วรรณคดี มัทนะพาธาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
คำ นำ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เรื่อง ระบบสารสนเทศเพื่องานเลขานุการ เพื่อนำ ไปใช้ ในการเรียนรู้ส่วนนักเรียนจะ ได้ทราบวิธีการเรียนรู้การศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ การจัดทำ หนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์( E-Book) เรื่อง ระบบสารสนเทศเพื่องานเลขานุการ เพื่อให้นักเรียนเกิด ความรู้ความเข้าใจสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ไดใ้ นการจัดการ เรียนการสอนต่อไป บริษัท ส่องแสงดาว จำ จัด ผู้จัดทำ
สารบัญ บั บทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา คำ นำ สารบัญ ประวัติความเป็นมา ลักษณะคำ ประพันธ์ ตัวละครหลัก เนื่อเรื่อง คุณค่าที่ได้รับ อ้างอิง หน้า ก ข 1 2 3-5 6-11 12-19 20
ลักษณะคำ ประพันธ์ : บทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ประกอบด้วยคำ ประพันธ์หลายชนิดดังนี้ : 1. กาพย์3 ชนิดคือ กาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบัง 16และกาพย์สุรางคนางค์28 2.ฉันท์ 21 ชนิดเช่น วิชชุมมาลาฉันท์ 8อินทรวิเชียรฉันท์ 11อุปชาติฉันท์ 11 ภุชงคประยาตฉันท์ 12อินทวงศ์ฉันท์ 12 วสันตดิลกฉันท์ 13 เป็นต้น หมายเหตุ : ตัวเลขที่ตามหลังชื่อฉันท์ หมายถึง จำ นวนคำ ใน 1 บาท “ลักษณะคำ ประพันธ์”
“ตัวละครหลัก” สุเทษณ์เทพบุตร์ 1. มีอิทธิฤทธิ์ 2. มั่นคงในความรัก 3. เอาแต่ใจตนเอง เห็นแก่ตัว นางมัทนา 1. เป็นผู้มีรูปโฉมงดงาม 2. มีคุณสมบัติของกุลสตรี 3. มีน้ำ เสียง วาจา ไพเราะ อ่อนหวาน 4. มีความสามารถในการใช้ภาษา ฉลาดใน การเจรจา และมีสัจจะ 5. มีความซื่อตรง จริงใจ กล้าหาญ 6. เป็นผู้มีใจซื่อตรงและมั่นคงในความรัก
๑. มีรูปงาม กิริยาสง่างาม ๒. มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการวิชาการอย่างกว้างขวาง ๓. มีวาจาไพเราะ อ่อนหวาน ๔. ทำ ตามความพอใจของตนเอง ๕. เชื่อคนง่าย ใช้อารมณ์ ขาดเหตุผล “ตัวละครหลัก” ท้าวชัยเสน พระนางจัณที ๑. อิจฉาริษยา ๒. ไม่มีเมตตากรุณา ๓. พูดโกหก และใส่ร้ายผู้อื่น
กล่าวถึงสุเทษณ์เทพบุตรซึ่งในอดีตกาลเป็นกษัตริย์ครอง แคว้นปัญจาล มัทนาเป็นพระธิดากษัตริย์ของแคว้นสุราษฎร์ สุเทษณ์ได้ส่งทูตไปสู่ขอนาง แต่ท้าวสุราษฎร์พระบิดาของนาง ไม่ยอมยกให้สเทษณ์จึงยกทัพไปรบทำ ลายบ้านเมืองของ ท้าวสุราษฎร์จนย่อยยับและจับท้าวสุราษฎร์มาเป็นเชลยและ จะประหารชีวิตแต่มัทนาขอไถ่ชีวิตพระบิดาไว้ โดยยินยอมเป็น บาทบริจาริกาของสุเทษณ์ท้าวสุราษฎร์จึงรอดจากพระอาญา “เนื้อเรื่อง” ภาคสวรรค์
“เนื้อเรื่อง” ภาคสวรรค์ จากนั้นมัทนาก็ปลงพระชนม์ตนเองและไปเกิดเป็น เทพธิดาบนสวรรค์นามว่า มัทนา ส่วนท้าวสุเทษณ์ ก็ทำ พลีกรรมจนสำ เร็จเมื่อสิ้นพระชนม์ก็ไปบังเกิดบน สวรรค์เช่นกันด้วยผลกรรมที่เคยได้นางมาเป็นคู่ทำ ให้มี โอกาสได้พบกันอีกบนสวรรค์แต่นางมัทนาก็ยังไม่มี ใจรักสุเทษณ์เทพบุตรเช่นเดิม
ณ วิมานของสุเทษณ์ ได้มีคนธรรพ์เทพบุตร เทพธิดาที่เป็น บริวารต่างมาบำ เรอ ขับกล่อมถวาย แต่ถึงกระนั้นสุเทษณ์เทพบุตร ก็ไม่มีความสุขเพราะรักนางมัทนาแต่ไม่อาจสมหวังเพราะผลกรรม ที่ทำ ไว้ในอดีต จึงให้วิทยาธรชื่อมายาวินใช้เวทมนตร์คาถาไป สะกดให้นางมายังวิมานของสุเทษณ์เทพบุตร ฝ่าย มัทนาเมื่อถูก เวทย์มนตร์สะกดมา สุเทษณ์จะตรัสถามอย่างไร นางก็ทวนคำ ถาม อย่างนั้น ทุกครั้งไปจนสุเทษณ์เทพบุตรขัดพระทัย รู้สึกเหมือนตรัส กับหุ่นยนต์ จึงให้มายาวินคลายมนตร์สะกดเมื่อนางรู้สึกตัว ก็ตกใจกลัว ที่ล่วงล้ำ เข้าไปถึงวิมานของสุเทษณ์เทพบุตร “เนื้อเรื่อง” ภาคสวรรค์
สุเทษณ์เทพบุตรถือโอกาสฝากรัก มัทนาแสดง ความจริงใจว่านางไม่ได้รักสุเทษณ์เทพบุตร เมื่อได้ยินดังนั้น สุเทษณ์เทพบุตรรู้สึกกริ๊วนางมัทนาเป็นที่สุด จึงสาปให้มัทนาจุติ จากสวรรค์ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบในป่าหิมาวันในโลกมนุษย์ และเปิดโอกาสให้นางกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เมื่อถึง คืนวัน เพ็ญเพียงหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเท่านั้นเมื่อใดที่นางมีรัก เมื่อนั้นจึง จะพ้นคำ สาป และกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างปกติ หากเมื่อใด ที่นางมีทุกข์เพราะความรักก็ให้นางอ้อนวอนต่อพระองค์จึงจะยก โทษทัณฑ์ให้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสาเหตุของปมขัดแย้งในเรื่อง คือ สุเทษณ์รักนางมัทนาแต่นางไม่รักตอบ “เนื้อเรื่อง” ภาคสวรรค์
พระฤๅษีได้ยุดเอาดอกกุหลาบจากป่าหิมาวันไปปลูกไว้กับ อาศรมเมื่อคืนวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงนางจะปรากฏโฉมเป็น มนุษย์มาปรนนิบัติรับใช้พระฤาษีวันหนึ่งท้าวชัยเสน กษัตริย์แห่งนครหัสดิน เสด็จประพาสป่ามาถึงอาศรมพระฤๅษีตรง กับคืนวันเพ็ญมัทนากลายร่างเป็นมนุษย์ และได้พบกับท้าวชัยเสน และเกิดความรักต่อกันพระฤาษีจึงพิธีอภิเษกให้ชัยเสนได้พานาง กลับนครหัสดินท้าว-ชัยเสนหลงใหลรักใคร่นางมัทนามากทำ ให นางจัณทีมเหสี หึ่งหวง และอิจฉาริษยาจึงทำ อุบายให้ท้าวชัยเสน เข้าใจผิดว่ามัทนาเป็นชู้กับนายทหารเอก “เนื้อเรื่อง” ภาคพื้นดิน
นางมัทนาจึงถูกสั่งประหารชีวิตแต่เพชฌฆาตสงสารจึง ปล่อยนางไปนางมัทนากลับไปยังอาศรมพระฤๅษีและวิงวอน ให้สุเทษณ์เทพบุตรช่วยสุเทษณ์เทพบุตรได้ขอความรักนาง อีกครั้งหนึ่งแต่นาปฏิเสธ สุเทษณ์เทพบุตร จึงสาปให้นางเป็น ดอกกุหลาบตลอดไป “เนื้อเรื่อง” ภาคพื้นดิน
คุณค่าด้านเนื้อหา 1. ทรงปราถนาจะกล่าวถึงตำ นานดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สวยงาม แต่ไม่เคยมีตำ นานในเทพนิยายจึงพระราชนิพนธ์ให้ดอกกุหลาบมี กำ เนิดมาจากนางฟ้า ที่ถูกสาปให้จุติลงมาเกิดเป็นดอกไม้ชื่อว่า "ดอกกุพชกะ" คือ "ดอกกุหลาบ" 2. เพื่อแสดงความเจ็บปวดอันเกิดจากความรักทรงแสดงให้เห็นว่า ความรัก มือนุภาพอย่างยิ่ง ผู้ใดมีความรักก็อาจเกิดความหลงขึ้นตามมาด้วยทรงใช้ ชื่อเรื่องว่า "มัทนะพาธา" อันเป็นชื่อของตัวละครเอกของเรื่อง ซึ่งมีความหมายว่า "ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนอันเกิดจากความรัก" มีการผูกเรื่องให้มีความขัดแย้งซึ่งเป็นปมปัญหาของเรื่อง “คุณค่าที่ได้รับ” คุณค่าด้านเนื้อหา
เนื้อหา 2.1 สุเทษณ์เทพบุตรหลงรักนางมัทนาแต่นางไม่รับรักตอบจึง สาปนางเป็นดอกกุพุชกะ (กุหลาบ) 2.2 นางมัทนาพบรักกับท้าวชัยเสน แต่ก็ต้องพบกับอุปสรรคเพราะนางจันที มเหสีของท้าวชัยเสนวางอุบาย ให้ท้าวชัยเสนเข้าใจนางมัทนาผิด สุดท้ายนางมัทนาได้มาขอความ ช่วยเหลือจากสุเทษณ์เทพบุตรและสุเทษณ์เทพบุตรขอความรักนาง อีกครั้งแต่นางปฏิเสธเช่นเคย เรื่องจึงจบลงด้วยความสูญเสียและความ เจ็บปวดด้วยกันทุกฝ่าย “คุณค่าที่ได้รับ”
วรรณศิลป์ 1. เรื่องมัทนะพาธาเป็นหนังสือที่แต่งดี ๆ ใช้คำ ฉันท์เป็นบทละครพูดซึ่ง แปลกและแต่งได้ยาก มีการเลือกใช้คำ เหมาะสมกับเนื้อความและบทบาท ของตัวละคร รวมทั้งการพรรรณนาให้มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรม ภารตะโบราณ และเข้ากับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี จึงได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่งบทละครพูดคำ ฉันท์ 2.มีการใช้ภาษาที่สละสลวยตอนใดที่ต้องการดำ เนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ก็ใช้ร้อยแก้วตอนใดที่ต้องการจังหวะเสียง และความคล้องจองก็ใช้กาพย์ หรือตอนใดที่เน้นอารมณ์มากก็มักใช้ฉันท์ “คุณค่าด้านวรรณศิลป์”
3. มีการใช้ศิลปะการประพันธ์ที่โพเราะแสดงกวีโวหารและมี การเล่นคำ เล่นอักษรอย่างแพรวพราว เช่น "สุเทษณ์ : รักจริงมิจริงฤก็โฉนอรไทบ่แจ้งการ?" "มัทนา : รักจริงมิจริงก็สุรชาญชยะโปรดสถานใด?" "สุเทษณ์ : รักละเหี่ยอุระระทดเพราะมิอาจจะคลอเคลี่ย" "มัทนา: ความรักระทดอุระละเหี่ยฤจะหายเพราะเคลียคลอ" “คุณค่าด้านวรรณศิลป์”
สังคม 1.สะท้อนแง่คิดให้คนในสังคมได้เข้าใจพุทธวัจนะ "ที่ใดมีรัก ที่นันมีทุกข์" ว่าเมื่อมีความรัก ต้องรักอย่างมีสติใช้ วิจารณญาณอย่างรอบคอบมีใช่รักอย่างลุ่มหลงจะเกิดความทุกข์ ได้ 2.สะท้อนให้เห็นค่านิยมเกี่ยวกับการครอง รักระหว่างหญิงชาย ต้องเกิดจากความพึ่งพอใจทั้งสองฝ่ายมีใช่เกิดจากการบังคับขู่เข็ญ ให้รับรักจึงจะเกิดความสุขในชีวิตสะท้อนให้เห็นค่านิยมของไทยใน ยุคสมัยนั้นว่ามีความชื่อสัตย์และยึดมั่นความรักเดียวใจเดียว “คุณค่าด้านสังคม”
ความรักมีประโยชน์ทำ ให้จิตใจแช่มชื่น มีความสุข และเมื่อผิดหวังพลาดรักอาจทำ ให้เกิดโทษได้ ถ้า ปล่อยให้ความรักนั้นเป็นความหลงขาดสติพิจารณาไตร่ตรอง อาจทำ ให้ตนเอง และผู้ที่เกี่ยวข้องเดือดร้อนได้ “ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง” 1.ความรักมีทั้งคุณและโทษ 2. ความรักทำ ให้เกิดทุกข์ ดังคำ กล่าวว่า "ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์" สุเทษณ์เทพบุตรหลงรักนางมัทนา เมื่อนางไม่รับรักก็เจ็บปวดใจ
“ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง” 3. ความรักที่แท้จริงควรเกิดจากใจบริสุทธิ์ บทละครพูดคำ ฉันท์เรื่องมัทนะพาธามี สาเหตุมาจากความรักของสุเทษณ์เทพบุตร ที่มีต่อนางมัทนา ความรักของสุเทษณ์เป็นความรักที่เห็นแก่ตัวแฝงไปด้วยความ อยากครอบครอง มิได้เสียสละ และเข้าใจความรักอย่างแท้จริง ความรักที่สุเทษณ์มีต่อนางมัทนาก่อให้นางเกิดทุกข์ เมื่อนางไม่ รับรักก็สาปให้นางเป็นดอกกุหลาบตลอดไป
4.การพิจารณาตัดสินเรื่องใดควรใช้สติปัญญา ประกอบกับเหตุผลเพื่อตัดสินความ การที่ท้าวชัยเสนฟังความจากนางค่อมที่ใส่ร้ายนางมัทนาและ ศุภางค์ทหารเอกว่าลักลอบเป็นชู้กัน ด้วยความโกรธพระองค์จึง ตัดสินให้ประหารชีวิตโดยมิพิจารณาให้ถ่องแท้ทำ ให้นางมัทนา และศุภางค์ต้องรับทุกข์จากการตัดสินใจครั้งนี้โชคดีที่ผู้ที่มีรับสั่งให้ เป็นผู้ประหารทั้งสอง มีเมตตาทำ ให้รอดชีวิตในที่สุด และความจริง เปิดเผยนี่เป็นโชคดีแต่ถ้าในทางกลับกันทั้งสองถูกประหาร ด้วยการใส่ความการตัดสินด้วยอารมณ์ชั่ววูบทำ ให้ทั้งสองสิ้นชีวิต แม้ความจริงจะเปิดเผยในภายหลังก็ไม่มีประโยชน์ แต่อย่างใดกลับ สร้างบาปและความทุกข์ใจให้แก่ท้าวชัยเสนมากขึ้นอีกด้วย “ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง”
ชญาดา เกิดไพร. (2562). มัทนะพาธา ตัวละคร. (ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/site/mathnaphatha44/taw-lakhr ธนวรรณ โสขุมา. (2559). คุณค่าที่ได้รับ. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/a/chs.ac.th/kruthanawan/neuxha/ khunkha-thi-di-rab ปิยภรณ์ ศรีทอง, สุจิน สาสอน. (2561). เรื่อง มัทนะพาธา. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://sites.google.com/a/atsamat.ac.th/612914/reuxngmathna-phatha “อ้างอิง”