The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาสำนวนไทยที่สะท้อนถึงความเชื่อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wannisa panphrom, 2023-02-03 02:05:47

การศึกษาสำนวนไทยที่สะท้อนถึงความเชื่อ

การศึกษาสำนวนไทยที่สะท้อนถึงความเชื่อ

5.3 หงส์ร่อน มังกรร า ภาพจาก https://twitter.com ภาพนี้มาจากส านวน “หงส์ร่อนมังกรร า” ซึ่งหมายถึง พิธีทางไสยศาสตร์ที่ท าให้ผัวหลงรัก สองพิธีคือ หงส์ร่อน มังกรร า ที่มาของส านวนคือ หงส์ร่อน เป็นพิธีทางไสยศาสตร์ที่ประกอบขึ้นเพื่อให้สามีหลง รักโดยวิธีการท าคือ นั่งคร่อมหม้อข้าวที่พึ่งหุงเสร็จสุกใหม่ ๆ ให้ไอร้อนของข้าวถั่วขึ้นมาถูกบริเวณอวัยวะเพศ และเกิดเป็นเหงื่อหยดลงไปใส่ข้าวแล้วน าไปให้สามีรับประทาน ส่วน มังกรร า นั้นเป็นพิธีอีกอย่างหนึ่งที่ท าให้ สามีรักเช่นกัน วิธีการท า คือ เมื่อเวลาอาบน้ าในอ่างจะเก็บขี้ไคลก้นอ่างเอาไว้จนครบเจ็ดวัน แล้วเอาไปท าพิธี เสกด้วยคาถาและประสมด้วยสิ่งอื่น ๆ อีกหลายชนิดแล้วป่นให้เป็นผง เมื่อจะยกอาหารไปให้สามีทาน 5.4 เผาพริกเผาเกลือแช่ง ภาพจาก https://th.nonilo.com ภาพนี้มาจากส านวน “เผาพริกเผาเกลือ” ซึ่งหมายถึง โกรธเคืองใครแล้วท าให้สาแก่ใจด้วย การเอาพริกเกลือมาเผาสาปแช่งให้เป็นไปต่าง ๆ นานา มาจากความเชื่อในการสาปแช่งคนที่ตนเกลียดชังว่า ถ้าจะให้ค าแช่งได้ผลรุนแรงหรือค าสาปแช่ง ๆ นั้นเกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้นมาจริง ๆ ต้องเอาพริกเอาเกลือมาเผาด้วย


5.5 สั่นเป็นเจ้าเข้า ภาพจาก https://www.google.com/imgres?imgurl ภาพนี้มาจากส านวน “สั่นเป็นเจ้าเข้า” ซึ่งหมายถึง หนาวสั่นมาก มาจากพิธีทางไสยศาสตร์ คือพิธีเชิญเจ้าให้มาเข้าสิงคนทรง ซึ่งจะมีลักษณะร่างกายที่สั่นตลอดในขณะที่เจ้าก าลังสิงคนอยู่ จึงเปรียบ อาการสั่นนี้เหมือนกับการหนาวสั่น 6. ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ 6.1 คู่สร้างคู่สม ภาพจาก https://www.google.com/url?sa=i&url ภาพนี้มาจากส านวน “คู่สร้างคู่สม” ซึ่งหมายถึง ผู้ที่เคยสร้างบุญคุณร่วมกันมา ผู้ที่มี หลักธรรมของคู่ชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกัน มีความเหมาะสมเกื้อกูลกัน มาจากคติความเชื่อของไทยทาง พระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการสร้างบุญ สร้างกุศลร่วมกันมาของชายหญิง


6.2 ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ภาพจาก https://th.wikipedia.org ภาพนี้มาจากส านวน “ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ” ซึ่งหมายถึง ไม่มีทางเป็นไปได้ มาจากความเชื่อ ในเรื่องชาติภพ เชื่อกันว่า มนุษย์และสิ่งมีชีวิตมีการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งชาติหน้านั้นเราก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่ามี จริงหรือไม่ จึงน ามาใช้เป็นส านวนว่า ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ หมายถึง ไม่มีทางจะเป็นไปได้ 6.3 เก็บดอกไม้ร่วมต้น ภาพจาก https://thaitofun.wordpress.com ภาพนี้มาจากส านวน “เก็บดอกไม้ร่วมต้น” ซึ่งหมายถึง เคยท าบุญร่วมกันมาแต่ก่อน มาจาก ความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส หรือเรื่องอดีตชาติ คนไทยเชื่อว่ามีชาติที่แล้ว ชาตินี้ และชาติหน้า ความเป็นไป ในปัจจุบัน


6.4 เอาปูนหมายหัว ภาพจาก https://www.google.com/ 2F2147142 ภาพนี้มาจากส านวน “เอาปูนหมายหัว” ซึ่งหมายถึง ผูกอาฆาตไว้คาดโทษไว้เชื่อแน่ว่าจะ เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ มาจากประเพณีคลอดบุตรของไทยโบราณมีว่า ถ้าเด็กคลอดออก มาแล้วเสียชีวิต หมอต าแยหรือผู้ใหญ่จะเอาปูนหรือมินหม้อแต้มไว้ ทั้งนี้เพื่อว่าถ้าคลอดบุตรคนใหม่ มีปานแดงหรือปานด าติด ตัวมา ก็จะรู้ว่าบุตรที่ตายนั้นมาเกิดใหม่ 7. ความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา โหราศาสตร์ 7.1 ตกฟาก ภาพจาก www.tvpoolonline.com/content/173040 ส านวน “ตกฟาก” มาจากการคลอดลูกในสมัยก่อน ซึ่งเมื่อคลอดลูกจะมีหมอต าแยมาท า คลอดให้ที่บ้าน ขณะที่ทารกคลอดออกมาจากท้องแม่ก็ย่อมมีฟากซึ่งเป็นพื้นบ้านเป็นที่รองรับ จึงเกิดส านวนว่า “ตกฟาก” มีความหมายว่า เวลาที่เด็กออกพ้นครรภ์มารดา ลักษณะค าพูดเถียงค าไม่หยุดปาก


7.2 พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ภาพจาก https://thaiza.com/horoscope/habit/533793/ ส านวน “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” มาจากความเชื่อด้านโหราศาสตร์ หมอดูที่ท านายดวง ชะตาให้ผู้อื่นนั้น มักจะดูดาวแล้วก็อาศัยสถิติการเดินทางของดวงดาวที่มีผลต่อชีวิตมนุษย์ที่เกิดในวันนั้น เวลา นั้น สถานที่นั้นมาเป็นเครื่องมือพยากรณ์อดีต ปัจจุบันและอนาคต ให้กับผู้นั้น ดาวที่เดินอยู่ตามราศีต่าง ๆ ได้แก่ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งตามดาวของบุคคลนั้นจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่า เป็นช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ท าให้เกิดส านวน “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” มีความหมายว่า ความ ทุกข์ยากล าบากที่เกิดซ้อน ๆ เข้ามาในลักษณะเดียวกัน 7.3 ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม ภาพจากhttps://proverbthai.com/ ส านวน “ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม” มาจากไม้ล้มนั้นสามารถข้ามไม้นั้นไปได้ เพราะเมื่อไม้ ล้มแล้วก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดไม่มีทางที่จะท าให้ต้นไม้นั้นกลับมาตั้งเป็นต้นไม้ใหม่ได้อีก แต่คนล้มอย่าข้าม คือ บุคคลที่มีช่วงชีวิตที่ตกอับจึงไม่ควรดูหมิ่นเหยียดหยามเขา เพราะต่อไปในภายภาคหน้าเขาอาจจะกลับมามี ชีวิตที่สุขสบาย มีแต่ความรุ่งเรืองได้เช่นกัน ดังนั้นส านวน “ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม” มีความหมายว่า อย่า ดูหมิ่นซ้ าเติมคนล้มเพราะเขาอาจกลับมามั่งมีหรือมีอ านาจได้อีก


8. ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ 8.1 จิ้งจกทัก ภาพจากhttps://today.line.me/th/v2/article/EXnmR1O ส านวน “จิ้งจกทัก” มาจากความเชื่อของชาวไทยแต่โบราณเชื่อว่า ยามจะเดินออกจากบ้าน หากได้ยินเสียงจิ้งจกร้อง ถือว่าเป็นลางไม่ดี ต้องไม่เดินทาง ความเชื่อนี้ปรากฏเป็นส านวนแม้จิ้งจกทักยังต้อง ฟัง จึงเกิดส านวน “จิ้งจกทัก” ซึ่งมีความหมายว่า เสียงทักท้วง, ค าตักเตือน 8.2 ตัดหางปล่อยวัด ภาพจาก www.bbc.com/thai/international-61734266 ส านวน “ตัดหางปล่อยวัด” ที่มาจากไก่ โดยเชื่อว่า ไก่พันธ์พื้นเมืองหรือไก่นั้นปกติจะมีสีด า แต่หากมีไก่ขาวขึ้นมา ถือว่าเป็นไก่กาหรือกาลกิณี ถ้าเลี้ยงไว้ก็จะน าแต่โชคร้ายมาให้ ต้องน าไปปล่อยที่วัดให้ เป็นไก่วัดไป ก่อนที่จะน าไก่กาลีหรือกาลกิณีไปปล่อยวัดนั้นต้องตัดหางมันออกเสียก่อน จึงเรียกว่า ตัดหาง ปล่อยวัด ซึ่งส านวนนี้มีความหมายว่า ตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง ไม่เอาเป็นธุระ


8.3 ตัวเงินตัวทอง ภาพจาก https://www.bugaboo.tv/lotto/dream/ ส านวน “ตัวเงินตัวทอง” มาจากสัตว์ที่มีชื่อว่าเหี้ย เหี้ยเป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งมีลักษณะ คล้ายจระเข้ แต่มีขนาดเล็กกว่า เชื่อกันว่า เป็นสัตว์อัปมงคล ขึ้นบ้านใครก็ต้องท าพิธีล้างซวยหรือไล่ซวย เพื่อ เป็นการแก้เคล็ดจึงเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า ตัวเงินตัวทอง เพื่อให้ฟังดูเป็นมงคล ซึ่งส านวน “ตัวเงินตัวทอง” มีความหมายว่า สิ่งไม่ดี ความอัปมงคล 8.4 พรากลูกนกฉกลูกกา ภาพจากhttps://loongchat.blogspot.com/2014/11 ส านวน “พรากลูกนกฉกลูกกา” มาจากความเชื่อว่าใครที่เคยพรากลูกนกลูกกามาจากแม่ของ มัน พรากมาจากรังของมันในชาติที่แล้ว ในชาตินี้ที่พ่อแม่ต้องแยกกันอยู่กับลูก ลูกไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะเป็น ผลมาจากการท าบาปไว้ในชาติก่อนที่เคยพรากลูกนกลูกกามาจากรังมาจากแม่ของมัน ท าให้เกิดส านวน “พรากลูกนกฉกลูกกา” มีความหมายว่า ท าให้ลูกพลัดพรากจากพ่อแม่


10. สรุปผลการด าเนินงาน 10.1 ส านวนไทยที่มาและความหมายของส านวนไทยที่เกิดมาจากความเชื่อ ความเชื่อนั้นเกิดจาก ความเชื่อที่เกิดขึ้นจากความไม่รู้ในปรากฎการณ์ธรรมชาติหรือเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์ต้องการแสวงหา ค าตอบอันเกิดจากในสิ่งที่ยังไม่รู้ จึงก่อให้เกิดความเชื่อขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสิ่งที่สามารถตอบค าถามในสิ่งที่ต้องการ ค าตอบได้รวมถึงสามารถเป็นเหตุผลในการในการปลอบขวัญและให้ก าลังใจในความกลัวของมนุษย์ในเรื่อง ต่าง ๆ ได้ 10.2 จ าแนกประเภทของส านวนไทยที่เกี่ยวกับความเชื่อมีทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่ 1) ความเชื่อ เกี่ยวกับศาสนา 2) ความเชื่อเกี่ยวกับเวรกรรม บาปบุญ นรกสวรรค์ 3) ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณ ภูตผี ปีศาจ 4) ความเชื่อเกี่ยวกับอ านาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5) ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง เวทมนตร์ และไสยศาสตร์ 6) ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ 7) ความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา โหราศาสตร์ และ 8) ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ 11. อภิปรายผลการด าเนินงาน การศึกษาส านวนไทยที่สะท้อนถึงความเชื่อ อภิปรายผลแบ่งออกได้เป็น 2 ประเด็น ดังนี้ 1. งานที่ได้ศึกษาที่มาและความหมายของส านวนไทยที่เกิดจากความเชื่อ ท าให้พบประเด็นหนึ่งที่ว่า ส านวนไทยที่เกี่ยวกับความเชื่อค่อนข้างมีจ านวนมากและได้รับความนิยมในการน ามาเป็นส านวนไทยที่เกิดขึ้น จากความเชื่อมีอิทธิพลต่อคนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งส านวนบางส านวนอยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งได้ ปรากฏศึกษาไว้ว่า นับเป็นกระแสการศึกษาส านวนไทยที่เกี่ยวกับความเชื่อร่วมสมัย เพื่อให้มองเห็นถึง พัฒนาการ ความเปลี่ยนแปลงหรือกระทั้งพลวัตของส านวนไทยที่มีจุดก าเนิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยตามหลักศิลา จารึกของพ่อขุนรามค าแหงมหาราช ขณะเดียวกันกับสวนไทยเองก็ท าหน้าที่สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติ วิถีชีวิต หรือค่านิยมทางสังคมที่เกิด คือการสะท้อนประสบการณ์ทางวรรณศิลป์ที่ผู้แต่งส านวนได้รับและประสบการณ์ การใช้ชีวิต การน าความเชื่อจากเรื่องจากเรื่องที่เคยได้ยินหรือฟังมาเป็นแรงบันดาลใจหรือกระทั้งเป็นวัตถุดิบ ในการสร้างสรรค์ส านวนใหม่ในแบบฉบับความเชื่อของตนเอง ผู้ที่ได้ฟังหรือได้อ่านส านวนไทย อาจดึงดูดให้ ผู้คนสนใจในการใช้ส านวนกับมาอยู่ในกระแสความสนใจ และเป็นการยืนยันคุณค่าความเป็นอมตะของส านวน ไทยได้เป็นอย่างดี 2. การจ าแนกประเภทของส านวนไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อ มีงานวิจัยที่อ้างถึงอย่าง หลากหลายที่ปรากฏเด่นชัดคือเรื่องความเชื่อของคนไทย น ามาสร้างเป็นค าที่เป็นเงื่อนง าเป็นวาทศิลป์ใน การพูดเป็นปริศนาที่ท าให้ต้องมีบทบาทน ามาใช้ในการค้นหาความหมายของส านวนนั้น การแบ่งประเภทของ ส านวนที่สะท้อนเรื่องความเชื่อมีอยู่ 8 ประเภท ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกับเวรกรรม บาปบุญ นรกสวรรค์ ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณ ภูตผี ปีศาจ ความเชื่อเกี่ยวกับอ านาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อ เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง เวทมนตร์ และไสยศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ ความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา โหราศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของ ขนิษฐา จิตชินะกุล (2545, หน้า 38) ที่ได้ ศึกษาความเชื่อและจ าแนกประเภทของส านวนไทย ได้แบ่งประเภทของความเชื่อดังนี้ ความเชื่อเรื่องบุคคล ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และเครื่องรางของขลัง ความเชื่อเรื่องโชคลาง ความเชื่อ เรื่องความฝันและการท านายฝัน ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ ความเชื่อเรื่องยากลางบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญของ การจ าแนกเรื่องความเชื่องของแต่ละส านวน ตลอดจนการพัฒนาความเชื่อของส านวน และใช้เป็นกลวิธีใน การน าเสนอเนื้อหาที่สร้างเป็นลักษณะเด่นของส านวนไทยที่เกี่ยวกับความเชื่อ ซึ่งแท้จริงแล้วผู้จ าแนกประเภท ได้ทิ้งเบาะแสส าคัญที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของความเชื่อของคนไทยที่เกิดขึ้นตามยุคตามสมัยนั่นเอง


แผนภูมิแสดงร้อยละของส านวนไทยที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในแต่ละประเภท แผนภูมิแสดงร้อยละของส านวนไทยที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในแต่ละประเภท สรุปได้ว่า ส านวนไทย ที่มาจากความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาพบ 21 ส านวน คิดเป็นร้อยละ 25 มากที่สุด รองลงมาตามล าดับ ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับเวรกรรม บาปบุญ นรกสวรรค์พบ 17 ส านวน คิดเป็นร้อยละ 20 ความเชื่อเกี่ยวกับ เครื่องรางของขลัง เวทมนต์ และไสยศาสตร์พบ 14 ส านวน คิดเป็นร้อยละ 17 ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณ ภูตผี ปีศาจพบ 13 ส านวน คิดเป็นร้อยละ 15 ความเชื่อเกี่ยวกับอ านาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์พบ 8 ส านวน คิดเป็น ร้อยละ 9 ส่วนประเภทที่พบในอัตราส่วนที่เท่ากันคือ ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพและความเชื่อเกี่ยวสัตว์กับพบ อย่างละ 4 ส านวน คิดเป็นร้อยละ 5 และประเภทที่พบน้อยที่สุดคือ ความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา โหราศาสตร์ พบ 3 ส านวนคิดเป็นร้อยละ 4 25% 20% 15% 9% 17% 5% 4% 5% ประเภทของความเชื่อ 8 ประเภท ความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อเกี่วกับเวรกรรม บาปบุญ นรกสวรรค์ ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณ ภูตผี ปีศาจ ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักสิทธ์ ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง เวทมนต์ และ ไสยศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ ความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา โหราศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์


12. บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2545). ส านวนไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). ส านวนไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว. กาญจนาคพันธุ์. (2521). ส านวนไทย(ก-ป). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น. การุณันทน์ รัตนแสนวงษ์ และคณะ (2548) ทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร (การพูด - การเขียน) พิมพ์ครั้งที่ 9 กรุงเทพฯ:ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาฝ่ายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กิ่งแก้ว อัตถากร. (2519). คติชนวิทยา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สหสยามพัฒนา. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน. จรัลวิไล จรูญโรจน์(2539). การใช้ภาษาปริบทสังคมและวัฒนธรรม กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. จิราภรณ์ ภัทราภานุภัทร. (2528). สถานภาพการศึกษาเรื่องคติความเชื่อของไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฉัตรา บุนนาค และคณะ(2529). ศิลปะการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจ าวันและทางธุระกิจ. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ประกายพรึก. ชนิษฐา จิตซินะกุล. (2545). คติชนวิทยา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตว์. ชัยวุฒิ พิยะกูล. (2539). คติความเชื่อและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อ อ าเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง. สงขลา: สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ. ทัศนีย์ ทานตวณิช. (2523). คติชนชาวบ้าน. ชลบุรี: ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก บุปผา ทวีสุข. (2526). คติชาวบ้าน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามค าแหง. ประเทือง คล้ายสุบรรณ์. (2529). ส านวนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุทธิสารการพิมพ์. ยุพร แสงทักษิณ. (2557). ถอดรหัสส านวนไทย. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์. ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. วรวรรณ คงมานุสรณ์. (2545). รู้ถ้วนส านวนไทย. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. วาสนา เกตุภาค. (2521). คติชนชาวบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วีรพงศ์ มีสถาน. (2563). ส านวนไทย ที่ไปที่มา .นครปฐม: พริ้นเทอรี่ ศาลายา. เอกรัตน์ อุดมพร. (2550). ๒,๐๐๐ ส านวนไทย. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์พัฒนาศึกษา.


Click to View FlipBook Version