The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กุฏิทูสกชาดก

กุฏิทูสกชาดก

กุ ฎิ ทู ส ก ช า ด ก

น ก ข มิ้ น ส อ น ลิ ง พ า ล

กุ ฏิ ทู ส ก ช า ด ก




ณ นครราชคฤห์ในแคว้นมคธ พระมหากัสสปเถระพำนักอยู่ที่อรัญ
ญกุฎี(ที่พักอาศัยของภิกษุในป่า) โดยมีภิกษุหนุ่ม ๒ รูปเป็นลูกศิษย์
คอยดูแลรับใช้ประจำ ภิกษุรูปหนึ่งขยันมีอุปการะดีแก่พระเถระ แต่อีก
รูปหนึ่ งกลับเกียจคร้านว่ายากสอนยาก

คราวใดที่ภิกษุขยันตื่นแต่เช้าตรู่ ทำกิจวัตรปัดกวาดเช็ดถู เตรียม
น้ำฉันน้ำใช้ไว้แล้ว ภิกษุเกียจคร้านจะฉวยโอกาส รีบไปหาพระเถระผู้
เป็นอาจารย์ทันที แล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ครับ ผมได้ตระเตรียมน้ำ
ไว้เรียบร้อยแล้ว ขอท่านอาจารย์โปรดใช้ล้างหน้ าด้วยเถิด"

ภิกษุเกียจคร้านทำเสมือนตนได้ปัดกวาดเตรียมน้ำไว้เอง กระทำ
เอาหน้ ากับอาจารย์เช่นนี้เสมอๆ แม้ถูก เพื่อนภิกษุตักเตือน ก็ยังดื้อรั้น
ที่จะเกียจคร้านอยู่ดังเดิม เอาแต่ฉันอาหารแล้วก็ไปนอน ภิกษุขยัน
จึงบังเกิดความคิดขึ้นว่าจะต้องทำการเปิ ดเผยพฤติกรรมของพระหัว
ดื้อนี้ให้ปรากฏแก่สายตาของอาจารย์

วันรุ่งขึ้น ภิกษุขยันตื่นมาแต่เช้ามืด ทำกิจวัตรทุกสิ่งแล้ว ก็ต้มน้ำ
สำหรับอาบเตรียมไว้ให้อาจารย์ พอภิกษุหัวดื้อตื่นนอนแล้วเห็นน้ำต้ม
ไว้เรียบร้อย จึงรีบไปหาอาจารย์ตามเคย แต่พอมาถึงกลับไม่มีน้ำต้ม
ไว้เลย ภิกษุหัวดื้อทั้งงุนงงทั้งตกใจ รีบไปยังโรงไฟ (โรงอบสมุนไพร
รักษาโรค) เพื่อหาน้ำมาต้ม แต่พอหย่อนกระบวยตักน้ำ ลงไปในโอ่ง
ก็ได้ยินแต่เสียงกระบวยกระทบโอ่งที่ว่างเปล่า

ตั้งแต่นั้นมาภิกษุหัวดื้อนั้น จึงถูกเรียกชื่อว่า "อุฬุงกสัททกะ"
(เสียงกระบวยเปล่า) ฝ่ายภิกษุขยันได้นำน้ำที่ต้ม ซึ่งเอาไปแอบซ่อนไว้
ออกมาให้อาจารย์ได้อาบ แล้วเล่าความจริงต่างๆ ให้ฟัง อาจารย์ จึงได้
รู้ว่า ภิกษุอุฬุงกสัททกะ เป็นคนหัวดื้อ ว่ายากสอนยาก

เย็นวันนั้นเอง เมื่อภิกษุเกียจคร้านได้มาหาพระมหากัสสปเถระ
จึงถูกอบรมสั่งสอน ภิกษุอุฬุงกสัททกะฟังคำสอนของอาจารย์แล้ว
ก็ไม่ชอบใจ โกรธแค้นอาจารย์ พอถึงเช้าวันใหม่... จึงไม่ยอมไป
บิณฑบาตกับอาจารย์หรือกับภิกษุรูปอื่นๆ แต่มุ่งไปยังตระกูล
อุปัฏฐาก (ตระกูลที่ช่วยอุปถัมภ์อยู่) ของพระมหากัสสปเถระ แล้ว
กล่าวอ้างว่าอาจารย์ไม่ค่อยสบาย จึงขออาหารอันประณีตเพื่อจะนำ
ไปให้อาจารย์ ภิกษุหัวดื้อจึงได้อาหารอันประณีตมากมาย แล้วถือเอา
ไปหาสถานที่เหมาะ นั่งขบฉันอาหารตามชอบใจของตน จากนั้นจึง
ค่อยกลับคืนสู่วิหาร

เช้าวันถัดมา...พระมหากัสสปเถระได้ไปฉันอาหารที่ตระกูล
อุปัฏฐากนั้น พวกเขาพากันถามไถ่ พระเถระได้แต่นิ่งเฉย มิยอม
ตอบในเรื่องนั้น เมื่อฉันอาหารเสร็จจึงกลับไปยังวิหาร เรียกหาภิกษุ
อุฬุงกสัททกะให้มาพบ เมื่อสอบถามชัดเจนแล้วจึงได้กล่าวตักเตือน
สั่งสอน

ภิกษุอุฬุงกสัททกะยิ่งถูกตำหนิติเตียน แทนที่จะสำนึกผิด
กลับยิ่งแค้นอาฆาตกว่าเดิม บังเกิดความคิดชั่วร้าย ในรุ่งเช้าของ
วันใหม่ เมื่อพระมหากัสสปเถระกับภิกษุทั้งหลายออกไปบิณฑบาต
แล้ว ภิกษุหัวดื้อ ก็ฉวยโอกาสที่ปลอดคน จึงถือไม้ฆ้อนมาทุบ
ภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ แตกทำลายสิ้น แล้วยังจุดไฟเผากุฎีที่พักของ
อาจารย์ วอดวายหมด จากนั้นจึงหลบหนีไป

ด้วยผลแห่งการกระทำกรรม นับแต่นั้นมาภิกษุอุฬุงกสัททกะ
ก็มีชีวิตอยู่อย่างอัตคัดขาดแคลน ต้องอดอยาก ลำบากจนผอมโซ
กายสกปรกเน่าเหม็น ราวกับเปรตเดินดิน ทรมานอยู่เช่นนั้น กระทั่ง
ถึงแก่ความตาย แล้วยังต้องไปใช้หนี้กรรมในอเวจีมหานรกอีก
เรื่องราวของภิกษุอุฬุงกสัททกะ จึงโจษจัน กันไปทั่วนครราชคฤห์

ครั้นพวกภิกษุจำนวนหนึ่งจากนครราชคฤห์ เดินทางไปเข้า
เฝ้ าพระศาสดายังนครสาวัตถี พระศาสดาทรงสดับเรื่องราวของ
ภิกษุอุฬุงกสัททกะ อย่างนั้นแล้ว จึงตรัสว่า ภิกษุดื้อรั้นว่ายาก
สอนยากนี้ก็เป็นคนพาล โกรธเคืองคำสั่งสอนของอาจารย์ ทำลาย
ที่พักของอาจารย์ มิใช่ ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ก็เคยพาล
โกรธเคืองทำลายที่พักอาศัยของผู้อื่นมาแล้ว เหล่าภิกษุได้ยินดัง
นั้น จึงทูลขอให้เล่าเรื่องราว พระศาสดาก็ทรงแสดงชาดกนั้น

ลิ ง กั บ น ก ข มิ้ น

ในอดีตกาล ณ ป่าหิมพานต์มีนกขมิ้นหนุ่มตัวหนึ่งอาศัยอยู่โดดเดี่ยว
ลำพัง ทำรังเป็นที่พักเอาไว้อย่างประณีต มั่นคงแข็งแรง แม้แต่ฝนตกลง
มาก็มิอาจรั่วรดได้

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ฝนกำลังตกหนัก เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ปรากฏ
ในที่ใกล้ๆ รังของนกขมิ้นนั้น มีลิงตัวหนึ่งนั่งเปียกปอนอยู่ที่คาคบไม้
กัดฟันแน่นสู้กับความหนาวเย็น นกขมิ้นเห็นลิงต้องลำบากทรมานอย่าง
นั้น จึงอดไม่ได้ที่จะถามไถ่ออกไปว่า "วานรเอ๋ยหัวของเจ้า มือเท้าของ
เจ้าก็มีเหมือนพวกมนุษย์ ก็แล้วทำไมเล่า เจ้าจึงไม่มีที่อยู่อาศัยอย่าง
มนุษย์บ้าง"

ลิงเหลียวดูนกขมิ้นที่อยู่ในรังสุขสบาย มีที่กำบังฝนอย่างดีอบอุ่น
แล้วก็ตอบไปว่า "เจ้านกขมิ้น แม้หัวของเรา มือเท้าของเราจะเหมือน
พวกมนุษย์ก็จริง แต่ปัญญาที่พวกบัณฑิตบอกว่าเป็นสิ่งประเสริฐสุด
ในหมู่มนุษย์นั้น เราไม่มีเราจึงสร้างบ้านไม่เป็น แต่ถึงกระนั้นเราก็มี
นิสัยชอบอยู่ของเราอย่างนี้แหละ เจ้าจะทำไม"

นกขมิ้นฟังลิงแสดงนิสัยของตนเองแล้ว ด้วยความหวังดี จึงกล่าว
เตือนสติออกไป "ถ้าเจ้าอยากมีสติปัญญา เจ้าก็หยุดนิสัยขี้โกงชอบเอา
เปรียบของเจ้าซิ แล้วก็ฝึกความมีระเบียบวินัยในตนเอง ประพฤติแต่สิ่ง
ดีงาม มันเป็นหนทางที่จะนำปัญญามาให้แก่เจ้า"

เมื่อฟังแล้วรู้สึกว่าโดนสั่งสอน ลิงจึงโกรธไม่พอใจ บังเกิดความ
ถือตัวว่า "เจ้านกขมิ้นตัวนี้ด่าว่าเรา ดูหมิ่นเหยียดหยามเรา เพราะมี
รังอยู่สุขสบายฝนไม่รั่วรด ฉะนั้น เราจะจัดการ มันเสีย"

คิดแล้วก็กระโจนใส่รังนกขมิ้นทันที หมายจับตัวนกขมิ้นเอาไว้
แต่ก็ยังช้าไป เพราะนกขมิ้นเห็นท่าทางของลิงแล้ว ก็ไม่ไว้วางใจ
บินหนีไปก่อนอย่างรวดเร็ว ด้วยความโกรธแค้น ลิงจึงทุบตีทำลาย
รังนกขมิ้นจนพินาศสิ้น ระบายโทสะจนสมใจ แล้วคอยจากที่นั้นไป
พร้อมกับหนี้กรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้ว. . . . .


Click to View FlipBook Version