ 25 6 จริงใจต่อลูกน้อง ย่อมได้ความภักดีกลับคืนมา 28 7 ยุทธวิธีชิงกุนจิ๋วคืน 31 8 ใช้จิตวิทยาผูกใจให้เป็นหนึ่ง 33 9 อุบายเอาชนะขุนพลผู้มีความเชื่อมั่นสูง 36 10 สร้างความชอบธรรม โดยอ้างตนมีเชื้อพระวงศ์ 39 11 ใช้ความสัมพันธ์กับฮ่องเต้ มาเป็นประโยชน์ตน 42 12 แผนพรางตาให้ศัตรูตายใจ 44 13 ใช้ทหารศัตรูไปชิงเมืองมาเป็นของตน 48 14 ซื้อใจด้วยความสัตย์ ชนะการให้ทั้งปวง 50 15 เอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน 54 16 จากแผนโอบล้อมยิงเกาทัณฑ์ สู่เครื่องดีดหินพิชิตศึก 56 17 สรุปข้อดีข้อเสียเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ 58 18 แก้กลไปมาจนมาจบที่เผาเสบียงข้าศึก 60 19 อุบายปลอมตัวและการกระพือข่าวลวง 63 20 แผนน�้ำท่วมเมือง 65 21 กุศโลบายต่างๆ ของถุงปัญญาฯ 67 22 ดึงคนเก่งของศัตรูมาเป็นพวก 72 สารบัญ
23 จิตใจกว้างน�ำมาซึ่งพลังที่แข็งแกร่ง 75 24 ใช้ความสุภาพผูกใจยอดขุนพล 78 25 แผนลอบสังหาร 79 26 ความนอบน้อมน�ำมาซึ่งการได้ค�ำแนะน�ำที่วิเศษ 83 27 กลศึกทลายค่ายกล 86 28 กลหนังสือดึงคนเก่งจากศัตรู 88 29 ความอุตสาหะท�ำให้ได้ใจยอดกุนซือ 90 30 ความอ่อนน้อมถ่อมตน ท�ำให้ผู้มีปัญญามารับใช้ตน 96 31 ยุทธศาสตร์หลงจง 98 32 ยุทธวิธีเผาที่ทุ่งพกบ๋อง 101 33 เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ต้องใช้กลยุทธ์หนีแล้วตั้งหลักใหม่ 104 34 กลลวงที่เตียงปันเกียว 107 35 สร้างใจให้แก่ลูกน้องด้วยประโยคทอง 109 36 ยึดมั่นในกฎหมายบ้านเมือง สู่รากฐานที่มั่นคง 111 37 ใช้วาทศิลป์โน้มน้าวใจ 113 38 ผูกมิตรกับศัตรูเพื่อต้านศัตรู 119 39 หนังสือสวามิภักดิ์ กับกลลวงที่แยบยล 122 40 แผนลวงให้ศัตรูตายใจ 122 41 แผนเอาเกาทัณฑ์จากข้าศึก 126 42 แผนห่วงโซ่สัมพันธ์ 128 43 ปล่อยศัตรูเพื่อให้หมดหนี้บุญคุณ 131 44 งดโทษ ด้วยเป็นไปตามแผนที่วางไว้ 136 45 กลยุทธ์ชิงเมืองตัดหน้า 138 46 สร้างรอยยิ้มให้แก่ขุนพล ก่อนได้เมืองฮุยเอี๋ยง 140 47 ยุทธวิธีกินอ่อนก่อนกินแข็ง 144 48 กรงแห่งความสุข ถูกท�ำลายด้วยหนังสือ 3 ฉบับ 146 49 ใช้จิตวิทยาข่มฝ่ายตรงข้าม 149 50 กลศึกซ้อนกลศึก ท�ำให้ศัตรูกระอักเลือด 151 51 ยั้งมือเพื่อตอบแทนคุณ จนได้เป็นหนึ่งในทหารเสือ 153 52 อุบายหนังสือฉบับเดียว 155
53 ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม เพื่ออ� ำนาจของตน 158 54 การนอบน้อมและหนังสือลวง ก่อนรุกคืบเสฉวน 160 55 หักเล่ห์ชิงเหลี่ยมซ้อนแผน 163 56 แยกทัพออกเป็นสองเพื่อหลอกข้าศึก 167 (ใช้อุบายเพื่อรักษานาย) 57 ยุทธวิธีได้เสฉวนมาครอง 169 58 แนวคิดเอาหนึ่ง ไม่เอาสอง 172 59 กลศึกหลากหลายในสมรภูมิฮันต๋ง 174 60 ยุทธวิธีบ่ายเบี่ยง 177 61 ใช้น�้ำตาสู่ความส� ำเร็จ 180 62 กลอุบายสลายขั้วพันธมิตรซุน-เล่า 182 63 ค� ำพูดสร้างความฮึกเหิม 184 64 ชักน�้ำท่วมค่ายศัตรู 186 65 ยุทธวิธีแก้วิกฤตในศึกอ้วนเสีย 189 66 แผนแกล้งป่วย บวกแผนอ่อนน้อมต่อข้าศึก 192 67 ปลอมกองทัพเรือเป็นกองเรือพาณิชย์ 195 68 ใช้ความเมตตาสู่ความส� ำเร็จ 197 69 การรักษาเสฉวนด้วยราคาแพง 199 70 ใช้ก� ำลังพลน้อยพิชิตกองทัพใหญ่ 203 71 ปราบดาภิเษกเพื่อรักษาราชวงศ์ฮั่น 205 72 มองลูกน้องทะลุปรุโปร่ง น� ำมาซึ่งพลังที่เข้มแข็ง 207 73 สงบนิ่งสยบทุกสิ่ง 210 74 ชิงฆ่านายเพื่อเอาตัวรอด 213 75 ยุทธวิธีเปลวเพลิงเผากองทัพใหญ่ 215 76 กองหินค่ายกล (ศิลาอาถรรพ์) 219 77 ผูกใจคนเป็น ชนะใจคนทั้งปวง 223 78 ความอ่อนน้อมถ่อมตน น� ำมาซึ่งความมั่นคง 226 79 ยุทธวิธีของยอดคนที่โลกลืม 228 80 ปราบศัตรูด้วยการชนะใจ 232 81 ชนะใจต้องชนะให้เบ็ดเสร็จ 235
82 ใช้การทูตสลายขั้วพันธมิตรซุน-โจ 237 83 อุบายปล่อยข่าวลวงกันไปกันมา 239 84 ใช้จิตวิทยาเพื่อได้มาซึ่งยอดขุนศึก 241 85 ท� ำการรวดเร็วเพื่อยับยั้งแผนกบฏ 243 86 ยุทธวิธีพิชิตคนหลงผิด 245 87 กลเมืองร้าง (เปิดประตูเมือง นั่งดีดพิณ) 248 88 ใช้ขุนพลเฒ่าออกศึก 250 89 การทูตที่ดีน� ำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน 252 90 ใช้ประดิษฐกรรมพิชิตศึก 253 91 แผนเพลิงไฟมิอาจชนะฟ้าลิขิต 255 92 ตั้งรับดีกว่าออกรบ 256 93 แผนคนตายชนะคนเป็น 259 94 ยุทธวิธีสู้น�้ำหลากปราบกบฏ 261 95 ซุ่มเงียบเพื่อรอโอกาสท� ำรัฐประหาร 263 96 แสร้งสวามิภักดิ์ แล้วฉวยโอกาสลอบสังหาร 266 97 กลศึกแก้ด้วยกลศึก 268 98 เลี่ยงค� ำครหา เพื่อรอโอกาสให้ลูก 271 99 กลยุทธ์รุกเพื่อรับ 275 100 ใช้ศัตรูท� ำลายศัตรู 277 101 แผนซ้อนกลแก้สถานการณ์ 279 102 วางรากฐานให้แก่ลูกหลานขึ้นเป็นใหญ่ 281 103 ฉวยจังหวะที่ศัตรูโรยรา รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง 284
12 กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก
กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ 13 1 ใช้มารยาหญิง ปราบทรราช ในสมัยพระเจ้าเลนเต้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ราชธานีอยู่ที่เมืองลกเอี๋ยง (หรือ “ลั่วหยาง”) การปกครองในสมัยนั้นจะบังคับบัญชาอยู่เพียงในมณฑลราชธานี ถ้า ออกไปตามหัวเมืองการปกครองจะเป็นสิทธิ์ขาดของเจ้าเมือง เพียงรับคำบัญชา จากส่วนกลาง เวลามีศึกสงครามจะเกณฑ์ให้เจ้าเมืองคุมกำลังของตนไปรบ หรือ ถ้าเจ้าเมืองใดเป็นกบฏก็จะมีคำบัญชาให้เจ้าเมืองต่างๆ ยกกำลังไปปราบปราม ด้วยสมัยนั้นการบริหารราชการภายในมีปัญหามากมาย เจ้าเมืองต่างๆ ถือ ประโยชน์มาเป็นของตน พระเจ้าเลนเต้ทรงหลงเชื่อเหล่าขุนนางโฉดขันทีชั่ว ท�ำให้ ราชการแผ่นดินฟั่นเฟือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนทุกข์เข็ญไปทั่ว จนชาวนา ทั่วแผ่นดินต่างลุกฮือขึ้นพร้อมประกาศจะล้มล้างราชส�ำนักฮั่น ที่ถูกกุมอ�ำนาจโดย ขุนนางโฉดและขันทีชั่วทั้งสิบ น�ำโดยเทาเจียด เตียวก๊กตั้งตนเป็นแกนน�ำ โดยมีเตียวโป้และเตียวเหลียงเป็นผู้ช่วย ได้ ปลุกระดมสร้างกองทัพประชาชนโพกผ้าเหลืองบุกโจมตีไปหลายมณฑล จนกลาย เป็นกองโจรโพกผ้าเหลืองเที่ยวปล้นสะดมชิงเมืองต่างๆ ท�ำให้ผิดไปจากเจตนารมณ์ เดิมในการก่อตั้ง การกระท�ำของกองโจรโพกผ้าเหลืองสร้างความสั่นสะเทือนถึงฐานรากของ ราชวงศ์ฮั่น ด้านราชส�ำนักสุดจะต้านทานได้และเกิดความหวั่นวิตก พวกขุนนางต่าง
14 กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก ไม่คิดหาทางช่วยเหลือ ทางการไม่สามารถปราบโจรเหล่านี้ได้ เพราะการทหารของ ราชส�ำนักอ่อนแอและไม่มีก�ำลังมากพอ จึงมีการประกาศหาผู้กล้าจากทั่วแผ่นดิน อาสาสมัครปราบกลุ่มโจรเหล่านี้ พระเจ้าเลนเต้ทรงประกาศให้ทุกหัวเมืองดูแล ตัวเอง ทางราชส�ำนักจะทยอยส่งทัพหลวงออกไปช่วยภายหลัง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อพระเจ้าเลนเต้เสด็จสวรรคต โฮจิ๋น พี่ชายของพระนางโฮเฮา (พระราชชนนี) ทูลเชิญหองจูเปียน (หรือ “เล่าเปียน”) ผู้เป็นพระราชโอรสสืบราชบัลลังก์ มีพระนามว่าพระเจ้าเซ่าตี้ โฮจิ๋นเป็นผู้ส�ำเร็จราชการฯ ไม่นานนัก ในราชส�ำนักเกิดความวุ่นวาย จากพวกสิบขันที โฮจิ๋นถูกพวกสิบขันทีลอบฆ่า จากนั้นอ้วนเสี้ยวกับโจโฉเข้าล้าง บางพวกขันที แต่กลับเสียรู้ให้ตั๋งโต๊ะที่น�ำกองทัพจากเมืองเสเหลียงเข้าควบคุม สถานการณ์ในลกเอี๋ยง การท�ำรัฐประหารของตั๋งโต๊ะรวดเร็วเกินกว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และ แม่ทัพในเมืองหลวงจะตั้งตัวทัน เหล่าขุนนางที่คิดต่อต้านต่างถูกก�ำจัดจนหมดสิ้น ต่อมาเมื่อตั๋งโต๊ะได้ยอดฝีมืออย่างลิโป้มาเป็นลูกบุญธรรม ท�ำให้ตั๋งโต๊ะ เหลิงในอ�ำนาจมากขึ้น การได้ยอดขุนศึกผู้นี้มาเคียงข้าง ท�ำให้ตั๋งโต๊ะกล่าวกับ ลิโป้ว่า “ตัวข้านี้อุปมาเหมือนท�ำนาตกกล้าลงแล้วฝนแล้ง กล้านั้นใบแดงไป ซึ่งเจ้า อยู่กับข้า เหมือนฝนตกลงห่าใหญ่ ท�ำให้ต้นกล้าชุ่มชื้นใบนั้นเขียวสดขึ้น” เมื่อตั๋งโต๊ะเข้ายึดอ�ำนาจได้ถอดหองจูเปียนลงจากพระราชบัลลังก์ แล้ว อัญเชิญหองจูเหียบ (หรือ “เล่าเหียบ”) ผู้เป็นพระราชอนุชาต่างพระราชชนนีขึ้น ครองแผ่นดิน มีพระนามว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ (เหตุการณ์นี้ตรงกับปี พ.ศ. 732) มี พระชนมายุเพียง 8 พรรษา แล้วตั๋งโต๊ะตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้ส�ำเร็จราชการแผ่นดิน และมีต�ำแหน่งอัครมหาเสนาบดีควบพระมหาอุปราช ตั๋งโต๊ะมีนิสัยหยาบช้า แต่ไม่มีขุนศึกคนใดก�ำจัดได้ เหล่าขุนศึกจึงพากัน หนีไปอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ต่อมาเกิดกองทัพ 18 หัวเมือง ที่มีอุดมการณ์โค่นล้มอ�ำนาจตั๋งโต๊ะ กองทัพ พันธมิตรซึ่งได้อ้วนเสี้ยวเป็นผู้น�ำ ได้เข้าตีด่านกิสุยก๋วน (ด่านชั้นนอกเมืองลกเอี๋ยง) หลังจากฮัวหยงตายและเสียด่านกิสุยก๋วน ตั๋งโต๊ะโกรธมากจึงสั่งให้ลิโป้ เป็นแม่ทัพใหญ่ไปยังด่านเฮาโลก๋วน (ด่านชั้นในเมืองลกเอี๋ยง) ฝ่ายพันธมิตรจึงน�ำทัพเข้าปะทะอย่างต่อเนื่อง ถึงกระนั้นก็ไม่อาจตีด่าน เฮาโลก๋วนแตกได้ จนต้องถอยทัพไปตั้งมั่นชั่วคราว
กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ 15 มาทางด้านนครลกเอี๋ยง ตั๋งโต๊ะเสนอให้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเตียงฮัน (ตามส�ำเนียงฮกเกี้ยน หรือ “ฉางอาน” ตามส�ำเนียงกลาง) ในการสร้างเมือง หลวงนั้น ตั๋งโต๊ะอัญเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ พระสนม และขุนนางข้าราชส�ำนัก ออกจากเมืองหลวงไปอยู่เมืองเตียงอัน แล้วให้ริบทรัพย์สินเศรษฐีพ่อค้าในนคร ลกเอี๋ยง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างเมืองหลวงใหม่ ตั๋งโต๊ะยังให้กวาดต้อนราษฎรไปเมืองเตียงฮัน ผู้ใดขัดขืนจะถูกฆ่า ระหว่าง ทางถ้ามีคนเจ็บป่วยให้ฆ่าทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเดินทาง และให้ขุด พระบรมศพบูรพมหากษัตริย์ พระศพพระราชวงศ์ และศพขุนนาง ที่ฝังอยู่ใน สุสานหลวง ได้ทรัพย์สินจ�ำนวนมากนับหลายพันเล่มเกวียน เมื่อปฏิบัติการต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั๋งโต๊ะสั่งทหารจุดเผานครลกเอี๋ยง จนวอดวายทั้งเมือง เพื่อไม่ให้เป็นฐานก�ำลังแก่ฝ่ายพันธมิตร ด้านนครเตียงฮัน ตั๋งโต๊ะตั้งตนขึ้นเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเหี้ยนเต้ เมื่อตั๋งโต๊ะเห็นว่าไม่มีผู้ใดเป็นเสี้ยนหนามแล้ว จึงตั้งตนเองให้มีต�ำแหน่งราชครู นอกจากนี้ ตั๋งโต๊ะแต่งตั้งให้ตั๋งบุ่นผู้เป็นน้องชายเป็นทหารฝ่ายซ้ายประจ�ำ ตัว และมอบยศถาบรรดาศักดิ์แก่ญาติพี่น้องกันถ้วนหน้า ตั๋งโต๊ะจัดงานเลี้ยงใหญ่ โตอยู่เนืองๆ ระหว่างงานเลี้ยงให้น�ำนักโทษมาทรมานเพื่อการรื่นเริง ถึงเวลานี้ตั๋งโต๊ะยิ่งใหญ่คับฟ้ายากจะหาผู้ใดทาบได้ ภายใน 2 ปีที่ตั๋งโต๊ะ เถลิงอ�ำนาจ มีข้าราชการหลายพันคนถูกกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย และถูกน�ำตัวไป ประหาร อีกทั้งราษฎรจ�ำนวนมากถูกลักพาตัวไปฆ่า ตั๋งโต๊ะรู้ดีว่าตนมีศัตรูไปทั่ว จึงให้ลิโป้คอยประจ�ำข้างกายในฐานะองครักษ์ อย่างไรก็ตาม ตั้งโต๊ะเป็นคนอารมณ์เสียและหงุดหงิดง่าย ครั้งหนึ่งตั๋งโต๊ะ อารมณ์เสียถึงขั้นขว้างทวนใส่ลิโป้ ดีที่ลิโป้หลบทัน การกระท�ำเช่นนี้ท�ำให้ลิโป้รู้สึก ไม่เป็นสุข จึงผูกใจเจ็บตั๋งโต๊ะ ประจวบกับช่วงเวลาเดียวกัน ลิโป้ลอบมีสัมพันธ์กับ สาวใช้คนหนึ่งของตั๋งโต๊ะ ลิโป้กลัวตั๋งโต๊ะจะรู้ จึงรู้สึกไม่สบายใจ ต่อมาเกิดกลอุบายที่จะให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะท�ำลายกันเอง โดยอ้องอุ้นผู้ ชุบเลี้ยงนางเตียวเสี้ยนจนเปรียบเสมือนพ่อ เกิดความทุกข์ที่ตั๋งโต๊ะท�ำการหยาบ ช้าต่างๆ นานา เมื่อนางเตียวเสี้ยนเห็นผู้เป็นพ่อมีความทุกข์จึงไต่ถามความเพราะ เหตุใด แต่อ้องอุ้นมีความเป็นห่วงผู้เป็นลูก นางเตียวเสี้ยนจึงกล่าวกับอ้องอุ้น ผู้เป็นพ่อบุญธรรมว่า “ถ้าท่านมีทุกข์สิ่งใด ข้าพเจ้าจะสนองคุณท่านอย่างถึงที่สุด ถึงแม้ว่าชีวิตข้าพเจ้าจะต้องตายและกระดูกจะแหลกเป็นผงก็ตาม”
16 กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก อ้องอุ้นเล่าความต่างๆ ให้นาง เตียวเสี้ยนฟัง เมื่อทั้งสองเห็นตรงกัน ว่าจะก�ำจัดตั๋งโต๊ะ นางเตียวเสี้ยนอาสา ท�ำหน้าที่นี้ โดยอ้องอุ้นวางแผนให้นาง เตียวเสี้ยนใช้มารยาหญิงไปหว่านเสน่ห์ ให้ตั๋งโต๊ะกับลิโป้หลงใหลในตัวนาง ว่ากันว่า นางเตียวเสี้ยนเป็น หญิงสาวที่มีความสวยงามโดดเด่น เมื่อ ตั๋งโต๊ะได้พบนางเตียวเสี้ยนถึงกับกล่าว ถึงความงามของนางว่า “จะหาหญิงงาม ทั้งสามโลกก็มิอาจจะหาได้ สมเป็นนางพญา ที่สูงสุด ไม่คู่ควรกับผู้ใดบนโลกมนุษย์” นางเตียวเสี้ยนได้ใช้มารยาหญิง จนตั้งโต๊ะกับลิโป้หลงใหลในตัวนาง อีกทั้ง นางใช้วาจาเสี้ยมจนทั้งสองต่างผิดใจกัน จากนั้นอ้องอุ้นใช้อุบายโดยปล่อยข่าวปลอม มีเนื้อหาท�ำนองว่า “พระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงพระประชวร ทรงต้องการสละราชสมบัติ ขอให้ตั๋งโต๊ะเดินทางมาเข้าเฝ้า เพื่อมอบราชสมบัติให้” เมื่อตั๋งโต๊ะรู้ดังนั้นก็ดีใจหลงเชื่อกลอุบายนี้เสียสนิท จึงสั่งให้จัดขบวน เดินทางไปยังพระราชวัง สุดท้ายเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ด้วยระหว่างทางถูก ทหารของอ้องอุ้นและผู้รักชาติลอบท�ำร้าย ตั๋งโต๊ะซึ่งอยู่ในรถจึงส่งเสียงร้องเรียกให้ ลิโป้ช่วย ลิโป้ได้ยินดังนั้นก็พุ่งตัวปรากฏกายอยู่ข้างรถ แล้วขึ้นเสียงตะโกนไปว่า “มึงเป็นศัตรูราชสมบัติ เหตุใดจึงร้องให้กูช่วย” ว่าแล้วลิโป้ก็ใช้เพลงทวนแทงคอหอยตั๋งโต๊ะ ผู้หยาบช้าของแผ่นดินสิ้นใจ ลง ณ ที่ตรงนั้น (เหตุการณ์นี้ตรงกับปี พ.ศ. 735) เหตุการณ์นี้ตรงกับข้อคิดค�ำคมที่กล่าวไว้ว่า “อ�ำนาจที่ปราศจากเหตุผล คืออ�ำนาจของคนพาล อ�ำนาจที่ปราศจากความเมตตา คืออ�ำนาจที่น�ำมาซึ่งความ พ่ายแพ้ปราชัย” ตรงกับสิ่งต่างๆ ที่ตั๋งโต๊ะกระท�ำมา จนน�ำมาซึ่งการสิ้นสุดทรราช ผู้มีใจโหดเหี้ยม ลิโป้ (ซ้าย) ตั๋งโต๊ะ (กลาง) และนางเตียวเสี้ยน (ขวา)
กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ 17 2 อุบายหนังสือลวง ก่อนหักหลังซึ่งหน้า เมื่อครั้งโจโฉปลอมแปลงราชโองการและส่งไปทั่วแผ่นดิน เพื่อให้เหล่าขุนศึก รวมตัวกันปราบตั๋งโต๊ะ ซึ่งได้เสียงตอบรับจากเหล่าขุนศึกทั้ง 18 หัวเมือง หนึ่งในนั้น คืออ้วนเสี้ยว กองทัพที่มารวมกันถูกเรียกว่า “กองทัพพันธมิตรกวนตง” โดยในที่ ประชุมเสนอให้อ้วนเสี้ยว ที่มีฐานะและมีชื่อเสียงบารมีมากที่สุด ขึ้นดำรงตำแหน่ง จอมทัพของทัพพันธมิตร กองทัพพันธมิตรในบัญชาการของอ้วนเสี้ยว ยกก�ำลังบุกเข้าประชิด นครลกเอี๋ยง และเข้าปะทะกับทัพเสเหลียงของตั๋งโต๊ะที่ด่านฮูเหลา ซึ่งเป็นศึกที่ อ้วนเสี้ยวได้แจ้งเกิด แต่ผลการศึกครั้งนั้นทัพพันธมิตรขัดแย้งกันเอง ด้วยต่างคนต่าง ชิงดีชิงเด่น ที่ส�ำคัญไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในที่สุด ตั๋งโต๊ะย้ายเมืองหลวงไป นครเตียงฮัน เหตุการณ์ช่วงเวลานี้มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ กล่าวคือ ในระหว่างท�ำศึกที่ ด่านฮูเหลา สองขุนพลส�ำคัญของอ้วนเสี้ยว คืองันเหลียงและบุนทิวไม่ได้ร่วมศึก เพราะถูกส่งไปยังจุดอื่น แต่ด่านฮูเหลาคือจุดยุทธศาสตร์ที่มีการปะทะกันดุเดือด ท�ำให้ทัพพันธมิตรต้องสูญเสียเหล่าขุนพลไปจ�ำนวนมาก
18 กลยุทธ์สู่ชัยชนะแบบสามก๊ก เมื่อฝ่ายพันธมิตรมีอันต้องล่มสลายลง อ้วนเสี้ยวกลับไปยังเมืองปักเอี้ยง อ้วนเสี้ยวรู้ดีว่าช่วงเวลานี้คือโอกาสดีที่จะสร้างฐานอ�ำนาจของตนขึ้นในกิจิ๋ว จึง ร่วมมือกับกองซุนจ้านเข้าโจมตีฮันฮกผู้ปกครองกิจิ๋ว ด้านอ้วนเสี้ยวไม่คิดจะแบ่งดินแดนกิจิ๋วให้กองซุนจ้าน จึงวางแผนซ้อน ไว้อีกชั้น จึงเป็นเหตุให้อ้วนเสี้ยวกับกองซุนจ้านผิดใจและแตกหักกัน โดยเรื่อง มีอยู่ว่า อ้วนเสี้ยวส่งหนังสือลวงไปถึงกองซุนจ้านให้น�ำก�ำลังเข้าช่วยกันตีฮันฮก เมื่อได้มาแล้วจะแบ่งดินแดนกัน จากนั้นอ้วนเสี้ยวลวงฮันฮกว่าจะยกทัพไปช่วย เหลือ แต่อ้วนเสี้ยวกลับโจมตีเมืองกิจิ๋วจนแตกและจับฮันฮกไปสังหาร อ้วนเสี้ยว จึงครอบครองดินแดนกิจิ๋วทั้งหมด เมื่อกองซุนจ้านรู้ข่าวนี้จึงเดินทางมาขอส่วนแบ่ง แต่อ้วนเสี้ยววางก�ำลัง ทหารดักซุ่ม ท�ำให้น้องชายของกองซุนจ้านจบชีวิตระหว่างที่หนีตาย ส่วนกองซุน จ้านต้องหนีหัวซุกหัวซุน อ้วนเสี้ยวเป็นขุนศึกคนแรกๆ ที่สามารถสร้างฐานที่มั่นของตัวเองขึ้นได้ กิจิ๋วนั้นเป็นดินแดนที่มีความเพียบพร้อม ท�ำให้อ้วนเสี้ยวประกาศเชิญเหล่านักปราชญ์ บัณฑิต และผู้มีฝีมือมารับใช้ตน อ้วนเสี้ยวเป็นคนที่มีทั้งจุดแข็งจุดอ่อน ด้านจุดแข็งคือมีชาติตระกูลสูงส่ง ไม่ ว่าใครต่างยอมรับนับถือ จึงมีคนเข้าร่วมด้วยจ�ำนวนมาก ส่วนจุดอ่อนของอ้วนเสี้ยว นั้น คือไม่มีสติปัญญาสูงล�้ำพอ ทั้งไม่มีความสามารถในการบัญชากองทัพที่เก่งกาจ ด้วยจุดอ่อนนี้อ้วนเสี้ยวจึงพยายามรวบรวมคนมีความสามารถทั้งบู๊และบุ๋นไว้ใน สังกัดของตนให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม อ้วนเสี้ยวที่รับคนเข้ามามากมาย ล้วนมีความเก่งกล้าสามารถ แต่เขาไม่ได้มอบหมายงานที่เหมาะสมให้แก่คนเหล่านั้น จนท�ำให้คนเหล่านั้นตีจาก ตัวอย่างเช่น ซุนฮกที่ตีจากอ้วนเสี้ยวไปรับใช้โจโฉ เป็นเพราะอ้วนเสี้ยวใช้งานคน ไม่เป็น อีกทั้งซุนฮกยังมองอ้วนเสี้ยวว่าแสร้งท�ำตนเป็นคนใจคอกว้างขวาง แต่ ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หลังจากอ้วนเสี้ยวรวบรวมผู้คนได้มากพอแล้ว (ทั้งก�ำลังทหาร กุนซือที่ ปรึกษา และแม่ทัพผู้เก่งกาจมากที่สุดในแผ่นดิน) จึงตั้งเป้าหมายที่การเข้าชิงความ เป็นหนึ่งในแผ่นดิน โดยเป้าหมายแรกคือขึ้นเป็นใหญ่ในภาคเหนือ ดังนั้น จึงต้อง จัดการศัตรูส�ำคัญ นั่นก็คือกองซุนจ้านแห่งปักเป้ง
กิตติ โล่ห์เพชรัตน์ 19 อ้วนเสี้ยวใช้กองทัพเข้าถล่มกองซุนจ้าน จนจับกองซุนจ้านและครอบครัว ไปประหาร อ้วนเสี้ยวจึงมีกองก�ำลังเข้มแข็งที่สุดในเวลานั้น ปี พ.ศ. 739 พระเจ้าเหี้ยนเต้หนีออกมาจากนครเตียงฮัน ที่ปรึกษาของ อ้วนเสี้ยวแนะน�ำให้ไปอัญเชิญฮ่องเต้มา เพื่อใช้ราชโองการในการอ้างสิทธิ์และความ ชอบธรรม แต่อ้วนเสี้ยวลังเลจนถูกโจโฉชิงองค์ฮ่องเต้ตัดหน้าไป ต่อมาโจโฉปราบลิโป้และอ้วนสุดลงได้ ท�ำให้แผ่นดินถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว อ�ำนาจอย่างชัดเจน นั่นคือขั้วอ�ำนาจอ้วนเสี้ยวกับขั้วอ�ำนาจโจโฉ โดยแผ่นดิน ทั้งสองมีแม่น�้ำฮวงโหคั่นกลางไว้ การศึกระหว่างอ้วนเสี้ยวกับโจโฉจึงถือเป็นการตัดสินว่าผู้ใดจะเป็นหนึ่ง ในแผ่นดิน ซึ่งคนส่วนใหญ่ในแผ่นดินต่างมองว่าอ้วนเสี้ยวจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะ มีก�ำลังทหารเหนือกว่ามาก กองซุนจ้านเข้ารบพุ่งกับอ้วนเสี้ยว