~1~
~2~
ธรรมนูญโรงเรยี น
โรงเรยี นจา่ นกร้อง
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
~ก~
ธรรมนญู โรงเรียนจา่ นกรอ้ ง
พทุ ธศกั ราช 2564
เอกสารวิชาการ ลำดบั ท่ี 1/2564
ปีทพ่ี มิ พ์ พ.ศ. 2564
จัดพมิ พโ์ ดย โรงเรียนจา่ นกรอ้ ง
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาพิษณโุ ลก อุตรดิตถ์
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
~ข~
ประกาศโรงเรยี นจ่านกร้อง
เรือ่ ง การใช้ธรรมนญู โรงเรียนจ่านกร้อง พุทธศกั ราช 2564
…………………………………….
ตามท่ีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีนโยบายให้สถานศึกษาจดั ทำ
ธรรมนูญโรงเรียนเพื่อรวบรวมระเบียบ ข้อกำหนด รวมท้ังแนวปฏิบัติของสถานศึกษาไว้ให้
เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจกบั บคุ คลที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถกู ตอ้ ง
และเหมาะสมกับระเบียบปฏิบัติ วัฒนธรรมประเพณีและขนบธรรมเนียมอันดีงามของ
สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นสำคัญ ในการน้ี โรงเรียนได้ดำเนินการจัดทำธรรมนูญโรงเรียน
ใหเ้ ป็นไปตามเจตนารมณแ์ ละนโยบายดงั กล่าวแล้ว
โรงเรียนจ่านกร้อง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน
โรงเรียนจ่านกร้อง ตามมติการประชุมคร้ังที่ 4/2564 เม่ือวันท่ี 14 กรกฎาคม พ.ศ.
2564 ให้โรงเรียนประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรียนจ่านกร้อง พุทธศักราช 2564 ตั้งแต่ ปี
การศกึ ษา 2564 เปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
(นายเฉลยี ว คำดี)
ผู้อำนวยการโรงเรียนจา่ นกร้อง
~ค~
คำนำ
โรงเรียนจ่านกร้อง มีความประสงค์ที่จะรวบรวมประวัติการจัดตั้งโรงเรียนจ่านกร้อง รวมท้ัง
ความมุ่งหมาย หลักเกณฑ์ระเบียบและแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนให้สอดคล้องกับบริบท
เหมาะสมกับการเป็นโรงเรียนท่ีมุ่งมั่นพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมมีวินัย มีความรู้
ความสามารถ มีความรักสามัคคีในหมู่คณะ รู้จักการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม มีความ
กตัญญูกตเวที จงรกั ภักดีตอ่ ชาตศิ าสนาพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองทด่ี ีของสังคมท้ังในปัจจบุ ันและ
อนาคตพร้อมชว่ ยกันพัฒนาชาติบา้ นเมืองให้เจริญรุ่งเรอื งม่ันคงตอ่ ไป จงึ จดั ทำ“ ธรรมนูญโรงเรียนจ่า
นกร้อง”ฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นคู่มือและแนวทางการบริหารจัดการภารกิจของโรงเรียน
ให้บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ให้โรงเรยี นใหม้ ีความเจริญมั่นคงสถาพรสบื ไป
อน่ึงธรรมนูญ โรงเรียนนี้ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกซ่ึงอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในอนาคต
เพื่อใหเ้ กิดความสอดคล้องกับบรบิ ทของสังคม ประเทศชาตแิ ละประโยชนข์ องโรงเรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนขอขอบคุณทุกท่านท่ีมีส่วนเก่ียวข้องในการร่างธรรมนูญโรงเรียนน้ีให้สำเร็จตาม
ความมุ่งหมาย เพื่อนำไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ ละความเจริญรุ่งเรอื งมั่นคงสถาพรของโรงเรียนจา่ นกร้อง
ตลอดไป
โรงเรยี นจ่านกร้อง
~ง~
สารบัญ
คำนำ
สารบัญ
ขอ้ มูลท่ัวไปโรงเรียนจ่านกรอ้ ง
หมวดท่ี 1 บทท่ัวไป
หมวดที่ 2 นโยบายโรงเรยี น
หมวดที่ 3 รปู แบบการจัดการศกึ ษา
หมวดท่ี 4 ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา
หมวดท่ี 5 นักเรยี น
หมวดที่ 6 คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
หมวดที่ 7 วัฒนธรรมโรงเรยี นจา่ นกร้อง
หมวดที่ 8 การประกาศใช้ธรรมนญู โรงเรียน
~1~
ขอ้ มูลทั่วไปโรงเรียนจ่านกรอ้ ง
สภาพท่วั ไปของโรงเรียนจ่านกร้อง
โรงเรียนจ่านกร้อง เป็นสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ประเภท โรงเรียนหลัก ขนาดใหญ่พิเศษ
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รหัสโรงเรียน 65100256 (โรงเรียนมัธยมศึกษา
สังกัดกรมสามัญศึกษาเดิม) เปิดทำการสอนในระดับ ชว่ งช้ันที่ 3 และช่วงช้ันชั้นท่ี 4 (มธั ยมศกึ ษาปีท่ี
1–มัธยมศึกษาปีที่ 6) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 23/17 ถนนจ่านกร้อง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก
จังหวัดพิษณุโลก 65000 มีพื้นท่ี 12 ไร่ 1 งาน 2 ตารางวา โทรศัพท์ติดต่อหมายเลข 0-5524-
2588, 0-5525-8420 หมายเลขโทรสาร0-5524-5743 Website : http://www.jr.ac.th ใน
ปีการศึกษา 2563 มนี ักเรยี น 2,259 คน ผูบ้ รหิ ารโรงเรยี นคือ นายเฉลยี ว คำดี
ประวัติโดยย่อของโรงเรียนจ่านกร้อง
โรงเรียนจ่านกร้อง ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2504 เปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษา
ตอนปลาย นายมานะ เอ่ียมสกุล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนพษิ ณุโลกพิทยาคม รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่
ในปี 2505 นายสนิธ บำรุงพันธ์ รักษาการตำแหน่งครูใหญ่ก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 004 ขนาด 8
ห้องเรียน 1 หลัง โดยใช้บริเวณโรงเรียนการช่าง (โรงเรียนช่างไม้เดิม) จึงอาศัยเช่าท่ีบริเวณวัดคูหา
สวรรค์ เป็นสถานที่ก่อสร้างเม่ือวันท่ี 11 ธันวาคม 2505 ได้ย้ายออกจากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม
ต่อมาในปี 2519 กรมสามัญศึกษา อนุมัติให้ยุบโรงเรียนระดับประถมศึกษาจัดต้ังเป็นโรงเรียน
มัธยมศึกษา ปี 2520 เริ่มการจัดการเรียนการสอนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังจากน้ันกรมสามัญศึกษา
และคณะกรรมการศึกษาจัดซ้ือท่ีดินเพ่ิม 2 ไร่ 1 งาน และปี 2523 เร่ิมจัดการเรียนการสอนช้ัน
มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ปจั จุบัน โรงเรียนจ่านกรอ้ งเปดิ สอน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-6
ท่ีตัง้ ของโรงเรียนจ่านกร้อง
เลขท่ี 23/17 ถนนจ่านกร้อง ตำบลในเมอื ง อำเภอเมือง จงั หวัดพษิ ณุโลก รหสั ไปรษณีย์ 65000
สัญลักษณ์ของโรงเรียนจา่ นกร้อง
สญั ลักษณโ์ รงเรยี นจ่านกร้อง
~2~
สปี ระจำโรงเรียน ชมพู-ขาว
ปรัชญา ของโรงเรยี น
เรียนดี กฬี าเดน่ เนน้ มารยาท เปรอ่ื งปราชญศ์ ลิ ป์
คติพจน์ ของโรงเรียน
ผหู้ มน่ั เสมอ ย่อมมีโอกาสสำเร็จ
อตั ลักษณ์ ของนักเรียนโรงเรยี น
แสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรค์
เอกลักษณ์ ของโรงเรยี น
กิจกรรมดี ดนตรีเดน่ เนน้ เทคโนโลยี
วสิ ัยทศั น์
โรงเรยี นจ่านกร้องเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยพี ัฒนาการเรยี นรู้ มุ่งสมู่ าตรฐานสากล
ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ขอ้ มูลพนื้ ฐานของโรงเรียนจ่านกร้อง (ข้อมูลปกี ารศกึ ษา 2564)
จำนวน ปที ี่ งบประมาณ หมายเหตุ
(หลัง) สรา้ ง (บาท)
ท่ี อาคาร แบบ พ.ศ.
180,000
1 บ้านพักครู1 202ก 1 2523 6,375,000
220,000
2 อาคารเรยี น1 424ล. 1 2526 208,000
6,000,000
3 บา้ นพกั คร2ู 204 1 2528
89,000
4 บา้ นพักคร3ู 204 1 2529 89,000
3,120,000
5 อาคารเรียน2 424ล. 1 2529 4,200,000
156,000
6 หอ้ งน้ำหอ้ งส้วมหญิง1 กรมสามัญ 1 2530 180,000
42,864,000
7 หอ้ งน้ำหอ้ งส้วมชาย1 กรมสามญั 1 2531 120,000
18,688,000
8 อาคารโรงฝกึ งาน 306 ส/27 1 2531
9 อาคารหอประชุม 101 ล/27 1 2532
10 ห้องนำ้ หอ้ งส้วมหญงิ 2 6 ท่ี/27 1 2533
11 หอ้ งนำ้ ห้องส้วมหญิง3 6 ที/่ 27 1 2535
12 อาคารเรียน3 พิเศษ 7 ชัน้ 1 2535
13 บ้านพัก นกั การภารโรง 1 2537
14 อาคารเรียน4 318 ล./55-ก 1 2559
~3~
ทำเนียบผ้บู ริหารโรงเรียนจ่านกรอ้ ง
ลำดับท่ี ชอื่ – สกุล ปที ่ดี ำรงตำแหนง่
1 นายมานะ เอ่ยี มสกุล 2504-2505
2 นายสนิท บำรงุ พันธ์ 2505-2514
3 นายฉลอง สายหยุด 2514-2528
4 นายสงวน คงชู 2528-2534
5 นายประถม ทองคำพงษ์ 2534-2536
6 นายฉลอง เกษน้อย 2536-2539
7 นายเอกศักดิ์ พนั ปี 2539-2540
8 นายธงชยั จกั กาบาตร์ 2540-2544
9 นายองอาจ สุขแสงสุวรรณ 2544-2554
10 นายช่วยชาติ ตันตระกูล 2554-2559
11 นายเสน่ห์ เทศนา 2559-2562
12 นายเฉลียว คำดี 2562-ปัจจบุ ัน
คณะกรรมการ แผนผงั โครงสร้างก~าร6บร~หิ
สถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน ผู้อำนวยการ
กลุม่ บริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณ สำนักอำน
และบุคคล
- งานสำนักงาน - งานสำนกั งาน
- งานแผนงานบริหารวิชาการ - งานสำนักงาน - งานประชุมภายใ
- งานพัฒนาหลักสูตร - งานสารบรรณโรงเรยี น - งานพฒั นาขอ้ มูล
- งานตารางสอนและการจดั ชั้นเรียน - งานงบประมาณและแผนงาน สำนักอำนวยการ
- งานพัฒนากระบวนการเรยี นร้ขู อง - งานเลขานกุ ารคณ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ - งานแผนงานและวเิ คราะห์ สถานศึกษาข้ันพน้ื ฐา
- งานทะเบียน วดั ผลประเมินผล งบประมาณ - งานสหวิทยาเขต“
การเทยี บโอนผลการเรยี นและศนู ย์ GPA - งานสนับสนุนการจ
- งานวิจัยเพ่อื พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา พฒั นา - งานกำกบั ติดตามและประเมนิ - งานคณะกรรมการ
คณุ ภาพนักเรียน โครงการ - งานประสานตดิ ตา
- งานนเิ ทศเพอ่ื พฒั นาการศึกษาและ - งานการเงนิ และบัญชี การปฏบิ ัติงานของห
งานฝึกประสบการณ์วิชาชีพ - งานพัสดแุ ละสนิ ทรัพย์ โรงเรยี น
- งานสง่ เสรมิ พฒั นาแหลง่ เรียนรู้และหอ้ งสมุด - งานสารสนเทศเพอ่ื การบริหาร - งานสมาคมศษิ ย์เก
- งานศนู ย์ Resource Center และพฒั นาสอ่ื - งานขอ้ มลู สารสนเทศปจั จัยพนื้ ฐาน - งานดนตรี-ดุรยิ างค
นวัตกรรมการเรียนการสอน นกั เรยี นยากจนและยากจนพเิ ศษแบบมี - งานอืน่ ท่ีได้รับมอบ
- งานศนู ยค์ อมพวิ เตอร์ เงื่อนไข
- งานศนู ย์สะเต็มศึกษา - งานบุคคล
- งานประกันคณุ ภาพการศึกษา
- งานหอ้ งเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ - งานลงเวลาปฏบิ ัติหนา้ ทรี่ าชการ/
(Gifted Program) การลา/การไปราชการ
- งานโรงเรียนมาตรฐานสากล
- งานวัดผลระดบั ชาติและส่งเสริม - งานปรับปรงุ ตำแหนง่ /บรรจุแต่งตง้ั /
ความเป็นเลิศทางวชิ าการ อัตรากำลงั
- งานกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนและ
กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ - งานพฒั นาบุคลากร
- งานศึกษาคน้ คว้าอิสระ (IS) - งานการขอเครอ่ื งราชย์
- งานขบั เคลอื่ นการเรียนการสอน - งานเลอื่ นขนั้ เงนิ เดอื น
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - งานเชดิ ชเู กยี รติ
- งานการศกึ ษาเพื่อการมงี านทำ - งานทะเบยี นประวัติ
- งานกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 8 กลมุ่ สาระ - งานดแู ลเวรยามรกั ษา
- งานอื่นทไี่ ด้รบั มอบหมาย ความปลอดภยั
- งานพัฒนาวชิ าชีพครู
- งานอน่ื ที่ไดร้ บั มอบหมาย
หารงานโรงเรยี นจ่านกร้อง คณะกรรมการ
รโรงเรยี น ชมรมครู-ผปู้ กครอง
นวยการ กลมุ่ บริหารทวั่ ไป กลมุ่ บรหิ ารกจิ การนกั เรียน
และกจิ กรรมชมุ ชน
ในโรงเรยี น - งานสำนกั งาน
ลสารสนเทศ - โภชนาการ - งานสำนกั งาน
- งานอนามยั โรงเรยี น - งานแผนงาน สารสนเทศ และ
ณะกรรมการ - งานประชาสัมพนั ธ์
าน - งานโครงการโรงเรยี นสะอาด ติดตามประเมนิ ผลของกล่มุ บรหิ าร
“วงั จนั ทน์” - งานอาคาร สถานท/่ี สิง่ แวดล้อม กิจการนกั เรียนฯ
จดั การศึกษา สาธารณปู โภคและลูกจา้ ง - งานระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน
รบริหารโรงเรยี น - งานเทคโนโลยีทางการศกึ ษา - งานปกครองนกั เรียน
าม กำกบั ดแู ล - งานยานพาหนะ - งานป้องกนั แกไ้ ขปญั หายาเสพติด
หนว่ ยงานภายใน - งานอ่ืนทไี่ ดร้ ับมอบหมาย และโรงเรียนสขี าวปลอดยาเสพตดิ
- งานโครงการ To be number one
กา่ - งานสานสัมพนั ธบ์ า้ น-โรงเรียน
ค์ - งานเย่ียมบา้ นนกั เรียน
บหมาย - งานเครือขา่ ยผปู้ กครอง
- งานระดับช้นั และครูท่ีปรกึ ษา
- งานเวรประจำวนั ครแู ละบุคลากร
โรงเรยี น
- งานสภานักเรียนและสารวตั รนักเรียน
-งานประกนั อุบตั ิเหตุนกั เรยี นและ
บคุ ลากร
- งานจราจร ขบั ขป่ี ลอดภัย และ
ยวุ ชนประกันภยั
- งานกิจกรรมชมุ ชนและกจิ กรรม
เพ่ือสังคม
- งานธนาคารโรงเรียน
- งานโรงเรยี นคุณธรรม สพฐ.
- งานอน่ื ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
~6~
เกยี รตปิ ระวัตโิ รงเรียน
ปีการศึกษา 2550 วงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนจ่านกร้อง ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าสยามบรมราชกมุ ารี Champ of the Champ จากโมเดิร์นไนน์ทวี ปี ีท่ี 2
ปีการศึกษา 2551 วงดนตรีลูกทุ่งโรงเรียนจ่านกร้องได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จากสยามกลการยามาฮา่ /ชนะเลศิ OTOP
ปีการศึกษา 2552 ได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class
Standard School) และได้รับรางวัลเหรียญทองดีเย่ียม หน่ึงโรงเรียนหน่ึงนวัตกรรม จากสำนักงาน
เลขาธิการคุรุสภา
ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบลูกเสือรางวัลโรงเรียน
ประชาธิปไตยตน้ แบบ จากสำนักนายกรฐั มนตรี
ปีการศึกษา 2556 ชนะเลิศการประกวดระเบียบแถว ลูกเสือ เนตรนารี ระดับประเทศ
สำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
ปีการศึกษา 2561 ชนะเลิศและได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนสมาชิก ศอ.ปส.ย.ภาค 6
เข้าร่วมการแข่งขันประกวดกองเชียร์จากการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน ศอ.ปส.ย.ระดับประเทศ
ประจำปี 2561 จากสำนกั งานปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ ภาค 6
ปีการศึกษา 2561 ชนะเลิศระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 การประกวดภาพยนตร์ส้ันภายใต้
แนวคิด “เพิ่มเวลารับรู้แบบ Active Learning ได้เรียนอย่างมีความสุข ได้รู้จากการลงมือทำ ได้ใช้
ในชีวติ จรงิ ” จากสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐานกระทรวงศกึ ษาธิการ
ปีการศึกษา 2562 รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
(Office of the Basic Education Commission Quality Award : OBECQA) ข อ ง โค ร ง ก า ร
โรงเรยี นมาตรฐานสากล ปี 2562
ปีการศึกษา 2562 รางวัลชนะเลิศ การประกวดผลงานโครงการส่งเสริมการบูรณาการ
ทำนุบำรุงศลิ ปวัฒนธรรมสูก่ ระบวนการเรยี นการสอน จากมหาวิทยาลัยนเรศวร
~7~
แผนผงั โรงเรยี น แสดงท่ีต้งั อาคารเรียนและอาคารประกอบ
~8~
บรบิ ทของโรงเรียน
๑. จดุ แขง็ (Strengths)
โรงเรยี นมโี ครงสร้างและนโยบายของสถานศึกษาท่ีชัดเจน มกี ารใช้เทคโนโลยีในการบรหิ าร
จดั การ บคุ ลากรมีความรู้ตรงกบั สาขาวชิ าทีส่ อน มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรยี นการสอน และมี
การพัฒนาตนเองเสมอทำให้การจดั การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ โรงเรียนมีความพร้อมดา้ นวสั ดุ
อปุ กรณ์ และสิง่ อำนวยความสะดวก มกี ารจัดการเรยี นการสอนใหส้ อดคล้องกับความถนัดและเต็ม
ตามศกั ยภาพของผเู้ รยี นและมีการป้องกนั ตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยผูเ้ รยี นในดา้ นต่าง ๆ ได้
การเบกิ จา่ ยเงินเป็นไปตามข้นั ตอนและโปร่งใส
๒. จุดออ่ น (Weaknesses)
ผูเ้ รยี นมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนคอ่ นข้างต่ำ
๓. โอกาส (Opportunities)
นโยบายระดบั ชาติสนับสนนุ ให้โรงเรียนมกี ารประกนั คุณภาพการศึกษา เทคโนโลยีกา้ วหนา้
รวดเรว็ สามารถสร้างส่ือการเรียนรไู้ ด้หลากหลาย การเขา้ ถึงข้อมลู ต่างๆ มีความรวดเร็วและชดั เจน
โรงเรียนตง้ั อยูใ่ นสภาพแวดล้อมสังคมท่ีดี ใกล้แหลง่ เรียนรู้ทีห่ ลากหลาย ชุมชนให้การยอมรับ เชือ่ ถือ
ศรัทธาและให้ความร่วมมือในทกุ ๆ ดา้ น ผู้ปกครองสว่ นใหญ่มคี วามพร้อมดา้ นเศรษฐกิจ
๔. อปุ สรรค (Threats)
นโยบายระดับชาติเปลย่ี นแปลงบ่อยคร้ัง ความผันผวนในเศรษฐกจิ ระดบั มหภาค วฒั นธรรม
ตา่ ง ๆ เรมิ่ เปลีย่ นแปลง การใชเ้ ทคโนโลยใี นการสบื คน้ และมีเวบ็ ไซต์ท่ีไมเ่ หมาะสมเปน็ จำนวนมาก
รปู แบบการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาของโรงเรียนจา่ นกรอ้ ง
~9~
บทเพลงและทำนองมารช์ โรงเรียนจา่ นกรอ้ ง
ชมพขู าวพราวเด่นเป็นสงา่ ปวงประชาใฝจ่ ิตเปน็ มติ รขวญั
เรา จ.ร. รักยง่ิ ดงั่ ชีวนั ต่างผกู พนั มนั่ อยูม่ ริ ู้วาย
ชว่ ยสร้างเสรมิ วิทยาให้กล้าแกรง่ ชว่ ยเป็นแรงหนุนเน่อื งเปร่ืองทุกสาย
เรารำลึกบญุ คุณมิเสอื่ มคลาย ขอฝากกายไวช้ อ่ื ใหล้ อื ชา
เมอ่ื ยามเรียนเราเรียนตา่ งเพียรพาก แมเ้ หน่ือยยากเรายอมด้วยหวังผล
ถึงคราวเลน่ เล่นจริงท่วั ทุกคน หวังฝึกตนฝึกใจใฝ่ทางดี
~ 10 ~
หมวดที่ 1
บททั่วไป
มาตรา 1 นยิ ามศพั ท์
1. “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนจ่านกร้อง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
พษิ ณุโลก อตุ รดิตถ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
๒. “ครู” หมายถงึ ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาทป่ี ฏิบัติการสอนของโรงเรียนจ่านกร้อง
๓. “นกั เรยี น” หมายถงึ นกั เรียนปัจจุบนั ของโรงเรียนจ่านกร้อง
๔. “คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน” หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ของโรงเรียนจา่ นกร้อง
๕. “ธรรมนูญโรงเรียน”หมายถึง เอกสารหลักฐาน เป็นข้อกำหนดท่ีกำหนดขึ้นของ โรงเรียน
จา่ นกรอ้ ง โดยความเห็นชอบคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐานโรงเรยี นจา่ นกร้อง โดยมบี ุคคลที่เป็น
ผู้แทนของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดทำ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครู
คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน และผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย
เพ่ือให้โรงเรยี นนำไปใชเ้ ป็นกรอบในการบริหารภารกจิ ใหเ้ กิดประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลเปน็ ไปตาม
จุดประสงค์ของโรงเรยี น
๖. ธรรมนูญโรงเรียนใหม้ ผี ลตัง้ แตว่ นั ท่ีโรงเรียนประกาศใชเ้ ปน็ ต้นไป
มาตรา ๒ ธรรมนูญโรงเรียนจ่านกร้องพุทธศักราช ๒๕๖๔ มีเจตนาเพ่ือรวบรวมระเบียบ ข้อบังคับ
นโยบาย หรือแนวปฏิบัติที่เป็นวัฒนธรรมขององค์กร หากมีมาตราใดหรือข้อความใดขัดกับ
ข้อกฎหมายทที่ างราชการกำหนด ใหถ้ ือปฏิบัติตามขอ้ กฎหมายน้ัน ๆ เป็นสำคัญ
หมวดท่ี 2
นโยบายโรงเรียน
มาตรา ๓ วตั ถปุ ระสงค์ของโรงเรยี น
1. เพือ่ ขยายโอกาสและส่งเสริมความเทา่ เทียมในการได้รับการศกึ ษาระดบั มธั ยมศึกษา
2. เพื่อยกระดบั คุณภาพมาตรฐานของสถานศึกษาให้มีความพร้อมเพื่อพฒั นาสู่
มาตรฐานสากล
3. เพือ่ สร้างความเข้มแขง็ ในการบริหารจัดการศกึ ษา เพ่อื รองรับการกระจายอำนาจ
มาตรา ๔ โรงเรียนกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพทางด้านความรู้
ความสามารถอย่างสงู สุดตามมาตรฐานของโรงเรยี น ดงั ต่อไปนี้
1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล บนพน้ื ฐานความเป็นไทย
2. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาเปน็ บคุ คลแห่งการเรยี นร้มู ุง่ สู่สากล
3. โรงเรียนเปน็ องค์กรแห่งการเรยี นรแู้ ละมีระบบการบริหารท่ีมคี ุณภาพตาม
มาตรฐานสากล
~ 11 ~
4. ผปู้ กครองและชมุ ชน มคี วามเช่ือมัน่ และพึงพอใจต่อการบริหารจัดการศึกษาของ
โรงเรียน
มาตรา ๕ โรงเรยี นกำหนดแนวทางเพอ่ื ยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษา ทงั้ ด้านผู้เรียน ด้านกระบวนการ
บริหารและการจัดการ และด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพ่ือความ
เป็นเลิศและมาตรฐานสากลโดยมกี ลยุทธ์ ดังน้ี
กลยทุ ธท์ ี่ 1 พฒั นาผู้เรียนให้มคี วามร้คู วามสามารถและมคี ุณภาพไดม้ าตรฐานระดบั สากล
กลยทุ ธท์ ่ี 2 พัฒนาหลกั สตู รและกระบวนจดั การเรยี นการสอนอิงมาตรฐานสากล
กลยุทธ์ท่ี 3 พัฒนาการบรหิ ารจัดการดว้ ยระบบคุณภาพระดับมาตรฐานสากล
กลยทุ ธ์ที่ 4 พัฒนาคุณภาพแหล่งเรียนร้ใู ห้เอ้ือตอ่ การเรยี นรู้
หมวดท่ี 3
รปู แบบการจัดการศึกษา
มาตรา 6 โรงเรียนมรี ูปแบบการจัดการศกึ ษาเพ่ือมุง่ พฒั นานกั เรยี นใหม้ ี คุณภาพตามมาตรฐานสากล
บนพืน้ ฐานความเปน็ ไทย
มาตรา 7 โรงเรียนจัดการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ถึง
มัธยมศึกษาปีท่ี 6 การจัดแผนการเรียนในแต่ละระดับชั้น เป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน
นักเรยี นต่อหอ้ งเป็นไปตามกฎกระทรวงศึกษาธกิ าร
มาตรา 8 หลกั สตู รสถานศึกษา
โรงเรียนจัดการบริหารหลักสูตรและการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือให้นักเรียน
มีความรู้ความสามารถในทุกแขนงวิชาเป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดการศึกษาของโรงเรียน เพ่ือให้
นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะทางสังคม เต็มตาม
ศักยภาพ โดยหลกั สูตรสถานศกึ ษา มีองคป์ ระกอบดงั น้ี
1. หลักสูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
2. หลกั สตู รรายวชิ าเพิม่ เตมิ (ท้องถนิ่ ) ใหเ้ ปน็ ไปตามเป้าหมายของโรงเรยี นกำหนด
3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ประกอบดว้ ย
3.1 กิจกรรมลูกเสอื /กจิ กรรมนกั ศกึ ษาวิชาทหาร
3.2 กจิ กรรมชมุ นุม/ชมรม
3.3 กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
3.4 กิจกรรมแนะแนว
~ 12 ~
มาตรา 9 โรงเรียนต้องให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดย
การพัฒนาและนาระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการส่ือสารมาเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาระบบ
บรหิ ารจดั การ และระบบการจดั การเรยี นร้ขู องผู้เรยี นให้ทันยคุ สมยั และมปี ระสิทธิภาพสูงสุด
มาตรา 10 โรงเรียนตอ้ งมีการวจิ ัยหลกั สูตรหรอื วจิ ัยสถาบนั อย่างน้อยปีละ 2 เร่อื ง เพอื่ นำผลการวิจัย
มาปรบั ปรุง พัฒนา คุณภาพของโรงเรียนอยา่ งต่อเนื่อง
มาตรา 11 โรงเรยี นต้องมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพ่ือการส่งเสริม พัฒนา การป้องกัน และการ
แก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียน เพ่ือให้นกั เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจติ ใจทเ่ี ข้มแข็ง มี
คุณภาพชวี ติ ท่ดี ี มที กั ษะการดำรงชวี ิตและรอดพ้นจากวกิ ฤตทิ ้งั ปวง
หมวดที่ 4
ครู และบคุ ลากรทางการศึกษา
มาตรา 12 ผ้อู ำนวยการโรงเรียนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปน้ี
1.วางแผนการจัดการศึกษาและปฏิบัติงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมายกฎระเบียบ
ข้อบังคับของทางราชการ
2.กำหนดวิธีดำเนนิ งานและตดิ ตามผลด้านวิชาการงบประมาณบุคลากรกิจการนักเรียนและ
บรหิ ารทั่วไป
3.จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาควบคุมการเรียนการสอนการวัดผลการศึกษาให้
เป็นไปตามหลกั สตู ร
4. ปฏิบัติติหน้าท่ีรับผิดชอบดำเนินงานเก่ียวกับงานที่ได้รับมอบอำนาจต่างๆที่กำหนดเป็น
อำนาจหนา้ ทที่ ่ีตอ้ งปฏิบัติ
5. ควบคุมดูแลปกครองจัดระบบงานโรงเรียนจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานขอบข่ายภาระ
งานมอบหมายงานใหเ้ หมาะสมกับความสามารถของบุคลากร
6. ติดตามให้คำปรึกษาแก้ปัญหาและนิเทศครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนให้
สามารถปฏบิ ตั ติ ามหน้าที่ได้อยา่ งถกู ต้องครบถว้ น
7. ดูแลสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนและส่งเสริม
สนับสนุนใหม้ ีการพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
8. ส่งเสรมิ และสรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งผ้ปู กครองและชมุ ชน
9. เขา้ ร่วมประชมุ คณะกรรมการตา่ งๆตามทีไ่ ดร้ ับการแตง่ ตั้ง
10. จัดให้มีการวิเคราะห์วิจัยประเมินผลและรวบรวมข้อมูลจัดทำรายงานประจำปีของ
สถานศึกษาจัดทำสถิติต่างๆเป็นสาระสนเทศท่ีสำคัญโดยนำเทคนิคและวิธีการใหม่ใหม่มาใช้เพื่อ
ปรบั ปรุงการเรียนการสอนและพัฒนาโรงเรยี นให้ได้มาตรฐานเป็นทนี่ ิยม
11. ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐและเอกชนเพ่ือประโยชน์ของโรงเรียนและ
ชมุ ชน
~ 13 ~
12. ดำเนินการตามความเห็นชอบและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พนื้ ฐานของโรงเรยี นจา่ นกร้อง
13. ปฏิบัตหิ น้าที่อ่ืนๆตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
มาตรา 13 รองผู้อำนวยการโรงเรยี นมีบทบาทหน้าที่ ดงั ต่อไปน้ี
1. ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษาโดยปฏิบัติงานตามท่ีได้รับมอบหมายจาก
ผู้อำนวยการสถานศึกษาในการช่วยบริหารกิจการของสถานศึกษาการวางแผนการปฏิบัติงานการ
ควบคุมกำกับดูแลเกีย่ วกับการบริหารงานวชิ าการ บรหิ ารงบประมาณ บริหารงานบุคคล บรหิ ารท่ัวไป
ความสมั พันธ์กับชุมชนและงานอื่นทเ่ี ก่ียวข้องหรือที่ไดร้ บั มอบหมาย
2.บริหารกิจการของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับนโยบายและ
วตั ถุประสงค์ของสถานศึกษา
3.วางแผนพฒั นาการศึกษาประเมินและรายงานผลการจดั การศึกษา
4.จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการจัดกระบวนการเรียนรู้การพัฒนาสือ่ นวัตกรรม
และเทคโนโลยีทางการศึกษาการนเิ ทศและการวัดผลประเมินผล
5.ส่งเสริมและจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งในระบบนอกระบบและตาม
อธั ยาศยั
6.จัดทำระบบประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
7.การบริหารการเงินการพสั ดุและทรัพย์สนิ
8. วางแผนการบริหารงานบุคคลการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานวินยั และการ
รกั ษาวินยั ยการดำเนินการทางวินยั ยและการออกจากราชการ
9 .จั ด ท ำ ม า ต ร ฐ า น แ ล ะ ภ า ร ะ ง า น ข อ ง ค รู แ ล ะ บุ ค ล า ก ร ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า ใน ส ถ า น ศึ ก ษ า
ประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานของกูและบุคลากรทางการศึกษา
10.ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาให้มีการพฒั นาอย่างต่อเน่ือง
11.ประสานความร่วมมือกับชุมชนและท้องถ่ินในการระดมทรัพยากรเพ่ือการศึกษาและ
ใหบ้ ริการวิชาการแกช่ ุมชน
12.จดั ระบบควบคมุ ภายในสถานศกึ ษา
13.จดั ระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
14. ปฏิบัตหิ น้าทอ่ี ื่นๆตามท่ีไดร้ ับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรยี น
มาตรา 14 คุณสมบตั ิของครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
1.มีความรัก ความสามารถและคุณธรรมในวิชาการโดยเฉพาะวชิ าที่สอน
2.ศึกษาหาความรู้วิธีการสอนวิธีประเมินผลการใช้หนังสือเรียนและคู่มือการเรียนการสอน
ตามหลักสตู ร
3.มคี วามร้คู วามสามารถในการวเิ คราะห์สภาพเศรษฐกจิ และสงั คมของท้องถิน่
4.มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานในหน้าที่ให้ได้ผลตามนโยบายของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
~ 14 ~
5มีความร้คู วามเข้าใจมเี จตคติท่ดี แี ละประพฤตปิ ฏิบัติตามระเบยี บวินยั ของทางราชการ
6.ทำการสอนอบรมนักเรยี นปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบคำสั่งประกาศและนโยบายของทาง
ราชการ
7.เอาใจใส่ในการสอนปรับปรุงการเรียนการสอนอยา่ งสม่ำเสมอ
8.ส่งเสริมและเผยแพร่การปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมขุ
9.อบรมสั่งสอนและเผยแพร่ความรู้ปลูกฝังวัฒนธรรมค่านิยมและเอกลักษณ์ไทย มีความ
ภาคภูมิใจในทอ้ งถิ่นและความเปน็ ไทย
10.ส่งเสริมความสามัคคใี นหมคู่ รนู ักเรียนและผู้ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
มาตรา ๑๕ โรงเรียนควรจัดหาเจ้าหน้าที่และบุคลากรเพ่ือปฏิบัติหน้าที่ ท่ีไม่เก่ียวข้องกับการจัดการ
เรียนการสอนโดยตรง เพื่อเพิ่มประสทิ ธิภาพในการบริหารจัดการ การบรกิ าร และสนบั สนุน การเรยี น
การสอนให้มีคุณภาพและประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึน้ ดังตำแหน่งงานและคณุ สมบตั ิขั้นต้น ดังน้ี
๑. เจ้าหน้าท่ีงานสารบรรณ
ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี
๑.1 รับ-ส่งหนงั สือราชการ
๑.2 ควบคุมการออกคำสั่งราชการ
๑.3 จดั การเอกสารราชการอืน่ ๆ ที่เก่ียวข้องหรือได้รบั มอบหมาย
๒. เจา้ หน้าท่ีห้องสมุด
ปฏิบัติหนา้ ท่ี
2.1 ควบคุม ดแู ล บรกิ ารยมื -คืนหนงั สือ
2.2 บรหิ ารจดั การหนังสือให้เป็นหมวดหมู่
2.3 จัดการเอกสารอ่ืน ๆ ท่เี กยี่ วข้องหรือได้รับมอบหมาย
3. เจา้ หน้าท่ีสำนกั งานบรหิ ารทว่ั ไป
ปฏิบัติหน้าท่ี
3.1 ประสานงานเกย่ี วกบั การบรหิ ารท่วั ไป
3.2 สง่ ต่อและตดิ ตามการซ่อมบำรุงอาคารสถานท่ี
3.3 จัดการงานอืน่ ๆทเี่ กีย่ วข้องหรอื ได้รับมอบหมาย
4. เจ้าหน้าที่สำนกั งานทะเบยี น
ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
4.1 จดั การและประสานงานเกย่ี วกบั งานทะเบียน
4.2 จัดการงานอนื่ ๆที่เกีย่ วข้องหรือได้รับมอบหมาย
5. เจ้าหน้าที่งานพสั ดุและทรัพย์สิน
ปฏิบัตหิ น้าท่ี
5.1 จัดการและประสานงานเกย่ี วกบั งานพสั ดุและทรัพย์สิน
5.2 จัดการงานอื่นๆท่เี กี่ยวข้องหรอื ได้รับมอบหมาย
~ 15 ~
6. เจ้าหนา้ ที่งานสารสนเทศและการส่ือสาร
ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
6.1 จดั การและประสานงานเกยี่ วกบั งานสารสนเทศและการสือ่ สาร
6.2 จัดการ สง่ ต่อและติดตามการซ่อมบำรุงส่ือและเทคโนโลยี
6.3 จดั การงานอน่ื ๆที่เกย่ี วข้องหรอื ได้รบั มอบหมาย
7. เจ้าหนา้ ที่การเงนิ
ปฏิบัตหิ นา้ ท่ี
7.1 จัดการและประสานงานเกย่ี วกบั งานการเงิน
7.2 จัดการงานอ่นื ๆทเี่ กยี่ วข้องหรือได้รับมอบหมาย
8. เจา้ หน้าที่ส่ิงพิมพ์
ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
8.1 ดำเนินการ จดั การและประสานงานเกยี่ วกับงานสิ่งพิมพ์
8.2 จดั การงานอน่ื ๆท่เี ก่ยี วข้องหรอื ได้รบั มอบหมาย
9. เจ้าหน้าท่ีกลุ่มบริหารวชิ าการ
ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่
9.1 จดั การและประสานงานเกย่ี วกบั งานวิชาการ
9.2 จดั การงานอื่นๆท่ีเกย่ี วข้องหรือได้รบั มอบหมาย
10. เจา้ หน้าที่งานกจิ การนกั เรียน
ปฏิบัติหน้าที่
10.1 จดั การและประสานงานเกยี่ วกบั งานกิจการนักเรยี น
10.2 จดั การงานอืน่ ๆทเ่ี กี่ยวขอ้ งหรอื ได้รบั มอบหมาย
11. ช่างปฏบิ ัติงานทั่วไป
ปฏบิ ัตหิ น้าที่
11.1 ซอ่ มบำรุงงานทว่ั ไป
11.2 จดั การงานอื่นๆทเี่ กย่ี วขอ้ งหรอื ได้รับมอบหมาย
12. ชา่ งไฟฟ้า
ปฏบิ ัตหิ น้าท่ี
12.1 ซอ่ มบำรุงงานไฟฟ้า
12.2 จดั การงานอืน่ ๆท่ีเกย่ี วขอ้ งหรอื ได้รับมอบหมาย
13. พนักงานขบั รถยนต์
ปฏิบตั หิ น้าท่ี
12.1 บริการขบั และดูแลรถยนต์ส่วนกลาง
12.2 จดั การงานอน่ื ๆทเ่ี ก่ียวข้องหรือได้รับมอบหมาย
14. เจ้าหน้าทจี่ ้างเหมาบริการรกั ษาความปลอดภยั
ปฏิบตั หิ น้าท่ี
~ 16 ~
12.1 รักษาความปลอดภยั ภายในโรงเรียน
12.2 จดั การงานอืน่ ๆที่เกยี่ วขอ้ งหรือได้รบั มอบหมาย
15. พนักงานทำความสะอาด
ปฏิบตั หิ นา้ ที่
๒.1 ทำความสะอาดบริเวณท่ีไดร้ บั มอบหมาย
๒.2 ทำงานอน่ื ๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายตามความเหมาะสม
16. เจา้ หน้าทห่ี อ้ งพยาบาล
ปฏิบตั ิหน้าที่
๒.1 ดแู ลและบริหารจัดการหอ้ งพยาบาล
๒.2 ปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้
2.3 ทำงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายตามความเหมาะสม
มาตรา 16 โรงเรียนต้องจัดให้มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติ
หนา้ ทใ่ี หม้ ีประสิทธภิ าพมากข้ึน อยา่ งน้อย ๑ รายการต่อปี ดงั น้ี
๑. การศึกษาดูงาน
๒. การสัมมนาทางวชิ าการ
๓. การอบรมเชิงปฏิบัติการในเร่อื งท่ีจาเป็นต่อครูทกุ คน
๔. การจัดทาวิจัยในช้ันเรียน หรือผลงานทางวชิ าการ
หมวดท่ี ๕
นักเรยี น
มาตรา 17 คุณสมบัตพิ ้ืนฐานของผู้ทจ่ี ะสมคั รเขา้ เรยี นโรงเรยี นจา่ นกร้อง
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
๑. เป็นนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่าตามหลักสูตร
การศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการ
๒. มีความประพฤติเรยี บร้อย มีระเบียบวินัย อยรู่ ว่ มกับผู้อื่นได้เป็นอยา่ งดี
๓. ผู้ปกครองมีความพร้อมท่ีจะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน
นอกเหนือหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้นักเรียนเกิน
มาตรฐานรัฐ และค่าใชจ้ ่ายอืน่ ๆ ท่ีโรงเรียนกำหนด ตลอดเวลาท่ีศกึ ษาอยใู่ นโรงเรียน
๔. ผู้ปกครองมีความพร้อมในการร่วมดูแลความประพฤติของนักเรียนกับทางโรงเรียน
ตลอดเวลาที่กำลังศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔
๑. เป็นนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ หรือเทียบเท่าตามหลักสูตร
การศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร
~ 17 ~
๒. มีความประพฤติเรียบร้อย มีระเบียบวินัย อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้เป็นอย่างดี และสามารถ
ประพฤติตนตามระเบยี บของโรงเรยี นได้
๓. ผู้ปกครองมีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน
นอกเหนือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้นักเรียนเกิน
มาตรฐานรฐั และค่าใชจ้ ่ายอนื่ ๆ ท่ีโรงเรียนกำหนด ตลอดเวลาท่ศี กึ ษาอย่ใู นโรงเรียน
๔. ผู้ปกครองมีความพร้อมในการร่วมดูแลความประพฤติของนักเรียนกับทางโรงเรียน
ตลอดเวลาทกี่ ำลังศกึ ษา
มาตรา 18 การดำเนินการแก้ไขผลการเรียน
๑. การเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มส”, “ร” และ “๐” ให้ปฏิบัตติ ามระเบียบการวัดผลและ
ประเมนิ ผลตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๒. ระยะเวลาในการแก้ไขผลการเรียน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีการศึกษานั้น
หากไมด่ ำเนินการแก้ไขให้เรียนซำ้ รายวิชานัน้
๓. การพิจารณาการเลอ่ื นชั้น หากผู้เรยี นมีข้อบกพรอ่ งเพียงเลก็ นอ้ ย และสถานศึกษาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศกึ ษาท่ีจะผ่อนผันเล่ือนชั้นได้ หากผู้เรียน
ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันท่ีสูงข้ึน
คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซ้ำชัน้ ได้
มาตรา 19 โรงเรียนต้องจัดให้มีสภานักเรียน ซึ่งได้มาโดยการได้รับเลือกมาจากนักเรียนและครู
ภายในโรงเรียน เพ่ือเป็นผู้แทนของนักเรียน เป็นส่ือกลางเพื่อความเป็นประชาธิปไตย รักษาสิทธิและ
หน้าที่ของนักเรียนโดยไม่ขัดกับระเบียบและนโยบายของโรงเรียน กำหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมเชิง
สรา้ งสรรคแ์ ละเปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น สงั คมและประเทศชาติ โดยตอ้ งมีคุณสมบัตดิ งั ตอ่ ไปนี้
๑. เป็นนกั เรียนทเ่ี รียนอยใู่ นโรงเรยี นจ่านกรอ้ ง
๒. มีความประพฤติเรียบร้อย มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีความพอเพียงและมีจิตอาสาตาม
คุณธรรมอตั ลักษณ์ของโรงเรยี น
๓. ผู้สมัครประธานนักเรียน มีคะแนนเฉล่ียสะสมในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ในระดับ
๒.๕๐ ขน้ึ ไป
๔. มีความหนักแน่น มีเหตุผล มีความยุติธรรม มีความเช่ือมั่นในตนเอง กล้าแสดงความ
คดิ เหน็ ในส่ิงท่ีถกู ต้อง
๕. เปน็ ผู้นำและผตู้ ามทดี่ ี ยอมรับความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
๖. เป็นที่รกั ใครแ่ ละเปน็ ทีไ่ วว้ างใจของเพื่อนนักเรยี นด้วยกัน
๗. ไมเ่ ปน็ โรคร้ายแรงท่สี ังคมรังเกยี จ
๘. มคี วามซื่อสัตย์ สุจรติ
๙. เหน็ แก่ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ ประโยชน์ส่วนตน
๑๐.ไมข่ าดเรียนบ่อย
๑๑.เปน็ ผู้เลอ่ื มใสในการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ ประมุข
๑๒.ไมเ่ คยประพฤติผิดร้ายแรงตามระเบยี บของโรงเรยี น
~ 18 ~
มาตรา 20 นักเรียนตอ้ งได้รับการพัฒนาจากทางโรงเรยี นและผทู้ ี่มีสว่ นเกย่ี วข้องเพ่อื ให้มีคุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ดงั นี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซ่อื สัตยส์ จุ ริต
3. มวี ินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ
มาตรา 21 นักเรียนต้องแตง่ กายให้ถูกตอ้ งตามระเบียบของโรงเรียนดังน้ี
๑. นกั เรียนชาย
๑.๑ นักเรยี นชาย ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้
๑.๑.๑ เสื้อ แบบคอเช้ิตคอต้ัง ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินควร ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า
ผ่าอกตลอด มีสาบอยู่ด้านนอกกว้าง ๔ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
๑ เซนติเมตร จำนวน ๕ เม็ด แขนส้ันเพียงข้อศอก มกี ระเป๋า ไม่มีฝาปิดแนวราวนมเบื้องซ้าย กระเป๋า
กว้าง ๘ – ๑๒ เซนติเมตร และลึก ๑๐ – ๑๕ เซนติเมตร พอเหมาะกับขนาดของเส้ือ ด้านหลงั ไมม่ ีจีบ
สอดชายเส้ือไว้ในกางเกงให้เรียบร้อย ขนาดตัวเสือ้ ตอ้ งไม่ใหญห่ รือเล็กจนเกนิ ไป
๑.๑.๒ กางเกง ใช้สีกากีแบบทรงไทย ห้ามใช้ผ้ายีนส์และผ้าเวสปอยต์ขาสั้นเพียง
เหนือเข่า วัดจากกลางสะบ้าหัวเข่าไม่เกิน ๕ เซนติเมตร เม่ือยืน ตรงส่วนกว้างของขากางเกง เม่ือยืนตรง
วัดจากหว่างขา ๘ – ๑๒ เซนติเมตร ตามขนาดของขานักเรียน ปลายขาพบั ชายเข้าขา้ งในกว้าง ๕ เซนติเมตร
ผ่าตรงสว่ นหน้าใช้ซิปซ่อนไว้ใน มีประเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ ๑ กระเป๋า เวลาสวมให้สวมทับชายเสื้อไว้
ให้เรียบรอ้ ย มีหูกางเกงไว้สำหรับสอดเข็มขัด ๗ หู ไม่มีกระเป๋าหลังหรือกระเป๋าหน้า ท่ีสะเอวต้องไม่หลวม
เมือ่ คลายเขม็ ขดั ออก ขนาดกางเกงต้องไมใ่ หญห่ รือเล็กจนเกนิ ไป
๑.๑.๓ เข็มขัด ใช้เข็มขัดสีน้ำตาล กว้าง ๓ – ๔ เซนติเมตร ตามความเหมาะสม
ของนักเรียน หัวเข็มขัดสีทองเป็นโลหะรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้าชนิดเข็มกลัด มุมมน มีเข็ม ๑ เข็ม มีปลอกหนัง
สเี ดยี วกับเข็มขัด ๑ ปลอก ขนาดกว้าง ๑ – ๑๕ เซนติเมตร สำหรับสอดปลายเข็มขัด เข็มขัดนี้ให้สอด
หกู างเกงคาดทบั กางเกง นักเรยี นที่เป็นลูกเสือใช้เข็มขัดลูกเสือได้
๑.๑.๔ รองเท้า เป็นรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลชนิดหุ้มส้น มีเชือกผูกสีเดียวกับรองเท้า
และจะต้องไมม่ ลี วดลายใด ๆ ท้งั ส้ินและสวมใสห่ ุ้มสน้ ในขณะสวมใสร่ องเทา้
๑.๑.๕ ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสั้นสีน้ำตาลแบบธรรมดา ไม่มีลวดลาย ยาวเพียงครึ่งน่องไม่พับ
ปลาย ไม่ใช้รดั ข้อเท้า ห้ามใชถ้ ุงเทา้ ลูกเสอื กบั เครอ่ื งแบบนกั เรียน หา้ มใชถ้ ุงเทา้ ส้นั แค่ตาตมุ่
ชุดพละ ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ให้เป็นไปตามระเบียบ
การแตง่ กายที่โรงเรยี นกำหนด
~ 19 ~
๑.๒ นักเรยี นชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
๑.๒.๑ เสื้อ แบบคอเชิ้ตคอต้ัง ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินควร ไม่มีลวดลายในเน้ือผ้า
ผ่าอกตลอด มีสาบอยู่ด้านนอกกว้าง ๔ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
๑ เซนติเมตร จำนวน ๕ เม็ด แขนสั้นเพียงข้อศอก มกี ระเป๋า ไมม่ ีฝาปิดแนวราวนมเบื้องซ้าย กระเป๋า
กว้าง ๘ – ๑๒ เซนติเมตร และลึก ๑๐ – ๑๕ เซนตเิ มตร พอเหมาะกบั ขนาดของเสอ้ื ด้านหลังไมม่ ีจีบ
สอดชายเส้ือไวใ้ นกางเกงใหเ้ รียบรอ้ ย ขนาดตวั เส้อื ตอ้ งไมใ่ หญห่ รอื เลก็ จนเกนิ ไป
๑.๒.๒ กางเกง ใช้สีดำแบบทรงไทย ห้ามใช้ผ้ายีนส์และผ้าเวสปอยต์ขาส้ันเพียง
เหนือเข่า วัดจากกลางสะบ้าหัวเข่าไม่เกิน ๕ เซนติเมตร เม่ือยืน ตรงส่วนกว้างของขากางเกง เมื่อยืนตรง
วดั จากหวา่ งขา ๘ – ๑๒ เซนติเมตร ตามขนาดของขานักเรียน ปลายขาพบั ชายเข้าข้างในกว้าง ๕ เซนตเิ มตร
ผา่ ตรงสว่ นหน้าใช้ซิปซ่อนไว้ใน มีประเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ ๑ กระเป๋า เวลาสวมให้สวมทับชายเส้ือไว้
ให้เรียบร้อย มีหูกางเกงไว้สำหรับสอดเข็มขัด ๗ หู ไม่มีกระเป๋าหลังหรือกระเป๋าหน้า ที่สะเอวต้องไม่หลวม
เมอ่ื คลายเข็มขดั ออก ขนาดกางเกงต้องไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
๑.๒.๓ เข็มขัด ใช้เข็มขัดสีดำ กว้าง ๓ – ๔ เซนติเมตร ตามความเหมาะสมของ
นักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้าชนิดเข็มกลัด มุมมน มีเข็ม ๑ เข็ม มีปลอกหนังสีเดียวกับ
เข็มขัด ๑ ปลอก ขนาดกว้าง ๑ – ๑๕ เซนติเมตร สำหรับสอดปลายเข็มขัด เข็มขัดน้ีให้สอดหูกางเกง
คาดทับกางเกง นกั เรยี นท่เี ป็นนักศึกษาวิชาทหารใชเ้ ข็มขดั นักศึกษาวิชาทหารได้
๑.๒.๔ รองเท้า เป็นรองเท้าผ้าใบสีดำชนิดหุ้มส้น มีเชือกผูกสีเดียวกับรองเท้า
และจะตอ้ งไม่มีลวดลายใด ๆ ทง้ั ส้นิ และสวมใสห่ ุ้มส้นในขณะสวมใส่รองเทา้
๑.๒.๕ ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าส้ันสีขาวแบบธรรมดา หรือถุงเท้าส้ันสีขาวพ้ืนดำ ไม่มี
ลวดลาย ยาวเพียงคร่ึงน่องไม่พบั ปลาย ไมใ่ ชร้ ดั ข้อเท้า หา้ มใชถ้ งุ เทา้ สั้นแค่ตาตมุ่
นักเรียนชายต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับเพศสภาพของตนเอง เช่น ไม่
แต่งหน้าทาปาก สวมกางเกงทมี่ คี วามยาวตามท่โี รงเรยี นกำหนดเทา่ นนั้
ชุดพละ ให้เป็นไปตามระเบียบการแต่งกายท่ีโรงเรียนกำหนด
๒. นักเรยี นหญงิ
๒.๑ นกั เรยี นหญงิ ชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน้
๒.๑.๑ เส้ือ ใช้เสื้อแบบคอพับในตัว ผ้าขาวเกล้ียงไม่มีลวดลาย ไม่บางเกินควร ผ่าอก
ลงมาพอสวมศีรษะได้สะดวก แขนยาวเหนือข้อศอก ๑ – ๒ นิ้ว ปลายแขนจีบเล็กน้อย ความยาวของ
ตัวเส้ือจากข้อมือเม่ือยืนตรง ประมาณ ๘ – ๑๒ เซนติเมตร ชายขอบเสื้อด้านล่างมีรอยพับกว้างไม่เกิน
๓ เซนติเมตร เส้ือต้องไม่หลวมและไม่คับจนเกินไป ติดกระเป๋าล่างด้านขวา ผูกคอซองสีกรมท่า
ขนาดของเสื้อต้องไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกนิ ไป ไม่อนุญาตให้นักเรียนใส่เสือ้ ช้ันในสีอ่ืนนอกจากสีขาวหรือ
สีเนื้อเทา่ นั้น และควรใส่เสื้อซบั ในสีขาวไว้ขา้ งในด้วย
๒.๑.๒ กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่า ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า เย็บตะเข็บทั้งด้านหน้าและ
ด้านหลัง ขา้ งละ ๓ จบี หันจีบออกด้านนอก เย็บจากสะเอวลงมา ๖ – ๑๒ เซนติเมตร เว้นระยะความกวา้ ง
พองาม กระโปรงต้องยาวคลุมเข่าไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร ริมกระโปรงด้านล่างพับเข้าข้างใน ๒ – ๒.๕
เซนตเิ มตร ความลกึ ของจบี ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ นวิ้ กระโปรงปลายบานรปู ตัวเอ
~ 20 ~
๒.๑.๓ รองเท้า เป็นรองเท้าหนังสีดำ แบบหุ้มส้นและหุ้มปลายเท้า หัวมน มีสายรัด
หลงั เทา้ สน้ สงู ไม่เกนิ ๓ เซนตเิ มตร ไม่มีลวดลาย
๒.๑.๔ ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาวล้วนไม่มีลวดลาย หรือถุงเท้าสีขาวพื้นดำ เวลาสวม
พบั ๒ ทบ หมุ้ ข้อเทา้ ๓ – ๕ นวิ้
ชุดพละ ชุดลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด/ผู้บำเพ็ญประโยชน์ ให้เป็นไปตาม
ระเบียบการแต่งกายท่ีโรงเรยี นกำหนด
๒.๒ นกั เรยี นหญงิ ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
๒.๒.๑ เสื้อ ใช้เสื้อคอเช้ิตผ่าอกตลอด ผ้าขาวเกล้ียงไม่มีลวดลาย ไม่บางเกินควร ผ่า
หน้าสาบเสือ้ ตลบเขา้ ข้างใน กว้างประมาณ ๓ เซนติเมตร มีกระดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางไม่
เกิน ๑ เซนติเมตร จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงเหนือข้อศอก ต้นแขนและปลายแขนจีบเล็กน้อย
ปลายแขนประกอบด้วยผ้า ๒ ช้ัน กว้าง ๓ เซนติเมตร เวลาสวมสอดชายเส้ือไว้ในกระโปรงขนาดของ
เสื้อต้องไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ไม่อนุญาตให้นักเรียนใส่เส้ือชั้นในสีอ่ืนนอกจาก สีขาวหรือสีเนื้อ
เท่าน้นั และควรใสเ่ ส้ือซบั ในสขี าวไว้ขา้ งในดว้ ย
๒.๒.๒ กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่า ไม่มีลวดลายในเน้ือผ้า เย็บตะเข็บท้ังด้านหน้าและ
ดา้ นหลัง ข้างละ ๓ จีบ หันจีบออกด้านนอก เย็บจากสะเอวลงมา ๖ – ๑๒ เซนติเมตร เว้นระยะความกว้าง
พองาม กระโปรงต้องยาวคลุมเข่าไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร ริมกระโปรงด้านล่างพับเข้าข้างใน ๒ – ๒.๕
เซนติเมตร ความลกึ ของจีบไม่น้อยกว่า๑ นว้ิ กระโปรงปลายบานรปู ตัวเอ
๒.๒.๓ เข็มขัด เป็นเข็มขัดหนังสีดำ กว้าง ๓ – ๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นรูป
ส่ีเหล่ียมผืนผ้า ชนิดหัวกลัด ใช้หนังสีดำหุ้ม มีปลอกหนังสีเดียวกับเข็มขัดกว้าง ๑ – ๑.๕ เซนติเมตร
สำหรับสอดปลายเขม็ ขัด เข็มขัดดงั กล่าวใหค้ าดท่ีกระโปรง
๒.๒.๔ รองเท้า เป็นรองเท้าหนังสีดำ แบบหุ้มส้นและหุ้มปลายเท้า หัวมน มีสายรัด
หลงั เทา้ ส้นสูงไม่เกนิ 3 เซนตเิ มตร ไมม่ ลี วดลาย
๒.๒.๕ ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าสีขาวล้วนไม่มีลวดลาย หรือถุงเท้าสีขาวพ้ืนดำ เวลาสวม
พบั 2 ทบ หุ้มขอ้ เทา้ ๓ – ๕ นิว้ ห้ามใช้ถุงเท้าสน้ั แค่ตาตมุ่
ชดุ พละ ให้เป็นไปตามระเบยี บการแตง่ กายท่โี รงเรยี นกำหนด
๓. ทรงผม
๓.๑ นักเรยี นต้องปฏิบตั ติ นเกี่ยวกับการไวท้ รงผม ดังน้ี
๓.๑.๑ นกั เรียนชาย ท้ังระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
ใหต้ ัดผมทรงนักเรียนหรือรองทรงสูง ด้านบนยาวไม่เกิน ๖ เซนตเิ มตร หา้ มไว้ผมหนา้ มา้ ไม่ไว้จอน ไมก่ ัน
จอน ไมใ่ สน่ ้ำมัน เจล ครีม ทำสีหรือฉีดพ่นสี ดดั เป็นลอน หรือตัดในรปู แบบแฟช่ัน
๓.๑.๒ นกั เรยี นหญิง ทั้งระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
จะไวผ้ มส้ันหรือผมยาวก็ได้
กรณีไวผ้ มสั้น ใหต้ ัดตรง ความยาวของผมวัดจากตง่ิ หลู งมาไม่เกิน ๔ เซนติเมตร
ไม่ซอยผม ใหไ้ วผ้ มหน้าม้าได้ แต่ความยาวต้องไมเ่ กินคว้ิ
~ 21 ~
กรณีไว้ผมยาว ต้องรวบผมให้เรียบร้อย โดยรวบตึงตรงก่งึ กลางศีรษะระดับหู
บน ความยาวของผมหลังจากรวบก่ึงกลางศีรษะแล้ววัดลงมาถึงปลายผมไม่เกิน ๓๐ เซนติเมตร ห้ามถักเปีย
ห้ามซอยผม ใหไ้ ว้ผมหน้ามา้ ได้ แต่ความยาวต้องไม่เกนิ ค้วิ
๓.๒ นักเรยี นตอ้ งไม่ปฏบิ ัติตนเก่ยี วกับการไว้ทรงผม ดังน้ี
๓.๒.๑ ดดั ผม
๓.๒.๒ ย้อมสผี มใหผ้ ดิ ไปจากสผี มเดิม
๓.๒.๓ ไว้หนวดหรือเครา
๓.๒.๔ การกระทำอน่ื ใดซง่ึ ไมเ่ หมาะสมกบั สภาพการเปน็ นกั เรยี น เช่น การตดั แต่ง
ทรงผมเป็นรปู ทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย
ความในข้อ ๓.๑ และ ๓.๒ ไม่นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติ
ตามหลักศาสนาของตนหรือการดำเนินกจิ กรรมของสถานศึกษา ให้ผบู้ ริหารสถานศึกษาเป็นผู้มอี ำนาจ
พจิ ารณาอนญุ าต
๔. เครือ่ งประดบั และของมคี า่ หา้ มนักเรยี นใช้เคร่ืองประดับและเคร่ืองสำอางทุกชนิด
มาตรา ๒2 นักเรยี นต้องปฏิบัติตนระหว่างเป็นนกั เรยี นของโรงเรียนจา่ นกรอ้ ง ดังนี้
๑. นกั เรยี นต้องปฏิบัติตนตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรยี นโดยเครง่ ครัด
๒. นกั เรียนตอ้ งมีบัตรประจำตวั นกั เรยี น และนำติดตวั มาดว้ ยทุกวนั
๓. นักเรียนต้องมาโรงเรียนให้ทันเวลา และเข้าเรียนตรงเวลา เม่ือเข้ามาในบริเวณโรงเรียนแล้ว
ห้ามออกนอกบริเวณโรงเรียน เว้นแต่เลิกเรียน (ตามเวลาเลิกของสถานศึกษา) หรือได้ขออนุญาตออกนอก
บริเวณโรงเรียนจากงานปกครองนักเรียน โดยได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการ/รองผู้อำนวยการ/ครูท่ีปรึกษา/
ครูประจำวิชา/หัวหน้าระดับช้ัน พร้อมกับมีผู้ปกครองลงนามในใบอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน
เป็นหลักฐานด้วย กรณีผู้ปกครองไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ผู้ปกครองต้องประสานกับงาน
ปกครองนักเรียนเพ่ือขออนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน หากนักเรียนนำพาหนะไปเอง
และเกดิ อุบตั ิเหตุนักเรยี นตอ้ งรบั ผิดชอบตนเอง
๔. นักเรียนที่นำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ต้องมีอายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์ มีใบอนุญาตขับ
รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ออกให้โดยกรมการขนส่งทางบกเท่าน้ัน และต้องนำรถจักรยานยนต์เข้า
มาจอดในที่จอดรถจักรยานยนต์ท่ีโรงเรียนจัดไว้ให้ ห้ามขับรถจักรยานยนต์ภายในบริเวณโรงเรียน
และห้ามจอดรถจักรยานยนต์นอกบริเวณโรงเรียนโดยเด็ดขาด หากนักเรียนฝ่าฝืนไม่นำรถจักรยานยนต์
เข้ามาจอดในที่จอดของโรงเรียน โรงเรียนจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายของรถจักรยานยนต์ไม่ว่า
กรณีใด ๆ
๕. ในระหว่างที่มีช่ัวโมงเรียน นักเรียนจะต้องอยู่ในห้องเรียนเท่าน้ัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
จากครผู ้สู อนในคาบเรยี นนั้น ๆ
๖. นกั เรียนตอ้ งปฏิบัตติ ามบันทึกข้อตกลงและความร่วมมอื ในการนำโทรศัพท์เคล่ือนท่ี และ
อุปกรณ์เทคโนโลยีทุกชนิดมาใช้ท่ีโรงเรียนระหว่างนักเรียนกบั โรงเรียน (MOU) โดยการบันทึกข้อตกลง
และความร่วมมือให้พันธสัญญาต่อผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้องว่าจะไม่กระทำความผิดท่ีขดั ต่อกฎหมาย
ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของโรงเรยี น ไมว่ า่ กรณีใด ๆ จะถือปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
~ 22 ~
๗. นักเรียนต้องเป็นผู้มีวินัยในตนเอง มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดี ปฏิบัติตาม
กฎหมายและรู้จักคณุ คา่ ของวัฒนธรรม
๘. นักเรยี นต้องให้ความเคารพ ศรทั ธา เชอ่ื ฟงั บิดามารดา ผูป้ กครอง ครู อาจารย์ ปฏิบัตติ น
ตามวิถีประชาธิปไตย เช่น หลักการใช้เหตุผล หลักการยึดเสียงข้างมาก ยอมรับฟังเสียข้างน้อย
หลกั การแบง่ ปันและการให้อภยั หลักการเคารพกฎหมาย ใช้สติในการแกไ้ ขปญั หา
๙. นกั เรยี นแตง่ กายด้วยเคร่ืองแบบท่ีถูกตอ้ งตามระเบยี บของโรงเรียน ต้องประพฤติตามระเบียบ
ข้อบังคับ แนวปฏิบัติต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น ระเบียบการไว้ทรงผม แนวปฏิบัติการใช้โทรศัพท์เคล่ือนที่
ซง่ึ ถ้านักเรียนกระทำผดิ ระเบียบของโรงเรียนทก่ี ำหนดไว้ ยินดใี ห้หักคะแนนความประพฤติตามระเบียบการ
ลงโทษนกั เรียนโรงเรียนจ่านกรอ้ ง
๑๐.นักเรียนต้องปฏิบัติตนเป็นสุภาพชนท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ไม่ประพฤติส่ิงท่ี
อาจนำมาซึ่งความเส่ือมเสียมาสู่โรงเรียน ต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ เพศ วัย และมี
ความสุภาพอ่อนโยน ทั้งกาย วาจา ใจ พดู จาไพเราะ สุภาพ ออ่ นโยน ไม่ว่าจะอย่ใู นสถานที่แห่งใด
๑๑.นกั เรียนตอ้ งไมส่ ูบบหุ ร่ี ไม่ดม่ื สุรา ไม่เสพยาเสพติดและส่ิงเสพติดทุกชนิด ไม่เล่นการพนนั ทุก
ชนิด หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะท่ีเหมือนการพนัน หรือก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงเรียน หรือ
อบายมขุ ทุกชนิด ท้ังต่อหนา้ และลับหลงั ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรยี น
๑๒.นักเรียนต้องไม่ประพฤติ ปฏิบัติ พกอาวุธ หรือวัตถุระเบิด กระทำการหรือร่วมกระทำการ
ก่อกวนหรือยุยงให้เกิดความวนุ่ วาย ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม
๑๓.นักเรียนต้องรักษาไว้ซ่ึงความสามัคคีระหว่างกัน และต้องรักษาไว้ซ่ึงความสงบเรียบร้อย
เกียรติภูมแิ ละศักดศิ์ รีของโรงเรยี น
๑๔.นักเรียนต้องรับผิดชอบร่วมกันในการดูแล รักษาความสะอาดห้องเรียน อาคารเรียน
อาคารประกอบ สถานที่บริเวณทั่วไป และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน ให้มั่นคง
ปลอดภัยสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ร่มร่ืนสวยงาม น่าอยู่อาศัย ช่วยกันดูแลรักษาทรัพย์สินสมบัติ
ของโรงเรียนอันเป็นของสว่ นรวม และช่วยกันประหยัดในการใช้นำ้ และไฟฟ้าของโรงเรยี น
๑๕.นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีทางโรงเรียนจัดข้ึนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยกันสร้าง
และรกั ษาช่ือเสยี งเกียรติคณุ ของโรงเรยี น
๑๖.นกั เรียนท่ีจะมาตดิ ต่อกับโรงเรียนต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนที่โรงเรียนกำหนด
ยกเว้นการจัดกจิ กรรมทีจ่ ำเป็นตอ้ งแตง่ กายในรปู แบบเฉพาะ
๑๗.นักเรียนที่ประพฤติ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนวินัยนักเรียน ถือว่าเป็น
ผู้กระทำผิดวินัย
๑๘.นักเรียนที่ถูกหักคะแนนความประพฤติต้ังแต่ ๕๐ คะแนนข้ึนไปงานป้องกันและส่งเสริม
พฤติกรรมนกั เรียนจะจัดกิจกรรมให้นักเรียนเข้าคา่ ยเพ่ือปรบั เปล่ียนพฤติกรรม โดยมวี ิทยากรภายนอก
เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมและให้งานป้องกันและส่งเสริมพฤติกรรมนักเรียน พิจารณาคืนคะแนนให้นักเรียน
ตามหลักเกณฑ์ที่กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนและกิจกรรมชุมชนกำหนด ท้ังนี้ นักเรียนค่าใช้จ่ายในการ
จัดกจิ กรรมนักเรียนเป็นผูช้ ำระเอง
~ 23 ~
๑๙.นักเรียนท่ีถูกหักคะแนนความประพฤติ ๘๐ คะแนนขึ้นไป โรงเรียนจะไม่ออกหนังสือ
รับรองความประพฤติให้ จนกว่าจะผ่านกระบวนการท่ีกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนและกิจกรรมชุมชน
กำหนด
มาตรา 23 นักเรียนต้องดำเนินการเรอื่ งการลาหยุด การขาดเรียน การมาสายและการออก
นอกบรเิ วณโรงเรยี น ดังน้ี
การลากจิ และลาปว่ ย
๑. จะต้องมีใบลาถึงครูท่ีปรึกษาทุกครั้ง พร้อมท้ังมีลายเซ็นของผู้ปกครอง (ซึ่งลงไว้ในวัน
มอบตัว) ในวนั ท่ีนักเรียนมาโรงเรยี นวันแรกหลังจากลา กรณีลากจิ นักเรยี นตอ้ งลาล่วงหน้ากอ่ นวนั หยุด
เรียนไม่น้อยกว่า ๑ วัน ท้ังนี้ให้ใช้ใบลาท่ีออกโดยกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนและกิจกรรมชุมชน
ประทับตราโรงเรยี นและลงลายมอื ช่ือครผู ปู้ ฏิบัติหนา้ ที่ในกลุ่มบรหิ ารกิจการนกั เรียนฯ
๒. ถ้านักเรียนหยุดเรียนไปแล้วเกิน ๓ วัน โดยทางโรงเรียนไม่ทราบสาเหตุ ทางโรงเรียนจะ
ติดต่อขอทราบเหตุผลโดยตรงกับผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองจะต้องมาพบกับงานปกครองของโรงเรียน
ทนั ทเี มอ่ื ไดร้ ับการติดตอ่
การขาดเรยี น
๑. ห้ามนักเรียนขาดเรียนโดยเดด็ ขาด
๒. การขาดเรยี นเปน็ ปกตถิ อื ว่า “เปน็ ความประพฤตทิ ีไ่ ม่เหมาะสมกับสภาพนักเรยี น”
๓. การขาดเรียนติดต่อกันเกิน ๗ วัน โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือผู้ปกครองไม่แจ้งให้ทาง
โรงเรยี นทราบ ทางโรงเรียนจะมีหนังสอื ถึงผู้ปกครองเพื่อให้แจ้งเหตุผลให้ทราบ ถ้าหลักจากโรงเรียนมี
หนังสือไปถึงผู้ปกครองแล้ว ๗ วัน ผู้ปกครองยังไม่แจ้งเหตุผลให้ทราบ หรือไม่มาติดต่อกับทางโรงเรียน
โรงเรียนจะถือว่านักเรียนไม่มีความประสงค์ที่จะเรียนต่อไป โรงเรียนจะจำหน่ายช่ือออกจากโรงเรียน
เพราะขาดเรยี นนาน
การมาสาย
๑. การมาสายเป็นประจำถือว่า “เป็นความประพฤติท่ีไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน”
นักเรียนทุกคนต้องมาให้ทันเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ
๒. นักเรียนทุกคนต้องมาถึงโรงเรียนก่อนเวลา ๐๗.๔๕ น. ถ้ามาหลังจากน้ีถือว่ามาสาย
นักเรยี นจะถูกหกั คะแนนความประพฤติเนื่องจากมาสายครงั้ ละ ๕ คะแนน
มาตรา 24 การลงโทษนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบโรงเรียนซ่ึงเป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารว่าด้วยการลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ๔ สถาน ดงั น้ี
๑. ว่ากล่าวตักเตอื น
๒. ทำทณั ฑบ์ น
๓. ตัดคะแนนความประพฤติ
๔. ทำกจิ กรรมเพื่อปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม
กรณีที่นักเรียนมีความประพฤตผิ ิดซ้ำซาก รวมทั้งนักเรียนที่มาสายบ่อยครงั้ และผา่ นกระบวนการ
ลงโทษด้วยข้ันตอนต่าง ๆ มาแล้วหลายครั้ง หรือความผิดร้ายแรงและความผิดท่ีส่งผลกระทบต่อ
ช่ือเสียงและเกียรติศักดิ์ของโรงเรียนอย่างร้ายแรง ซ่ึงคณะกรรมการวิธีปฏิบัติทางปกครองได้วินิจฉัย
~ 24 ~
เป็นข้อยุติแล้ว เห็นควรให้ดำเนินการ “บันทึกข้อตกลง กรณีจำเป็นที่ต้องมีเง่ือนไขทางปกครอง”
ตามเกณฑท์ ่โี รงเรียนกำหนด
หมวดที่ 6
คณะกรรมการสถานศึกษาศึกษาขน้ั พื้นฐาน
มาตรา 25 คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน มีองคป์ ระกอบ ดังนี้
๑. ประธานกรรมการ (มาจากกรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิ)
๒. กรรมการทีเ่ ป็นผู้แทนผู้ปกครอง
๓. กรรมการที่เปน็ ผแู้ ทนครู
๔. กรรมการที่เป็นผ้แู ทนองค์กรชมุ ชน
๕ กรรมการทเี่ ป็นตัวแทนองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
๖. กรรมการทเ่ี ปน็ ผูแ้ ทนศิษย์เก่า
๗. กรรมการทเี่ ปน็ ผ้แู ทนพระภกิ ษสุ งฆ์หรอื ผแู้ ทนองคก์ รศาสนาในพนื้ ที่
๘. กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ
๙. ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา 26 คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน มบี ทบาทหน้าที่ ดงั ต่อไปน้ี
1. ศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานและความต้องการของ
ผ้เู รียน ชมุ ชนและทอ้ งถิน่
๒. ให้ข้อเสนอแนะและส่งเสริมสนับสนุนในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม กระบวนการ
เรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้ ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ฯลฯ เพ่ือการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของ
สถานศึกษาอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๓. ใหค้ วามคดิ เห็นเก่ียวกับการบริหารงานบคุ คลของข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ในสถานศึกษาตอ่ ผบู้ ริหารสถานศึกษา
๔. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจาปีและให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับการจัดต้ังและ การ
ใชง้ บประมาณของสถานศึกษา
๕. ให้ความเห็นชอบ และเสนอแนะในการออกระเบียบข้อบังคับ ประกาศและแนวปฏิบัติ
เกี่ยวกับการบริหารการเงินและการจัดหารายได้จากทรัพย์สินของส ถานศึกษาหรือปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืน
เกี่ยวกับเรอ่ื งน้ีตามทกี่ ฎหมาย ระเบียบประกาศ ฯลฯ กำหนด
๖. ให้ความเห็นชอบ ข้อเสนอแนะและให้คาปรึกษาในการจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของ
สถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนของกระทรวงศึกษาธิการ สานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา ชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ
๗. ให้ความเห็นชอบ เสนอแนะและให้คาปรึกษา สนับสนุนเก่ียวกับการระดมทรัพยากรเพ่ือ
การศึกษาที่มีคุณภาพรวมทั้งปกครองดูแลบารุงรักษา และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ
สถานศกึ ษาตามที่กฎหมาย ระเบยี บ ประกาศ ฯลฯ กำหนด
~ 25 ~
๘. ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาตามท่ีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ
กำหนดใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ท่ีของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
๙. ปฏบิ ัตหิ น้าท่ีอ่นื ๆ ตามท่ไี ด้รับมอบหมายจากหนว่ ยงานตน้ สังกดั
หมวดที่ ๗
วัฒนธรรมโรงเรียนจ่านกรอ้ ง
มาตรา 27 โรงเรียนจ่านกร้อง เป็นโรงเรียนที่มีรูปแบบการบริหารเป็นองค์คณะ เพื่อให้นักเรียน
เพอื่ ให้นักเรยี นมีความรู้ความสามารถท้ังดา้ นวิชาการ กีฬา ศิลปะ ดนตรี มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม เคารพผู้
อาวุโส มีความรักสามัคคีและเสียสละในหมู่คณะ กตัญญูกตเวทีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พร้อมรับใช้ชาติบ้านเมืองโดยผ่านกิจกรรมดังต่อไปนี้ กิจกรรมวันสำคัญของชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั ริย์ ได้แก่
1. กจิ กรรมวนั สำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้แก่
1.1 วนั คล้ายวนั พระราชสมภพ (พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวและพระราชินี)
๑.๒ วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรม-
นาถบพิตร (วนั ที่ ๑๓ ตลุ าคม)
๑.๓ วนั ปยิ มหาราช (วนั ที่ ๒๓ ตลุ าคม)
1.4 วนั พ่อแห่งชาติ (วันท่ี ๕ ธนั วาคม)
1.5 วันแมแ่ ห่งชาติ
1.6 วนั เด็กแหง่ ชาติ
1.7 วันสำคัญทางพุทธศาสนา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และ
วันเขา้ พรรษา
2. วันสำคญั ของโรงเรยี น ได้แก่
2.1 วันสถาปนาโรงเรยี น
2.2 วนั ไหวค้ รู
2.3 วนั แข่งขันกีฬาคณะสี
2.4 วนั สำคัญตามกิจกรรมของกล่มุ สาระการเรยี นรู้
หมวดท่ี 8
การประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรยี น
มาตรา 28 ให้โรงเรียนจัดพิมพ์ต้นฉบับธรรมนูญโรงเรียนจ่านกร้อง อย่างน้อยจำนวน ๕ ฉบับ
มีข้อความถูกต้องตรงกัน เพ่ือเป็นเอกสารหลักฐานแห่งธรรมนูญโรงเรียนน้ี รวมถึงหากมีการแก้ไข
เพิม่ เตมิ ธรรมนูญโรงเรียนนใี้ นภายหลัง ใหจ้ ัดพิมพข์ ้อความการแก้ไขเพ่ิมเตมิ ธรรมนญู โรงเรียนขึ้นใหม่
ต่างหาก หรือการแก้ไขเพ่ิมเติมข้อความจากธรรมนูญฉบับเดิมแล้วจัดพิมพ์ข้ึนใหม่ท้ังฉบับ โดยให้
กำหนดว่าเป็นฉบบั แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พุทธศักราช 2564 และเปน็ ลิขสทิ ธิข์ องทางโรงเรียน
~ 26 ~
มาตรา 29 ให้เป็นหน้าท่ีของกลุ่มบริหารบุคคล มีหน้าที่เผยแพร่ธรรมนูญโรงเรียนให้กับครูและ
บุคลากรทางการศึกษาท่ีบรรจุหรือย้ายมาใหม่ นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ข้ันพื้นฐาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางหนังสือสิ่งพิมพ์ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-book) หรือ
การนเิ ทศโดยตรง ตามความเหมาะสม
มาตรา ๓0 ให้โรงเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ประกาศใช้
ธรรมนญู โรงเรียน รวมถงึ หากมกี ารแกไ้ ขเพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรยี นซ่ึงอาจมีข้ึนในภายหลัง โดยใหม้ ีผล
ต้ังแต่วันท่ีประกาศใช้เป็นธรรมนูญโรงเรียน และให้โรงเรียนประกาศเป็นท่ีทราบโดยท่ัวกัน
~ 27 ~