The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fah070449, 2022-01-31 08:06:42

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย

BF7A456A-6035-4E44-B07C-474675915E3D

พระราชกรณียกิจของ

พระมหากษัตริย์ไทย


สมัยก่อนรัตนโกสินทร์

จัดทำโดย
นางสาว จรรยมณฑน์ ระย้าแก้ว ม.4/10 เลขที่ 40

เสนอ
นางสาว ศศธร เรืองวิริยะชัย

สมัยรัตนโกสินทร์

ก่อนสมัย
รัตนโกสินทร์

พระมหาธรรมราชาที่ 1

พระ มห า ธ รรม รา ช าที่ 1

เป็นหลานปู่ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระยาลิไทเป็นกษัตริย์
องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรสุโขทัย มีพระนามเดิมว่าฦๅไทย (ลือไท) ซึ่ง
ภาษาบาลีสะกดว่า ลิเทยฺย (ลิไท) ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระยางั่วนำถุม
เดิมทรงปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ในฐานะอุปราชหรือรัชทายาทเมือง
สุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 1882

เมื่อพระยาเลอไทยเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1884 พระยางั่วนำถุมได้
ขึ้นครองราชย์จนเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 1890 พระยาลิไทโดยต้องใช้
กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจเพราะที่สุโขทัยเกิดการกบฏการสื บราช
บัลลังก์ ไม่เป็นไปตามครรลองครองธรรม พระยาลิไทยกทัพมาแย่งชิง
ราชสมบัติได้ และขึ้นครองราชย์ในพ.ศ.1890ทรงพระนามว่า
พระบาทกมรเตงอัญศรีสุริยพงษ์รามมหาธรรมราชาธิราช

ด้านการเมืองการปกครอง ด้านวัฒนธรรมประเพณี

หลังจากสิ้นสมัยของพ่อขุนรามคำแหง เป็นช่วงอาณาจักรสุโขทัย 1. พระองค์ทรงให้การทนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดีด้วย
อ่อนแอ ไม่มีความเป็นปึกแผ่นเหมือนเมื่อครั้งในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์
สภาพทางการเมืองทั้งภายในอาณาจักรและนอกอาณาจักรเกิดปัญหา ดังนั้น เจริญอย่างสูงสุด ดังจะเห็นว่าพระองค์ทรงโปรดฯ ให้ส่งคนออก
เพื่อสร้างความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นให้เหมือนแต่ก่อน พระมหาธรรมราชา ไปนิมนต์พระสงฆ์จากลังกาเข้ามาเผยแผ่ศาสนาในกรุงสุโขทัย
ที่ 1 ทรงฟื้นฟูด้านการเมืองการปกครองตามแนวความคิดทางการเมืองแบบ 2. พระองค์ทรงออกผนวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดป่ามะม่วง ก่อน
ธรรมราชา อันเป็นคุณลักษณะของกษัตริย์ ซึ่งยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอน เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
ของพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า หลักทศพิธราชธรรม ควบคู่ไปกับการใช้ 3. ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทศาสนา คือ
กำลังทหาร หนังสือไตรภูมิพระร่วงหรือเตภูมิกถาซึ่งนับว่าเป็นวรรณกรรมเล่ม
แรกของไทยที่พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงค้นคว้ามาจากคัมภีร์
ด้านศาสนา ทางพระพุทธศาสนาถึง 30 คัมภีร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์
นรก สวรรค์ สั่งสอนให้รู้จักเกรงกลัวต่อบาป ทำแต่ความดี
ทรงสร้างเจดีย์ที่เมืองนครชุม ( กำแพงเพชร ) ผนวชใน 4. ทรงโปรดฯให้สร้างวัดในเขตพระราชฐานได้แก่ วัดมหาธาตุ
พระพุทธศาสนาเมื่อ พ.ศ. 1905 ที่ วัดป่ามะม่วง การที่ทรงออกผนวช นับว่า ที่สุโขทัยเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญทาง
ทำความมั่นคงให้พุทธศาสนามากขึ้น ดังกล่าวแล้วว่า หลังรัชสมัย พ่อขุน ศาสนา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่
5. ทรงสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่งดงามพระมหาธรรม

รามคำแหงมหาราช แล้วบ้านเมืองแตกแยกวงการสงฆ์เองก็แตกแยกแต่ละ ราชาที่ 1 โปรดเกล้า ให้สร้าง พระพุทธรูปเพื่อให้ประชาชน
สักการะ พระพุทธรูปที่สำคัญ ได้แก่
สำนักแต่ละเมืองก็ปฏิบัติแตกต่างกันออกไปเมื่อผู้นำทรงมีศรัทธาแรงกล้าถึง พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุจังหวัดพิษณุโลก
ขั้นออกบวชพสกนิกรทั้งหลายก็คล้อยตามหันมาเลื่อมใสตามแบบอย่าง พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริด ปัจจุบันประดิษฐาน ที่วัดสุ
พระองค์กิตติศัพท์ขอพระพุทธศาสนาในสุโขทัยจึงเลื่องลือไปไกลพระสงฆ์ ทัศน์เทพวรารามพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดาวัดบวรนิเวศ
ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปได้ออกไป วิหารกรุงเทพมหานคร
เผยแพร่ธรรมในแคว้นต่าง ๆ เช่น อโยธยา หลวงพระบาง เมืองน่าน
แม้แต่ พญากือนา แห่ง อาณาจักรล้านนา ก็นิมนต์พระสุมณเถระจากสุโขทัย
ไปเพื่อเผยแพร่ธรรมที่อาณาจักรล้านนา

พระมหาธรรมราชาที่ 1

ด้านศาสนา ด้านภาษาและวรรณคดี

นอกเมืองสุโขทัยทางทิศตะวันตก ทรงอาราธนาพระสามิสังฆราชจาก ด้านอักษรศาสตร์ทรงพระปรีชาสามารถนิพนธ์หนังสือ
ลังกาเข้ามาเป็น สังฆราช ในกรุงสุโขทัย เผยแพร่เพิ่มความเจริญให้แก่ ไตรภูมิพระร่วงที่นับเป็นงานนิพนธ์ที่เก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งใน
พระศาสนามากยิ่งขึ้น ทรงสร้างและบูรณะวัดมากมายหลายแห่ง รวมทั้งการสร้าง ประวัติศาสตร์ไทยด้วยทรงเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกจึงทรง
พระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา และ นิพนธ์ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาประเพณีในพระพุทธ
พระพุทธรูปองค์สำคัญองค์หนึ่งของประเทศคือ พระพุทธชินราช ปัจจุบัน ศาสนา โลกมนุษย์ สวรรค์ และนรก
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
นอกจากพระเจ้าลิไทจะทรงนิพนธ์วรรณคดีเล่มแรกของไทย
พระยาลิไทย ทรงปราดเปรื่องในความรู้ในพระพุทธศาสนา ทรงมี แล้วยังทรงดัดแปลงการเขียนหนังสือไทยที่พ่อขุนรามคำแหงทรง
ความรู้แตกฉานใน พระไตรปิฎกภาษาบาลี พระองค์ได้ทรงแบ่งพระสงฆ์ออก สร้างไว้โดยกำหนดให้มีสระข้างบนข้างล่าง ข้างหน้า
เป็น 2 ฝ่ายคือฝ่าย " คามวาสี " และฝ่าย " อรัญวาสี " โดยให้ฝ่ายคามวาสีเน้น ข้างหลังรวมทั้งแก้ไขรูปพยัญชนะให้อ่านเขียนสะดวกขึ้น
หนักการสั่งสอนราษฎรในเมืองและเน้นการศึกษา พระไตรปิฎก
ด้านการสร้างเมือง
ส่วนฝ่ายอรัญวาสีเน้นให้หนักด้านการ วิปัสสนา และประจำอยู่ตามป่า
หรือชนบท ด้วยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พระศาสนาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญหลายประการ เช่น
ราษฎรจึงถวายพระนามว่า " พระมหาธรรมราชา " สร้างถนนพระร่วงตั้งแต่เมืองศรีสัชนาลัยผ่านกรุงสุโขทัยไปถึง
เมืองนครชุม (กำแพงเพชร) บูรณะเมืองนครชุม
พระยาลิไท ได้สร้างและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระธาตุช่อแฮ
(วัดพระธาตุช่อแฮปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ.1902 นอกจากศาสนาพุทธแล้ว ทรงสร้างเมืองสองแคว (พิษณุโลก) เป็นเมือง
พญาลิไทยยังทรงอุปถัมภ์ศาสนาฮินดูด้วยโดยทรงสร้างเทวรูปขนาดใหญ่หลาย ลูกหลวงโดยการย้ายเมืองซึ่งเคยอยู่ที่สองแควซึ่งเดิมอยู่ทางใต้
องค์ซึ่งยังเหลือปรากฏให้ศึกษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในกรุงเทพมหานคร (วัดจุฬามณีในปัจจุบัน)แต่ยังคงเรียกว่าเมืองสองแควตามเดิม
และที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดพิษณุโลก

ด้านการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นับแต่พระยาลิไทได้ครองราชย์มา 2 ปี สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา ได้ให้สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ยกทัพมาตี

เมืองชัยนาท หัวเมืองชั้นในของกรุงสุโขทัยด้วยขณะนั้นกรุงสุโขทัยอ่อนแอจากทุพภิกขภัย ข้าวกล้าในนาเสียหาย ชาวเมืองอดอยาก


ต่อมาพระยาลิไทยได้ส่งทูตไปเจรจาให้กรุงศรีอยุธยาคืนเมืองชัยนาทแต่โดยดี และจะยินยอมให้เป็นประเทศอิสระและมีไมตรีกันเช่น

เดียวกับขอมที่ครองเมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยาเห็นควรด้วยเกรงว่าขอมจะร่วมมือกับกรุงสุโขทัยจัดทัพกระหนาบมาตี กรุงศรีอยุธยาจึงคืน
เมืองชัยนาทให้พระยาลิไท

หลังจากสัมพันธไมตรีระหว่าง 2 กรุงดำเนินมาได้ราว 10 ปี เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคต ไมตรีระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาก็เริ่ม
ตึงเครียดขึ้น และเมื่อขุนหลวงพระงั่ว (พระบรมราชาธิราช) ได้ราชสมบัติครองกรุงศรีอยุธยา ก็ได้กรีธาทัพไปตีกรุงสุโขทัย สงครามระหว่าง 2 กรุง
ดำเนินไปถึง 6 ปีเศษ ขุนหลวงพระงั่วก็ไม่อาจเอาชัยทัพพระยาลิไท กรุงสุโขทัยได้

รัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็จ พ ร ะ พุท ธ - ย อ ด ฟ้า จุฬ า โ ล ก ม ห า ร า ช

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ท่านมีพระนามเดิมว่า ทองด้วง เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20
มีนาคม พ.ศ. 2279 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุง
ศรีอยุธยา พระองค์เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระอักษรสุนทรศาสตร์
(ทองดี) ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนพระบรมอัฐิขึ้นเป็นสมเด็จพระปฐม
บรมมหาชนกและพระอัครชายา (ดาวเรือง หรือ หยก) ทรงมีพระ
เชษฐา พระเชษฐภคินี และพระอนุชาร่วมพระชนกชนนี รวม 5 พระองค์

สร้างกรุงเทพมหานคร ฟื้ นฟูพระราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เสด็จขึ้น การปกครอง
ครองราชสมบัติ ได้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. หลังจากปราบดาภิเษกแล้ว ทรงให้มีการตั้งข้าราชการที่มีความดี
2325 ( วันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 คํ่าปีขาล ) คือ ทําพิธียกเขาเอก "เสา
หลักเมือง" กรุงเทพมหานครได้ลงมือ ก่อสร้างอย่างจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2326 ความชอบในราชการให้มียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่น้อยตามฐานะทรงตั้ง
ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีชื่อเต็มว่า ราชการวังหลวงขึ้น
" กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ รีานพ ด้านกฎหมาย
รัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสถานอมรพิมานอวตารสถิต สักก
ทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์ ได้ทรงชําระกฎหมาย เรียกว่ากฎหมายตรา 3 ดวง ( คือ ตรา
ราชสีห์ คชสีห์ บัวแก้ว ) เพื่อสําหรับวินิจฉัยอรรถคดี และบริหาร
สาเหตุที่ย้ายราชธานีเพราะ ราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย
1.พระราชวังเดิมที่กรุงธนบุรี มีวัดขนาบทั้งสองข้างไม่เหมาะแก่การที่
จะขยายพระราชวังออกไปได้อีก การค้าขายกับต่างประเทศ
2. ที่ตั้งพระราชวังเดิมอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่นํ้าเจ้าพระยาเป็นที่
ที่นํ้าเซาะ ผลประโยชน์ของประเทศไทยที่ได้รับขณะนั้นได้จากภาษีอากร
3.กรุงเทพมหานครอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่นํ้าเจ้าพระยา เป็นพื้นที่ เช่น อากรสุรา อากรบ่อนเบี้ย อากรขนอนตลาด ภาษีค่านํ้าเก็บตาม
เครื่องมืออีกทั้งส่วนสินค้าต่างๆ ที่ให้ผลประโยชน์มาก ก็คือการค้า
Fog กว้างขวางเป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การป้องกันตัวเองจากข้าศึก สําเภาอันสืบเนื่องมากแต่สมัยกรุงธนบุรี การค้ากับต่างประเทศได้แก่
ประเทศจีน ลังกา อินเดีย มลายู สิงคโปร์ มาเก๊า
ศาสนา
การสงคราม

พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงได้ซ่อมแซมปฎิสังขรณ์วัดวาอาราม การสงครามกับพม่าในสมัยพระเจ้าปดุง โดยพม่าได้แบ่ง
กองทัพเข้าโจมตีไทยหลายทาง คือ เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี
และได้ทรงยกสถาปนาตําแหน่งพระสังฆราชและพระราชาคณะผู้ใหญ่ทํา ด่านพระเจดีย์สามองค์ ชุมพร ไชยา และเมืองถลาง สมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงปรึกษาการต่อสู้กองทัพพม่า แล้ว
สังคายนาสอบสวนพระไตรปิฎกให้ถูกต้อง โปรดฯ ให้แบ่งกองทัพเป็น 4 ทัพคือ
กองทัพที่ 1 กรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์เป็นแม่ทัพไปขัดตาทัพที่
พระราชนิพนธ์ งานพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 เมืองนครสวรรค์
1. กลอนนิราศท่าดินแดง กองทัพที่ 2 กรมพระราชบวรสถานมงคล ไปตั้งรับที่เมือง
2. กลอนบทละครเรื่องอิเหนา กาญจนบุรี
3. กลอนบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ต่อจากสมัยกรุงธนบุรี กองทัพที่ 3 เจ้าพระยาธรรมากับเจ้าพระยายมราชคอยคุมทางลัา
4. กลอนบทละครเรื่อง อุณรุธ เลียงติดต่อกองทัพ
5. กฎหมายตราสามดวง กองทัพที่ 4 เป็นกองทัพหลวง คอยช่วยศึกถ้าหากด้านใดเพลี้ยง
พลํ้าก็จะยกไปช่วยทันที การสงครามครั้งนี้ พม่าได้ยกกองทัพเข้าตี
ไทยทีละทัพก็ถูกไทยตีแตกไปทุกทัพด้วยหลักยุทธศาสตร์ที่เหนือ
กว่า


Click to View FlipBook Version