The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่-๒-แต่เด็กซื่อไว้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forfern2649, 2022-04-20 09:49:02

หน่วยการเรียนรู้ที่-๒-แต่เด็กซื่อไว้

หน่วยการเรียนรู้ที่-๒-แต่เด็กซื่อไว้

แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๑

กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓

หนวยการเรยี นรูท่ี ๒ เรอ่ื ง แตเ ด็กซื่อไว เวลา ๑๐ ชั่วโมง

เรื่อง อาน เขยี น คาํ ควรรูค คู วามหมาย เวลา ๒ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

การอาน และการเขียนคําควรรูคูความหมาย จะชวยใหการอานเร่ืองราวในบทเรียนเขาใจไดงาย และ

สามารถพัฒนาทกั ษะทางภาษาไดด ี

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพ่ือนําไปตดั สินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชีวิตและมี

นสิ ยั รกั การอา น

ตัวช้วี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอความ เร่อื งสนั้ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถูกตอ งคลองแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ และขอความทอี่ า น

จุดประสงค
๑. นักเรยี นอานคาํ ศัพทย ากไดถ กู ตอง
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคาํ ในบทเรยี นได
๓. นักเรยี นใชคาํ ไดถ ูกตองตามบริบท

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง

สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา

กระบวนการจดั การเรียนรู
ช่วั โมงท่ี ๑

๑. นักเรยี นอานคาํ จากบตั รคําตามครู คาํ ละ ๒ ครง้ั
๒. นักเรียนอานออกเสียงคําศัพท อานเพิ่ม เติมความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชั้น
ประถมศึกษาปที่ ๓ หนา ที่ ๒๕- ๒๖
๓. นกั เรียนและครรู ว มกนั สนทนาถึงความหมายของคาํ พรอ มยกตัวอยางประกอบ
๔. นักเรยี นเลนแขงขันทายคําทาทางจากคําท่คี รกู าํ หนดให
๕. นักเรยี นเขียนคําและความหมายของคําลงในสมดุ แบบฝก หดั
ช่วั โมงท่ี ๒
๑. นกั เรยี นแขงขันอานคาํ จากบตั รคาํ (คาํ สําคญั ในบทเรียน)
๒. นักเรียนอานออกเสียงคําศัพท อานเพ่ิม เติมความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชั้น
ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนาที่ ๒๕- ๒๖
๓. นกั เรยี นฝกแตง ประโยคปากเปลาจากบัตรคาํ ที่อา น (คาํ สาํ คญั ในบทเรียน)
๔. นกั เรยี นทําแบบฝก ทกั ษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๒ ขอ ๒ (๑– ๓)

สือ่ / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคํา
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓

การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑) วธิ ปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เครอ่ื งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝกหดั
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑก ารทําแบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๒

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓

หนวยการเรียนรูที่ ๒ เร่อื ง แตเ ดก็ ซื่อไว เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

เร่อื ง การอา นออกเสียง เวลา ๑ ชว่ั โมง

.....................................................................................

สาระสาํ คญั

การอา นออกเสียง เปนการอานใหผูอ ืน่ ฟง ฉะนัน้ ผอู านจะตองแบงวรรคตอน เนนเสยี งหนกั เบา และออก

เสียงใหถ กู ตอ งชัดเจน จงึ จะสอื่ ความหมายไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ใชกระบวนการอา นสรา งความรูและความคดิ เพ่ือนําไปตัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและมี

นิสยั รักการอาน

ตวั ชี้วดั
ป.๓/๑ อา นออกเสียงคาํ ขอ ความ เรื่องสนั้ ๆและบทรอ ยกรองงายๆไดถกู ตอ ง คลอ งแคลว

จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอานออกเสยี งเน้อื หาในบทเรียนได
๒. นักเรยี นจับใจความเร่อื งทอ่ี า นได
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามเรอ่ื งท่อี านได

สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู ยางพอเพียง

สาระการเรียนรู
- การอานออกเสยี ง
- การจบั ใจความสาํ คญั
- การตอบคาํ ถาม

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูใหน กั เรียนชวยกันบอกหลักเกณฑการอานออกเสียงท่ีดี เชน อานคลอง อานถูกตอง ชัดเจน

เวนวรรคตอนถูกตอง ใชน า้ํ เสียงสอดคลองกบั อารมณข องตัวละคร เปนตน
๒. ครูสาธิตการอา นทด่ี ใี หนกั เรียนฟง หรอื ใหน กั เรียนฟงจากเครื่องบันทึกเสียงก็ได เพื่อเปนแนวทางใน

การอา นของนกั เรียน
๓. นักเรียนอานเน้ือหาในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ัน

ประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา ๑๘–๒๒ โดยอานตอกันคนละ ๑ ยอหนา แลวรวมกันสนทนาถึงเน้ือหาวา ใคร ทํา
อะไร ทีไ่ หน ผลเปน อยา งไร แลว ชว ยกันเลาเร่อื งตอเนอ่ื งจนจบ โดยครชู ว ยเพมิ่ เติมสว นทบี่ กพรอ ง

๔. นักเรียนชวยกันสรปุ ความรู เรอื่ งการอา นออกเสยี งและการตอบคําถาม และขอ คิดทีไ่ ดจ ากบทอาน

สอื่ / แหลงเรียนรู
๑. บัตรคํา
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
๒) เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓) เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๓

กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ เร่ือง แตเ ด็กซอ่ื ไว เวลา ๑๐ ช่วั โมง

เร่ือง การอานคิด วเิ คราะห เวลา ๑ ชัว่ โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

การวเิ คราะหเรอื่ ง เปนการพิจารณาสวนตางๆ ของเรือ่ ง เชน ขอเท็จจริงและขอคิดเห็น สวนดีและสวน

บกพรองของเนอ้ื เร่อื ง จุดประสงคข องผแู ตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอคิดที่ได

จากเรือ่ ง สามารถนาํ ความรูทีไ่ ดรบั ไปใชประโยชนใ นชีวติ ประจาํ วนั

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรแู ละความคดิ เพือ่ นาํ ไปตดั สินใจแกปญหาในการดาํ เนินชีวิตและมี

นสิ ัยรกั การอาน

ตวั ชีว้ ัด
ป.๓/๓ ตั้งคําถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตุผลเก่ยี วกบั เร่ืองทีอ่ าน
ป.๓/๕ สรุปความรแู ละขอ คิดจากเรอื่ งทอ่ี า นเพ่ือนาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วนั

จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นตง้ั คาํ ถาม – ตอบคําถามเร่ืองทอ่ี านได
๒. นกั เรยี นแยกขอเทจ็ จรงิ และขอคิดเหน็ จากเรือ่ งทอ่ี า นได
๓. นกั เรยี นสรปุ ขอคิดที่ไดจากการอานได

สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพียง

สาระการเรยี นรู
- การตัง้ คาํ ถามและตอบคาํ ถาม
- การแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเหน็

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหนกั เรยี นทบทวนเนือ้ หาบทเรียน โดยการอานคาํ จากบตั รคาํ
๒. นักเรียนอานออกเสียงเร่ือง แตเด็กซ่ือไว จากหนังสือเรียนภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ หนา

๑๘-๒๒ พรอมกนั
๓. นักเรียนแบง กลมุ อา นเสยี งจากบทเรยี นกลุมละ ๑ ยอหนา
๔. นักเรียนชวยกันตอบคาํ ถามปากเปลาจากเรอ่ื งท่อี า น
- เหตุการณนเ้ี กิดขึ้นทไี่ หน
- ชามามหี นาทีท่ ําอะไร
- เพราะเหตุใดชามาจงึ คดิ ขโมยเงินคาขายขยะ
- นักเรยี นไดข อคดิ อยางไรจากเร่ืองทีอ่ าน
๕. นักเรียนและครูชวยกันสรุปบทเรียนจากเร่อื งท่อี าน

สื่อ / แหลงเรยี นรู
- หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
๒) เครือ่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓) เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๔

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่อื ง แตเ ด็กซ่ือไว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เร่อื ง การอา นเสรมิ บทเรียน เวลา ๑ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสาํ คญั

การอานเสริมบทเรยี น ทําใหผูอ านไดร บั ความรู ความบันเทิงและขอคดิ จากการอาน และสามารถเลือก

หนงั สอื อานไดตรงตามความตองการ นอกจากน้ีท่ีสําคัญ คือสามารถนําความรูท่ีไดรับจากการอานมาปรับใชให

เปนประโยชนในชวี ิตประจาํ วันได

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพอ่ื นาํ ไปตัดสนิ ใจแกปญ หาในการดําเนินชีวิตและมี

นิสยั รักการอาน

ตัวชว้ี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคาํ ขอความ เร่อื งสน้ั ๆ และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถ ูกตอ ง คลอ งแคลว

จุดประสงค
๑. นกั เรียนอานและจับใจความสาํ คัญของเร่อื งได
๒. นกั เรยี นสรุปและบอกขอคิดจากเรือ่ งที่อา น

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- การอา นเสริม “เรอ่ื งเทพารกั ษกบั คนตัดไม”

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ทบทวนเนอ้ื หาท่เี รยี นในช่ัวโมงที่แลวดว ยการเลา เร่อื งแตเด็กซ่ือไว
๒. นกั เรียนอานออกเสียงเร่ือง แตเด็กซ่ือไว จากหนังสือเรียนภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาป ที่ ๓ หนา

๑๘-๒๒ พรอ มกัน
๓. นักเรียนอานออกเสียง อานเสริม “เร่ืองเทพารักษกับคนตัดไม” จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชั้น

ประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา ๒๓-๒๔ พรอมกนั
๔. นักเรยี นพดู คยุ สนทนา เกย่ี วกับ “เรื่องเทพารักษกับคนตัดไม” จากความรูที่ไดอ านโดยตั้งคาํ ถามดงั น้ี
- จากเรอื่ งทอ่ี า นนักเรียนชอบคนตดั ไมคนที่ ๑หรือ คนท่ี ๒
- เทพารักษมอนอะไรแกค นตัดไมคนแรก
- ถานกั เรียนเปนเทพารักษจะทําอยางนัน้ หรอื ไม
๕. นักเรียนรวมกนั สรปุ ความรแู ละขอคิดทีไ่ ดจ ากการอา น “เรอ่ื งเทพารกั ษก บั คนตดั ไม”
๖. นักเรยี นทําแบบฝก หัดทกั ษะภาษา แบบฝก หดั ท่ี ๑ ขอ ๑

สือ่ / แหลง เรียนรู
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมิน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หัด

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๕

กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่อื ง แตเ ด็กซอ่ื ไว เวลา ๑๐ ชัว่ โมง

เรื่อง ทบทวนตวั สะกด เวลา ๑ ชั่วโมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

ตวั สะกด เปนพยญั ชนะที่ใชบังคับเสยี งทา ยคํา หรือ พยญั ชนะที่ประกอบอยูทายสระ และมีเสียงประสม

เขา กบั สระ

มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ

ตัวชว้ี ัด
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคาํ

จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนบอกคาํ ท่ไี มม ีตวั สะกดไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรียนบอกคาํ ที่มีตัวสะกดได

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอยางพอเพยี ง

สาระการเรียนรู
- การอานคาํ ที่มีตวั สะกดและไมมตี ัวสะกด

กระบวนการจัดการเรียนรู

๑. นกั เรียนทบทวนตวั สะกด

๒. นกั เรยี น พดู คุย สนทนาเก่ียวกับคาํ ที่มตี ัวสะกดและไมมตี ัวสะกดโดยครูเปนผูชี้แนะ

๓. ใหนักเรยี นอาน อธบิ ายเพ่มิ เตมิ ความรูจากหนงั สือภาษาพาทีชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ หนา ๒๗

๔. นกั เรยี นเลนเกมทายคําจากบตั รคําดังนี้

ครชู ูบัตรคํา “บัว” นกั เรียนตอบ : ไมมตี ัวสะกด

ครชู บู ัตรคาํ “ทอง” นกั เรียนตอบ : มตี ัวสะกด

ครชู บู ัตรคํา “เรือ” นักเรียนตอบ : ไมม ตี วั สะกด

ฯลฯ

๕. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ แบบฝก หดั ที่ ๒ ขอ ๓ (๑) จากนนั้ นาํ สง

ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอง

สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. บตั รคํา
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑) วิธีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เคร่ืองมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝก หดั
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑการทาํ แบบฝกหัด รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๖

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เร่ือง แตเดก็ ซ่อื ไว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เร่ือง อา นและสงั เกตมาตราตวั สะกด เวลา ๑ ชัว่ โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

มาตราตวั สะกดมีอยู 8 แม ไดแก แมกง แมกน แมก ม แมก ก แมก ด แมก บ แมเกย และแมเกอว

มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัตขิ องชาติ

ตวั ชี้วดั
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ

จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นบอกรูปสระในภาษาไทยได
๒. นกั เรยี นบอกเสียงสระในภาษาไทยได
๓. นกั เรียนใชส ระในภาษาไทยไดถูกตอง

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยูอ ยางพอเพียง

สาระการเรยี นรู
- การอา นออกเสยี ง การสะกดคํา และบอกความหมายของคําท่ีอยูในมาตราตัวสะกดตางๆ ไดถูกตอง
จะทาํ ใหสามารถอานบทรอยแกว บทรอ ยกรอง และสามารถส่อื สารกบั บุคคลอื่น ในชีวิตประจาํ วันได

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครแู ละนกั เรียนรวมกันทบทวนความรเู รอ่ื ง มาตราตัวสะกด
๒. นักเรียนทําแบบฝก หดั ในสมุดแบบฝก หัด โดยเขยี นคําตามมาตราตวั สะกดท่ีกําหนด และเตมิ ตัวสะกด

ในมาตราตางๆ ลงในชองวางใหเ ปน คําทม่ี คี วามหมาย เสร็จแลว ครูและนักเรยี นรวมกันเฉลยคําตอบของกิจกรรม
๓. ครูใหนกั เรียนทํากิจกรรมรวบยอด ในสมุดแบบฝกหัด โดยคิดแลวเขียนสะกดคําตามหัวขอที่กําหนด

อยางละ ๒ คํา จากน้นั เขียนแยกสว นประกอบของคําลงในตาราง
๔. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั เฉลยคําตอบของกิจกรรม

ส่อื / แหลงเรียนรู
๑. สมดุ แบบฝกหัด
๒. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑) วิธีประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๗

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอื่ ง แตเ ด็กซื่อไว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เรอ่ื ง สระเปล่ียนรปู เวลา ๑ ชวั่ โมง

.....................................................................................

สาระสาํ คญั

สระเปล่ียนรปู คือ สระทม่ี กี ารเปลีย่ นแปลงรปู เม่ือประสมอักษร

มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ขิ องชาติ

ตัวช้วี ดั
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคาํ

จุดประสงค
๑. นักเรียนอานคําสระเปลีย่ นรูปในภาษาไทยได
๒. นกั เรยี นเขยี นคาํ สระเปลยี่ นรปู ในภาษาไทยได
๓. นกั เรียนประสมคําสระเปล่ียนรูปในภาษาไทยได

สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยางพอเพียง

สาระการเรียนรู
๑. การประสมคาํ สระเปลี่ยนรูป - ะ เ – ะ เ – อ
๒. การอานคําสระเปลยี่ นรปู - ะ เ – ะ เ – อ

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นักเรยี นทบทวนรูปสระในภาษาไทย
๒. นักเรียน พูดคยุ สนทนาเกี่ยวกับสระทช่ี อบโดยใหเ หตุผลประกอบ
๓. ใหน ักเรยี นอา น อธิบายเพมิ่ เติมความรจู ากหนังสือภาษาพาทีช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ หนา ๒๘ – ๒๙
๔. นกั เรียนเลนเกมทายคําจากบัตรคําโดยใหนักเรียนตอบการเปลี่ยนรูปของสระที่ใชในการประสมคํา

ดังนี้
ครูชูบตั รคาํ “กนั ” นักเรยี นตอบ : สระ อะ
ครูชบู ัตรคํา “เก็บ” นักเรียนตอบ : สระ เอะ
ครูชบู ัตรคํา “เกิน” นักเรียนตอบ : สระ เออ
ฯลฯ

๕. นักเรียนทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ แบบฝกหัดที่ ๑ ขอ ๓ (๒) จากนั้น
นําสง ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอง

สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. เกมทายคํา
๒. หนังสอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑) วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เครื่องมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารทําแบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๘

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๒ เรอ่ื ง แตเดก็ ซ่ือไว เวลา ๑๐ ชัว่ โมง

เรือ่ ง สระลดรปู ( สระโอะ,สระอวั ) เวลา ๑ ชวั่ โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

สระลดรปู คือ สระที่เขยี นลดรปู เมื่อประสมอักษร

มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ

ตัวชวี้ ดั
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา

จุดประสงค
๑. นักเรยี นอา นคาํ สระลดรูปในภาษาไทยได
๒. นกั เรยี นเขียนคาํ สระลดรปู ในภาษาไทยได
๓. นักเรียนประสมคาํ สระลดรูปในภาษาไทยได

สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยูอยา งพอเพียง

สาระการเรยี นรู
๑. การประสมคาํ สระลดรูป สระโอะ, สระอัว
๒. การอานคาํ สระลดรปู สระโอะ, สระอัว

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นักเรยี นทบทวนรปู สระในภาษาไทย
๒. นักเรียน พดู คยุ สนทนาเกี่ยวกบั สระที่ชอบโดยใหเหตผุ ลประกอบ
๓. ใหนกั เรยี นอา น อธบิ ายเพมิ่ เตมิ ความรจู ากหนงั สือภาษาพาทีชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๓๐
๔. นกั เรียนเลน เกมทายคาํ จากบัตรคําโดยใหนักเรียนตอบการเปลี่ยนรูปของสระที่ใชในการประสมคํา

ดงั นี้
ครชู บู ตั รคํา “บวั ” นักเรยี นตอบ : สระ อัว
ครูชบู ัตรคาํ “สวน” นกั เรยี นตอบ : สระ อัว
ฯลฯ

๕. นกั เรียนทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ แบบฝกหดั ที่ ๑ ขอ ๓ (๓), (๔) จากน้ัน
นําสง ครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง

สื่อ / แหลงเรียนรู
๑. เกมทายคาํ
๒. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓

การวัดผลและประเมนิ ผล
๑) วิธีประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครื่องมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๙

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒ เรื่อง แตเ ด็กซือ่ ไว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เรื่อง ประโยคและการแตง ประโยค เวลา ๑ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสําคญั

ในการเขียนและการพดู ผูเขยี นและผูพูดตองเลือกคาํ มาใชใ หเ หมาะสมกับการส่อื สาร ผูที่จะเลอื กใชค ําให

ถกู ตองเหมาะสมไดน้นั จะตองมคี วามรเู รือ่ งคาํ หนาท่ีของคาํ และความหมายเปนอยางดีเพื่อใหสามารถนําไปใชได

ถกู ตอ ง

มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัตขิ องชาติ

ตัวชีว้ ดั
ป.๓/๔ แตง ประโยคงา ยๆ

จดุ ประสงค
- แตง ประโยคใหไ ดใจความเพื่อสอ่ื สารได

สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- ประโยคและการแตงประโยค ดังน้ี
 ประโยคบอกเลา
 ประโยคคาํ ถาม
 ประโยคปฏเิ สธ

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูและนักเรยี นทบทวนเร่ืองการอา นคํา กลมุ คํา จากหนงั สอื เรียนภาษาไทย ช้นั ป.๓ หนา ๓๐
๒. เขียนแผนผังโครงสรางประโยคใหนักเรียนดูบนกระดานดํา แลวอธิบายใหนักเรียนฟงวา ประโยค

คือ การนาํ คาํ มาเรยี บเรียงใหไ ดใจความ ซง่ึ จะตอ งประกอบดวยประธาน และกริยา อาจมกี รรม หรอื ไมม กี ไ็ ด
๓. ครแู บง นักเรยี นเปนกลมุ กลุม ละ 5-6 คน ใหแตละกลุมรว มกนั ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม “แตงประโยค” โดย

แตละกลมุ ชวยกันแตง ประโยคลงในกระดาษ ภายในเวลา 3 นาที กลุมใดแตงประโยคไดถูกตองมากท่ีสุดจะเปน
ฝายชนะ

๔. นักเรียนสง ตวั แทนออกมานําเสนอหนาชัน้ เรยี น
๕. ใหนักเรียนคัดประโยคที่ชว ยกนั แตงจากกจิ กรรมการแตง ประโยคลงในสมดุ

สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. กระดาษสาํ หรับทาํ กิจกรรมกลมุ

การวดั ผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ีประเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจสมุดแบบฝกหัด
๒) เคร่ืองมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝก หดั
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝกหัด


Click to View FlipBook Version