The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Meimei Kawin Techin, 2023-04-27 12:08:56

นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

นางสาวกมลมาศ ฝ้ายป่าน เลขที่ 21

35 5. กำรน ำเสนอผลงำน กำรคิดและเลือกหัวเรื่อง ผู้เรียนจะต้องคิดและเลือกหัวเรื่องของโครงงำนด้วยตนเองว่ำอยำกจะศึกษำอะไร ท ำไมจึงอยำกศึกษำ หัวเรื่องของโครงงำนมักจะได้มำจำกปัญหำ ค ำถำม หรือควำมอยำกรู้อยำกเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่ำงๆ ของผู้เรียนเอง หัวเรื่องของโครงงำนควรเฉพำะเจำะจงและชัดเจน เมื่อใครได้อ่ำน ชื่อเรื่องแล้ว ควรเข้ำใจและรู้เรื่องว่ำ โครงงำนนี้ท ำอะไร กำรก ำหนดหัวเรื่องของโครงงำนนั้น มีแหล่งที่ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดควำมคิดและสนใจ จำกหลำยแหล่งด้วยกัน เช่น จำกกำรอ่ำนหนังสือ เอกสำร บทควำม กำรไปเยี่ยมชมสถำนที่ต่ำง ๆ กำรฟังบรรยำยทำงวิชำกำร กำรเข้ำชมนิทรรศกำร หรืองำน ประกวดโครงงำนทำงวิทยำศำสตร์ กำรสนทนำกับบุคลต่ำง ๆ หรือจำกกำรสังเกตปรำกฏกำรณ์ต่ำง ๆ รอบตัว เป็นต้นนอกจำกนี้ควรค ำนึงถึงในเรื่องต่อไปนี้ กำรวำงแผน กำรวำงแผนกำรท ำโครงงำน จะรวมถึงกำรเขียนเค้ำโครงของโครงงำน ซึ่งต้องมีกำรวำงแผน ไว้ล่วงหน้ำ เพื่อให้กำรด ำเนินกำรเป็นไปอย่ำงรัดกุมและรอบคอบ ไม่สับสน แล้วน ำเสนอต่อผู้สอนหรือ ครูที่ปรึกษำ เพื่อขอควำมเห็นชอบก่อนด ำเนินกำรขั้นต่อไป กำรด ำเนินงำน เมื่อที่ปรึกษำโครงงำนให้ควำมเห็นชอบเก้ำโครงของโครงงำนแล้ว ต่อไปก็เป็น ขั้นลงมือ ปฏิบัติงำนตำมขั้นตอนที่ได้ระบุไว้ ผู้เรียนต้องพยำยำมท ำตำมแผนงำนที่วำงไว้ เตรียมวัสดุอุปกรณ์ และสถำนที่ให้พร้อม ปฏิบัติงำนด้วยควำมละเอียดรอบคอบ ค ำนึงถึงควำมประหยัดและปลอดภัยใน กำรท ำงำน ตลอดจนกำรบันทึกข้อมูลต่ำง ๆ ว่ำได้ท ำอะไร ไปบ้ำง ได้ผลอย่ำงไร มีปัญหำและ ข้อคิดเห็นอย่ำงไร พยำยำมบันทึกให้เป็นระเบียบและครบถ้วน กำรเขียนรำยงำน กำรเขียนรำยงำนเกี่ยวกับ โครงงำน เป็นวิธีสื่อควำมหมำยวิธีหนึ่งที่จะให้ผู้อื่นได้เข้ำใจถึง แนวคิด วิธีกำรด ำเนินงำน ผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่ำง ๆ เกี่ยวกับโครงงำนนั้น กำร เขียนโครงงำนควรใช้กำยำที่อ่ำนแล้วเข้ำใจง่ำย ชัดเจนและครอบคลุมประเด็นส ำคัญ ๆ ทั้งหมดของ โครงงำน กำรน ำเสนอผลงำน กำรน ำเสนอผลงำนเป็นขั้นตอนสุดท้ำยของกำรท ำโกรงงำน เป็นวิธีกำรที่จะท ำให้ผู้อื่นได้รับรู้ และเข้ำใจถึงผลงำนนั้น กำรน ำเสนอผลงำนอำจท ำได้หลำยรูปแบบขึ้นอยู่กับควำมเหมำะสมกับประ เกทของโครงงำน เนื้อหำ เวลำ ระดับของผู้รียน เช่น กำรแสดงบทบำทสมมติ กำรเล่ำเรื่อง กำรเขียน รำยงำน สถำนกำรณ์จ ำลอง กำรสำธิต กำรจัดนิทรรศกำร ซึ่งอำจจะมีทั้งกำรจัดแสดงและกำรอธิบำย ด้วยค ำพูด หรือกำรรำยงำนปำกเปล่ำ กำรบรรยำย กำรใช้ CAI (Computer Assisted Instruction) กำรใช้Multimedia Computer/ Homepage แต่สิ่งที่ส ำคัญคือ ผลงำนที่จัดแสดงต้องดึงดูดควำม สนใจของผู้ชมมีควำมชัดเจน เข้ำใจง่ำย และมีควำมถูกต้องของเนื้อหำ


36 กำรประเมินผลโครงงำน กำรประเมินผลเป็นหัวใจของกำรเรียนกำรสอน ที่สะท้อนสภำพควำมส ำเร็จของกำรจัด กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลว่ำกิจกรรมที่ท ำไปนั้นบรรลุดำม จุดประสงค์ที่ก ำหนดไว้หรือไม่ อย่ำงไร ปัญหำและอุปสรรคที่พบคืออะไรบ้ำง ได้ใช้วิธีกำรแก้ไข อย่ำงไร ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้ำงจำกกำรท ำโครงงำนนี้ ผู้ประเมินโครงงำน อำจค ำเนินกำรด้วยบุคคล ต่อไปนี้ (1) ผู้เรียนประเมินตนเอง (2) เพื่อนช่วยประเมิน (3) ผู้สอนหรือครูที่ปรึกษำประเมิน (4) ผู้ปกครองประเมิน (5) บุคคลอื่น ๆ ที่สนใจและมีส่วนเกี่ยวข้อง (1) ผู้เรียนประเมินตนเอง จะแสดงออกให้เห็นว่ำ ผู้เรียนเจ้ำของโครงงำน ซึ่งอำจเป็น รำยบุคคล หรือกลุ่มท ำงำน มีควำมพึงพอใจต่อขั้นตอนของกิจกรรมแต่ละขั้นตอนที่ได้ก ำหนด หรือ ร่วมกันก ำหนดขึ้นเองเพียงใดมีหัวข้อกิจกรรมใดที่ยังขำดตกบกพร่อง จะต้องเพิ่มเติมในส่วนใดบ้ำง ควำมละเอียด รัดกุม ในแต่ละขั้นเป็นอย่ำงไร (2) ผู้ประเมินซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้น อำจให้ข้อคิดเห็นสะท้อนภำพเพิ่มเติม เช่น ในระดับชั้น ประถมศึกษำ เพื่อนอำจให้ควำมเห็นไปในเรื่องของกำรเรียน กำรใช้ตัวสะกด กำรันต์ วรรคตอน ซึ่ง เน้นไปในด้ำนภำยำ ระดับชั้นมัธยมศึกษำ กำรประเมินโครงงำน อำจเริ่มขยำยขอบเขตจำกด้ำนกำรใช้ ภำษำ ออกไปถึงกำรแสดงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงกำรตั้งชื่อโครงงำนกับจุดประสงค์ของโกรงงำน และ ตำมควำมข้องใจของผู้ประเมิน เสนอแนะวิธีกำรศึกษำของผู้ประเมินเพื่อกำรพิจำรณำกำรจัดรูปเล่ม เพื่อกำรน ำเสนอโครงงำน ฯลฯ (3) ผู้ประเมินซึ่งเป็นผู้สอน หรือครูที่ปรึกษำ อำจให้ค ำแนะน ำเพิ่มเดิมได้ในเรื่องวิธีกำรอื่นที่ ใช้ในกำรศึกษำหำค ำตอบ ควำมสัมพันธ์ของวิชำตำมหัวเรื่องที่ศึกษำกับวิชำอื่น ข้อค้นพบที่ผู้เรียนได้ จำกโครงงำน กำรน ำค ำตอบของกำรศึกษำที่ได้ไปใช้ประ โยชน์ กำรน ำ ข้อค้นพบที่ต่ำงไปจำก เป้ำหมำยของกำรศึกษำไปใช้ประ โยชน์หรือขยำยผลกำรศึกษำเป็นโครงงำนใหม่ ฯลฯ (4) ผู้ประเมินที่เป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง จะได้รับทรำบถึงควำมสำมำรถ ควำมถนัดทำงกำร เรียนของลูกหรือเด็กในควำมปกครอง ควำมรู้สึก ควำมต้องกำรของเด็กผู้ท ำโครงงำน ท ำให้สำมำรถ ปรับตัวปรับใจเพื่อกำรสนับสนุนทั้งด้ำนกำรเงิน ก ำลังใจ ให้โอกำส ให้เวลำร่วมกิจกรรมตำมควำม สนใจของเด็ก ชี้แนะอุปสรรด ปัญหำเบื้องต้นที่อำจเกิดขึ้นระหว่ำงกำรปฏิบัติกิจกรรมขั้นต่ำง ๆ ของ โครงงำน ข้อเสนอแนะส ำหรับกำรท ำโครงงำนครั้งต่อไป


37 บทที่ 4 สื่อกำรเรียนกำรสอนและกำรออกแบบระบบกำรเรียนกำรสอน 1. ควำมหมำยของสื่อกำรเรียนกำรสอน สื่อ (Media) หมำยถึง ตัวกลำงที่ใช่ถ่ำยทอดหรือน ำควำมรู้ ในลักษณะต่ำง ๆ จำกผู้ส่งไปยัง ผู้รับให้เข้ำใจ ควำมหมำยได้ตรงกันในกำรเรียนกำรสอนสื่อที่ใช้เป็นตัวกลำงน ำควำมรู้ในกระบวนกำร สื่อควำมหมำยระหว่ำงผู้สอนกับผู้เรียนเรียกว่ำสื่อกำรสอน (Instruction Media) ในทำงกำรศึกษำมีค ำที่มีควำมหมำยแนวเดียวกันกับสื่อกำรเรียนกำรสอน เช่น สื่อกำรสอน (Instructional Media or Teaching Media) สื่อกำรสอน (Educational media) อุปกรณ์ช่วยสอน (Teaching Aids) เป็นต้น ในปัจจุบันนักกำรศึกษำมักจะเรียกกำรน ำสื่อกำรเรียนกำรสอนชนิดต่ำง ๆ มำรวมกันว่ำ เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ ซึ่งหมำยถึงกำรน ำเอำวัสดุอุปกรณ์และวิธีกำรมำใช้ร่วมกัน อย่ำงมีระบบในกำรเรียนกำรสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพในกำรสอน สื่อกำรเรียนกำรสอน หมำยถึง สิ่งต่ำงๆ ที่เป็นบุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเทคนิควิธีกำร ซึ่งเป็นตัวกลำงท ำให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ตำมจุดประสงค์ของกำรเรียนกำรสอนที่ก ำหนดไว้ได้อย่ำง ง่ำยและรวดเร็วเป็นเครื่องมือและตัวกลำงซึ่งมีควำมส ำคัญในกระบวนกำรเรียนกำรสอนมีหน้ำที่เป็น ตัวน ำควำมต้องกำรของครูไปสู่ตัวนักเรียนอย่ำงถูกต้องและรวดเร็วเป็นผลให้นักเรียนเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมไปตำมจุดมุ่งหมำยกำรเรียนกำรสอนได้อย่ำงถูกต้องเหมำะสม นักกำรศึกษำเรียกชื่อกำร สอนด้วยชื่อต่ำง ๆ เช่น อุปกรณ์กำรสอน โสตทัศนูปกรณ์ เทคโนโลยีกำรศึกษำ สื่อกำรเรียนกำรสอน สื่อกำรศึกษำ เป็นต้น 2. ประเภทของสื่อกำรเรียนกำรสอน สื่อกำรเรียนกำรสอนแบ่งตำมคุณลักษณะ ได้ 4 ประเภทคือ 1. สื่อประเภทวัสดุ ได้แก่สไลด์แผ่นใส เอกสำร ต ำรำ สำรเคมีสิ่งพิมพ์ต่ำง ๆ และคู่มือกำรฝึก ปฏิบัติ 2. สื่อประเภทอุปกรณ์ได้แก่ของจริง หุ่นจ ำลอง เครื่องเล่นเทปเสียง เครื่องเล่นวีดิทัศน์ เครื่องฉำยแผ่นใส อุปกรณ์และเครื่องมือในห้องปฏิบัติกำร 3. สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีกำร ได้แก่กำรสำธิต กำรอภิปรำยกลุ่ม กำรฝึกปฏิบัติกำรฝึกงำน กำรจัดนิทรรศกำร และสถำนกำรณ์จ ำลอง 4. สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ได้แก่คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) กำรน ำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer presentation) กำรใช้ Intranet และ Internet เพื่อกำรสื่อสำร (Electronic mail: Email) และกำรใช้ WWW (World Wide Web) สื่อกำรเรียนกำรสอนจ ำแนกตำมประสบกำรณ์ (Dale’s Cone of Experience) 1. ประสบกำรณ์ตรงและมีควำมมุ่งหมำย ประสบกำรณ์ขั้นนี้เป็นรำกฐำนส ำคัญของกำรศึกษำ ทั้งปวง เป็นประสบกำรณ์ที่ผู้เรียนได้รับมำจำกควำมเป็นจริงและด้วยตัวเองโดยตรง ผู้รับ ประสบกำรณ์นี้ จะได้เห็น ได้จับ ได้ท ำ ได้รู้สึก และได้ดมกลิ่นจำกของจริง ดังนั้นสื่อกำรสอนที่ไห้ประสบกำรณ์กำร เรียนรู้ในขั้นนี้ก็คือของจริงหรือ ควำมเป็นจริงในชีวิตของคนเรำนั่นเอง


38 2. ประสบกำรณ์จ ำลอง เป็นที่ยอมรับกันว่ำศำสตร์ต่ำงๆ ในโลก มีมำกเกินกว่ำที่จะเรียนรู้ได้ หมดสิ้นจำกประสบกำรณ์ตรงในชีวิต บำงกรณีก็อยู่ในอดีต หรือซับซ้อนเร้นลับหรือเป็นอันตรำยไม่ สะดวกต่อกำรเรียนรู้จำกประสบกำรณ์จริง จึงได้มีกำรจ ำลองสิ่งต่ำง ๆ เหล่ำนั้นมำเพื่อกำรศึกษำของ จ ำลองบำงอย่ำงอำจจะเรียนได้ง่ำยกว่ำและสะดวกกว่ำ 3. ประสบกำรณ์นำฏกำร ประสบกำรณ์ต่ำง ๆ ของคนเรำนั้นมีหลำยสิ่งหลำยอย่ำงที่เรำไม่ สำมำรถประสบได้ด้วยตนเอง เช่น เหตุกำรณ์ในอดีต เรื่องรำวในวรรณคดีกำรเรียนในเรื่องที่มีปัญหำ เกี่ยวกับสถำนที่ หรือเรื่องธรรมชำติที่เป็นนำมธรรม กำรแสดงละครจะช่วยไปให้เรำได้เข้ำไปใกล้ควำม เป็นจริงมำกที่สุด เช่น ฉำก เครื่องแต่งตัว เครื่องมือ หุ่นต่ำง ๆ เป็นต้น 4. กำรสำธิต กำรสำธิตคือ กำรอธิบำยถึงข้อเท็จจริงหรือแบ่งควำมคิด หรือกระบวนกำรต่ำงๆ ให้ผู้ฟังแลเห็นไปด้วย เช่น ครูวิทยำศำสตร์เตรียมก๊ำซออกซิเจนให้นักเรียนดูก็เป็นกำรสำธิต กำรสำธิต ก็เหมือนกับนำฏกำร หรือกำรศึกษำนอกสถำนที่ เรำถือเป็นสื่อกำรสอนอย่ำงหนึ่ง ซึ่งในกำรสำธิตนี้ อำจรวมเอำสิ่งของที่ใช้ประกอบหลำยอย่ำง นับตั้งแต่ของจริงไปจนถึงตัวหนังสือ หรือค ำพูดเข้ำไว้ด้วย แต่เรำไม่เพ่งเล็งถึงสิ่งเหล่ำนี้เรำจะให้ควำมส ำคัญกับกระบวนกำรทั้งหมดที่ผู้เรียนจะต้องเฝ้ำสังเกตอยู่ โดยตลอด 5. กำรศึกษำนอกสถำนที่ กำรพำนักเรียนไปศึกษำนอกสถำนที่ เป็นกำรสร้ำงเสริม ประสบกำรณ์ ชีวิตเพื่อให้นักเรียนได้เรียนจำกแหล่งข้อมูล แหล่งควำมรู้ที่มีอยู่จริงภำยนอกห้องเรียน ดังนั้น กำรศึกษำ นอกสถำนที่จึงเป็นวิธีกำรหนึ่งที่เป็นสื่อกลำงให้นักเรียน ได้เรียนจำกของจริง 6. นิทรรศกำร นิทรรศกำรมีควำมหมำยที่กว้ำงขวำง เพรำะหมำยถึง กำรจัดแสดงสิ่งต่ำงๆ เพื่อให้ควำมรู้แก่ผู้ชม ดังนั้นนิทรรศกำรจึงเป็นกำรรวมสื่อต่ำง ๆ มำกมำยหลำยชนิด กำรจัด นิทรรศกำร ที่ให้ผู้เรียนมำมีส่วนร่วมในกำรจัด จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีโอกำสคิดสร้ำงสรรค์มีส่วนร่วม และได้รับ ข้อมูลย้อนกลับด้วยตัวของเขำเอง 7. โทรทัศน์และภำพยนตร์โทรทัศน์เป็นสื่อกำรสอนที่มีบทบำทมำกในปัจจุบัน เพรำะได้เห็น ทั้งภำพและได้ยินเสียงในเวลำเดียวกัน และยังสำมำรถแพร่และถ่ำยทอดเหตุกำรณ์ที่ก ำลังเกิดขึ้นได้ ด้วยนอกจำกนั้นโทรทัศน์ยังมีหลำยรูปแบบ เช่น โทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งโรงเรียนสำมำรถน ำมำใช้ในกำร เรียนกำรสอนได้เป็นอย่ำงดีนอกจำกนี้ยังมีโทรทัศน์วงจรปิด ที่เอื้อประโยชน์ต่อกำรศึกษำอย่ำง กว้ำงขวำงภำพยนตร์เป็นสื่อที่จ ำลองเหตุกำรณ์มำให้ผู้ชมหรือผู้เรียนได้ดูและได้ฟัง อย่ำงใกล้เคียงกับ ควำมจริงแต่ไม่สำมำรถถ่ำยทอดเหตุกำรณ์ที่ก ำลังเกิดขึ้นได้ถึงอย่ำงไรก็ตำมภำพยนตร์ก็ยังนับว่ำเป็น สื่อที่มีบทบำทมำกในกำรเรียนกำรสอน เช่นเดียวกันกับโทรทัศน์ 8. ภำพนิ่ง กำรบันทึกเสียง และวิทยุ ภำพนิ่ง ได้แก่ ภำพถ่ำย ภำพวำดซึ่งมีทั้งภำพทึบแสง และโปร่งแสง ภำพทึบแสงคือรูปถ่ำย ภำพวำด หรือภำพในสิ่งพิมพ์ต่ำง ๆ ส่วนภำพนิ่งโปร่งใสหมำยถึง สไลด์ฟิล์มสตริป ภำพโปร่งใสที่ใช้กับเครื่องฉำยวัสดุโปร่งใส เป็นต้น ภำพนิ่งสำมำรถจ ำลองควำมเป็น จริงมำให้เรำศึกษำบนจอได้กำรบันทึกเสียง ได้แก่ แผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปและเครื่อง บันทึกเสียง และเครื่องขยำยเสียงตลอดจนอุปกรณ์ต่ำง ๆ ที่เกี่ยวกับเสียง ซึ่งนอกจำกจะสำมำรถ น ำมำใช้อย่ำงอิสระในกำรเรียนกำรสอนด้วยแล้ว ยังใช้กับรำยกำรวิทยุและกิจกรรมกำรศึกษำอื่น ๆ ได้


39 ด้วย ส่วนวิทยุนั้น ปัจจุบันที่ยอมรับกันแล้วว่ำ ช่วยกำรศึกษำและกำรเรียนกำรสอนได้มำก ซึ่งไม่จ ำกัด อยู่แต่เพียงวิทยุโรงเรียนเท่ำนั้น แต่ยังหมำยรวมถึงวิทยุทั่วไปอีกด้วย 9. ทัศนสัญลักษณ์สื่อกำรสอนประเภททัศนสัญลักษณ์นี้ มีมำกมำยหลำยชนิด เช่น แผนภูมิ แผนภำพ แผนที่ แผนผัง ภำพโฆษณำ กำร์ตูน เป็นต้น สื่อเหล่ำนี้เป็นสื่อที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ ส ำหรับถ่ำยทอดควำมหมำยให้เข้ำใจได้รวดเร็วขึ้น 10. วัจนสัญลักษณ์สื่อขั้นนี้เป็นสื่อที่จัดว่ำ เป็นขั้นที่เป็นนำมธรรมมำกที่สุด ซึ่งได้แก่ ตัวหนังสือ หรืออักษร สัญลักษณ์ทำงค ำพูดที่เป็นเสียงพูด ควำมเป็นรูปธรรมของสื่อประเภทนี้จะไม่คงเหลืออยู่ เลย อย่ำงไรก็ดีถึงแม้สื่อประเภทนี้จะมีลักษณะที่เป็นนำมธรรมที่สุดก็ตำม เรำก็ใช้ประโยชน์จำกสื่อ ประเภท นี้มำก เพรำะต้องใช้ในกำรสื่อควำมหมำยอยู่ตลอดเวลำ สื่อกำรเรียนกำรสอนจ ำแนกตำมคุณสมบัติ Wilbure Young ได้จัดแบ่งไว้ดังนี้ 1. ทัศนวัสดุ (Visual Materials) เช่น กระดำนด ำ กระดำนผ้ำส ำลี) แผนภูมิรูปภำพ ฟิล์ม สตริป สไลด์ฯลฯ 2. โสตวัสดุ (Audio Materials ) เช่น เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder) เครื่องรับวิทยุ ห้องปฏิบัติกำรทำงภำษำ ระบบขยำยเสียง ฯลฯ 3. โสตทัศนวัสดุ (Audio Visual Materials) เช่น ภำพยนตร์โทรทัศน์ฯลฯ 4. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Equipment) เช่น เครื่องฉำยภำพยนตร์เครื่องฉำยฟิล์มสตริป เครื่องฉำยสไลด์ 5. กิจกรรมต่ำง ๆ (Activities )เช่น นิทรรศกำร กำรสำธิต ทัศนศึกษำ ฯลฯ สื่อกำรเรียนกำรสอนจ ำแนกตำมรูปแบบ (Form) Louis Shores ได้แบ่งประเภทสื่อกำรสอนตำมรูปแบบไว้ดังนี้ 1. สิ่งตีพิมพ์ (Printed Materials) เช่น หนังสือแบบเรียน เอกสำรกำรสอน ฯลฯ 2. วัสดุกกรำฟิก เช่น แผนภูมิ ( Charts) แผนสถิติ (Graph) แผนภำพ (Diagram) ฯลฯ 3. วัสดุฉำยและเครื่องฉำย (Projected Materials and Equipment) เช่น ภำพยนตร์สไลด์ ฯลฯ 4. วัสดุถ่ำยทอดเสียง (Transmission) เช่น วิทยุ เครื่องบันทึกเสียง สื่อกำรเรียนกำรสอนตำมลักษณะและกำรใช้ในทำงเทคโนโลยีกำรศึกษำ 1. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ (Hardware) หรือสื่อใหญ่ (Big Media) หมำยถึง สิ่งที่เป็นอุปกรณ์ ทำง เทคนิคทั้งหลำยที่ประกอบด้วยกลไก ไฟฟ้ำ และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งไม่ใช่สิ่งสิ้นเปลือง ได้แก่ เครื่องฉำย ประเภทต่ำง ๆ เช่น เครื่องฉำยภำพยนตร์เครื่องฉำยสไลด์เครื่องฉำยภำพข้ำมศีรษะ เครื่องฉำยภำพ จำกคอมพิวเตอร์เครื่องรับโทรทัศน์เครื่องเล่นซีดี/ดีวีดีเครื่องเสียง รวมทั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทำง เทคนิคอื่น ๆ ที่เป็นทำงผ่ำนของควำมรู้เช่น เครื่องฉำยจุลชีวะ เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น 2. วัสดุ (Software) หรือสื่อเล็ก (Small Media) ซึ่งเป็นวัสดุที่เก็บควำมรู้ในลักษณะของ ภำพ


40 เสียง และตัวอักษร ในรูปแบบต่ำง ๆ โดยจ ำแนกได้ 2 ประเภทคือ ก. วัสดุที่ต้องอำศัยเครื่องมืออุปกรณ์ (Hardware) เพื่อกำรน ำเสนอเรื่องรำว ข้อมูล หรือควำมรู้ออกมำสื่อควำมหมำยแก่ผู้เรียน ได้แก่ ฟิล์ม แผ่นใส เทปบันทึกเสียง แผ่นซีดี/ดีวีดีวัสดุ บันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นต้น ข. วัสดุที่เสนอควำมรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอำศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ เช่น เอกสำร ต ำรำ หนังสือ คู่มือ รูปภำพ แผนภำพ ของจริง ของตัวอย่ำง หุ่นจ ำลอง เป็นต้น 3. เทคนิคหรือวิธีกำร (Techniques or Methods) กำรสื่อควำมหมำยในกำรเรียนกำรสอน บำงครั้งไม่อำจท ำได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์หรือวัสดุแต่จะต้องอำศัยเทคนิคหรือวิธีกำร เพื่อกำรให้เกิด กำรเรียนรู้หรือใช้ทั้งวัสดุอุปกรณ์และวิธีกำรไปพร้อม ๆ กัน แต่เน้นที่วิธีกำรเป็นส ำคัญ เช่น กำรสำธิต ประกอบกำรใช้เครื่องมือเครื่องจักร กำรทดลอง กำรแสดงบทบำท กำรศึกษำนอกสถำนที่ กำรจัด นิทรรศกำร เป็นต้น ดังนั้นเทคนิคหรือวิธีกำรต่ำง ๆ ดังกล่ำว จึงจัดว่ำเป็นสื่อกำรเรียนกำรสอนอีก ประเภทหนึ่ง แต่สื่อประเภทนี้มักจะใช้ร่วมกับสื่อ 2 ประเภทแรก จึงจะได้ผลดี 3. ควำมส ำคัญของสื่อกำรเรียนกำรสอน ชวลิต เข่งทอง (ม.ป.ป.) กล่ำวว่ำ สื่อกำรเรียนกำรสอน นับเป็นองค์ประกอบที่ส ำคัญมำก ประกำรหนึ่งในกระบวนกำรเรียนกำรสอน สื่อกำรเรียนกำรสอนก็คือตัวกลำงหรือช่องทำง ที่ใช้ในกำร น ำเรื่องรำวข้อมูลข่ำวสำรจำกผู้สอนไปสู่ผู้เรียน เพื่อท ำให้กำรเรียนรู้หรือกำรเรียนกำรสอนบรรลุผล ส ำเร็จตำมวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมำยที่วำงไว้ได้เป็นอย่ำงดีจึงอำจกล่ำวได้ว่ำ สื่อกำรเรียนกำรสอน นับได้ว่ำเป็นปัจจัยส ำคัญประกำรหนึ่งที่จะท ำให้กำรเรียนกำรสอนด ำเนินไปได้อย่ำงมีประสิทธิภำพสื่อ กำรเรียนกำรสอนมีหลำยประเภท แต่ละประเภทก็มีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติต่ำงกันไป ผู้สอนที่ ตระหนักในคุณค่ำของสื่อกำรเรียนกำรสอน จะต้องศึกษำให้เข้ำใจถึงเงื่อนไขกำรเลือกใช้สื่อ และใช้ งำนได้อย่ำงถูกต้องเต็มตำมประสิทธิภำพของสื่อกำรเรียนกำรสอนนั้น ๆ ตลอดจนกำรทดลองกำรผลิต หรือด ำเนินกำร ก่อนที่จะน ำเข้ำมำด ำเนินกำรจริงในธุรกิจ ผลลัพธ์ของระบบนี้ มักอยู่ในรูปของ สิ่งประดิษฐ์ ตัวแบบ รูปแบบ เป็นต้น 3.1 ควำมส ำคัญของของสื่อกำรเรียนกำรสอน 1. คุณค่ำด้ำนวิชำกำร 1.1 ท ำให้ผู้เรียนรับประสบกำรณ์ตรง และเรียนรู้ได้มำกกว่ำที่ไม่ใช้สื่อกำรสอน 1.2 ลักษณะที่เป็นรูปธรรมของสื่อกำรสอน ช่วยท ำให้ผู้เรียนเข้ำใจควำมหมำยของ สิ่งต่ำงๆ ได้ดีขึ้นและยังช่วยส่งเสริมด้ำนควำมคิดและกำรแก้ปัญหำอีกด้วย 1.3 ผลจำกกำรสรุปวิจัยสรุปได้ว่ำ สื่อกำรสอนให้ประสบกำรณ์ที่เป็นจริงแก่ผู้เรียน ท ำให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่ำงถูกต้อง ทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนจดจ ำเรื่องรำว ต่ำงๆได้มำก และจ ำได้ นำน 1.4 สื่อกำรสอนบำงชนิด เช่น ภำพยนตร์ ภำพนิ่ง จะช่วยเร่งทักษะในกำรเรียนรู้ 2. คุณค่ำทำงด้ำนจิตวิทยำกำรเรียนรู้ 2.1 สื่อกำรสอนท ำให้ผู้เรียนเกิดควำมสนใจ และต้องกำรเรียนรู้สิ่งต่ำงๆ มำกขึ้น เช่น กำรอ่ำนควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ จินตนำกำร เจตตคติ กำรแก้ปัญหำและควำมซำบซึ้ง ทำงศิลป


41 2.2 สื่อกำรสอนท ำให้ผู้เรียนเกิดควำมคิดรวบยอดเป็นอย่ำงเดียวกัน ทั้งมีเจตคติที่ดี ต่อกำรเรียนด้วย 2.3 สื่อกำรสอนเร้ำให้ผู้เรียนเกิดควำมพอใจ และยั่วยุให้กระท ำกิจกรรมด้วยตนเอง 3.2 คุณค่ำทำงเศรษฐกิจกำรศึกษำ 3.1 สื่อกำรสอนช่วยให้นักเรียนที่เรียนช้ำ เรียนได้เร็วและมำกขึ้น 3.2 ถ้ำใช้สื่อกำรสอนจะช่วยขจัดควำมสิ้นเปลือง และยังช่วยให้ครูที่สอยดีอยู่แล้ว สอนได้ดียิ่งขึ้น 3.3 สื่อกำรสอนช่วยประหยัดค ำพูดและเวลำของครู 3.4 สื่อกำรสอนช่วยขจัดปัญหำเรื่องสถำนที่ เวลำและระยะทำง 3.5 สื่อกำรสอนช่วยลดกำรตกซ้ ำชั้นของนักเรียนได้จ ำนวนมำกปรับเปลี่ยนเงื่อนไข และกระบวนกำรพิจำรณำได้ โดยอำศัยประสบกำรณ์ และ ควำมสำมำรถของผู้บริหำรเอง ผู้บริหำรอำจก ำหนดเงื่อนไขและท ำกำรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่ำงๆ ไปจนกระทั่งพบ สถำนกำรณ์ที่เหมำะสมที่สุด แล้วใช้เป็นสำรสนเทศที่ช่วยตัดสินใจ รูปแบบของผลลัพธ์ อำจจะอยู่ในรูปของ รำยงำนเฉพำะกิจ รำยงำนกำรวิเครำะห์เพื่อตัดสินใจ กำรท ำนำย หรือ พยำกรณ์เหตุกำรณ์ 3.6 ระบบสำรสนเทศส ำหรับผู้บริหำรระดับสูง (Executive Information System - EIS) เป็นระบบที่สร้ำงสำรสนเทศเชิงกลยุทธ์ส ำหรับผู้บริหำรระดับสูง ซึ่งท ำหน้ำที่ก ำหนด แผนระยะยำวและเป้ำหมำยของกิจกำร สำรสนเทศส ำหรับผู้บริหำรระดับสูงนี้จ ำเป็นต้อง อำศัยข้อมูลภำยนอกกิจกรรมเป็นอย่ำงมำก ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เป็นยุค Globalization ข้อมูล ระดับโลก แนวโน้มระดับสำกลเป็นข้อมูลที่จ ำเป็นส ำหรับกำรแข่งขันของธุรกิจ ผลลัพธ์ของ ระบบนี้ มักอยู่ในรูปของกำรพยำกรณ์/กำรคำดกำรณ์ 3.3 ประโยชน์ของสื่อกำรเรียนกำรสอน สื่อกำรเรียนกำรสอนสำมำรถใช้ประโยชน์ได้ทั้งผู้เรียนและผู้สอนดังต่อไปนี้ สื่อกับผู้เรียน 1. เป็นสิ่งที่ช่วยให้กำรเรียนรู้อย่ำงมีประสิทธิภำพ เพรำะจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดควำมเข้ำใจ เนื้อหำ บทเรียนที่ยุ่งยำกซับซ้อนได้ง่ำยขึ้นในระยะเวลำอันสั้น และสำมำรถช่วยให้เกิดควำมคิดรวบยอด ในเรื่องนั้นได้อย่ำงถูกต้องและรวดเร็ว 2. สื่อจะช่วยกระตุ้นและสร้ำงควำมสนใจให้กับผู้เรียน ท ำให้เกิดควำมสนุกสนำนและไม่รู้สึก เบื่อหน่ำยกำรเรียน 3. กำรใช้สื่อจะท ำให้ผู้เรียนมีควำมเข้ำใจตรงกัน และเกิดประสบกำรณ์ร่วมกันในวิชำที่เรียน นั้น 4. ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนมำกขึ้น ท ำให้เกิดมนุษยสัมพันธ์อันดี ในระหว่ำงผู้เรียนด้วยกันเองและกับผู้สอนด้วย 5. ช่วยสร้ำงเสริมลักษณะที่ดีในกำรศึกษำค้นคว้ำหำควำมรู้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดควำมคิด สร้ำงสรรค์ จำกกำรใช้สื่อเหล่ำนั้น


42 6. ช่วยแก้ปัญหำเรื่องของควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลโดยกำรจัดให้มีกำรใช้สื่อในกำรศึกษำ รำยบุคคล 3.4 สื่อกับผู้สอน 1. กำรใช้สื่อวัสดุอุปกรณ์ต่ำงๆ ประกอบกำรเรียนกำรสอน เป็นกำรช่วยให้บรรยำกำศในกำร สอน น่ำสนใจยิ่งขึ้น ท ำให้ผู้สอนมีควำมสนุกสนำนในกำรสอนมำกกว่ำวิธีกำรที่เคยใช้กำรบรรยำยแต่เพียง อย่ำงเดียว และเป็นกำรสร้ำงควำมเชื่อมั่นในตัวเองให้เพิ่มขึ้นด้วย 2. สื่อจะช่วยแบ่งเบำภำระของผู้สอนในด้ำนกำรเตรียมเนื้อหำ เพรำะบำงครั้งอำจให้ผู้เรียน ศึกษำ เนื้อหำจำกสื่อได้เอง 3. เป็นกำรกระตุ้นให้ผู้สอนตื่นตัวอยู่เสมอในกำรเตรียมและผลิตวัสดุใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อกำร สอน ตลอดจนคิดค้นเทคนิควิธีกำรต่ำงๆ เพื่อให้กำรเรียนรู้น่ำสนใจยิ่งขึ้น วิวรรธน์จันทร์เทพย์ (2551) ได้กล่ำวถึงประโยชน์ของสื่อกำรเรียนกำรสอนไว้ดังนี้ 1. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ได้แก่ 1.1 เรียนรู้ได้ดีขึ้นจำกประสบกำรณ์ที่มีควำมหมำยในรูปแบบต่ำงๆ 1.2 เรียนรู้ได้อย่ำงถูกต้อง 1.3 เรียนรู้ได้ง่ำยและเข้ำใจได้ชัดเจน 1.4 เรียนรู้ได้มำกขึ้น 1.5 เรียนรู้ได้ในเวลำที่จ ำกัด 2. ช่วยให้สำมำรถเอำชนะข้อจ ำกัดต่ำง ๆ ในกำรเรียนรู้ได้แก่ 2.1 ท ำสิ่งนำมธรรมให้เป็นรูปธรรมมำกขึ้น 2.2 ท ำสิ่งซับซ้อนให้ง่ำยขึ้น 2.3 ท ำสิ่งเคลื่อนไหวช้ำให้เร็วขึ้น 2.4 ท ำสิ่งเคลื่อนไหวเร็วให้ช้ำลง 2.5 ท ำสิ่งเล็กให้ใหญ่ขึ้น 2.6 ท ำสิ่งใหญ่ให้เล็กลง 2.7 น ำสิ่งที่อยู่ไกลมำศึกษำได้ 2.8 น ำสิ่งที่เกิดในอดีตมำศึกษำได้ช่วยกระตุ้นควำมสนใจของผู้ 2.9 ช่วยให้จดจ ำได้นำน เกิดควำมประทับใจและมั่นใจในกำรเรียน 2.10 ช่วยให้ผู้เรียนได้คิดและแก้ปัญหำ 2.11 ช่วยแก้ปัญหำเรื่องควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ในเรื่องเดียวกันนี้ชวลิต เข่งทอง (ม.ป.ป.) ยังได้กล่ำวถึงประโยชน์ของสื่อกำรเรียนกำรสอนใน ลักษณะของข้อพิจำรณำว่ำท ำไมผู้สอนจึงควรน ำสื่อกำรเรียนกำรสอนมำใช้โดยได้กล่ำวไว้หลำกหลำย ประเด็นที่มีควำมน่ำสนใจ อันได้แก่ 1. ช่วยให้คุณภำพกำรเรียนรู้ดีขึ้น เพรำะมีควำมจริงจังและมีควำมหมำยชัดเจนต่อผู้เรียน 2. ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในปริมำณมำกขึ้น ในเวลำที่ก ำหนดไว้จ ำนวนหนึ่ง 3. ช่วยให้ผู้เรียนสนใจ และมีส่วนร่วมอย่ำงแข็งขันในกระบวนกำรเรียนกำรสอน


43 4. ช่วยให้ผู้เรียนจ ำ ประทับควำมรู้สึกได้รวดเร็วและดีขึ้น 5. ช่วยส่งเสริมกำรคิดและกำรแก้ปญหำในกระบวนกำรเรียนกำรสอน 6. ช่วยให้สำมำรถเรียนรู้ในส่่งที่เรียนได้ยำกล ำบำก ให้มีควำมเป็นไปได้โดย… - กำรท ำสิ่งที่ซับซ้อนให้ง่ำยขึ้น - กำรท ำนำมธรรมให้เป็นรูปธรรมขึ้น - กำรท ำสิ่งที่เคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงช้ำ ให้ดูเร็วขึ้น - กำรท ำสิ่งที่เคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงเร็ว ให้ดูช้ำลง - กำรท ำสิ่งที่ใหญ่มำกให้ย่อขนำดลง - กำรท ำสิ่งที่เล็กมำกให้ขยำยขนำดขึ้น - กำรน ำอดีตมำให้ผู้เรียนเห็นได้ - น ำสิ่งที่อยู่ไกลหรือลี้ลับมำให้ผู้เรียนศึกษำได้เป็นกำรส่งเสริมกำรเรียนกำรสอนให้มี คุณภำพดีขึ้น และยังสอดคล้องกับวิธีกำรสอนที่ผู้สอนพิจำรณำน ำมำใช้ 7. ช่วยให้ผู้เรียนเรียนส ำเร็จง่ำยขึ้น และผ่ำนกำรวัดผลได้อย่ำงตรงตำมวัตถุประสงค์ของ บทเรียน 4. กำรใช้สื่อในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน J. Romiszowski (1999) ได้เสนอแนวทำงอย่ำงง่ำยในกำรพิจำรณำเลือกใช้สื่อกำรสอนไว้ว่ำ ในกำรเลือกสื่อกำรสอนนั้นมีปัจจัยหลำยอย่ำงที่มีผลต่อกำรเลือกสื่อที่จ ำเป็นต้องน ำมำพิจำรณำ ปัจจัย เหล่ำนั้น ได้แก่ วิธีกำรสอน (Instructional Method) กำรเลือกวิธีกำรสอนเป็นปัจจัยแรกที่ควบคุมกำร เลือกสื่อ หรืออย่ำงน้อยที่สุดก็เป็นสิ่งที่จ ำกัดทำงเลือกของกำรใช้สื่อกำรสอนในกำรน ำเสนอ เช่น ถ้ำ เลือกใช้วิธีกำรสอนแบบอภิปรำยกลุ่ม (Group Discussion) เพื่อแบ่งปันประสบกำรณ์ซึ่งกันและกัน ระหว่ำง งำนกำรเรียนรู้ (Learning Task) สิ่งที่มีอิทธิพลต่อทำงเลือกในกำรเลือกสื่อกำรสอนอีก ประกำรหนึ่งคือ งำนกำรเรียนรู้ส ำหรับผู้เรียน เพรำะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่จ ำกัดหรือควบคุมกำรเลือก วิธีกำรสอน ตัวอย่ำงเช่น กำรฝึกอบรมผู้ตรวจกำร หรือทักษะกำรบริหำรงำน ลักษณะของผู้เรียน (Learner Characteristics) ลักษณะพิเศษเฉพำะของผู้เรียนก็เป็น ปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อกำรเลือกสื่อกำรสอน ตัวอย่ำงเช่น กำรสอนผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ช้ำ โดย กำรใช้หนังสือหรือเอกสำรเป็นสื่อกำรสอน จะเป็นสิ่งที่ยิ่งท ำให้เกิดปัญหำอื่นๆ ตำมมำในกระบวนกำร เรียนกำรสอน ผู้เรียนกลุ่มนี้ควรเรียนรู้จำกสื่ออื่นๆ ที่ท ำกำรรับรู้และเรียนรู้ได้ง่ำยกว่ำนั้น ข้อจ ำกัดในทำงปฏิบัติ (Practical Constrain) ข้อจ ำกัดในทำงปฏิบัติในที่นี้หมำยถึง ข้อจ ำกัดทั้งทำงด้ำนกำรจัดกำร และทำงด้ำนเศรษฐศำสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทำงเลือกใน กำรเลือกใช้วิธีกำรสอนและสื่อกำรสอน เช่น สถำนที่ใช้สื่อกำรสอน สิ่งอ ำนวยควำมสะดวก ขนำด พื้นที่ งบประมำณ เป็นต้น ผู้สอนหรือครู (Teacher) สื่อกำรสอนแต่ละชนิดไม่ว่ำจะมีข้อดีอย่ำงไร แต่อำจไม่ถูก น ำไปใช้เพียงเพรำะผู้สอนไม่มีทักษะในกำรใช้สื่อนั้นๆ นอกจำกประเด็นในเรื่องทักษะของผู้สอนแล้ว ประเด็นในเรื่องทัศนคติของผู้สอนก็เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อกำรเลือกสื่อกำรสอนเช่นกันแผนที่วำงไว้โดย


44 อำจจะเรียกข้อมูลเพิ่มเติมออกมำจำกระบบ เพื่อให้ทรำบว่ำควำมผิดพลำดในกำรปฏิบัติงำนเกิดขึ้น จำกสำเหตุใด หรือจัดรูปแบบสำรสนเทศในกำรวิเครำะห์ปัญหำใหม่ 1. แนวคิดกำรเลือกสื่อกำรสอนของเคมพ์และสเมลเล Jerrold E. Kemp และ Don C. Smelle (1989) เสนอว่ำ นอกจำกงำนกำรเรียนรู้หรือ สถำนกำรณ์กำรเรียนรู้ซึ่งเป็นสิ่งส ำคัญที่ก ำหนดถึงสื่อที่จะเลือกใช้แล้ว สิ่งส ำคัญประกำรต่อมำในกำร พิจำรณำเลือกใช้สื่อกำรสอนคือ คุณลักษณะของสื่อ ซึ่งผู้สอนควรศึกษำคุณลักษณะของสื่อแต่ละชนิด ประกอบในกำรเลือกสื่อกำรสอนด้วย คุณลักษณะของสื่อ (Media Attributes) หมำยถึง ศักยภำพ ของสื่อในกำรแสดงออกซึ่งลักษณะต่ำงๆ เช่น กำรเคลื่อนไหว สี และเสียง เป็นต้น คุณลักษณะของสื่อที่ส ำคัญ ได้แก่ - กำรแสดงแทนด้วยภำพ (เช่น ภำพถ่ำย ภำพกรำฟิก) - ปัจจัยทำงด้ำนขนำด (เช่น กำรใช้/ไม่ใช้เครื่องฉำยเพื่อขยำยขนำด) - ปัจจัยทำงด้ำนสี (เช่น สีสันต่ำงๆ ขำว-ด ำ) - ปัจจัยทำงด้ำนกำรเคลื่อนไหว (เช่น ภำพนิ่ง ภำพเคลื่อนไหว) - ปัจจัยทำงด้ำนภำษำ (เช่น ข้อควำม/ตัวอักษร เสียงพูด) - ควำมสัมพันธ์ของภำพและเสียง (เช่น ภำพที่มี/ไม่มีเสียงประกอบ) - ปัจจัยทำงด้ำนกำรจัดระเบียบข้อมูล (ก ำหนดให้ดูทีละภำพตำมล ำดับ หรือตำมล ำดับที่ ผู้ชมเลือก) หลักกำรเลือกสื่อ 1. เลือกสื่อกำรสอนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้ผู้สอนควรศึกษำถึง วัตถุประสงค์กำร เรียนรู้ที่หลักสูตรก ำหนดไว้ วัตถุประสงค์ในที่นี้หมำยถึงวัตถุประสงค์เฉพำะในแต่ละส่วนของเนื้อหำ ย่อย ไม่ใช่วัตถุประสงค์ในภำพรวมของหลักสูตร 2. เลือกสื่อกำรสอนที่ตรงกับลักษณะของเนื้อหำของบทเรียน เนื้อหำของบทเรียนอำจมี ลักษณะ แตกต่ำงกันไป เช่น เป็นข้อควำม เป็นแนวคิด เป็นภำพนิ่งภำพเคลื่อนไหว เป็นเสียง เป็นสี ซึ่งกำร เลือกสื่อกำรสอนควรเลือกให้เหมำะสมกับลักษณะของเนื้อหำ 3. เลือกสื่อกำรสอนให้เหมำะสมกับลักษณะของผู้เรียน ลักษณะเฉพำะตัวต่ำงๆ ของ ผู้เรียนเป็นสิ่ง ที่มีอิทธิพลต่อกำรรับรู้สื่อกำรสอน ในกำรเลือกสื่อกำรสอนต้องพิจำรณำลักษณะต่ำงๆ ของผู้เรียน เช่น อำยุ เพศ ควำมถนัด ควำมสนใจ ระดับสติปัญญำ วัฒนธรรม และประสบกำรณ์เดิม ตัวอย่ำงเช่น กำรสอนผู้เรียนที่เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษำควรใช้เป็นภำพกำร์ตูนมีสีสันสดใส 4. เลือกสื่อกำรสอนให้เหมำะสมกับจ ำนวนของผู้เรียน และกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนใน กำรสอนแต่ละครั้งจ ำนวนของผู้เรียนและกิจกรรมที่ใช้ในกำรเรียนสอน ในห้องก็เป็นสิ่งส ำคัญที่ต้อง น ำมำพิจำรณำควบคู่กันในกำรใช้สื่อกำรสอน เช่น กำรสอนผู้เรียนจ ำนวนมำก จ ำเป็นต้องใช้วิธีกำร สอนแบบบรรยำย ซึ่งสื่อกำรสอนที่น ำมำใช้อำจเป็นเครื่องฉำยต่ำง ๆ และเครื่องเสียง เพื่อให้ผู้เรียน มองเห็นและได้ยินอย่ำงทั่วถึง ส่วนกำรสอนผู้เรียนเป็นรำยบุคคล อำจเลือกใช้วิธีกำรสอนแบบค้นคว้ำ สื่อกำรสอนอำจเป็นหนังสือบทเรียนแบบโปรแกรม หรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น 5. เลือกสื่อกำรสอนที่เหมำะสมกับสภำพแวดล้อม


45 สภำพแวดล้อมในที่นี้อำจได้แก่ อำคำร สถำนที่ ขนำดพื้นที่ แสง ไฟฟ้ำ เสียงรบกวน อุปกรณ์ อ ำนวยควำมสะดวก หรือ บรรยำกำศ สิ่งเหล่ำนี้ควรน ำมำประกอบกำรพิจำรณำเลือกใช้สื่อกำรสอน ตัวอย่ำงเช่นกำรสอนผู้เรียนจ ำนวนมำกซึ่งควรจะใช้เครื่องฉำยและเครื่องเสียง 6. เลือกสื่อกำรสอนที่มีลักษณะน่ำสนใจและดึงดูดควำมสนใจ ควรเลือกใช้สื่อกำรสอนที่มีลักษณะน่ำสนใจและดึงดูดควำมสนใจผู้เรียนได้ ซึ่งอำจจะเป็น เรื่องของ เสียง สีสัน รูปทรง ขนำด ตลอดจนกำรออกแบบและกำรผลิตด้วยควำมประณีต สิ่งเหล่ำนี้ จะช่วยท ำให้สื่อกำรสอนมีควำมน่ำสนใจและดึงดูดควำมสนใจของผู้เรียนได้ 7. เลือกสื่อกำรสอนที่มีวิธีกำรใช้งำน เก็บรักษำ และบ ำรุงรักษำ ได้สะดวก ในประเด็นสุดท้ำยของกำรพิจำรณำ ควรเลือกสื่อกำรสอนที่มีวิธีกำรใช้งำนได้สะดวก ไม่ ยุ่งยำก และหลังใช้งำนควรเก็บรักษำได้ง่ำยๆ ตลอดจนไม่ต้องใช้วิธีกำรบ ำรุงรักษำที่สลับซับซ้อนหรือมี ค่ำใช้จ่ำยในกำรบ ำรุงรักษำสูง 2. หลักกำรใช้สื่อกำรสอน 1. เตรียมตัวผู้สอน เป็นกำรเตรียมควำมพร้อมของตัวผู้สอนในกำรใช้สื่อกำรสอน โดยกำร ท ำควำมเข้ำใจในเนื้อหำที่มีในสื่อ ขั้นตอน และวิธีกำรใช้สื่อ เป็นต้น 2. เตรียมจัดสภำพแวดล้อม เช่น สถำนที่ ห้องเรียน ห้อง Lab วัสดุอุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ และสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกต่ำงๆ 3. เตรียมตัวผู้เรียน เพื่อให้มีควำมพร้อมที่จะเรียน อำจมีกำรทดสอบ มีกำรอธิบำยวิธีกำรใช้ สื่อ อุปกรณ์ เครื่องมือต่ำงๆบอกวัตถุประสงค์ แนะน ำหรือให้ควำมคิดรวบยอดของ เนื้อหำในสื่อนั้นๆ เป็นต้น 4. กำรใช้สื่อให้เหมำะกับขั้นตอนและวิธีกำรตำมที่ได้เตรียมไว้แล้ว และควบคุมกำร น ำเสนอสื่อ เพื่อให้กำรเรียนกำรสอนเป็นไปอย่ำงรำบรื่น 5. กำรติดตำมผล ( Follow Up ) หลังจำกกำรใช้สื่อกำรสอนแล้ว ควรมีกำรติดตำมผล เพื่อเป็นกำรทดสอบว่ำ ผู้เรียนเข้ำใจบทเรียน และเรียนรู้ จำกสื่อที่น ำเสนอไปนั้นอย่ำง ถูกต้องหรือไม่ เช่น กำรให้ผู้เรียนตอบค ำถำม อภิปรำย ท ำรำยงำน เป็นต้น เพื่อผู้สอนจะ ได้ทรำบจุดบกพร่อง สำมำรถ น ำมำแก้ไขปรับปรุงส ำหรับกำรสอนในครั้งต่อไป 5. กำรออกแบบระบบกำรเรียนกำรสอนและสื่อกำรเรียนกำรสอน ระบบกำรสอน หรือระบบกำรเรียนกำรสอน (IS : Instructional System) เป็นกำร น ำเอำวิธีกำรระบบ (System Approach) หรือวิธีระบบ มำใช้ในกำรเรียนกำรสอน โดยที่ระบบ หมำยถึง ส่วนต่ำง ๆ ที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ ส่วนน ำเข้ำ (Input) ส่วนด ำเนินกำร (Process) และส่วนผลลัพธ์ (Output) ระบบกำรสอนจึง ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อย ๆ ที่สัมพันธ์กัน เพื่อ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ตำมวัตถุประสงค์ที่ก ำหนดไว้ ประกอบด้วยส่วนต่ำง ๆ ได้แก่ ผู้เรียน ผู้สอน สื่อกำรเรียนกำรสอน และกำรวัดและประเมินผล เป็นต้น ระบบกำรสอนที่ออกแบบโดยใช้วิธีกำรระบบ ได้มีกำรประยุกต์ใช้งำนอย่ำงกว้ำงขวำง โดย กำรก ำหนดขั้นตอนกำรสอน กำรก ำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม กำรออกแบบกิจกรรมกำรเรียนรู้ โดยอำศัยสื่อต่ำง ๆ และกำรใช้แหล่งควำมรู้ต่ำง ๆ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลำง เพื่อตอบสนองต่อ ควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลของผู้เรียน ไม่ว่ำจะเป็น เพศ วัย อัตรำกำรเรียนรู้ ควำมสนใจ ควำมถนัด


46 และประสบกำรณ์เดิม รวมทั้งพื้นฐำนทำงประเพณีและวัฒนธรรมซึ่งผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องจะมี บทบำทในกำรออกแบบพัฒนำระบบกำรสอน กำรออกแบบระบบกำรสอน (ISD : Instructional System Design) กำรออกแบบระบบกำรสอน (ISD : Instructional System Design หรือ ID : Instructional Design) หมำยถึง กำรจัดระบบกำรสอนอย่ำงมีระบบ โดยอำศัยควำมรู้เกี่ยวกับ กระบวนกำรเรียนรู้ซึ่งรวบรวมองค์ประกอบและปัจจัยต่ำงๆเพื่อน ำไปสู่กระบวนกำรตัดสินใจออกแบบ ระบบแล้วจึงท ำกำรทดลองและปรับปรุงแก้ไขจนใช้ได้ผลเป็นกำรน ำไปสู่ควำมส ำเร็จของกำรเรียนรู้ ตำมวัตถุประสงค์ที่ก ำหนดไว้ กระบวนกำรออกแบบระบบกำรสอน จะประกอบไปด้วยหลักพื้นฐำน 4 ส่วน ดังต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงค์ เป็นส่วนที่ก ำหนดวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน 2. ผู้เรียน โดยพิจำรณำคุณสมบัติของผู้เรียน เพื่อกำรออกแบบระบบกำรสอนให้เหมำะสม 3. วิธีกำรและกิจกรรมก ำหนดวิธีกำรและก ำหนดกิจกรรมในกระบวนกำรเรียนรู้ เพื่อให้ ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ตำมวัตถุประสงค์อย่ำงมีประสิทธิภำพ 4.กำรวัดและประเมินผลเป็นกำรก ำหนดวิธีกำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ของผู้เรียนให้ สอดคล้องตำมวัตถุประสงค์ รูปแบบกำรสอน (IM : Instructional Model) รูปแบบกำรสอน (IM : Instructional Model) หมำยถึง แนวทำง กระบวนกำร หรือกลยุทธ์ ในกำรน ำเสนอเนื้อหำและจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมขั้นตอน และวิธีกำรที่มีผู้เชี่ยวชำญคิดค้นขึ้น ซึ่ง สังเครำะห์มำจำกหลักกำรศึกษำและเงื่อนไขกำรเรียนรู้ รูปแบบกำรสอนมีจ ำนวนมำกมำย แต่รูปแบบกำรสอนที่นิยมใช้กันอย่ำงแพร่หลำยและได้มี กำรน ำไปประยุกต์ใช้ในกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน ได้แก่ บทเรียน ระบบกำรสอน และบทเรียน ส ำเร็จรูปรวมทั้งบทเรียนคอมพิวเตอร์ มีดังต่อไปนี้ รูปแบบกำรสอน ADDIE (ADDIE Model) รูปแบบกำรสอนของดิค แอนด์แคเรย์ (Dick and Carey Model) รูปแบบกำรสอนของเกอลำช แอนด์เอลี (Gerlach and Ely Model) รูปแบบกำรสอนของบรำวน์และคณะ (Brown and Others Model) รูปแบบกำรสอน (Rapid Prototying Model) องค์ประกอบของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน ในกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนจึงประกอบด้วยองค์ประกอบต่ำง ๆ ที่สัมพันธ์กันอย่ำงแยก ไม่ได้ และในกระบวนกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนก็จะมีกลไกในกำรปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ได้แก่ กระบวนกำรใช้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จำกกำรประเมินผลที่เรียกว่ำ กำรประเมินผลเพื่อกำร ปรับปรุง (formative evaluation) เนื่องจำกมีรูปแบบ (Model) ส ำหรับน ำไปใช้ในกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนอยู่มำกมำยจึง มีควำมหลำกหลำยในองค์ประกอบในรูปแบบนั้น ๆ แต่อย่ำงไรก็ตำม รูปแบบกำรเรียนกำรสอนใด ๆ ก็จะยึดแนวทำงของรูปแบบดั้งเดิม (generic model) ดังนี้ 1. กำรวิเครำะห์ (Analysis) 2. กำรออกแบบ (Design) 3. กำรพัฒนำ (Development)


47 4. กำรน ำไปใช้ (Implementation) 5. กำรประเมินผล (Evaluation) จำกรูปแบบดังเดิม (Generic model) นี้จะมีผู้รู้ต่ำง ๆ น ำไปสังเครำะห์เป็นรูปแบบต่ำง ๆ มำกมำย ตำมควำมเชื่อควำมต้องกำรของตนรูปแบบต่ำง ๆ ของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน 6. ปฏิบัติกำรออกแบบกำรใช้สื่อในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและกำรสื่อสำรกำรเรียนกำรสอน ควำมหมำยของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน จำกกำรศึกษำเอกสำรที่เกี่ยวข้อง พบว่ำควำมหมำยของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน มี หลำกหลำย สำมำรถแยกได้เป็น 2 นัยยะ คือ ควำมหมำยเชิงศำสตร์ (discipline/ science) และ ควำมหมำยเชิงกระบวนกำร (process) 1. ควำมหมำยเชิงศำสตร์กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอน เป็นสำขำของควำมรู้ แนวคิด ทฤษฎี และกำรศึกษำค้นคว้ำเกี่ยวกับยุทธศำสตร์กำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรพัฒนำยุทธศำสตร์และ กำรน ำ ยุทธศำสตร์ไปใช้หรืออำจกล่ำวได้ว่ำ กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอน เป็นศำสตร์ที่เกี่ยวกับกำร ก ำหนด องค์ประกอบของกำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรน ำไปสู่กำรปฏิบัติ กำรประเมินผลและกำรจัดกำรชั้น เรียนที่เอื้อต่อกำรเรียนรู้ของผู้เรียน 2. ควำมหมำยเชิงกระบวนกำร กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ เป็นกิจกรรมขั้นตอนหนึ่ง ของกำรน ำหลักสูตรไปใช้ เป็นกระบวนกำรก ำหนดลักษณะเฉพำะของกำรจัดกำรเรียนรู้อย่ำงเป็น ระบบ โดยใช้แนวคิดทฤษฎี ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพของกำรสอน (Carl Berger and Rose Land Kam, 2006) จุดมุ่งหมำยของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน 1. เพื่อก ำหนดองค์ประกอบต่ำง ๆ ของกำรเรียนกำรสอนให้เหมำะสม สอดคล้องกับผู้เรียน ควำมก้ำวหน้ำของศำสตร์สื่อ และบริบทของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ได้ดีที่สุด 2. เพื่อพัฒนำคุณภำพ ประสิทธิภำพกำรจัดกำรเรียนรู้ไปสู่เป้ำหมำยและมำตรฐำนสำกลที่ ยอมรับได้ 3. เพื่อยกระดับควำมเป็นวิชำชีพของครูผู้สอนไปสู่มำตรฐำน ควำมส ำคัญของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน 1. ควำมส ำคัญต่อครู 1.1 เป็นกำรแสดงถึงควำมรู้ ควำมสำมำรถ ของครูในกำรประยุกต์และบูรณำกำร ควำมรู้ ทักษะเจตคติและประสบกำรณ์ในกำรสอน มำก ำหนดองค์ประกอบต่ำง ๆ ของกำรจัดกำร เรียนรู้ให้เหมำะสมกับสภำพควำมต้องกำรและบริบทของผู้เรียน 1.2 เป็นกำรยกระดับมำตรฐำนวิชำชีพครู กล่ำวคือเป็นกำรปฏิบัติงำนสอนที่ต้องใช้ ควำมรู้ควำมสำมำรถ ด้ำนเนื้อหำวิชำที่สอนวิชำชีพครูทักษะกำรคิด กำรสื่อสำร กำรแก้ปัญหำ ที่ได้รับ ฝึกฝนมำเป็นเวลำนำนตำมลักษณะของวิชำชีพมำกขึ้น


48 1.3 เป็นกำรแสดงให้เห็นถึงควำมตั้งใจ พยำยำมของครูในกำรพัฒนำตนเองและงำน ที่รับผิดชอบให้เห็นถึงควำมรักควำมปรำรถนำดีต่อศิษย์กำรอุทิศเวลำเพื่อศึกษำค้นคว้ำข้อมูลเพิ่มเติม ส ำหรับกำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอน 2. ควำมส ำคัญต่อนักเรียน 2.1 เป็นกำรช่วยผู้เรียนได้เรียนรู้จำกกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่มีประสิทธิภำพ และเกิดประสิทธิผลต่อผู้เรียนมำกขึ้น 2.2 ช่วยให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจ และเจตคติที่ดีต่อกำรเรียนเพรำะได้เรียนจำกกิจกรรม ที่สอดคล้องกับพัฒนำกำร ควำมสนใจ และควำมถนัดมำกขึ้น แนวทำงกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน จำกกำรศึกษำรูปแบบและแนวคิดในกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนพบว่ำกำรออกแบบกำร เรียนกำรสอนมีแนวทำงที่ครูสำมำรถน ำไปใช้ได้ดังนี้ 1. แนวทำงเชิงระบบ เป็นกำรออกแบบองค์ประกอบต่ำง ๆ ของกำรเรียนกำรสอนในลักษณะ ที่เป็น ปัจจัยน ำเข้ำ กระบวนกำร และผลที่เกิดขึ้น มักใช้ในกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนในระบบ กว้ำง (macro) ส ำหรับปัจจัยน ำเข้ำประกอบด้วย ผู้เรียน หลักสูตร ผู้สอน สถำนที่ สื่อ เป็นต้น กระบวนกำรเป็นขั้นตอนกำร ออกแบบกำรเรียนกำรสอน กำรวัดและประเมินผล ส่วนผลที่เกิดขึ้นเป็น รูปแบบวิธีกำร หรือกิจกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้(Dick & Carrey, 1996) 2. แนวทำงทั่วไป เป็นกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนตำมองค์ประกอบหลัก ได้แก่ กำร ก ำหนดจุดมุ่งหมำย กำรก ำหนดเนื้อหำ กำรก ำหนดกิจกรรมกำรเรียนรู้และกำรวัดและกำรประเมินผล เป็นกำรก ำหนดองค์ประกอบตำมแนวคิดของไทเลอร์(Tyler, 1956) ที่ใช้กันมำเป็นเวลำนำน 3. แนวทำงแบบย้อนกลับ วิกกิ้นและไทห์ (Wiggins & Tighe,1998) เป็นผู้น ำเสนอแนวคิดนี้ โดยมองว่ำ กำรจัดกำรเรียนรู้ให้เกิดผลที่ต้องกำรนั้น ควรได้ก ำหนดผลลัพธ์กำรเรียนรู้พฤติกรรม/ ชิ้นงำนของผู้เรียน แนวทำงวิธีกำรเครื่องมือที่ใช้ในกำรวัดผลก่อนกำรออกแบบกิจกรรมและขั้นตอน กำรเรียนรู้ให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้ แสดงพฤติกรรม หรือท ำชิ้นงำนที่คำดหวังได้ แนวทำงนี้มี3 ขั้นตอน หลักคือ กำรก ำหนดเป้ำหมำย กำรก ำหนดหลักฐำนกำรเรียนรู้ และกำร ก ำหนดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน 4. แนวทำงกำรออกแบบสื่อ เป็นกำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้โดยอำศัยแนวคิดของกำร ออกแบบสื่อกำรเรียน ซึ่งมีผู้น ำเสนอขั้นตอนไว้ต่ำงกัน เช่น แบบ ADDIE มี 5 ขั้นตอน คือ กำร วิเครำะห์(analysis) จุดมุ่งหมำย เนื้อหำของผู้เรียน กำรออกแบบ (design) เป็นกำรออกแบบ องค์ประกอบต่ำง ๆ ของกำรสอน/สื่อ กำรพัฒนำสื่อ (develop) ตำมที่ออกแบบไว้ กำรน ำไปใช้ (implement) และกำรประเมินผลกำรน ำไปใช้(evaluation) หรือแบบ IDLS ที่พัฒนำโดยเอสเซฟ และเอสเซฟ (Esseff & Esseff, 1972) ประกอบด้วย 1) กำรออกแบบวิเครำะห์งำน (design a task analysis) 2) กำรพัฒนำแบบทดสอบอิงเกณฑ์และกำรวัดพฤติกรรม (develop eviction test and performance measures) 3) กำรพัฒนำสื่อกำรสอนเชิงปฏิสัมพันธ์ (develop interactive instructional materials)และ4) ตรวจสอบควำมถูกต้องของสื่อกำร สอน (validate the interactive instructional materials) เป็นต้น 5. แนวทำงกำรวิจัย เป็นกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน ที่ด ำเนินกำรตำมขั้นตอน กระบวนกำรวิจัยมักใช้กระบวนกำรวิจัยเชิงพัฒนำ (Research and Development) กำรวิจัยแบบมี


49 ส่วนร่วม (Participatory Research) เป็นต้น ตัวอย่ำงกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนตำมแนวทำงนี้ เป็นกำรออกแบบของนักศึกษำระดับบัณฑิตศึกษำในมหำวิทยำลัยต่ำงๆ หลักกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน จำกแนวทำงกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนข้ำงต้นพบว่ำกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนครู ควรมี หลักกำรดังนี้ 1. ค ำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้เรียนเป็นส ำคัญ ว่ำเมื่อจัดกิจกรรมตำมที่ออกแบบแล้วผู้เรียนจะ ได้อะไรควำมรู้ควำมเข้ำใจ ทักษะ หรือเจตคติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 2. ศึกษำข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนครอบคลุมโดยเฉพำะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน 3. ค ำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อกำรจัดกำรเรียนรู้เช่น เวลำ สถำนที่ ควำมสนใจของผู้เรียน สิ่ง อ ำนวยควำมสะดวกอื่น ๆ เป็นต้น 4. น ควำมรู้เกี่ยวกับกำรจัดกำรเรียนรู้มำประยุกต์ใช้โดยควรออกแบบกิจกรรม น ำเสนอ เนื้อหำที่เป็นนำมธรรมให้เป็นรูปธรรมให้ได้มำกที่สุด เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้เรียนมำกที่สุด 5. ควรออกแบบกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่หลำกหลำย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมท้ำทำย สนุกสนำน อิสระผ่อนคลำย 6. น ำข้อบกพร่องจำกกำรน ำไปใช้มำปรับปรุงกำรออกแบบครั้งต่อ ๆ ไป ประเภทของรูปแบบกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน Gustafson และ Branch (2002) กล่ำวว่ำ รูปแบบของกำรออกแบบกำรเรียนกำรสอน แบ่ง ได้เป็น 3 ประเภทคือ แบบที่ใช้ในห้องเรียน แบบเน้นผลผลิต และระบบกำรเรียนกำรสอน 1. กำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนแบบที่ใช้ในห้องเรียน (classroom oriented) เป็นกำร ออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ผู้สอนด ำเนินกำรเองตำมบริบท ส ำหรับน ำไปใช้ในห้องเรียนกำรออกแบบ กำรจัดกำรเรียนรู้ระดับนี้ควรเป็นกำรออกแบบแบบปกติตำมแนวคิดของไทเลอร์ (ก ำหนด องค์ประกอบของกำรจัดกำรเรียนรู้จำกจุดประสงค์ เนื้อหำ กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน และกำรวัด และกำรประเมินผล) หรือ อำจเป็นแบบย้อนกลับตำมแนวคิดของวิกกิ้นและไทห์ เป็นกำรออกแบบ กำรเรียนรู้เริ่มจำกกำรก ำหนดเป้ำหมำย กำรก ำหนดหลักฐำนกำรเรียนรู้และกำรก ำหนดกิจกรรมกำร เรียนกำรสอน ผลที่ได้จะได้แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ระดับ รำยวิชำ หน่วยกำรเรียนรู้และแผนรำยครั้ง 2. กำรออกแบบกำรเรียนกำรสอนแบบเน้นผลผลิต (product oriented) เป็นกำรออกแบบ สื่อกำรเรียนกำรสอน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส ำหรับกำรสร้ำงปฏิสัมพันธ์ หรือเพื่อกำรน ำเสนอเนื้อหำที่ สอน เป็นแบบที่ใช้เทคโนโลยีและแนวคิดในกำรออกแบบที่ซับซ้อนมำกขึ้น 3. กำรออกแบบเชิงระบบ (system oriented) กำรออกแบบในระดับกว้ำงมำกขึ้น เช่น ระดับรำยวิชำ หรือระดับหลักสูตร ต้องอำศัยกำรวิเครำะห์เบื้องต้น กำรทดสอบ กำรปรับปรุงแก้ไข และเทคโนโลยีอย่ำงมำก อย่ำงไรก็ตำม จำกประสบกำรณ์สอนและกำรวิเครำะห์เนื้อหำที่เกี่ยวข้อง ผู้เขียนขอน ำเสนอ แนวคิดเกี่ยวกับกำรจัดกลุ่มของกำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม โดยเชื่อมโยงกับ จุดมุ่งหมำยในกำรออกแบบ กระบวนกำร วิธีกำรในกำรออกแบบ และผลที่ได้จำกกำรออกแบบดังนี้ 1) ระดับทั่วไป 2) ระดับจุดมุ่งหมำย และ 3) ระดับชั้นเรียน ซึ่งระดับนี้จะเป็นระดับที่สอดคล้องกับ


50 แนวคิดของกัสตำฟสันและบรองช์ที่ได้น ำเสนอข้ำงต้น 1) ระดับทั่วไป (general level) เป็นกำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ของนักวิชำกำรศึกษำ หรือกำรวิจัย/อำจำรย์สถำบันอุดมศึกษำ นักพัฒนำ/ออกแบบ ในเชิงระบบหรือกำรวิจัย เน้นขั้นตอน ในกำรออกแบบหรือพัฒนำ เป้ำหมำยในกำรพัฒนำจะเน้นผลสัมฤทธิ์ในกำรเรียนรู้ของผู้เรียนใน ภำพรวม เช่น รูปแบบของเคมพ์ (Kamp, 1994) ผลที่ได้จำกกำรออกแบบ เป็นรูปแบบกำรสอน ระบบกำรสอน สื่อนวัตกรรมกำรเรียนรู้ 2) ระดับจุดมุ่งหมำยของกำรเรียนรู้ (learning domains level) เป็นกำรออกแบบกำร จัดกำรเรียนรู้ ที่ใช้จุดมุ่งหมำยของกำรเรียนรู้ทั้ง 3 ด้ำนของบลูม (Bloom, 1976) เป็นกำรออกแบบ กำรจัดกำรเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนำกำรเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นเฉพำะด้ำนเฉพำะศำสตร์ ขั้นตอนกำรออกแบบ จะเป็นวิจัย ผ่ำนกำรทดลองใช้ผลที่ได้จำกกำรออกแบบจะเป็นรูปแบบกำรสอน/วิธีสอน เช่น รูปแบบ กำรสอนเน้นกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด (concept attainment) ของ จอยส์ เวลล์ (Joyce Weil) รูปแบบกำรสอนแบบใช้ปัญหำเป็นฐำน(problem-based learning) เป็นต้น 3) ระดับชั้นเรียน (classroom level) กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ครูด ำเนินกำรเอง ส ำหรับน ำไปใช้ในห้องเรียน กำรออกแบบอำจเป็นกำรออกแบบปกติ (ก ำหนดรำยละเอียดของหัวข้อ กำรสอนตำมล ำดับ) หรืออำจเป็นกำรออกแบบ แบบย้อนกลับ (backward design) ซึ่งน ำ รูปแบบ กำรสอน วิธีกำรสอนที่ได้จำกกำรออกแบบในระดับทั่วไป/ระดับจุดมุ่งหมำยมำใช้ ผลที่ได้จะเป็น แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ระดับรำยวิชำ หน่วยกำรเรียนรู้และแผนกำรจัดกำรเรียนรู้


51 แบบฝึกหัดท้ำยบท 1. ข้อใดคือควำมหมำยที่ถูกต้องที่สุดของ"นวัตกรรม" ก.กำรกระท ำที่ไม่เคยมีมำก่อน ข.กำรกระท ำที่รื้อฟื้นมำจำกของเดิม ค.กำรกระท ำที่เอำแบบอย่ำงมำจำกที่อื่น ง.กำรกระท ำที่ใช้แนวคิดหรือวิธีปฏิบัติใหม่ๆเพื่อแก้ปัญหำและพัฒนำงำน ค ำตอบ ง.กำรกระท ำที่ใช้แนวคิดหรือวิธีปฏิบัติใหม่ๆเพื่อแก้ปัญหำและพัฒนำงำน 2. ข้อใด"ไม่ใช่"แนวคิดพื้นฐำนที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมกำรศึกษำ ก.เวลำที่ใช้ในกำรเรียน ข.ควำมพร้อมของผู้เรียน ค.ควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ง.ควำมทันสมัยของเทคโนโลยี ค ำตอบ ง.ควำมทันสมัยของเทคโนโลยี 3. นวัตกรรมกำรศึกษำมีควำมส ำคัญต่อกำรจัดกำรศึกษำอย่ำงไร ก.ลดควำมส ำคัญในตัวผู้สอน ข.เพิ่มควำมส ำคัญในตัวผู้เรียน ค.ช่วยแก้ไขปัญหำและพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำ ง.เพิ่มควำมส ำคัญทั้งในตัวผู้เรียนและผู้สอน ค ำตอบ ค.ช่วยแก้ไขปัญหำและพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำ 4. ข้อใดเป็นนวัตกรรมกำรศึกษำที่เกิดจำกแนวคิดพื้นฐำนที่ต้องกำรตอบสนองควำมแตกต่ำงระหว่ำง บุคคล ก.มหำวิทยำลัยเปิด ข.กำรเรียนทำงไปรษณีย์ ค.กำรจัดตำรำงเรียนแบบยืดหยุ่น ง.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยกำรสอน ค ำตอบ ง.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยกำรสอน 5. ข้อใดไม่ใช่นวัตกรรมกำรศึกษำที่เกิดจำกแนวคิดพื้นฐำนด้ำนกำรตอบสนองอัตรำกำรเพิ่มของ ประชำกร ก.มหำวิทยำลัยเปิด ข.กำรศึกษำทำงไกล ค.โรงเรียนไม่แบ่งชั้น ง.กำรจัดกำรศึกษำผ่ำนอินเทอร์เน็ต ค ำตอบ ค.โรงเรียนไม่แบ่งชั้น


52 6. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ในกำรพิจำรณำควำมเป็น"นวัตกรรม" ก.ต้องประดิษฐ์ใหม่เท่ำนั้น ข.ต้องมีกำรน ำวิธีระบบมำใช้ ค.ต้องมีกำรพิสูจน์ด้วยกำรวิจัย ง.ต้องยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของงำนปัจจุบัน ค ำตอบ ก.ต้องประดิษฐ์ใหม่เท่ำนั้น 7. ข้อใดอธิบำยควำมนวัตกรรมกำรศึกษำได้ชัดเจนที่สุด ก.เป็นสิ่งใหม่ในวงกำรศึกษำ ข.มีกำรน ำมำใช้อย่ำงเป็นระบบ ค.มีกำรด ำเนินงำนโดยใช้กระบวนกำรวิจัย ง.ได้รับกำรพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับว่ำสำมำรถแก้ปัญหำและพัฒนำกำรศึกษำได้ ค ำตอบ ค.ได้รับกำรพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับว่ำสำมำรถแก้ปัญหำและพัฒนำกำรศึกษำได้ 8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีควำมคล้ำยคลึงกันในด้ำนใด ก.ควำมใหม่ ข.มีเป้ำหมำยเพื่อแก้ปัญหำและพัฒนำงำน ค.ควำมทันสมัย ง.กำรได้รับควำมนิยมอย่ำงแพร่หลำย ค ำตอบ ข.มีเป้ำหมำยเพื่อแก้ปัญหำและพัฒนำงำน 9. นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีควำมแตกต่ำงกันในด้ำนใด ก.กำรยอมรับในฐำนะเป็นส่วนหนึ่งของระบบกำรใช้งำนปัจจุบัน ข.ระบบกำรใช้งำน ค.ประสิทธิภำพและประสิทธิผล ง.กำรแก้ปัญหำและพัฒนำงำน ค ำตอบ ก.กำรยอมรับในฐำนะเป็นส่วนหนึ่งของระบบกำรใช้งำนปัจจุบัน 10. นวัตกรรมและเทคโนโลยีมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่ำงไร ก.นวัตกรรมมักเกิดก่อนเทคโนโลยี ข.เทคโนโลยีมักเกิดก่อนนวัตกรรม ค.นวัตกรรมจะประสบผลส ำเร็จได้ต้องพึ่งเทคโนโลยี ง.นวัตกรรมอำจแปรสภำพเป็นเทคโนโลยีและเทคโนโลยีอำจแปรสภำพเป็นนวัตกรรมได้ ค ำตอบ ง.นวัตกรรมอำจแปรสภำพเป็นเทคโนโลยีและเทคโนโลยีอำจแปรสภำพเป็นนวัตกรรมได้ 11. นวัตกรรม มำจำกภำษำอังกฤษค ำว่ำ ก.Innovate ข.Innovation ค.Instructional Materials


53 ง.Teacher assistant ค ำตอบ ข.Innovation 12. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยส ำคัญที่มีอิทธิพล มีผลท ำให้เกิดนวัตกรรม ก.แนวควำมคิดพื้นฐำนในเรื่องควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ข.แนวควำมคิดพื้นฐำนในเรื่องควำมพร้อม ค.แนวควำมคิดพื้นฐำนในเรื่องกำรใช้เวลำเพื่อกำรศึกษำ ง.ถูกทุกข้อ ค ำตอบ ง.ถูกทุกข้อ 13.ข้อใดคือควำมส ำคัญต่อกำรศึกษำของเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ ก.ท ำให้กำรเรียนกำรสอนและกำรจัดกำรศึกษำมีควำมหมำยมำกขึ้น ข.สำมำรถที่จะสนองในด้ำนควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลได้ ค.ช่วยให้กำรจัดกำรศึกษำมีพลังมำกขึ้น ง.ถูกทุกข้อ ค ำตอบ ง.ถูกทุกข้อ 14.ข้อใดไม่ใช่ควำมส ำคัญต่อกำรศึกษำของเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ ก.สำมำรถท ำให้กำรจัดกำรศึกษำทั้งอยู่บนรำกฐำนของวิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์เป็นที่ยอมรับกันได้ ข.ท ำให้กำรเรียนรู้อยู่แค่เอื้อม ค.ช่วยแก้ปัญหำเรื่องวิธีกำรจัดกำรเรียนรู้ ง.ท ำให้เกิดควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ ค ำตอบ ค.ช่วยแก้ปัญหำเรื่องวิธีกำรจัดกำรเรียนรู้ 15.บทบำทของเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำที่มีต่อกำรศึกษำคือข้อใด ก.ช่วยในกำรสอนให้เห็นภำพพจน์แทนของจริง ข.ช่วยเสริมสร้ำงให้ควำมรู้แก่นักเรียนมำกยิ่งขึ้น ค.ช่วยให้เกิดมีกำรแลกเปลี่ยนทัศนะควำมคิดต่ำงๆในระหว่ำงครูกับนักเรียนเป็นไปอย่ำงดี ง.ถูกทุกข้อ ค ำตอบ ง.ถูกทุกข้อ 16.เครื่องมือที่ส ำคัญในกำรจัดกำรสำรสนเทศในยุคเทคโนโลยี สำรสนเทศคืออะไร ก.เทคโนโลยีกำรสื่อสำร ข.สำรสนเทศ ค.คอมพิวเตอร์ ง.ถูกทุกข้อ ตอบ ค.คอมพิวเตอร์ 17.ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จำกกำรน ำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำใช้กับ กำรเรียน


54 ก.ตรวจสอบผลกำรลงทะเบียน ผลกำรสอบได้ ข.สำมำรถสืบค้นข้อมูลได้จำกแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้ ค.ติดต่อสื่อสำรกับเพื่อน ครู อำจำรย์ หรือส่งงำนได้ทุกที่ ง.ถูกทุกข้อ ตอบ ง.ถูกทุกข้อ 18.กำรประยุกต์ควำมรู้ด้ำนวิทยำศำสตร์มำใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นควำมหมำยของข้อใด ก.เทคโนโลยีสำรสนเทศ ข.เทคโนโลยี ค.สำรสนเทศ ง.พัฒนำกำร ตอบ ง.เทคโนโลยีสำรสนเทศ


55 บรรณำนุกรม ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2537). ประสิทธิภำพสื่อกำรสอนระดับปฐมวัยศึกษำ. เอกสำรกำรสอนชุดวิชำ สื่อกำรสอนระดับปฐมวัยศึกษำ หน่วยที่ 8-15. พิมพ์ครั้งที่ 4. นนทบุรี: มหำวิทยำลัยสุโขทัย ธรรมำธิรำช. ทิศนำ แขมมณี. (2559). ศำสตร์กำรสอน : องค์ควำมรู้เพื่อกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภำพ. พิมพ์ครั้งที่ 20. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย. บวรพันธ์ บุญแก้วสุข. (2558). กำรพัฒนำผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน เรื่องเครื่องมือทำงภูมิศำสตร์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ. รำยงำนวิจัยในชั้นเรียน ประกอบกำรเรียนรำยวิชำกำรวิจัยในชั้นเรียนกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ สังคมศึกษำ. สำขำวิชำสังคมศึกษำ คณะครุศำสตร์ มหำวิทยำลัยรำชภัฏสวนสุนันทำ. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2559). เทคนิคกำรวิจัยเพื่อพัฒนำกำรเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์ มหำวิทยำลัย. พิสณุ ฟองศรี. (2551). วิจัยชั้นเรียน : หลักกำรและเทคนิคปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : บริษัทด่ำนสุทธำกำรพิมพ์จ ำกัด. รำชบัณฑิตสถำน. (2546). พจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : นำนมีบุคส์. ส ำนักงำนสภำสถำบันรำชภัฏ. (2544). คู่มือกำรฝึกอบรมกำรวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: เสมำธรรม กระทรวงศึกษำธิกำร. เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ. ค้นเมื่อวันที่ 10 กุมภำพันธ์ 2566 จำก เทคโนโลยีกำรศึกษำ - กระทรวงศึกษำธิกำร (moe.go.th). ปรำนอม หยวกทอง. 2555. กำรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มำ https://sites.google.com/site/kroonom/kar-prayukt-chi-the [สืบค้นเมื่อ 14 กุมภำพันธ์ 2566]. สุพรรษำ ยวงทอง. “ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสำรสนเทศ ฉบับ ปรับปรุง”, โปรวิชั่น, 2557. จตุชัย แพงจันทร์. “เจำะระบบ Network 3rd Edition”, ไอดีซี, 2555. https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kabkhxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1 ยุทธนำ พันธ์มี. (2557). บทที่ 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมทำงกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://eduweb.kpru.ac.th/wbi/index.php/menu-technology-for-teachers-1-1. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 18 กุมภำพันธ์ 2566. ควำมเป็นมำของแนวคิดทำงเทคโนโลยีกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. https://sites.google.com/site/tappycycon/khwam-pen-ma-khxng-naewkhid-thangthekhnoloyi-kar-suksa/-naewkhid-thi-2-nen-withi-kar-sux-xupkrn-withi-kar. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 19 กุมภำพันธ์ 2566.


56 ศูนย์พัฒนำทรัพยำกรกำรศึกษำ(CARD). หลักกำรเลือกและใช้สื่อกำรสอน. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก : http://www.elearning.msu.ac.th/opencourse/0503780/Unit04/unit04_006.htm. ส ำนักพัฒนำเทคนิคศึกษำ มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำพระนครเหนือ. สื่อกำรเรียนกำร สอน. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก : http://www.stjohn.ac.th/polytechnic/stpoly/rbm/file_ar/54016.pdf ควำมหมำยของ นวัตกรรมกำรศึกษำและเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 กุมภำพันธ์ 2566. พัฒนำกำรทำงเทคโนโลยีและนวัตกรรม. [ออนไลน์]. https://sites.google.com/site/supoldee/phathnakar-thekhnoloyi-laea-nwatkrrm. เข้ำถึง ข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558. วิวัฒนำกำรของระบบงำนสื่อและเทคโนโลยีกำรศึกษำ. (2550). [ออนไลน์]. http://www.vcharkarn.com/varticle/32423. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558. Indygirl_Khem.(2554). พัฒนำกำรของเทคโนโลยีกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://www.oknation.net/blog/Apinya0936/2013/12/24/entry-1. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558. ศูนย์พัฒนำทรัพยำกรกำรศึกษำ(CARD). หลักกำรเลือกและใช้สื่อกำรสอน. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก : http://www.elearning.msu.ac.th/opencourse/0503780/Unit04/unit04_006.htm. ส ำนักพัฒนำเทคนิคศึกษำ มหำวิทยำลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำพระนครเหนือ. สื่อกำรเรียนกำร สอน. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก : http://www.stjohn.ac.th/polytechnic/stpoly/rbm/file_ar/54016.pdf. สุพรรษำ ยวงทอง. “ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสำรสนเทศ ฉบับปรับปรุง”, โปรวิชั่น, 2557. จตุชัย แพงจันทร์. “เจำะระบบ Network 3rd Edition”, ไอดีซี, 2555. https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kabkhxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1 ยุทธนำ พันธ์มี. (2557). บทที่ 1 เทคโนโลยีและนวัตกรรมทำงกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://eduweb.kpru.ac.th/wbi/index.php/menu-technology-for-teachers-1-1. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 18 กุมภำพันธ์2566.


57 ควำมเป็นมำของแนวคิดทำงเทคโนโลยีกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. https://sites.google.com/site/tappycycon/khwam-pen-ma-khxng-naewkhid-thangthekhnoloyi-kar-suksa/-naewkhid-thi-2-nen-withi-kar-sux-xupkrn-withi-kar. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 19 กุมภำพันธ์2566. ควำมหมำยของ นวัตกรรมกำรศึกษำและเทคโนโลยีทำงกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 17 กุมภำพันธ์2566. พัฒนำกำรทำงเทคโนโลยีและนวัตกรรม. [ออนไลน์]. https://sites.google.com/site/supoldee/phathnakar-thekhnoloyi-laea-nwatkrrm. เข้ำถึง ข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558. วิวัฒนำกำรของระบบงำนสื่อและเทคโนโลยีกำรศึกษำ. (2550). [ออนไลน์]. http://www.vcharkarn.com/varticle/32423. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558. Indygirl_Khem.(2554). พัฒนำกำรของเทคโนโลยีกำรศึกษำ. [ออนไลน์]. http://www.oknation.net/blog/Apinya0936/2013/12/24/entry-1. เข้ำถึงข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวำคม 2558.


Click to View FlipBook Version