The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กมลนัท ธ์, 2022-09-13 23:43:15

สมุนไพร

สมุนไพร

นางสาว กมลนัทธ์ ยาวิระ เลขที่1

สมุนไพร

คำนำ

สมุนไพร เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกับชีวิตประจ าวันของเรามาตั้งแต่ครั้ง
บรรพกาล การใช้สมุนไพรในการรักษาโรคมีมาช้านาน ทั้งที่มีบันทึกไว้เป็น
หลักฐาน และไม่มีบันทึกอีกมากมาย ซึ่งในความเป็นจริง คนส่วนใหญ่ต่าง
รับรู้ถึงคุณค่าของพืชสมุนไพร ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้จริง และ
ใช้ได้อย่างไม่มีข้อจ ากัด แต่เมื่อการแพทย์แผนตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทใน
การดูแลสุขภาพของคนไทย สรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นสิ่งที่
เรียกว่า “ภูมิปัญญาโบราณ” ก็เริ่มถูกลดบทบาทและความสำคัญลงไป และถูกมอง
ข้ามไปในที่สุด

คณะผู้จัดทำ
กมลนัทธ์
(นางสาว กมลนัทธ์ ยาวิระ)
สิงหาคม 2565

สารบัญ ก

หน้าปก ค
คำนำ 1
สารบัญ 2
ว่านหางจระเข้ 3
ขมิ้นชัน 4
กะเพรา 5
มะขามป้อม 6
งาดำ
สะระแหน่

1

ว่านหางจระเข้

. รักษาแผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก โดยปอกเปลือกนอก นำวุ้นสด
ภายในใบไปล้างยางออกให้สะอาด แล้วนำไปประคบแผลตลอด 2
วันแรก จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน สมานแผลให้เร็ว

ขึ้น และไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นอีกด้วย



2. ป้องกันและบรรเทารอยไหม้จากการออกแดด นำใบสด
ๆ ของว่านหางจระเข้ผสมกับโลชั่นทาลงบนผิวหนังก่อนออกแดด จะ
ช่วยป้องกันแสงแดดได้ แต่ถ้าหากเกิดรอยไหม้ขึ้นบนผิวหนังหลัง
ออกแดดแล้ว ให้ใช้วุ้นที่ล้างสะอาดมาทาเพื่อลดอาการอักเสบ ถ้าจะ
ให้ดีลองผสมกับน้ำมันพืช หรือน้ำมันมะกอก เพื่อลดอาการผิวแห้งตึง

จนเกินไป
3. บรรเทารอยไหม้จากการฉายรัง
สีของผู้ป่วย โดยใช้วิธีการนำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างสะอาดมาประคบที่

รอยไหม้จากการทำคีโม จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น



4. สมานแผลจากของมีคมและแผลถลอก หากได้รับบาดเจ็บจากของมีคม ใช้วุ้นจากว่านหาง
จระเข้ที่ยังมีเมือกอยู่ แปะลงไปบนแผล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสมานแผลให้เร็วขึ้นได้



5. รักษาฝีและโรคริดสีดวงทวาร ทำความสะอาดบริเวณที่เกิดโรคให้แห้งแล้วนำวุ้นไปแปะลง
บนแผล หากเป็นที่ทวารหนักให้ปอกวุ้นให้เป็นแท่งแล้วล้างให้สะอาด นำไปแช่เย็นให้แข็ง เพื่อสอด

เหน็บในช่องทวารหนักวันละ 1-2 ครั้ง อาการริดสีดวงจะดีขึ้น



6. รักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต นำเนื้อวุ้นที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ไปแปะลงบริเวณที่เกิดโรค
หมั่นเปลี่ยนเนื้อวุ้นบ่อย ๆ โดยหากเป็นตาปลาส่วนที่แห้งลงจะเกิดรูบุ๋มขึ้น ให้ใช้ว่านหางจระเข้ประคบ
ต่อไปจนกว่ารอยบุ๋มจะสมานและเล็กลง ส่วนฮ่องกงฟุตให้ประคบด้วยว่านหางจระเข้เอาไว้จนกว่าแผลจะ

แห้งลงและอาการดีขึ้น



7. แก้ปวดศีรษะ ตัดใบสดจากต้นว่านหางจระเข้ แล้วนำปูนแดงทาบริเวณวุ้น ถือใบสดแล้วนำ
วุ้นผสมปูนแดงประคบบริเวณขมับหรือท้ายทอย ตามจุดที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้



8. บรรเทาอาการปวดฟัน ตัดเนื้อว่านหางจระเข้ออกเป็นแท่งเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 เซนติเมตร
นำไปเหน็บไว้ตามซอกฟันที่มีอาการปวด หรือประคบไว้ก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อาการปวดจะ

ค่อย ๆ บรรเทาลง

ขมิ้นชัน 2

สรรพคุณทางยาของขมิ้นชัน

มาดูสรรพคุณทางยาของขมิ้นชันกัน ส่วนที่ใช้ก็คือ "เหง้า" ที่
มีรสฝาดนั่นเอง โดยเหง้ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการ
อักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิด
มะเร็งในตับ ช่วยบำรุงตับ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารหลายชนิด ทั้ง
วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่าง ๆ

ส่วนน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชันก็มีสรรพคุณบรรเทาอาการ
ปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียดได้ด้วย จึงนิยมนำขมิ้นมาใช้สมานแผล
ในกระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร

การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมยังพบว่า ขมิ้นมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย
อีกหลายอย่าง ทั้งช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่ผิดปกติ หืด ไอ
เวียนศีรษะ รักษาอาการปวดและอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ เพิ่ม
ภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยขับน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร

อ๊ะ แต่ไม่ใช่ว่าปลูกขมิ้นแล้วจะขุดเหง้าขึ้นมาใช้ประโยชน์
ได้ทันทีเลยนะ เพราะเหง้าที่จะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้นั้น ต้อง
มีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไปด้วย ไม่
เช่นนั้นน้ำมันหอมระเหยจะหายหมด ที่สำคัญต้องเก็บไว้ไม่ให้ถูก
แสงแดดด้วยเช่นกัน และห้ามเก็บเกี่ยวในระยะที่ขมิ้นชันเริ่มแตก
หน่อ เพราะจะทำให้สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันลดลง ซึ่งก็ทำให้
สรรพคุณเด็ด ๆ ของขมิ้นชันหายไปด้วย

กะเพรา 3

แม้จะเป็นผักที่คนไทยนิยมสั่งมารับประทานเวลาที่นึกไม่
ออก แต่ก็มีน้อยคนที่จะรู้ว่า กะเพรา มีสรรพคุณอะไรบ้าง
ที่เห็นชัด ๆ เลยก็คือ ใบกะเพรา มีฤทธิ์ขับลม ช่วยแก้จุด

เสียด แน่นท้อง แก้ปวดท้องอุจจาระ ส่วนน้ำสกัดทั้งต้น
สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สำหรับเมล็ดกะเพรา
ก็สามารถพอกตาให้ผงหรือฝุ่นที่เข้าตาหลุดออกมาได้อย่าง
ง่ายดาย นอกจากนั้นแล้ว รากกะเพราแห้ง ๆ ยังนำมาชงกับ

น้ำร้อนดื่มแก้โรคธาตุพิการได้



และสรรพคุณเด็ดของกะเพราอีกประการก็คือ
ช่วยขับไขมันและน้ำตาล เคยสงสัยบ้างไหมล่ะ ทำไม
อาหารตามสั่งต้องมีเมนูผัดกะเพราเนื้อ กะเพราไก่ กะเพรา
หมู นั่นก็เพราะนอกจากใบกะเพราจะช่วยดับกลิ่นคาวของ
เนื้อสัตว์ได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ขับไขมัน และน้ำตาลส่วนเกิน
ออกจากร่างกาย อีกทั้ง กะเพราจะช่วยขับน้ำดีในตับออกมา
ให้ช่วยย่อยไขมันได้ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น หากบอกว่า
รับประทานกะเพราแล้วจะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต
สูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ก็คง

ไม่ผิดนัก

มะขามป้อม 4

เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลางที่จัดเป็นยาอายุ
วัฒนะ เพราะมีสรรพคุณเพียบในแทบทุกส่วนของ

ต้น แต่ที่รู้จักกันดีก็คือ ผลของมะขามป้อมจะมีรส
เปรี้ยวมาก ๆ แต่ก็ชุ่มคอ และให้วิตามินซีสูงมากเช่น
กัน ดังนั้น จึงมีคนนำผลมะขามป้อมสดมาใช้เป็นยา

แก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ รักษาโรคเลือดออก
ตามไรฟัน



นอกจากนั้นแล้ว ส่วน "ราก" ยังแก้พิษ
ตะขาบกัด แก้ร้อนใน ลดความดันโลหิต แก้โรค
เรื้อน ส่วนเปลือก แก้โรคบิด และฟกช้ำ ส่วนปมก้าน
ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก แก้ปวดฟัน "ผลแห้ง" ใช้
รักษาอาการท้องเสียง หนองใน เยื่อบุตาอักเสบ แก้
ตกเลือด และส่วน "เมล็ด" ก็สามารถนำไปเผาไฟ
ผสมกับน้ำมันพืช ทาแก้คัน แก้หืด หรือจะตำเมล็ด
ให้เป็นผง ชงกับน้ำร้อนดื่มแก้โรคเบาหวาน หอบ

หืด หลอดลมอักเสบก็ได้

งาดำ 5

1.งาดำมีความสำคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของ
ร่างกาย
2.ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์
3.ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น
3ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
4.ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง
ของคุณ
5.ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง และช่วยให้ผมดกเงางาม
6.ช่วยป้องกันผมหงอก
7.ช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย
8.ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ลดความอ้วน
9.ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล
10.ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

สสะะรระะแแหหนน่่ 6

ประโยชน์สะระแหน่และสรรพคุณทาง
ยา

1. ขับลม
2. ช่วยย่อยอาหาร
3. บรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน
4. แก้ปวดหัว
5. แก้คลื่นไส้
6. ฆ่าเชื้อในช่องปาก แก้ปวดฟัน
7. บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก
8. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย
9. แก้คัน


Click to View FlipBook Version