เอกสารประกอบวิชาสมั มนาภาษาไทย (สัปดาห์ที่ 1-2) 1
เอกสารประกอบวิชาสมั มนาภาษาไทย (สัปดาห์ที่ 1-2) 2
วชิ าสัมมนาภาษาไทย
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาค้นคว้า วิธีการจัดสัมมนา โดยเลือกศึกษาค้นคว้า
หวั ขอ้ ที่นา่ สนใจเกยี่ วกบั ภาษาไทย
จากคำอธิบายรายวิชาดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า ข้อมูลที่ใช้สัมมนาจะเป็นหัวข้อท่ีเกี่ยวข้องกับ
ภาษาไทย ซงึ่ อาจเป็นหวั ขอ้ ทีป่ ระบเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ หรือความสนใจ ความเหมาะสมของนักศึกษาในปี
นั้น ๆ
ความเปน็ มาและความหมายของการสมั มนา
การอยรู่ ่วมกนั ของบุคคลต้งั แตง่ สองคนขน้ึ ไป การปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งกนั จะก่อให้เกดิ การรว่ มคิด ร่วม
ทำ ร่วมปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาทางออก หาทางแก้ปัญหาร่วมกันลักษณะรู้การดังที่กล่าวมานี้
เรยี กว่า สมั มนา
คำว่า สมั มนา ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Seminar โดยมีรากศัพท์มาจาก คำวา่ Seminarian ซ่ึง
มีลักษณะเป็นสถาบันการศึกษาที่สอนนักบวชในศาสนาคริสต์ ทำหน้าที่ผลิตครูสอนศาสนา Seminar เป็นช่ือ
วิธีการสอนที่มีรูปแบบการสอนที่ให้อิสระแก่ผู้เรียนด้านการคิดค้นนคว้าด้วยตนเอง มีจุดเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี
ค.ศ.1694 ที่ University of Halle ประเทศเยอรมนี ต่อมาปคี .ศ.1869 Charles Kendel Adam ไดท้ ดลองใช้
กับนักศึกษาที่เรียนวิชาประวัติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัย มิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เผยแพร่ไปท่ัว
โลก
ในภาษาไทยคำว่า สัมมนา เป็นศัพท์บัญญัติวิชาการ ที่บัญญัติขึ้นมาจากคำว่า สํ+มน แปลตามรูป
ศัพท์ว่า ร่วมใจ เป็นศัพท์บัญญัติให้ตรงกับคำว่า Seminar เป็นที่เข้าใจและคุ้นเคยในวิชาชีพต่าง ๆ ที่
พัฒนาการเรียนการสอนในสถาบนั การศึกษา
การสัมมนา คือสถานการณ์การประชุมกลุ่มบุคคลที่มีพื้นความรู้ความสามารถความสนใจ
ประสบการณ์ในงานวิชาชีพเดียวกัน มีเงื่อนไขจุดมุ่งหมาย หรือวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อการศึกษาค้นคว้า
เรอื่ งใดเรอื่ งหนงึ่ ร่วมกนั สำรวจ เรยี นรู้ แลกเปล่ียนความคดิ เห็นซ่ึงกนั และกัน วิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทาง
แก้ปัญหาที่ประสบอยู่อย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงบทบาทการมีส่วนร่วมจากทุกส่วนตามหลักการ
ประชาธิปไตยภายใต้เวลาท่เี หมาะสม
การสอนสัมมนา เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษา ค้นคว้าโดยวิธีการต่าง ๆรวมทั้งการฝึก
ทักษาในเรื่องการคิดอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข การแสดงความคิดเห็นอาจแสดง
ออกมาโดยการพูด การสนทนา การอภิปรายทเ่ี ก่ียวกับเนือ้ หาของเร่ืองนน้ั ๆ เพ่อื ให้ได้ข้อสรุปของแนวทางที่มี
ความเป็นได้ สามารถนำมาเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเพื่อให้มีความรู้ทักษะในเรื่องกระบวนการ
เอกสารประกอบวชิ าสมั มนาภาษาไทย (สัปดาห์ที่ 1-2) 3
ดำเนินการจัดสัมมนาวิชาการ โดยผู้เรียนต้องมีความรู้เรื่องเดียวกัน โดยมีครู ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร หรือ
ผูท้ รงคณุ วฒุ เิ ปน็ ผใู้ หค้ วามรู้เสริม ทำหน้าท่ีให้คำปรึกษาใกล้ชดิ
การพัฒนาพฤตกิ รรมการเรียนการสอน
- สมัยก่อนการสอนแบบบรรยาย (Passive Learning)
- การสอนแบบใหม่ ๆ ให้แก่นักศึกษาครู เช่น การสอนแบบทดลอง การสอนแบบสืบสวน การสอนแบบเล่น
ปนเรียน การสอนแบบศนู ย์การเรยี น
- พอออกฝึก ก็กลบั ไปสอนแบบบรรยาย เพราะการสอนแบบนี้งา่ ยกวา่ แบบอ่ืน ๆ และไมต่ ้องใช้อุปกรณม์ าก
- จนมีนักวิชาการหลายคนเช่น ดิวอ้ี (John Dewey) ได้ศึกษาว่า วิธีการเรียนที่แท้จริงนั้นควรจะเป็นการ
เรียนรู้ที่ได้มาจากการคิดค้นของผู้เรียนเป็นสำคญั ผู้เรียนจะต้องพยายามคดิ ค้น ขวนขวาย หรือหาความรูด้ ้วย
ตัวเอง การเรียนแบบนี้เรียกว่า Active Learning) คือ ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนมากที่สุด โดยที่ครูมีฐานะ
เป็นผ้คู อยช่วยเหลือสนบั สนุน
- ถงึ อย่างไรการเรียนทง้ั สองแบบทค่ี รูกล่าวมา กม็ ีสว่ นท่ีเห็นสอดคล้องกันอย่างหนึ่งว่า “ความรู้เปน็ ส่ิงที่ผู้เรียน
จะต้องปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง”
- ในเวลาต่อมา จอห์น ดิวอี้ และนักการศึกษาอื่น ๆ เช่น เบราดี และพาล์มเมอร์ ได้นำเอาทฤษฎีการเรียนรู้
ด้วยการกระทำมาสัมพันธ์กับกระบวนการกลุ่ม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับชีวิตมนุษย์มาก เกิดเป็น “การเรียน
แบบกลมุ่ หรือการสอนโดยการสมั มนา”
- สำหรบั การสอนในหลักสูตรสายครู การสอนโดยใชว้ ิธสี มั มนาเปน็ ประโยชน์อยา่ งยง่ิ เพราะการสมั มนาจะเป็น
ส่วนหนงึ่ ที่ช่วยพฒั นานักศึกษาให้เปน็ ปญั ญาชนสมบรู ณแ์ ละเป็นประโยชนแ์ ก่การศึกษาของชาติมหาศาลด้วย
ลักษณะการเรยี นการสอนแบบสมั มนา
มลี กั ษณะดงั นี้
ห้องเรียนสัมมนา ห้องเรยี นแบบบรรยาย
1. ผเู้ รยี นทำงานแบบกล่มุ ตามแบบประชาธิปไตย 1.ผู้เรียนต่างคนต่างเรียนไม่จำเป็นต้องทำงาน
ร่วมกบั ผู้อื่น
2. ผู้เรียนต้องค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งวิทยากร 2. ผู้เรยี นคอยรบั ความรู้จากครูอาจารย์ซง่ึ เตรียมเอา
ต่าง ๆ อย่างกวา้ งขวาง เพือ่ นำเอาขอ้ มลู มาอภปิ ราย มาบรรยายใหฟ้ งั ในหอ้ งเรียน
กันในหอ้ งเรียน
3. ผู้เรียนต้องใช้เวลานอกห้องเรียนเป็นอันมากเพื่อ 3. ผู้เรียนอาจได้รับมอบหมายให้ศึกษาเพิ่มเติมด้วย
ศกึ ษาหาความร้เู พิม่ เติม สำหรบั ใชใ้ นการสมั มนา ตัวเอง เพื่อใหค้ วามรแู้ ตกฉานยงิ่ ขน้ึ
เอกสารประกอบวิชาสัมมนาภาษาไทย (สัปดาห์ท่ี 1-2) 4
ห้องเรียนสัมมนา หอ้ งเรียนแบบบรรยาย
4. ความรู้ที่ได้รับเป็นผลมาจากการร่วมกันหาข้อยุติ 4. ความรู้ที่ผู้เรียนได้รับส่วนใหญ่มาจากที่ครูซึ่ง
ในระหวา่ งผู้เรียนมากกว่าทไี่ ด้จากผสู้ อน เตรยี มมาใหแ้ ลว้
5. ผู้เรียนประชุมปรึกษาหารือหรือทำงานต่าง ๆ 5. ผู้เรียนนั่งฟังการบรรยายของครูอาจารย์เป็นส่วน
ด้วยกัน ในขณะที่ครูเป็นผู้อยู่วงนอกคอยสังเกตการ ใหญ่ อาจมีการซักถามข้อข้องใจได้ในบ้ างใน
ทำงานและเสนอแนะความคิดเหน็ เมอ่ื มีความจำเป็น ตอนทา้ ยชั่วโมง
6. กระบวนการเรียนเน้นการค้นคว้าหาความรู้ การ 6. กระบวนการเรียนเน้นความรู้ความเข้าใจของแต่
ใช้ความคิดวิจารณญาณและการตัดสินใจของกลุ่ม ละบุคคล
ตามประชาธิปไตย
7. ที่นั่งของผู้เรียนควรเป็นแบบที่ทำให้ทุกคน 7. ที่นั่งของผู้เรียนเป็นแบบที่ทำให้สามารถมองเห็น
สามารถมองเห็นหน้ากนั ได้ หนา้ ผบู้ รรยายได้
8. ผู้สอนมีหน้าที่คอยช่วยเหลือ ยั่วยุใหผ้ ู้เรียนค้นหา 8. ผู้สอนมีหน้าที่ค้นหาความรู้ตามหลักสูตรมา
ความรู้ดว้ ยต้นเอง และนำทางใหผ้ ู้เรียนสามารถสรุป บรรยายให้ผู้เรยี นได้ทราบ
เนอ้ื หาสาระอันเปน็ ความรู้ได้ตรงตามหลกั สตู ร
9. แหลง่ วชิ าการตา่ ง ๆ เชน่ หอสมุด และวทิ ยากร มี 9. หอสมุดมีความจำเป็นน้อยกว่าถ้าหาผู้สอน
ความจำเปน็ ต้องใชเ้ ป็นอย่างมาก บรรยายให้ฟังอย่างแจ่มแจ้งและมิได้มอบหมายงาน
อ่นื ให้ทำเปน็ พเิ ศษ
เอกสารประกอบวิชาสมั มนาภาษาไทย (สัปดาห์ท่ี 1-2) 5
ลกั ษณะการทำงานในกลมุ่ สมั มนา
ทีม่ าภาพ (ชำนาญ รอดภัย, หน้า 51)
สังเกตแผนภมู แิ สดงการทำงานของกลุ่มสัมมนา ซ่ึงใช้วิธกี ารอภิปรายเพื่อนำไปสเู่ ป้าหมาย คอื ความรู้
และจะเห็นได้ว่า ทั้งครูและนักเรียนต่างก็มีจุดมุ่งหมายปลายทางในการอภิปรายเหมือนกัน แต่การจะไปสู่
เป้าหมายดังกล่าวได้ทั้งครูและนักเรียนจะต้องประสานความคิดเห็น (Own resoning, deliberating) และ
ประสบการณ์ (recollection or vision) ของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน โดยครูจะต้องพยายามเปน็ ผู้เริม่ อภิปราย
(prompts) ย่ัวยุ (encourages) ชี้นำ (leads) กระตุ้น (stimulates) และช่วยเหลือ (enables) ให้นักเรียนได้
เอกสารประกอบวชิ าสัมมนาภาษาไทย (สปั ดาห์ที่ 1-2) 6
แสดงความคิดเห็นหรือประสบการณ์ของเขาออกมา และจากการร่วมกันอภิปรายนี้เองในที่สุดก็จะนำไปสู่ข้อ
ยตุ ิ คือ ความรู้ อันเป็นเป้าหมายของการสมั มนา
ความสำคญั ของการสัมมนา
กระบวนการจดั สัมมนา มีความสำคัญอย่างยง่ิ ซง่ึ องค์กรตา่ ง สถานประกอบการ ตอ้ งตระหนกั และต้อง
จดั การประชมุ แบบสัมมนาให้มขี ึ้น ทง้ั นเ้ี พื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรและพัฒนาทรัพยากรตา่ ง ๆ ของหน่วยงาน
ให้มีประสทิ ธภิ าพมีคุณภาพในการบรหิ ารจัดการ การสมั มนาจึงเป็นเทคนิคหนงึ่ ของการให้ไดม้ าซ่ึงความรู้
แนวคดิ และประสบการณ์โดยอาศัยการประชมุ พูดคุย บรรยาย ซักถาม อภิปราย ระดมความคิดเห็นท้ัง
วทิ ยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ฟงั เพื่อเป็นหนทางในการหาข้อสรุป และนำข้อมลู ท่ีได้จากการสมั มนาไปปรบั ปรุง
แกไ้ ขปญั หา หรอื พฒั นาบคุ ลากร และทรัพยากรอนื่ ๆ ใหม้ ีประสิทธภิ าพมากย่ิงขนึ้
ประโยชน์ของการสมั มนา
1. ช่วยให้ผเู้ ข้าร่วมสัมมนาได้รบั ความรู้ ได้คดิ ได้เพิม่ ทักษะประสบการณ์เพ่ิมขึน้
2. ชว่ ยใหผ้ ู้เขา้ ร่วมสัมมนาได้ข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการแกป้ ัญหาเฉพาะเรอื่ ง
3. ชว่ ยให้ผู้เขา้ ร่วมสมั มนาได้ความรู้ ไดแ้ นวคิด นำไปปรับใช้ในชิวิตประจำวัน
4. ได้รับแนวทางในการแก้ไขปัญหารว่ มกัน
5. ชว่ ยใหผ้ ู้เขา้ รว่ มสัมมนามีปฏสิ ัมพันธ์ตอ่ กนั และกนั ดมี ากยิง่ ขนึ้
6. ช่วยให้ผเู้ ข้าร่วมสมั มนาได้แลกเปล่ยี นเรียนรูแ้ สดงความคิดเห็นซ่งึ กนั และกัน
7. ชว่ ยให้เกดิ ความคิดสรา้ งสรรค์ เปน็ ผลทำใหม้ มแี รงบันดาลใจมงุ่ พฒั นากิจกรรมอันดีงามต่อสงั คม
8. เกดิ ความกระตือรือร้น กล้าคดิ กล้าตดั สินใจ มคี วามรับผิดชอบ รู้จักยอมรบั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
องค์ประกอบของการสมั มนา
มี 5 ด้าน ดงั น้ี
1. องคป์ ระกอบด้านเน้ือหา ไดแ้ ก่ สาระเรือ่ งราวท่ีนำมาจัดลำดับกอ่ นหลังอยา่ งเป็นระบบประกอบด้วย
รายละเอยี ด ดงั นี้
1.1 ช่ือเรื่อง หรือชอ่ื โครงการ
เปน็ ปจั จยั สำคัญทีผ่ จู้ ัดสมั มนาตอ้ งพจิ ารณา โดยมีหลักการ ดังนี้
- ควรเปน็ เร่อื งที่ต้องการศึกษาปัญหา หาแนวทางแก้ไข หรือเรอื่ งท่ีกำลังศึกษาอยู่และเปน็ เร่ืองท่ี
ตนเองถนัด รู้แจ้ง รลู้ กึ ซึง้ เปน็ อย่างดี
- มคี วามทันสมยั สอดคล้องกบั สภาวการณป์ จั จุบนั
- สามารถกำหนดปญั หา หาแนวทางแก้ไขปญั หาได้อย่างเป็นระบบ
เอกสารประกอบวชิ าสัมมนาภาษาไทย (สปั ดาห์ท่ี 1-2) 7
- เปน็ เรอ่ื งที่ไม่กว้าง ไม่แคบจนเกนิ ไป มีขอบเขตเฉพาะ
1.2 จดุ มุ่งหมายของการจดั สมั มนา
การเขียนจดุ มุ่งหมายมักกำหนดเพ่ือบรรลเุ ป้าหมาย ดงั น้ี
- เพือ่ ศึกษาและสำรวจปญั หาเร่ืองใดเรื่องหน่งึ
- เพอื่ ใหไ้ ด้วธิ กี ารหรือแนวทางในการแก้ปัญหาเร่อื งใดเรื่องหนึง่
- เพ่อื ศึกษาค้นคว้าวจิ ัย
- เพือ่ เรียนรู้ และแลกเปลีย่ นผลการศึกษาระหวา่ งผเู้ รียนทเี่ รียนร่วมกนั
- เพอื่ ร่วมพจิ ารณาหาข้อสรุปในเรือ่ งทีส่ นใจ
1.3 กำหนดการสัมมนา
เปน็ เรอ่ื งทีต่ ้องวางแผน และจัดทำเพราะจะทำให้ทราบช่วงเวลาของการดำเนนิ งาน ในกำหนดการ
ควรระบรุ ายละเอียด ดังนี้
- ชื่อกลุ่มสาขาวิชา กลมุ่ ผู้ดำเนินการจดั ผู้รับผดิ ชอบ
- ช่ือเร่ืองสมั มนา
- วัน เดือน ปี ท่ีจัดสัมมนา
- สถานทจี่ ดั สมั มนา
1.4 ผลทไ่ี ดจ้ ากการสมั มนา
เป็นสิ่งทีผ่ ู้จดั สมั มนาคาดหวังวา่ การจดั สัมมนาจะทำใหผ้ ู้เข้าร่วมได้รบั ประโยชนท์ งั้ เชงิ ปริมาณและเชงิ
คณุ ภาพ เช่น จำนวนผู้เขา้ รว่ มสมั มนาที่ได้รับความรไู้ ปใช้ในเรอ่ื งที่จัดสมั มนา
2. องคป์ ระกอบดา้ นบุคลากร หมายถงึ บุคคลท่เี กย่ี วข้องกับการสมั มนา ไดแ้ ก่
2.1 บุคลากรฝ่ายจดั สัมมนา ได้แก่ ประธาน รองประธาน เลขานุการ ฝา่ ยทะเบยี น ฝา่ ยเอกสาร ฝ่าย
เหรัญญกิ ฝ่ายพธิ ีการ ฝ่ายอาคารสถานท่ี วัสดอุ ุปกรณ์ สือ่ ทศั นปู กรณ์ ฝา่ ยอาหารและเครอ่ื งด่ืม ฝา่ ย
ประชาสมั พนั ธ์ ฝ่ายปฏคิ ม ฝา่ ยประเมินผล
2.2 วิทยากร บคุ ลากรทที่ ำหนา้ ที่เป็นผู้บรรยาย ผู้นำอภปิ ราย และเปน็ ผถู้ า่ ยทอดความรู้
ประสบการณ์
2.3 ผเู้ ขา้ ร่วมสัมมนา บคุ คลทมี่ ีความสนใจเข้ารว่ มการสมั มนา
เอกสารประกอบวิชาสมั มนาภาษาไทย (สัปดาห์ท่ี 1-2) 8
3. องคป์ ระกอบดา้ นสถานที่ คือสถานที่ เคร่ืองมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีใช้สัมมนา
3.1 หอ้ งประชุม อาจเปน็ ห้องประชุมขนาดใหญ่ หรอื ห้องประชุมขนากลาง หรอื ขนาดเล็ก
3.2 หอ้ งรับรอง เปน็ ห้องรบั รองวิทยากร หรือแขกพิเศษเพื่อให้พักผ่อนหรือเตรียมตวั ก่อนการสัมมนา
ถ้ามีพ้ืนที่จำกดั อาจใช้ส่วนหน้าของห้องประชุมจัดวางโตะ๊ รับแขกเพ่ือใช้ประโยชนไ์ ด้
3.3 หน้าหอ้ งประชุม เปน็ พ้ืนทที่ ี่ใหผ้ ้รู ่วมสัมมนาพักผ่อนร่วมรบั ประทานอาหารว่าง
3.4 อปุ กรณโ์ สตทัศนูปกรณ์ ไดแ้ ก่ ชุดไมโครโฟนต้งั โต๊ะ ไมโ่ ครโฟนตั้งพื้น ไมโครโฟนไรส้ าย
ไมโครโฟนเล็กติดปกเส้ือ เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ โน๊ตบุ๊ค และอุปกรณไ์ ฟฟา้ เกย่ี วกับเคร่ืองเสียง
3.5 ห้องรับประทานอาหาร
3.6 อุปกรณเ์ ครอ่ื งมือ คอมพิวเตอร์ เครอื่ งปรนิ ต์ และวัสดุอื่น ๆ ที่จำเปน็ ในการทำเอกสาร
ประกอบการสัมมนา ตลอดจนแบบฟอรม์ ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสมั มนา และอปุ กรณเ์ คร่ืองเขยี นทีจ่ ำเปน็
4. องค์ประกอบด้านเวลา เปน็ องค์ประกอบทส่ี ำคัญ ผจู้ ัดสมั มนาควรวางแผนให้ดีวา่ ควรจะใชว้ ันเวลาใด
ดำเนินการจดั สัมมนาจงึ จะเหมาะสมเพอ่ื ให้เกิดความสะดวกแก่ทกุ ฝ่าย
4.1 ระยะเวลาสำหรบั การเตรียมการ ระยะเวลาดำเนินการใชเ้ วลาในแตล่ ะเรื่องไมเ่ ท่ากัน ผจู้ ดั สัมมนา
ควรวางแผนอยา่ งรอบคอบ
4.2 การเชิญวิทยากร ต้องติดตอ่ ลว่ งหนา้ และควรเป็นส่วนแรกทด่ี ำเนนิ การติดต่อ
4.3 จำนวนวันในการจัดสมั มนา ดูเนอ้ื หาในการสมั มนาวา่ มากหรือน้อย หรอื ข้ึนอยู่กับปัญหาทป่ี ระสบ
อยู่พอดี เชน่ ช่วงโควดิ -19
5. องค์ประกอบด้านงบประมาณ การดำเนนิ การจดั สัมมนามคี า่ ใช้จา่ ยในการดำเนนิ การคอ่ นขา้ งมาก คณะ
ผู้ดำเนินการต้องวางแผนงานดา้ นคา่ ใช้จ่ายให้ดีดว้ ย
5.1 จดั ประมาณการค่าใช้จา่ ย โดยใหแ้ ต่ละฝ่ายที่รับผิดชอบประมาณการค่าใช้จา่ ยใหฝ้ ่ายเหรญั ญกิ
เพือ่ พจิ ารณาถงึ ความเหมาะสม
5.2 ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วกับวสั ดุอุปกรณ์ ควรมรี าคากลางตามท้องตลาด เพอ่ื ให้การประมาณการ
ไมผ่ ดิ พลาด
5.3 จดั ทำงบประมาณรวม เป็นการวางแผนเกี่ยวกบั คา่ ใช้จ่ายโดยได้รบั ความเห็นชอบจากท่ปี ระชมุ
แล้วนำเสนอฝา่ ยบรหิ ารอนุมัติ
บรรณานกุ รม
ชำนาญ รอดเหตุภัย. (2522). สมั มนาการใช้ภาษาไทยปัจจุบัน. กรงุ เทพฯ : กรงุ สยามการพิมพ์.
ผล ยาวชิ ัย. (2553). สัมมนา. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร์.