รายงานการวิจัย เรื่อง การพฒ ั นาระบบการด ู แลผ ้ ส ู ู งอาย ุ ในช ุ มชน ต าบลสนามช ั ยอา เภอเม ื องจ ั งหว ั ดส ุ พรรณบ ุ ร ี ของ ดร. เนติยา แจ่มทิม ว ิ ทยาลย ั พยาบาลบรมราชชนน ี ส ุ พรรณบ ุ ร ี สถาบ ั นพระบรมราชชนกกระทรวงสาธารณส ุ ข พ.ศ. 2564
กิตติกรรมประกาศ วิจยัคร้ังน้ีสำ เร็จไดด้ว้ยควำมกรุณำและควำมช่วยเหลืออยำ่งดียิ่งจำกผู้สูงอำยุ ต ำบลสนำมชัย อ ำเภอเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ให้ควำมร่วมมืออยำ่งดียิ่งในกำรทำ วิจยัในคร้ังน้ี ผู้วิจัยขอขอบพระคุณวิทยำลัยพยำบำลบรมรำชชนนี สุพรรณบุรี ที่ให้ทุนสนับสนุนในกำร ดำ เนินงำนในคร้ังน้ีขอขอบพระคุณผูท้รงคุณวุฒิทุกท่ำนที่ให้คำ แนะนำ คุณประโยชน์ที่เกิดข้ึนจำก งำนวิจยัในคร้ังน้ีผูว้ิจยัขอมอบให้แก่บุคคลที่เกี่ยวขอ้งกบัควำมสำ เร็จดงักล่ำวทุกท่ำน ดร. เนติยำแจ่มทิม มกรำคม 2564
ก เนติยาแจ่มทิม ศษ.ด. (การบริหารการศึกษา) :การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ( COMMUNITY CAPACITY ENHANCEMENT MODEL TOWARD CARING FOR THE ELDERLY POPULATION SANAMCHAI DISTRICT UMPHUR MUANG SUPHANBURI PROVINCE) : 34 หน้า บทคัดย่อ การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยและพัฒนา (The Research and Development) เพื่อวิเคราะห์ สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และ พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีประชากร ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลสนามชัย จ านวน 670 ค านวณได้ขนาด ตัวอย่างเท่ากับ 110 คน โดยใช้โปรแกรม power analysis ที่ระดับความเชื่อมนั่ 95% effect size 0.3 แบบสอบถามที่ใช้สร้างจากแนวคิดทฤษฎีสิ่งที่ต้องการจา เป็นของ Roth, 1977 วิเคราะห์ข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ วิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่าพบว่า ผู้สูงอายุเป็ นเพศหญิง ร้อยละ 62.50 มีอายุอยู่ในช่วง 60-65 ปี ร้อยละ 30.91 มีสถานสมรสคู่ ร้อยละ 59.09 จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 79.09 และไม่ได้ ประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจ าตัว ร้อยละ 34.55 พบว่าเป็ นโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด ร้อยละ 32.73 ความตอ้งการและความสามารถในการดูแลตนเองดา้นร่างกายเรื่องการอาบน้า การใช้ ห้องส้วม การแต่งกาย การรับประทานอาหาร การลุกจากเตียง การเดิน/การทรงตัว และการ รับประทานยา ในระดับมาก (M = 3.83 SD= 1.08) การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุประกอบด้วย ศูนย์สุขภาพชุมชน ครอบครัวและชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและรัฐสวัสดิการ ผู้วิจัย เสนอแนะให้พยาบาลชุมชนเน้นการท างานเชิงรุกและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย การสร้างเสริม สุขภาพผู้สูงอายุในการการดูแลตนเอง การส่งเสริมและสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของคนต่างวัย ผู้วิจัยเสนอแนะให้พยาบาลชุมชนควรมีการประเมินปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุเพื่อ จะได้วางแผนแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุมีการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและภาคีเครือข่าย ในการวางแผนร่วมกันในการดูแลผู้สูงอายุ ค าส าคัญ: ผู้สูงอายุ ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
ก Abstract The purpose of this research was to analyze problems needs of the elderly and developing a care system for the elderly in the community in Sanamchai Sub-district, Muang District, Suphanburi Province.The purposes of this descriptive research. The participants were 60 elderly living in that area, totaling 670 were divided randomly into 110 peoples using a power analysis program at 95% confidence level, effect size 0.3. Data collection were undertaken between March and June 2020. a questionnaire were base on Roth's concept,1977. Frequency, Percentage, Mean, Standard deviation and Content Analysis. The results shows that 62.50% of the elderly are female, 30.91% are in the 60-65 years old, 59.09% have married couples, 79.09% have graduated in primary education and are unemployed. Most of them had not disease, 34.55% found that they had hypertension the most, 32.73%, the need and ability to take care of their body in the bath, use the toilet, dress, eating. Getting out of bed Walking / balancing And taking medicationat a high level (M = 3.83 SD = 1.08) The development of the elderly care system consisting of community health centers Family and community Local Administrative Organization and State Welfare The researcher recommends that community nurses focus on the proactive and active involvement of network partners Elderly health promotion in selfcare Promoting and supporting the coexistence of people of different ages. The researcher recommends that community nurses should assess problems and needs of the elderly in order to plan solutions to meet the needs of the elderly. The elderly care system was developed with the participation of families. Community and network partners In joint planning of elderly care. Keywords : elderly, The needs of the elderly, Elderly care system
ค สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ภาษาไทย……………………………………………………………………………………….......ก บทคัดย่อ ภาษาอังกฤษ………………………………………………………………………………...............ข สารบัญ……………………………………………...………………………………………………ค สารบัญตาราง……………………………………………………………………….........................จ สารบัแผนภูมิ…………………………………………………………………….……………….....ฉ บทที่ 1 บทน า………………………………………………………………………………….……1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย……………………...……….………….……………………….2 สมมติฐานของการวิจัย……..….…………………..…….…………………………….…...2 ขอบเขตของการวิจัย…….…………………………………………………..……..............2 นิยามตัวแปร………………………………..….………………………………………..…2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………...3 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………..…..……….….4 แนวคิดผู้สูงอายุ………………………………………………………………………......4 แนวคิดการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน…………………………….…….…12 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………………………………..…......13 3 วิธีด าเนินการวิจัย……………………………………………………………….…..…...15 ข้นัตอนการดา เนินงานวิจยั……………………………………………….....................15 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง………………………………………………………….....15 การพิทักษ์สิทธิ์…………………………………………………….…………….........16 การเก็บรวบรวมข้อมูล…………………………………………..….…........................16 เครื่องมือที่ ใช้ในการวิจัย..................………………………………......................…...17 สารบัญ(ต่อ) หน้า
ง การวิเคราะห์ข้อมูล……………….………………………………….......................... 18 4 ผลการวิจัย………………………………………………………................................19 5. อภิปรายผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ………………………………………………..27 อภิปรายผลการวิจัย………………………………………………………………….27 ข้อเสนอแนะ……………………………………………………….……………….28 เอกสารและสิ่งอา้งอิง………………………………………………………………30 ภาคผนวก……………………………………….………………………….……...31 คา ช้ีแจงและการพิทกัษส์ ิทธ์ผูเ้ขา้ร่วมวิจยั…………………………………………..…...32 ประวัติผู้วิจัย…………………………………………...………………….……….….…34
จ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1.ขอ้มูลทวั่ ไปของผูสู้งอายุ..............................................................................................20 2. ปัญหา ความต้องการ และความสามารถในการดูแลตนเองด้านร่างกายของผู้สูงอายุ…22 3. ปัญหาในการดูแลตนเองด้านอารมณ์ และด้านคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ…………24
1 บทที่ 1 บทน ำ ควำมส ำคัญของปัญหำ สังคมประเทศไทย ปัจจุบนัมีการเปลี่ยนเป็นสังคมที่คนมีอายุยืนยาวข้ึน ส่งผลให้แนวโน้มจา นวน ประชากรผูสู้งอายมุีจา นวนเพิ่มข้ึนทุกปีจากผลการส ารวจของส านักงานสถิติแห่งชาติ4คร้ังที่ผ่านมาพบว่า พบว่า ประเทศไทยมีจ านวนและสัดส่วนของผูสู้งอายุเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยในปี 2537 มี จ านวนผู้สูงอายุคิดเป็ นร้อยละ 6.8 ของประชากรท้งัประเทศ และเพิ่มข้ึนเป็นร้อยละ 9.4 ร้อยละ 10.7ร้อยละ 12.2 ในปี 2545, 2550, 2554 ตามล าดับ ผลการส ารวจปี 2557พบว่า มีจ านวนผู้สูงอายุคิดเป็ นร้อยละ 14.9 ของประชากรท้งัหมด (ชายร้อยละ13.8 และหญิงร้อยละ 16.1) จากจา นวนผูสู้งอายุท้งัสิ้น 10,014,699 คน เป็ นชาย 4,514,812 และหญิง 5,499,887 คน หรือคิดเป็ นชายร้อยละ 45.1 และหญิงร้อยละ 54.9 ของผู้สูงอายุ ท้งัหมด (สา นักงานสถิติแห่งชาติ,2557) จังหวัดสุพรรณบุรีมีจ านวนผู้สูงอายุ 109,241ค น อ า เ ภ อ เ มื อ ง 17,696 คน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลสนามชัย 1,800 คน (ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด สุพรรณบุรี, 2558) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคมดังกล่าว ผู้สูงอายุส่วนส่วนใหญ่อยู่บ้านโดยไม่มี ลูกหลานคอยดูแล เนื่องจากคนหนุ่มสาวต้องเข้าไปท างานในเมือง และยังน าไปสู่การคาดหมายถึงผลด้านลบ ที่เป็นผลตามมาจากการเพิ่มข้ึนของผูสู้งอายุในด้านต่าง ๆ ปรากฎการณ์น้ีแสดงให้เห็นว่า อนาคตสังคม จะต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้สูงอายุสวัสดิการผู้สูงอายุมากข้ึน ท้งัในระดบัครอบครอบครัว ชุมชน และ ระดับประเทศ ที่ผ่านมารัฐได้มีความพยายามที่จะสร้างหลักประกัน ดา้นเศรษฐกิจแก่ผูสู้งอายุให้มากข้ึน ใน รูปแบบของกองทุนบา เหน็จบา นาจ การประกันสังคม และโครงการเบ้ียยงัชีพ ในอนาคตหากจ านวน ผูสู้งอายุที่เพิ่มข้ึนจะกลายเป็นประเด็นส าคญั ที่จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และยังส่งผลต่อคุณภาพ ชีวิตของคนในอนาคต ดงัน้นั ในอนาคต ชุมชน สังคม และองค์กรต่าง ๆ เช่น องคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่นจะ เป็นองคก์รที่บทบาทสา คญั ในการที่จะเสริมสร้างความเขม้แข็งของผูสู้งอายมุากข้ึน แม้ว่ารัฐบาลได้ก าหนด นโยบายด้านการดูแลผู้สูงอายุด้วยการพัฒนาระบบโครงสร้างบริการสังคม เพื่อการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี คุณภาพชีวิตที่ดี แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังให้ความส าคัญกับระบบครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ ได้มี การคาดการณ์กันว่าเครือข่ายทางสังคมระดับครอบครัวและเครือญาติจะมีข้อจ ากัดในการดูแลผู้สูงอายุที่ เพิ่มข้ึนในอนาคต แนวคิดการใช้ชุมชนเป็นพ้ืนฐานหลกัจึงเริ่มเขา้มามีบทบาทมากข้ึน ท้งัน้ีเพราะชุมชนจะ เป็ นผู้ให้การสนับสนุนด้านบุคลากร ทรัพยากรและองค์ความรู้ ซึ่ งเครือข่ายทางสังคมระดับชุมชนที่มี บทบาทต่อการดูแลผู้สูงอายุ คือ เพื่อน เพื่อนบ้าน ผู้น าชุมชน กลุ่มและสมาคมต่าง ๆ
2 ดงัน้นัผู้วิจัยจึงมีความจ าเป็ นที่จะต้องศึกษาระบบการดูแลผู้สูงอายุด้วยการสร้างความเข้มแข็งของ ระบบ ชุมชนแบบบูรณาการ ที่จะสามารถเอ้ือและสนบัสนุนชุมชนมีการดูแลกนัและกนั ให้เกิดข้ึนซ่ึง ต้องการพัฒนาองคค์วามรู้ในการอธิบายระบบการดูแลผูสู้งอายใุนชุมชนข้ึน วัตถุประสงค์กำรวิจัย เพื่อ 1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี 2. เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ค ำถำมกำรวิจัย 1.สถานการณ์ปัจจุบันของระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรีเป็ นอย่างไร 2.มีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลหรือมีอิทธิพลต่อการจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนต าบลสนาม ชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 3.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีควร เป็ นอย่างไร ขอบเขตของกำรวิจัย การวิจยัน้ีมีขอบเขตการวิจยัใน 2 ประเด็นหลกัดงัน้ี 1. ขอบเขตเชิงเน้ือหา ผูว้ิจยักา หนดขอบเขตในการศึกษาเชิงเน้ือหา คือเป็ นการศึกษาระบบการ ดูแลผู้สูงอายุในเขตต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ขอบเขตเชิงประชากร ประชากรในการวิจัยเป็นการวิจัยน้ีเป็นการศึกษาระบบการดูแลผูสู้งอายุในเขตตา บลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นิยำมตัวแปร ผู้สูงอำยุ หมายถึง บุคคลท้งัชายหญิงที่มีอายตุ้งัแต่60-69 ปีที่อาศยัอยใู่นพ้ืนที่ศึกษาที่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้อ่านออก เขียนหนังสือได้ ระบบกำรดูแลผู้สูงอำยุหมายถึงการที่ผูสู้งอายุเครือญาติเพื่อนบา้น กลมุ่องคก์รในชุมชนรวมท้งั เจา้หนา้ที่ที่มีส่วนเกี่ยวขอ้ง ท้งัจากหน่วยบริการสุขภาพระดบั ปฐมภูมิและองคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่น ได้ ร่วมกนัทา บทบาทหนา้ที่ในการช่วยเหลือสนบัสนุนให้ผูสู้งอายทุ้งัอยา่งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ให้ สามารถด าเนินชีวิตอยู่ในครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
3 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1. ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน จากกระบวนการวิจัยและพัฒนาภายใต้ การท างานอย่างมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน 2. ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในบริบทของสังคมและวัฒนธรรม อันจะส่งผลโดยตรงโดยตรงต่อผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีคุณภาพ ท าให้ผู้สูงอายุสามารถ ดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
4 บทที่ 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้ท ำกำรตรวจสอบแนวคิด หลักกำร ทฤษฎีและข้อค้นพบต่ำง ๆ จำกต ำรำ เอกสำร และ งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็ นแนวทำงในกำรก ำหนดกรอบแนวคิดในกำรวิจัย ผู้วิจัยได้แบ่งประเด็น ในกำรศึกษำแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวขอ้งไวด้งัน้ี -แนวคิดผู้สูงอำยุ -แนวคิดกำรพัฒนำระบบกำรดูแลผู้สูงอำยุในชุมชน - งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซ่ึงมีรำยละเอียดดงัต่อไปน้ี แนวคิดผู้สูงอายุ สถาบันแห่งชาติเกี่ยวกับผู้สูงอายุของสหรัฐอเมริกา(National Institution on Aging)ได้ก าหนด ช่วงอายุของผู้สูงอายุไว้คือ ผู้สูงอายุตอนต้น (Young-old) อายุอยู่ในช่วง 65-74 ปี ซึ่งยังสามารถท างาน ได้ถ้าสุขภาพกายและจิตยังดี วัย 75 ปีข้ึนไป (Old-old) ถือว่าชราอย่างแท้จริงส าหรับในประเทศ ไทย บรรลุศิริพานิช (2544: 122) ได้ให้ความหมายของผู้สูงอายุไว้ว่า เป็ นบุคคลเมื่อเกิดและเจริญเติบโต เป็ นเด็ก เป็ นผู้ใหญ่ และสุดท้ายเป็ นผู้สูงอายุหรือบางทีเรียกว่า “คนแก่คนชรา ผูเ้ฒ่า ผู้สูงอายุ” ซึ่ง เป็ นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติจะเกิดข้ึนไม่เท่ากนั ในแต่ละคน 1. การพิจารณาลักษณะความเป็ นผู้สูงอายุ หลักเกณฑ์การพิจารณาความเป็ นผู้สูงอายุ สรุปได้ใน 4 ลักษณะ คือ ( จิราพร เกศพิชญวัฒนา, 2537 ;อ้างใน สายธรรม วงศ์สถิตวิไลรุ่ง, 2540 : 11) 1.1 พิจารณาจากลักษณะอายุจริ งที่ปรากฏ (Chronological aging) ความสูงอายุน้ีเป็นไปตาม อายุขัยของมนุษยโ์ดยนบัต้งัแต่ปีที่เกิดเป็นตน้ ไป การดูลกัษณะของความเป็นผูสู้งอายตุามหลกัเกณฑน์ ้ี จึงดูที่ปี หรืออายุที่ปรากฏจริง
5 1.2 พิจารณาจากลักษณะการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย (Biological aging)ความเป็ นผู้สูงอายุลักษณะ น้ีดูไดจ้ากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดข้ึน เช่น ผมเริ่มบาง ผิวหนงัเหี่ยวยน่ตกกระ สายตายาว ศีรษะ ลา้น เป็นตน้ซ่ึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายน้ีจะเพิ่มข้ึนตามอายุที่เพิ่มข้ึนในแต่ละปีทา ให้เกิด ข้อจ ากัดในการประกอบกิจกรรมการด าเนินชีวิตประจ าวันของผู้สูงอายุ(สุวิมล พนาวัฒนกุล, 2539 : 84) และก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ เช่น การเจ็บป่วยเร้ือรัง พบว่า 4 ใน 5ของผูสู้งอายุมีโรคเร้ือรังอย่างน้อย หนึ่งโรค (สุรกุล เจนอบรม, 2540 : 65) 1.3 พิจารณาจากลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ (Psychological aging)รวมถึงการ เปลี่ยนแปลงในหน้าที่ทางการรับรู้ แนวความคิด ความจ า การเรี ยนรู้ และบุคลิกลักษณะต่าง ๆ ที่ แสดงออกตามอายุที่เพิ่มข้ึน การเปลี่ยนแปลงดา้นจิตใจและอารมณ์เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความสัมพันธ์ กับการเปลี่ยนแปลงที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย และสังคม การเปลี่ยนแปลงที่พบ เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็ นที่รัก เนื่องจากคู่ชีวิต เพื่อน หรือบุคคลที่เป็ นญาติสนิทต้องตายจาก เกิด ความรู้สึกถูกพรากจากบุคคลอันเป็ นที่รัก ก่อให้เกิดการซึมเศร้าไดง้่าย การสูญเสียสถานภาพทางสังคมและ เศรษฐกิจเนื่องจากถึงวัยที่ต้องออกจากงาน คือ เกษียณอายุขณะเดียวกันความสัมพันธ์ทางสังคมก็ลดลงด้วย ทา ให้เกิดความสูญเสียตา แหน่งหนา้ที่อาจมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ทา ให้ความมนั่ใจในความสามารถ และคุณค่าของตนเองลดลง สูญเสียสัมพันธภาพในครอบครัว เนื่องจากบุตรมีครอบครัวและแยกย้ายไปอยู่ ที่อื่น ท าให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว เงียบเหงา เกิดความซึมเศร้า เบื่อหน่าย (สุรกุล เจนอบรม, 2540 : 72) และ ยิ่งขาดการผูดู้แลจะทา ให้เกิดความรู้สึกหมดแรง ทอ้แทเ้พิ่มข้ึน 1.4 พิจารณาจากลักษณะบทบาททางสังคม (Sociological aging) ความเป็นผูสู้งอายลุกัษณะน้ี พิจารณาจากบทบาท หน้าที่สถานภาพของบุคคลในระบบสังคม ไดแ้ก่ครอบครัว เพื่อนฝูงความ รับผิดชอบในหน้าที่การงาน และบทบาททางสังคมอื่น ๆ 2.ความต้องการการดูแลของผู้สูงอายุ จากการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านท าให้ผู้สูงอายุมีความต้องการ การดูแลตนเองเพิ่มข้ึนตามพฒันาการแห่งวยัจึงมีความจา เป็นที่ญาติผูดู้แลจะตอ้งทราบถึงความตอ้งการการ ดูแล ซ่ึงท้งัหมดประกอบดว้ยการดูแลตนเองที่จา เป็นโดยทวั่ ไป การดูแลตนเองที่จา เป็นตามระยะพฒันาการ และการดูแลตนเองที่จา เป็นในภาวะเบี่ยงเบนทางดา้นสุขภาพสรุปไดด้งัน้ี 2.1 เรียนรู้การป้องกนัอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดข้ึนได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ หรือจากภาวะของโรคเร้ือรัง โดยการหลีกเลี่ยงปัจจยัที่จะทา ให้เกิดอาการแทรกซ้อนและเรียนรู้วิธีการแกไ้ข ในระยะเริ่มตน้เช่น ควรหลีกเลี่ยงการยืน เดินนาน ๆ หรือการเดินข้ึนบนัไดในผูสู้งอายุที่มีขอ้เข่าเสื่อมเพื่อ ป้องกันอาการปวดข้อ การควบคุมอาหารในผู้สูงอายุที่ป่ วยด้วยโรคเบาหวาน เพื่อรักษาระดบัน้า ตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การพลิกตะแคงตัวในผู้สูงอายุที่ป่ วยเป็ นอัมพาต เป็ นต้น
6 2.2 เรียนรู้เรื่องยาและการรักษา เพื่อช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุได้รับยาและการรักษาถูกต้องเหมาะสม โดยเรียนรู้ชนิดของยา จา นวน ขนาด วิธีใช้รวมท้งัฤทธิ์ ข้างเคียงและอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากการใช้ยา รู้จักค้นหาอาการผิดปกติ และวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุเป็ นกลุ่มที่มีปัญหาการเจ็บป่ วย ดว้ยโรคเร้ือรัง วิธีการรักษาและบรรเทาอาการต่าง ๆของโรคคือ การใช้ยา และพบว่าผู้สูงอายุมีการใช้ยา เป็ นประจ า การใช้ยาในผู้สูงอายุเป็ นเรื่องที่มีความส าคัญมาก ผู้สูงอายุจะมีความไวและอันตรายจากการใช้ยา ค่อนขา้งสูง ดงัน้นัผูดู้แลจึงควรมีความรอบคอบและระมดัระวงัในการใชย้ากบัผูสู้งอายุ 2.3 ป้องกนัอนัตรายที่อาจเกิดข้ึนในวยัสูงอายุไดแ้ก่การป้องกนัอุบตัิเหตุจากการหกลม้ซ่ึงพบได้ บ่อยมาก ท าให้กระดูกหัก เป็ นสาเหตุการตายมากที่สุด หรือท าให้ต้องเข้ารับการรักษาและใช้เวลาในการ ฟ้ืนฟูสภาพเป็นระยะเวลานาน สาเหตุเกิดจากเสียการทรงตวัการมองเห็นไม่ชด การจ ากัดการเคลื่อนไหว ั ร่วมกับการได้รับยาเพื่อการรักษาโรคต่าง ๆ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยากล่อมประสาท เป็ นต้น ควร ป้องกันโดยการดูแลสภาพร่างกาย หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบเรื่องยาที่ได้รับ และดูแล สภาพแวดลอ้มให้ปลอดภยัดูแลพ้ืนห้องให้สะอาด แห้ง มีแสงสว่างเพียงพอ มีราวยึดเกาะในห้องน้า เป็นตน้ 2.4 คงไวซ้่ึงการขบัถ่ายและการระบายของเสีย ปัญหาการกล้นั ปัสสาวะไม่อยู่เป็นปัญหาส าคญั สา หรับผูสู้งอายุเนื่องจากมีผลกระทบท้งัทางดา้นจิตสังคม และร่างกาย ทา ให้อบัอาย มีกลิ่นเหม็นอบั เป็ นที่น่ารังเกียจพักผ่อนไม่เพียงพอ ตอ้งลุกข้ึนเดินเขา้ห้องน้า หรือนงั่กระโถนเป็นระยะ ๆ ร่างกายขาดน้า จากการที่ตอ้งลุกข้ึนปัสสาวะบ่อย ๆ ทา ให้เกิดความร าคาญเบื่อหน่าย จึงลดจา นวนน้า ดื่มลงจึงควรช่วยให้ ผูสู้งอายุดื่มน้า ให้เพียงพอ เพื่อช่วยเพิ่มความตึงตัวให้กบักระเพาะปัสสาวะ ให้การช่วยเหลือเมื่อผู้สูงอายุ ต้องการถ่ายปัสสาวะ ดูแลความสะอาดผิวหนังและบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เป็ นพิเศษ การขับถ่ายที่เป็ นปัญหา ส าหรับผู้สูงอายุอีกเรื่องหนึ่งคือ อาการท้องผูก มีความยากล าบากในการขับถ่ายอุจจาระจึงควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีกากแข็ง ย่อยยาก กระตุ้นให้มีการออกก าลังกายและฝึ กการขับถ่ายอุจจาระให้เป็ นปกติทุกวัน 2.5 คงไว้ซึ่งโภชนาการที่ดี พบว่าอาการแน่นอึดอัดท้องเป็ นปัญหาส าคัญมีสาเหตุจากโรคหลอด อาหารอกัเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารอกัเสบเร้ือรัง มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็ง ล าไส้ใหญ่ และปัญหาทางด้านจิตใจ ผู้ดูแลจึงต้องปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม ให้อาหารที่ย่อย ง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้ทีละนอ้ยแต่บ่อยคร้ัง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนกัในม้ือใดม้ือ หน่ึง เพราะจะเพิ่มความดนั ในช่องทอ้ง หลีกเลี่ยงอาหารรสจดัร้อนจดัหรือเย็นจัด อาหารที่ท าให้เกิดแก๊ส กระตุน้ ให้ดื่มน้า มาก ๆ ประมาณวันละ 2-3 ลิตร 2.6 คงไว้ซึ่งความสามารถในการประกอบกิจกรรมและพักผ่อนให้เหมาะสม โดยเลือกกิจกรรมการ ออกก าลังกาย การประกอบกิจวัตรประจ าวันต่าง ๆ ให้สมดุลกับการพักผ่อน ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเองตามความสามารถดูแลและจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม แนะน าช่วยเหลือ ในขณะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนย้ายตนเองไปมา การทรงตัว การใช้เครื่องช่วยเดิน เป็ นต้น
7 2.7 คงไว้ซึ่งความมีคุณค่าในตัวเอง วัยสูงอายุเป็ นวัยที่มีข้อจ ากัดในการท ากิจกรรม เคลื่อนไหวไม่ คล่องแคล่ว มีอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย ต้องพึ่งพาบุคคลอื่นในการช่วยเหลือดูแล ท าให้ผู้สูงอายุรู้สึกด้อยคุณค่า เป็ นภาระของผู้อื่น ผู้ดูแลจึงควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ มีเจตคติที่ดีต่อชีวิตยอมรับการพึ่งพาบุคคลอื่น และควร ให้ความเคารพ นับถือ มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้สูงอายุ จากการเปลี่ยนแปลงในลักษณะต่าง ๆ ในด้านอายุจริงที่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และบทบาททางสังคมทา ให้ผูสู้งอายุมีความตอ้งการการดูแลตนเองเพิ่มข้ึนตามพฒันาการแห่งวยัจึงมีความ จ าเป็ นที่ญาติผู้ดูแลจะต้องทราบถึงความต้องการการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ ซึ่งญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุต้องเป็ น บุคคลในการดูแลผูสู้งอายุตอ้งมีความต้งัใจอุทิศเวลา และความพยายามในการตอบสนองความตอ้งการที่ เพิ่มข้ึนจากการเจ็บป่วย หรือมีขอ้จา กดัในการดูแลตนเองของผูสู้งอายุเพื่อให้ไดร้ับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่ งเป็ นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยท้ังทางกายและจิตใจแก่ผู้สูงอายุและได้ให้ข้อพึงปฏิบัติในการดูแล ผูสู้งอายใุนบา้น สรุปไดด้งัน้ี (เสนอ อินทรสุขศรี,2536 อ้างใน สายธรรม วงศ์สถิตวิไลรุ่ง,2540 : 16) 1.การจัดอาหาร อาหารควรจัดให้เหมาะสมกับสภาพของผู้สูงอายุ ถ้าผู้สูงอายุเกิดการเบื่ออาหาร ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อแนะน าเรื่องการแก้ไข 2.ให้ผูสู้งอายุไดท้า งานตามความพอใจ เช่น กวาดบา้น ปลูกตน้ ไม้ซ่อมแซมสิ่งของ ซ่ึงทา ให้ ผู้สูงอายุรู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อครอบครัว อย่างไรก็ตามผูสู้งอายไุม่ตอ้งการให้ใครมาสั่งหรือใชใ้ห้ตนทา งาน 3.ควรให้เงินผู้สูงอายุไว้ใช้ตามสมควร แม้ว่าปกติผู้สูงอายุจะไม่ได้ใช้เงินมากนัก แต่ผู้สูงอายุอาจ เอาไวซ้้ือของเล็ก ๆน้อย ๆ หรือท าบุญตามศรัทธาของตน 4.หาทางให้ผู้สูงอายุได้รับความบันเทิง เบิกบานใจ เช่น ถ้าผู้สูงอายุพอใจอ่านหนังสือ ก็ควรจัดหา หนังสือให้อ่าน จัดให้มีวิทยุ โทรทัศน์และการบันเทิงต่าง ๆ 5.พาผู้สูงอายุไปเข้าสังคมเท่าที่ก าลังจะไปได้ เช่น พาไปชมการแสดง การฟังอภิปราย ไปชม สถานที่ต่างๆ 6.ผู้สูงอายุที่เลื่อมใสในศาสนา ควรหาโอกาสพาไปวัดเพื่อฟังเทศน์ สนทนาธรรม หรือนิมนต์พระ ที่ท่านนบัถือมาที่บา้น ให้ผูสู้งอายไุดส้นทนาธรรม ฟังคา สั่งสอน เป็นตน้ 7.ให้โอกาสผู้สูงอายุได้พบเพื่อน เพื่อไม่ให้ว้าเหว่ หรือขาดเพื่อน 8.บุตรหลานควรจะกระท าตนให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่า ผู้สูงอายุเป็ นบุคคลที่มีคุณค่า ครอบครัวพึงแสดง ความรัก เคารพ นับถือด้วยกิริยา วาจา
8 9.จดัหางานอดิเรกให้เช่น ถา้ผูสู้งอายชุอบเล้ียงสัตว์ก็ควรหาสัตวเ์ล้ียงให้ 10.ดูแลเรื่องความปลอดภัยภายในบ้าน 11.ที่อยู่อาศยัของผูสู้งอายุห้องพกัทางเดิน ควรให้มีแสงสว่าง พ้ืนไม่ลื่นจนเกินไป และควรจดั ให้ผู้สูงอายอุยชู่้นัล่าง 12.การตัดผม โกนหนวด สระผม ตัดเล็บ ควรได้ดูแลเอาใจใส่ตามสมควร 13.ควรให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจร่างกายทุก 6 เดือน และให้การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่ วย จากสภาพปัญหาของผู้สูงอายุและภาระการดูแลที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุ ย่อมส่งผลกระทบต่อการ ด ารงชีวิตของญาติผู้ดูแลท าให้เกิดความเครี ยดจากการดูแลของญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากการต้อง รับผิดชอบดูแลตลอดชีวิตของผู้สูงอายุจึงอาจมีผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากญาติผู้ดูแล ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เมื่อผู้สูงอายุมีความเจ็บป่ วย และมีข้อจ ากัดในการดูแลตนเอง จึงตอ้งให้เวลาในการดูแล ใชค้วามพยายาม ตอ้งเพิ่มบทบาทในการเป็นผูดู้แลผูสู้งอายุมีเวลาส่วนตวัลดลง และมีโอกาสที่จะมีความบกพร่องในบทบาทต่อสมาชิกอื่นในครอบครัว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและ ความยุ่งยากในชีวิตซึ่งชนิตา มณีวรรณ และคณะ(2540 : 236) ส ารวจปัญหาและความต้องการของผู้ป่ วย โรคเร้ือรังและผูดู้แลที่บา้น พบว่าผูดู้แลที่บา้นมีปัญหาทางดา้นร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม เศรษฐกิจ และการดูแลผู้ป่ วยท าให้เกิดความเครี ยดจากการดูแลของญาติผู้ดูแลผู้สูงอายุพร้อมกับมีความต้องการ สนับสนุนช่วยเหลือทางสังคม เศรษฐกิจและความตอ้งการความรู้ความมนั่ใจในการดูแลผูป้่วยอยา่งมาก ด้วย ผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เมื่อผูสู้งอายมุีกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติจะเกิดข้ึนไม่เท่ากนั ในแต่ละคนท้ัง ในด้านอายุ การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และบทบาททางสังคม จะท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่เสื่อมลง ในทุก ๆ ดา้น ทา ให้เกิดการเจ็บป่วยเร้ือรังตามมาซ่ึงผูว้ิจยัไดศ้ึกษาภาวะเร้ือรัง(Chronicity) ตาม พจนานุกรมมีความหมายว่าความยึดเยื้อ(ทวีศกัด์ิญาณประทีป, 2531 : 65) เป็นภาวะที่เกิดข้ึนแลว้มีความยึด เยื้อ ยาวนาน ไม่มีทางช่วยเหลือให้กลบัคืนสู่สภาพเดิมดังน้ัน โรคเร้ือรังก็หมายถึงโรคที่เป็นนานรักษา ไม่หายมีอาการของโรคเป็ นๆหายๆ ถ้าเป็ นพฤติกรรม เช่น ความเจ็บปวดเรื้อรังก็หมายถึงพฤติกรรม หน่ึงที่เกิดข้ึนเป็นเวลาติดต่อกันนาน ๆ ความเจ็บป่วยเร้ือรัง (Chronic illness) ตามความหมายที่ก าหนดโดยคณะกรรมการเกี่ยวกับโรค เร้ือรัง (Commission of chronic disease) ในปี ค.ศ.1949 หมายถึงพยาธิสภาพหรือโรคที่มีลักษณะต่อไปน้ี (สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ,2537 : 78)
9 1. พยาธิสภาพเกิดข้ึนถาวร 2.ก่อให้เกิดความพิการหรือขอ้จา กดัของอวยัวะน้นั 3. ไม่สามารถแก้ไขหรือรักษาให้หาย หรือกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ 4. ต้องการการฝึ กเกี่ยวกับสมรรถนะของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่น กายภาพบ าบัดและโปรแกรมการ ฟ้ืนฟูสภาพ 5. ต้องการการดูแลใกล้ชิดจากแพทย์ และพยาบาล เพื่อติดตามประเมินอาการเป็ นระยะไปตลอด ชีวิต เอแบรม (Abram, 1972: 659) ไดใ้ห้ความหมายของความเจ็บป่วยเร้ือรัง หมายถึง การสูญเสีย หน้าที่ และการท างานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่เกิดข้ึนเป็นระยะเวลานาน ทา ให้ร่างกายและบุคคลต้องมี การปรับตัว ส่วนคลัฟ (Cluff, 1981 : 299)ไดใ้ห้ความหมายที่กวา้งข้ึน โดยอธิบายความเจ็บป่ วยเร้ือรังเป็นพยาธิ สภาพที่รักษาไม่หาย โดยวิธีการของแพทย์ แต่ต้องการกลวิธีในการควบคุมโรคและการรักษาพยาบาลตาม อาการเพื่อลดความรุนแรงของอาการและอาการแสดง ยบัย้งัความกา้วหน้าของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ของโรค กล่าวโดยสรุปความเจ็บป่วยเร้ือรัง หมายถึงโรคพยาธิสภาพ หรือความพิการทีเกิดข้ึนในบุคคลที่ ไม่มีโอกาสกลับคืนสู่ปกติ มีระยะของความก้าวหน้าของโรคที่มีอาการและอาการแสดงชัดเจน มีระยะ สงบ ซึ่งอาการและอาการแสดงไม่ปรากฏให้เห็น แต่คงมีพยาธิสภาพที่ซ้อนเร้นอยู่ภายใน ในเมื่อเกิดข้ึนแล้ว จะมีผลกระทบต่อบุคคลและสิ่งแวดลอ้มของบุคคลท้งัหมด ท าให้บุคคลต้องเรียนรู้และได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือในการดูแลตนเอง การควบคุมโรคหรือความก้าวหน้าของพยาธิสภาพ และการป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการที่เกิดข้ึนในอนาฅต (Lubkin, 1986 : 123 )ผูสู้งอายุที่ป่วยดว้ยโรคเร้ือรัง จ านวนหนึ่งที่คุณภาพชีวิตเลวลงมาก มีความเครียดและเผชิญความเครียดไม่มีประสิทธิภาพ คิดจะฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย ครอบครัวของผู้ป่ วยมีแต่ความกลัว โกรธหรือสับสนงุนงงต่อภาระที่เพิ่มข้ึนในการดูแล ช่วยเหลือผูป้่วยที่บา้น ภาระน้ีดูเหมือนจะยาวนานและหนกัมากสา หรับครอบครัว(Donnelly,1993: 1) จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุที่ป่ วยด้วยโรคเร้ือรังเป็นบุคคลที่มีโรคประจา ตวัเช่น โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นตน้ซ่ึงเป็นภาวะที่เกิดข้ึนแลว้มีความยึดเยื้อยาวนาน ไม่มีทางช่วยเหลือให้กลบัคืน สู่สภาพเดิม มีผลกระทบต่อบุคคลและสิ่งแวดลอ้มของบุคคลท้งัหมด จึงตอ้งมีการดูแลรักษาอยา่งต่อเนื่อง การปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี "ควำมชรำ” คือ กำรเปลี่ยนแปลงไปในทำงเสื่อม ซ่ึงเป็นธรรมชำติอย่ำงหน่ึงของสิ่งมีชีวิตที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่ำร่ำงกำยเรำจะมีกำรเปลี่ยนแปลงไปในทำงเสื่อมก็ไม่ได้หมำยควำมว่ำ ควำมสุขในชีวิต ของเรำจะลดลงไปด้วย หลักใหญ่ใจควำมคือ เรำต้องมำท ำควำมเข้ำใจกับกำรเปลี่ยนแปลงทำงร่ำงกำย และ
10 หำวิธีปฏิบตัิตวัให้ร่ำงกำยเรำทำ .งำนไดใ้กลเ้คียงกบัร่ำงกำยหนุ่ม ๆ สำว ๆ แลว้เรำก็จะเป็นคนแก่ที่สุขภำพดี มีควำมสุขคนหนึ่งได้ควำมเปลี่ยนแปลงทำงร่ำงกำยเมื่อเข้ำวัยสูงอำยุ กำรเปลี่ยนแปลงร่ำงกำยไปในทำง เสื่อมของมนุษยโ์ดยทวั่ ไปเริ่มต้งัแต่อำยุ35 ปีและต่อเนื่องกนัไปตลอดชวั่อำยขุยัซ่ึงอตัรำกำรเปลี่ยนแปลงจะ เร็วหรือช้ำต่ำงกนั ไปในแต่ละบุคคลโดยมีปัจจยัที่เป็นตวักำ หนดคือ ปัจจยัทำงพนัธุกรรมและสิ่งแวดลอ้ม กำรเปลี่ยนแปลงของระบบต่ำง ๆ มีดงัน้ี 1.กำรเปลี่ยนแปลงทำงรูปร่ำง ผู้สูงอำยุมักมีรูปร่ำงที่อ้วนกว่ำตอนเป็ นหนุ่มเป็ นสำว เนื่องจำกอัตรำกำรเผำผลำญพลังงำนในร่ำงกำยลดลง รูปร่ำงที่เหมำะสมเรียกว่ำไม่อว้นไป ไม่ผอมไป คิดจำกดชันีมวลกำยคือจะไดจ้ำกน้ำ หนกัเป็นกิโลกรัมหำร ส่วนสูงเป็ นเมตรยกก ำลังสอง ค่ำที่เหมำะสมคืออยู่ระหว่ำง 18-25กก./ม2 2.กำรเปลี่ยนแปลงทำงผิวหนัง ผู้สูงอำยุมักจะมีผิวหนังแห้งเนื่องจำกมีกำรเสื่อมของต่อมไขมัน ผิวหนังเหี่ยวย่นเนื่องจำกจ ำนวน collagen ลดลง ต่อมเหงื่อเสื่อมสภำพทำ .ให้หลงั่เหงื่อไดน้อ้ยลงกำรระบำยควำมร้อน ในผูสู้งอำยจุึงเป็นไปไดไ้ม่ดี เซลล์รำกขนเสื่อมสภำพท ำ.ให้ผมและขนหงอก ผมและเล็บยำวช้ำลง 3.กำรเปลี่ยนแปลงทำงกลำ้มเน้ือ เซลลก์ลำ้มเน้ือลำยของผูสู้งอำยจุะลดจำ นวนลงและมีเซลลไ์ขมนัเขำ้ไปแทรกในกลำ้มเน้ือ ทำ ให้ควำม แข็งแรงของกลำ้มเน้ือลดลงโดยทวั่ ไปในคนอำยุ80 ปีจำ นวนเซลลก์ลำ้มเน้ือลำยจะลดลงคร่ึงหน่ึงของตอน หนุ่มสำว 4. กำรเปลี่ยนแปลงของกระดูก ผูสู้งอำยจุะมีฮอร์โมนเพศลดลงทำ ให้กระดูกบำงเปรำะและหักไดง้่ำยข้ึน ฟันก็จะบำงลงโยกและหลุด ได้ง่ำย 5. หลอดเลือดและระบบไหลเวียนโลหิต โดยทวั่ ไปผนงัเส้นเลือดจะแข็งตวัและหนำข้ึน ทำ ให้รูเส้นเลือดแคบลงแรงตำ้นทำนในหลอดเลือดสูงข้ึน ทำ ให้ควำมดนัเลือดสูงข้ึน หำกผูสู้งอำยมุีควำมดนัเลือดเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท จะถือว่ำเป็ นควำมดัน เลือดสูง จ ำเป็ นต้องได้รับกำรรักษำควำมยืดหยุ่นของหลอดเลือดด ำ.ที่ลดลง จะท ำให้เกิดเส้นเลือดขอดได้ง่ำย 6.สมองและอวัยวะรับควำมรู้สึก
11 เซลล์สมองของผู้สูงอำยุจะเสื่อมสภำพ และตำยไปท ำให้จ ำนวนเซลล์สมองลดลง ขนำดของสมอง เล็กลงท ำ.ให้ควำมจ ำ.ไม่ดี หลง ๆ ลืม ๆ โดยเฉพำะเรื่องที่ผ่ำนมำไมนำน บำงรำยมีอำกำรซึมเศร้ำ เนื่องจำก มีอำกำรซึมเศร้ำเนื่องจำกสำรสื่อประสำทในสมองลดลงกำรรับกลิ่น-รับรส ก็ได้น้อยลง ท ำให้รับประทำน อำหำรก็ไม่อร่อย เบื่ออำหำร 7.สำยตำ เลนส์ตำจะมีควำมยืดหยุ่นน้อยลง ท ำให้มองวัตถุใกล้ ๆ ไม่ชัดเรียกว่ำ สำยตำยำว เลนส์ตำอำจขุ่นท ำให้ เกิดภำวะต้อกระจก ท ำให้มีอำกำรตำมัวเหมือนมีหมอกลง 8. ระบบทำงเดินอำหำร มีกำรเสื่อมลงของเยื่อบุทำงเดินอำหำร ทำ ให้กำรหลงั่น้ำ ยอ่ยต่ำง ๆ ลดลงกำรยอ่ยอำหำรไม่ดีมีอำกำร ทอ้งอืดไดง้่ำยกลำ้มเน้ือลำ ไส้มกีำ .ลงัในกำรบีบตวันอ้ยลง ทำ ให้ผูสู้งอำยทุอ้งผูกไดบ้ ่อย ๆ 9. ระบบทำงเดินปัสสำวะและระบบสืบพันธุ์ เพศหญิงจะมีกำรบำงตวัของช่องคลอด และสำรคดัหลงั่จำกช่องคลอดลดลงทำ ให้มีกำรเจ็บปวด เวลำร่วมเพศ ส่วนเพศชำยต่อมลูกหมำกจะโตข้ึน ทำ ให้ขดัขวำงทำงเดินปัสสำวะเกิดอำกำรปัสสำวะลำ บำก ปัสสำวะไม่พุ่งไกลและท้งัสองเพศไตจะทำ งำนนอ้ยลงควำมสำมำรถในกำรกำ .จดัของเสียลดลง 10. ระบบต่อมไร้ท่อกำรเสื่อมของตบัออ่นทำ ให้ผูสู้งอำยมุีโอกำสเป็นเบำหวำนไดม้ำกข้ึน ผู้สูงอำยุจะดูแลสุขภำพตัวเองอย่ำงไรดี 1. ป้องกันโรคที่ป้องกันได้ เช่น ฉีดวัคซีน หลีกเลี่ยงผู้ที่เป็ นโรคติดต่อ 2. หลีกเลี่ยง สุรำ บุหรี่สิ่งเสพยต์ิด 3. ดูแลสุขภำพตนเอง เช่น หัดวัดควำมดันเลือดตัวเอง ตรวจนับชีพจร 4. ดูแลกำรรับประทำนอำหำร โดยรับประทำนอำหำรครบ 5 หมู่ โดยเพิ่มอำหำรประเภทเส้นใย หลีกเลี่ยงอำหำรเค็มจดัหวำนจดัและอำหำรไขมนั 5. ดูแลสภำพจิตใจ โดยกำรท ำ.จิตใจให้สงบ เข้ำวัดเข้ำวำ ปล่อยละปล่อยวำง พักผ่อนและท ำงำน อดิเรกที่ ตนชอบ
12 6. ท ำงำนและออกก ำลังกำยอย่ำงเหมำะสม 7. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่ำงกำยเป็ นประจ ำปี ละ 1 คร้ัง แนวคิดการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน กำรพัฒนำ (improvement) หมำยถึงกำรปรับปรุง แกไ้ข ดีข้ึน เป็นกำรเปลี่ยนแปลงในทำงบวก เป็น กระบวนกำรหรือผลลัพธ์ของกำรพัฒนำ ซึ่งค ำว่ำกำรพัฒนำได้มีผู้น ำมำใช้หลำยระดับ เช่น กำรพัฒนำตนเอง กำรพัฒนำองค์กรกำรพฒันำที่แทจ้ริงควรนำ ไปสู่ควำมพอใจต่อควำมตอ้งกำรเกิดข้ึนจำกภำยใน เกิดควำม ตระหนักในตนเองและสำมำรถอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่ำง ๆ ได้ดีและกำรพฒันำที่ดีและยงั่ยืนควรเป็นกำร พฒันำที่ตอ้งเริ่มจำกบุคคลมีกระบวนทัศน์เกี่ยวกบักำรพฒันำที่ถูกตอ้ง เกิดกำรวำงแผน และกำรปฏิบัติที่ ด ำเนินกำรโดยพิจำรณำอย่ำงรอบคอบ เพื่อจุดมุ่งหมำยร่วมกัน กำรพัฒนำระบบบริกำรสุขภำพ กำรดูแลผู้สูงอำยุเป็ นส่วนหนึ่ งของกำรพัฒนำคุณภำพบริ กำร สุขภำพ ที่ต้องมีกำรดำ เนินกำรเพื่อเป็นหลักประกนัแก่สังคมว่ำ ประชำชนจะไดร้ับบริกำรที่มีคุณภำพ มี ประสิทธิภำพละเท่ำเทียมกัน หัวใจส ำคัญของกำรพัฒนำคุณภำพบริกำร คือวิเครำะห์หำจุดอ่อนในสถำน บริกำรหรือระบบบริกำรสุขภำพที่เป็นอยู่และดำ เนินกำรปรับปรุงให้ดีข้ึนอย่ำงต่อเนื่อง โดยกำรปรับปรุง หรือจัดวำงระบบใหม่ เลือกประเด็นที่สำมำรถทำ ไดง้่ำยมำดำ เนินกำรก่อน ติดตำมดูควำมกำ้วหน้ำในกำร ปรับปรุงและหำโอกำสที่จะท ำให้ดีข้ึน จัดให้เป็นระบบ มีกำรเชื่อมโยงประสำนกันอย่ำงครอบลุม น ำ นวัตกรรมหรือควำมคิดสร้ำงสรรค์มำใช้ เลือกใช้เครื่องมือและเทคนิคในกำรพัฒนำคุณธรรมอย่ำงเหมำะสม กำ หนดตวัช้ีวดัที่ชดัเจน มีกำรจดัทำ นโยบำยและวิธีปฏิบตัิอยำ่งชดัเจน สะดวกต่อกำรนำ ไปใช้และเป็นลำย ลักษณ์อักษร เพื่อเป็ นหลักประกนัว่ำระบบงำนที่ปรับปรุง หรือจดัวำงข้ึนใหม่น้ันจะสำมำรถดำ เนินไปได้ อย่ำงต่อเนื่อง โดยมีหลักส ำคัญของกำรพัฒนำคุณภำพระบบบริกำรสุขภำพคล้ำยคลึงกับกำรพัฒนำคุณภำพ โรงพยำบำลคือ 1. ผู้รับบริกำรได้รับบริกำรที่ดีที่สุดภำยใต้สถำนกำรณ์ของกำรพยำบำลหรือของโรงพยำบำล รวมท้งัไดร้ับกำรพิทกัษ์สิทธ์ิและศกัด์ิศรี2.กำรที่สมำชิกของทีมกำรดูแลท ำงำนด้วยใจ ร่วมใจกันท ำ ท ำด้วย ใจที่มุ่งมนั่ทำ ดว้ยควำมเขำ้ใจ3.กำรมุ่งออกแบบระบบงำนหรือกระบวนกำรทำ งำนเพื่อป้องกนั ปัญหำเพื่อ อ ำนวยควำมสะดวกในกำรปฏิบัติงำนตำมนโยบำยหรือจุดยืนของระบบบริกำรพยำบำลหรือของโรงพยำบำล ในแต่ละเรื่อง กำรให้บริกำรผู้สูงอำยุจะเน้นกำรพัฒนำกำรดูแลสุขภำพแบบองค์รวมและกำรสร้ำงเสริมสุขภำพ โดยมีกำรพัฒนำมำตรฐำนกำรดูแลที่มีหลักฐำนเชิงประจักษ์ (evidence based practice) มำกข้ึน มีกำร
13 สนับสนุนกำรจัดกิจกรรมสร้ำงเสริมสุขภำพในชุมชน เน้นให้เอกชนมีส่วนร่วมในกำรจดับริกำรมำกข้ึน มี กำรท ำงำนสนับสนุนในลักษณะเครื อข่ำยกับสถำนพยำบำลอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ และเนื่องจำกรัฐ จ ำเป็ นต้องรับภำระหนักในด้ำนสุขภำพอนำมัยของผู้สูงอำยุ จึงเน้นกำรดูแลสุขภำพที่บ้ำนและในชุมชน โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกำรคิดวิเครำะห์ปัญหำ ก ำหนดแนวทำงและแผนกำรด ำเนินงำน กำรลงมือปฏิบัติ และกำรประเมินผล โดยมีหน่วยงำนของรัฐท ำหน้ำที่ในกำรให้ค ำแนะน ำ กระตุ้นและกำรให้กำรสนับสนุน ดงัน้ันแนวโน้มกำรจดับริกำรสุขภำพผูสู้งอำยุจึงมุ่งเน้นกำรสร้ำงสุขภำพมำกกว่ำซ่อมสุขภำพ โดยอำศัย ครอบครัวหรือชุมชนเป็ นฐำน และประสำนงำนกันแบบสหสำขำวิชำชีพ ยึดกำรส่งเสริมสุขภำพ กำรป้องกัน โรคกำรรักษำและกำรฟ้ืนฟูสภำพ โดยมีแนวคิดในระบบกำรบริกำรสุขภำพสำ หรับผูสู้งอำยุ(อมัพรเจริญ ชัย และคณะ อ้ำงใน วันเพ็ญ ปัณรำช, 2552) ดงัน้ี 4.1 แนวคิดเกี่ยวกับควำมส ำคัญของสถำบันครอบครัว เป็ นกำรส่งเสริมและเน้นให้ผู้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พีรสันต์ ป้ันกอ้ง (2560) ได้ศึกษำ ภำวะสุขภำพของผู้สูงอำยุ อ ำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์พบว่ำ ผู้สูงอำยุส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง เจ็บป่ วยด้วยโรคควำมดันโลหิตสูง เบำหวำน มีปัญหำด้ำนกำรเคลื่อนไหว ล ำบำกจำกข้อเข่ำเสื่อม และปัญหำด้ำนจิตใจ ปัญหำรกำรนอนไม่หลับสนิท ด้ำนควำมต้องกำรในกำรดูแล ดำ้นสุขภำพของผูสู้งอำยุกำรตรวจสุขภำพ กำรเพิ่มเบ้ียยงัชีพ กำรดูแลจำกลูกหลำน สิ่งอำ นวยควำมสะดวก ในชุมชน และกำรได้รับกำรยอมรับจำกครอบครัวและสังคม วัชพลประสิทธิ์ ก้อนแก้ว (25571) ได้ศึกษำ พฤติกรรมสุขภำพของผู้สูงอำยุที่อำศัยในเขตเทศบำล ต ำบลคลองต ำหรุ อ ำเภอเมืองชลบุรี พบว่ำ ผูสู้งอำยุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีสถำนภำพสมรส จบช้ัน ประถมศึกษำ มีรำยได้น้อยกว่ำ 5,000 บำท มีภำวะสุขภำพอยู่ในเกณฑ์ปำนกลำง เจ็บป่ วยด้วยโรคควำมดัน โลหิตสูง เบำหวำน มีพฤติกรรมสุขภำพโดรวมอยู่ในระดับปำนกลำง โดยมีพฤติกรรมด้ำนกำรรับประทำน อำหำรดีที่สุด รองลงมำคือกำรปฏิบัติตนในภำวะเจ็บป่ วย กำรจัดกำรควำมเครียด และมีพฤติกรรมกำรออก ก ำลังกำยน้อยที่สุด วันเพ็ญ ปัณรำช (2552) ได้ศึกษำ กำรพัฒนำระบบกำรดูแลผู้สูงอำยุในชุมชน พบว่ำ ปัญหำและ ควำมต้องกำรกำรดูแลของผู้สูงอำยุประกอบด้วยปัญหำภำวะสุขภำพกำย และกำรเจ็บป่ วย ปัญหำสุขภำพจิต ปัญหำควำมยำกจนไม่มีรำยได้ และปัญหำควำมสัมพันธ์ในครอบครัว และกำรได้รับกำรยอมรับจำกสังคม กิจกรรมกำรดูแลที่ผ่ำนมำผูสู้งอำยุไดร้ับกำรดูแลท้งัระบบกำรดูแลที่ไม่เป็นทำงกำร และระบบกำรดูแลที่
14 เป็นทำงกำรโดยเฉพำะสวสัดิกำรเบ้ียยงัชีพผูสู้งอำยุข้อเสนอกำรดูแลประกอบด้วยกำรเสริมสร้ำงควำม เข้มแข็งของชุมชนที่สอดคล้องกับบริกำรของสังคมและวัฒนธรรมในลักษณะกำรท ำงำนในแนวรำบและ กำรท ำบทบำทกำรเป็ นหุ้นส่วนและอยู่บนฐำนของทรัพยำกรและศักยภำพของชุมชน
15 บทที่ 3 วิธีการวิจัย การวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี เป็ นการวิจัยและพัฒนา (The Research and Development)ผู้สูงอายุ ต าบล สนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรรณบุรีเป็นหน่วยวิเคราะห์ (unit of analysis) ประกอบดว้ยข้นัตอนการดา เนินการวิจยัและ ระเบียบวิธีวิจยัโดยมีข้นัตอนดงัน้ี ขั้นตอนการด าเนินงานวิจัย เพื่อเป็ นแนวทางส าหรับด าเนินการการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่วางไว้สามารถแล้วเสร็จ ตามกา หนดและมีประสิทธิภาพ ผูว้ิจยัจึงไดก้า หนดรายละเอียด และข้นัตอนการด าเนินการวิจัยไว้เป็ น 3 ข้นัตอน ดงัน้ี ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาแนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขั้นตอนที่ 3 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ระเบียบวิธีวิจัย เพื่อให้การวิจยัคร้ังน้ีดา เนินการเป็นไปตามวตัถุประสงคข์องการวิจยัผูว้ิจยัจึงกา หนดรายละเอียด ต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งประกอบด้วยแผนแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรที่ศึกษา การสร้างเครื่องมือการเก็บรวบรวมขอ้มูลและสถิติที่ใชใ้นการวิจยัตามรายละเอียดดงัน้ี แบบแผนการวิจัย การวิจยัคร้ังน้ีเป็นเการวิจัยและพัฒนา (The Research and Development)ศึกษาสภาวการณ์โดยไม่มี การทดลอง ( the one shot, non experimental case study ) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิเคราะห์และเก็บรวบรวมขอ้มูลของการวิจยัคร้ังน้ีคือ ประชากรผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลสนามชัย จ านวน 670 ค านวณได้ขนาดตัวอย่างเท่ากับ 110 คน โดยใช้โปรแกรม power analysis ที่ระดบัความเชื่อมนั่95% effect size 0.3
16 ระยะที่ 1 ผู้วิจัยสุ่มอย่างง่ายตามเกณฑ์ ได้จ านวนผู้สูงอายุ จ านวน 110 คน เกณฑ์ผู้สูงอายุ บุคคลท้งัชายหญิงที่มีอายตุ้งัแต่60-69 ปีที่อาศยัอยู่ในพ้ืนที่ศึกษาที่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ อ่านออก เขียนหนังสือได้ เกณฑ์การคัดเข้า (Inclusion Criteria) ดงัต่อไปน้ี -ผูสู้งอายุบุคคลท้งัชายหญิงที่มีอายตุ้งัแต่60-69 ปี -อาศัยอยู่ในเขตต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี -สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อ่านออก เขียนหนังสือได้ -สามารถให้ข้อมูลได้และเต็มใจที่จะให้ข้อมูล เกณฑ์การคัดออก (Exclusion Criteria) ดงัต่อไปน้ี -ผู้สูงอายุที่ไม่เต็มใจให้ข้อมูล -ผู้สูงอายุที่ต้องการออกจากการวิจัย ระยะที่ 2 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี การพิทักษ์สิทธิ์ 1.ผู้วิจัยน าเสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สิทธิ์ ผู้ป่ วยต่อคณะกรรมการวิจัยในมนุษย์ของ วิทยาลัย 2.สอบถามความสมัครใจของกลุ่มตัวอย่าง อธิบายวัตถุประสงค์ของการศึกษา ข้นัตอนการรวบรวม ขอ้มูลและขอความร่วมมือในการศึกษา พร้อมท้งัแจง้การพิทกัษส์ ิทธ์ิของกลุ่มตวัอยา่งในการร่วมการศึกษา โดยช้ีแจงให้กลุ่มตวัอย่างทราบถึงการเขา้ร่วมการศึกษาที่จะเป็นไปตามความสมคัรใจโดยให้อ่านเอกสาร ยินยอม และลงลายมือชื่อแนบท้าย ซึ่งไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อผูเ้ขา้ร่วมการศึกษาขอ้มูลท้งัหมดของกลุ่ม ตวัอยา่งจะเก็บเป็นความลบัและนา เสนอในรูปผลของการศึกษาเท่าน้นั การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บข้อมูล โดยการใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่ม ขั้นตอนการด าเนินงานวิจัย ข้นัตอนการดา เนินงานแบ่งเป็ น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอ เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
17 กิจกรรมระยะที่ 1 ส ารวจข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิเคราะห์ สภาพปัญหาปัจจุบันของผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัยอ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะที่ 2 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี กิจกรรมระยะที่ 2.1 น าข้อมูลจากระยะที่ 1 และจากการทบทวนแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัย ร่วม ก าหนดระบบการดูแลผู้สูงอายุ โดยการประชุมกลุ่มกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กิจกรรมระยะที่ 2.2 น าระบบการดูแลผู้สูงอายุที่ได้จากกิจกรรมระยะที่ 2.1 ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข เครื่องมือในการวิจัย เครื่องมือที่ใชใ้นการเก็บรวบรวมขอ้มูลในงานวิจยัคร้ังน้ีคือ 1.แบบสอบถามขอ้มูลทวั่ ไป 2.แบบสอบถามปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ 3.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ผูว้ิจยันา แบบสอบถามไปหาคุณภาพของเครื่องมอื โดยการหาค่าความตรงเชิงเน้ือหาและค่าความ เชื่อมนั่ซ่ึงมีรายละเอียดดงัน้ี 2.1 การหาความตรงเชิงเน้ือหาผูว้ิจยัไดน้า แบบสอบถามที่สร้างข้ึนไปให้ผูท้รงคุณวุฒิจา นวน 3 คน คือ กลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็ นผู้มีความเข้าใจและมีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุ และผู้ที่ เชี่ยวชาญดา้นการวิจยัตรวจสอบความถูกตอ้งดา้นโครงสร้างเน้ือหาและภาษาที่ใช้พิจารณาค่าความตรงเชิง เน้ือหาของแบบสอบถาม โดยนา คะแนนที่ไดม้าหาค่าดชันีความสอดคลอ้งระหว่างขอ้คา ถามกบัตวัแปรดว้ย การค านวณค่า IOC (index of item objective congruence)ค่า IOC เท่ากับ 0.6 - 1 แล้วน าข้อค าถามมา ปรับปรุงตามขอ้เสนอแนะของผูเ้ชี่ยวชาญก่อนนา ไปทดลองใช้ 2.2 การหาค่าความเที่ยง ผู้วิจัยน าแบบสอบถามไปทดลองใช้กับผู้สูงอายุ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน เพื่อตรวจสอบ คุณภาพของเครื่องมือ แล้วหาค่าความเที่ยงของเครื่องมือโดยการค านวณหาค่าสัมประสิทธิ์ อัลฟาของ ครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) เท่ากับ .85
18 การวิเคราะห์ข้อมูล 1.ขอ้มูลทวั่ ไปและแบบสอบถามปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจาก คอมพิวเตอร์ ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.ขอ้มูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) เนน้เน้ือหาที่สามารถตอบ วตัถุประสงคข์องการวิจยัไดถู้กตอ้งรวมท้งัตรวจสอบความสอดคลอ้งความถูกตอ้งเหมาะสม การวิจยัน้ีมีขอบเขตการวิจยัใน 2 ประเด็นหลกัดงัน้ี 1. ขอบเขตเชิงเน้ือหาผูว้ิจยักา หนดขอบเขตในการศึกษาเชิงเน้ือหาคือเป็ นการศึกษาระบบการ ดูแลผู้สูงอายุในเขตต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ขอบเขตเชิงประชากร ประชากรในการวิจยัเป็นการวิจยัน้ีเป็นการศึกษาระบบการดูแลผูสู้งอายใุนเขตตา บลสนามชยั อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
19 บทที่ 4 ผลการวิจัยและข้อวิจารณ์ ผลการวิจัย การวิจัยคร้ังน้ีมีวตัถุประสงค์เพื่อ1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุใน ชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีและ2. เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุใน ชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้วิจัยน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยล าดับ ดงัน้ี ตอนที่1 สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี ซึ่งวิเคราะห์โดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตอนที่ 2 ผลพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี วิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) การเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี ผูสู้งอายใุนการศึกษาคร้ังน้ีรวมท้งัสิ้น 110 คน ส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง ร้อยละ 62.50 มีอายุอยู่ ในช่วง 60-65 ปี ลองลงมา คือ 66-70 ปื และ71-75 ปี ร้อยละ 30.91, 22.73 และ 21.82 ตามล าดับ มี สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 59.09 จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 79.09 และปัจจุบันไม่ได้ ประกอบอาชีพแล้ว ร้อยละ 49.09 นับถือศาสนาพุทธ ในส่วนของภาวะสุขภาพ พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มี โรคประจ าตัว ร้อยละ 34.55 ส าหรับผู้ที่มีโรคประจ าตัว จ านวน คน พบว่าเป็ นโรคความดันโลหิตสูง มากที่สุด ร้อยละ 32.73 มีระยะเวลาการเจ็บป่ วยอยู่ในช่วง 3-5 ปี ร้อยละ 34.55 และได้รับการรักษา อย่างต่อเนื่อง 77.18 มีจา นวน และร้อยละของขอ้มูลทวั่ ไป ไดแ้ก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ โรคประจ าตัว ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1ขอ้มูลทวั่ ไปของผูสู้งอายุ(n=110)
20 ข้อมูลทั่วไป จ านวน (คน) ร้อยละ เพศ ชาย 41 37.50 หญิง 69 62.50 อายุ 60-65 ปี 34 30.91 66-70 ปี 25 22.73 71-75 ปี 24 21.82 76-80 ปี 14 12.73 81-85 ปี 8 7.27 > 85 ปี 5 4.54 สถานภาพสมรส โสด 6 5.45 สมรส 65 59.09 หย่าร้าง 3 2.73 หม้าย 36 32.73 ระดับการศึกษา ไม่ได้ศึกษา 18 16.36 ประถมศึกษา 87 79.09 มัธยมศึกษา 4 3.64 ปริญญาตรี 1 0.91 อาชีพ ไม่ได้ประกอบอาชีพ 54 49.09 รับจ้าง 20 18.18 เกษตรกรรม 30 27.27 ข้าราชการบ านาญ 3 2.73 ค้าขาย 3 2.73 ศาสนา พุทธ 110 100 โรคประจ าตัว
21 ข้อมูลทั่วไป จ านวน (คน) ร้อยละ เบาหวาน 13 11.82 ความดันโลหิตสูง 36 32.73 หัวใจ 2 1.82 ไตวายเร้ือรัง 1 0.90 ภาวะไขมันในเลือดสูง 10 9.09 มากกว่า 1โรคร่วมกัน 10 9.09 ไม่มีโรคประจ าตัว 38 34.55 ระยะเวลาที่เจ็บป่ วย น้อยกว่า 3 ปี 18 16.36 3-5 ปี 38 34.55 6-8 ปี 12 11.91 9-11 ปี 16 14.54 มากกว่า 11 ปี 15 13.64 ไม่ทราบระยะเวลาที่แน่นอน 11 10.00 การรักษาที่ได้รับ รับการรักษาเมื่อมีอาการ 24 22.82 รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 86 77.18 ปัญหา ความต้องการ และความสามารถในการดูแลตนเองด้านร่างกายของผู้สูงอายุ พบว่า ความต้องการ และความสามารถในการดูแลตนเองด้านร่างกายของผู้สูงอายุ โดยรวมและรายข้ออยู่ใน ระดบั ปานกลาง ยกเวน้เรื่องการอาบน้า การใชห้ ้องส้วม การแต่งกาย การรับประทานอาหาร การลุก ออกจากเตียง การเดิน/การทรงตัว และการรับประทานยา ที่มีความต้องการ และความสามารถใน ระดับมาก ในส่วนของปัญหา พบว่า ท้งัโดยรวม และรายขอ้พบว่าผูสู้งอายุไม่มีปัญหาในการดูแล ตนเองด้าร่างกาย ดังตารางที่ 2
22 ตารางที่ 2 ปัญหา ความต้องการ และความสามารถในการดูแลตนเองด้านร่างกายของผู้สูงอายุ ด้านร่างกาย ความสามารถ ความต้องการ ปัญหา ̅ (SD) แปลผล ̅ (SD) แปลผล ̅ (SD) แปลผล การอาบน้า 3.92 (1.04) มาก 2.69 (1.29) ปานกลาง 0.23 (1.77) ไม่เป็ น ปัญหา การใช้ห้องส้วม 3.88 (1.08) มาก 2.67 (1.31) ปานกลาง 1.21 (1.79) ไม่เป็ น ปัญหา การแต่งกาย 3.86 (1.07) มาก 2.72 (1.30) ปานกลาง 1.14 (1.73) ไม่เป็ น ปัญหา การเตรียม/การปรุงอาหาร 3.40 (1.26) ปานกลาง 3.02 (1.23) ปานกลาง 0.38 (1.91) ไม่เป็ น ปัญหา การจดัหาเส้ือผา้/ของใช้ 3.65 (1.24) ปานกลาง 2.85 (1.23) ปานกลาง 0.80 (1.83) ไม่เป็ น ปัญหา การรับประทานอาหาร 3.89 (1.05) มาก 2.75 (1.28) ปานกลาง 1.14 (1.72) ไม่เป็ น ปัญหา การลุกออกจากเตียง 3.80 (1.10) มาก 2.67 (1.24) ปานกลาง 1.13 (1.75) ไม่เป็ น ปัญหา การซ้ือของใชส้ ่วนตวั 3.52 (1.10) ปานกลาง 2.82 (1.22) ปานกลาง 0.70 (1.79) ไม่เป็ น ปัญหา การตัดผม/เล็บมือ-เท้า 3.55 (1.18) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การเดิน/การทรงตัว 3.70 (1.13) มาก ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การรับประทานยา 3.75 (1.09) มาก ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การซ้ือยา/ติดต่อขอยาจาก แพทย์/สถานีอนามัย 3.63 (1.21) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การทา ความสะอาดเส้ือผา้ 3.55 (1.19) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา
23 ด้านร่างกาย ความสามารถ ความต้องการ ปัญหา ̅ (SD) แปลผล ̅ (SD) แปลผล ̅ (SD) แปลผล การจัดบริเวณบ้าน/ท า ความสะอาดบ้าน 3.47 (1.20) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การจัดห้องพัก/ที่นอน 3.43 (1.18) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา การขับรถ/ถีบจักรยาน 3.11 (2.14) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา ความสามารถด้านร่างกาย โดยรวม 3.62 (0.98) ปานกลาง ปานกลาง ไม่เป็ น ปัญหา ปัญหาในการดูแลตนเองด้านอารมณ์ และด้านคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุโดยรวม และราย ข้ออยู่ในระดับปานกลาง (̅=2.65 ถึง 3.10) ยกเว้น เรื่องการมีการขัดแย้งกับผู้ที่ดูแลใกล้ชิด และการมี การขัดแย้งกับผู้ที่ดูแลใกล้ชิด และการมีการขัดแย้งกับสมาชิกในครอบครัว ที่เป็ นปัญหาในระดับน้อย (̅=2.26 และ 2.31) ส่วนด้านคุณค่าในตนเอง พบว่า ปัญหาโดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับน้อย (̅=1.24 ถึง 2.33) ยกเว้น เรื่อง ความรุ้สึกเศร้าหมองไม่มีความสุข รู้สึกว่าตนเองเป็ นภาระของคนรอบ ขา้ง รู้สึกไม่มีใครรัก/ให้ความเคารพ และรูสึกว่าตนเองไม่สามารถสั่งสอนบุตรหลานได้ที่พบว่าเป็น ปัญหาในระดับกลาง (̅=2.34 ถึง 2.56) ดังตารางที่ 3
24 ตารางที่ 3 ปัญหาในการดูแลตนเองด้านอารมณ์ และด้านคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ ด้านอารมณ์ และการรับรู้ ̅ SD แปลผล มีการขัดแย้งกับผู้ที่ดูแลใกล้ชิด 2.31 1.09 น้อย มีการขัดแย้งกับสมาชิกในครอบครัว 2.26 1.09 น้อย รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกาย/การเจ็บป่ วยของ ตน 2.79 1.14 ปานกลาง รู้สึกโกรธ/หงุดหงิดง่าย 2.65 1.19 ปานกลาง รู้สึกสับสน/หลงลืม/ความจ าไม่ค่อยดี 2.77 1.16 ปานกลาง รู้สึกเหนื่อยง่าย 3.10 1.13 ปานกลาง รู้สึกว่าไม่มีเงินใช้เพียงพอ 3.04 1.26 ปานกลาง ด้านอารมณ์และการรับรู้โดยรวม 2.70 0.93 ปานกลาง ด้านคุณค่าในตนเอง ̅ SD แปลผล รู้สึกเศร้าหมองไม่มีความสุข 2.54 1.13 ปานกลาง รู้สึกว่าตัวเองเป้นภาระของคนรอบข้าง 2.56 1.15 ปานกลาง รู้สึกไม่มีใครรัก/ให้ความเคารพ 2.34 1.19 ปานกลาง รู้สึกว่าตนเองไม่สามารถสั่งสอนบุตรหลานได้ 2.49 1.15 ปานกลาง รู้สึกว่าไม่มีคนอยากสนทนาด้วย 2.33 1.19 น้อย รู้สึกว่าตนเองเป็ นคนส าคัญของครอบครัว 1.39 1.02 น้อย รู้สึกว่าตนเองได้รับการเอาใจใส่จากคนรอบข้างเป็ น อย่างดี 1.24 0.93 น้อย รู้สึกว่าบุตรหลานเชื่อฟังคา สั่งสอนของท่าน 1.40 0.94 น้อย รู้สึกว่าตนเองสามารถอยู่กับความเจ็บป่ วยได้อย่างไม่ ล าบาก 1.63 0.98 น้อย รู้สึกว่าตนเองโชคดี เพราะมีคนอื่นที่ล าบากว่าเราอยู่ อีกมาก 1.27 1.04 น้อย ด้านคุณค่าในตนเองโดยรวม 1.92 0.69 น้อย
25 ตอนที่ 2.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี จากการประชุมกลุ่มเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบล สนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีประกอบไปด้วย ผู้น าชุมชน ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องคืการบริหารส่วนทอ้งถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งไดรู้ปแบบดงัน้ี การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุควรประกอบไปด้วยศูนย์สุขภาพชุมชน ครอบครัวและ ชุมชน องค์การบริหารส่วนทอ้งถิ่นและรัฐสวสัดิการ มีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกนั ในการดูแล ผู้สูงอายุ ข้อวิจารณ์ การวิจยัคร้ังน้ีเป็นการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง ขอ้คน้พบจากการวิจยัน้ี 1. สถานการณ์ปัจจุบันและปัญหาของผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 60-65 ปี มีสถานภาพสมรสคู่ จบการศึกษา ในระดับประถมศึกษา และปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพแล้ว นับถือศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่ไม่มีโรค ประจ าตัว พบว่าเป็ นโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด ผู้สูงอายุมีปัญหาในการดูแลตนเองด้านร่างกาย เรื่องการอาบน้า มากที่สุด รองลงมาคือ ปัญหา เรื่องการใชห้ ้องส้วม และปัญหาในการแต่งกาย ตามลา ดบัซ่ึงสอดคลอ้งกบัการศึกษาของพีรสันต์ป้ัน ก้อง (2560) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ อ าเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เจ็บป่ วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวล าบาก และด้านจิตใจพบว่าปัญหาการ นอนหลับไม่สนิท และวัชพลประสิทธิ์ ก้อนแก้ว(2557) ศึกษา พฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่อาศัย ในเขตเทศบาลต าบลคลองต าหรุ อ าเภอเมืองชลบุรี พบว่า พบว่าส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง มีอายุอยู่ ในช่วง 60-69 ปี มีโรคประจ าตัวคือโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด มีพฤติกรรมการออกก าลังกายน้อย ที่สุด
26 2. ศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ความต้องการในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุด้านร่างกาย อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความ ตอ้งการในการดูแลเรื่องการซ้ือยา/ติดต่อขอยาจากแพทย/์สถานีอนามยัมากที่สุด ซ่ึงสอดคลอ้งกับ การศึกษาของพีรสันต์ป้ันก้อง (2560) ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ อ าเภอตรอน จังหวัด อุตรดิตถ์พบว่า ผูสู้งอายุมีความต้องการการตรวจสุขภาพ การดูแลจากลูกหลาน สิ่งอ านวยความ สะดวกในชุมชน การเพิ่มเบ้ียยงัชีพ และการไดร้ับการยอบรับจากครอบครัวสังคม 3.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จากการประชุมกลุ่มเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบไปด้วย ผู้น าชุมชน ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องคืการ บริหารส่วนทอ้งถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งไดรู้ปแบบดงัน้ีการพฒันาระบบการดูแลผูสู้งอายุควร ประกอบไปด้วยศูนย์สุขภาพชุมชน ครอบครัวและชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและรัฐ สวัสดิการ มีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกันในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของวัน เพ็ญ ปัณราช (2552) ได้ศึกษา การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน พบว่ารูปแบบการดูแล ผู้สูงอายุประกอบด้วยการรวมกลุ่มกองทุนชุมชน การจัดให้มีสวัสดิการชุมชน การจัดต้ังชมรม ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยที่ครอบครัวและชุมชนเป็ นสถาบันหลักในการดูแลผู้สูงอายุ
27 บทที่ 5 สรุปการวิจัยและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบล สนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และ2. เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบล สนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการวิเคราะห์ขอ้มูลทวั่ ไปของผูต้อบแบบสอบถาม พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 60-65 ปี มีสถานภาพสมรสคู่ จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา และปัจจุบันไม่ได้ ประกอบอาชีพแล้ว นับถือศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจ าตัว พบว่าเป็ นโรคความดันโลหิตสูง มากที่สุด ผู้สูงอายุมีปัญหาในการดูแลตนเองด้านร่างกาย เรื่องการอาบน้า มากที่สุด รองลงมาคอื ปัญหา เรื่องการใช้ห้องส้วม และปัญหาในการแต่งกาย ตามลา ดบัซ่ึงสอดคลอ้งกบัการศึกษาของพีรสันต์ป้ัน ก้อง 2 ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ อ าเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เจ็บป่ วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวล าบาก และด้านจิตใจพบว่าปัญหาการ นอนหลับไม่สนิท และวัชพลประสิทธิ์ ก้อนแก้ว3 ศึกษา พฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่อาศัยในเขต เทศบาลต าบลคลองต าหรุ อ าเภอเมืองชลบุรี พบว่า พบว่าส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 60- 69 ปี มีโรคประจ าตัวคือโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด มีพฤติกรรมการออกก าลังกายน้อยที่สุด ผลการวิเคราะห์ตามวตัถุประสงคก์ารวิจยัดงัน้ี 1.การศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี พบว่า ผูสู้งอายมุีปัญหาในการดูแลตนเองดา้นร่างกายเรื่องการอาบน้า มากที่สุด รองลงมาคือ ปัญหาเรื่องการใช้ห้องส้วม และปัญหาในการแต่งกาย ตามล าดับ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของพีร สันต์ป้ันก้อง 2 ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ อ าเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า ผู้สูงอายุส่วน ใหญ่เจ็บป่ วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวล าบาก และด้านจิตใจพบว่า ปัญหาการนอนหลับไม่สนิท และวัชพลประสิทธิ์ ก้อนแก้ว3 ศึกษา พฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่ อาศัยในเขตเทศบาลต าบลคลองต าหรุ อ าเภอเมืองชลบุรี พบว่า พบว่าส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง มีอายุอยู่
28 ในช่วง 60-69 ปี มีโรคประจ าตัวคือโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด มีพฤติกรรมการออกก าลังกายน้อย ที่สุด ความต้องการในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุด้านร่างกาย อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความ ตอ้งการในการดูแลเรื่องการซ้ือยา/ติดต่อขอยาจากแพทย/์สถานีอนามยัมากที่สุด ซ่ึงสอดคลอ้งกบั การศึกษาของพีรสันต์ป้ันกอ้ง 4 ได้ศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ อ าเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่าผูสู้งอายมุีความตอ้งการการตรวจสุขภาพ การดูแลจากลูกหลาน สิ่งอา นวยความสะดวกใน ชุมชน การเพิ่มเบ้ียยงัชีพ และการไดร้ับการยอบรับจากครอบครัวสังคม 2.การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี จากการประชุมกลุ่มเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบล สนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบไปด้วย ผู้น าชุมชน ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์การบริหารส่วนทอ้งถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งไดรู้ปแบบดงัน้ีการพฒันาระบบการดูแล ผูสู้งอายคุวรประกอบไปดว้ยศูนยส์ุขภาพชุมชน ครอบครัวและชุมชน องคก์ารบริหารส่วนทอ้งถิ่น และรัฐสวัสดิการ มีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกันในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษา ของวันเพ็ญ ปัณราช (2552) ได้ศึกษา การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน พบว่ารูปแบบการ ดูแลผูสู้งอายปุระกอบดว้ยการรวมกลุ่มกองทุนชุมชน การจดัให้มีสวสัดิการชุมชน การจดัต้งัชมรม ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยที่ครอบครัวและชุมชนเป็ นสถาบันหลักในการดูแลผู้สูงอายุ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ขอ้คน้พบ ผูสู้งอายมุีปัญหาในการดูแลตนเองดา้นร่างกายเรื่องการอาบน้า ปัญหาเรื่องการใช้ ห้องส้วม และปัญหาในการแต่งกาย มีการเจ็บป่วยดว้ยโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง ข้อเสนอแนะ หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการจัดแนวทางในการ จัดบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุที่เหมาะสมต่อไป ข้อค้นพบ ระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ต าบลสนามชัย อ าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มี รูปแบบ การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุควรประกอบไปด้วยศูนย์สุขภาพชุมชน ครอบครัวและ ชุมชน องคก์ารบริหารส่วนทอ้งถิ่นและรัฐสวสัดิการ มีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกนั ในการดูแล
29 ผู้สูงอายุหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการท างานแบบมีส่วนร่วมแบบบูรณา การในการดูแลผู้สูงอายุ ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการจัดการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ แบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในชุมชน เพื่อเป็ นการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป
30 เอกสารอ้างอิง ส ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี.รำยงำนสถิติประชำกรและเคหะจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2562. พีรสันต์ป้ันกอ้ง .(2560) .ภำวะสุขภำพของผู้สูงอำยุ อ ำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์.วารสารกรมการแพทย์.; 42(6):119-123. วัชพลประสิทธิ์ ก้อนแก้ว.(2557). พฤติกรรมสุขภำพของผู้สูงอำยุที่อำศัยในเขตเทศบำลต ำบลคลองต ำหรุ อ ำเภอ เมืองชลบุรี [วิทยำนิพนธ์รัฐประศำสนศำสตรมหำบัณฑิต].ชลบุรี:มหำวิทยำลัยบูรพำ. วันเพ็ญ ปัณรำช.( 2552).กำรพัฒนำระบบกำรดูแลผู้สูงอำยุในชุมชน.[วิทยำนิพนธ์ศิลปศำสตรดุษฎีบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหำวิทยำลยัขอนแก่น. สุรพล ชยภพ.(2552).กำรพัฒนำรูปแบบกำรดูแลผู้สูงอำยุโดยกำรมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดนครรำชสีมำ. [วิทยำนิพนธ์ปรัชญำดุษฎีบัณฑิต].มหำสำรคำม:มหำวิทยำลัยมหำสำรคำม.