9
ใบความรู้ ที่ 3
วชิ า สวัสดิศึกษาและการปฐมพยาบาล เร่ือง การพันผ้ายดื / ผา้ สามเหลี่ยม
การพนั ผา้
เมอื่ เกดิ การบาดเจ็บจากกระดูกหัก หรอื มีบาดแผลตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย การพนั ผ้าก็เปน็ อีกขน้ั ตอน
หนง่ึ ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาลเพอื่ ร่วมกับ การดามอวยั วะที่หกั หรือ พนั แผลก่อนนำส่งโรงพยาบาล
ผชู้ ่วยเหลอื จะต้องฝึกพนั ผา้ เสมอ ๆ จนกระทั่งสามารถพนั ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว และควรเรยี นรพู้ ื้นฐาน
เกีย่ วกบั เทคนคิ การพันผ้าไวป้ ระมาณ 2-3 วิธี เพอ่ื จะไดด้ ดั แปลงพนั ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ทุกส่วน
ชนดิ ของผ้าพันแผลทใ่ี ช้ในการปฐมพยาบาลแบ่งกวา้ ง ๆ ได้ 2 ชนดิ
1.ผ้าพันแผลชนิดเปน็ มว้ น แบ่งเป็นชนดิ ธรรมดา (Roll gauze bandage) และ ชนิดผ้ายดื (Elastic
bandage) ซ่ึงชนิดผา้ ยืดจะมีความยืดหยุ่น ได้ดีกวา่ มขี นาดแตกตา่ งกนั โดยมีความกวา้ ง 1 ,2,3,4, หรือ 6 น้ิว การ
เลือกใชข้ ึน้ อยกู่ ับขนาดของอวัยวะทีบ่ าดเจบ็ เชน่ ท่ีนิว้ มือใช้ขนาด 1 น้วิ ส่วนศรี ษะ ใช้ขนาด 6 นิ้ว เป็นต้น ขนาดของ
ผ้าทีพ่ อเหมาะคือ เมอื่ พันแลว้ ขอบของผา้ ควรกว้างกวา่ ขอบบาดแผลอย่างน้อยหนึ่งน้วิ
2.ผา้ สามเหลี่ยม (Triangular bandage) เป็นผา้ สามเหล่ียมมฐี านกวา้ ง และด้านประกอบสามเหล่ยี มยาว 36-
40 น้วิ
ในบางโอกาสวสั ดุดังกล่าวหาไม่ได้ ดงั นน้ั ผูป้ ฐมพยาบาลอาจต้องดดั แปลงวัสดุอื่นมาใช้แทน เช่น ผา้ เชด็ หนา้
ผ้าเชด็ ตัว เสอื้ ผา้ หรอื แมแ้ ต่เขม็ ขัดผ้า แตจ่ ะต้องเลือกเฉพาะทส่ี ะอาด ๆ
เท่านัน้
Elastic bandage
Triangular bandage
10
ประโยชน์ของผา้ พันแผล
ใช้หา้ มเลือด, ปอ้ งกันการติดเชอ้ื ,พันเฝือกในรายกระดูกหัก,ใช้ยดึ ผา้ ปดิ แผลใหอ้ ยู่กับท่ี
หลักท่ัวไปในการพนั ผา้
1. ก่อนพันผา้ ทุกคร้งั ผา้ ที่พันต้องม้วนให้เรยี บรอ้ ย ไมห่ ลุดลยุ่
2. จบั ผ้าด้วยมือข้างทีถ่ นัด โดยหงายมว้ นผา้ ข้ึน
3. วางผ้าลงบริเวณท่ีตอ้ งการพนั พันรอบสกั 2-3 รอบ เมอ่ื เริม่ ตน้ และส้ินสุดการพนั เพื่อป้องกันไม่ใหผ้ ้าคลาย
ตวั หลุดออก
4. พนั จากสว่ นปลายไปหาส่วนโคน หรือ พนั จากข้างล่างข้ึนขา้ งบน หรือ พันจากส่วนเล็กไปหาส่วนใหญ่
5. เมื่อสิ้นสุดการพัน ควรผูกหรือใชเ้ ข็มกลดั หรือตดิ พลาสเตอรใ์ ห้เรียบร้อย แต่ไม่ให้ทับบริเวณแผล
6. การใช้ผ้ายืดต้องระวังการรดั แน่นจนเกินไป จนเลือดเดินไมส่ ะดวกและกดทบั เสน้ ประสาท สังเกตไดจ้ ากการ
บวม สผี ิวซีด ขาว และเยน็ พรอ้ มทัง้ ผู้บาดเจ็บจะบอกถึงอาการปวดและชา
7. ถ้ามีอาการปวดและชา บริเวณท่พี ันผา้ ใหร้ ีบคลายผา้ ทพ่ี ันไวอ้ อกแล้วจึงพันใหม่
ลักษณะตา่ งๆ ของการพนั ผ้าพันแผลชนิดมว้ นและวธิ ที ำ
1. การพนั รอบหรือพันเปน็ วงกลม (Circular turns) เป็นการพนั รอบท่ีใช้กับส่วนท่ีเป็นวงกลม และมกั ใชเ้ ปน็
จดุ เริม่ ต้นและจุดจบของการพันผ้าพนั แผล ชนิดมว้ นลกั ษณะอืน่ ๆ อวัยวะทีเ่ หมาะสำหรบั การพนั รอบ เช่น รอบศีรษะ
รอบน้วิ มือ รอบข้อมือ เปน็ ต้น ซงึ่ มีวิธีการพันตามลำดับดังนี้
1.1 ใช้มอื ขวาจบั มว้ นผา้ ใหช้ ายผ้าอย่ขู ้างล่าง
1.2 พนั รอบบรเิ วณที่ตอ้ งการพันหลาย ๆ รอบ
1.3 ตดิ เข็มกลดั หรือ ผกู ชายผา้ ให้เรียบร้อย
2. การพันเปน็ เกลียว (Spiral turns) เป็นการพนั กับอวยั วะทย่ี าว เชน่ ต้นแขน ต้นขา หน้าแข้ง ลำตวั เป็นตน้ ซงึ่ มี
วิธกี ารพนั ตามลำดบั ดังนี้
2.1 ใชม้ อื ขวาหรอื ซา้ ยจบั ม้วนผา้ ให้ชายผา้ อยู่ข้างล่าง
2.2 พนั รอบ 2-3 รอบ เพ่ือป้องกนั ไมใ่ ห้ผ้าคลายตวั
2.3 พันเฉียงขนึ้ ไปเปน็ เกลียวโดยใหเ้ หลือ่ มกนั ประมาณ 2 ใน 3 ของผา้
2.4 เมือ่ สิ้นสดุ การพันให้พันรอบ อีก 2-3 รอบ ติดเข็มกลดั หรือผูกชายผ้าใหเ้ รียบร้อย
11
3. การพันรูปเลขแปด (Figure of eight turns) เปน็ การพันอวยั วะท่ีเป็นส่วนของข้อ เช่น ขอ้ มือ ข้อเท้า ข้อสะโพก
ข้อศอก และหวั ไหล่ เปน็ ตน้ มีวธิ ีการพนั ตามลำดับดงั นี้
3.1 ใช้มอื ขวาหรอื ซ้ายจบั ม้วนผา้ ให้ชายผ้าอยู่ข้างล่าง พันรอบ 2-3 รอบ
3.2 พันขนึ้ ไปเปน็ เกลียวแล้วออ้ มกลับเป็นรูปเลขแปด
3.3 พันข้นึ ไปโดยใหผ้ า้ เหล่ือมกันให้ลายขนานกัน
3.4 ระวังไมใ่ หเ้ กิดรอยยน่ ไม่พันผ้าแน่นจนเกนิ ไป โดยระวงั ไม่ให้ดึงผา้ ในขณะทพี่ ันผ้า
3.5 เม่อื ส้ินสุดการพนั พันรอบประมาณ 2-3 รอบ ตดิ เข็มกลัดหรือผูกชายผ้าใหเ้ รียบรอ้ ย
วิธกี ารเก็บปลายผ้าพันแผล
การใช้ผ้าสามเหล่ยี ม (Triangular bandages)
การใชผ้ า้ สามเหลยี่ ม เมอื่ มีบาดแผลตอ้ งใช้ผา้ พนั แผล ซ่ึงขณะนน้ั มีผ้าสามเหลยี่ ม สามารถใชผ้ ้าสามเหลี่ยม
แทนผา้ พนั แผลไดโ้ ดยพับเก็บมุม ใหเ้ รยี บรอ้ ย และก่อนพนั แผลตอ้ งพบั ผ้าสามเหลย่ี มให้มีขนาดเหมาะสมกับบาดแผล
และอวยั วะท่ใี ช้พนั
12
1. การคลอ้ งแขน (Arm sling) ในกรณีที่มีกระดกู ต้นแขนหัก หรอื กระดูกปลายแขนหัก เมื่อตกแตง่ บาดแผล
และเขา้ เฝือกชัว่ คราวเรยี บรอ้ ยแลว้ จะคล้องดว้ ยผ้าสามเหลีย่ มตามลำดบั ดงั น้ี
1.1 วางผา้ สามเหลี่ยมให้มมุ ยอดของสามเหลี่ยมอยใู่ ต้ข้อศอกข้างที่เจ็บ ใหช้ ายผ้าดา้ นพบพาดไปที่ไหล่
อกี ข้างหน่งึ
1.2 จับชายผา้ ดา้ นล่างตลบกลับขึ้นขา้ งบน ใหช้ ายผ้าพาดไปที่ไหลข่ ้างเดียวกับแขนขา้ งที่เจ็บ
1.3 ผูกชายท้ังสองใหป้ มอยู่ตรงร่องเหนือกระดูกไหปลารา้
1.4 เกบ็ มมุ สามเหลย่ี มโดยใช้เขม็ กลดั ตดิ ใหเ้ รียบร้อย
2.การพนั ศรี ษะ ซงึ่ สะดวกและรวดเร็วกวา่ ใชผ้ า้ พนั แผลชนิดมว้ น
2.1 วธิ ีใช้ผูป้ ฐมพยาบาลต้องเรม่ิ ตน้ ด้วยการพับด้านฐานสองทบกวา้ งประมาณ 2 น้วิ
13
2.2 จากนน้ั วางผ้าบนศีรษะผปู้ ่วยโดยให้ด้านฐานอยู่เหนอื หน้าผากจับชายผา้ ดา้ นข้างท้งั สองขา้ ง
สลับกนั ท่ดี ้านหลังศีรษะแล้วอ้อมผา่ นบริเวณ เหนอื หูมาผูกตรงจุดก่งึ กลางหนา้ ผาก
2.3 ชายผา้ ทเ่ี หลอื อยูด่ ้านหลงั ศีรษะจับมว้ นขึ้นและพับเหน็บให้เรยี บร้อย
3. การพนั มือ ใช้กรณีที่มีบาดแผลทม่ี อื ทำตามลำดับดังน้ี
3.1 วางมอื ทีบ่ าดเจบ็ ลงบนผา้ สามเหลี่ยม จับมมุ ยอดของผา้ สามเหล่ียมลงมาด้านฐานจรดบริเวณ
ข้อมือ
3.2 ห่อมือโดยจับชายผ้าทง้ั ด้านซ้ายและขวาไขว้กนั
3.3 ผูกเงื่อนพริ อดบริเวณข้อมอื