The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ยุคนธ์ เมืองช้าง / จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ / จารุวรรณ สนองญาติ / ศิริธิดา ศรีพิทักษ์ / อุษณียาภรณ์ จันทร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SNCLibrary, 2023-06-12 03:11:14

ผลของโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น

ยุคนธ์ เมืองช้าง / จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ / จารุวรรณ สนองญาติ / ศิริธิดา ศรีพิทักษ์ / อุษณียาภรณ์ จันทร

45 ตอนที่ 5 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกกับนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออก ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของ ผู้ปกครองหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองที่เข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกและของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกและนักเรียนกลุ่มควบคุมดังแสดงในตารางที่ 4.12 และ 4.13 ตารางที่ 4.12 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนควบคุม (n=38) n หลังการทดลอง t P ̅ SD กลุ่มทดลอง 38 50.680 .190 -9.768 .000 กลุ่มควบคุม 38 40.105 .272 *p<.01 จากตารางที่ 4.12 พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 01 (t=-9.768 ,df=37) โดยค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลองเท่ากับ 50.680 คะแนน (SD=.190) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับดี ส่วนค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ นักเรียนกลุ่มควบคุมเท่ากับ 40.105 คะแนน (SD=.272) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในระดับพอใช้ ตารางที่ 4.13 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุมจำแนกเป็น รายข้อ(n=38) ข้อ คำถาม กลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุม ̅ SD ̅ SD 1 เวลานอนนักเรียนมีวิธีป้องกันยุงกัด เช่น นอนกางมุ้งหรือติดมุ้งลวดภายในห้องนอ 2.8649 .34658 1.7632 .67521 2 นักเรียนทำความสะอาดและจัดเก็บของในห้องหรือมุม สำหรับเก็บของที่บ้านของนักเรียนไม่ให้อับชื้น 2.5405 .50523 1.8947 .64889


46 ข้อ คำถาม กลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุม ̅ SD ̅ SD 3 นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขังภายใน บ้าน 2.6216 .49167 1.4211 .59872 4 นักเรียนปิดภาชนะที่ใส่น้ำดื่ม หลังการใช้งานทุกครั้ง 2.5676 .50225 1.7105 .61106 5 นักเรียนป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาในบ้าน เช่น ติดมุ้งลวดรอบบ้าน 1.6486 .48398 1.8947 .55941 6 นักเรียนแจ้งผู้ปกครอง เมื่อพบว่ามุ้งลวดฉีกขาดหรือ ชำรุด 1.6216 .54525 2.1579 .36954 7 เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่ปิดฝา นักเรียนจะหาวัสดุ หรือฝามาปิดโดยทันที 1.3684 .48885 2.0263 .67731 8 บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย 2.8684 .34257 2.1053 .68928 9 นักเรียนสำรวจบริเวณบ้านเพื่อหาแหล่งเพาะพันธ์ ยุงลาย 2.8684 .34257 2.2368 .58974 10 นักเรียนใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ 2.8684 .34257 2.1579 .63783 11 นักเรียนเปลี่ยนน้ำในแจกันเป็นประจำทุกวัน 2.8684 .34257 1.8421 .63783 12 ที่บ้านนักเรียนเก็บเสื้อผ้า เครื่องใช้ภายในบ้านเป็น ระเบียบเรียบร้อย 2.8684 .34257 2.0526 .76925 13 ที่บ้านนักเรียนกำจัดยุงด้วยการพ่นยากันยุง 2.5263 .50601 2.1842 .65162 14 นักเรียนนำผลิตภัณฑ์ไล่ยุง มาใช้ไล่ยุงภายในบ้าน 2.6053 .49536 2.3158 .66191 15 นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตขึ้น ใช้ไล่ยุงภายในบ้าน 2.5526 .50390 2.0000 .65760 16 นักเรียนทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมากัด 2.8684 .34257 2.1579 .63783 17 นักเรียนใส่น้ำส้มสายชูหรือเกลือ ไว้ในภาชนะ เช่น ขาตู้ กับข้าว, จานรองกระถางต้นไม้ 2.8684 .34257 2.1842 .56258 18 นักเรียนทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ 2.5263 .50601 1.9737 .54460 19 นักเรียนทำความสะอาดภาชนะที่มีน้ำขังและนักเรียน คว่ำภาชนะตักน้ำเมื่อไม่ใช้ 2.6053 .49536 2.0526 .51713 20 นักเรียนไม่นำเสื้อผ้าที่อบชื้น เข้าไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า 2.5526 .50390 1.9737 .71610 *p<.05 จากตารางที่ 4.13 พบว่าข้อทีมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกข้อที่มากที่สุดได้แก่ นักเรียนสำรวจบริเวณบ้านเพื่อหาแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย นักเรียนใส่ ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.3158 และข้อที่ได้ ตะแนนน้อยที่สุดได้แก่ เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่ปิดฝา นักเรียนจะหาวัสดุหรือฝามาปิดโดยทันทีมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 1.3684 ส่วนข้อทีมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของ


47 ผู้ปกครองหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกข้อที่มากที่สุดได้แก่ นักเรียนนำผลิตภัณฑ์ไล่ยุง มาใช้ไล่ยุงภายในบ้าน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.8684 และ ข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุดได้แก่ นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขังภายในบ้าน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.421 ตอนที่ 6 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกหลังการ ทดลองตามการประเมินของผู้วิจัยของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกกับของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออก ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของ ผู้วิจัยหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองที่เข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกและของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกและนักเรียนกลุ่มควบคุมดังแสดงในตารางที่ 4.14 และ 4.15 ตารางที่ 4.14 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนควบคุม (n=38 ) n หลังการทดลอง t P ̅ SD กลุ่มทดลอง 38 50.680 .190 -30.495 .000 กลุ่มควบคุม 38 40.105 .272 *p<.01 จากตารางที่ 4.14 พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้วิจัยหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 01 (t=-30.495,df=37) โดยค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้วิจัยของนักเรียนกลุ่มทดลองเท่ากับ 50.680 คะแนน (SD=.190) คือมีคะแนน การปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับดี .ส่วนค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มควบคุมเท่ากับ 40.105. คะแนน (SD=.272) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้


48 ตารางที่ 4.15 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้วิจัยหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุมจำแนกเป็น รายข้อ(n= 38 ) ข้อ คำถาม กลุ่มทดลอง กลุ่มควบคุม ̅ SD ̅ SD 1 เวลานอนนักเรียนมีวิธีป้องกันยุงกัด เช่น นอนกางมุ้ง หรือ ติดมุ้งลวดภายในห้องนอน 3.0000 .00000 3.0000 .00000 2 นักเรียนทำความสะอาดและจัดเก็บของในห้องหรือมุม สำหรับเก็บของที่บ้านของนักเรียนไม่ให้อับชื้น 3.0000 .00000 3.0000 .00000 3 นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขังภายใน บ้าน 3.0000 .00000 3.0000 .00000 4 นักเรียนปิดภาชนะที่ใส่น้ำดื่ม หลังการใช้งาน ทุกครั้ง 3.0000 .00000 3.0000 .00000 5 นักเรียนป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาในบ้าน เช่น ติดมุ้งลวดรอบบ้าน 3.0000 .00000 3.0000 .00000 6 นักเรียนแจ้งผู้ปกครอง เมื่อพบว่ามุ้งลวดฉีกขาดหรือชำรุด 2.4474 .60168 2.1579 .49464 7 เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่ปิดฝา นักเรียนจะหาวัสดุ หรือฝามาปิดโดยทันที 1.0263 .16222 1.0263 .16222 8 บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย 1.0000 .00000 1.0000 .00000 9 นักเรียนสำรวจบริเวณบ้านเพื่อหาแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย 1.2105 .62202 1.1579 .49464 10 นักเรียนใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ 1.4211 .82631 1.3947 .78978 11 นักเรียนเปลี่ยนน้ำในแจกันเป็นประจำทุกวัน 3.0000 .00000 2.1316 .34257 12 ที่บ้านนักเรียนเก็บเสื้อผ้า เครื่องใช้ภายในบ้านเป็น ระเบียบเรียบร้อย 2.7895 .62202 2.1579 .59395 13 ที่บ้านนักเรียนกำจัดยุงด้วยการพ่นยากันยุง 2.7895 .62202 2.2105 .62202 14 นักเรียนนำผลิตภัณฑ์ไล่ยุง มาใช้ไล่ยุงภายในบ้าน 3.0000 .00000 2.1842 .39286 15 นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตขึ้น ใช้ไล่ยุงภายในบ้าน 2.9211 .27328 2.1842 .39286 16 นักเรียนทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมากัด 1.5789 .88932 1.3158 .47107 17 นักเรียนใส่น้ำส้มสายชูหรือเกลือ ไว้ในภาชนะ เช่น ขาตู้ กับข้าว, จานรองกระถางต้นไม้ 3.0000 .00000 2.1316 .34257 18 นักเรียนทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ 3.0000 .00000 2.3158 .47107 19 นักเรียนทำความสะอาดภาชนะที่มีน้ำขังและนักเรียนคว่ำ ภาชนะตักน้ำเมื่อไม่ใช้ 3.0000 .00000 2.3421 .48078 20 นักเรียนไม่นำเสื้อผ้าที่อบชื้น เข้าไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า 3.0000 .00000 2.0526 .22629


49 จากตารางที่ 4.15 พบว่าข้อทีมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการ ประเมินของผู้วิจัยหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกข้อที่มากที่สุดได้แก่ ข้อที่ 1-5, 11-14,17-20 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.000 และข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุด ได้แก่ บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.000 ส่วนข้อทีมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มี ต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้วิจัยหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้รับโปรแกรม สุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกข้อที่มากที่สุดได้แก่ข้อ 1-5 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.000 และข้อที่ ได้คะแนนน้อยที่สุดได้แก่ บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.000


50 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง(quasi-experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษา ผลของการจัดโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 2)เปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่ม ทดลองและของนักเรียนกลุ่มควบคุม และ3) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออก หลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนสองพี่น้องวิทยาและโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 5 เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่ม แบบง่าย(Simple random sampling) โดยวิธีจับฉลากเลือกโรงเรียนเป็นกลุ่มทดลองได้โรงเรียนสองพี่น้อง วิทยาและกลุ่มควบคุมได้โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 5 กลุ่มทดลองโรงเรียนสองพี่น้องวิทยามีชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 จำนวน 4 ห้องและมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง และเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มแบบง่าย(Simple random sampling) โดยวิธีจับฉลากเลือกห้องกลุ่มควบคุมโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยามีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1จำนวน 4 ห้องและมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง และเลือกกลุ่มควบคุมที่มีความใกล้เคียงกับกลุ่มทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก คือ 1) กิจกรรมการการสอนสุขศึกษา2) การจัด สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและที่บ้าน 3) กิจกรรมการบริการสุขภาพ 4) กิจกรรมความร่วมมือของโรงเรียนและ ครอบครัว และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดเท่ากับ เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 –มิถุนายน 2564 วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที(t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1.ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับ โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกหลังทดลองเพิ่มมากกว่าก่อนทดลองอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกก่อนการทดลอง เท่ากับ 38.158 คะแนน .(SD=.166) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ หลังการทดลองเท่ากับ 51.079 คะแนน.(SD=2148) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในระดับดี .ส่วนค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับ โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดหลังการทดลองแตกต่างจากก่อนการทดลองอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนการทดลองเท่ากับ 38.189. คะแนน (SD=.119) คือมีคะแนน การปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ หลังการทดลองเท่ากับ 41.378 คะแนน (SD=.169) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้และเมื่อเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพ ในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกหลังทดลองเพิ่มมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพ ในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 (t=-14.779,df=37) 2.ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับ โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลอง เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนการทดลองเท่ากับ 36.974


51 คะแนน (SD= .1003) คือมีคะแนนปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ หลังการทดลอง เท่ากับ 50.680 คะแนน (SD=.190) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับดี ส่วน ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรม สุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้ปกครองหลังการทดลองแตกต่าง จากก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 01 โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนของก่อนการทดลองเท่ากับ 37.354 . คะแนน (SD=.301)คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้หลังการทดลอง เท่ากับ 40.105 คะแนน (SD=.272) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ และเมื่อเปรียบค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้ปกครอง หลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก เพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ . 01 (t=-9.768 ,df=37) 3.พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้วิจัยของ กลุ่มทดลองที่ได้รับการโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกหลังการทดลองเพิ่มขึ้น กว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 01 โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกก่อนการทดลองเท่ากับ 36.053 คะแนน (SD=.101.) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกในระดับพอใช้ หลังการทดลองเท่ากับ. 50.184. คะแนน (SD= .066) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มี ต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ ส่วนค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้วิจัยของกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกหลังการทดลองแตกต่างกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 01 โดยค่าเฉลี่ย ของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกก่อนการทดลองเท่ากับ 36.053 คะแนน (SD=.101) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้ หลังการทดลองเท่ากับ. 42.763 คะแนน (SD=082) คือมีคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในระดับพอใช้และเมื่อเปรียบ ค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกตามการประเมินของผู้วิจัยหลังการ ทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น กว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีนัยสำคัญที่ ระดับ. 01 (t=-30.495,df=37) การอภิปรายผล จากผลการวิจัยพบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนหลังการทดลองใช้โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกของนักเรียนตามการประเมินของนักเรียน ผู้ปกครองและผู้วิจัยเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อ การป้องกันโรคไข้เลือดออกในเรื่อง 1). กิจกรรมการสอนสุขศึกษากิจกรรมการสอนสุขศึกษาแบ่งออกเป็น 8 กิจกรรม ได้แก่ 1) มารู้จักยุงลายกันเถอะ 2) สาเหตุและอาการของโรคไข้เลือดออก 3) การติดต่อและการ ระบาดของโรคไข้เลือดออก 4) การป้องกันโรคไข้เลือดออก (ในโรงเรียน) 5) การป้องกันโรคไข้เลือดออก (ภายในบ้าน) 6) หลัก 5ป 1 ข คืออะไร 7) การทำผลิตภัณฑ์ไล่ยุง 8) นักประดิษฐ์ตัวน้อย สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ แต่ละกิจกรรมเป็นการให้ความรู้สร้างความสัมพันธ์ สร้างเจตคติที่ดีต่อตนเอง ระหว่างผู้วิจัยกับนักเรียน ซึ่ง กิจกรรม5ป 1ข คืออะไร สามารถใช้เป็นขั้นตอนในการป้องกันไข้เลือดออกได้ เนื่องจากผู้วิจัยให้ความรู้และให้ นักเรียนฝึกคิดโดยการสอน หลัก 5 ป 1 ข ว่ามีอะไรบ้าง การที่ผู้วิจัยฝึกให้คิดซ้ำ ๆ ทำให้นักเรียนเกิดการ


52 เรียนรู้และกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจ และเกิดการตระหนักคือการรู้ถึงหลัก 5 ป 1 ข อย่างแท้จริง เห็น ได้จากการตอบคำถามของนักเรียน ซึ่งนักเรียนตอบคำถามที่ผู้วิจัยสอบถามได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับ งานวิจัยของ จารุณีชัยชาญชีพ (2543) ได้ศึกษาเรื่องการประยุกต์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการควบคุม ลูกน้ำยุงลายในชุมชน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็น นักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 74 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 35 คน กลุ่ม เปรียบเทียบจำนวน 39 คน โดยจัดกิจกรรมสุขศึกษาให้กับกลุ่มทดลองที่กำหนดไว้8 สัปดาห์ ประกอบ ด้วย การบรรยายประกอบสไลด์ เทปวีดีทัศน์ ภาพโปสเตอร์ แผ่นพับ แผนภูมิการอภิปรายกลุ่ม การระดมสมอง การสาธิต การฝึกปฏิบัติ การควบคุมกำกับการฝึกปฏิบัติ และจากการศึกษาของธนัชชา นทีมหาคุณและ จินตนา สรายุทธพิทักษ์(2557) เรื่องผลของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก ของนักเรียนประถมศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียน กลุ่มทดลองหลังได้รับการจัดโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลอง หลังได้รับการจัดโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน หลังการทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่าของนักเรียนกลุ่มควบคุม อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มทดลองมีความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและยุงลาย การรับรู้ความรุนแรง และโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมากกว่าก่อนการทดลองและมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การรับรู้ประโยชน์ของการควบคุมลูกน้ำยุงลาย มากกว่าก่อนการทดลองแต่ไม่ มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กิจกรรมการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้าน/ใน โรงเรียน แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมสำรวจบริเวณโรงเรียน 2. กิจกรรมสำรวจที่บ้าน+เขียน แผนผัง 3. กิจกรรมปรับปรุงสิ่งแวดล้อมบริเวณโรงเรียน 4. กิจกรรมปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่บ้าน กิจกรรม ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมบริเวณโรงเรียน/ที่บ้าน เป็นการให้นักเรียนรู้จักสังเกตพร้อมกับการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ ยุงลาย ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่ากิจกรรมนี้เหมาะสมกับนักเรียนและเป็นวิธีที่ทำให้เกิดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนสำรวจ และทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง มีผลช่วยให้นักเรียน ปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี เช่น การสำรวจภายในโรงเรียน เมื่อนักเรียนพบจุดที่มีน้ำขัง นักเรียนจะใส่ทรายอะเบท และเมื่อพบขยะนักเรียนก็จะเก็บขยะไปทิ้งเพื่อป้องกันการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายภายในโรงเรียน ผลจาก การปฏิบัติ เห็นได้จากคะแนนการปฏิบัติที่ได้จากการตอบแบบวัดการปฏิบัติของกลุ่มทดลอง หลังการทดลอง เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ .01 สอดคล้องกับงานวิจัยของเกศินีจันทสิริยากร (2543) ได้ ศึกษาเรื่องการประยุกต์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลายโดยผ่านแกนนำสุขภาพประจำ ครอบครัว อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง และระยะติดตามผล กลุ่ม ทดลองมีความรู้เรื่อง โรคไข้เลือดออกและการควบคุมลูกน้ำยุงลาย การรับรู้โอกาสเสี่ยงและความรุนแรงของ โรค ไข้เลือดออก การรับรู้ผลดีในการควบคุมลูกน้ำยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายมากกว่าก่อน การทดลอง และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและจากการศึกษาของของธนัชชา นทีมหาคุณและ จินตนา สรายุทธพิทักษ์(2557) เรื่องผลของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ นักเรียนประถมศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่ม ทดลองหลังได้รับการจัดโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 3) กิจกรรมการบริการสุขภาพ แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมการให้คำปรึกษา 2. กิจกรรมการตรวจสุขภาพตนเอง เมื่อผู้วิจัยได้รับรู้ถึงลักษณะ อาการ และการรักษาของโรคไข้เลือดออกจาก กิจกรรมประเมินตนเองแล้ว ผู้วิจัยทำการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาของนักเรียนแต่ละคน และนำนักเรียน มาพูดคุยให้คำปรึกษา และสังเกต ลักษณะของนักเรียนว่านักเรียนมีความเข้าใจในการป้องกันตนเองจากโรค


53 ไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดีสอดคล้องกับงานวิจัยของปัทมาภรณ์นาบุตรบุญ และคณะ (2548) ได้ศึกษาเรื่อง การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาจากการ สัมภาษณ์พบว่ามีความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกว่า สาเหตุการเกิดจากยุงลาย สามารถบอกถึงอาการได้ถูกต้อง คือมีไข้สูง รับประทานยาลดไข้อาการไข้จะลดลงชั่วคราว การรักษาเมื่อมีไข้จะต้องรับประทานยาลดไข้ รวมทั้ง สามารถบอกวิธีป้องกันโรคได้สอดคล้องกับการปฏิบัติ ส่วนกลุ่มผู้นำนั้นมีการกำหนดนโยบายในการปฏิบัติที่ ชัดเจน ซึ่งบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการทุกปีและ 4) กิจกรรมความร่วมมือของโรงเรียนและครอบครัวกิจกรรม ความร่วมมือของโรงเรียนและครอบครัว ได้แก่กิจกรรมผู้ปกครองประเมินการปฏิบัติของนักเรียน ผู้วิจัยได้ให้ นักเรียนทุกคนร่วมกันสำรวจบริเวณที่บ้านของนักเรียนโดยบันทึกลงในสมุดประเมินตนเองที่ผู้วิจัยทำขึ้น ซึ่ง นักเรียนจะบันทึกการปฏิบัติของนักเรียนในการป้องกันโรคไข้เลือดออกในบริเวณที่บ้านว่านักเรียนและ ผู้ปกครองมีการปฏิบัติในการป้องกันไข้เลือดออกมากน้อยเพียงใด โดยให้นักเรียนประเมินสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แล้วให้ผู้ปกครองสังเกตการปฏิบัติของนักเรียน แล้วนำสมุดส่งคืนผู้วิจัย เพื่อให้ผู้วิจัยได้ตรวจสอบการปฏิบัติ ของนักเรียนว่านักเรียนมีการปฏิบัติมากน้อยเพียงใดในแต่ละสัปดาห์กิจกรรมความร่วมมือของโรงเรียนและ ครอบครัว ทำให้นักเรียนรับรู้ถึงการประเมินของตัวนักเรียนเอง พบว่านักเรียนกลุ่มทดลองส่วนใหญ่ มีการ ปฎิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของพิมประภา กัณฑะษา (2551) ได้ศึกษา เรื่องการมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไข้เลือด ออกของประชาชนในชุมชนร่วมใจไมตรี อำเภอเมือง จังหวัด พิษณุโลก ผลการวิจัย พบว่าประชาชนในชุมชนร่วมใจไมตรี อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีส่วนร่วมในการ ป้องกันโรคไข้เลือดออก ส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เหตุผลเพราะว่าเป็นวิธีที่สะดวก เห็นผลได้ รวดเร็ว และพบว่าประชาชนส่วนใหญ่รับรู้โอการเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก รับรู้ถึงความรุนแรงของการ เกิดโรคไข้เลือดออกและรับรู้ถึงผลดีของการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้อย่างถูกต้อง และประชาชนส่วนใหญ่ เชื่อว่าการมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคไข้เลือด ออกจะสามารถทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยลงได้และจากการศึกษา ของของธนัชชา นทีมหาคุณและจินตนา สรายุทธพิทักษ์(2557) เรื่องผลของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อ การป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนประถมศึกษา พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออกของนักเรียนกลุ่มทดลองหลังได้รับการจัดโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการ ทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งแสดงว่าโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่จัดทำขึ้นมีผลต่อการ ป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ทำให้นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรม มีความรู้และปฏิบัติในการป้องกันไข้เลือดออกได้อย่างถูกต้องมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับโปรแกรมสุขภาพ การป้องกันโรคไข้เลือดออก ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 1.1 ครูผู้สอนควรสร้างความคุ้นเคยเป็นกันเองกับนักเรียน ในการท ากิจกรรมต่าง ๆ ให้นักเรียนทุก คนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและกระตุ้นให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจที่จะเตรียมกิจกรรมทุกกิจกรรม 1.2 กิจกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก ควรมีการเดินสำรวจบริเวณรอบโรงเรียน ชุมชนบริเวณ ใกล้เคียง เพื่อให้นักเรียนได้เข้าสู่แหล่งเรียนรู้และมีประสบการณ์จริง 1.3 ควรมีการเพิ่มเวลาในการทดลองทำผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงลายให้กับนักเรียนมากขึ้น เนื่องจาก การทดลองทำผลิตภัณฑ์ไล่ยุงลายมีระยะเวลาค่อนข้างนาน ช่วยให้นักเรียนมีแรงจูงใจและความภามภูมิใจใน ผลงานที่จะนำไปใช้ในการป้องกันไข้เลือดออกมากขึ้น


54 1.4 ครูผู้สอนควรให้นักเรียนได้ฝึกสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก โดยการจับคู่ตรวจอาการของ โรค ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้จริงสามารถไปตรวจในครอบครัวได้ 1.5 ครูผู้สอนควรให้นักเรียนได้ทำผลงาน คือผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงลายด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้ เกิดความรู้ ความภาคภูมิใจในตนเอง 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาผลของการจัดโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคอื่นๆ ของ นักเรียน 2.2 ควรมีการพัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกใน ชุมชนโดยใช้นักเรียนมัธยมศึกษา


55 บรรณานุกรม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2556c). โรคไข้เลือดออก. สืบค้นวันที่ 7 เมษายน 2562,จาก http://www.ddc.moph.go.th/km/showimgkm.php?id=30 กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่นส่วนส่งเสริมการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม.(2562).รายงาน พยากรณ์โรคไข้เลือดออกปี2562.สืบค้นวันที่ 20เมษายน 2562, จาก http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2019/2/21342_1_1551254430901.pdf จินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2553ง). การสอนสุขศึกษาในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราและเอกสารทาง วิชาการ คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2553ก). องค์ประกอบของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชย์. จินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2553a). การบริการสุขภาพในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารทาง วิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2553c). โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: สานักพิมพ์ไทยวัฒนา พานิชย์. ดารารัตน์ สัตตวัชราเวช. (2556). โรคไข้เลือดออก. สืบค้นวันที่ 7 เมษายน 2562,จาก http://hilight.kapook.com/view/24544 ธนัชชา นทีมหาคุณ. (2556).ผลของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ นักเรียนประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สุวิมล ว่องวาณิชและนงลักษณ์ วิรัชชัย.(2546). แนวทางการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพฯ:ศูนย์ตำรา และเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศิริเพ็ญ กัลยาณรุจและคณะ.(2561).การวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกเดงกี ฉบับเฉลิมพระเกียรติ สำหรับ แพทย์.พิมพ์ครั้งที่4 :สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. ศิริเพ็ญ กัลยาณรุจและคณะ.(2561).แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสำหรับครอบครัว.พิมพ์ครั้งที่6: โรงพิมพ์ชุมนุมหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สาธารณสุขอำเภอสองพี่น้อง.(2562).สรุปรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัด สุพรรณบุรีระหว่างวันที่1มกราคม2562 ถึง 31ธันวาคม 2562. สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.(2562).สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ประจำสัปดาห์ที่13 ปี2562 ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2562.สืบค้นวันที่ 17 เมษายน 2562,จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/6f4922f45568161a8cdf4ad2299f6d23/files/D angue/Situation/2562/DHF%2013.pdf สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดสุพรรณบุรี.(2561).สาธารณสุขสุพรรณจัดกิจกรรมรณรงค์เรื่องไข้เลือดออกปี 62.สืบค้นวันที่ 20เมษายน 2562,จาก http://thainews.prd.go.th/th/website_th/news/print_news/WNSOC6110110010025 สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดสุพรรณบุรี.(2562).จังหวัดสุพรรณบุรีจัดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดสุพรรณบุรีครั้งที่3 / 2562 .สืบค้นวันที่ 14เมษายน 2563,จาก http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190904124744048


56 Harapan H, Rajamoorthy Y, Anwar S, Bustamam A, Radiansyah A, AngrainiP,et al. (2018). Knowledge, attitude, and practice regarding dengue virus infection among inhabitantsof Aceh, Indonesia: a cross-sectional study. BMC Infectious Disease, 18(1):96. Linda M. & Others. (2007).Comprehensive school health education: Totally awesome.


60 ภาคผนวก


58 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย


59 ในข้อความการปฏิบัติที่เป็นข้อความทางบวก กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ ปฏิบัติเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ไม่เคยปฏิบัติ ให้ 1 คะแนน ในข้อความการปฏิบัติที่เป็นข้อความทางลบ กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ ปฏิบัติเป็นประจำ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ไม่เคยปฏิบัติ ให้ 3 คะแนน


60 ชื่อ..............................................................โรงเรียน..............................................เลขที่.........ครั้งที่....... ส่วนที่1 แบบวัดการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก ฉบับนักเรียนประเมิน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่าง ในข้อที่นักเรียนทำเป็นประจำ หรือทำบางครั้งหรือไม่เคยทำเลย เพียงข้อเดียว ข้อ รายการประเมิน การปฏิบัติ ทำเป็นประจำ ทำเป็นบางครั้ง ไม่เคยทำเลย 1 นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน โรคไข้เลือดออก 2 นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขังทุกครั้งที่พบเห็น 3 นักเรียนปิดภาชนะที่ใส่น้ำดื่ม หลังการใช้งานทุกครั้ง 4 เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิด นักเรียน จะหาวัสดุหรือฝามาปิดโดยทันที 5 นักเรียนไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ในที่ต่าง ๆ เพราะจะทำให้เกิดน้ำขังและ เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 6 นักเรียนสำรวจบริเวณโรงเรียนเพื่อหาแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลาย 7 นักเรียนใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำ 8 นักเรียนใส่ปลาหางนกยูงในอ่างบัวเพื่อเป็น การกำจัดลูกน้ำ 9 นักเรียนจัดหนังสือ อุปกรณ์การเรียนในโต๊ะเรียนของนักเรียนให้ สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย 10 นักเรียนสามารถทำผลิตภัณฑ์ไล่ยุงด้วยตนเอง เช่น การทำห่อสมุนไพรน้ำมันตะไคร้หอม 11 นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตขึ้นเองนำมาใช้ ป้องกันยุงลาย 12 นักเรียนทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายมากัด 13 นักเรียนใส่ทรายลงไปในกระถางต้นไม้ที่ปลูกในน้ำ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ยุงลายวางไข่ 14 เมื่อนักเรียนเห็นยุงลายนักเรียนจะกำจัดทันที เช่น ตบ หรือใช้ไม้ช็อตยุง 15 นักเรียนไม่เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีความมืดและอบชื้น 16 เมื่อพบเห็นภาชนะที่มีน้ำขังอยู่ เช่น แก้ว กะลา นักเรียนจะเท น้ำทิ้งทันที 17 ห้องเรียนของนักเรียนมีการทิ้งขยะเป็นประจำทุกวัน 18 นักเรียนเปลี่ยนแจกันดอกไม้สด และน้ำพลูด่างหรือ ไม้น้ำอื่นๆทุก 7 วัน 19 นักเรียนไม่ทิ้งขยะ เครื่องดื่มภายในห้องเรียน 20 นักเรียนช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียน ครูประจำชั้นของ...................................................โรงเรียน............................................เลขที่...........ครั้งที่......


61 แบบวัดการปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ฉบับผู้ช่วยวิจัยประเมิน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่าง ในข้อที่นักเรียนทำเป็นประจำ หรือทำบางครั้ง หรือไม่เคยทำเลย เพียงข้อเดียว ข้อ รายการประเมิน การปฏิบัติ ทำเป็นประจำ ทำเป็นบางครั้ง ไม่เคยทำเลย 1 นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน โรคไข้เลือดออก 2 นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขังทุกครั้งที่พบเห็น 3 นักเรียนปิดภาชนะที่ใส่น้ำดื่ม หลังการใช้งานทุกครั้ง 4 เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิด นักเรียน จะหาวัสดุหรือฝามาปิดโดยทันที 5 นักเรียนไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ในที่ต่าง ๆ เพราะจะทำให้เกิดน้ำขังและ เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 6 นักเรียนสำรวจบริเวณโรงเรียนเพื่อหาแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลาย 7 นักเรียนใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำ 8 นักเรียนใส่ปลาหางนกยูงในอ่างบัวเพื่อเป็น การกำจัดลูกน้ำ 9 นักเรียนจัดหนังสือ อุปกรณ์การเรียนในโต๊ะเรียนของนักเรียนให้ สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย 10 นักเรียนสามารถทำผลิตภัณฑ์ไล่ยุงด้วยตนเอง เช่น การทำห่อสมุนไพรน้ำมันตะไคร้หอม 11 นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตขึ้นเองนำมาใช้ ป้องกันยุงลาย 12 นักเรียนทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายมากัด 13 นักเรียนใส่ทรายลงไปในกระถางต้นไม้ที่ปลูกในน้ำ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ยุงลายวางไข่ 14 เมื่อนักเรียนเห็นยุงลายนักเรียนจะกำจัดทันที เช่น ตบ หรือใช้ไม้ช็อตยุง 15 นักเรียนไม่เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีความมืดและอบชื้น 16 เมื่อพบเห็นภาชนะที่มีน้ำขังอยู่ เช่น แก้ว กะลา นักเรียนจะเท น้ำทิ้งทันที 17 ห้องเรียนของนักเรียนมีการทิ้งขยะเป็นประจำทุกวัน 18 นักเรียนเปลี่ยนแจกันดอกไม้สด และน้ำพลูด่างหรือ ไม้น้ำอื่นๆทุก 7 วัน 19 นักเรียนไม่ทิ้งขยะ เครื่องดื่มภายในห้องเรียน 20 นักเรียนช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียน ผู้ปกครองของ...........................................................โรงเรียน...........................................เลขที่..........ครั้งที่.....


62 แบบวัดการปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ฉบับ ผู้ปกครองประเมิน คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่าง ในข้อที่นักเรียนทำเป็นประจำ หรือทำบางครั้ง หรือไม่เคยทำเลย เพียงข้อเดียว ข้อ รายการประเมิน การปฏิบัติ ทำเป็นประจำ ทำเป็นบางครั้ง ไม่เคยทำเลย 1 เวลานอนนักเรียนมีวิธีป้องกันยุงกัด เช่น นอนกางมุ้งหรือนอนในห้องที่ติดมุ้งลวด 2 นักเรียนทำความสะอาดและจัดเก็บของในห้องหรือ มุมสำหรับเก็บของที่บ้านของนักเรียนไม่ให้อับชื้น 3 นักเรียนทำลายหรือคว่ำภาชนะต่าง ๆ ที่มีน้ำขัง ภายในบ้าน 4 นักเรียนปิดภาชนะที่ใส่น้ำดื่ม หลังการใช้งาน ทุกครั้งที่พบเห็น 5 นักเรียนป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาในบ้าน เช่น ไม่เปิดประตูบ้านทิ้งไว้ 6 นักเรียนแจ้งผู้ปกครอง เมื่อพบว่ามุ้งลวดฉีกขาดหรือชำรุด 7 เมื่อพบภาชนะกักเก็บน้ำที่ไม่ปิดฝา นักเรียนจะหา วัสดุหรือฝามาปิดโดยทันที 8 บ้านของนักเรียนมีการกำจัดยุงลาย เช่น พ่นยากันยุง 9 นักเรียนสำรวจบริเวณบ้านเพื่อหาแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 10 นักเรียนใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ 11 นักเรียนเปลี่ยนน้ำในแจกัน พลูด่างหรือต้นไม้น้ำ เป็นประจำทุกวัน 12 นักเรียนช่วยเก็บเสื้อผ้า เครื่องใช้ภายในบ้านให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย 13 นักเรียนไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ในบริเวณบ้าน เพราะจะทำ ให้เกิดน้ำขังและเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 14 นักเรียนนำผลิตภัณฑ์ไล่ยุง มาใช้ไล่ยุงภายในบ้าน 15 นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผลิตขึ้น ใช้ไล่ยุง ภายในบ้าน 16 นักเรียนทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงมากัด 17 นักเรียนใส่น้ำส้มสายชูหรือเกลือ ไว้ในภาชนะ เช่น ขาตู้กับข้าว, จานรองกระถางต้นไม้ 18 นักเรียนทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ 19 นักเรียนทำความสะอาดภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ถัง เก็บน้ำ และคว่ำภาชนะตักน้ำเมื่อไม่ใช้ 20 นักเรียนไม่นำเสื้อผ้าที่อับชื้นเข้าไปเก็บไว้ใน ตู้เสื้อผ้า


63 แบบทดสอบก่อนเรียน ( Pre – test ) คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านคำถามและเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยทำเครื่องกากบาท (X)ลงในกระดาษคำตอบ 1.โรคไข้เลือดออกมียุงชนิดใดเป็นพาหะนำโรค 7. ข้อใดไม่ใช่ภาวะเลือดออกที่พบในโรคไข้เลือดออก ก. ยุงลาย ก. ไอมีเสมหะเป็นเลือด ข. ยุงเสือ ข. มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ค. ยุงรำคาญ ค. อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด ง. ยุงก้นปล่อง ง. เลือดกำเดาไหลเลือดออกตามไรฟัน 2. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่ต้องรีบพาไปตรวจ 8. ข้อใดไม่ใช่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก. ปวดท้อง ก. กะลา ข. ไข้สูงลอย ข. กระป๋อง ค. มีจุดเลือดออกตามตัว ค. ยางรถยนต์เก่า ง. มีรอยยุงกัดที่ผิวหนัง ง. โอ่งน้ำมีฝาปิด 3. ข้อใดไม่ใช่การดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก 9. ข้อใดเป็นวิธีการกำจัดพาหะของโรคไข้เลือดออก ก. ให้ดื่มน้ำเย็น ก. การฉีดสเปรย์ตระไคร้หอม ข. ให้ดื่มน้ำผลไม้หรือเกลือแร่ ข. การวางมะกรูดบริเวณห้อง ค. เช็ดตัวลดไข้โดยลูบเบาๆย้อนรูขุมขน ค. การใส่ทรายอะเบทในน้ำขัง ง. ไม่ให้รับประทานอาหารที่มีสีแดง ดำหรือน้ำตาล ง. การใช้สารสะเดาฉีดบริเวณมุมอับ 4. ผู้ป่วยไข้เลือดออกห้ามรับประทานยาชนิดใด 10. ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก ก. ยาแก้แพ้และยาแอสไพริน ก. ควรกำจัดน้ำขังบริเวณบ้าน ข. ยาไอบรูโพรเฟนและยาแอสไพริน ข. ควรปลูกบัวน้ำไว้รอบๆบ้าน ค. ยาแอสไพรินและยาพาราเซตามอล ค. ควรนอนกางมุ้งหรือห้องติดมุ้งลวด ง. ยาพาราเซตามอลและยาไอบรูโพรเฟน ง. ควรเล่นในบริเวณที่โล่งแจ้งลมพัดผ่าน 5. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่อยู่ในระยะรุนแรง ก. ตัวเย็น ข. ไข้ลดลง ค. ตัวร้อน ง. ปวดท้องกดเจ็บใต้ชายโครงขวา 6. ผู้ป่วยไข้เลือดออกควรงดเว้นอาหารหรือเครื่องดื่ม ข้อใด ก. นมจืด ข. นมรสหวาน ค. นมพร่องมันเนย ง. นมรสช็อคโกแลต ชื่อ................................................................โรงเรียน.................................................เลขที่...........................


64 แบบทดสอบก่อนเรียน ( Pre – test ) คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านคำถามและเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยทำเครื่องกากบาท (X)ลงในกระดาษคำตอบ 1.โรคไข้เลือดออกมียุงชนิดใดเป็นพาหะนำโรค 7. ข้อใด ไม่ใช่ ภาวะเลือดออกที่พบในโรคไข้เลือดออก ก. ยุงลาย ก. ไอมีเสมหะเป็นเลือด ข. ยุงเสือ ข. มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ค. ยุงรำคาญ ค. อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด ง. ยุงก้นปล่อง ง. เลือดกำเดาไหลเลือดออกตามไรฟัน 2. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่ต้องรีบพาไปตรวจ 8. ข้อใด ไม่ใช่ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก. ปวดท้อง ก. กะลา ข. ไข้สูงลอย ข. กระป๋อง ค. มีจุดเลือดออกตามตัว ค. ยางรถยนต์เก่า ง. มีรอยยุงกัดที่ผิวหนัง ง. โอ่งน้ำมีฝาปิด 3. ข้อใดไม่ใช่การดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก 9. ข้อใดเป็นวิธีการกำจัดพาหะของโรคไข้เลือดออก ก. ให้ดื่มน้ำเย็น ก. การฉีดสเปรย์ตระไคร้หอม ข. ให้ดื่มน้ำผลไม้หรือเกลือแร่ ข. การวางมะกรูดบริเวณห้อง ค. เช็ดตัวลดไข้โดยลูบเบาๆย้อนรูขุมขน ค. การใส่ทรายอะเบทในน้ำขัง ง. ไม่ให้รับประทานอาหารที่มีสีแดง ดำหรือน้ำตาล ง. การใช้สารสะเดาฉีดบริเวณมุมอับ 4. ผู้ป่วยไข้เลือดออกห้ามรับประทานยาชนิดใด 10. ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก ก. ยาแก้แพ้และยาแอสไพริน ก. ควรกำจัดน้ำขังบริเวณบ้าน ข. ยาไอบรูโพรเฟนและยาแอสไพริน ข. ควรปลูกบัวน้ำไว้รอบๆบ้าน ค. ยาแอสไพรินและยาพาราเซตามอล ค. ควรนอนกางมุ้งหรือห้องติดมุ้งลวด ง. ยาพาราเซตามอลและยาไอบรูโพรเฟน ง. ควรเล่นในบริเวณที่โล่งแจ้งลมพัดผ่าน 5. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่อยู่ในระยะรุนแรง ก. ตัวเย็น ข. ไข้ลดลง ค. ตัวร้อน ง. ปวดท้องกดเจ็บใต้ชายโครงขวา 6. ผู้ป่วยไข้เลือดออกควรงดเว้นอาหารหรือเครื่องดื่ม ข้อใด ก. นมจืด ข. นมรสหวาน ค. นมพร่องมันเนย ง. นมรสช็อคโกแลต ชื่อ................................................................โรงเรียน.................................................เลขที่...........................


65 แบบทดสอบหลังเรียน ( Post – test ) คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านคำถามและเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว โดยทำเครื่องกากบาท (X)ลงในกระดาษคำตอบ 1.โรคไข้เลือดออกมียุงชนิดใดเป็นพาหะนำโรค 7. ข้อใดไม่ใช่ภาวะเลือดออกที่พบในโรคไข้เลือดออก ก. ยุงลาย ก. ไอมีเสมหะเป็นเลือด ข. ยุงเสือ ข. มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ค. ยุงรำคาญ ค. อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด ง. ยุงก้นปล่อง ง. เลือดกำเดาไหลเลือดออกตามไรฟัน 2. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่ต้องรีบพาไปตรวจ 8. ข้อใดไม่ใช่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก. ปวดท้อง ก. กะลา ข. ไข้สูงลอย ข. กระป๋อง ค. มีจุดเลือดออกตามตัว ค. ยางรถยนต์เก่า ง. มีรอยยุงกัดที่ผิวหนัง ง. โอ่งน้ำมีฝาปิด 3. ข้อใดไม่ใช่การดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก 9. ข้อใดเป็นวิธีการกำจัดพาหะของโรคไข้เลือดออก ก. ให้ดื่มน้ำเย็น ก. การฉีดสเปรย์ตระไคร้หอม ข. ให้ดื่มน้ำผลไม้หรือเกลือแร่ ข. การวางมะกรูดบริเวณห้อง ค. เช็ดตัวลดไข้โดยลูบเบาๆย้อนรูขุมขน ค. การใส่ทรายอะเบทในน้ำขัง ง. ไม่ให้รับประทานอาหารที่มีสีแดง ดำหรือน้ำตาล ง. การใช้สารสะเดาฉีดบริเวณมุมอับ 4. ผู้ป่วยไข้เลือดออกห้ามรับประทานยาชนิดใด 10. ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก ก. ยาแก้แพ้และยาแอสไพริน ก. ควรกำจัดน้ำขังบริเวณบ้าน ข. ยาไอบรูโพรเฟนและยาแอสไพริน ข. ควรปลูกบัวน้ำไว้รอบ ๆ บ้าน ค. ยาแอสไพรินและยาพาราเซตามอล ค. ควรนอนกางมุ้งหรือห้องติดมุ้งลวด ง. ยาพาราเซตามอลและยาไอบรูโพรเฟน ง. ควรเล่นในบริเวณที่โล่งแจ้งลมพัดผ่าน 5. ข้อใดไม่ใช่อาการไข้เลือดออกที่อยู่ในระยะรุนแรง ก. ตัวเย็น ข. ไข้ลดลง ค. ตัวร้อน ง. ปวดท้องกดเจ็บใต้ชายโครงขวา 6. ผู้ป่วยไข้เลือดออกควรงดเว้นอาหารหรือเครื่องดื่ม ข้อใด ก. นมจืด ข. นมรสหวาน ค. นมพร่องมันเนย ง. นมรสช็อคโกแลต


66 ภาคผนวก ข การพิทักษ์สิทธิ์ผู้เข้าร่วมวิจัย


67 เอกสารชี้แจงข้อมูลสำหรับอาสาสมัครวิจัย(นักเรียน/ผู้ปกครอง) สำหรับโครงการวิจัยผลของโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น เนื่องด้วย ดิฉันนางยุคนธ์ เมืองช้างและคณะ กำลังดำเนินการวิจัยเรื่องผลของโปรแกรม สุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ1)เพื่อศึกษาผลของการ จัดโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น2)เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออก ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่ม ทดลองและของนักเรียนกลุ่มควบคุม3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการปฏิบัติที่มีต่อการป้องกัน โรคไข้เลือดออก หลังการทดลอง ระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองกับนักเรียนกลุ่มควบคุม ผู้วิจัยมีความจำเป็นในการเชิญบุตรหลานท่านเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการวิจัยเนื่องจาก บุตรหลานท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก การวิจัยครั้งนี้บุตรหลานท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่บุตรหลานท่านจะ ได้รับความรู้เรื่องไข้เลือดออกจากพยาบาลวิชาชีพ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแลตนเอง ครอบครัว และ ชุมชน เพื่อป้องกันไข้เลือดออก และสามารถตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อประเมินอาการไข้เลือดออกได้นอกจากนี้ ผลสรุปจากการศึกษาจะเป็นแนวทางในการวิจัยเพื่อพัฒนาการให้ความรู้ในการป้องกันไข้เลือดออกในนักเรียน ต่อไป โดยคณะผู้วิจัยขอเชิญบุตรหลานท่านเข้าร่วมโครงการวิจัยในครั้งนี้ และหากท่านยินดีให้บุตรหลานท่าน เข้าร่วมโครงการวิจัย คณะผู้วิจัยใคร่ขอชี้แจงขั้นตอนในการรวบรวมข้อมูลในการเข้าร่วมโครงการวิจัยให้ท่าน ทราบ ดังนี้ คณะผู้วิจัยจะให้ความรู้ในเรื่องไข้เลือดออก 3 ครั้ง ใน 4 หัวข้อคือ1)กิจกรรมการให้ความรู้ในเรื่อง ไข้เลือดออก 2) การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและที่บ้าน3)กิจกรรมการบริการสุขภาพ4)กิจกรรมความร่วมมือ ของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน และจะมีแบบสอบถามเพื่อให้ท่านช่วยประเมินการปฏิบัติของบุตรหลาน ท่านคณะผู้วิจัยคาดว่าผลการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงกับบุตรหลานท่าน ครอบครัว และชุมชน ในการเข้าร่วมโครงการวิจัยในครั้งนี้จะอยู่ที่การตัดสินใจของท่านไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการวิจัย ครั้งนี้หากว่าท่านไม่อนุญาตให้บุตรหลานท่านเข้าร่วมการวิจัย และจะไม่มีการสูญเสียประโยชน์ใด ๆ ที่บุตร หลานท่านควรได้รับ และหากท่านอนุญาตให้บุตรหลานท่านเข้าร่วมการวิจัย ท่านมีสิทธิ์ให้บุตรหลานท่าน ถอนตัวจากการวิจัยได้ตลอดเวลา โดยแจ้งความประสงค์ที่จะถอนตัวจากการวิจัยให้คณะผู้วิจัยทราบ โดยไม่ ต้องอธิบายเหตุผล ข้อมูลส่วนตัวของบุตรหลานท่านจะเก็บเป็นความลับและใช้รหัสแทนชื่อจริงของบุตรหลาน ท่าน การนำข้อมูลไปอภิปรายผลหรือเพื่อพิมพ์เผยแพร่ จะนำเสนอในภาพรวมของผลการวิจัยเท่านั้น หากท่านมีข้อสงสัยประการใดหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการวิจัย สามารถติดต่อ สอบถาม ดิฉันนางยุคนธ์ เมืองช้างผู้วิจัยได้ที่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เบอร์โทร 035-535-253-5 เบอร์มือถือ084-1616365 ..................................... ( ) ผู้ปกครอง.....................................


68 เอกสารแสดงความยินยอมโดยได้รับการบอกกล่าว ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว)...............................นามสกุล...................................อายุ ......... ปี ซึ่งเป็น ผู้ปกครองของ(ดช./ดญ.)...............................นามสกุล...................................อายุ ......... ปี ได้รับข้อมูลอธิบาย จากนางยุคนธ์ เมืองช้าง เกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัครในวิจัยเรื่องผลของโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรค ไข้เลือดออกในเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนที่จะลงนามในใบยินยอมให้ทำการวิจัยนี้ ข้าพเจ้าทราบถึง วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย รวมทั้งประโยชน์และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการวิจัยจนเข้าใจดี แล้ว ผู้วิจัยได้ขออนุญาตในการให้บุตรหลานของข้าพเจ้าเข้าร่วมในการประเมินความรู้ การให้ความรู้ในการ ป้องกันไข้เลือดออกเพื่อนำไปปฏิบัติในชุมชน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาการส่งเสริมป้องกันโรคไข้เลือดออกใน ชุมชนต่อไป ผู้วิจัยมีความจำเป็นต้องแสดงข้อมูล โดยผู้วิจัยจะนำเสนอเฉพาะในภาพรวมของผลการวิจัยและ ประโยชน์ทางวิชาการเท่านั้น ข้าพเจ้าอนุญาตให้บุตรหลานเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้โดยความสมัครใจและข้าพเจ้าสามารถถอนตัวจาก การเป็นอาสาสมัครจากโครงการวิจัยนี้เมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อการเรียนการสอน ข้าพเจ้าสามารถติดต่อ ยุคนธ์ เมืองช้างผู้วิจัยได้ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เบอร์ โทร 092-2570715 ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความข้างต้นแล้วและได้ลงนามในใบยินยอมนี้ด้วยความเต็มใจ ลงนาม.............................ผู้ปกครองอาสาสมัครวิจัย (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลงนาม..........................................ผู้วิจัย (...........................................) ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลายเซ็นพยานอย่างน้อย 1 คน(แล้วแต่กรณี) ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ลงนาม..........................................พยาน (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ.......... ข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนหนังสือได้ แต่ผู้วิจัยได้อ่านข้อความในใบยินยอมนี้ให้แก่ข้าพเจ้าฟังจนเข้าใจ และข้าพเจ้าจึงได้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐาน ลายนิ้วมืออาสาสมัครวิจัย ลงนาม..........................................ผู้วิจัย (...........................................)ตัวบรรจง วันที่..........เดือน..................................พ.ศ..........


69 ภาคผนวก ค รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ ๑.นางฉันทนา ป้องเจริญ พยาบาลชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ๒. แพทย์หญิงธัญญกร นันทิยกุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ๓. นายประสิทธิ กล้าหาญ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช


70 ภาคผนวก ง ประวัติผู้วิจัย


71 ประวัติผู้วิจัยผลของโปรแกรมสุขภาพต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกในเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น (Effects of Dengue Hemorrhagic Fever Disease Prevention Programin Secondary School Students) ชื่อ นางยุคนธ์ เมืองช้าง หัวหน้าโครงการวิจัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ วุฒิการศึกษา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลแม่และเด็ก คณะพยาบาลศาตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถานที่ทำงาน ภาควิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี E-mail :[email protected] ผลงานวิจัยและวิชาการ 2562 -Pongcharoen,C.,Muangchang,Y.,2562. Work Motivation of Village Health Volunteers in Suphanburi Province. Nursing Journal of The Ministry of Public Health,29(1),60-73. 2560 -Muangchang,Y.,Dhanawon,W.,Sanongyard,J.,Sripitak,S..2560.The Viewpoints of Nursing Students on Their Dietary Behaviors 2017 Anpor Annual Conference,57-67..(หัวหน้าโครงการ) -ยุคนธ์ เมืองช้าง.หนังสือการพยาบาลโรคผิวหนังที่พบบ่อยในเด็ก. (กำลังดำเนินการ) 2559 -เรวดี โพธิ์รังและยุคนธ์ เมืองช้าง.หนังสือหลักการและเทคนิคการฉีดยา ISBN 2559 -Muangchang,Y.,Dhanawon,W.,sanongyard,J.,Sripituk,S..Development achievement practice nursing in pediatric nursing for third students who have practice in health probleb 2 by OSCE.(หัวหน้าโครงการ) -Dhanawon,W,sanongyard,J.,Sripituk,S.,Muangchang,Y., 2559.Motivation in the maternal and Child Health Handbook to promote Child Development, in the preschool center Sanamchai sub-distric administration Organization (SAO), Suphanburi. 2558 -Sanongyard, J., Jametim,N.,N., Dhanawon,W., Muangchang,Y 2558. Effects of Health Information Using 3D Comic Books on Knowledge of Infection Control among parents of Preschool Aged Children by the application of health belief model, social support, and epidemiology of disease of parents of children in child care centre. Chonburi Hospital Journal,40(3),217-226. 2557 -Dhanawon,W,sanongyard,J.,Sripituk,S.,Muangchang,Y., 2557.Comparison Problems and Needs of Breastfeeding Supported in a group of Prison mothers in Suphanburi Prison Province.


72 2555 -Sanongyard ,J., Sripituk,S.,Muangchang,Y.,Dhanawon,W.,2555.Behavior Modification For Alcohol Drinking Prevention Among Primary School Student in 6 Grade,Suphanburi Province. Mae FahLuang University International Conference 2012,0-0. -วิลาวัณย์ ธวรรณ,จินตนา เพชรมณี,จารุวรรณ สนองญาติ,ยุคนธ์ เมืองช้าง.2555.ประสบการณ์การเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ของมารดาวัยรุ่นไทยที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ในจังหวัดสุพรรณบุรี. การฝึกอบรมด้านจริยธรรมการวิจัย / GCP (โปรดระบุ) อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์2559 ณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร สุพรรณบุรี ชื่อ รอ.หญิงจรูญลักษณ์ ป้องเจริญ ผู้ร่วมวิจัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ วุฒิการศึกษา พยาบาลศาสตรมหาบัณทิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร สถานที่ทำงาน ภาควิชาการพยาบาลพื้นฐานและพัฒนาวิชาชีพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี E-mail: [email protected] ผลงานวิจัยและวิชาการ ผลงานวิชาการตีพิมพ์เผยแพร่วารสารในประเทศไทย วารสารวิชาการระดับชาติ TCI กลุ่ม 1 1. พุทธชาติ ลิ้มละมัยและ จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ.(2552). การพัฒนาระบบการจำแนกประเภทผู้ป่วย งาน บริการพยาบาลผู้ป่วยในกลุ่มการพยาบาลโรงพยาบลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี.วารสารพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 20 ฉบับที่ 1 : 47-59. 2. เครือวัลย์ เปี่ยมบริบูรณ์และจรูญลักษณ์ ป้องเจริญ.(2554). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอด เลือดสมอง โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 21 ฉบับ ที่ 1 : 4-21. 3. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญและจันทร์ฉาย มณีวงษ์.(2554). ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมต่อความ พร้อมของญาติ/ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองก่อนจำหน่ายกลับบ้าน โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรีวารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 21 ฉบับที่ 1: 58-70. 4. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ อัมพร ไหลประเสริฐและดารินทร์ พนาสันต์.(2556). ความคิดเห็นต่อบรรยากาศ วิชาการของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมรราชชชนี สุพรรณบุรี.วารสารการพยาบาลและ การศึกษา.ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 : 58-70. 5. ลักขณา ศิรถิรกุล จรูญลักษณ์ ป้องเจริญและวาสนา อูปป้อ.(2558).คุณภาพชีวิตในการทำงานและ ความสุขในการทำงานของอาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. ปีที่ 24 ฉบับที่ 1 : 10-21.


73 6. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ จักรกฤษณ์ ลูกอินทร์ และลักขณา ศิรถิรกุล.(2559). ผลของรูปแบบการมีส่วน ร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการฟื้นฟูสภาพที่บ้านต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอด เลือดสมอง.วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 26 ฉบับที่ 1:149-160. 7. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ.(2559).การศึกษาองค์ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร วิทยาลัยพยาบาล สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข.วารสารการพยาบาลและการศึกษา. ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 : 67-79. 8.วาสนา อูปป้อดารินทร์ พนาสันต์ และจรูญลักษณ์ ป้องเจริญ.(2560). ผลของการสอนแบบหรรษาใน รายวิชาการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพ 1 ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 : 60-68. 9. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญและยุคนธ์ เมืองช้าง.(2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน.วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. ปีที่ 29 ฉบับที่ 1: 60-70. วารสารวิชาการระดับชาติ TCI กลุ่ม 2 1. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญและนพดล เจนอักษร.(2559). การประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากร วิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกกระทรวงสาธารณสุข.วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. ปีที่ 16 ฉบับที่ 2: 47-58. 2. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ ลักขณา ศิรถิรกุลและดารินทร์ พนาสันต์.(2559).การพัฒนาบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง “การดูดเสมหะ” สำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารการพยาบาล การ สาธารณสุขและการศึกษา. ปีที่ 17 ฉบับที่ 3 : 93-105. 3. จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ รสริน วรรณจิรวิไล รุ่งนิภา จ่างทอง อุมากร มณีวงษ์และศมีนา สุวรรณประทีป. (2563). ผลของการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกของสหสาขาวิชาชีพ. วารสารวิจัย การพยาบาลและสุขภาพ. ปีที่ 21 ฉบับที่ 2:91-105. ผลงานวิชาการที่นำเสนอ Proceeding ในต่างประเทศ 1. Pongcharoen,C.,Luk-jn,J.,Siratirakul,L .(2013).Effect of stroke Education program towards village health volunteersability to provide home-care service. The 2013 Anpor Annual Conference “Knoeing Our Neighbors : Public Opinion Research in Asia in a Time of Media Revolution and Aging Sosieties” (https:nursing.iserl.or/snc/index.php/researcher/profile/rs_popup/2593 2.Pongcharoen,C and Muangchan,Y.(2018).Factors Influencing Work Motivation of Village Health Volunteers in Suphanburi Province. The Conference of the International Journal of Arts and Sciences. VOLUME 11, NUMBER 3:159-166.


74 ชื่อ นางจารุวรรณ สนองญาติ ผู้ร่วมโครงการวิจัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ วุฒิการศึกษา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลแม่และเด็ก คณะพยาบาลศาตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานที่ทำงาน ภาควิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี E-mail : [email protected] ผลงานวิจัยและวิชาการ วิจัย 1 . Sanongyard, J. (Project Leader), Hametanon, S., Dhanawon, W., Jametim, N.. THE STRUCTURAL EQUATION MODEL OFFACTORS EFFECTING THE PROFESSION LEARNING COMMUNITY IN COLLEGE OF NURSING UNDER THE MINISTRY OF PUBLIC HEALTH. Tuition Fee. 2017. 2. Dhanawon, W. (Project Leader), Sanongyard, J., Sripituk, S., Muangchang, Y.. Motivation in the Maternal and Child Health Handbook to promote Child Development, in the preschool center Sana chaisub district Administration Oranization (SAO), Suphanburi. Tuition Fee. 2016. 3 . Muangchang, Y. (Project Leader), Dhanawon, W., Sanongyard, J., Sripituk, S.. Development achivementpratice nursing in pediatric nursing for third students who have practice in health problem 2 by OSCE. Tuition Fee. 2016. 4 . Sanongyard, J., Jametim, N., Dhanawon, W., Muangchang, Y.. Effects of behavioral Modification for hand foot Mouth disease prevention among parents of Pre-school children in child Development Center, Sanumchai district. PraboromarajchanokInstitue. 2015. 5. Dhanawon, W., Sanongyard, J., Sripituk, S., Muangchang, Y.. Comparison Problems and Needs of Breastfeeding Supported in a group of Prison mothers in Suphanburi Prison Province . Tuition Fee. 2014. 6 . Jametim, N., Sanongyard, J., Yuenyong, S.. Factors influencing Job engagement that affect on job performance of Nursing Instructors of Boromarajonani collage of nursing, the Ministry of Public health. PraboromarajchanokInstitue. 2014. 7. Sanongyard, J., Dhanawon, W., Muangchang, Y.. Effects of information through a pop-up book with the knowledge to prevent infection of preschoolers. Tuition Fee. 2014.


75 วารสารวิชาการ ระดับชาติ 1. Sanongyard, J. (Project Leader), Buasuwan, P and Hametanon S. (25 62 ). FACTORS TO CREATE A PROFESSIONAL LEARNING COMMUNITY OF NURSING INSTRUCTORS. Journal of MCU Nakhondhat, 6(9), 4250-4260. 2 . Jametim, N., Sanongyard, J., Yuenyong, S.. (2 5 6 0 ) . FACTORS INFLUENCING JOB ENGAGEMENT THAT AFFECT ON JOB PERFORMANCE OF NURSING INSTRUCTORS OF BOROMARAJONANI COLLEGE OF NURSING, THE MINISTRY OF PUBLIC HEALTH. Journal of Education, Faculty of Education, Srinakharinwirot University, 11(1), 51-62. 3. Sanongyard, J., Jametim, N., Dhanawon, W., Muangchang, Y.. (2558). Effects of Health Information Using 3 D Comic Books on Knowledge of Infection Control among parents of Preschool Aged Children by the application of health belief model, social support, and epidemiology of disease of parents of children in child care cente. Chonburi Hospital Journal, 40(3), 217-226. 4. .Jametim, N., Sanongyard, J., Yuenyong, S.. (2557). Factors influencing Job engagement that effect on job performance of Nursing Instructors of Boromarajonani collage of nursing, the Ministry of Public health. Proceedings ระดับนานาชาติ 1. Muangchang, Y., Dhanawon, W., Sanongyard, J., Sripituk, S.. (2560). The Viewpoints of Nursing Students on Their Dietary Behaviors. 2017Anpor Annual Conference , 57-67. 2 .Sanongyard, J., Sripituk, S., Muangchang, Y., Dhanawon, W.. (2555). THE EFFECTIVENESS OF LIFESKILL DEVELOPMENT PROGRAM ON BEHAVIOR MODIFICATION FOR ALCOHAL DRINKING PREVENTION AMONG PRIMARY SCHOOL STUDENT IN 6 GRADE, SUPHANBURI PROVINCE. Mae FahLuang University International Conference 2012, 0-0. การนำไปใช้ประโยชน์ปี 2559 1 .ผลของการให้ข้อมูลผ่านหนังสือการ์ตูนสามมิติต่อความรู้การป้องกันการติดเชื้อของเด็กก่อนวัยเรียนโดย การประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพแรงสนับสนุนทางสังคมและหลักระบาดวิทยาของผู้ปกครองเด็ก ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.สุพรรณบุรี การวางแผนให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร จัดโปรแกรมส่งเสริมในการ ป้องกันการติดเชื้อของเด็กก่อนวัยเรียน และพฤติกรรมการดูแลเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครองให้มี พฤติกรรมสุขภาพที่ดี


76 ชื่อ นางสาวศิริธิดา ศรีพิทักษ์ ผู้ร่วมโครงการวิจัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ประวัติการศึกษา - พยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี - พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาการพยาบาลเด็ก) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถานที่ปฏิบัติงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี E-mail:[email protected] ผลงานวิจัยและวิชาการ 1. Dhanawon, W. (Project Leader), Sanongyard, J., Sripituk, S., Muangchang, Y.. Motivation in the Maternal and Child Health Handbook to promote Child Development, in the preschool center Sana chaisub district Administration Oranization (SAO), Suphanburi. Tuition Fee. 2016. 2. ดารินทณ์ พนาสัต์ วรางคณา คุ้มสุข ศิริธิดา ศรีพิทักษ์ อาคม โพธิ์สุวรรณ และทิวา มหาพรหม.(2562). ผลการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มตามแนวทฤษฎีเกสตัลท์ต่อความสุขของนักศึกษาพยาบาล.วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี 3. อัตลักษณ์บัณฑิตของนักศึกษาพยาบาลไทยในศตวรรษที่ 21และการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมอัตลักษณ์ ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี(กำลังดำเนินการ) 4. ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดในการสอบขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและ การผดุงครรภ์ชั้นหนึ่งของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี (กำลัง ดำเนินการ) ชื่อ นางสาวอุษณียาภรณ์ จันทร ผู้ร่วมโครงการวิจัย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ วุฒิการศึกษา พยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี สถานที่ทำงาน ภาควิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี E-mail: [email protected] ผลงานวิจัยและวิชาการ 2562 1. คุณลักษณะของบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ และคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ตามอัตลักษณ์บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี (กำลังดำเนินการ) 2. การประเมินผลกระทบของการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด–19 ต่อภาวะสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ เอดส์ (กำลังดำเนินการ)


77 2561 1. คุณลักษณะของบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ และคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ตามอัตลักษณ์บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี


Click to View FlipBook Version