1 รายงานการวิจัย เรื่อง คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัด คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ของ ดร. เนติยา แจ่มทิม ดร.จารุวรรณ สนองญาติ ดร.ลักขณา ศิรถิกุล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
2 กิตติกรรมประกาศ วิจัยครั้งนี้สำเร็จได้ด้วย ความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจากอาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลคณะ พยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งในการทำวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยขอขอบพระคุณวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่ให้ทุนสนับสนุนในการดำเนินงานในครั้ง นี้ ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ให้คำแนะนำ คุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยขอมอบให้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จดังกล่าวทุกท่าน ดร. เนติยา แจ่มทิม ตุลาคม 2564
3 เนติยา แจ่มทิม ศษ.ด. (การบริหารการศึกษา) จารุวรรณ สนองญาติ ศษ.ด. (การบริหารการศึกษา) ลักขณา ศิรถิกุล ปร.ด. (พยาบาลศาสตร์) :คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก (Desired leader characteristics College of Nursing Under the Faculty of Nursing, Praboromarajchanok Institute) : 41 หน้า บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) เพื่อศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำที่พึง ประสงค์ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ พยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาล 4 แห่งตามภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ วิทยาลัยฯละ ๑๐-๑๕ คน โดยการสุ่มแบบการเลือกตัวอย่างแบบลูกโซ่ ใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่าคุณลักษณะภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพมี 17 คุณลักษณะ คือ 1) คุณลักษณะทางกาย 2) คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ 3) คุณลักษณะทางสังคม 4) คุณลักษณะส่วนบุคคล 5) คุณลักษณะด้านความรู้ 6) คุณลักษณะด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน 7) คุณลักษณะด้านวิชาชีพ 8) คุณลักษณะทางแรงจูงใจ 9) คุณลักษณะทางทักษะ 10) คุณลักษณะด้านการบริหาร 11) คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม 12) คุณลักษณะด้าน ภาวะผู้นำ 13) คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น 14) คุณลักษณะด้านความสามารถใน การวางแผนการทำงาน 15) คุณลักษณะด้านความสามารถในการทำงานกับชุมชน 16) คุณลักษณะด้านความสามารถ ในฐานะผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรมและจริยธรรม และ 17) คุณลักษณะด้านทัศนคติ ข้อเสนอแนะหน่วยงานต้นสังกัด ควรนำคุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ไปเป็น แนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา และใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา ต่อไป ผู้บริหารสถานศึกษานำคุณลักษณะผู้นำที่ค้นพบไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้บริหาร สถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป
4 Desired leader characteristics College of Nursing Under the Faculty of Nursing, Praboromarajchanok Institute. Abstract This research is quanlitative research to study the desirable leadership characteristics of nursing colleges under the Faculty of Nursing. Praboromarajchanok Institute of Thailand. The sample consisted of nursing teachers from 4 nursing colleges by region. By random sampling in a chain use the unstructured interview. Analyze data by content analysis. The research results were the research revealed that 17 traits of effective leadership were 1) physical traits 2) personality traits 3) social traits 4) personal traits 5) knowledge traits 6) practice ability. job 7) professional characteristics 8) motivation characteristics 9) skill characteristics 10) administrative characteristics 11) moral and ethical characteristics 12) leadership characteristics 13) ability to be able to work with others 14) ability to plan work 15) leadership characteristics ability to work with the community 16) competence as a religious leader culture and ethics and 17) attitude characteristics. Recommendations from the agency desirable leadership qualities obtained from this research should be used as a guideline for the development of school administrators. And used in further consideration in making decisions on the selection of school administrators school administrators apply the characteristics of the found leaders to further develop the characteristics of effective school administrators.
5 สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย……………………………………………………………………………………….......................3 บทคัดย่อภาษาอังกฤษ………………………………………………………………………………...........................4 สารบัญ……………………………………………...……………………………………………………………………………5 สารบัญตาราง……………………………………………………………………….................................................6 บทที่ 1 บทนำ……………………………………………………………………………………………..…………………….….…7 วัตถุประสงค์ของการวิจัย……………………...……….………….……………………………………….8 สมมติฐานของการวิจัย……..….…………………..…….…………………………….….....................8 ขอบเขตของการวิจัย…….…………………………………………………..……..............................9 นิยามตัวแปร………………………………..….…………………………………………………………….…9 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………………………...9 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………..…..……….………….….10 การจัดการสถานศึกษาของวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก…………………………………………………………….………………………………...10 แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ………………………………...14 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง………………………………………………………………..….........................................22 3 วิธีดำเนินการวิจัย……………………………………………………………….…..….................................. 24 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย………………………………………………...........................................24 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง…………………………………………………………………………….….......25 การพิทักษ์สิทธิ์…………………………………………………….………………………………………………........25 การเก็บรวบรวมข้อมูล…………………………………………..….…......................................................25 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย..................………………………………...............................................…....25 การวิเคราะห์ข้อมูล……………….…………………………………...............................................26 4. ผลการวิจัย……………………………………………………….................................................27 5. อภิปรายผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ……………………………………………………….….....35 อภิปรายผลการวิจัย…………………………………………………………………………….…..….35 ข้อเสนอแนะ……………………………………………………….……………………….…………...35 เอกสารและสิ่งอ้างอิง………………………………………………………………………………….……….…….37 ภาคผนวก……………………………………….……………………………………………………….…..……......38 คำชี้แจงและการพิทักษ์สิทธ์ผู้เข้าร่วมวิจัย……………………………………………………....…....39 ประวัติผู้วิจัย…………………………………………...………………….……….….…………………….....41
6 สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1. ข้อมูลทั่วไป............................................................................................................................27 2. ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก …………………………………………………………………………………………….28
7 บทที่ 1 บทนำ ความสำคัญของปัญหา การเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยง ระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาลทั่วทั้งโลก ผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคม ขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นโลกาภิวัตน์คือการแพร่กระจายไปทั่วโลก การที่ ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง เพื่อตอบสนองปรากฏการณ์ของสังคมโลกที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งของโลก ส่งผลกระทบอันรวดเร็วและสำคัญ ต่อส่วนอื่นๆของโลก ในส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการก่อตั้งอาเซียนขึ้น เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่างประเทศในภูมิภาค ดำรงสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์การเจริญเติบโตด้าน เศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมและการกินดีอยู่ดีของประชาชน บนพื้นฐานความเสมอภาคและ ผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก การศึกษามีความสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน เป็นการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ให้มีประสิทธิภาพในการแข่งขันได้ในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้น อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องหลากหลายด้านที่ส่งผลให้โลกเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์อันเป็นยุคของสังคมฐานความรู้ การจัดการ ศึกษาในแผนประกอบด้วยการจัดการศึกษาอย่างทั่งถึงและมีคุณภาพ เพื่อให้ประชากรได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง ภายในปี พ.ศ.2558 อันจะนำไปสู่การขจัดความไม่รู้หนังสือในภูมิภาค ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาภาคบังคับ จัด การศึกษาให้กับประชาชนทุกเพศอย่างเท่าเทียม โดยปราศจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมเชื้อชาติ ภูมิประเทศและ ความบกพร่องทางร่างกาย สำหรับประเทศไทยแนวคิดหลักของการปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนด บทบาทการดำเนินการด้านต่างประเทศเชิงรุก โดยเน้นการกระชับความสัมพันธ์และการขยายความร่วมมือกับประเทศ เพื่อนบ้าน และภายในภูมิภาคเอเชียภายใต้กรอบความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือด้านการศึกษา เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรือง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 28 ได้กำหนดให้มีการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นการศึกษาที่มีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพขั้นสูงและการค้นคว้า วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนาสังคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุก ด้านทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพและการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสังคม สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องปรับระบบการบริหาร ให้มีคุณภาพมากขึ้นทั้งในด้านบุคคล ทรัพย์สิน การเงินและงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีระบบการบริหาร จัดการที่ดี เพื่อส่งผลให้องค์การของตนเองเป็นองค์การที่มีคุณภาพมาตรฐานและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน อย่างมีประสิทธิผล การพัฒนาคุณภาพการศึกษามีเป้าประสงค์หลัก คือการพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถเป็นคนเก่งและ เป็นคนดี พร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้วิถีชีวิตไทยที่สามารถแข่งขันกับคนอื่นๆ ได้จะต้องมีกลไกการสร้าง คนที่มีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างสังคมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น บุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงได้ คือผู้บริหารสถานศึกษาเพราะต้องเป็นผู้นำและผู้แสวงหาความร่วมมือจากบุคลากร ชุมชน องค์กร ส่วนปกครองท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ สถาบันศาสนาและสถาบันสังคมอื่นๆ ร่วมกัน จัดและพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การจัดการศึกษาให้มี ประสิทธิภาพตามที่มุ่งหวังนั้นอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่นปัจจัยด้านสถานศึกษา ปัจจัยด้านครู ปัจจัยด้าน
8 คุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้บริหาร และปัจจัยพฤติกรรมความเป็นผู้นำของผู้บริหาร เนื่องจากสถานศึกษาที่มี ประสิทธิภาพสมบูรณ์ต้องมีความก้าวหน้าที่ดี มีมาตรฐานสูง นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนและประสบผลสำเร็จ สูง สถานศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมความเป็นผู้นำทั้งด้านวิชาการ และพฤติกรรมการบริหารการ เปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร และพฤติกรรมการบริหารด้านภาวะผู้นำจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการที่ ก่อให้เกิดประสิทธิผลของโรงเรียน ส่วนฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel, 2013 ) ให้แนวคิดว่า ประสิทธิผลของ โรงเรียนประกอบด้วยการสร้างบรรยากาศในโรงเรียน สร้างขวัญ แรงจูงใจในการทำงาน ของครู หลักสูตรและการ จัดการเรียนการสอนมีคุณภาพ และคุณภาพภาวะผู้นำของผู้บริหาร ซึ่งความสำเร็จของโรงเรียนขึ้นอยู่กับความเป็น ผู้นำของผู้บริหาร ในการบริหารบุคลากร การเงินและการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น โดยผู้บริหารจะต้องโยงมา สู่พฤติกรรมการบริหารในรูปแบบต่างๆ เช่นการวางแผน การจัดองค์การ การนำ และการควบคุม จะเห็นได้ว่าผู้บริหาร จะใช้ภาวะผู้นำเพื่อบริหารงานในสถานศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เป็นองค์การทางการศึกษาใน ระดับอุดมศึกษาที่กำลังปรับตัวเพื่อให้เข้ากับกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ต้องผลิตและพัฒนา กำลังคนด้านสุขภาพเพื่อตอบสนองต่อนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เน้นกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรม มี ประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา แห่งชาติฉบับ พ.ศ.2552 ต้องครอบคลุมอย่างน้อย 6 ด้านคือ 1.ด้านคุณธรรม จริยธรรม 2.ด้านความรู้ 3.ด้านทักษะ ทางปัญญา 4.ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 5.ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การ สื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และ 6.ด้านทักษะพิสัย ภาระหนักที่ตามมาสำหรับ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก คือ จำเป็นต้องพัฒนาบทบาทของตนเอง ขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน อันจะส่งผลให้วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนีเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วยสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพจะต้องเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ มีคุณลักษณะอย่างเดียวกับอุดมศึกษาชั้นนำ คุณภาพเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับบริบทเป็นเรื่องของประสิทธิผลหรือระดับของ การทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมทางการศึกษาบรรลุผล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีต้องเร่งพัฒนาตนเอง เพื่อให้องค์การดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผลบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การบริหารหน่วยงาน ผู้บริหารเป็นบุคคลสำคัญที่จะเป็นผู้นำในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงาน สำหรับสถานศึกษาผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ และมีส่วนรับผิดชอบอย่างใกล้ชิดต่อการศึกษา เพื่อที่จะให้การศึกษาเกิดผลอย่างมีคุณภาพ เพราะความสำเร็จทางการบริหารสถานศึกษาขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นสำคัญ วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อ 1.ศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำที่มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรวิทยาลัยพยาบาลในสังกัด คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 2.นำเสนอคุณลักษณะภาวะผู้นำของประสิทธิภาพ ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก คำถามการวิจัย จากบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำ เป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะทำให้องค์การดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผลบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไว้เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในด้านการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและ
9 วัฒนธรรมของประเทศต่างๆในโลก ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับภายนอก ที่มีความเป็นพลวัต ตลอดเวลา ในเรื่องของการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นควรมีแนวทางในการดำเนินงานในสถาบันการศึกษา ที่ จะขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางของอาเซียนได้อย่างไร ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยนี้มีขอบเขตการวิจัยใน 2 ประเด็นหลักดังนี้ 1.ขอบเขตเชิงเนื้อหา ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตในการศึกษาเชิงเนื้อหาตามตัวแปรที่ศึกษา คือ คุณลักษณะผู้นำ 2. ขอบเขตเชิงประชากร ประชากรในการวิจัยเป็นอาจารย์ประจำของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรม ราชชนก นิยามตัวแปร คุณลักษณะผู้นำ หมายถึง สิ่งที่ชี้ให้เห็นความดี หรือลักษณะประจำตัวของผู้บริหารสถานศึกษา ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.ประโยชน์เชิงวิชาการ ได้องค์ความรู้ทางการบริหารการศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนีในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหาร สถานศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 2.ประโยชน์เชิงประยุกต์ สถาบันการศึกษาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
10 บทที่ 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบแนวคิด หลักการ ทฤษฎีและข้อค้นพบต่างๆ จากตำรา เอกสาร และงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย ผู้วิจัยได้แบ่งประเด็นในการศึกษาแนวคิดและ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้ - การจัดการสถานศึกษาของวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก - แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ - งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ การจัดการศึกษาของวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนกนก กระทรวงสาธารณสุขมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ และภารกิจในการผลิตและพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขคือ สถาบันพระบรมราชชนก เดิมชื่อสถาบันพัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุข เป็นหน่วยงานตามพระราชบัญญัติโอนอำนาจ หน้าที่และกิจการบริหารส่วนราชการของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 และพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2536 ซึ่งกำหนดให้มีฐานะสูงกว่ากองแต่ต่ำกว่ากรม โดยได้รวมหน่วยงาน ด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขจากกรมกองต่างๆ ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยการสาธารณสุข โรงเรียนต่างๆ ในสังกัดกรมการแพทย์กรมควบคุมโรคติดต่อ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กรมอนามัยกองฝึกอบรม และกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงาปลัดกระทรวง เข้าไว้ด้วยกัน สถาบันพระบรมราชชนก มีฐานะเป็นหน่วย ราชการบริหารส่วนกลาง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีสถานะเป็นสถานศึกษาและมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ 1. เสนอความเห็นในการกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านการบริหารและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ ของประเทศ 2. จัดทำแผนการบริหารและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพให้สอดคล้องและตอบสนองนโยบายและความ ต้องการด้านกำลังคนของกระทรวง 3. ผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพ และประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 4. พัฒนาระบบข้อมูลและงานวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้การพัฒนากำลังคน 5. พัฒนามาตรฐานการศึกษาและวิชาการด้านการศึกษาและฝึกอบรมบุคลากรด้านสุขภาพ 6. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย ปัจจุบันสถาบันพระบรมราชชนกมีหน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย วิทยาลัยพยาบาล 29 แห่ง วิทยาลัยการ สาธารณสุข 7 แห่ง วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข 1 แห่ง โดยวิทยาลัยเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปใน ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรเป็นหลัก และวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุขอีก 1 แห่ง ทำหน้าที่พัฒนาบุคลากรเป็นหลัก วิทยาลัยพยาบาลจึงมีสถานภาพเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีสถาบันพระ บรมราชชนกเป็นหน่วยงานต้นสังกัด รับผิดชอบการจัดการศึกษาวิชาชีพให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพของคนใน สังคม โดยมีภารกิจหลัก 5 ด้านได้แก่ การผลิตบุคลากรทางการพยาบาล การพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาล การ วิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม (สถาบันพระบรมราชชนก, 2564)
11 มาตรฐานที่ 1 มาตรฐานด้านการผลิตบุคลากรทางการพยาบาล การจัดการศึกษา วิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก โดยเฉพาะวิทยาลัยพยาบาล จัด การศึกษาในระดับปริญญาตรีทั้งหลักสูตร 4 ปีหลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรพิเศษ และได้รับปริญญาในสาขาต่าง ๆ ปัจจุบันวิทยาลัยในสังกัดทั้งหมด เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงสาธารณสุข โดยการตราพระราชบัญญัติ สถาบันพระบรมราชชนกขึ้น ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและสถาบันอุดมศึกษา สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับ ปริญญาเป็นนิติบุคคลสามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระ พัฒนาระบบบริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความ คล่องตัวมีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภาสถานศึกษา....” และในหมวดที่ 1 บททั่วไป มาตรา 6 กล่าวว่า ให้สถาบันเป็นสถานศึกษาและวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษา การดำเนินการและส่งเสริม การวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ให้บริการวิชาการ ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพที่ ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ วิจิตร ศรีสอ้าน (2548) ให้ความเห็นว่าการปรับหน่วยงานไปเป็นองค์กรในกำกับของ กระทรวงสาธารณสุขนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญมากเนื่องจากเป็นการก้าวออกจากระบบราชการดั้งเดิมแท้ๆ โดยยังไม่เคยผ่านระบบมหาวิทยาลัยเลย เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างพร้อมกันทีเดียว และจากผลการศึกษาและ พัฒนาโครงสร้างสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุขโดยสมาคมวิจัยสถาบันและพัฒนาอุดมศึกษาในเดือน เมษายน 2549(ทองอินทร์วงศ์โสธร และคณะ, 2549) ผลการวิเคราะห์องค์กรโดยการวิเคราะห์SWOT พบว่าสถาบัน พระบรมราชชนก มีจุดแข็งคือ 1) มีวิทยาลัยในสังกัดจำนวนมากและกระจายทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้เข้าถึง ลูกค้าได้มากขึ้น 2) เอกลักษณ์ของผลผลิตสามารถให้บริการแบบองค์รวมเน้นการส่งเสริมสุขภาพ สอดคล้องกับความ ต้องการของประชาชน 3) มีหลักสูตรแบบบูรณาการและเน้นชุมชนซึ่งรองรับการปฏิรูประบบสุขภาพได้อย่างลงตัว 4) มีการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมทุกระดับและ 5) มีบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะสาขาด้านสุขภาพที่หลากหลาย ซึ่ง เอื้อต่อการผลิตและพัฒนาบุคลากรสุขภาพ ส่วนจุดอ่อนคือ 1) ผู้บริหารทุกระดับขาดทักษะการบริหารงานแบบมือ อาชีพ2) บุคลากรขาดทักษะการปฏิบัติงานเชิงธุรกิจ 3) ขาดระบบการประชาสัมพันธ์และการตลาด 4) ระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศไม่สมบูรณ์และ 5)โครงสร้างการบริหารงานเป็นรูปแบบราชการ ไม่เอื้อให้เกิดความคล่องตัว สำหรับโอกาสที่สำคัญคือ สังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมฐานความรู้ทำให้ต้องพัฒนาคุณภาพบัณฑิตให้มีทักษะสอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และภาวะคุกคามที่สำคัญคือ มีสถาบันการศึกษาอื่นที่มี ศักยภาพผลิตบุคลากรด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพิ่ม ทำให้เป็น การกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังสถาบันอื่น ให้พัฒนาและสร้างองค์ความรู้ใหม่และเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ได้ง่าย ขึ้น ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าสถาบันพระบรมราชชนก ควรเร่งรัดพัฒนาผู้บริหาร อาจารย์บุคลากร ให้มีศักยภาพใน การบริหารและปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ พัฒนาประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการ และพัฒนาการจัดการความรู้ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กันไปกับการพัฒนาระบบเพื่อให้สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใหม่ได้โดยเรียบร้อยและ ราบรื่นจากการประเมินความพร้อมล่าสุด ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข มีความเห็นสอดคล้องกันว่า เห็นควรปรับเปลี่ยนแนวนโยบายมาเสนอพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันเป็น ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแทน โดยจะนำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษามาใช้โดยอนุโลม ผลจากการมีพระราชบัญญัติดังกล่าว จะทำให้อาจารย์ของสถาบันยังคงมี ความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการ สถาบันมีอำนาจประสาทปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษาได้เอง รวมทั้งมีความ คล่องตัวในด้านการบริหารและวิชาการในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะไม่คล่องตัวเท่ากับการเป็นหน่วยงานในกำกับก็ตาม (สถาบันพระบรมราชชนก, 2550) นอกจากการเตรียมความพร้อมในการออกนอกระบบราชการแล้ว กระทรวง สาธารณสุขได้กำหนดให้วิทยาลัยในสังกัดจัดให้มีระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาในวิทยาลัย เพื่อเป็น
12 หลักประกันในการผลิตบุคลากรให้มีคุณภาพ อันจะนำไปสู่การให้บริการทางสุขภาพที่มีคุณภาพแก่ประชาชน ประกอบกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบ ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพจากภายนอก สถาบันพระบรมราชชนกจึงมีการพัฒนามาตรฐาน ตัวบ่งชี้คุณภาพการศึกษา และเกณฑ์การตัดสินสำหรับการ ประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาของวิทยาลัยในสังกัด (สถาบันพระบรมราชชนก, 2549) โดยมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้ได้แก่ มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ซึ่งเป็นงาน นวัตกรรมที่นำไปสู่การสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เชี่ยวชาญสูง การสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นการ ขยายพรมแดนของความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง เป็นปัจจัยสำคัญของการ พัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถของคนไทย รวมทั้งการพัฒนาสู่สังคมเรียนรู้สังคมความรู้และ สังคมแห่งภูมิปัญญา อันก่อให้เกิดวัฒนธรรมการใช้ความรู้ในการกำหนดทิศทางและการพัฒนา ตลอดจนการเพิ่ม ศักยภาพการแข่งขันของประเทศ มาตรฐานที่3 มาตรฐานด้านการบริการวิชาการ เป็นการให้บริการวิชาการและวิชาชีพที่เป็นประโยชน์เป็นที่พึ่งและ เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการและวิชาชีพ เสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมสอดคล้อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความ เข้มแข็งของสังคม ชุมชน ประทศชาติและนานาชาติตลอดจนการส่งเสริมบทบาททางวิชาการและวิชาชีพของ สถาบันการศึกษาในการพัฒนาสังคมเรียนรู้ และสังคมความรู้โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มาตรฐานที่5 มาตรฐานด้านการพัฒนาสถาบันและบุคลากร เป็นการบริหารและการจัดการศึกษาที่ประชาคมใน และนอกสถาบัน และผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ตามหลักการบริหารจัดการที่ดีเน้นการกระจายอำนาจ กำกับด้วยนโยบาย การวางแผน ภาวะผู้นำของผู้บริหาร การพัฒนาบุคลากร ที่เป็นระบบและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง การนำระบบ สารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอน การวิจัย และการบริหาร โดยมุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการรวมทั้งการสร้าง เสถียรภาพทางการเงิน การใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีอิสระ คล่องตัว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในมาตรฐานนี้มีตัว บ่งชี้ที่สำคัญคือ 1. มีการพัฒนาสถาบันสู่องค์การเรียนรู้โดยอาศัยผลการประเมินจากภายในและภายนอกโดยหน่วยงานควรมี แผนการจัดการความรู้ผลการดำเนินงานหรือความสำเร็จจากการจัดความรู้หรือหลักฐานการนำผลการประเมินไป ปรับใช้ในการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนงานปกติและปรับปรุงแผนการจัดการ ความรู้โดยความสำเร็จของการพัฒนาสถาบันสู่องค์การเรียนรู้หมายถึงสถาบันมีการดำเนินการตามระบบการจัดการ ความรู้ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาขององค์กรได้สำเร็จ 2. การใช้ทรัพยากรภายในและภายนอกสถาบันร่วมกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ สถาบันอุดมศึกษา ที่จะบริหารทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีการใช้ทรัพยากรกับหน่วยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยเดียวกันกับในสถาบันอุดมศึกษาหรือนอกสถาบันอุดมศึกษา 3. ศักยภาพของระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารและการเรียนการสอน และการวิจัย เป็นการแสดงให้เห็นถึง ความพยายามของสถาบันอุดมศึกษา ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารการเรียนการสอน และการวิจัย รวมทั้งมีการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบฐานข้อมูล และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ ฐานข้อมูล อีกทั้งมีการพัฒนาระบบให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ 4. ร้อยละของอาจารย์ประจำที่เข้าร่วมประชุมวิชาการหรือนำเสนอผลงานวิชาการทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ โดยผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจำ ได้แก่1) ผลงานทางวิชาการ ที่ได้มีการศึกษาค้นคว้าตามกระบวนการ ระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสมกับสาขาวิชา 2) การแสดงออก ทางศิลปะอันเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติและระดับชาติ3) งานที่ได้รับสิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตรทั้ง
13 ในและต่างประเทศ 4) การแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการ เสริมสร้างองค์ความรู้หรือวิธีการที่เป็น ประโยชน์ต่อสาขาวิชา หรือแสดงความเป็นต้นแบบ ต้นความคิดของผลงาน หรือแสดงความสามารถ ในการบุกเบิกงานในสาขาวิชานั้น และ 5) สิ่งประดิษฐ์หรืองานสร้างสรรค์ทางด้านศิลปกรรม และ จิตรกรรม มาตรฐานที่ 7 มาตรฐานด้านการประกันคุณภาพ ระบบการประกันคุณภาพภายใน หมายถึง การพัฒนาคุณภาพ การตรวจติดตามคุณภาพ และการประเมินคุณภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษา เพื่อนำไปสู่การ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และสามารถรองรับการประกันคุณภาพภายนอกได้ผลที่ได้จาก การดำเนินงานของการประกันคุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษาที่ได้นำมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่าง ต่อเนื่อง รวมทั้งมีการนำเอาผลการประเมินคุณภาพภายในมาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้เกิดผลดียิ่งขึ้นจาก การประเมินภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษารอบที่ 2 จุดอ่อนที่พบจากผลการ ประเมินวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกในภาพรวมคือ อาจารย์ยังมีการเผยแพร่ผลงานในระดับชาติและ นานาชาติน้อย ได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยจากภายนอกน้อย และจุดแข็งคือบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปี2549-50 มี งานทำตรงตามสาขาเฉลี่ยร้อยละ 95.31 นายจ้างและผู้ใช้บัณฑิตมีความพึงพอใจในระดับดีและมีบริการวิชาการที่เป็น ประโยชน์ต่อชุมชน(เบญจวรรณ ทิมสุวรรณ, 2550)สำหรับการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการจัด การศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกในช่วงการเปลี่ยนแปลง 3 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ การ ประเมินผลการพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศของสถาบันพระบรมราชชนก (สุริยะ วงศ์คงคาเทพและคณะ, 2547) ผล การศึกษาที่สำคัญพบว่า ในด้านการพัฒนาการบริหารเชิงยุทธศาสตร์มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้บริหารและ บุคลากร มีกระบวนการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มีเอกสาร ยุทธศาสตร์และการพัฒนา องค์กรชัดเจน ในประเด็นระบบการบริหารจัดการมีการสร้างทีมงาน การสร้างเสริมช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร ระบบบริหารบุคคล คุณภาพ และการบริหารการศึกษาของวิทยาลัย โดยผู้ปฏิบัติงานในวิทยาลัยมีความเห็นว่าแนว ทางการพัฒนาองค์กรส่วนใหญ่ มีความเหมาะสมในระดับมากถึงปานกลาง และเมื่อนำไปปฏิบัติพบการเปลี่ยนแปลงที่ ดีขึ้นอย่างมากในเรื่องการจัดทำแผนของวิทยาลัย และการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ ของสถาบันพระบรมราชชนก และให้ข้อเสนอแนะว่าบุคลากรส่วนใหญ่ในวิทยาลัย ยังขาดความพร้อมทั้งความรู้ความ ชำนาญด้านต่างๆ และการใช้ทรัพยากรยังขาดประสิทธิภาพ ผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีด ความสามารถในระดับหน่วยงานอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่องงานวิจัยการสังเคราะห์ตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการดำเนินงาน ประกันคุณภาพของวิทยาลัยพยาบาล สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข(สุมนา โสตถิผลอนันต์, 2548) พบว่ามิติความสำเร็จของการดำเนินงานประกันคุณภาพของวิทยาลัย พยาบาล ประกอบด้วย มิติการสนับสนุนและส่งเสริมจากผู้บริหาร มิติการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและมิติการ บริหารจัดการ งานวิจัยการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการปรับปรุงการจัดการศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขโดยใช้กระบวนการ Benchmarking (กรกนก ลัธธนันท์, 2548) พบว่าการจัดการศึกษาของ วิทยาลัยพยาบาลกับสถาบันที่มีวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดมีความแตกต่างของวิธีปฏิบัติสูงในทุกหมวดเรียงตามลำดับคือ สารสนเทศและการวิเคราะห์ภาวะผู้นำ การวางแผนกลยุทธ์การมุ่งเน้นคณาจารย์และบุคลากร การจัดการ กระบวนการ และการมุ่งเน้นผู้เรียน โดยได้ยุทธศาสตร์เพื่อการปรับปรุงการจัดการศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลใน สังกัดกระทรวงสาธารณสุขบางข้อคือ พัฒนาการจัดการความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงการ ดำเนินงานอย่างยั่งยืน และการพัฒนาระบบคุณภาพงานวิจัยการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการนำนโยบายการประกัน คุณภาพการศึกษาไปปฏิบัติของสถาบันการศึกษา สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (นำพิชญ์ธรรมหิเวศน์, 2549) พบว่า ปัจจัยสาระนโยบายมีอิทธิพลตรงต่อผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติและมีอิทธิพลตรงต่อการสนับสนุนการปฏิบัติซึ่ง ส่งอิทธิพลโดยรวมไปยังผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยการสนับสนุนการปฏิบัติที่มีความสัมพันธ์ทั้งทางเทคนิค วิชาการ ความเพียงพอของทรัพยากร ความร่วมมือจากหน่วยงานนอก และการพัฒนาบุคลากร ข้อเสนอแนะจาก
14 งานวิจัยคือ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)ควรพัฒนาตัวบ่งชี้หรือแนวทางการ ประเมินการนำนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาไปปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของหน่วยปฏิบัติและเพื่อ ให้ผลการนำนโยบายไปปฏิบัติบรรลุวัตถุประสงค์ของนโยบาย สามารถพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาสู่สากลได้ อย่างต่อเนื่อง แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ความหมายของคุณลักษณะ พจนานุกรมฉบับราบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคุณลักษณะว่า หมายถึงเครื่องหมายหรือสิ่งที่ชี้ให้เห็นความ ดี หรือลักษณะประจำตัว การบริหารงานใดๆย่อมมีจุดหมายสำคัญเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ คุณลักษณะ ของผู้บริหารนี้ย่อมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปริมาณคุณภาพและประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นๆ แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ คุณลักษณะที่ 1 คุณลักษณะทางกาย ประกอบด้วย 1.เป็นบุคคลที่ร่างกายสมประกอบ 2. มีลักษณะสง่างาม 3. มี รูปร่างหน้าตาดี ส่วนสูง และน้ำหนักเหมาะสม 4. มีน้ำเสียงในการพูดเป็นธรรมชาติ น่าฟัง 5. มีการพูดที่สื่อความหมาย ได้ชัดเจน เข้าใจง่าย และ 6. มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สอดคล้องกับแนวคิดของ( Tead) ที่กล่าวว่าผู้นำควรมี คุณสมบัติคือ มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับแนวคิดของสแตทและคนอื่นๆ ( Stadt and others) ที่กล่าวว่า ลักษณะของผู้นำที่ดี คือแข็งแรงมีสุขภาพดี สอดคล้องกับแนวคิดของ สต๊อกดิลล์ ( Stogdill) ที่กล่าวว่า คุณลักษณะของผู้นำที่ดีได้แก่ คุณลักษณะทางกายเป็นผู้แข็งแรง มีร่างกายเป็นสง่า สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาท ราและนิวพอร์ท ( Trewatha and Newport ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำ ได้แก่คุณลักษณะทางกาย ประกอบด้วย ความสูง น้ำหนัก รูปร่างหน้าตา ความมีพลังและความทนทานของร่างกาย สอดคล้องกับแนวคิดของวิศิษฎ์ พิพัฒน์ ภิญโญพงค์ ที่ได้เสนอหลักและวิธีการปฏิบัติงานเพื่อเป็นผู้บริหารโดยเน้นการสร้างคุณลักษณะสำคัญคือรักษาสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับแนวคิดของวิจิตร วรุตบางกูร และสุพิชญา ธีระกุล ที่กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้บริหารโรงเรียนได้แก่ มีสุขภาพดี ( healthy ) คือ มีสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตใจดี สุขภาพจะ เป็นเครื่องสร้างเสริมการปฏิบัติให้ถูกต้องและสม่ำเสมอ สอดคล้องกับแนวคิดของพนัส หันนาคินทร์ ที่กล่าวว่า คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารการศึกษาที่สำคัญคือคุณลักษณะส่วนตัว ประกอบด้วยความมีสุขภาพดี สอดคล้องกับ แนวคิดของนพพงษ์ บุญจิตราดุล ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนได้แก่คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพทางด้าน ร่างกาย ประกอบด้วย รูปร่างหน้าตาความมีชีวิตชีวา ร่าเริง การแต่งกาย วาจา ท่าทาง การวางตน สุขภาพ คุณลักษณะที่ 2 คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ ประกอบด้วย 1. มีการวางตนเหมาะสมกับกาลเทศะ 2. เป็น กันเองไม่ถือตัว 3. มีความทะเยอทะยานที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ 4. มีความเชื่อมั่นในตนเองที่จะทำงานให้ สำเร็จ 5. มีความสุขุมเยือกเย็น 6. มีความอ่อนน้อม ถ่อมตนและรู้จักประนีประนอม 7.มีความกระตือรือร้น และตื่นตัว ที่จะทำงานอยู่เสมอ 8. มีความคล่องตัว ทำงานได้ถูกต้อง รวดเร็ว 9. มีความขยัน และความมานะ 10. มีอารมณ์ดี มี ชีวิตชีวา ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส 11.รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง 12. มีความอดทนอดกลั้นต่อภาวะกดดัน 13. มี บุคลิกลักษณะดี สุภาพเรียบร้อย น่าเคารพ เชื่อถือ และศรัทรา 14. แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 15. มีวาจาสุภาพเรียบร้อย และ16.มีวาทศิลป์ในการพูด สอดคล้องกับแนวคิดของ ( Tead ) ที่กล่าวว่าผู้นำควรมี คุณสมบัติคือมีความกระตือรือร้นและมีความเชื่อมั่นในตนเอง สอดคล้องกับแนวคิดของเครทอน ( Kreitton ) ที่กล่าว ว่า ลักษณะผู้นำที่ดี คือเป็นผู้ร่าเริงมองโลกในแง่ดี มีใจเยือกเย็นเมื่อประสบปัญหา นอบน้อม มีอารมณ์มั่นคง เสมอต้น เสมอปลาย สอดคล้องกับแนวคิดของบาร์นาด ( Barnard ) ที่กล่าวว่า คนที่จะเป็นผู้นำ มีความจำเป็นที่จะต้องมี คุณสมบัติพิเศษ ซึ่งจะขาดเสียมิได้ คือ ความมีชีวิตชีวาและอดทน ( vitality and endurance ) หมายถึง ความร่าเริง
15 แจ่มใส ความตื่นตัว คล่องแคล่วว่องไว สามารถปรับตัวได้ดี ทำงานต่อเนื่องกันได้นานๆมีความอดทน ไม่ท้อแท้ สอดคล้องกับแนวคิดของ สต๊อกดิลล์ ( Stogdill ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ดี ได้แก่ เป็นผู้มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวอยู่เสมอ ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นผู้ที่สามารถร่วมมือกับผู้อื่นได้และเป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงานและคนอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาทราและนิวพอร์ท ( Trewatha and Newport ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำได้แก่มี ความเห็นอกเห็นใจ มีความสามารถในการพูด สอดคล้องกับแนวคิดของฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel ) ที่กล่าว ว่าคุณลักษณะของผู้นำ คือความเป็นผู้มีความรับผิดชอบ ( responsibility ) ได้แก่ การเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ มีความ สม่ำเสมอ มั่นคง อดทน กล้าพูดกล้าทำ เชื่อมั่นในตนเอง และมีความทะเยอทะยาน คุณลักษณะที่ 3 คุณลักษณะทางสังคม ประกอบด้วย 1. มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 2.เป็นกัลยานมิตรกับทุก คน 3.เป็นผู้อำนวยความสะดวกที่เชี่ยวชาญ 4. เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของผู้ร่วมงาน นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน 5. มีฐานะทางเศรษฐกิจดีพอสมควร 6. บริการให้ความช่วยเหลือสังคมและชุมชนอยู่เสมอ 7. เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และ 8. มีความใจกว้าง มีอัธยาศัยดีและมีน้ำใจ สอดคล้องกับแนวคิดของสต๊อกดิลล์ ( Stogdill ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ดี ได้แก่เป็นผู้มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวอยู่เสมอ ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นผู้ ที่สามารถร่วมมือกับผู้อื่นได้และเป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงานและคนอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาทรา และนิว พอร์ท ( Trewatha and Newport ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำได้แก่ มีความเห็นอกเห็นใจ มีความสามารถในการพูด ได้รับความเชื่อถือ ความีฐานะและความสามารถที่จะร่วมงาน สอดคล้องกับแนวคิดของฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำ คือ 1. ความเป็นผู้เข้าไปมีส่วนร่วม (participation) ในด้านกิจกรรม ด้าน สังคม ให้ความร่วมมือ รู้จักปรับตัว และมีอารมณ์ขัน 2. ความเป็นผู้มีฐานะทางสังคม (status) มีตำแหน่ง ฐานะทาง สังคมเป็นที่รู้จักทั่วไป สอดคล้องกับแนวคิดของกริฟฟิท (Griffiths) ที่ได้ระบุคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหาร โรงเรียนในทฤษฎีการบริหารว่า 1. การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ คือพร้อมเสมอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ ผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อมีปัญหาติดขัด มีความห่วงใยและกระตือรือร้น ที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีปัญหาและต้องการความ ช่วยเหลือ 2.การเป็นผู้เข้าสังคมได้อย่างดี เป็นที่ไว้วางใจได้ มีความมั่นคง สุภาพ เอื้อเฟื้อ และมีความเป็นมิตร เพื่อให้ ได้มาซึ่งการสนับสนุนการทำงานของตนในโรงเรียน ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ใช้เวลาในสังคมได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม ด้วย คุณลักษณะที่ 4 คุณลักษณะส่วนบุคคล ประกอบด้วย 1) มีสติปัญญาเฉียบแหลม 2) มีไหวพริบปฏิภาณดี 3) มีวิจารณญาณในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ 4) มีความรอบรู้ 5) มีความสามารถในการพูด 6) มีความสามารถในการทำงาน 7) มีความจริงใจ 8) มีความเป็นมิตร 9) มีความเสมอต้นเสมอปลาย 10) มีอารมณ์ขัน 11) มีสุขภาพจิตดี และ 12) มี การดูแลเอาใจใส่สุขภาพ สอดคล้องกับแนวคิดของทีด ( Tead) ที่กล่าวว่าผู้นำควรมีคุณสมบัติคือ มีความเข้มแข็งทั้ง ร่างกายและจิตใจ สอดคล้องกับแนวคิดของเครทอน ( Kreitton) ที่กล่าวว่า ลักษณะผู้นำที่ดีคือ เป็นผู้ร่าเริงมองโลก ในแง่ดี มีจิตใจเยือกเย็นเมื่อประสบปัญหา นอบน้อม มีอารมณ์มั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย และมีความรู้ดี สอดคล้อง กับแนวคิดของบาร์นาด ( Barnard ) ที่กล่าวว่า คนที่จะเป็นผู้นำ มีความจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งจะขาด เสียมิได้ คือ ความฉลาดมีไหวพริบ ( Intellectual capacity ) หมายถึง ความเฉียบแหลม มีความรู้ทันโลกทัน เหตุการณ์อยู่เสมอ สอดคล้องกับแนวคิดของสแตทและคนอื่นๆ ( Stadt and others ) ที่กล่าวว่า ลักษณะของผู้นำที่ ดีคือแข็งแรงและมีสุขภาพดี สอดคล้องกับแนวคิดของสต๊อกดิลล์ ( Stogdill ) ที่กล่าวว่า ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของ ผู้นำที่ดี ได้แก่ มีสติปัญญา และความสามารถ คือเป็นผู้มีสติปัญญา เฉลียวฉลาด มีการตัดสินใจดี สอดคล้องกับแนวคิด ของ เทรวาทรา และนิวพอร์ท ( Trewatha and Newport ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำได้แก่ มีความรอบรู้ มีความสามารถ ในการวินิจฉัย มีความสามารถทางสติปัญญา มีความสามารถในการทำงาน และมีความสามารถในการพูด สอดคล้อง กับแนวคิดของฮอยและมิสเกล ( Hoy and miskel ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำคือ 1) ความเป็นผู้เข้าไปมีส่วน ร่วม ( participation ) ในด้านกิจกรรมด้านสังคมให้ความร่วมมือ รู้จักปรับตัวและมีอารมณ์ขัน 2) ความเป็นผู้มีความ
16 รับผิดชอบ( responsibility ) ได้แก่การเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ มีความสม่ำเสมอ มั่นคง อดทน กล้าพูดกล้าทำ เชื่อมั่น ในตนเองและมีความทะเยอทะยาน สอดคล้องกับความคิดของกริฟฟิท ( Griffiths ) ที่ได้ระบุคุณลักษณะภาวะผู้นำ ของผู้บริหารโรงเรียนในทฤษฎีการบริหารว่า 1) การเป็นนักพูดที่มีประสิทธิภาพ คือความสามารถในการพูดชักจูง ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมมือ มีความสามารถในการใช้ภาษาซึ่งจะสร้างเสน่ห์ความศรัทธา และความเชื่อถือได้บนพื้นฐานของการพูดที่มีความจริงใจ 2) การเป็นผู้เข้าสังคมได้อย่างดี เป็นผู้ที่ไว้วางใจได้ มีความ มั่นคง สุภาพ เอื้อเฟื้อและมีความเป็นมิตรเพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนการทำงานของตนในโรงเรียน ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ ที่ใช้เวลาในสังคมได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วย สอดคล้องกับแนวคิดของแม็คนูสัน ( Magnuson ) ที่กล่าวว่า คุณลักษณะของภาวะผู้นำของผู้จัดการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ คุณลักษณะส่วนตัวประกอบด้วย มีวิจารณญาณ มีความรู้กว้างขวาง มีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์ความจงรักภักดี เป็นผู้มีสติไมใช้อารมณ์ มีความจริงใจ มีความเป็น มิตรมีอารมณ์ขัน มีใจกว้างและเปิดเผย มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีความเมตตาปราณีและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น คุณลักษณะที่ 5 คุณลักษณะด้านความรู้ ประกอบด้วย 1) มีความเป็นผู้นำทางวิชาการ 2) มีความรู้ด้านวิชาชีพ และด้านความรู้ทั่วๆไปเป็นอย่างดี 3) มีความรู้ด้านการบริหารการศึกษาทั้งในแง่ทฤษฎีและการปฏิบัติ 4) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล การรวบรวมข้อมูล และยุทธศาสตร์การวิเคราะห์ข้อมูล 5) มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการออกแบบ การใช้ การประเมินและการปรับปรุงหลักสูตร 6) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดผล การ ประเมินผล และยุทธศาสตร์ในการประเมินผล 7) มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาและการบริหาร จัดการโรงเรียน 8) มีความรู้เรื่องการปฏิรูปการศึกษา การประเมินภายใน และการประกันคุณภาพการศึกษา 9) มี ความรู้เกี่ยวกับกรอบภารกิจของสถานศึกษาและการบริหารงานในสถานศึกษาและการบริหารงานในสถานศึกษา 10) มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และวิทยาการใหม่ๆ และ11) เป็นผู้ที่แสวงหาความรู้ และพัฒนาความ รู้อยู่เสมอ สอดคล้องกับแนวคิดของ เครทอน ( Kreitton) ที่กล่าวว่าลักษณะผู้นำที่ดีต้องมีความรู้ดีสอดคล้องกับแนวคิดของบาร์นาด ( barnard) ที่กล่าว ว่าคนที่จะเป็นผู้นำ มีความจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งจะขาดเสียมิได้คือ ความฉลาดมีไหวพริบ ( intellectual capacity ) หมายถึง ความเฉียบแหลม มีความรู้ทันโลก ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ สอดคล้องกับแนวคิด ของสต๊อกดิลล์ ( Stogdill) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ดี ได้แก่ มีสติปัญญาและความสามารถ คือเป็นผู้มี สติปัญญา เฉลียวฉลาด มีการตัดสินใจดี สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาทรา และนิวพอร์ท ( Trewatha and Newport ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำ ได้แก่ มีความรอบรู้ มีความสามารถในการทำงาน สอดคล้องกับแนวคิดของ ฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำ คือความเป็นผู้มีความสำเร็จ ( achievement ) ประกอบด้วย ความสำเร็จทางด้านวิชาการและการแสวงหาความรู้ สอดคล้องกับแนวคิดของแม็คนูสัน (Magnuson) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้จัดการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ คือ1)คุณลักษณะด้านอาชีพ ประกอบด้วย ความสามารถในการติดต่อและเข้ากับผู้อื่นได้ดีมีความรู้ในสาขาวิชาชีพเป็นอย่างดีรู้จักมอบหมายงานให้ผู้ร่วมงาน ให้ ความสนใจในบุคคลอื่น มีความสามารถในการวางแผนและการจัดระเบียบงาน รับฟังความคิดเห็นของบุคคลอื่นและใช้ อำนาจหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม 2) คุณลักษณะส่วนตัวประกอบด้วย มีวิจารณญาณ มีความรู้กว้างขวาง มีความ ยุติธรรม มีความซื่อสัตย์ความจงรักภักดีเป็นผู้มีสติไม่ใช้อารมณ์มีความจริงใจ มีความเป็นมิตร มีอารมณ์ขัน มีใจกว้าง และเปิดเผย มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีความเมตตาปราณีและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น คุณลักษณะที่ 6 คุณลักษณะด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 1) รู้บทบาทของตนเอง 2) เป็นตรงต่อเวลา 3) มีความกล้าหาญ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจ 4) มีความรับผิดชอบ 5) มีความสามารถในการ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 6) มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาในการทำงาน 7) มีความสามารถในการตัดสินใจ 8) มี ความสามารถในการประสานงานทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน 9) มีความสามารถในการจูงใจคน 10) มี ความสามารถในการบังคับตนเองได้ 11) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และ 11 ) มีความเด็ดขาดและมีความยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สอดคล้องกับแนวคิดของทีด ( Tead ) ที่มีความเห็นว่าคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้นำ คือมีความ
17 เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์และความมุ่งหมาย มีความเข้าใจในด้านมนุษยสัมพันธ์ มี ความกระตือรือร้น มีความสามารถในการตัดสินใจและตกลงใจ มีความฉลาด และมีความเชื่อมั่นในตนเอง สอดคล้อง กับแนวคิดของเครทอน (Kreitton) เน้นว่าลักษณะผู้นำที่ดีต้องมีลักษณะจูงใจผู้พบเห็น ตัดสินปัญหาทางท่วงที มี ความกล้าหาญ เป็นผู้มีความกระตือรือร้นสามารถควบคุมการประชุม และแนะนำความคิด มีเมตตาจิต ซื่อสัตย์และ ตรงไปตรงมา เป็นกลางโดยไม่เอนเอียง มีศีลธรรม สอดคล้องกับแนวคิดของซาซส์( Sachs ) ที่ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับ ลักษณะของผุ้บริหารที่ดีไว้ว่า ต้องมีความเข้าใจตนเอง และสามารถประเมินค่าตนเองได้อย่างถูกต้อง ต้องยอมรับฟัง และเคารพความคิดของผู้อื่น ต้องมีความเข้าใจในสถานภาพของผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี และต้องมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ต้องสามารถนำความคิดของผู้ร่วมงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานของตน สอดคล้องกับแนวคิดของ บาร์นาด (barnard) ที่กล่าวว่าคนที่จะเป็นผู้นำ มีความจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งจะขาดเสียมิได้ คือ 1) ความสามารถในการตัดสินใจ (decisiveness) หมายถึงความเชื่อมั่นในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเต็ม ใจที่จะตัดสินใจโดยไม่ทำให้กลุ่มผู้ร่วมงานยุ่งยากใจ 2 )มีความสามารถในการจูงใจคน (persuasiveness) หมายถึง ความสุจริตใจแก่ผู้ร่วมงาน วางตัวให้ผู้อื่นเลื่อมใส คุณลักษณะที่ 7 คุณลักษณะด้านวิชาชีพ ประกอบด้วย 1) มีความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาชีพอย่างดีและ ชัดเจน 2) มีความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพ 3) ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 4) มีความ เข้าใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษา 5) มีประสบการณ์ก่อนที่จะรับตำแหน่งอย่าง เพียงพอ 6) มีพื้นฐานการศึกษาที่สูงพอ 7)มีบทบาทในการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา 8) ปฏิบัติกิจกรรมทาง วิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา และ 9) เป็นผู้นำในการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา สอดคล้องกับแนวคิดของแม็คนูสัน (Magnuson) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของภาวะผู้นำของการจัดการโรงเรียนที่ ประสบความสำเร็จ ได้แก่ คุณลักษณะด้านอาชีพ ประกอบด้วยความสามารถในการติดต่อและเข้ากับผู้อื่นได้ดี มี ความรู้ในสาขาวิชาชีพเป็นอย่างดี คุณลักษณะที่ 8 คุณลักษณะทางแรงจูงใจ ประกอบด้วย 1) มีแรงขับในการปฏิบัติงาน 2) มีแรงกระตุ้นในการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 3) มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จ 4) มีความต้องการในอำนาจด้วยวิธีการที่ ถูกต้องและใช้อย่างมีเหตุผล 5) ยอมรับและชื่นชมความสำเร็จของนักเรียนและบุคลากรทุกคน 6) ปฏิบัติอย่างยุติธรรม และให้เกียรติแก่บุคลกรทุกคน 7) สนับสนุนให้บุคลกรประสบผลสำเร็จในงาน 8) พัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถพัฒนา ตนเองได้เต็มขีดความสามารถของแต่ละคน 9) ชื่นชมและเผยแพร่ผลสำเร็จของงานของผู้ร่วมงานต่อสาธารณะเป็น ประจำ และ 10) มีการเสริมแรงทางบวกแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานดี สอดคล้องกับแนวคิดของเครทอน (Kreitton) ที่เน้น ลักษณะผู้นำที่ดีต้องมีเมตตาจิต ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา เป็นกลางโดยไม่เอนเอียง มีศีลธรรม สอดคล้องกับแนวคิด ของบาร์นาด (barnard) ที่กล่าวว่า คนที่จะเป็นผู้นำ มีความจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งจะขาดเสียมิได้ คือ ความสามารถในการจูงใจคน (persuasiveness) หมายถึง ความสุจริตใจแก่ผู้ร่วมงาน วางตัวให้ผู้อื่นเลื่อมใส และมี ความสามารถในการพูดและเขียน สอดคล้องกับแนวคิดของสแตทและคนอื่นๆ (Stadt and others) ที่ได้สรุปว่า ลักษณะของผู้นำที่ดีคือ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความสามารถในการสื่อความคิด สอดคล้องกับแนวคิดของสต๊อกดิลล์ ( Stogdill ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ดีได้แก่ 1) คุณลักษณะที่สัมพันธ์กับงาน เป็นผู้มีความตั้งใจทำงาน มีความ รับผิดชอบ และมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ 2) คุณลักษณะทางสังคม เป็นผู้ที่สามารถร่วมมือกับผู้อื่นได้ เป็นที่ยอมรับ
18 ของผู้ร่วมงานและคนอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาทรา และนิวพอร์ท (Trewatha and Newport) ที่กล่าวว่า คุณลักษณะผู้นำได้แก่ มีความซื่อสัตย์ มีความสามารถที่จะร่วมงาน มีความรับผิดชอบและมีความสำเร็จ สอดคล้องกับ แนวคิดของฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel ) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้นำ คือ 1) ความเป็นผู้มีความสำเร็จ (achievement) ประกอบด้วย ความสำเร็จทางด้านวิชาการและการแสวงหาความรู้ 2) ความเป็นผู้มีความรับผิดชอบ (responsibility) ได้แก่ การเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ มีความสม่ำเสมอ มั่นคง อดทน กล้าพูดกล้าทำ เชื่อมั่นในตนเอง และมีความทะเยอทะยาน สอดคล้องกับความคิดของกริฟฟิท (Griffiths) ที่ได้ระบุคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหาร โรงเรียนในทฤษฎีการบริหาร คือ 1) การเป็นผู้ริเริ่มงานใหม่ๆขึ้น ซึ่งมักจะมีแผนงานที่จัดระเบียบขั้นตอนไว้เป็นอย่างดี โดยการทำงานหนักอยู่เสมอเพื่อให้งานที่ริเริ่มใหม่บรรลุผลสำเร็จ 2) การเป็นนักปรับปรุง โดยเป็นคนคอยกระตุ้นและ ให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาในการทำงานและปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแสวงหา และ ปรับปรุงวิธีการทำงานที่ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ ตลอดจนเป็นผู้แนะแนวทางหรือวีทำงานใหม่ๆให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา 3) การเป็นผู้ให้การยอมรับผู้อื่น โดยดึงเอาความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาที่แฝงอยู่ในตัวออกมาใช้ให้ปรากฏ มองเห็น ปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาในการทำงาน ให้กำลังใจและคำชมเชย ยอมรับในผลสำเร็จของผู้ใต้บังคับบัญชา 4) การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือคือพร้อมเสมอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่อมีปัญหาติดขัด มีความห่วงใยและ กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ 5) การเป็นนักพูดที่มีประสิทธิภาพ คือความสามารถในการพูดชักจูงผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกันมีความสามารถในการใช้ ภาษาซึ่งจะสร้างเสน่ห์ความศรัทธาและความเชื่อถือได้บนพื้นฐานของการพูดที่มีความจริงใจ 6) การเป็นผู้ประสานงาน ที่ดี คือมีความสามารถในการกระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนงานและสนับสนุนให้เกิดความ ร่วมมือในการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย 7) การเป็นผู้เข้าสังคมได้อย่างดี เป็นผู้ที่ไว้วางใจ มีความมั่นคงสุภาพ เอื้อเฟื้อและ มีความเป็นมิตรเพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนการทำงานของตนในโรงเรียน ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ใช้เวลาในการสังคมได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วย สอดคล้องกับแนวคิดของแม็คนูสัน(Magnuson) ที่ได้จำแนกคุณลักษณะภาวะผู้นำ ของผู้จัดการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ ออกเป็นคุณลักษณะด้านอาชีพและคุณลักษณะส่วนตัว คือ 1) คุณลักษณะ ด้านอาชีพ ประกอบด้วย ความสามารถในการติดต่อและเข้ากับผู้อื่นได้ดี มีความรู้ในสาขาวิชาชีพเป็นอย่างดี รู้จัก มอบหมายงานให้ผู้ร่วมงานให้ความสนใจในบุคคลอื่น มีความสามารถในการวางแผนและการจัดระเบียบงาน รับฟัง ความคิดเห็นของบุคคลอื่นและใช้อำนาจได้อย่างเหมาะสม 2) คุณลักษณะส่วนตัว ประกอบด้วยมีวิจารณญาณ มี ความรู้กว้างขวาง มีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี เป็นผู้มีสติ ไม่ใช้อารมณ์ มีความจริงใจ มีความเป็น มิตร มีอารมณ์ขัน มีใจกว้างและเปิดเผย มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีความเมตตาปรานีและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น คุณลักษณะที่ 9 คุณลักษณะทางสังคม ประกอบด้วย 1) มีทักษะทางเทคนิคในการปฏิบัติงาน 2) มีทักษะด้าน มนุษยสัมพันธ์ 3) มีทักษะทางความคิดรวบยอด 4) มีทักษะทางการบริหารงาน 5) มีทักษะในการประสานงานและการ จูงใจ 6) มีทักษะในการแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้ง 7) มีทักษะในการสั่งการ 8) มีทักษะในการติดตาม กำกับ และ ประเมินผล 9) มีทักษะในการดำเนินการประชุม 10) มีทักษะในการพูดและใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 11) มีทักษะในเชิงคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ พัฒนาและปรับปรุงองค์กร และ 12) มีทักษะในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ ( ICT) เพื่อการบริหารจัดการสอดคล้องกับแนวคิดของทีด (Tead) ที่มีความเห็นว่าคุณสมบัติที่ จำเป็นสำหรับผู้นำ คือมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์และความมุ่งหมาย มีความเข้าใจในด้านมนุษยสัมพันธ์ มีความ กระตือรือร้น มีความสามารถในการตัดสินใจและตกลงใจ มีความฉลาดและมีความเชื่อมั่นในตนเอง กับแนวคิดของ
19 เครทอน (Kreitton) ที่เน้นลักษณะผู้นำที่ดี ต้องมีลักษณะจูงใจผู้พบเห็น ตัดสินปัญหาทันท่วงที มีความกระตือรือร้น สามารถคุมการประชุมและแนะนำความคิด สอดคล้องกับแนวคิดของซาซส์(Sachs) ที่ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับแนวคิดของ ผู้บริหารที่ดีไว้ว่า ต้องยอมรับฟังและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ต้องมีความเข้าใจในสถานภาพของผู้ร่วมงานเป็น อย่างดีและต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ต้องสามารถนำความคิดของผู้ร่วมงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงาน ของตน สอดคล้องกับแนวคิดของบาร์นาด (barnard) ที่กล่าวว่า คนที่จะเป็นผู้นำมีความจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติ พิเศษซึ่งจะขาดเสียมิได้คือความสามารถในการตัดสินใจ (decisiveness) หมายถึงความเชื่อมั่นในการตัดสินใจได้ รวดเร็วถูกต้อง และเต็มใจที่จะตัดสินใจโดยไม่ทำให้กลุ่มผู้ร่วมงานยุ่งยากใจและความสามารถในการจูงใจคน (persuasiveness) หมายถึง ความสุจริตใจแก่ผู้ร่วมงานวางตัวให้ผู้อื่นเลื่อมใสและมีความสามารถในการพูดและการ เขียน สอดคล้องกับแนวคิดของสแตทและคนอื่นๆ (Stadt and others) ที่กล่าวว่าลักษณะผู้นำที่ดี คือคำนึงถึง มาตรฐานในการทำงาน เป็นที่พึ่งของคนอื่น มีความกล้า กล้าที่จะคิด กล้าที่จะเสี่ยง มีความสามารถที่จะแบ่งงานให้ ผู้อื่นช่วยปฏิบัติ มีวิสัยทัศน์ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความสามารถในการสื่อความคิด มีสติปัญญา มีความสามารถในการ จัดรูปงาน และมีความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล สอดคล้องกับแนวคิดของสต๊อกดิลล์ ( Stogdill) ที่กล่าว ว่าคุณลักษณะของผู้นำที่ดี ได้แก่ 1) มีพื้นฐานทางสังคม คือเป็นผู้มีการศึกษาและสถานะทางสังคมดี 2) มีสติปัญญา และความสามารถ เป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีการตัดสินใจดี 3) บุคลิกภาพ เป็นผู้มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวอยู่ เสมอ ควบคุมอารมณ์ได้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความเชื่อมั่นในตนเอง 4) คุณลักษณะที่สัมพันธ์กับงาน เป็น ผู้มีความตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ 5) คุณลักษณะทางสังคม เป็นผู้ที่สามารถ ร่วมมือกับผู้อื่นได้ เป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงานและคนอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดของเทรวาทรา และนิวพอร์ท (Trewatha and Newport) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำได้แก่ มีความสามารถที่จะร่วมงาน มีความสวามารถในการ วินิจฉัย และมีความสามารถทางสติปัญญา สอดคล้องกับแนวคิดของฮอยและมิสเกล ( Hoy and Miskel ) ที่กล่าวว่า คุณลักษณะของผู้นำ ได้แก่ ความเป็นผู้มีความสามารถ (capacity) ประกอบด้วย ความมีไหวพริบ การตื่นตัว ทันต่อ เหตุการณ์ การใช้เวลาและภาษษพูดกล้าพูดกล้าทำ ความเป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้ตัดสินปัญหาที่ดี สอดคล้องกับความคิด ของกริฟฟิท (Griffiths ) ที่ได้ระบุคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนในทฤษฎีการบริหารว่า คือ 1) การเป็นผู้ ริเริ่มงานใหม่ๆขึ้น ซึ่งมักจะมีแผนงานที่จัดระเบียบขั้นตอนไว้เป้นอย่างดี โดยการทำงานหนักอยู่เสมอเพื่อให้งานที่ริเริ่ม ใหม่บรรลุผลสำเร็จ 2) การเป็นนักปรับปรุง โดยเป็นคนคอยกระตุ้นและให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาในการทำงานและ ปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแสวงหาและปรับปรุงวิธีการทำงานที่ดีกว่าวิธีเดิมอยู่เสมอ ตลอดจนเป็นผู้แนะแนวทางหรือวิธีทำงานใหม่ๆ ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา 3) การเป็นผู้ให้การยอมรับผู้อื่น โดยดึงเอา ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาที่แฝงอยู่ในตัวออกมาใช้ให้ปรากฏ มองเห็นปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาในการ ทำงาน ให้กำลังใจและคำชมเชย ยอมรับในผลสำเร็จของผู้ใต้บังคับบัญชา 4) การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือคือพร้อม เสมอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่อมีปัญหาติดขัด มีความห่วงใยและกระตือรือร้นที่จะให้ความช่วยเหลือ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ 5) การเป็นนักพูดที่มีประสิทธิภาพ คือความสามารถในการชัก จูงผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน มีความสามารถในการใช้ภาษาซึ่งจะสร้างเสน่ห์ความ ศรัทธาและความเชื่อถือได้บนพื้นฐานของการพูดที่มีความจริงใจ 6) การเป็นผู้ประสานงานที่ดี คือมีความสามารถใน การกระตุ้นให้ผุ้ใต้บังคับบัญชาเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนงาน และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ตามแผนงานของทุกฝ่าย 7) การเป็นผู้เข้าสังคมได้อย่างดี เป็นผู้ที่ไว้วางใจได้ มีความมั่นคง สุภาพ เอื้อเฟื้อ และมีความ
20 เป็นมิตรเพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนการทำงานของตนในโรงเรียน ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ที่ใช้เวลาในการสังคมได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสมด้วย สอดคล้องกับแนวคิดของแม็คนูสัน (Maguson) ที่กล่าวว่าคุณลักษณะภาวะผู้นำของ ผู้จัดการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จคือ 1) คุณลักษณะด้านอาชีพ ประกอบด้วย ความสามารถในการติดต่อและเข้า กับผู้อื่นได้ดี มีความรู้ในสาขาวิชาชีพเป็นอย่างดี รู้จักมอบหมายงานให้ผู้ร่วมงาน ให้ความสนใจในบุคคลอื่น มี ความสามารถในการวางแผนและการจัดระเบียบงาน รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และใช้อำนาจหน้าที่ได้อย่าง เหมาะสม 2) คุณลักษณะส่วนตัว ประกอบด้วยมีวิจารณญาณมีความรู้กว้างขวาง มีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี เป็นผู้มีสติไม่ใช้อารมณ์ มีความจริงใจ มีความเป็นมิตร มีอารมณ์ขัน มีใจกว้างและเปิดเผย มีความ เสมอต้นเสมอปลาย มีความเมตตา ปราณีและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น คุณลักษณะที่ 10 คุณลักษณะด้านการบริหาร ประกอบด้วย 1) เป็นผู้จัดการที่มีหลักการและมีเหตุผล 2) มี ความรอบรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในองค์กร 3) มีประสบการณ์ในการบริหาร 4) พัฒนาและใช้นวัตกรรมการ บริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ 5) มีความสามารถในการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถใน การปฏิบัติงาน 6) มีความสามารถที่จะมอบหมายงานให้ผู้อื่นตามถนัดและความสามารถ 7) มีความสามารถในการ วางแผนและจัดระเบียบงาน 8) สามารถนำความรู้ความเข้าใจในหลักการและทฤษฎีทางการบริหารการศึกษาไป ประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษา 9) สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการ สถานศึกษา 10) สามารถกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายของสถานศึกษา 11) สามารถจัดองค์กร โครงสร้างการบริหาร และกำหนดภาระกิจของบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม ผู้นำมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ และความมุ่ง หมาย มีความเข้าใจในด้านมนุษยสัมพันธ์ มีความกระตือรือร้น มีความสามารถในการตัดสินใจและตกลงใจ มีความ ฉลาด และมีความเชื่อมั่นในตนเอง ผู้นำที่ดีต้องมีลักษณะจูงใจผู้พบเห็น คุณลักษณะที่ 11 คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม ประกอบด้วย 1) เป็นผู้นำเชิงคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติ ตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2) ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ร่วมงานมีคุณธรรมและจริยธรรมที่เหมาะสม 3) มีความเสียสละ อุทิศ ตนและเวลาให้กับการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง 4) มีความซื่อสัตย์สุจริต 5) มีความโปร่งใส 6) มีความเมตตากรุณา เอื้อ อาอรต่อผู้อื่น 7) มีความอดทนต่อความยากลำบาก 8) มีใจเป็นธรรมและมีความยุติธรรม 9) มีความหนักแน่นและมี สัจจะ 10) มีวินัยในตนเอง 11) ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 12) นำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามา ประยุกต์ใช้ในการบริหาร และ13) ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการทำงาน ลักษณะผู้นำที่ดีต้องมีเมตตาจิต ซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมาเป็นกลางโดยไม่เอนเอียง มีศีลธรรม คุณลักษณะที่ 12 คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำ ประกอบด้วย 1) เป็นผู้มีบารมี 2) เป็นผู้นำและสร้างผู้นำ 3)เป็นผู้มี มนุษยสัมพันธ์ที่ดี และเป็นที่ยอมรับของผู้ของผู้ร่วมงานทุกคน 4) มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกล 5) มีความสามารถใน การแก้ปัญหาในแต่ละสถานการณ์อย่างเหมาะสม 6) มีความสามารถในการกระจายอำนาจการบริหารและความ รับผิดชอบที่เหมาะสมกับบุคลากร 7) มีความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา 8) มีความสามารถในการแสดง บทบาทผู้นำตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม และ 9) มีความสามารถในการชี้นำและแนะแนวทางในการดำเนินงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้นำ คือมีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ มีความเข้าใจใน วัตถุประสงค์และความมุ่งหมาย มีความเข้าใจด้านมนุษยสัมพันธ์ มีความกระตือรือร้น มีความสามารถในการตัดสินใจ และตกลงใจ มีความฉลาด และมีความมั่นใจในตนเอง และสามารถประเมินค่าตนเองได้อย่างถูกต้อง ต้องยอมรับฟัง
21 และเคารพความคิดของผู้อื่น มีความเข้าใจในสถานภาพของผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ต้อง สามารถนำความคิดของผู้ร่วมงานไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานของตน คุณลักษณะที่ 13 คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น ประกอบด้วย 1) มีความสามารถในการ ติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 2) มีความสามารถในการบริหารความขัดแย้ง 3) มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม สร้างและพัฒนาทีมงานให้เข้ฒแข็ง 4) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 5) มุ่งมั่นพัฒนา ผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ 6) แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา 7) สร้างโอกาสในการ พัฒนาได้ทุกสถานการณ์ 8) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อปรับปรุง แลพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น 9) ปฏิบัติงานขององค์กรโดยเน้นผลถาวร และ 10) มีความสารถในการรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่าง เป็นรบบ คุณลักษณะที่ 14 คุณลักษณะด้านความสามารถในการวางแผนการทำงาน ประกอบด้วย 1) มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ และการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ 2) มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายที่วางไว้ 3) มีการพัฒนาแผนงานขององค์กรให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง 4) มีการกระตุ้นส่งเสริมให้ ผู้ร่วมงานปฏิบัติตามแผนงานด้วยความเต็มใจ 5) มีการระดมและจัดสรรทรัพยากรทุกด้าน เพื่อประโยชน์ในการ ดำเนินงานตามที่วางแผนไว้ให้บรรลุเป้าหมาย และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการจัดการศึกษา 6) มีการเก็บหลักฐาน การทำงานอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ เพื่อใช้ในการประเมินผลการพัฒนาโรงเรียน 7) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ จัดทำนโยบายการศึกษาระดับสถานศึกษา 8) สามารถกำหนดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน และประเมินคุณภาพ การจัดการศึกษา 9) จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มุ่งให้เกิดผลดี คุ้มค่าต่อการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม 10) สามารถนำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปปฏิบัติ และ 11) สามารถติดตามประเมิน และรายงานผลการ ดำเนินงาน คุณลักษณะที่ 15 คุณลักษณะด้านความสามารถในการทำงานร่วมกับชุมชน ประกอบด้วย 1) มีการติดต่อสื่อสารกับ ผู้แทนของแต่ละกลุ่มในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ 2) ส่งเสริมความสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน และสร้างความยอมรับเชื่อถือของ ชุมชน 3) สร้างสัมพันธมิตรกับองค์กรภายนอก ทั้งระดับบุคคล และระดับกลุ่ม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ โรงเรียน 4) ขอความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ทั้งชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้เข้ามาสนับสนุนการพัฒนา บุคลากรและนักเรียนของโรงเรียน 5) เปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการ ดำเนินงานของโรงเรียน 6) ศึกษาพื้นฐานความเป็นอยู่ของชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ความต้องการของชุมชน 7) สามารถสร้างกิจกรรมความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน โดยมีเป้าหมายในการช่วยเหลือชุมชน 8) ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาของ บุคลากร ผู้เรียนและชุมชน 9) สามารถระดมทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษา และ 10) ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์ คุณลักษณะที่ 16 คุณลักษณะด้านความสามารถในฐานะผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม ประกอบบด้วย 1) สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและเอื้อต่อการพัฒนาองค์กรด้านศาสนา วัฒนธรรมและจริยธรรม 2) ดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ ที่สอดรับกับความเชื่อและประเพณีปฏิบัติในสังคมอย่างต่อเนื่อง 3) ส่งเสริมกิจกรรมทาง
22 ศาสนา 4) มีการส่งเสริมจรรยาบรรณที่ดีเกี่ยวกับวิชาชีพ 5) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของท้องถิ่น และ ของสังคมในภาพรวม เพื่อนำวัฒนธรรมมาประกอบในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น 6) สามารถเป็นตัวอย่าง และเป้นผุ้นำในงานด้านศาสนา วัฒนธรรมและจริยธรรม 7) ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้องกับศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงาม 8) ฝึกฝนอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาด้านคุณธรรม จริยธรรมอย่างต่อเนื่องและเป็น รูปธรรม 9) มีการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนให้ส่งเสริมกิจกรรมทางด้านศาสนา วัฒนธรรมแล จริยธรรม 10) สืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนปรเพณีต่างๆ ในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 11) นำนักเรียนเข้า ร่วมกิจกรรมทั้งทางด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม และ 12) คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม คุณลักษณะที่ 17 คุณลักษณะด้านทัศนคติประกอบด้วย 1) มีทัศนคติมนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ตาม ศักยภาพของตนเอง 2) มีทัศนคติว่าให้เด็กเก่ง ดี มีสุข โดยบูรณาทั้งโรงเรียน 3) มีทัศนคติว่าการพัฒนาโรงเรียนเป็น กระบวนการที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง 4) มีทัศนคติว่าวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเป็นวิสัยทัศน์ที่มีมาตรฐานสูงแลปฏิบัติ ได้จริง 5) มีทัศนคติว่าการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นเป้าประสงค์พื้นฐานของการจัดการศึกษา 6) มีทัศนคติว่านักเรียน ต้องมีความรู้ ทักษะ และค่านิยมที่จำเป็น เพื่อที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 7) มีทัศนคติว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็น สิ่งจำเป็นสำหรับตนเอง และผู้อื่น 8) มีทัศนคติว่าความแตกต่างของบุคคลเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน 9) มีทัศนคติว่า โรงเรียนต้องมีสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่หลากหลาย ปลอดภัยและน่าเรียน 10) มีทัศนคติว่าการมีใจรักในงานและ การมีความรู้ ทำให้ทุกอย่างสามารถแก้ปัญหาได้ 11) มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพของตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อสังคม แล ต่อชุมชนแวดล้อมโรงเรียน และ 12) มีทัศนคติที่ดีต่อโลก งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เบญจาภา ไกรฤกษ์ (2556) ได้ศึกษา แบบภาวะผู้นําที่พึงประสงค์ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยไทย ใน ทศวรรษหน้า พบว่า อธิการบดีไทยไม่มีการเจาะจงเพศ ควรมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ มีสติ มีความขยัน ทำงานหนัก เข้าถึงคน สถานการณ์และงานได้ดี เปิดใจรับฟังผู้อื่นและมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพของคนไทย มี ความรัลผิดชอบ ความซื่อสัตย์มีหลักการ ความมีวิสัยทัศน์ สร้างผู้นำในอนาคต และมีความโปร่งใส มีทักษะในการ ตัดสินใจ ความสามารถในการสื่อสาร รู้จักพัฒนาตนเอง รู้จักบริหารคน มีการผสมผสานของแบบภาวะผู้นำพื้นฐาน กับวิถีคิดแบบไทยบนพื้นฐานวัฒนธรรมไทยทำให้เกิดคิดเป็นแบบภาวะผู้นำไทยสมดุล ได้แก่การลดอัตตา มีความ ละอายและความเกรงกลัวต่อบาป ประพฤติตนอยู่อยู่ในศีล 5 มีพรหมวิหาร 4 ตามองดาวเท้าติดดิน คือรู้จัก การ แข่งขันบนพื้นฐานของความเป็นจริง และเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในความเป็นจริงได้ สมถวิล ชูทรพย์ (2550) ได้ศึกษา การพัฒนาเครื่องมือและตัวบ่งชี้คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาที่มี ประสิทธิภาพ พบว่า คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 17 คุณลักษณะ คือ คุณลักษณะด้านวิชาชีพ 8) คุณลักษณะทางแรงจูงใจ 9) คุณลักษณะทางทักษะ 10) คุณลักษณะด้านการบริหาร 11) คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม 12) คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำ 13) คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะสามารถ ทำงานร่วมกับผู้อื่น 14) คุณลักษณะด้านความสามารถในการวางแผนการทำงาน 15) คุณลักษณะด้านความสามารถ
23 ในการทำงานกับชุมชน 16) คุณลักษณะด้านความสามารถในฐานะผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรมและจริยธรรม และ 17) คุณลักษณะด้านทัศนคติ ชัยธวัช เนียมศิริ ได้ศึกษา ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในยุคในยุค Thailland 4.0: กรณีศึกษา จังหวัด ขอนแก่น พบว่า ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในยุค Thailand 4.0 ที่พึงประสงค์คือ มีความเป็นผู้นำ มีความรอบรู้ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีทัศนคติที่ดี ยึดหลักธรรมาภิบาล เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีวุฒิ ภาวะทางอารมณ์ มีจิตสาธารณะ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี การสร้างทีมงานและเครือข่าย มุ่งความเป็นเลิศ มีความ กระตือรือร้น มีพลังในการทำงาน บริหารงานแบบมืออาชีพ มีทักษะการบริหารและการสื่อสาร สร้างแรงบันดาลใจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง มีวิสัยทัศน์ มีความทันสมัย มี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นำนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ ทำงานเชิงรุก มีความยืดหยุ่น มีเมตตาธรรมต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สรุปได้ว่า ในยุคปัจจุบันองค์กรต้องการคนที่มาทำหน้าที่ผู้บริหารไม่ว่าจะระดับต้น กลาง หรือสูง ที่มีภาวะ ผู้นำมากกว่ามาใช้อำนาจหน้าที่สั่งการหรือบังคับบัญชา เพราะมีเหตุการณ์มากมายในปัจจุบันที่สะท้อนให้เห็นว่า การ ใช้อำนาจตามหัวโขน ไม่สามารถกระตุ้นจูงใจให้พนักงานในองค์กรทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ หากแต่การเข้าไปยึดกุม หัวใจให้เกิดความศรัทธาจะมีพลังขับเคลื่อนที่มากกว่า ที่สำคัญผู้บริหารจะต้องสามารถสื่อสารให้ทุกคนเห็นภาพใหญ่ และเชื่อมโยงภาพย่อยได้อย่างเป็นระบบ เห็นกลไก ความเชื่อมโยง และผลกระทบระหว่างองค์ประกอบต่างๆ เพื่อ ขับเคลื่อนผลลัพธ์สุดท้าย หรือบรรลุเป้าหมายใหญ่ให้ได้ในที่สุดการเป็นแบบอย่างที่ดีมุ่งเน้นการทำงานให้มีคุณภาพ พร้อมได้ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายยึดมั่นในคำสั่ง ข้อบังคับ หรือระเบียบโดยเคร่งครัด ยึดมั่นในหลักของความ ดี และถือปฏิบัติด้วยอุดมการณ์ ประพฤติปฏิบัติตนได้ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักศาสนาพุทธ มีความมี ความเท่าเทียม กระทำงานด้วยความเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว และมุ่งช่วยเหลือสังคม พัฒนาท้องถิ่น ถือเป็นคุณลักษณะ ที่สำคัญของผู้บริหารที่พึงมี
24 บทที่ 3 การดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ 1) เพื่อทราบคุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีใน สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research ) โดยใช้วิทยาลัย พยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก เป็นหน่วยวิเคราะห์ ( unit of analysis ) ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ อาจารย์พยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินการวิจัยและระเบียบวิธีวิจัย โดยมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย เพื่อเป็นแนวทางสำหรับดำเนินการการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่วางไว้ สามารถแล้วเสร็จตามกำหนด และมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยจึงได้กำหนดรายละเอียดและขั้นตอนการดำเนินการวิจัยไว้เป็น 3 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การจัดเตรียมโครงการ โดยการศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลจากเอกสาร ตำรา วารสาร บทความ ตลอดจนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลที่ได้จากการศึกษามาจัดทำโครงการวิจัย ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินการวิจัย หลังจากที่ได้ศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลจากเอกสาร ตำรา วารสารบทความ ตลอดจนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการสังเคราะห์เอกสารและการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ อาจารย์ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้นำของ วิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก มาตรวจสอบความถูกต้องและวิเคราะห์ผล การวิเคราะห์ข้อมูลและส่งกลับไปให้อาจารย์ซึ่งได้สัมภาษณ์ตรวจสอบ ขั้นตอนที่ 3 การรายงานผลการวิจัย เป็นขั้นตอนการร่างรายงานผลการวิจัยเสนอคณะกรรมการวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่ตรวจสอบความถูกต้อง ปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องตามที่คณะกรรมการ เสนอแนะ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ ระเบียบวิธีวิจัย
25 เพื่อให้การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจึงกำหนดรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งประกอบด้วยแผนแบบการวิจัย ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรที่ศึกษา การสร้าง เครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิจัยตามรายละเอียดดังนี้ แผนแบบการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research ) ที่มีการศึกษากลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดี่ยว ศึกษา สภาวการณ์โดยไม่มีการทดลอง ( the one shot, non experimental case study ) 1.การเก็บรวบรวมข้อมูลในขั้นตอนของการศึกษาวิเคราะห์เพื่อกำหนดเป็นกรอบแนวคิด ทฤษฎีใช้การวิเคราะห์ เอกสาร ( documentary ) 2.การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการการสัมภาษณ์เชิงลึก ( Indepth Interview) แบบสัมภาษณ์ที่ไม่มีโครงสร้าง ( unstructured interviews ) ของกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิเคราะห์และเก็บรวบรวมข้อมูลของการวิจัยครั้งนี้มีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดทฤษฎี เพื่อกำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวม ข้อมูลจากเอกสาร ตำรา วารสารบทความ ตลอดจนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 สำหรับการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของคุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาลที่มีประสิทธิภาพใน สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ใช้ประชากรจากวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ ในสังกัดสถาบันพระบรมราช ชนก จำนวน 40 คน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาได้โดยการสุ่มแบบไม่มีขั้นตอน เลือกอาจารย์ จากวิทยาลัยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ การพิทักษ์สิทธิ์ 1.ผู้วิจัยนำเสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สิทธิ์ผู้ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการวิจัยในมนุษย์ของวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี 2.สอบถามความสมัครใจของกลุ่มตัวอย่าง อธิบายวัตถุประสงค์ของการศึกษา ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล และขอความร่วมมือในการศึกษา พร้อมทั้งแจ้งการพิทักษ์สิทธิ์ของกลุ่มตัวอย่างในการร่วมการศึกษา โดยชี้แจงให้กลุ่ม ตัวอย่างทราบถึงการเข้าร่วมการศึกษาที่จะเป็นไปตามความสมัครใจโดยให้อ่านเอกสารยินยอม และลงลายมือชื่อแนบ ท้าย ซึ่งไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อผู้เข้าร่วมการศึกษาข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่างจะเก็บเป็นความลับและนำเสนอใน รูปผลของการศึกษาเท่านั้น การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูล โดยการใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก
26 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเรื่องคุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาล ศาสตร์ ประกอบด้วย 1.แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง เพื่อใช้เก็บรวบรวมข้อมูลจากอาจารย์ โดยศึกษาสภาพปัจจุบัน และ ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก 2. เทปบันทึกเสียง การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลมีดังนี้ 1.วิเคราะห์สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามในด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่และ ประสบการณ์ในการทำงานในวิทยาลัยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกด้วยการ คำนวณค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป และนำเสนอในรูป ตารางประกอบความเรียง 2.วิเคราะห์แบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เน้นเนื้อหาที่สามารถตอบวัตถุประสงค์ ของการวิจัยได้ถูกต้อง รวมทั้งตรวจสอบความสอดคล้อง ความถูกต้องเหมาะสม
27 บทที่ 4 ผลการวิจัยและข้อวิจารณ์ ผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำที่มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของ บุคลากรวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก และนำเสนอคุณลักษณะภาวะผู้นำ ของประสิทธิภาพ ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ผู้วิจัยนำเสนอผลการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยลำดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระ บรมราชชนก ผลการวิจัย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้เป็นอาจารย์ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรม ราชชนก โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เข้าเกณฑ์ที่จะศึกษา จำนวน 40 คน ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ข้อมูลทั่วไป n=40 จำนวน ร้อยละ เพศ ชาย 38 95.00 หญิง 2 5.00 อายุ 21-30 11 28.00 31-40 10 24.00
28 จำนวน ร้อยละ 41-50 11 28.00 51-60 8 20.00 วุฒิการศึกษา ปริญญาโท 27 68.00 ปริญญาเอก 13 32.00 ประสบการณ์ ทำงาน 5-10 ปี 7 17.00 10-15 ปี 30 75.00 15 ปีขึ้นไป 3 8.00 รายได้ 20,000-30,000 บาท 13 32.00 30,001-40,000 บาท 24 60.00 40,001-50,000 บาท 3 8.00 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะผู้นำของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก Categories Location ร้อยละ คุณลักษณะที่ 1 คุณลักษณะทางกาย ลักษณะภูมิฐาน มีลักษณะสง่างาม รูปร่างสมส่วน ดูแลตนเองอย่างดี T1,T3,T5,A4,S8,S9 T1,T3,T5,T9,A4 T1,T3 T2,T6 24 20 8 8 คุณลักษณะที่ 2 คุณลักษณะทาง บุคลิกภาพ บุคลิกภาพที่ดี น่าเคารพยกย่อง แต่งตัวเรียบร้อยดูดี มีสุนทรียสนทนา อบอุ่น มีเหตุผล ท่าทางเป็นมิตร สุขภาพจิตดี อารมณ์ดี T7,T8,S5 T2,T3,A4,S1,S8,S9 T2,T3,T4,T6,T9,S1,S2,S3 T2,T3,T4,T6,T7,T9,A1,A3,S1,S5,S6,S7,S7, S8,S9,S10 T1,T3,T5,T9,A3,A4,S1,S3 T1,T7,A2,A3 T1,T2,T3,A1,A2,A4,S1,S6 T5,T7,T8,A1,S9,S10 12 24 32 56 32 16 32 24
29 Categories Location ร้อยละ ตั้งในในการทำงาน จริงใจ มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้กาลเทศะ ไม่เจ้ากี้เจ้าการ ไม่จุกจิกไม่ออกคำสั่ง คุณลักษณะที่ 3 คุณลักษณะทาง สังคม เป็นผู้กว้างขวาง เป็นแบบอย่างที่ดี สามารถเข้าสังคมได้ดี นำชื่อเสียงที่ดีให้สมาบัน สามารถแก้ไขปัญหาฌฉพาะหน้าได้ดี ไม่เห็นแก่ตัวทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่แบ่งแยกชนชั้น T1,T3,A4,A5 T1,T6,T8 T2,A1,A3 T4 A4 T4,T5 S6 16 12 12 4 4 8 4 คุณลักษณะที่ 4 คุณลักษณะส่วน บุคคล เป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความฉลาดทางอารมณ์ มีความรับผิดชอบสูง เฉลียวฉลาด เคร่งครัด พบปะนักศึกษาบ่อยๆ มีปฏิภานไหวพริบ พูดอย่างที่ทำ ทำอย่างที่พูด อดทนสูง T1 T1,T2,T3,T4,A1,A5,S1,S2,S3,S6,S7,S8,S9, S10 T1,T2,T3 S4,S5,S8,S10 T1,T3,T4,A4 A1 S2 A4,S10 S4 S9,S10 4 56 12 16 4 4 4 4 4 4 คุณลักษณะที่ 5 คุณลักษณะด้าน ความรู้ มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีและ สารสนเทศ พัฒนาตนเองตลอด มี IQ ดี มีความรู้ในวิชาชีพและการศึกษา เผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ ผู้นำทางวิชาการ ความรู้ด้านกฎหมาย T1,T3,A1,S2 T2,T5,T6,A1,A5 T3,T3,T7,T8,T10,A3,A4,A5,S2,S3,S5,S6 T9,A1 T10 T10 S5 16 20 48 12 8 4 4
30 Categories Location ร้อยละ รักความก้าวหน้า T5 4 คุณลักษณะที่ 6 คุณลักษณะด้าน ความสามารถในการปฏิบัติงาน มีความยืดหยุ่น มีความคิดริเริ่มสร้างงสรรค์ มีความเข้าใจในงานที่ทำ T1,T3,T4,A4 T1,T3,T4,T5,S9,S10 S8,S9,S10 16 24 12 คุณลักษณะที่ 7 คุณลักษณะด้าน วิชาชีพ มีความรู้ในวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญในสาขาพยาบาลและ การบริหาร มีประสบการณืในการทำงาน T1,T3,T5,T10,S1,S2,S3 T9 T1,T3,T9,A2 28 4 12 คุณลักษณะที่ 8 คุณลักษณะทาง แรงจูงใจ สร้างแรงใจ มีการสนับสนุนการทำงาน สร้างและส่งเสริมความสามัคคี T1,T2,T3,T5 T1 T2,T7,T9,A2,S6 16 4 20 คุณลักษณะที่ 9 คุณลักษณะทาง ทักษะ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี แก้ไขสถานการณ์ได้ดี มีทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัย เป็นปัจจุบัน ม ี ทั ก ษ ะ ให ้ คำ แ น ะ น ำ ต ิ ด ต า ม ประเมินผล มีกระบวนการคิดอย่างมีระบบ T1,T2,T9,A3,A4,A5,S1,S3,A4,S5 T4,T6,t8,S9,S10 T1,T3 T10 T6,A5 A4 40 20 8 4 8 4 คุณลักษณะที่ 10 คุณลักษณะด้าน การบริหาร สามารถนำพาองค์กรให้ก้าวหน้า มีความสามารถในการบริหารจัดการ ไม่แบ่งพรรคพวก มีสวัสดิการที่ดี T2,T4,T5,T6,A1 T6,T9,T10,A1,A2,A3 T2 A2,A3 20 24 4 8 คุณลักษณะที่ 11 คุณลักษณะด้าน คุณธรรมจริยธรรม มีคุณธรรมจริยธรรม T1,T3,T4,T5,T6,T9,A1,A2,A3,A5,S1,S2,S4, 64
31 Categories Location ร้อยละ มีความยุติธรรม ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง S5,S6 T2,T3,T4,T5,T6,T7,T8,A2,A3,A4,A5,S5,S6, S7,S8,S9,S10 S6 72 4 คุณลักษณะที่ 12 คุณลักษณะด้าน ภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีภาวะผู้นำ เปิดโอกาสและสนับสนุนให้ลูกน้อง ทำงานอย่างอิสระ ช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เป็นผู้นำในการทำงาน มีทักษะการบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ไม่กล่าวโทษลูกน้อง ไม่ทับถม ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบธรรม พัฒนาลูกน้อง T1,T2,T4,T5,T6,A1,A4 T2,T3,T4,T5,T7,T10,A4,S7,S8,S9 T2,T8,T9,A1,A2,A3,A4 T4,T6,A2 T3 T5 T6,A2 T8 T9 28 40 32 12 4 4 8 4 4 คุณลักษณะที่ 13 คุณลักษณะด้าน ความสามารถที่จะทำงานร่วมกับ ผู้อื่น เปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับทุกหน่วยงาน มีเครือข่าย รับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่ภาวะพึ่งพิงหรือต้องทำตามทุก อย่าง ไม่ยุ่งการเมือง ไม่นำข้อเสียของผู้อื่นมาพูด เข้าใจผู้ร่วมงาน T10 T5,T7,T8 T4,T5,T8,T10,A4,A5 T1,T4,T5,T6,T9,TA1,A2,A3,A5,S5,S6,S9, S10 T7 T8 S5 4 12 24 60 4 4 4 4 คุณลักษณะที่ 14 คุณลักษณะด้าน ความสามารถในการวางแผนการ ทำงาน สนับสนุนงบประมาณอย่างพอเพียง มีการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว มีหลักเกณฑ์ วางแผนเก่ง T2 T4 A3 4 4 4 คุณลักษณะที่ 15 คุณลักษณะด้าน ความสามารถในการทำงนกับชุนชน ต้องทำงานร่วมกับชุนชน T4 4
32 Categories Location ร้อยละ เป็นคนในท้องถิ่น S2 4 คุณลักษณะที่ 16 คุณลักษณะด้าน ความสามารถในฐานะผู้นำด้าน ศาสนาวัฒนธรรมและจริยธรรม มีธรรมประจำใจเป็นแบบอย่างที่ดีใน การดำเนินชีวิต มีความพอเพียง T5,T10,S2,S3 T8 16 4 คุณลักษณะที่ 17 คุณลักษณะด้าน ทัศนคติ มองโลกว้างขวาง มีทัศนคติที่ดี ประชาธิปไตย A1 S2 S6,S7,S8,S9 4 4 16 จากตารางที่ 2 พบว่ากลุ่มผู้ให้ข้มูลหลักต้องการผู้นำที่มีคุณลักษณะที่ 11 คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม ในเรื่องความยุติธรรม ร้อยละ 72 และ มีคุณธรรมจริยธรม ร้อยละ 64 รองลงมาคือ คุณลักษณะที่ 13 คุณลักษณะ ด้านความสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น ผลการวิเคราะห์คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหาร วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระ บรมราชชนก ได้ 17 คุณลักษณะ ดังนี้ คุณลักษณะที่ 1 คุณลักษณะทางกาย ได้แก่ ลักษณะภูมิฐาน มีลักษณะสง่างาม รูปร่างสมส่วน ดูแลตนเอง อย่างดี จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “ภูมิฐาน สง่างาม น่าเกรง ขาม รูปร่างสมส่วน อ่อนโยน มีความยืดหยุ่น เฉลียวฉลาด มีความฉลาดทางอารมณ์” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 2 คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ ได้แก่ บุคลิกภาพที่ดี น่าเคารพยกย่อง แต่งตัวเรียบร้อยดูดี มี สุนทรีสนทนา อบอุ่น มีเหตุผล ท่าทางเป็นมิตร สุขภาพจิตดี จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหาร พึงประสงค์ คือ “อ่อนโยน หนักแน่น มี เหตุผล ไม่เชื่อคนง่าย น้ำเสียงรื่นหู เป็นมิตรมีความเข้าใจ สนุกไม่เจ้ากี้เจ้าการ แต่งตัวดี มีอารมณ์ขัน ไม่ออกคำสั่ง อบอุ่น น่าเกรงขาม พูดตรงๆ ท่าทางเป็นมิตร เป็นกันเอง” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 3 คุณลักษณะทางสังคม ได้แก่ เป็นผู้กว้างขวาง เป็นแบบอย่างที่ดี สามารถเข้าสังคมได้ดี นำ ชื่อเสียงที่ดีให้สถาบัน สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ไม่เห็นแก่ตัวทำงานเฉพาะหน้าได้ดี ไม่เห็นแก่ตัวทำงานเพื่อ ส่วนรวม ไม่แบ่งแยกชนชั้น จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “รู้จักคนเยอะ ร่วมมือกับ ทั้งภาครัฐและเอกชน” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 4 คุณลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เป็นคนใจกว้าง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความฉลาดทางอารมณ์ มี ความรับผิดชอบสูง เฉลียวฉลาด ไม่เคร่งครัด พบปะนักศึกษาบ่อยๆ มีปฏิภาณไหวพริบ พูดอย่างที่ทำ ทำอย่างที่พูด อดทนสูง จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “รับผิดชอบต่อหน้าที่ของ ตนเอง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความอดทนสูง” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563)
33 คุณลักษณะที่ 5 คุณลักษณะด้านความรู้ ได้แก่ มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีและสารสนเทศ พัฒนาตนเองตลอด มีความรู้ทันสมัยไม่หยุดนิ่ง ทันเหตุการณ์ มี IQ ดี เก่ง รอบรู้ ความรู้ระดับปริญญาตรีและโท มีความรู้ในวิชาชีพและ การศึกษา มีการเผยแผ่ความรู้สู่สาธารณะ ผู้นำทางวิชาการ ความรู้ด้านกฎหมาย และรักความก้าวหน้า จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี สารสนเทศ ต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอด” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 6 คุณลักษณะด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน ได้แก่ มีความยืดหยุ่น มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีความคิดใหม่ๆ และมีความเข้าใจในการทำงาน การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 7 คุณลักษณะด้านวิชาชีพ ได้แก่ มีความรู้ในวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญในสาขาพยาบาลและการ บริหาร และมีประสบการณ์ในการืทำงาน การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “ต้องรู้ในวิชาชีพพยาบาล” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 8 คุณลักษณะทางแรงจูงใจ ได้แก่ สร้างแรงจูงใจ มีการสนับสนุนการทำงาน สร้างและ ส่งเสริมความสามัคคี สนับสนุนให้ลูกน้องร่วมมือกันทำงานและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือ การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “สร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้ เกิดความร่วมมือ” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 9 คุณลักษณะทางทักษะ ได้แก่ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ดี แก้ไข สถานการณ์ได้ดี แก้ไขปัญหาได้ดี ตัดสินใจเก่ง มีทักษะในการสื่อสาร มีทักษะในการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัยเป็น ปัจจุบัน มีทักษะให้คำแนะนำ ติดตามประเมินผล และมีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีมี ทักษะในการสื่อสาร” ” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 10 คุณลักษณะด้านการบริหาร ได้แก่ สามารถนำพาองค์กรให้ก้าวหน้า สามารถแข่งขันกับที่ อื่นได้ พัฒนาองค์กรให้นำให้หน่วยงานอื่น นำพาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ มีความสามารถในการบริหารจัดการ มีการ กำหนดนโยบาย มีการวางแผนในการทำงาน บริหารงานเก่งทั้งงบประมาณและบุคคล มอบภาระงานไม่หนักเกินไป มี การสั่งงานผ่านหัวหน้างาน ไม่แบ่งพรรคพวก และมีสวัสดิการที่ดี การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “บริหารจัดการดี มีการ ผ่านงานมาที่หัวหน้าอีกที” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 11 คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม ได้แก่ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่คดโกง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ทุจริต โป่งใสตรวจสอบได้ เมตตา กรุณา มีทศพิศราชธรรม เสียสละ มีความยุติธรรม มีความเป็นกลางให้การ สนับสนุนลูกน้องเท่าๆ กัน การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “คุณธรรมจริยธรรม มีความ ยุติธรรม” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 12 คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำ ได้แก่ มีภาวะผู้นำ เป็นผู้นำในการทำงาน เป็นผู้นำการ เปลี่ยนแปลง มีวิสัยทัศน์ที่ดี มองการณ์ไกล เปิดโอกาศและสนับสนุนให้ลูกน้องได้ทำงานอย่างอิสระ คอยช่วยเหลือ เมื่อมีปัญหา มีทักษะการบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ไม่กล่าวโทษลูกน้อง การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ที่ดี” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563)
34 คุณลักษณะที่ 13 คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้แก่ เปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ มี มนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกหน่วยงาน ทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นได้ดี มีเครือข่าย มีการตกลงทำความร่วมมือทั้งภาครัฐ และเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ไม่ยุ่งการเมือง และเข้าใจผู้ร่วมงาน การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุก หน่วยงาน มีการตกลงทำความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 14 คุณลักษณะด้านความสามารถในการวางแผนการทำงาน ได้แก่ สนับสนุนงบประมาณอย่าง เพียงพอ มีการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว และมีหลักเกณฑ์ การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “สนับสนุนงบประมาณอย่าง เพียงพอ มีการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว” (อาจารย์ มีนาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 15 คุณลักษณะด้านความสามารถในการทำงานกับชุมชน ได้แก่ ต้องทำงานร่วมกับชุมชน และ เป็นคนในท้องถิ่น การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “ต้องทำงานร่วมกับชุมชน และหน่วยงานอื่นๆได้” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 16 คุณลักษณะด้านความสามารถในฐานะผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม ได้แก่ มี ธรรมะประจำใจ เป็นแบบอย่างที่ดีในการกดำเนินชีวิต และมีความพอเพียง การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “มีธรรมะประจำใจ” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) คุณลักษณะที่ 17 คุณลักษณะด้านทัศนคติ ได้แก่ มองโลกกว้างขวาง มีทัศนคติที่ดี และมีประชาธิปไตย การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่าคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์ คือ “ประชาธิปไตย” (อาจารย์ กรกฎาคม, 2563) อภิปรายผลการวิจัย ผลการศึกษาคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากรมีทั้งหมด 17 คุณลักษณะ คือ 1)คุณลักษณะทางกาย 2) คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ 3) คุณลักษณะทางสังคม 4) คุณลักษณะส่วนบุคคล 5) คุณลักษณะด้านความรู้ 6) คุณลักษณะด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน 7) คุณลักษณะด้านวิชาชีพ 8) คุณลักษณะทางแรงจูงใจ 9) คุณลักษณะทางทักษะ 10) คุณลักษณะด้านการบริหาร 11) คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม 12) คุณลักษณะด้าน ภาวะผู้นำ 13) คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น 14) คุณลักษณะด้านความสามารถในการวาง แผนการทำงาน 15) คุณลักษณะด้านความสามารถในการทำงานกับชุมชน 16 คุณลักษณะด้านความสามารถในฐานะ ผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม และ17) คุณลักษณะด้านทัศนคติซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสมถวิล ชู ทรัพย์. (2550) ได้ศึกษา การพัฒนาเครื่องมือและตัวบ่งชี้คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 17 คุณลักษณะดังที่กล่าวมา
35 บทที่ 5 สรุปการวิจัยและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัด คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นหญิง เป็น ร้อยละ 95 เป็นชาย คิดเป็นร้อยละ 5 ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 41-45 ปี คิดเป็นร้อยละ 28 จบระดับปริญญาโท คิด เป็นร้อยละ 32 มีรายได้อยู่ในช่วง 30001-40000 บาท คิดเป็นร้อยละ 36 อภิปรายผลการวิจัย ผลการศึกษาคุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารที่พึงประสงค์วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากรมีทั้งหมด 17 คุณลักษณะ คือ 1) คุณลักษณะทางกาย 2) คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ 3) คุณลักษณะทางสังคม 4) คุณลักษณะส่วนบุคคล 5) คุณลักษณะด้านความรู้ 6) คุณลักษณะด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน 7) คุณลักษณะด้านวิชาชีพ 8) คุณลักษณะทางแรงจูงใจ 9) คุณลักษณะทางทักษะ 10) คุณลักษณะด้านการบริหาร 11) คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรม 12) คุณลักษณะด้าน ภาวะผู้นำ 13) คุณลักษณะด้านความสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น 14) คุณลักษณะด้านความสามารถในการวาง แผนการทำงาน 15) คุณลักษณะด้านความสามารถในการทำงานกับชุมชน 16) คุณลักษณะด้านความสามารถใน ฐานะผู้นำด้านศาสนา วัฒนธรรม และจริยธรรม และ 17) คุณลักษณะด้านทัศนคติซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสม ถวิล ชูทรัพย์. (2550) ได้ศึกษา การพัฒนาเครื่องมือและตัวบ่งชี้คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
36 ประกอบด้วย 17 คุณลักษณะดังที่กล่าวมา และสอดคล้องกับแนวคิดของวิศิษฎ์ พิพัฒน์ภิญโญพงค์ที่ได้เสนอหลักและ วิธีการปฏิบัติเพื่อเป็นผู้บริหาร โดยเน้นการสร้างคุณลักษณะสำคัญ 10 ประการ คือ 1. การรักษาระเบรยบวินัย 2. การเรียนรุ้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา 3. มีความสเยสละ และให้ความช่วยเหลือต่อเพื่อนร่วมงาน 4. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อ เพื่อนร่วมงาน 5. ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต 6. มีความตรงต่อเวลา 7. มีความรับผิดชอบต่อองค์กร งานและลูกค้า 8. ประหยัดให้องค์กรอย่างสมเหตุสมผล 9. รักษาสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ 10. มองโลกในแง่ดี (อ้างใน สมถวิล ชูทรัพย์, 2550) ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการบริหารสถานศึกษาโดยตรงควรนำคุณลักษณะผู้บริหาร สถานศึกษา ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ไปเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา และใช้ในการพิจารณา ประกอบการตัดสินใจคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาต่อไป ข้อเสนอแนะระดับปฏิบัติการ ผู้บริหารสถานศึกษาควรนำข้อค้นพบคุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะ ของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1.ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือและตัวชี้วัดคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาที่มี ประสิทธิภาพต่อไป 2.ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะ ผู้บริหารต่างสังกัด ต่างวัฒนธรรม ว่ามีคุณลักษณะเหมือนกัน หรือแตกต่างกันอย่างไร และข้อที่ควรปรับปรุง
37 เอกสารอ้างอิง ชัยธวัช เนียมศิริ. (2561). ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในยุคในยุค Thailland 4.0: กรณีศึกษา จังหวัดขอนแก่น. หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 60 ประจำปีการศึกษา พุทธศักราช 2560 - 2561 เบญจาภา ไกรฤกษ์. (2556). แบบภาวะผู้นําที่พึงประสงค์ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยไทย ในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2556-2565).วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี. 2 (1) ,62-72 ราชกิจจานุเบกษา. (2550). พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชนพ.ศ.2546 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2550. สมถวิล ชูทรัพย์. (2550). การพัฒนาเครื่องมือและตัวบ่งชี้คุณลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา.มหาวิทยาลัยศิลปากร). Hoy,W. K. and C. Miskel. 2013. Education Administration:Theory,Research and Practice. New York: Mcgraw Hill.
38 ภาคผนวก
39 เอกสารชี้แจงข้อมูลสำหรับอาสาสมัครวิจัย สำหรับโครงการวิจัย เนื่องด้วย ดิฉัน นางเนติยา แจ่มทิม กำลังดำเนินการวิจัยเรื่อง คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ วิทยาลัย พยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำที่มี บทบาทในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากร วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราช ชนกและนำเสนอคุณลักษณะภาวะผู้นำที่พึงประสงค์ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระ บรมราชชนก สรุปผลได้จากการวิจัยเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพต่อไป ผู้วิจัยมีความจำเป็นในการเชิญท่านเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการวิจัยเนื่องจากท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก ซึ่ง ตอบแบบสอบถามการวิจัยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผู้วิจัยจะนำข้อมูลจากตอบแบบสอบถามและการสนทนากลุ่ม ดังกล่าวทำลายภายหลังเสร็จสิ้นการวิจัย โดยผู้วิจัยจะเก็บรักษาความลับของข้อมูลไว้เป็นอย่างดี ในการรายงาน ผลการวิจัยจะถูกรายงานโดยภาพรวมของการศึกษาวิจัยเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาวิทยาลัย พยาบาลในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ดังนั้นจึงจะไม่มีผู้ใดที่สามารถบ่งชี้หรือระบุได้ว่า ข้อมูลส่วนใดได้รับมาจากผู้เข้าร่วมวิจัยคนใด ในการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครวิจัยของโครงการวิจัยครั้งนี้ ท่านสามารถถอนตัวเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องเสียสิทธิ์ ใดๆทั้งสิ้น และจะไม่เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของท่าน หากท่านมีข้อสงสัยประการใดหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการวิจัย สามารถติดต่อสอบถาม ดิฉัน นางเนติยา แจ่มทิม ผู้วิจัยได้ที่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เบอร์โทร 095-4591161.....
40 หากท่านมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับสิทธิของท่านขณะเข้าร่วมการวิจัยนี้ โปรดสอบถามได้ที่เลขานุการ คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมวินัยในมนุษย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ที่อยู่ 118 หมู่ที่ 1 ตำบล สนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เบอร์โทร 035-535-253-5 เอกสารแสดงความยินดีโดยได้รับการบอกกล่าว ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว).....................................นามสกุล.......................................อายุ ......... ปี ได้ฟังคำอธิบาย จาก นางเนติยา แจ่มทิม เกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัครในวิจัยเรื่อง คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ วิทยาลัยพยาบาลใน สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ก่อนที่จะลงนามในใบยินยอมให้ทำการวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้อธิบาย ให้ข้าพเจ้าทราบถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย รวมทั้งประโยชน์และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการวิจัย อย่างละเอียดตลอดจนให้เวลาในการซักถามข้อสงสัยต่างๆจนเข้าใจ ผู้วิจัยได้ขออนุญาตในการให้ข้าพเจ้าตอบแบบสอบถาม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไป วิเคราะห์เกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพต่อไป ผู้วิจัยมีความจำเป็นต้องแสดง ข้อมูล โดยผู้วิจัยจะนำเสนอเฉพาะในภาพรวมของผลการวิจัยและประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น ข้าพเจ้าเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้โดยความสมัครใจและข้าพเจ้าสามารถถอนตัวจากการเป็นอาสาสมัคร โครงการวิจัยนี้เมื่อใดก็ได้ ถ้าข้าพเจ้าปรารถนา โดยไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานใดๆ ทั้งสิ้น ข้าพเจ้าสามารถติดต่อ นางเนติยา แจ่มทิม ผู้วิจัยได้ที่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เบอร์ โทร 095-4591161 ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความข้างต้นแล้วและได้ลงนามในใบยินยอมนี้ด้วยความเต็มใจ ลงนาม..........................................อาสาสมัครวิจัย (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลงนาม..........................................ผู้วิจัย (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ..........
41 ลายเซ็นพยานอย่างน้อย ๑ คน(แล้วแต่กรณี) ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนหนังสือได้ แต่ผู้วิจัยได้อ่านข้อความในใบยินยอมนี้ให้แก่ข้าพเจ้าฟังจนเข้าใจและ ข้าพเจ้าจึงได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐาน ลายนิ้วมืออาสาสมัครวิจัย ลงนาม..........................................ผู้วิจัย (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลายเซ็นพยานอย่างน้อย ๒ คน ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นางเนติยา แจ่มทิม วันเดือนปีเกิด 5 มกราคม 2512 สถานที่เกิด จังหวัดสุพรรณบุรี คุณวุฒิ พยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการพยาบาล เวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยคริสเตียน ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตำแหน่งและสถานที่ทำงานปัจจุบัน ตำแหน่ง : พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการพิเศษ (ด้านการสอน) วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อ นางจารุวรรณ สนองญาติ ตำแหน่งและสถานที่ทำงานปัจจุบัน ตำแหน่ง : พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการพิเศษ (ด้านการสอน) วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสุพรรณบุรี
42 ชื่อ นางสาวลักขณา ศิรถิกุล ตำแหน่งและสถานที่ทำงานปัจจุบัน ตำแหน่ง : พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ (ด้านการสอน) วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดสุพรรณบุรี