The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanaporn ponlasen, 2020-10-26 09:03:43

สงขลา333

สงขลา333

Songkhla

สงขลา

รายงาน
เรื่อง จังหวดั สงขลา

จัดทาโดย
นางสาวธนภรณ์ พลเสน
ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4/5 เลขท่ี 41

เสนอ
คุณครูสุวารีย์ ยภ่ี ู่

รายงานฉบบั นีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าคอมพิวเตอร์
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563

โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลยั จงั หวดั สุพรรณบรุ ี



คานา

รายงานฉบบั น้ีจดั ทาข้ึนเพื่อเป็ นส่วนหน่ึงของวิชาคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้ศึกษาความรู้เก่ียวกับ
จงั หวดั สงขลา และไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพื่อเป็นประโยชนก์ บั การเรียน

ผูจ้ ดั ทาหวงั ว่า รายงานฉบบั น้ีจะเป็ นประโยชน์กบั ผูอ้ ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กาลงั หาขอ้ มูล
เกี่ยวกบั จงั หวดั สงขลาอยู่ หากมีขอ้ เสนอแนะหรือขอ้ ผิดพลาดประการใด ผูจ้ ดั ทาจะขอนอ้ มรับไว้ และขอ
อภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย

นางสาวธนภรณ์ พลเสน
13 ตลุ าคม 2563

สารบญั ข

เรื่อง หน้า
ประวตั ิความเป็นมา 1
คาขวญั ประจาจงั หวดั 2
ความหมายของคาขวญั 3-4
อาเภอในจงั หวดั สงขลา 5
ประชากร 6
ตราสัญลกั ษณ์ประจาจงั หวดั 7
ตน้ ไมป้ ระจาจงั หวดั 8
ที่ต้งั และอาณาเขต 9
สภาพภูมิประเทศ/ภมู ิอากาศ 10
ของดีประจาจงั หวดั สงขลา 11-14
ตลาดน่าเท่ียวสงขลา 15-19
อาชีพส่วนใหญ่ 20-23
สโมสรฟุตบอลสงขลา 24
บุคคลสาคญั ของจงั หวดั สงขลา 25
โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ 26
ยา่ นเมืองเก่า 27
สถานท่ีทอ่ งเที่ยว 28-35

บรรณานุกรม

1

ประวตั คิ วามเป็ นมา

สงขลา ต้งั อยู่ฝ่ังตะวนั ออกของประเทศไทยมาแต่สมยั โบราณ มีชุมชนโบราณและเมืองเก่าแก่ มี
โบราณสถาน โบราณวตั ถุ ขนบธรรมเนียมประเพณี และการละเล่นพ้ืนเมือง ศิลปพ้ืนบา้ นเป็ นมรดกทาง
วฒั นธรรมสงขลา เพ่ิงปรากฏเป็นคร้ังแรกในบนั ทึกของพ่อคา้ และนกั เดินเรือชาวอาหรับ-เปอร์เซีย ระหว่าง
ปี พ.ศ.1993-2093 ในนามของเมืองซิงกูร์ หรือซิงกอร่า แต่ในหนงั สือประวตั ิศาสตร์ธรรมชาติและการเมือง
แห่งราชอาณาจักร สยามของนายกิโลลาส แซร์แวส เรียกชื่อเมืองสงขลา ว่า "เมืองสิงขร" จึงมีการ

สันนิษฐานวา่ คาวา่ สงขลา เพ้ยี นมาจากช่ือ "สิงหลา" (อ่าน สิง-หะ-ลา) หรือสิงขร

เหตุผลที่สงขลามีช่ือว่า สิงหลา แปลว่าเมืองสิงห์ โดยได้ ช่ือน้ีมา
จากพ่อคา้ ชาวเปอร์เซีย อินเดีย แล่นเรือมาคา้ ขาย ไดเ้ ห็นเกาะหนู
เกาะแมว เมื่อมองแต่ไกล จะเห็นเป็ นรูป สิงห์สองตวั หมอบเฝ้า
ปากทางเข้าเมืองสงขลา ชาวอินเดีย จึงเรียกเมืองน้ีว่า สิงหลา
ส่วนไทยเรียกวา่ เมืองสทิง เม่ือมลายเู ขา้ มาติดต่อคา้ ขายกบั เมือง
สทิง ก็เรียกวา่ เมืองสิงหลา แต่ออกเสียงเพ้ียนเป็นสาเนียงฝรั่งคือ
ป็ น ซิงกอร่า (Singora) ไทยเรียกตามเสียงมลายูและฝรั่งเสียง
เพ้ียนเป็ นสงขลา อีกเหตุผลหน่ึงอ้างว่า สงขลา เพ้ียนมา จาก
"สิงขร" แปลว่า ภูเขา โดยอา้ งวา่ เมืองสงขลาต้งั อยู่ บริเวณเชิงเขา
แดง ต่อมาไดม้ ีการพระราชทานนาม เจา้ เมืองสงขลาว่า "วิเชียร
คีรี" ซ่ึงมีความหมายสอดคลอ้ ง กบั ลกั ษณะภูมิประเทศ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ไดม้ ีพระบรมราชวินิจฉัยไวว้ า่ "สงขลา" เดิมชื่อ สิงหนคร (อ่าน
ว่า สิง-หะ-นะ-คะ-ระ) เสียงสระอะอยู่ท้าย มลายูไม่ชอบ จึงเปลยี่ นเป็ นอา และชาวมลายูพูดลนิ้ รัวเร็ว ตัดหะ
และ นะ ออก คงเหลือ สิง-คะ-รา แต่ออกเสียงเป็ น ซิงคะรา หรือ สิงโครา จนมกี ารเรียกเป็ น ซิงกอรา

สงขลา เป็ นเมืองประวตั ิศาสตร์ มีเรื่องราวสืบต่อกนั ต้งั แต่สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ มีการคน้ พบหลกั ฐาน
ได้แก่ ขวานหิน ซ่ึงเป็ นเคร่ืองมือสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ ที่อาเภอสทิงพระ ประวตั ิ ความเป็ นมา และ
วฒั นธรรมสมัยท่ี เมืองสทิงพระเจริญ เค บูรล์เบท ได้ให้ทัศนะว่า สทิงพระ คือศูนยก์ ลางของอาณาจกั ร
เซ้ียะโทห้ รือเซ็กโท เป็ นแหล่งหน่ึงในเอเซียตะวนั ออกเฉียงใต้ ท่ีไดร้ ับวฒั นธรรมอินเดียโดยตรงในสมยั
อาณาจกั รศรีวิชยั เป็ นเวลา ไม่น้อยกว่า 7 ศตวรรษ เพราะมีร่องรอยทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ที่
แสดงใหเ้ ห็นวา่ เมืองสทิงพระเป็น ศูนยก์ ลางการปกครองดินแดน รอบ ๆ ทะเลสาบสงขลาในสมยั น้นั

2

คาขวญั ประจาจังหวดั

"นกนา้ เพลนิ ตา
สมิหลาเพลนิ ใจ
เมืองใหญ่สองทะเล
เสน่ห์สะพานป๋ า
ศูนย์การค้าแดนใต้"

3

ความหมายของคาขวญั

นกน้าเพลินตา

“นกน้าเพลินตา” …หมายถึง อุทยานนกน้าคูขุด อทุ ยานนกน้าท่ีใหญท่ ่ีสุดในเอเชีย ซ่ึงอยใู่ นพ้ืนท่ี
อาเภอสทิงพระพ้นื ที่ของอุทยานก็คือพ้นื ท่ีของทะเลสาบสงขลาส่วนใน มีวิวทิวทศั น์ท่ีสวยงามเมากค่ะ ที่
สาคญั มีบรรดานกน้ามากมายอาศยั อยตู่ ามเกาะแก่ง เป็นสถานท่ีน่าไปเที่ยวอยา่ งยง่ิ

สมิหลาเพลินใจ
หมายถึงหาดสมิหลา หาดทรายสวยงามที่ข้ึนช่ือของสงขลา...

4

เมืองใหญส่ องทะเล
หมายถึงตวั เมืองสงขลาในปัจจุบนั น้ีเอง ท่ีถูกขนาบดว้ ยทะเลท้งั สองดา้ น คือทะเลอา่ วไทยและ

ทะเลสาบสงขลา ถนนสายท่ตี ิดกบั ทะเลสาบสงขลาคอื ถนนนครนอก

เสน่หส์ ะพานป๋ า
หมายถึง “สะพานติณสูลานนท”์ ที่เช่ือมโยงระหวา่ ง อาเภอเมืองสงขลาและอาเภอสิงหนคร ไปถึง

คาบสมุทรสทิงพระ โดยใชเ้ กาะยอกลางทะเลสาบสงขลาเป็นจุดเช่ือม

ศนู ยก์ ารคา้ แดนใต้
หมายถึง “เมืองหาดใหญ”่ ศูนยก์ ลางแห่งธุรกิจภาคใต้

5

อาเภอในจังหวดั สงขลา

มีท้งั หมด 16 อาเภอ

1.อาเภอเมืองสงขลา แน่นอนว่าเป็ นศูนยก์ ลางคู่จงั หวดั มาอย่างยาวนาน ต้งั แต่เป็ นมณฑล ภาคช่ือเมืองสิง
หลา สิงขร หรือบ่อยาง แตท่ ่ีแน่ๆ คอื เมืองสงขลา

2.อาเภอหาดใหญ่ ไดร้ ับการก่อต้งั เมื่อปี พ.ศ. 2447 เดิมชื่ออาเภอเหนือ เปล่ียนเป็นหาดใหญ่ในปี พ.ศ.2460

3.อาเภอสทิงพระ เดิมช่ืออาเภอปละท่าครอบคลุมถึงระโนดข้ึนกบั พทั ลุง ปี 2467 เปลี่ยนเป็นก่ิงอาเภอจะทิ้ง
พระ ปี 2490 ยกฐานะเป็นอาเภอ และปี 2504 เปลี่ยนเป็นอาเภอสทิงพระ

4.อาเภอระโนด เป็นกิ่งอาเภอปี พ.ศ.2466 และยกฐานะเป็นอาเภอในปี พ.ศ.2467

5.อาเภอจะนะ ก่อต้งั มาอยาวนานแตเ่ ป็นอาเภอปี พ.ศ.2457 (เดิมช่ืออาเภอบา้ นนา)

6.อาเภอนาทวี เป็นก่ิงอาเภอ พ.ศ.2457 ยกฐานะเป็นอาเภอ พ.ศ.2500

7.อาเภอสะบา้ ยอ้ ย เป็ นก่ิงอาเภอ พ.ศ.2467 เดิมชื่อกิ่งอาเภอบาโหย เปล่ียนเป็ นกิ่งอาเภอสะบา้ ยอ้ ยปี 2485
และเป็นอาเภอปี 2499

8.อาเภอเทพา เป็นอาเภอต้งั แตป่ ี พ.ศ.2444 สมยั ร.5 ยา้ ยที่ต้งั จากบา้ นพระพุทธมาอยทู่ ี่ปัจจุบนั พ.ศ.2475

9.อาเภอรัตภูมิ เดิมอยเู่ ขตอาเภอปากพะยนู พทั ลุง ก่อต้งั พ.ศ.2435 ชื่ออาเภอรัฐภูมี ยา้ ยมาข้ึนกบั สงขลาก่อน
เปลี่ยนช่ือเป็นกาแพงเพช็ ร และเปล่ียนเป็นรัตตภมู ิ พ.ศ.2480 และมาเป็นรัตภมู ิ ในปี พ.ศ.2504

10.อาเภอสะเดา ก่อต้งั ปี พ.ศ.2460 แยกจากอาเภอเหนือหรือหาดใหญ่ในปัจจุบนั

11.อาเภอกระแสสินธุ์ แยกจากระโนดเป็นก่ิงพ.ศ.2521 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2537

12.อาเภอนาหม่อม แยกจากหาดใหญ่เป็นก่ิงพ.ศ.2524 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2537

13.อาเภอควนเนียง แยกจากรัตภูมิเป็นกิ่งพ.ศ.2528 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2533

14.อาเภอบางกล่า แยกจากหาดใหญเ่ ป็นก่ิงพ.ศ.2529 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2538

15.อาเภอสิงหนคร แยกจากอาเภอเมื่องเป็นก่ิงพ.ศ.2531 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2534

16.อาเภอคลองหอยโข่ง แยกจากหาดใหญ่เป็นกิ่งพ.ศ.2535 ยกฐานะเป็นอาเภอพ.ศ.2540

6

ประชากร

ขอ้ มูลประชากรจงั หวดั สงขลา พ.ศ.2560 มีจานวน 1,424,230 คน โดยผหู้ ญิงมากกวา่ ผชู้ ายคดิ เป็น
ร้อยละ 51.2 และ 48.8 ตามลาดบั แยกเป็นประชากรวยั เด็กช่วงอายุ 0-14 ปี คิดเป็นร้อยละ 20.4 วยั ทางานช่วง
อายุ 15-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 65.1 วยั สูงอายุ 60 ปี ข้นึ ไป คดิ เป็นร้อยละ 14.5

7

ตราสัญลกั ษณ์ประจาจังหวดั

รูปหอยสงั ขบ์ นพานแวน่ ฟ้า
หมายถึง รูปหอยสงั ขซ์ ่ึงยงั คน้ หา หลกั ฐานของความหมายไดไ้ ม่แน่ชดั แต่บุคคลบางคนบอก

ที่มาของตราประจาจงั หวดั น้ีวา่ เดิมเคยเป็นตรากระดุมเส้ือฉลองพระองค์ ของกรมหลวงสงขลานครินทร์
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุยเดชวิกรมบรมชนกนาถ ต่อมากรมศิลปากร ออกแบบตราสงั ข์
ใชเ้ ป็นเครื่องหมายตราจงั หวดั สงขลา

ต้นไม้ประจาจังหวดั 8

ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs.
ช่ือวงศ์ : Miliaceae
ชื่อสามญั : สะเดาเทียม
ชื่อทางการคา้ : -
ช่ือพ้ืนเมือง : เทียม, สะเดาชา้ ง (ตรัง)

ลกั ษณะ

ไมต้ น้ สูง ๓๐ - ๔ เมตร เปลือก เรียบเมื่ออายยุ งั นอ้ ย เมื่อมีอายมุ ากข้นึ เปลือกจะแตกล่อนเป็นแผ่น ใบ
ประกอบเป็นรูปขนนก กา้ นใบยาว ๒๐ - ๖ เซนติเมตร เรียงสลบั กนั เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ใบยอ่ ย เยอ้ื ง
สลบั กนั เลก็ นอ้ ย จานวน ๗ - ๑ คู่ แผน่ ใบยอ่ ยรูปไข่ กวา้ ง ๓ - ๔ เซนติเมตร ยาว ๕ - ๘ เซนติเมตร ปลาย
แหลมโคนสอบ ใบสีเขียวอ่อน ดอกออกรวมเป็นช่อ ตามง่ามใบ สีขาวหรือสีเขียวอ่อน ผลรูปไข่ เมื่อแก่สี
เหลือง เน้ือในเมลด็ มีกล่ินแรงมี เมลด็ เดียว ออกดอกเดือนมีนาคม ผลแก่ เดือนพฤษภาคม - มิถนุ ายน
ขยายพนั ธุ์ โดยเมลด็

นิเวศวิทยา

พบข้ึนทว่ั ไปทางภาคใต้ ต้งั แตจ่ งั หวดั ชุมพร ลงไป ส่วนมากพบข้นึ อยตู่ ามเรือกสวนไร่นา

ประโยชน์

เป็นไมโ้ ตเร็ว เน้ือไมค้ ุณภาพดี ปลวกและมอดไม่คอ่ ยทาลาย สามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ กือบ ทุกส่วน
เน้ือไมใ้ ชท้ าเคร่ืองเรือน เคร่ืองแกะสลกั ดอกออ่ นใชร้ ับประทานได้ เมลด็ นามาสกดั สารทายาฆ่าแมลง
เปลือกตม้ ทายาแกบ้ ิดหรือทอ้ งร่วง

9

ทตี่ ้งั และอาณาเขต

จงั หวดั สงขลา ต้งั อยฝู่ ั่งตะวนั ออกของภาคใตต้ อนล่างระหวา่ งละติจูดที่ 617-756 เหนือ ลองจิจูด 100 01-101
06 ตะวนั ออก สูงจากระดบั น้าทะเลโดยเฉลี่ย 4 เมตร อยหู่ ่างจากกรุงเทพมหานคร ตามเส้นทาง รถไฟ 947
กิโลเมตร และทางหลวงแผน่ ดิน 950 กิโลเมตร จงั หวดั สงขลา มีอาณาเขตติดต่อกบั จงั หวดั ใกลเ้ คียง ดงั น้ี

ทิศเหนือ ติดตอ่ กบั จงั หวดั นครศรีธรรมราชและจงั หวดั พทั ลุง
ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อ่าวไทย
ทิศใตต้ ิดต่อกบั จงั หวดั ยะลา จงั หวดั ปัตตานี รัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิสของประเทศมาเลเซีย
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั จงั หวดั พทั ลุง และจงั หวดั สตูล

ขนาดพ้นื ท่ี จงั หวดั สงขลามีขนาดพ้นื ที่ 7,393.889 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,853,249 ไร่ มีขนาดใหญ่
เป็ นอนั ดบั ท่ี 27 ของประเทศ และใหญ่เป็นอนั ดบั ท่ี 3 ของภาคใตร้ องจากจงั หวดั สุราษฎร์ธานี และ จงั หวดั
นครศรีธรรมราช

10

สภาพภูมิประเทศ/ภูมอิ ากาศ

จงั หวดั สงขลา ต้งั อย่ใู นเขตอิทธิพลของลมมรสุมเมืองร้อน มีลมมรสุมพดั ผ่านประจาทุกปี คือ ลม
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ เริ่มต้งั แต่เดือนตุลาคมถึงกลางเดือนมกราคม และลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ เริ่ม
ต้งั แต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม จากอิทธิพลของลมมรสุมดงั กล่าว ส่งผลใหม้ ี ฤดูกาลเพียง
2 ฤดู คือ

ฤดูร้อน

เริ่มต้งั แต่เดือนกุมภาพนั ธ์ถึงเดือนกรกฎาคม ซ่ึงจะเป็ นช่วงที่ว่างของลมมรสุมจะเริ่มต้งั แต่หลงั จากหมด
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือแลว้ อากาศจะเร่ิมร้อนและอากาศจะมีอณุ หภูมิสูงสุดใน เดือนเมษายน แต่อากาศ
จะไม่ร้อนมากนกั เนื่องจากต้งั อยใู่ กลท้ ะเล

ฤดูฝน

ฤดูฝน เร่ิ มต้ังแต่เดือนสิ งหาคมถึงเดือนมกราคม จังหวัดสงขลาจะมีฝนตกท้ังในช่วงลมมรสุ ม
ตะวนั ออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ แต่ในช่วงลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ จะมีฝนตกชุก
มากกว่า เนื่องจากพดั ผ่านอ่าวไทย ส่วนมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ จะถูกเทือกเขาบรรทดั ปิ ดก้นั ทาให้ฝนตก
นอ้ ยลง

11

ของดีประจาจังหวดั สงขลา

ผา้ ทอเกาะยอ

เป็ นผา้ ทอพ้ืนเมืองของตาบลเกาะยอ อาเภอเมือง จงั หวดั สงขลา เป็ นผา้ พ้ืนเมืองท่ีมีช่ือเสียงของ
จงั หวดั สงขลา ท่ีมีความประณีตและสีสันท่ีสวยงาม โดยมีการทอยกดอกท่ีมีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็ น
สัญลกั ษณ์หัตถกรรมพ้ืนบา้ นของภาคใตแ้ ละยงั เป็ นสุดยอดผลิตภณั ฑ์หน่ึงตาบลหน่ึงผลิตภณั ฑ์ OTOP ปี
2549 สืบสานตานานจากชาวเกาะยอท่ีส่วนหน่ึงอพยพมาจากตาบลน้านอ้ ย อาเภอหาดใหญ่ และตาบลทุ่ง
หวงั อาเภอเมืองสงขลา มีเช้ือสายจีน ทาอาชีพประมง ทาสวนยาง สวยผลไม้ และงานหตั ถกรรมพ้ืนบา้ น คือ
การทอผา้ พ้ืนเมืองสาหรับใชใ้ นครัวเรือน จึงเป็ นที่มาของ "ผา้ ทอเกาะยอ” ไม่มีหลกั ฐานท่ีปรากฏแน่ชดั ว่า
ชาวเกาะยอ เริ่มทอผา้ กนั ต้งั แตเ่ ม่ือไหร่ แต่ทราบว่าที่เกาะยอมีการทอผา้ มานบั เป็นร้อยๆปี แล้ ต้งั แต่เม่ือคร้ังท่ี
มีการอพยพมาต้งั ถ่ินฐานทามาหากินอยบู่ นเกาะยอสืบสานการถ่ายทอดภายในครอบครัวเรื่อยมา

12

ขา้ วเกรียบกุง้
เมืองไทยในอดีตน้ันร่ารวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติอย่างลน้ เหลือสมกับท่ีศิลาจารึกของพ่อขุน

รามคาแหงไดก้ ล่าวไวว้ า่ ในน้ามีปลาในนามีขา้ วซ่ึงตรงกบั ภาษาฝรั่งที่บรรดาไกดน์ าเที่ยวอธิบายใหพ้ วกฝรั่ง
ที่ไปเที่ยวสุโขทยั คนในสมยั กรุงสุโขทยั อยธุ ยากรุงเทพฯ ยคุ น้นั จึงไดก้ ิน แต่ กุง้ หอย ปู ปลา สดๆ ชนิดท่ีพอ
ข้ึนจากน้ากท็ ากินกนั เลย เพราะที่ไหนมี คู คลอง หนองบึงที่นน่ั ก็จะมีสารพดั สัตวน์ ้าใหเ้ ลือกจบั ตามชอบใจ
ก็ไม่ตอ้ งดูอ่ืนดูไกลหรอกเอาแค่สมยั เม่ือ 40กว่าปี น้ีเองเจา้ ของร้านคา้ แถว ๆ ท่าชา้ งวงั หลวง ไดเ้ ล่าใหฟ้ ังวา่
ตอนท่ียงั เป็นเด็ก ๆ อายสุ ัก 10 ขวบ เวลาลงไปเล่นน้าเจา้ พระยาท่ีท่าชา้ งวงั หลวงพอข้ึนจากน้าจะตอ้ งไดก้ ุง้
นางติดมือข้ึนมาไม่ต่ากวา่ 3-4 ตวั ทุกทีไป เพราะแม่น้าเจา้ พระยาในสมยั น้นั มี กุง้ หอย ปู ปลา ชุกชุม จริง ๆ
แต่เมืองไทยในสมยั ปัจจุบนั ก็ยงั มีอะไร ๆเหมือนกบั เมืองไทยในสมยั สุโขทยั เหมือนกนั แต่ตา่ งกนั นิดผิดกนั
หน่อย ก็ตรงท่ีในน้าท่ีปลา (เป็นโรค) ในนามีขา้ ว (เป็ นโรค)หรือถา้ จะพูดให้สมกบั สมยั กรุงเทพฯยุค200 ปี
ก็ตอ้ งพดู วา่ ปลาเป็นโรคอยใู่ นน้า ขา้ วเป็นโรคอยใู่ นนาบรรดาสัตวน์ ้าท้งั หลายกเ็ ลยร่อยหรอสูญพนั ธุ์ไปเสีย
มากต่อมาก ยิ่งกุง้ กา้ มกรามดว้ ยแลว้ สูญพนั ธุ์ไปเป็ นแม่น้าเลยฉะน้ันเม่ือนงั่ รถยนต์รถไฟผ่านอยุธยา อดีต
เมืองกุง้ กา้ มกรามจะเห็นเด็กสาวรุ่นดรุณี วยั เอ๊าะ ๆ หอบถุงขา้ วเกรียบกุง้ เท่ียวเร่ขาย ตามสถานีรถไฟ ท่ารถ
บ.ข.ส. กนั ใหข้ วกั ไขว่

13

ขนมดู
เป็ นขนมชนิดหน่ึงทาจากแป้งขา้ วเหนียว เป็ นการแปรรูปวตั ถุดิบในรูปแบบการถนอมอาหาร

สามารถเก็บไวร้ ับประทานได้ประมาณ 1 สัปดาห์ หรือมากกว่าน้ันรสชาติขนมดูจะหอมหวาน มนั มีสี
น้าตาลปนดา ขนมดูเป็ นท่ีนิยมกนั มากเป็ นของท่ีระลึกที่มีชื่อเสียงมากของจงั หวดั สงขลาขนมดู เป็ นขนม
โบราณในจงั หวดั สงขลา ปัจจุบนั ขนมดูถือเป็นขนมที่หาทานไดย้ ากเพราะคนรุ่นใหม่ทานไม่เป็น จึงไม่ค่อย
นิยมทาขาย แตต่ ามตลาดพ้ืนเมืองสงขลาอยา่ งเช่น เกาะยอ ยงั คงมีขนมดูขายอขนมดูน้นั ในอดีตทามาจากขา้ ว
เหนียวนาไปบดให้ไดเ้ ป็นแป้ง ปัจจุบนั ใชแ้ ป้งขา้ วเหนียวในการทา เร่ิมโดยการเค้ียวน้าตาล จากน้นั ใส่แป้ง
ขา้ วเหนียว และมะพร้าวขูดลงไปกวนให้เหนียวยกพกั ไว้ เม่ือหายร้อนแลว้ ป้ันเป็ นกอ้ น นาไปคลุกแป้งอีก
รอบกจ็ ะไดข้ นมดูออกมา

14

ไขค่ รอบ
เป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารอยา่ งหน่ึงของครอบครัวชาวประมงพ้ืนบา้ นแถบริมทะเลสาบสงขลา

รู้จกั ทากนั มานาน แต่ก่อนทาเพียงแค่เพ่อื ถนอม หรือรักษาไข่แดงท่ีเหลือจานวนมากจากการใชไ้ ขข่ าวยอ้ ม
ดา้ ยเน้ืออวน แห กดั วางปลา ไมใ่ หเ้ น่าเสียโดยการน่ึง เพื่อเกบ็ ไวก้ ิน และนาไปขายในงานเทศกาล ตลาดนดั
ชุมชุน ไข่ครอบ แต่ก่อนใช่จะหากินกนั ไดง้ า่ ยๆ จะมีกิน มีขายก็ตอ่ เมื่อมีการยอ้ มเสน้ ดา้ ย ในช่วง 1-2สัปดาห์
แตป่ ัจจุบนั จะทาขายเป็นอาชีพกนั หลายครอบครัว ในตลาดนดั วนั ตา่ งๆของสงขลา ในร้านขา้ วแกงกจ็ ะมี
จาหน่าย ไข่ครอบเทา่ ท่ีสืบทราบจะมีการทากนั เฉพาะในครอบครัวของชาวประมงริมทะเลสาบฝ่ังตะวนั ออก
โดยเฉพาะท่ีชุมชนบา้ นคูขดุ ไขค่ รอบจึงนบั วา่ เป็นภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ดา้ นการถนอมอาหาร ของชาวประมง
พ้ืนบา้ น ตาบลคูขดุ อาเภอสทิงพระ จงั หวดั สงขลา นนั่ เอง

15

ตลาดน่าเท่ียวสงขลา

ตลาดกรีนเวย์ (Greenway Night Market)

ตลาดน้าคลองแห

16

ตลาดกิมหยง
ตลาดเกษตร ม.อ.

17

หลาดสยาม
ตลาดนดั Biz mall

18

ตลาดยรรยง
ตลาดน้าบา้ นพรุ

19

ตลาดสองเล
ตลาดสันติสุข

20

อาชีพส่ วนใหญ่

การทานา

การทานาเป็ นอาชีพด้งั เดิมของคนในลุ่มน้าแห่งน้ี โดยมีการทาในท่ีลุ่มโดยทว่ั ไปและบริเวณชาย
ขอบพรุ บริเวณท่ีมีการทานาขา้ วที่สาคญั ในเขตลุ่มน้าทะเลสาบ ไดแ้ ก่ พ้ืนท่ีราบตอนกลางของจงั หวดั พทั ลุง
และพ้นื ท่ีในคาบสมุทรสทิงพระ ซ่ึงถือไดว้ า่ เป็น “แหล่งอูข่ า้ วอ่นู ้าของคนภาคใตต้ อนล่าง”

อยา่ งไรก็ตามเมื่อเวลาผา่ นไปพ้นื ท่ีนาขา้ วไดล้ ดลงตามลาดบั โดยมีการเปลี่ยน แปลง ท้งั วธิ ีการทานา
และตาแหน่งพ้ืนท่ีทานาอยา่ งมาก จากเดิมที่มีการทานาปี ท้งั ในพ้ืนท่ีลุ่มและชายขอบพรุ โดยใชว้ ิถีการง่ายๆ
ใชแ้ รงงานคนและสัตวแ์ ละใชป้ ๋ ุยท่ีหาไดจ้ ากแหล่งธรรมชาติตามถ้าต่างๆ ที่เรียกวา่ “มายาเขา” ควบคู่กบั มูล
สัตวม์ าเป็นการทานาปรังในบางพ้นื ที่ โดยเฉพาะในช่วงต้งั แตป่ ระมาณ 15 ปี ท่ีผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเห็น
ไดช้ ดั มาก เนื่องจากการพฒั นาระบบชลประทาน มีการใชข้ า้ วพนั ธใ์ หม่ ใชป้ ๋ ุยเคมี สารเคมีและเครื่องจกั รกล
มากข้นึ ท้งั รถไถนาและรถเก่ียวขา้ ว

โดยรวมแลว้ การทานาไดล้ ดลงอย่างมากในหลายพ้ืนท่ีอนั เนื่องจากปัญหาการเกิดน้า ท่วมหรือฝน
แลง้ อีกท้งั ยงั มีการเปล่ียนแปลงที่นาไปเป็ นพ้ืนท่ีใชป้ ระโยชน์อย่างอ่ืน เช่น นากุง้ สวนยางพารา ท่ีอยู่อาศยั
ในขณะที่บางพ้นื ท่ีมีการทานาเขม้ ขน้ ข้นึ เช่น บริเวณทุ่งระโนด เป็นตน้

21

การทาประมง
คนในชุมชนที่อาศยั อยรู่ อบๆ ทะเลสาบสงขลาโดยเฉพาะท่ีต้งั บา้ นเรือนอยูร่ ิมทะเลสาบและแหลง่

น้าต่างๆ ดารงชีวติ ดว้ ยการทาประมงมาอยา่ งยาวนาน แมใ้ นปัจจุบนั ผูค้ นเหล่าน้ี จานวนไมน่ อ้ ยยงั ใช้
ประโยชน์จากทะเลสาบสงขลาเพ่ือทาการประมง โดยมีผปู้ ระกอบอาชีพประมงรอบทะเลสาบสงขลาไมน่ อ้ ย
กวา่ 5,000 ครัวเรือน

วิธีการและเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการทาประมงไดเ้ ปล่ียนแปลงจากการใชเ้ คร่ืองมือ งา่ ยๆที่ผลิตข้ึนมาเอง
จากวสั ดุท่ีหาไดใ้ นทอ้ งถ่ิน เช่น ไซปลาที่จากไมแ้ ละไมไ้ ผ่ โมร๊ะ โป๊ ะน้าต้ืน ลนั ปลไหล อวนท่ีทาจากดา้ ย
ฯลฯ มาใชเ้ คร่ืองมือที่หาซ้ือไดง้ ่ายในทอ้ งตลาดและมีประสิทธิภาพมากกวา่ นอกจากน้ียงั มีการทาประมง
อยา่ งหนาแน่นในบางพ้ืนที่ รวมท้งั การใชเ้ คร่ืองมือประมงชนิดทาลายลา้ ง เช่น อวนรุน ยาเบ่ือ โพงพางและ
เครื่องชอ๊ ตปลา จนทาใหเ้ กิดปัญหาตามมาจนถึงข้นั วิกฤต ซ่ึงส่วนใหญม่ ีปัญหาผลผลิตสตั วน์ ้าที่จบั ไดล้ ด
นอ้ ยลงมากจนชาวบา้ นบางส่วน ตอ้ งเปล่ียนไปประกอบอาชีพอ่ืนๆ เช่นรับจา้ ง ทางานโรงงาน ฯลฯ คน
เหล่าน้ีส่วนมากเขา้ มาทางานในตวั เมืองหรือชุมชน สาหรับชาวประมงพ้ืนบา้ นในทะเลนอ้ ยบางส่วนได้
เปลี่ยนอาชีพไปขบั เรือนานกั ทอ่ ง เท่ียวชมทะเลนอ้ ย และทาการคา้ ขายเลก็ ๆ นอ้ ยๆ นกั ท่องเที่ยว

22

การทานากุง้
การประกอบอาชีพทานากงุ้ เร่ิมมีการทาในพ้ืนที่ล่มุ น้าทะเลสาบสงขลา ต้งั แต่ปี พ.ศ.2530 และได้

ขยายตวั อยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะในพ้นื ที่อาเภอระโนด จงั หวดั สงขลา และอาเภอหวั ไทร จงั หวดั
นครศรีธรรมราช มีการพฒั นาท้งั ธุรกิจการเพาะพนั ธุ์กุง้ และการเล้ียงกุง้

ต่อมาพ้นื ที่นากุง้ ไดข้ ยายตวั ไปยงั บริเวณอ่ืนรอบๆ ทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะการขยายตวั ไปยงั
แหล่งน้าจืดซ่ึงเคยเป็นแหล่งผลิตขา้ วที่สาคญั ของ จงั หวดั สงขลาและพทั ลุง แรงจูงใจสาคญั ท่ีสุดท่ีทาให้
เกษตรกรหนั มาลงทนุ ทานากุง้ กนั มากคอื รายไดด้ ี ในขณะเดียวกนั กม็ ีความเสี่ยงสูงในการลงทุน อีกท้งั การ
ทาอยา่ งไมถ่ ูกวิธีมีผลเสียต่อส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งมากอยา่ งไรกต็ ามใน ระยะหลงั การทานากงุ้ ประสบปัญหามาก
นากงุ้ บางส่วนถูกทิง้ ร้างและเป็นไปไดว้ า่ จะมีนากงุ้ ร้างมากข้นึ ในอนาคต

23

การเล้ียงปลา
การเล้ียงปลาในพ้ืนที่ล่มุ น้าทะเลสาบสงขลา มีท้งั การเล้ียงปลาน้าจีดและปลาน้ากร่อย ส่วนใหญ่เป็น

การเล้ียงปลาในกระชงั มีบา้ งท่ีเล้ียงในบอ่ ดิน มีปลาหลายชนิดท่ีนิยมเล้ียงในกระชงั ท้งั ในบริเวณคลองและ
ในทะเลสาบสงขลา ปลาที่นิยมเล้ียงมากที่สุดก็คอื ปลากะพงขาว ซ่ึงเป็นปลาน้ากร่อยเล้ียงกนั มากในเขต
อาเภอเมือง อาเภอสิงหนคร และอาเภอควนเนียง จงั หวดั สงขลา ปลาน้าจืดที่นิยมเล้ียงในกระชงั ไดแ้ ก่ ปลา
นิลแดงและปลาทบั ทิม มีเล้ียงกนั มากใoบริเวณคลองปากรอ คลองหลวง และคลองชะแล้ การเล้ียงปลาใน
บ่อดินทากนั บา้ งในบริเวณขอบพรุ ท้งั ในอาเภอหวั ไทร อาเภอชะอวด จงั หวดั นครศรีธรรมราช อาเภอควน
ขนุน จงั หวดั พทั ลงุ และอาเภอระโนด จงั หวดั สงขลา ปลาท่ีนิยมเล้ียงมาก คือ ปลาดุก ท้งั ที่เป็นปลาดุกอยุ
จากธรรมชาติ และปลาดุกอยุ ผสมที่เรียกวา่ ”บ๊ิกอยุ ”

24

สโมสรฟุตบอลสงขลา

ประวตั ิสโมสร

สงขลา เอฟซี สโมสรท่ีเกิดจากกลุ่มคนเลก็ ๆ ท่ีมีภมู ิลาเนาเป็นคนสงขลา ซ่ึงมีความรักและความช่ืนชอบใน
เร่ืองฟตุ บอล มีความฝันที่อยากจะพฒั นาสโมสรฟุตบอลในบา้ นเกิดเป็นของตวั เอง โดยเป็นสโมสรที่เนน้ ใน
เร่ืองฟุตบอลจริงๆ ส่งเสริมเพือ่ การพฒั นาธุรกิจดา้ นการกีฬาโดยตรง หวงั สร้างรายไดใ้ หช้ าวสงขลาอีกทาง
หน่ึง

หลงั จากที่ สโมสรฟตุ บอลสงขลา ยไู นเตด็ ทีมดงั ของจงั หวดั สงขลาไดพ้ กั การแข่งขนั ไป ส่งผลใหจ้ งั หวดั
สงขลา ปราศจากสโมสรที่เป็นเสมือนที่ยดึ เหน่ียวของคนท่ีมีใจรักในดา้ นฟุตบอล ทางเราจึงเลง็ เห็นวา่ ถึง
เวลาแลว้ ที่จงั หวดั สงขลาจาเป็นจะตอ้ งมีสโมสรฟุตบอลท่ีมีคุณภาพ เนน้ ความเป็นสโมสรฟตุ บอลอยา่ ง
แทจ้ ริง เฉกเช่นสโมสรท่ีประสบความสาเร็จในระดบั ทวปี เอเชีย เราจึงลงความเห็นกนั วา่ จะจดั ต้งั สโมสร
ฟตุ บอลข้นึ มา ภายใตช้ ื่อ สงขลา เอฟซี โดยมีแนวทางในการพฒั นาบคุ ลากรและเยาวชนเป็นหลกั เนน้ ดาวรุ่ง
ยคุ ใหม่ และทางานอยา่ งมืออาชีพ

แผนการดาเนินงานของสโมสรในอนาคต สงขลา เอฟซี เตรียมวางรากฐานระบบอะคาเดมี เพื่อผลกั ดนั และ
ส่งเสริมเดก็ และเยาวชนในจงั หวดั สงขลาและภาคใต้ สามารถสร้างอาชีพโดยใชก้ ีฬาฟุตบอลเป็นฐาน อีกท้งั
ยงั มีโครงการสร้างสนามเหยา้ ท่ีมีคุณภาพ ปราศจากลู่วงิ่ และเปี่ ยมไปดว้ ยส่ิงอานวยความสะดวกท่ีครบวงจร
เพอ่ื สนบั สนุนการสร้างนกั เตะระดบั อาชีพในอนาคต โดยเช่ือมโยงและสร้างความสัมพนั ธร์ ะดบั ภมู ิภาค เพ่ือ
ยกระดบั ใหส้ โมสรฟตุ บอลของจงั หวดั สงขลามีความแขง็ แกร่งทดั เทียมกบั สโมสรตา่ งๆ ในภูมิภาคเอเชีย

25

บุคคลสาคญั ของจังหวัดสงขลา

หลวงป่ ูทวดเหยยี บน้าทะเลจืด
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คนท่ี 16,ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
วีระกานต์ มสุ ิกพงศ์ นกั การเมือง
ก้นั ทองหล่อ ศิลปิ นแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
ฉิ้น อรมตุ ศิลปิ นแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปิ นแห่งชาติและราชบณั ฑิตสานกั ศิลปกรรม
ยก ชูบวั ศิลปิ นแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง โนรา
สถาพร ศรีสจั จงั ศิลปิ นแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
สุทธิชยั หยนุ่ ผปู้ ระกาศขา่ ว
ศาสตราจารยก์ ิตติคณุ ดร.วิษณุ เครืองาม นกั การเมือง นกั กฎหมาย
มนตรี ศรียงค์ (กวีหม่ีเป็ดแดง) นกั ประพนั ธ์ไทยไดร้ ับรางวลั ซีไรต์
เด่นเกา้ แสน เกา้ วิชิต นกั มวย
นภาพล พยคั ฆอ์ นนั ต์ นกั มวย
ขรรคช์ ยั กมั พลานนท์
จงกล มิสา
สนธยา ชิตมณี (สน เดอะ สตาร์)
ศิวฒั น์ โชติชยั ชรินทร์ (ซี ศิวฒั น์ ) นกั แสดง
โอสถี ซุ่นมงคล (กราฟ Black Vanilla) นกั ร้อง

ชวลั กร วรรธนพิสิฐกุล (กระต๊ิบ) นกั แสดง

26

โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ

โครงการอ่างเกบ็ น้าคลองหลา จ.สงขลา

ท่ีต้งั โครงการ

ต้งั อยทู่ ่ีบา้ นตน้ ส้าน หม่ทู ่ี 6 ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

รายละเอียดพระราชดาริ

ตามพระราชดาริ เมื่อวนั ท่ี 1 ตุลาคม 2527 ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้าง

อา่ งเก็บน้าคลองหลา เพื่อเก็บกกั น้าในลุ่มน้าคลองหลาช่วงที่มีน้าไหลมาก เพื่อส่งไปช่วยโครงการฝายทดน้า
คลองจาไหร ให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งข้ึน และยงั สามารถส่งน้าช่วยเหลือการเพาะปลูกบริเวณทา้ ยอ่างเก็บน้า
คลองหลาไดเ้ ป็น จานวนมากอีกดว้ ย

ผลประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากโครงการน้ี สามารถส่งน้าไปช่วยเหลือพ้ืนท่ีเพาะปลูก ใน พ้ืนท่ี 4 ตาบล
คือ ต.คลองหลา , ต.คลองหอยโข่ง , ต.ทุ่งลาน และ ต.โคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา บริเวณทา้ ย

เข่อื นเก็บกกั น้าคลองหลา พ้ืนที่ประมาณ 18,000 ไร่ ใหม้ ีน้าทาการเพาะปลกู ไดท้ ้งั ในระยะฤดูแลง้ และฤดู
ฝน น้าในอ่างเก็บน้าอีกส่วนหน่ึงสามารถส่งไปช่วยโครงการฝายทดน้าคลองจาไหรได้เป็ นคร้ังคราว
นอกจากน้ันอ่างเก็บน้าคลองหลาแห่งน้ีเป็ นอ่างเก็บน้าที่มีขนาดค่อนขา้ งใหญ่ จะสามารถใชเ้ ป็ นแหล่งน้า
สาหรับเพาะเล้ียงปลาไดเ้ ป็นจานวนมากอีกดว้ ย

27

ย่านเมืองเก่า

ย่านเมืองเก่า จงั หวดั สงขลา มีประวตั ิความเป็ นมาและมีอายุยืนยาวกว่า 200 ปี โดยดูไดจ้ ากความ
เก่าแก่ของตึก อาคาร และบา้ นเรือน ย่านเมืองเก่าแห่งน้ี มีถนนท่ีสาคญั ดว้ ยกนั 3 สาย คือ ถนนนครนอก
ถนนนครใน และถนนนางงาม ถนนนครนอกจะเป็นถนนท่ีติดกบั ฝ่ังทะเลสาป วา่ กนั ว่าในอดีตบริเวณน้ีเป็น
ทา่ เทียบเรือเพ่ือการคา้ ขายและขนส่งสินคา้ จากต่างประเทศ ดูไดจ้ ากการมีโรงสีขา้ วขนาดใหญ่ ซ่ึงปัจจุบนั ท่ี
แห่งน้ีไดช้ ื่อวา่ หบั โห้ หิ้น หรือท่ีชาวสงขลาเรียกกนั วา่ โรงสีแดง โรงสีขา้ วแห่งน้ีต้งั อยบู่ ริเวณริมทะเลสาป
สงขลา มีความเก่ียวเน่ืองเช่ือมโยงกบั พ้ืนท่ีเพาะปลูกขา้ ว แต่ในปัจจุบนั ไดย้ กเลิกกิจการไปเนิ่นนานแลว้
เพราะเกิดจากสภาพแวดลอ้ ม สังคม เทคโนโลยี ท่ีมีการพฒั นาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สถานที่แห่งน้ี
ไดก้ ลายมาเป็ นแหล่งเรียนรู้ ให้กบั ผูค้ นที่มาเย่ียมชมท่ีนี่ เพ่ือจะไดร้ ู้ถึงประวตั ิ ความเป็ นมา และวฒั นธรรม
ต่างๆ ที่เกิดข้ึนในอดีต จนถึงปัจจุบนั ถนนนครใน เป็นถนนท่ีอยู่ตรงกลางระหวา่ ง ถนนนครนอกและถนน
นางงาม ถนนนครนอกน้ีมีสถานท่ีสาคญั คือ บ้านนครใน จะเป็ นพิพิธภณั ฑ์แห่งการอนุรักษ์ เสริมสร้าง
คุณค่า บา้ นนครในเป็ นบา้ นไมจ้ ีนแบบโบราณ และบา้ นตึกสีขาว ภายในจะเป็ นการจดั แสดงของเก่า การ
อนุรักษข์ องเก่า ใหไ้ ดช้ มกนั ถนนนางงาม เดิมชื่อ ถนนเกา้ หอ้ ง หรือเรียกว่า ย่านเกา้ หอ้ ง ถนนเส้นน้ีเกิดจาก
การตดั ถนน เพ่ือเป็ นเส้นทางในการประกอบพิธีสมโภชเสาหลกั เมือง ถนนนางงามน้ีมีสถานที่สาคญั คือ
ศาลเจา้ พ่อหลกั เมืองสงขลา ศาลเจา้ พ่อกวนอู ซ่ึงเป็ นสถานที่ศกั ด์ิสิทธ์ิ คู่บา้ น คู่เมือง ของชาวสงขลาและ
เป็นศูนยร์ วมจิตใจของคนไทยสายเช้ือจีน

28

สถานที่ท่องเทยี่ ว

หาดสมิหลา

สถานท่ีท่องเท่ียวสาคญั ท่ีมีชื่อเสียงของสงขลา หาดสมิหลามีโขดหินขนาดย่อมย่นื ลงทะเล หาดทรายขาว
ละเอียดท่ีเรียกวา่ “ทรายแกว้ ” มีป่ าสนร่มร่ืน จากหาดสมิหลาสามารถมองเห็นทิวทศั นอ์ นั งดงามของเกาะหนู

เขาตงั กวนเกาะแมว จนมีคากล่าวว่าใครมาเยอื น
สงขลาแลว้ ไม่มาเยอื นสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึง
สงขลา มีสัญลกั ษณ์ท่ีมีชื่อเสียงรูปป้ัน นางเงือก
ทอง โดยรอบบริเวณไดจ้ ดั สวนหย่อมไวร้ ่มรื่น
เหมาะเป็นท่ีนง่ั พกั ผอ่ นยามเยน็ เมี่อมองออกไป
ในทะเลจะเห็น เกาะหนู เกาะแมวอันเป็ นอีก
สัญลกั ษณ์หน่ึง

เขาตงั กวน

เขาตงั กวน เป็ นสถานท่ีท่องเที่ยวที่สาคญั แห่งหน่ึงในอ.เมืองสงขลา จากยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทศั น์
ของเมืองสงขลาไดโ้ ดยรอบ บนยอดเขาตงั กวนเป็นท่ีประดิษฐานเจดียพ์ ระธาตุค่เู มืองสงขลา ซ่ึงสร้างในสมยั

อาณาจกั รนครศรีธรรมราช เป็ นศิลปะสมยั ทวา
ราวดี นอกจากน้ียงั มีจุดท่องเท่ียวน่าสนใจอีก
หลายจุด ไดแ้ ก่ ประภาคาร ศาลาพระวิหารแดง
ลานชมวิวเขาตงั กวน

29

พพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติสงขลา

ต้ังอยู่ในเมืองสงขลา ตรงข้ามกาแพงเมืองจังหวัดสงขลา เป็ นโบราณสถาน ของชาติ มีลักษณะ
สถาปัตยกรรมแบบจีน อายกุ วา่ 100 ปี ภายในจดั แสดงศิลปวตั ถทุ ่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม

อนั เป็ นเอกลกั ษณ์ของภาคใต้ อาคารพิพิธภณั ฑสถาน
แ ห่ ง ช าติ ส งข ล า มี ค ว าม โ ด ด เด่ น ด้ ว ย อ าค าร
สถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป ปลูกเป็ น เรือนหมู่ 4
หลงั เชื่อมติดกนั ดว้ ยระเบียงทางเดิน ดา้ นหน้าอาคารมี
สนามและมีอาคารโถงขนาบสองขา้ ง ประติมากรรมนูน
ต่าสลบั ลายภาพเขียนสี เป็ นรูปเทพเจา้ จีนและลายพนั ธุ์
พฤกษา จึงเป็ นพิพิธภัณฑ์ที่มาถึงสงขลาแล้วไม่ควร
พลาดมาถา่ ยภาพความงดงามของอาคารดงั กลา่ ว

วดั มชั ฌิมาวาส (วดั กลาง)

เป็นวดั ใหญ่และสาคญั ท่ีสุดในจงั หวดั สงขลา อายุ 400 ปี สร้างตอนปลายอยธุ ยา ภาย ในวดั มีโบราณสถานที่
น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ พระอุโบสถ สร้างสมยั รัชกาลท่ี 1

เป็ นศิลปะประยุกต์ไทย-จีน ภายในมีภาพ
จิตรกรรมฝาผนังที่ยงั อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น
ภาพท่าเรือสงขลาท่ีหวั เขาแดงท่ีมีการคา้ ขายกนั
คึกคัก ซุ้ม ป ระตู เป็ น ศิ ลป ะจีน กับ ยุโรป
นอกจากน้ี ภายในบริเวณวดั ยงั มี พิพิธภัณฑ์
ภทั รศิลป จดั แสดงโบราณวตั ถุ ซ่ึง รวบรวมได้
จาก เมืองสงขลา สทิงพระ ระโนด และ อ่ืนๆ
ของทางภาคใต้ ไว้อีกมาก เป็ นหลักฐาน ท่ี
สาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ ควรค่าแก่การศึกษา

30

ประติมากรรมพญานาคพ่นน้า

ประติมากรรมพญานาคพ่นน้า ต้งั อยู่บริเวณชายหาดสมิหลาริมถนนสะเดา ถือเป็ นสัญลักษณ์หน่ึงของ
จงั หวดั สงขลา เป็ นโครงการท่ีสรรคส์ ร้างข้ึนเพ่ือ ปรับปรุงภูมิทศั น์บริเวณ ชายหาดสมิหลาให้เป็ นสถานท่ี
พกั ผอ่ นของนกั ท่องเที่ยวและชาวสงขลา

โดยนาเอาคติความเช่ือเกี่ยวกับ พญานาคท่ีเช่ือว่า
“พญานาค” เป็ นสัญลกั ษณ์ของการ กาเนิดน้าและความ
อุดมสมบูรณ์ ชาวใตจ้ ึงนบั ถือพญานาคเป็น สิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิ
และกราบไหวข้ อพร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวติ

สะพานตินสูลานนท์

สะพานติณสูลานนท์ ท่ีชาวสงขลานิยมเรียกวา่ สะพานติณ หรือสะพานป๋ าเปรม สะพานขา้ มทะเลสาบท่ียาว
ที่สุด นบั เป็นสถานท่ีทอ่ งเท่ียวอีกแห่งหน่ึงของ จ.สงขลา สร้างข้ึนในสมยั ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
เป็ นนายกรัฐมนตรี

เพื่อ อานวยความสะดวกในการคมนาคมให้
รวดเร็วย่ิงข้ึน โดยไม่ตอ้ งรอขา้ มแพขนานยนต์
ซ่ึงมีไม่เพียงพอกบั ปริมาณรถยนตท์ ่ีเพ่ิมข้ึน ทา
ให้การเดินทางต้องใช้เวลานาน สะพาน
แบ่งเป็ น 2 ช่วง โดยเชื่อมเกาะยอท้ัง 2 ด้าน
และช่วงที่ 2 เช่ือมระหว่างตอนเหนือของเกาะ
ยอกบั ชายฝั่ง บา้ นเขาเขียว อ.สิงหนคร รวมท้งั
สองตอนมีความยาวท้งั สิ้น 2,640 เมตร นบั เป็ น
สะพ านคอนกรี ตข้ามทะเลสาบที่ ยาวที่ สุ ดใน
ประเทศไทย

31

เกาะยอ

เกาะยอเป็ นตาบลหน่ึงท่ีมีช่ือเสียงทางด้านการท่องเท่ียว กิจกรรมและแหล่งท่องเท่ียวบนเกาะยอ ไดแ้ ก่
สัมผสั วิถีชีวติ ชาวเกาะยอพกั ผอ่ นนอนโฮมสเตย์ รีสอร์ท และท่องเท่ียวไปยงั จุดท่ีน่าสนใจต่างๆบนเกาะยอ

ไดแ้ ก่ วดั แหลมพอ้ สถาบนั ทกั ษิณศึกษา และร้านกาแฟ
ร้านอาหารสุดชิล บนเกาะมีภูมิทศั น์ที่สวยงามเป็นเกาะ
ที่มีท้งั ภูเขา ที่ราบ แหลม อ่าว ซ่ึงเป็ นลกั ษณะท่ีโดดเด่น
และมีสะพานติณสูลานนท์ เช่ือมระหว่างเกาะยอกับ
ตาบลใกลเ้ คียงอนั ก่อใหเ้ กิดมีทิวทศั น์ ท่ีสวยงามยงิ่ ข้นึ ท่ี
น่าสนใจอีกอย่าง คือเกาะยอ เป็ นแหล่งเล้ียงปลากะพง
ขาวในกระชังในทะเลสาบสงขลา ทาให้บนเกาะมี
ร้านอาหารช้นั ดีมากมาย

สถาบนั ทกั ษิณคดีศึกษา

ต้งั อยบู่ นเนินเขาบนเกาะยอ จงั หวดั สงขลา ใกลเ้ ชิงสะพานติณสูลานนทช์ ่วงท่ี 2 ที่เช่ือมระหวา่ งเกาะยอกบั
เกาะใหญ่ ต้งั ข้นึ เมื่อ พ.ศ. 2521 เพอื่ ศึกษาเกี่ยวกบั ศิลปวฒั นธรรมของภาคใต้ มีพ้ืนที่ท้งั หมด 23 ไร่

อีกหน่ึงจุดเด่น คือ เป็นจุดชมทิวทศั น์ ที่สามารถมองเห็น
ทศั นียภาพที่สวยงามของทะเลสาบสงขลาในมุมสูงท่ีมี
สะพานเปรมตินสูลานนท์ทอดยาวผ่านทะเลสาบ และ
ภาพของบา้ นเรือนและกระชงั ปลากระพงที่ชาวบา้ นเล้ียง
ไว้ ซ่ึงเป็นวิถีชีวิตชาวประมงเกาะยอ

32

วดั แหลมพอ้

วดั แหลมพอ้ หรือวดั พระนอนวดั แหลม ต้งั อยทู่ ี่บา้ นสวนทุเรียน ตาบลเกาะยอ ริมทะเลสาบสงขลา เป็นวดั ที่
เก่าแก่และสาคญั วดั หน่ึง และเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีสาคญั ของจงั หวดั สงขลา

ประดิษฐาน พระนอนปางไสยาสน์ที่ใหญท่ ่ีสุด
ซ่ึงเป็นพระพทุ ธรูปปางปรินิพพานที่ใหญท่ ่ีสุด
ในประเทศไทย พระบาทมีลวดลายภาพศิลปะ
ท้งั น้ีเน่ืองดว้ ยท่ีต้งั วดั อยใู่ กลถ้ นนเชิงสะพาน
ติณสูลานนทฝ์ ั่งเกาะยอ จึงทาใหเ้ ป็นส่ิงที่สะดุด
ตาของผทู้ ี่ขบั รถผา่ นไปมา

หาดชลาทศั น์ล

หาดชลาทศั น์ เป็นชายหาดท่ียาวตอ่ เน่ืองมาจากหาดสมิหลา ลกั ษณะของหาดคอ่ นขา้ งเป็นเส้นตรง มีถนนช
ลาทศั น์เลียบแนวชายหาดและมีแนวตน้ สนใหค้ วามร่มร่ืนยาวตลอดหาด เนื่องจากหาดหนั ไปทางดา้ นทิศ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ

ในช่วงเชา้ จึงพอจะใชเ้ ป็นท่ีชมพระอาทิตยข์ ้ึน
ไดด้ ว้ ย จุดที่น่าสนใจของหาดชลาทศั น์ คือ
ช่วงกลางของหาดมีเวทีประชาชนเทศบาลนคร
สงขลา เป็นสวนสาธารณะที่พกั ผอ่ นหยอ่ นใจ
โดยการสร้างสนามเดก็ เลน่ ระหวา่ งแนวตน้ สน
เป็นสถานท่ีฝึกซอ้ มวอลเลยบ์ อลชายชายหาด
ของนกั กีฬา ช่วงเชา้ และเยน็ มีประชาชนมาปั่น
จกั รยานบนถนน ดา้ นทิศเหนือสุดแนวหาด
เช่ือมต่อกบั แหลมสมิหลามีวงเวยี นรูปป้ันคน
อา่ นหนงั สือเพ่ือใหค้ นไทยรักการอ่าน

33

สวนสาธารณหาดใหญ่ (หาดใหญเ่ คเบิล้ คาร์)

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นที่ต้งั ของ หาดใหญ่เคเบิ้ลคาร์ กระเชา้ ลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศ
ไทย กระเชา้ ลอยฟ้าหาดใหญ่ เป็นเส้นทางสักการะสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิซ่ึงประดิษฐานอยบู่ นยอดเขาคอหงส์จากพระ
พทุ ธมงคลมหาราชคอื สถานีท่ี 1 ไปยงั ทา้ วมหาพรหม สถานีท่ี 2 เบ้ืองหนา้ คือเจา้ แม่กวนอิม

ระหวา่ งทางจะไดช้ มทศั นียภาพที่สวยงามจาก
ยอดเขามองลงสู่เบ้ืองลา่ ง เห็นเมืองหาดใหญ่
และทะเลสาบสงขลา ภายในสถานีกระเชา้ ลอย
ฟ้ายงั สัมผสั ไดถ้ ึงความโปร่งสบายทนั สมยั และ
สามารถชมทศั นียภาพ ของเมืองหาดใหญไ่ ด้
โดยรอบ รวมไปถึงการบริการต่างๆ ที่เตรียมไว้
สาหรับนกั ทอ่ งเท่ียว อาทิ ร้านจาหน่ายของท่ี
ระลึก ร้านกาแฟ ส่วนบริการนกั ทอ่ งเที่ยว และ
เจา้ หนา้ ที่ท่ีคอยใหก้ ารบริการแก่ผมู้ าเยอื นดว้ ย
ความเตม็ ใจกบั การสัมผสั ประสบการณ์ใหม่
แห่งการท่องเท่ียว ท่ีแรกและที่เดียวในเมืองไทย

มสั ยดิ กลางสงขลา

มสั ยดิ กลางสงขลา ศูนยร์ วมจิตใจของชาวมสุ ลิมในสงขลา ที่นี่เป็นมสั ยดิ ท่ีใหญ่และอลงั การมากภายใน
ตกแตง่ ไดส้ วยงาม โลง่ โอ่โถง เหมาะแก่การทาจิตใจใหส้ งบและทาพธี ีกรรมตา่ งๆ ทางศาสนา

มสั ยิดกลางแห่งน้ีโดดเด่นจนสามารถมองเห็นไดอ้ ย่าง
ชดั เจน ต้งั แต่อยูบ่ นภูเขาในสวนสาธารณะหาดใหญ่กนั
เลยทีเดียว หากใครได้มาจังหวดั สงขลาแล้ว ต้องไม่
พลาดที่จะมาชมความงดงามของ มัสยิดกลางแห่งน้ี
มสั ยดิ แห่งน้ีไดร้ ับการขนานนามว่า “มาฮาลเมืองไทย ”
ยงิ่ มาในช่วงเวลาเยน็ ค่ามสั ยดิ เปิ ดไฟสวา่ งมีฉากหลงั ของ
ทอ้ งฟ้าเปล่ียนสีในยามเยน็ งดงามยงิ่ นกั

34

วดั หาดใหญใ่ น

ต้งั อยใู่ นในอาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา เป็นวดั ที่เก่าแก่อีกวดั หน่ึงของอาเภอหาดใหญ่ หน่ึงในสถานท่ี
เที่ยวชมวดั ที่สวย มีสิ่งสาคญั คือ เป็นวดั ท่ีประดิษฐานพระนอนขนาดใหญ่ยาว 35 เมตร สูง 15 เมตร

กวา้ ง 10 เมตร

ชื่อ พระพทุ ธหตั ถมงคล ท่ีวา่ กนั วา่ ใหญ่เป็น
อนั ดบั สามของโลก ที่นกั ทอ่ งเที่ยวท้งั ชาวไทย
และชาวตา่ งประเทศนิยมมากราบไหว้ ใตฐ้ าน
พระนอนมีการสร้างห้องพระไว้ ภายใน
ประดิษฐานพระหลายองค์ และเป็นที่บรรจุอฐั ิ
ของผทู้ ่ีลว่ งลบั ไปแลว้ โดยเปิ ดใหเ้ ขา้ ไดท้ ุกวนั
โดยทางเขา้ อยทู่ ี่ฐานพระดา้ นหลงั

พระมหาเจดียไ์ ตรภพไตรมงคล

พระมหาเจดียไ์ ตรภพ ไตรมงคล ต้งั อยบู่ นเขาคอหงส์ เป็นเจดียท์ ่ีมีความสวยงามโดดเด่น สร้างดว้ ยแส
ตนเลสท้งั หมด จดั สร้างข้ึนเพ่อื นอ้ มถวายเป็นพระราชกศุ ลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลเดช

เน่ืองในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบตั ิ 60 ปี ตวั
เจดีย์ เป็นการนาสแตนเลสเส้นกลมหลายขนาดมา
เช่ือมต่อเรียงกนั เป็นรูปของเจดีย์ ส่วนยอดเจดียท์ า
เป็นคลา้ ยปลอ้ งไฉน มีฉตั รอยบู่ นยอดสุด เป็น
เจดียอ์ งคแ์ รกท่ีสร้างข้ึนดว้ ยสแตนเลสท้งั องค์
เวลาตอ้ งแสงแดดจะเกิดส่องประกายสีเงินแวว
วาว ผสู้ ร้างคใ์ ชส้ แตนเลสเป็นวสั ดุหลกั ในการ
ก่อสร้าง เพ่ือแทนนยั แห่งความบริสุทธ์ิ

35

วดั เขาเกา้ แสน

วดั เก่าแก่ของจงั หวดั สงขลา ต้งั อยใู่ นอาเภอเมืองไม่ไกลจากหาดสมิหลา เป็นสถานท่ีติดกบั ริมทะเลไดพ้ ฒั นา
เป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยว สร้างทางเดินใหก้ บั นกั ท่องเท่ียว สามารถเดินไดอ้ ยา่ งสะดวกไปยงั บริเวณ หินศกั ด์ิสิทธ์ิ
ที่ต้งั อยรู่ ิมผา

ช่ือวา่ “หวั นายแรง” เนื่องจากที่น่ีต้งั อยบู่ นยอด
เขาทาใหส้ ามารถมองเห็นวิวของมองเห็นวิว
ทิวทศั น์ของชายหาดแหลมสมิหลา และเกาะ
หนูเกาะแมวไดอ้ ยา่ งสวยงาม สามารถเดินลงไป
ชายหาดเพ่ือสัมผสั หาดทรายสีขาวสะอาดได้
อยา่ งเพลิดเพลิน รวมท้งั เป็นจุดชมววิ พระ
อาทิตยข์ ้ึนที่สวยแห่งหน่ึง

พพิ ธิ ภณั ฑพ์ ะธามรงค์

พิพิธภณั ฑพ์ ธามะรงค์ หรือ บา้ นของตระกูลติณสูลานนท์ เป็นแหล่งท่องเท่ียวทางประวตั ิศาสตร์ท่ีสาคญั อีก
แห่งหน่ึงของ จดั สร้างข้นึ โดยกรมราชทณั ฑใ์ นสมยั ของนายสนิท รุจิณรงค์ อธิบดีกรมราชทณั ฑใ์ นขณะน้นั

ซ่ึงเป็นสถานที่ต้งั บา้ นพกั เดิมของบิดาของ ฯพณฯ พล
เอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและ รัฐบุรุษ
ซ่ึงเป็นชาวจงั หวดั สงขลา ตวั พิพิธภณั ฑเ์ ป็นเรือนไมย้ ก
พ้นื ช้นั เดียว หลงั คาทรงป้ันหยา 2 หลงั คู่ มีชานเปิ ด โล่ง
เชื่อมถึงกนั ภายในมีการจดั แสดงขา้ งของเคร่ืองใชข้ อง
ครอบครัวติณสูลานนทใ์ นอดีตและประวตั ิสกลุ วงศ์

บรรณานุกรม

ยา่ นเมืองเก่า สงขลา https://www.museumthailand.com/
สถานที่สาคญั ใน เมืองสงขลา https://th.tripadvisor.com/
โครงการอา่ งเกบ็ น้าคลองหลา https://www.rid.go.th/
จงั หวดั สงขลา https://th.wikipedia.org/
ประวตั ิความเป็นมา https://www.songkhla.go.th/


Click to View FlipBook Version