The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลผู้คลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา และการส่งเสริมสุขภาพในระยะคลอด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siripornploy1221, 2021-08-11 05:20:50

การดูแลผู้คลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา และการส่งเสริมสุขภาพในระยะคลอด

การดูแลผู้คลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา และการส่งเสริมสุขภาพในระยะคลอด

การดแู ลผูค้ ลอดเพ่อื บรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใช้ยา และการสง่ เสรมิ สุขภาพในระยะคลอด
1.แนวคดิ และทฤษฎีเกี่ยวข้องกับความเจบ็ ปวดในระยะคลอด

ความปวดคอื ประสบการณด์ ้านการรับรู้และอารมณท์ ่ีไม่พึงประสงค์ อันเกิดเนื่องจาก เนื้อเย่ือทไี่ ดร้ ับบาดเจ็บ
ความปวดในระยะคลอด หรือ การเจ็บครรภ์ คือ การรับรู้ถงึ ความรู้สกึ ไม่สุขสบายทเี่ กดิ จากบาดเจบ็ ของเน้ือเยอ่ื
กลา้ มเนอ้ื มดลูก และการยืดขยายและหดรดั ตวั เน้อื เยื่อบริเวณรอบๆ เกดิ การขาดเลอื ดชั่วขณะ จะหายไปเมอ่ื
กระบวนการคลอด สิน้ สดุ ลง
ทฤษฎีควบคุมประตู(Gate control theory)อาการเจบ็ ครรภ์และกลไกระบบตา่ งๆ ในร่างกาย พลงั ประสาทของ
ความเจ็บปวด จะถูกปรบั สญั ญาณในระดับไขสนั หลงั ก่อนส่งขน้ึ ไปร้บรู้ในระดบั สมอง

ดังน้ันการลดการกระตุ้นตามทฤษฎีควบคุมประตู (Gate control theory) ไปยับยั้งการสงผานกระแสประสาท
ความเจ็บปวด มผี ลให้ระบบควบคุมประตูท่ีระดับไขสันหลงั ปิด จงึ ลดสญั ญาณการสงผ่านกระแสประสาท ความ
เจบ็ ปวดไปสรู่ ะดับสมอง การรับรู้ต่อความเจ็บปวดจงึ ลดลง

2.ปฏิกิริยาและการตอบสนองต่อความเจ็บปวดผคู้ ลอดและทารกในครรภใ์ นระยะคลอด
ด้านมาดา

• มดลกู ไวต่อความเจบ็ ปวด
• กลา้ มเนื้อลายและหลอดเลือดหดตวั เกิดกรด แลคตคิ และภาวะเปน็ กรด ปวดกลา้ มเน้อื ระบบทางเดนิ

อาหาร ระบบขบั ถา่ ยทำงานลดลง
• กระตุ้นระบบประสาทซมิ พาเธตคิ PR RR BP สงู ข้ึน หลอดเลือดหดตวั ปลายมอื ปลายเท้าเยน็ คลื่นไส้

อาเจยี น
• วิตกกังวล กลวั เศร้า โกรธ อารมณเ์ ปลี่ยน หงดุ หิงด โมโหง่าย ไมม่ สี มาธิ จําข้อมลู ไม่ได้ถอยหนแี ยกตวั

เบอื่ อาหาร นอนไม่พอ เหน่ือยล้า ความอดทนลดลง
• น้ำเสยี งเปลีย่ นไป กระสบั กระส่าย
ด้านทารก

ขณะเจบ็ ครรภเ์ กิดfetal distress(ขาดออกซิเจน) FHR มีภาวะlate decelerationสมองของทารกอาจได้รับความ
กระทบกระเทอื นจากการหดรัดตวั ของมดลกู

3.วธิ บี รรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอดโดยไม่ใช้ยา
3.1การลดตัวกระตนุ้ ความปวด
การเคล่ือนไหว

• การน่ังเก้าอ้ี ท่ีกลบั หลังและซบหนา้ บนพนักพงิ เกา้ อี (sitting backwards on a chair)

• การนัง่ เกา้ อี โย้ก (rocking)

• การนงั่ เอยี งไปมาบนลกู บอล (swaying)

• การเดิน
• การนั่งยองๆ

ท่า
ทา่ ศีรษะและลาํ ตัวสงู (upright position)เป็นทา่ ที่ศีรษะและกระดูกสนั หลังทำมุม 30-90 องศากบั แนวราบ

• ท่ากึ่งนัง่ (semi sitting position)
• ท่ารอ็ กกงิ ้ (rocking motion)
• ท่านง่ั (sitting position)
• ท่านั่งยอง (squatting position)
• ทา่ คกุ เขา่ (kneeling position)
• ท่ายนื (standing position)
ขอ้ ดีของทา่ ศีรษะและลำตัวสูง
• น้ำหนักของมดลูกท้ิงบนกล้ามเน้ือหน้าท้อง ไมม่ ากดบรเิ วณหลังผคู้ ลอด เอน็ ไม่ตงึ
• มดลกู ไมก่ ดทับเสน้ เลอื ดอนิ ฟีเรยี เวนา คาวา (inferior vena cava)
• ลดอาการเวียนศรี ษะ เพิ่มความสุขสบาย
• ทารกในครรภจ์ ึงมีโอกาสเกิดภาวะคับขันหรือพร่องออกซิเจนน้อยกวา่
ทา่ คกุ เข่า (all four or hands and knees position)

การท่ีผู้คลอดอยู่ในทา่ คุกเขา่ อาจช่วยการหมนุ ของศีรษะให้ทา้ ยทอยมาอยดู่ ้านหนา้ ชอ่ งเชิงกรานได้ ทา่ นี้ช่วยใน
รายท่ีมีการคลอดติดไหล่

ท่าพีเอสยแู คท (PSU Cat)
ใหผ้ คู้ ลอดหนั หน้าไปทางหวั เตียงที่ ยกสูง 45-60 องศา วางหนา้ และอกผคุ้ ลอดบนหมอน เข่ายนั พ้ืนแยกหา่ งกัน
พอประมาณ ใหแ้ นวลำตวั สว่ นบนสูง กวา่ ส่วนลา่ งเล็กนอ้ ย

ขอ้ ดี
มดลกู จะอยู่แนวเดียวกับผ้คู ลอดในลกั ษณะคว่ำไปขา้ งหนา้ และเมื่อมดลูก หดรัดตัวให้ผู้คลอดหายใจเขา้ โก่งลำตวั
ขนึ้ มดลูกจะโก่งสงู ข้ึนตามแนวยาว เกดิ การส่งแรงผ่านตัวทารกได้ดี ส่วนนำของทารกยนั กับชอ่ งทางคลอดสว่ นลา่ ง
ของมารดาดีขน้ึ
ท่าคกุ เข่าโน้มตัวไปข้างหน้าโอบแขนและพกั บนลูกบอลท่ีมคี วามสูงระดบั ไหล่
ทจ่ี ดั ใหผ้ ู้คลอดคกุ เขา่ และโน้มตัวไปด้านหน้า จากนั้นโอบแขน และพักแนว ลำตวั บรเิ วณอกอย่บู นลูกบอลท่ีมีความ
สงู ระดับไหล่

ขอ้ ดี
ชว่ ยให้ทารกท่ีมที ่าท้ายทอยอยดู่ า้ นหลังชอ่ ง เชิงกรานมารดา ก้มมากขึ้นและเคล่ือนสชู่ ่องเขา้ ของเชงิ กรานมารดา
แตท่ า่ นี จะมขี ้อจำกัดคอื การนง่ั แยกขาไป ทางด้านหลงั เป็นเวลานาน ทำใหผ้ คู้ ลอดเกดิ ความเม่ือยล้า

ท่านัง่ ยองๆ

เปน็ ทา่ ทศี่ รี ษะและลำตัวอยู่ในแนวดิ่ง (ทำมุมกบั พ้ืนราบ 60-90 องศา)โดยนั่ง ยองๆแล้วแยกขาออกจากกัน
ประมาณช่วงไหล่ (เท้าหา่ งกันประมาณ 30-45 เซนตเิ มตร) ก้นลอยเหนอื พน้ื ทงิ้ น้eหนักตวั บนฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง
ข้อดขี องท่านั่งยอง คือแนวแกนรา่ งกายของมารดาและทารกอยแู่ นวเดยี วกนั และ อยู่ในแนวแรงโนม้ ถ่วงของโลก
จึงชว่ ยเพิ่มแรงดันภายในมดลูกขณะมีการหดรัดตวั ของกลา้ มเน้ือมดลูก
ข้อจำกัดของท่าน่งั ยอง คือ ทำใหท้ รงตวั ยาก เนื่องจากขารบั น้ำหนักมาก ทำใหป้ วด เม่ือย ปากมดลูกบวมง่าย
การเบง่ คลอดในท่านี้ อาจเพ่มิ ความเสยี่ งต่อการเกิดมดลูกหย่อนตามมาได้
การเคลอ่ื นไหวอย่างอิสระ การเคล่อื นไหวอยา่ งอสิ ระในระยะรอคลอด เช่น การลุกนงั่ การนง่ั เกา้ อีโ้ ยก การนั่งโยก
บนลูกบอล การเดิน การเตน้ ร าชา้ ๆ มีผลชว่ ยลดเวลาใน ระยะที่ 1
3.2 การกระตนุ้ ประสาทสว่ นปลาย
การประคบรอ้ น และเยน็
ประคบความร้อน ช่วยเพมิ่ ความทนต่อความปวดมากข้ึน ประคบบริเวณท้องสว่ นลา่ ง ขาหนบี และฝเี ย็บ ใช้
อุณหภมู ปิ ระมาณ 40-50 องศาเซลเซียส
ประคบเยน็ ทำให้การสง่ กระแสประสาทลา่ ช้า ความปวดจึงลดลง ประคบบรเิ วณ หลัง ก้น และ ฝีเย็บใชอ้ ุณหภมู ิ
15 องศาเซลเซียส
ใชเ้ วลาในการ ประคบ 10 นาที

การสัมผัส การนวด และการกดจุด
การลูบ (abdominal effleurage) การลบู หนา้ ท้อง

ใชป้ ลายน้วิ มอื ลบู เปน็ วงกลมดว้ ยจงั หวะสม่ำเสมอ ไม่ออก แรงกดกล้ามเนอ้ื ตำแหน่งที่ลูบเพ่อื บรรเทาความปวดใน
ระยะท่ี 1 ของการคลอดคือ บรเิ วณท้องหรือหนา้ ขา
การนวด

ใหเ้ น้นบริเวณ ไหล่ หลัง กระเบนเหนบ็ และต้นขา การนวดจะลงน้ำหนักที่กลา้ มเนื้อมากกว่าการลบู ผนู้ วดตอ้ ง
ผา่ นการอบรม
การกดจดุ

เปน็ การกระตนุ้ ปลายประสาทขนาดใหญ่ กดจุดทต่ี ำแหนง่ เอสพี 6 (SP6) อยู่ เหนอื ข้อเท้า แอลไอ 4 (LI4) หรอื จุด
เหอกู่ (Hegu) อยู่ระหว่างนิว้ หวั แม่มอื และนว้ิ ช้ี ส่วนแรก และบแี อล 67 (BL67) อยบู่ รเิ วณปลายนิ้วก้อยของนว้ิ เท้า
ต้องไดร้ ับการ ฝกึ ถกู ต้องตามหลกั การแพทย์แผนโบราณของจนี

3.3 การสง่ เสริมการยับย้ังการส่งกระแสประสาทจากไขสันหลงั ในระดบั สมอง
การใชด้ นตรี

เสียงดนตรจี ะเคลื่อนผา่ นในลักษณะคลื่น และเปลีย่ นการส่ันสะเทือน ของเสียงเปน็ กระแสประสาทสง่ ไปสมอง
ดนตรบี รรเลงช่วยให้ผูฟ้ ังผ่อน คลาย มากกวา่ เพลงท่ีมเี นื้อร้อง ควรมีระดับเสียง 45-50 เดซเิ บล
การเพง่ และเบย่ี งเบนความสนใจ (attention-focusing and distraction)เช่น ให้เดินพูดคุยหรืออา่ นหนังสอื
สคุ นธบำบดั

เป็นการใช้นำ้ มันหอมระเหยจากพืชหอม เช่น ดอกไม้ ใบไม้ เปลอื กไม้ เป็นต้น ส่วนใหญจ่ ะใช้สูดดม
โดยกล่ินจะถูกสง่ ผา่ นทางเสน้ ประสาทรบั กลนิ่ (olfactory nerve)สารในน้ำมนั หอมระเหย มผี ลให้เกดิ การ
เปล่ยี นแปลงการรบั รู้ต่อ ความปวด
การใชเ้ ทคนิคการหายใจ (breathing technique)
วิธหี ายใจในระยะปากมดลกู เปดิ ช้า

เปดิ น้อยกว่า 3 เซนติเมตรหายใจแบบช้า (slow-deep chest breathing)คือ เมื่อมดลกู เริ่มหดรดั ตัวใหผ้ ู้คลอด
หายใจยาวและลกึ เพอ่ื ลา้ งปอด 1 คร้ัง จากนั้นหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ นับ 1-4 แลว้ ผ่อน ลมหายใจออกทางปาก
ชา้ ๆ นับ 1-5
วธิ ีหายใจในระยะปากมดลูกเปิดเรว็

หายใจแบบเร็วต้นื และเบา (shallow accelerated decelerated breathing) ใช้ในระยะปากมดลูกเปดิ 4-7
เซนติเมตร

หายใจแบบหอบสลับเป่าปาก (shallow breathing with forced blowing out หรอื pant-blow
breathing) สำหรบั ระยะเปลย่ี นผา่ น (transitional phase) ปากมดลูกเปิด 8-10 เซนติเมตร

การเบง่ คลอด (pushing)
• ให้ผู้คลอดเบง่ เองตามที่รู้สึกอยากเบง่ หรอื เบ่งภายใต้การสอนและควบคมุ โดยพยาบาลผดุงครรภ์
• การเบ่งคลอดแบบวลั ซลั วา (valsalva pushing) หรอื กลัน้ หายใจนาน มากกวา่ 6 วินาทีขณะเบง่ คลอด
• การเบ่งคลอดแบบเปิดกล่องเสียง (opened glottis pushing)ใชเ้ วลาเบง่ แต่ละคร้งั นาน 4–8 วินาที

4. การสง่ เสรมิ ความสุขสบายในระยะคลอด
การดูแลสขุ อนามัยส่วนบุคคล

• ใหผ้ คู้ ลอดบ้วนปากบ่อยๆ และให้ไดร้ บั สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพียงพอเพราะ NPO ช่องปากจะแห้ง ริม
ฝปี ากอาจแตก

• เช็ดตวั เปลย่ี นเสื้อผา้ หากพบวา่ เป้อื น หรือมสี ิ่งคัดหล่งั ทาง ช่องคลอดเปรอะเปอื้ น ต้องเช็ดทำความ
สะอาด และใช้ผา้ แหง้ รอง ใต้กน้

การชว่ ยให้ผู้คลอดเผชิญกับความปวดและความไม่สุขสบาย

• การดแู ลผู้คลอดให้เผชิญความปวดโดยไมใ่ ช้ยานัน้ มี หลากหลายวิธี อาจเลอื กเพยี งหน่ึงวธิ หี รอื ใช้หลายวธิ ี
มา ผสมผสานกัน

• สามารถใหย้ าลดปวดได้ตามแผนการรกั ษาของแพทย์
• ควรคำนงึ ถงึ ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อความปวดของผคู้ ลอด ท้งั ทางกาย จิตใจ สงั คม วฒั นธรรม และส่ิงแวดลอ้ ม

การดูแลส่ิงแวดล้อม

• จดั ใหม้ ีความเป็นสว่ นตวั มากเท่าทจ่ี ะทำได้ เชน่ ก้ันมา่ น เป็นตน้ และปเู ตยี งดว้ ยผ้าสะอาด แหง้ ให้เรียบตึง
เส้อื ผา้ ทส่ี ะอาดและแหง้

• มีผ้ารองเลอื ดหรือน้ำครำ่ ใต้ก้นผ้คู ลอดเปลีย่ นผา้ ใหท้ ุกครัง้ ทีผ่ ้า ชุ่ม
• อนุญาตให้ญาติเฝ้าคลอดได้

5. การจดั การความเจ็บปวดในระยะคลอดโดย การใช้ยา

แนวทางการจดั การยาPethidine( Meperidine)

• ส่ัง ยา Pethidineเป็น mg และวิธิการให้ยาชัดเจน เช่น การ dilute ฉดี ช้า ๆ doseทใ่ี ชค้ ือ pethidine
50 mgIV push ช้า ๆใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 นาที

• ไม่ส่ัง ผสมยาฉีด Pethidineรว่ มกบั ยาอน่ื
• ดูแลให้ยา pethidine 50 mgIV push ช้า ๆใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 นาที
• สงั เกต / ซกั ถามอาการของผู้คลอดขณะใหย้ าตลอดเวลา ถ้ามอี าการหายใจผิด หายใจลำบากให้หยดุ ยา

และรายงานแพทยท์ ทนั ที
• ตดิ ตามอาการขา้ งเคียง ได้แก่อาการหน้ามดื ใจสั่น เวยนศรี ษะ คล่ืนไส้ อาเจียนเฝ้าระวังป้องกัน การตก

เตยี ง นาํ ไม้กนั้ เตียงขึ้นและดูแลผปู้ ่วยอยา่ งใกล้ชดิ

แนวทางการจัดการยาFentany

• หา้ มใหผ้ ู้ป่วยท่ีแพ้มอร์ฟนิ หรือสารทอี่ อกฤทธิ์หมือนมอร์ฟิน
• ขนาดยาทใี่ ช้คือ 1 mcg/kg จัดเตรียมยาโดยเจือจางsterile water for injection
• ฤทธ์ิของยาและฤทธิ์ข้างเคยี ง เช่นภาวะกดการหายใจ กล้ามเน้ือกระตุก อาการหนา้ มืด เวียนศีรษะ

คลื่นไส้อาเจยี น ให้ผู้ปว่ ยหลับตาขณะ pushยา เพื่อลดอาการเวียนศีรษะ คล่ืนไส้อาเจียน
• ให้ยาแบบIV push ช้า ๆใช้เวลาอย่างนอ้ ย 3-5 นาที
• เตียมยา Narcan(Naloxone) ซึ่งเปน็ Antidoseของ Fentanyl

ใหย้ า Pethidine / Fentanyl ตามแนวปฏบิ ัตใิ นการบริหารยา

ใหใ้ นกรณีทผี่ ูค้ ลอดอยู่ใน่ ระยะ Activeปากมดลูกเปิด มากกวา่ 3 ซม.หรอื ในกรณีท่ีผู้คลอดไมส่ ามารถเผชิญ ความ
เจบ็ ปวดได้เหมาะสมและตอ้ งการยาแก้ปวดโดยพยาบาลผูด้ ูแลจะรายงานแพทยเ์พ่ือพจิ ารณาให้ ยาแก้ปวด
Pethidine หรอื ยา Fentanyl ในกรณที ผี่ คู้ ลอดเป็นหอบหืด

บรรณานุกรม

รองศาสตราจารยเ์ ยาวเรศ สมทรัพย์.(มปป).การดูแลผคู้ ลอดเพอ่ื บรรเทาความเจ็บปวดโดยไม่ใชย้ า และการสง่ เสริม
สขุ ภาพในระยะคลอด.เอกสารประกอบการสอนรายวิชา พบ.324 การผดุงครรภ์2.คณะพยาบาบาลศาสตร์แมค
คอร์มิค

การดูแลผคู้ ลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดโดยไมใ่ ช้ยา และการส่งเสริมสขุ ภาพในระยะคลอด สบื คน้ วันท่ี11
สงิ หาคม 2564 จาก https://coggle.it/diagram/X1Xg1eIyOefnDf-I/t/

จดั ทำโดย
1.นางสาวแพรวร่งุ พลู สวสั ดิ์ 6201210408 เลขที่ 14
2. นางสาวศศกิ านต์ ปิติพงษ์ 6201210491 เลขท่ี 23
3. นางสาวรตั ติกาล กุมาทะ 6201210682 เลขที่ 34
4. นางสาวศิริพร กล้าณรงค์เชาว์ 6201210736 เลขท่ี 37
5. นางสาวรตั นา นธิ ิมณไี พพรรณ 6201210927 เลขที่ 46

เสนออาจารย์
รองศาสตราจารยเ์ ยาวเรศ สมทรพั ย์


Click to View FlipBook Version